Archive | BEAUTY

BEAUTY TALK – เครื่องสำอางอาจเป็นอันตรายต่อผิวถ้าคุณไม่รู้วันหมดอายุของมัน ..

 

เรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิงที่รักและชื่นชอบในการแต่งหน้า หรือ จำเป็นต้องแต่งตามหน้าที่หรืออะไรก็ตามแต่ .. ลองถามตัวเองดูบ้างไหม .. ว่าฉันเคยสังเกตุวันเดือนปีที่ผลิต ฉลาก หรือ วันหมดอายุของเครื่องสำอางที่ฉันซื้อหรือไม่ ?

 

ถ้าตอบว่าเคย .. คุณก็ยังต้องอ่านต่อ

ถ้าตอบว่าไม่เคย .. คุณก็ต้องอ่านมันต่อเพื่อตัวคุณเอง 

 

เอิ๊กตอบว่าไม่ เอิ๊กไม่เคยสนใจดูเลย .. ดังนั้นเอิ๊กคงต้องรวบรวมเขียนและอ่านต่อไปพร้อมกับหลายๆคน พร้อมโยนทิ้งบ้างส่วน ฉึบ (ฮ่า)


เอิ๊กมีเครื่องสำอางไม่เยอะ เพราะทิ้งไปเยอะแล้วเหมือนกัน เดี๋ยวจะทิ้งอีก หลังจากจบบทความนี้ บางอย่างยอมรับว่ามีอาการเสียดาย .. แต่กลัวอันตราย แล้วเป็นโรคอะไรแล้วต้องเสียเงินเสียทองมากกว่าตัดใจทิ้งมันไป แล้วซื้อใหม่ซะ เพื่อสุขภาพ และ อนามัยของผิวตัวเอง

BEAUTY FACT 1 :  อย. ไม่บังคับให้ใส่วันหมดอายุลงในเครื่องสำอาง เพราะอายุขัยของเครื่องสำอางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการการถนอม และ เก็บรักษา เช่น เก็บในอุณหภูมิที่พอเหมาะ แห้ง เย็น ไม่ร้อน ไม่ตากแดด ไม่เปิดฝาตากลมจนฝุ่น และ แบคทีเรียลงไป จะทำให้ยืดอายุเครื่องสำอางได้มากขึ้น

BEAUTY FACT 2 : การเก็บเครื่องสำอางในตู้เย็นไม่ใช่การดีเสมอไป เพราะความชื้น ทำให้เครื่องสำอางเสียคุณสมบัติ และ เกิดการแยกชั้นของเนื้อครีมได้

 

โรค หรือ ปัญหาผิวหนังอะไรที่มาพร้อมเครื่องสำอางหมดอายุได้บ้างนะ ?

  • เยื่อบุตาอักเสบ  [ ตาแดง ]
  • เยื่อบุปากอักเสบ
  • อาการอักเสบของผิวต่างๆ เช่น ระคายเคือง ผื่นแพ้ ตุ่มแดงคล้ายสิว
  • ติดเชื่อแบคทีเรีย

 

ปัจจัยใดบ้างที่ทำเกิดปัญหาผิวหนังจากการแต่งหน้า ?

  • เครื่องสำอางหมดอายุ
  • เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานไม่มีฉลาก หรือ ตราสินค้าที่น่าเชื่อถือ
  • เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวระคายเคือง
  • พัพฟ์ ฟองน้ำที่ใช้แต่งหน้าที่ไม่ได้ทำความสะอาดมานานเกิน 1 – 4 สัปดาห์

อายุขัยของเครื่องสำอางแต่ละชนิดยาวนานแค่ไหนถึงหมดอายุ ?

  1. ขึ้นกับวันหมดอายุที่ระบุบนฉลาก
  2. ถ้าไม่มีให้นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดใช้ [ทำNoteแปะไว้หรือจดไว้] จะมีอายุโดยเฉลี่ยแต่ละประเภทเรียงตามลำดับดังนี้
  3. กลิ่นเปลี่ยน สีเปลี่ยน หน้าตาเปลี่ยน [ ทิ้งทันที ]

BEAUTY NOTED : เครื่องสำอางที่ใช้กับดวงตา หรือ ของเหลวมักไปไวกว่าที่อยู่ในรูปแบบการอัดแข็ง เนื้อแข็ง เพราะด้วยเนื้อของมันเป็นอะไรที่เกิดการสะสมของแบคทีเรียได้ง่ายเวลาที่เราเปิดฝา หรือ ดึงเข้าดึงออก จนลมสามารถลอดผ่านเข้าไปได้

 

  • มาสคาร่า & อายไลเนอร์แบบน้ำ = 3 – 6 เดือน
  • รองพื้น เบส ไพรเมอร์ บีบีครีม ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก water-based = 12 เดือน / 1 ปี
  • รองพื้น เบส ไพรเมอร์ บีบีครีม ที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก oil-based = 18 เดือน 
  • คอนซีลเลอร์ = 12 – 18 เดือน
  • ลิปกลอส = 12 เดือน
  • ที่ปัดแก้ม [บลัช ออน] & ที่ทาตา [อายแชโดว์] เนื้อครีม เหลว = 12 – 18 เดือน
  • ที่ปัดแก้ม [บลัช ออน] & ที่ทาตา [อายแชโดว์] เนื้อฝุ่น อัดแข็ง = 24 เดือน / 2 ปี
  • อายไลเนอร์ & ลิปไลเนอร์ เนื้อครีม = 24 เดือน
  • ลิปสติก  = 24 เดือน
  • แป้งอัดแข็งทุกประเภท  = 24 เดือน
  • ครีมบำรุงผิวไม่ใส่สารกันเสีย = 1 – 3 เดือน
  • ครีมบำรุงผิวใส่สารกันเสีย = 12 เดือน
  • น้ำยาทาเล็บ = 12 เดือน
  • น้ำหอม = 18 เดือน

 

BEAUTY NOTED : เครื่องสำอางของเหลว หากไม่สัมผัสด้วยนิ้วโดยตรง แต่เทออกมา ใช้แปรง ฟองน้ำสะอาด จะช่วยยืดอายุได้อีกซักนิด

 

อยากให้ใบหน้ามีผิวสุขภาพดีทั้งที่แต่งหน้ามีกฎเหล็ก 6 ข้อให้จำ

  1. ดูวันหมดอายุของเครื่องสำอางก่อนใช้ ไม่มีก็เขียนลงไปและเริ่มนับตั้งแต่วันที่เปิดใช้
  2. ไม่ใช่เครื่องสำอางที่หมดอายุขัยของมัน
  3. ล้างอุปกรณ์แต่งหน้าให้สะอาด แปรง พัฟ  สม่ำเสมอ 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง
  4. ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งที่แต่งหน้าอย่างพิถีพิถันและใส่ใจ
  5. เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิว โดยเฉพาะ รองพื้น ไพรเมอร์ เบส บีบีครีมที่ต้องลงทั่วหน้าทั้งวัน
  6. ไม่ใช่เครื่องสำอาง หรือ อุปกรณ์ แต่งหน้าร่วมกับใครทั้งสิ้น อาจทำให้เกิดการติดต่อเชื่อโรค เช่น เริม

BEAUTY NOTED : ระวังการซื้อเครื่องสำอางเซลล์เพราะอาจทำให้ได้เครื่องสำอางที่ใกล้หมดอายุมาไว้ในครอบครองแทน หรือ ไม่ควรซื้อเครื่องสำอางมาไว้ทีละเยอะๆ เพราะอาจเสื่อมสภาพก่อนจะได้ใช้

 

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราแพ้เครื่องสำอางที่พึ่งซื้อมา ?

  • ถ้าเริ่มใช้ครั้งแรก แล้วผื่นขึ้น ต้องแยกให้ออกชัดเจน ว่า ระคายเคือง หรือ แพ้
  • ถ้าระคายเคืองจะ คัน คันยิบๆ หรือ ปวดแสบปวดร้อน เป็นแค่ช่วงสั้นๆ ไม่เกิน 10 นาที
  • ถ้าแพ้ใช้ไปซักพักจะเกิดอาการ ทีเป็นได้ตั้งแต่ผื่นแดง บวม ตุ่มน้ำ ขุย ลมพิษ ผื่นดำ ผื่นขาว สิว
  • การระคายเคืองมักเกิดจากส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือ แอลกอฮอล์ในเครื่องสำอาง คนผิวแห้งมักเกิดอาการระคายเคืองง่าย
  • การแพ้ มักเกิดจาก 1. น้ำหอม  2.สารกันบูด

 

ทดสอบการแพ้เครื่องสำอางอย่างไร ?

  1. ทาทิ้งไว้ที่ท้องแขนตอนกลางคืน ทิ้งไว้ทั้งคืน ทำซ้ำ 1 สัปดาห์ติดต่อกัน ถ้าผื่นขึ้นแสดงว่าแพ้
  2. พบแพทย์ทำ SKIN PATCH TEST ตรวจสอบได้อย่างละเอียดว่าแพ้สารชนิดใดบ้าง จะได้หลีกเลี่ยง

BEAUTY FACT 3 : ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า ”hypoallergic” ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำให้เกิดการแพ้ เพราะปัจจุบัน อย. ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าต้องทำการทดสอบอะไรบ้าง

BEAUTY FACT 4 : ผลิตภัณฑ์หลายชนิดระบุว่า “แพทย์ผิวหนังรับรอง” หรือ “ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง” แต่สมาคมแพทย์ผิวหนังยืนยันว่าไม่เคยรับรองผลิตภัณฑ์ใดทั้งสิ้น

BEAUTY FACT 5 : แม้ว่าจะเคยใช้เครื่องสำอางยี่ห้อนี้มานานแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้ไม่ได้ เพราะบางครั้งผู้ผลิตอาจมีการเปลี่ยนสูตรเล็กน้อย ทำให้แพ้ได้ หรือ สภาพผิวของเราที่แปรเปลี่ยนตาม อายุ ฤดูกาล ช่วงเวลา ฯลฯ

สารต้องห้ามในเครื่องสำอาง มี 1) ไฮโดรควิโนน 2) ปรอท เราทดสอบได้อย่างไร ?

  • ทดสอบไฮโดควิโนน เอานํ้าสบู่มาถูกับครีม ถ้าครีมเปลี่ยนสีเป็นสีนํ้าตาลดํา แสดงว่ามีไฮโดรควิโนน
  • ทดสอบปรอทในครีม เอาทองแท้มาถูกับครีม ถ้ามีสารปรอทเจือปน ครีมจะเปลี่ยนสีเป็นสีนํ้าตาลดํา

 

 

หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์กับใครได้บ้างนะคะ นำไปใช้เพื่อสุขภาพผิวของเราค่ะ

ขอให้ทุกคนผิวสวย หน้าใสกันทุกคนค่ะ


แหล่งข้อมูล

- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รังสิมา วณิชภักดีเดชา ที่ปรึกษาศูนย์ผิวหนัง&ศัลยกรรมเลเซอร์ไอสกาย

- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง แพทย์หญิง แอนเจลา บาวเวอร์ จาก สหรัฐอเมริกา

- Tesco UK magazine

- เดลินิวส์ออนไลน์

- ประสบการณ์ส่วนตัวจากที่เป็นสาวแต่งหน้ามา 8 ปี

 

 

 

 

 

 

 

Posted in BEAUTY, MAKE UP, Q&A, SKIN, SKIN CAREComments (1)

BEAUTY TALK : ยาสีฟันที่ทำให้ฟันขาวทันที อย่าง CLOSE UP WHITE NOW

ระหว่างรอฟันเข้าที่ซัก 6 เดือนก่อน เนื่องจากเคลื่อนฟัน จัดฟันพึ่งจบ จากการที่ได้รบกับฟันเกหุบเข้าด้านในมา 10 ปี 4 รอบพอดีเด๊ะแล้วค่อยตัดสินใจการเลือกวิธีฟอกฟันขาวอีกที ระหว่างทางเลือกที่หามาทั้งหมดที่หลายคนคงได้อ่านแล้วมีทั้งฟันขาวด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดถูกที่สุด และยากที่สุดแพงที่สุดให้เก็บข้อมูลกันไป

BEAUTY TALK – รวบรวมวิธีทำให้ “ฟันขาว ” สวย

ระหว่างนี้ก็มีโอกาสได้ทดลองยาสีฟันตัวใหม่จาก CLOSE UP WHITE NOW แบรนด์ส่งมาให้นานแล้ว เทคโนโลยีฟองสีฟ้ามาเคลือบผิวฟันที่เหลืองให้ดูดีขึ้นทันทีหลังใช้ แค่ฟังก็นะ .. อย่างที่บอกว่า ยาสีฟันต้องใช้ระยะเวลา ต้องทำต่อเนื่องนานหลายเดือนถึงจะเห็น และทางที่ดีควรเก็บข้อมูลโดยการถ่ายรูปไว้ด้วย จะได้เห็นความแตกต่างจริงๆ

เราไปหา ADS มาดูว่ามันทำงานยังไง

ประเด็นคือน้อง PHAN ฉายแสง BLUE LIGHT ฟันเลยขาวมากอยู่แล้ว เคยดู REVIEW ของเธอ เธอจะใช้ยาสีฟันนี้ มาทำให้ฟันเธอดูไบรท์ขึ้น ทาลิปสติกก็สวยขึ้น ส่วนตัวคิดว่ามันช่วยเคลือบฟันให้ขาวขึ้นตอนใช้ แต่ไม่ถาวร ต้องแปรงใหม่ทุกวัน

หน้าตากล่องเป็นสีใส ดู HI-SO หน้าตาคล้ายพวกกล่องเจลฟอกฟันเลย ฟ้าๆ ใสๆ ดูแตกต่างจาก whitening สูตรอื่นมาก หรืออาจจะเพราะมันคือWHITE NOW ขาวเลยทันที ขาวเดี๋ยวนี้ ขาวหลังใช้รึเปล่าไม่แน่ใจ ? เขาถึงออกแบบมาแบบนี้

จุดเด่นมันอยู่ตรงนี้

  • การที่ฟันขาวขึ้นเลยทันทีมันเป็นเทคโนโลยี “ฟองสีฟ้า” มาเคลือบผิวฟันขณะที่แปรงอยู่ ตาเราเลยมองเห็นว่าฟันของเราสว่างขึ้นทันทีหลังใช้เลย
  • มี SILICA สารที่ช่วยทำให้ฟันขาว เราจะเห็นสารตัวนี้บ่อยมาก ในสูตร whitening จากประสบการณ์ส่วนตัว

หน้าตายาสีฟันของเราจาก CLOSE UP WHITE NOW กลายเป็น CLOSE UP SLIM NOW แบนแต๊ดแต หลอดเท่าฝ่ามือหมดเร็วเหมือนกัน เพราะใช้ประมาณข้อนิ้วก้อย 1 ข้อ 55

เนื้อเจลสีฟ้าด้านใน – สีขาวด้านนอก เนื้อเจลด้านในที่ผสมกันอยู่นี่ละ เวลาแปรงจะเป็นฟองที่ไปเคลือบผิวฟัน เนื้อฟ้า กับ ฟันเหลืองนวลของเรา เมื่อประกบคู่กันเลย ฟันจะดูเหลืองไบรท์ 55555

ฟองจะมีลักษณะแบบนี้เลยตอนแรกตกใจมาก ปากฟ้าเลย จะติดลิ้นฉันไหม ? ปรากฎไม่ติด แต่แปรงสีฟันแอบมีสีฟ้าติดนิดๆ มันน่าจะติดที่เนื้อฟันแล้วละ สีฟ้าผสมสีเหลืองเลยดูสว่างขึ้น ไม่เชื่อลองใช้ PHOTOSHOP ทำภาพสีขาวขึ้นมาเทสีที่เหลืองเหมือนฟัน แล้วเทสีฟ้า transparent 3%-10% ดูจะรู้ว่าภาพสีเหลืองจางลงจนดูเกือบกลายเป็นสีขาวอมฟ้ามากขึ้น

เคยอ่าน REVIEW เมืองนอกความเห็นก็มีแตกต่าง คนที่ได้ผลเขาก็รู้สึกประทับใจอย่างมาก ส่วนเราใช้มา 20 วัน แปรงวันละ 2 ครั้ง แปรงเร็วๆ รัว แล้วเก็บภาพไว้วันแรกเก็บภาพ ก่อน – หลังใช้ วันสุดท้ายเก็บภาพก่อน -หลังใช้

เนื่องจากวันแรกภาพถูกถ่ายด้วย บีบี เลยเก็บภาพด้วยกล้องตัวเดิม แสงเวลาเดิม อาจมี WB เพี้ยนไปบาง แต่อยากให้ลองดูภาพก่อนหลัง ไม่มีการรีทัช ให้ดูว่าฟันที่เหลืองนวล ถูกฟองฟ้า ฟันเลยอมฟ้านิดๆหลังใช้ เลยเหมือนสว่างขึ้น “ด้วยเทคนิคแม่สี” เลยจริงๆ

แต่จะให้ขาวเลยไหม มันคงไม่ได้ ยาสีฟัน ไม่ใช่เจลฟอกสีฟัน ดังนั้น มันอาจจะเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการฟอกให้เสียวฟัน และ พอใจในสีฟันที่มีอยู่แต่อยากให้มันดูสะอาดๆ ดูเหมือนผ่องขึ้น ประมาณคนแต่งหน้าแล้วลง BASE MAKE UP เคลือบผิวให้สว่าง หรือเรียบเนียนขึ้น แต่ยังเห็นผิวตัวเอง ไม่ได้กลบมิดเหมือนรองพื้น พอเห็นภาพไหม ?

COOL : เห็นการทำงานของเทคโนโลยีฟองสีฟ้าทันที ซื้อง่าย ราคาถูก ไม่ทำลายเคลือบฟัน เย็นดี

UNCOOL : ขาวเท่าที่ฟันเราขาวได้ สีจะดูดีกว่าที่เป็น 10-20% / ชั่วคราว ไม่ถาวร / ด้วยส่วนผสมที่ให้ความเย็นสดชื่น มันเผ็ด ถ้าไม่ทานเผ็ด อาจจะเผ็ด 555

นี่คือสีฟันจริงไม่ RETOUCH

คือเคลือบฟันบางมาก เห็นเนื้อฟันเลย และร้าวเป็นรอยร้าวทั้งบนและล่าง เพราะไปถอดเหล็กกับหมออีกคนที่ไม่ใช่หมอจัดฟันร้านเดิมตอนวัยรุ่น เขาตัดแบบไม่ปราณี ดังนั้นเลยไม่อยากจะยุ่งกับฟันมาก ที่เล็งไว้ก็อยากทำเคลือบฟัน แต่ประเด็นต้องเอาหน้าฟันออกหน่อยนึง เลยพับโครงการเป็นที่เรียบร้อย ไว้ว่ากันใหม่ นอกนั้นทุกวิธีดูเหมือนต้องทำไปเรื่อยๆ แต่ฟันขาวแล้วดูดีมากจริงๆ ไม่เชื่อใช่ไหม !

ดูนี่สิ ถ่ายกับน้องแพร น้องแพร ฟันขาวมาก ยิ้มสวยมาก 555 แล้วดูเอิ๊กจิ

แล้วเอิ๊กมีซี่ที่เก อยู่ 1 ซี่ตอนจัดฟัน พอจัดให้ตรง ซี่นั้นเหลืองกว่าซี่อื่น T_T ไม่เป็นไร เราจะหาวิธีที่ปลอดภัยต่อไปในการทำฟันขาว ฟันเอิ๊กยกให้เป็นเรื่องกังวลใจอันดับสองรองจากสิว คือ อยากฟันเรียงสวย และ ขาวด้วย 555555 สู้ไม่ถอยค่ะ

XOXO

Posted in REVIEW, TEETHComments (0)

BEAUTY DIARY – ครีมผสมสดตามเนื้อเยื่อผิวหน้าเราทำให้ผิวดีขึ้นจริงหรือไม่ ?

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้อยากเขียนไดอารี่อีกครั้ง รู้สึกเหมือนได้คุยกับเพื่อนแม้ตัวเองจะเป็นคนพูดก็ตาม :) ขอเขียนไดอารี่เรื่องครีมกันหน่อย ทำไมครึ่งปีมานี้เอิ๊กมันหมกหมุ่นเรื่องครีมจัง เพราะหน้าเป็นสิวไม่เลิกยังไงละ เป็นแบบสงครามโลกครั้งที่ 1 2 3 4 เอิ๊กเลยมาฟิตหนักเรื่องผิวจะมาอันดับแรก ผิวดีแต่งหน้าสวยแบบไม่ต้องโบ๊ะก็กิ๊กแล้ว และ เจอหมอผิวหนังที่เป็นอาจารย์ที่ชอบสอนนักเรียน เรามันเป็นเด็กเรียน ชอบเรียน ก็เลยถามเมามันส์เลย พอเป็นบล็อกเกอร์ด้วยก็แชร์มันเลย ไม่งั้นเก็บไว้กับตัวคนเดียว ไม่ทันตายลืมหมด

เสียดายอยู่อย่างเดียว ถ้า12ปีที่แล้ว เราสามารถรู้จักว่าผิวตนเองเป็นแบบไหนเหมือนตอนนี้ เลือกใช้ครีมเป็น โดยเริ่มแยกแยะส่วนผสมบางอันออก เราคงไม่ต้องพบเจอกับคำว่า หายนะของผิวหน้า เป็นสิวอย่าให้พูดดีกว่า ว่าความทรมานในจิตใจมันเยอะขนาดไหน

เอิ๊กมารู้จักครีมที่ผสมขึ้นตามเนื้อเยื่อผิวหนัง เพราะเจอที่ ISKYCENTER ก็รู้สึกว่ามันคงจะดีมาก ถ้าวันนึงเราปรุงครีมขึ้นได้เอง เหมาะกับเราคนเดียว มัน UNIQUE มาก และมันคงจะแพงมาก ปรากฎว่ามันไม่แพง สู้ไหว เพราะกระปุกมันใหญ่ 50 มิลลิกรัม 800-1200 บาท แล้วแต่สูตร 1.ต้านริ้วรวย 2.ทำให้ขาวใส 3.บำรุงให้อาหารผิว รวมค่าแพทย์เรียบร้อยไม่เกินนี้ ความจริงอยู่ที 600-900 บาท ค่าแพทย์ตรวจ 200-300 บาท

ใช้ครีมจนเกือบหมดกระปุกภายใน 2 เดือน เอิ๊กทาแค่ช่วงกลางคืน เอิ๊กนอนเช้าทุกวัน แต่พบว่าผิวดีขึ้นเกือบ 100% ในเรื่องปัญหาผิวที่เคยมี นั่นหมายความว่า

” เมื่อไหร่ก็ตามที่เลือกใช้ครีมได้ถูกกับผิวหน้าจริงๆ เหมาะสม ผิวคุณมีสิทธิ์ดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องหาหมอ “

เอิ๊กมีใช้Lotion และ Oil เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวก่อนลงครีมด้วย ซื้อตามซุปเปอร์มาเกต แต่เลือกที่เหมาะกับผิว ไม่แพ้ ไม่ระคายเคือง

ผิวแบบดีขึ้นมาก ทำไมไม่รู้จักผิว และเลือกให้เป็นตั้งนานแล้ว มารู้เอาตอนวัยทำงาน – - “

เวลาผิวดีขึ้น ข้อแรกเลย คือแต่งหน้าเรียบเนียนขึ้น ไม่มีขุย ไม่มีสิว ไม่มีบวม ไม่มีแดงและแพ้

เมื่อใช้ครีมที่ตรงกับผิวเรา ความรู้สึกคือหน้ามันดูฟู อิ่ม ทำให้เอิ๊กไม่อยากลองครีมทาผิวหน้าอะไรใหม่ทั้งสิ้น คือ ไม่ให้มีตัวไหนมาแทน เพราะครีมที่ปรุงมาเพียงคนเดียว มันคงมีแค่กระปุกเดียวนี่ละ ยกเว้น Lotion Oil ตามที่บอก พวกเนื้อบางเบา ยังเปลี่ยนอยู่ชอบลองของใหม่ 555 แต่ไม่ชอบให้หน้าเละ ล่าสุดครีมจะหมดแล้ว เอิ๊กรู้สึกว่าผิวเริ่มดี เอิ๊กเลยอยากลองใช้สูตรผิวขาว เอิ๊กเลยต้องตรวจผิวละเอียดอีกครั้งเพื่อปรุงครีมเฉพาะขึ้นมา

รอบนี้ คือ โปรแกรมสามารถเปรียบเทียบก่อนหลัง ไปฉายแสง UV ดูชั้นลึกของผิว หน้ากลัวเช่นเคย

% ยิ่งเยอะผิวยิ่งดี ซ้ายเก่า ขวาใหม่

การดูแลผิวของเอิ๊กได้รับแต่เลเซอร์เฉพาะจุดบ้าง แต่หลายเดือนแล้วไม่ได้ทำ และ IPL 1 ครั้ง ไม่น่าจะใช่เหตุผลที่ทำให้คะแนนผิวดีขนาดนี้

  1. 5 เดือนผ่านไป ในการดูแลสาเหตุการเกิดสิวทำให้สิวไม่มาอีก สาเหตุสิวของเอิ๊กคือ ล้างผลิตภัณฑ์บำรุงผมไม่เกลี้ยง
  2. ล้างหน้าตามแนวขน 4 เดือน
  3. ใช้ครีมตามสภาพผิว 2 เดือน
  4. IPL 1 ครั้งเมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
  5.  ใช้เครื่องนวดกระชับผิว ครึ่งเดือน นวดอาทิตย์ละ 2-4 ครั้ง

ทุกอย่างดูแลแบบองค์รวม ดูแลทุกด้าน

การตรวจใบหน้าอีกครัั้งใน 5 เดือนที่ผ่านมา ดูแลแบบเกือบทุกส่วน ยกเว้นนอนเช้า ยังเลิกไม่ได้

ผิวดีขึ้นมาก ไม่รู้เพราะครีม หรือเพราะองค์รวม แต่เชื่อว่าครีมก็มีส่วนช่วยมากไม่น่าต่ำกว่า 50%

วงกลมเขียวคือดีขึ้น วงกลมแดงคือแย่ลง

หน้าแปลกใจขนาดไม่ออกจากบ้าน กระ จุดน้ำตาลมีโอกาสเพิ่มขึ้น เพราะเอิ๊กนั่งแต่หน้าคอมนั่นหมายถึง ต้องทากันแดดแม้อยู่หน้าจอคอม และ ริ้วรอยรอบดวงตาเอิ๊กมี เพราะเอิ๊กใช้แต่ที่ทาตาแบบลดอาการเหนื่อยล้า แต่ไม่ได้ลดริ้วรอย

คะแนนการฉายแสง UV ดูผิวชั้นลึก เห็นละเอียดมาก ผิวดีขึ้นเกือบ 100%

แต่ติดตรง ริ้วรอย และ จุดสีน้ำตาลที่เพิ่มมากขึ้นนอกนนั้น ดีขึ้นหมด

มาอีกเครื่องเพื่อทดสอบความแม่นยำ ควรตรวจผิวตั้งแต่2เครื่องขึ้นไป อันนี้เช็คสีผิว ความยืดหยุ่น น้ำมันในผิว ความชุ่มชื่น

เอิ๊กจำคะแนนในหัวได้หมด

สีผิว เก่า 17 > ใหม่ 14

ความชุ่มชื่น เก่า 33 > ใหม่ 34

น้ำมันในผิว > เก่า 1 > ใหม่ 4.8

ความยืดหยุ่นผิว เก่า 75 > ใหม่ 95

มันดีขึ้นทุกด้าน แสดงว่าตรวจเครื่องแรกค่อนข้างได้ผลที่ตรง ผลลัพธ์คือ ความชุ่มชื่นยังคงต้องดูแลเพิ่มแต่ดีขึ้นนิดนึง / ผิวขาวขึ้น 3 คะแนน อย่างไม่ทราบสาเหตุงงมาก – -” ไม่มีครีม โลชั่น หรืออะไรก็ตามที่เป็นสูตรWhitening ไม่ได้ขัดหน้า แต่ขาวขึ้น หมอบอกอยู่คำนึงว่า ถ้าเราใช้ครีมที่ตรงกับผิว ผิวจะดูชุ่มชื่นและดูเหมือนขาวขึ้น / น้ำมันในผิวดีขึ้นมีน้ำหล่อเลี้ยงดีขึ้น / แต่ที่ตกใจสุดคือ ความยืดหยุ่นผิว 95 มันดีขึ้นมากกกกกกก จนแอบคิดไปตอนล้างหน้าตามแนวขน ที่เขาบอกว่า คอลลาเจน อีลาสติน จะดีขึ้น แข็งแรง ยืนหยุ่นดี เหลือเชื่อมาก ว่าคะแนนมันกระโดดเยอะมาก


ตอนนี้จดไว้ 4 สาเหตุที่ทำให้ผิวดีคือ

1. ใช้ครีมที่เหมาะกับผิว

2. ล้างหน้าตามแนวขน

3. ใช้เครื่องผลักครีมให้ซึมสู่ผิวดียิ่งขึ้น

4. IPL ทั่วหน้า 1 ครั้ง

ยังไงก็คงรักษา 3 ข้อแรกไว้อย่างแน่นเหนียว หรือถ้าให้เลือก 2 ข้อ ก็ 2 ข้อแรกต้องอยู่

สาเหตุที่ทำให้ผิวแย่ คือ ไม่ทาครีมกันแดดเวลาเล่นคอม ใช้สายตาหนักไม่พักตาเริ่มมีริ้วรอยและแห้งกร้านแล้ว

เอาละมาพบกับโฉมหน้าที่แท้จริงกันหน่อยไปแพ้ไฟสตูดิโอมา พอใช้อะไรผิดไปหน่อย บวมแดงเลย ทิ้งสิวผดเต็มหน้าผากเลย ตอนนี้ดีขึ้นละ ขออนุญาติเผยผิวจริงไม่ RETOUCH สิวอุดตันมีบ้างประปราย ล้างหน้าตามแนวขนเอาออกให้หมด มันจะไหลแข็งหลุดไปเอง สิวเสี้ยนจัดเต็มไม่มีอะไรโค่นมันแบบถาวรได้

เครื่องนวดผลักครีมบำรุงที่เหมาะกับผิว ต้องใส่ครีมเยอะๆ ใส่น้ำแร่บ่อยๆถ้ารู้สึกเริ่มฝืด ต้องให้แบบเครื่องถูได้ลื่นๆ

เสร็จแล้วผิวดีขึ้นไหม 555 ไม่ได้ใช้ทุกวันนะคะ เพราะผิวแพ้ง่าย ปกติใช้มือทาครีมนี่ละ แล้วก็แต้มสิว แปะผงพิเศษ และ เข้าบรรทม

ขี้เหร่เนอะ 555

ครีม SIGNATURE CREAM ของเราคนเดียว ยังไปปรุงอยู่ที่ศูนย์ ISKY

รอบแรก ซ้ายเก่า ให้ความชุ่มชื่นเป็นอาหารผิว / รอบสอง  ขวาใหม่ สูตรWhitening

หน้าตาเปลี่ยน ชอบของเก่ามากกว่าชอบอะไรใหญ่ๆ

ด้านข้างเปลี่ยนด้วย กลายเป็นชื่ออิชั้น และวันเดือนปีที่ปรุงผสมครีมนี้ขึ้นมา มีเวลาด้วย – - ” รู้หมดเลยไปหาหมอตอนไหน

ข้อด้อยของครีมปรุงสด คืออะไรรู้ไหม ครีมพวกนี้มีข้อดีคือไม่มีน้ำหอม สารกันเสีย ดังนั้น มันต้องแช่ตู้เย็น หรือไว้ในที่ๆไม่ร้อนอบอ้าว และใช้ให้หมดภายใน 1-2 เดือน

เนื้อครีมเก่าเพิ่มความชุ่มชื่น ขาวอวบอิ่ม ฟู ด้านซ้าย /

เนื่อครีมใหม่เน้นขาวลดกระฝ้า เหลืองอ่อน ร่วน แน่น ด้านขวา

ชอบของเก่ามากกว่า หอมมากกว่า ของใหม่แบบว่าไม่พึงพอใจในกลิ่น

แต่ใช้แล้วไม่แพ้   บำรุงผิวอิ่มเหมือนกันให้อภัยนะ

ของใหม่ไม่มีวิตามินอี แต่เพิ่มส่วนผสมของ GIGA WHITE / GRAPE SEED

และ อะไรอีกไม่แน่ใจ ถามที่เคาท์เตอร์จ่ายยามา

ดังนั้นถ้าถามว่าดีขึ้นใหม่ ถ้าเกิดรู้จักผิว เลือกครีมได้เหมาะกับผิว ตอบว่า เกิน 50% ดีขึ้นแน่นอน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดูแลผิวแบบองค์รวมอย่างที่บอกไว้ตอนต้น

:) ขอให้ผิวดีกันทุกคนนะคะ


XOXO

Posted in ACNE, BEAUTY TECHNOLOGY, ERK-ERK, FACE, SKIN, SKIN CAREComments (1)

TALK ABOUT – สัมมนาการสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น และ ตอบคำถาม

ได้มีโอกาสไปงานวิชาการ การสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น การทำ CRYOLIPOLYSIS ด้วยเครื่อง ZELTIQ จัดให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปโดย รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชันแนล หนองแขม และ ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมเลเซอร์ไอสกายจัดขึ้น ไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายในงานมีให้ความรู้โดยอาจารย์โรงเรียนแพทย์ผิวหนังจาก รพ. ศิริราช

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ วรพงษ์ มนัสเกียรติ

และ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา

เป็นผู้ให้ความรู้ด้านการสลายไขมันด้วยความเย็น รวมถึงความรู้เกี่ยวกับเซลล์ไขมัน และ การตอบคำถาม

ภายในงานก็จะมีรายเอียดประมาณที่เก็บภาพมาฝากกันเล็กน้อยค่ะ CLICK

และสำหรับคนที่ไม่ได้ไป เอิ๊กเก็บรายละเอียดวิชาการในส่วนสำคัญมาฝากค่ะ

- การสาธิตการสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น

- ตอบคำถาม เช่น การทำซิกแพก การรู้จักเซลล์ไขมัน การกระชับสัดส่วน การกำจัดไขมันส่วนเกิน

ฯลฯ

ขอบพระคุณมากค่ะที่ได้จัดงานให้ความรู้แก่ประชาชนขึ้นมาค่ะ :)

ปล. ถ้าไม่ใช่เด็กเรียนมาก่อน อาจจะฟังแพทย์แล้วงุนงง เทคโนโลยี ศัพท์ อุปกรณ์แพทย์ผิวหนังเยอะมว๊ากกก

ใครอยากอ่าน HOW TO ที่เอิ๊กทำในการสลายไขมัน CLICK

ยัง REVIEW ไม่ได้ยังไม่ครบ 2 เดือนเลย ในงาน CEO รพ ก็จับชื่อให้ได้รางวัลทำฟรีมา 1 ครั้ง ดีใจมากกกกกก

เดี๋ยวเอาไขมันที่ท้องส่วนเกินออกอีก

 

 

 

 

XOXO

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, DIET, FAT, HOW TOComments (0)

HOW TO ล้างทำความสะอาดใบหน้าแบบล้ำลึกสำหรับคนแต่งหน้าหรือทากันแดด

ส่วนตัวผิวแห้ง แพ้ง่ายก็ใช้อะไรที่เหมาะกับผิว

CLEANSING – DHC CLEANSING OIL

CLEANSER – DERMALOGICA ULTRA CALMING / EUCERIN DERMOPURIFYER GEL

น้ำยาล้างตา – OPTAL

อุปกรณ์

1. CLEANSING – ที่ทำความสะอาดเครื่องสำอาง กันแดด ตามสภาพผิว

2. CLEANSER – ที่ทำความสะอาดผิวหน้า ครีม โฟม เจลล้างหน้าตามสภาพผิว

3. EYES & LIP REMOVER สำหรับคนที่แต่งตา ทาปาก

4. คัตตอลบัต

5. สำลี

6. น้ำยาล้างตา

XOXO

Posted in ACNE, FACE, HOW TO, SKINComments (0)

BEAUTY TALK – รวบรวมวิธีทำให้ “ฟันขาว ” สวย

 

ฟันขาว VS ฟันไม่ขาว 

นั่งหาข้อมูลมาหลายวันหลังจากไปเห็นว่าที่ดารา ที่ตอนนี้เป็นนางแบบอยู่ฟันขาวจั๊วะ จนต้องถามว่าทำอะไรมา ฟันขาวเงาวาววับสะท้อนแสงมาก คือมันรับไปทุกส่วนเลย หน้าสวย ยิ้มสวย แล้วเขาก็ดูเหมือนจะยิ้มบ่อยมากกกกกกกกก ดูแล้วเพลิน จะพูดอะไรเลยไม่ค่อยได้ฟัง เพราะมองแต่ใบหน้าและรอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้  …

เลยเปิดกระทู้อ่านไปเรื่อยๆ พบว่า ความลับ หรืออาจจะไม่ลับของดาราที่ฟันขาวสวย คืออะไร ? มิน่าละ ก็ว่าอยู่เราเองก็ดูแลอย่างดีทำไมยังเหลืองนวลต่างจากเค้า สังเกตุว่าดาราต้องยิ้ม ต้องเจอสื่อตลอด เขาจะต้องมั่นใจสุดชีวิต อย่างน้อยหน้าตา แต่งหน้า ทรงผม แต่งตัวต้องเป๊ะ และต้องยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ซึ่ง80% ฟันขาวมาก จนเราแอบนึกไปว่าดูแลกันดีจริงๆเล้ยยย

เห็นได้ว่าฟันขาวขาว ส่งผลต่ออะไรต่อความรู้สึกของคนมองอย่างเราบ้าง รู้สึกว่าเขาเป็นคนมั่นใจ บุคลิกดี ดูสดใส ยิ้มกี่ทีก็สวยสว่างวาบตลอด ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นที่มาของหัวข้อในวันนี้ จะมาพูดถึงวิธีการได้มาซึ่ง ฟันขาวจะขาวแบบธรรมชาติ ขาวแบบสว่างสไว หรือ ขาวเกินหน้าเกินตาแบบดารา วันนี้เรามาทำความรู้จักวิธีทำฟันขาวสารพัดชนิด กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ?

 

และ ก่อนอื่นสาเหตุที่ทำไมคนเรามีสีฟันต่างกัน บางคนเหลืองน้อย เหลืองมาก ขาวอมเหลือง ฯลฯ คือ ..

คนที่มีสีฟันขาวสว่างเป็นเพราะมีชั้นเคลือบฟัน (Enamel) ค่อนข้างหนา จึงปิดบังสีของชั้นเนื้อฟัน (Dentin) ที่มีสีเหลืองที่อยู่ถัดเข้าไปได้มิด ส่วนคนที่ฟันสะอาด ไม่มีคราบสี & อาหารติดอยู่ แต่ยังดูเหลืองอยู่ แสดงว่ามีชั้นเคลือบฟันบาง สีของชั้นเนื้อฟันจึงโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจนกว่า และ คนที่มีฟันสีเทาเข้ม เป็นแถบ ๆ ไล่จากคอฟันขึ้นมาปลายฟัน อาจเป็นเพราะมารดาทานยาเตตร้าซัยคลินตอนตั้งครรภ์ สีฟันจะผิดปกติไป ฟันอีกประเภทที่มีสีคล้ำลงชัดเจนเฉพาะซี่ คือฟันตาย เพราะเส้นเลือดถูกตัดขาดและเศษซากของเม็ดเลือดแดงในรากฟันจะซึมเข้าท่อเนื้อฟันทำให้ดำ ตอนเด็กเคลือบฟันเราหนาฟันเลยขาวจั๊วะ โตมาหน่อยเคลือบฟันเราก็บางลงเรื่อยๆ จนเห็นีเนื้อฟัน สีเหลืองชัดกว่าตอนเป็นเด็ก ฟันเหลืองยังรวมไปถึงอาหารที่รับประทาน ชา กาแฟ คราบอาหารด้วย ..

twitter ทันตแพทย์ @DrWuttibong

วิธีการทำฟันขาวมีประมาณ 10 วิธี

ความจริงมีเยอะ แต่นั่งเอิ๊กรวบรวมและเรียบเรียงใหม่ เลือกมาเฉพาะที่เห็นกันได้ในเมืองไทย

1. ยาสีฟันสูตรฟันขาว (Whitening)

หลักการ : ใช้ยาสีฟันที่เป็นสูตรฟันขาวร่วมกับแปรงสีฟัน โดยแปรงตัวยาสีฟันลงบนฟัน ในยาสีฟันสูตรฟันขาวโดยมากจะมีส่วนผสมที่กำจัดคราบเม็ดสีที่เกาะตามผิวฟัน มีสารเคลือบฟันป้องกันฟันผุ หินปูน คราบพลัค มีสารขัดฟันพิเศษบางชนิด จึงทำให้ฟันดูขาวขึ้น ส่วนมากจะมีส่วนประกอบของสาร Silica ช่วยขจัดคราบต่างๆโดยไม่ทำลายเคลือบฟันและทำให้ฟันขาวขึ้นแบบธรรมชาติ

ข้อดี : ราคาถูก ปลอดภัยสูง ไม่ทำลายผิวเคลือบฟัน

ข้อเสีย : ต้องใช้ระยะเวลา ต้องใช้ประจำและต่อเนื่องนานหลายเดือนกว่าจะเริ่มเห็นผล ขาวได้ไม่ที่สุด ขาวได้เท่ากับธรรมชาติฟันของเรา

 

2. น้ำยาบ้วนปากสูตรฟันขาว (Whitening) 

หลักการ : คล้ายยาสีฟัน เน้นไปที่ตัวน้ำยาบ้วนปากจะมีส่วนผสมที่ช่วยขจัดคราบหินปูน คราบพลัค อันทำให้ฟันมีสีเข้มหมอง ไม่ทำลายเคลือบฟัน ทำความสะอาดได้ลึกถึงลำคอด้านบนลดการเกิดทอมซิลหิน ที่เป็นก้อนเหลืองๆแข็งๆมีกลิ่นในลำคอ

ข้อดี : ราคาถูก ไม่ทำลายเคลือบฟัน ปลอดภัยสูง

ข้อเสีย : เห็นผลยากกว่ายาสีฟัน อาจจะรู้สึกได้ว่าฟันสะอาดกว่าที่เคย และอาจไม่สามารถทำความสะอาดคราบหินปูนที่เกาะลึกมานาได้

 

3. ขูดหินปูน

หลักการ : ช่วยขจัดคราบเม็ดสีเข้มที่มาเกาะฟัน คราบอาหาร หรือหินปูนที่ติดบนชั้นเคลือบฟันและตามซอกเหงือก ซอกฟันออกไป

ข้อดี : ช่วยให้ฟันดูขาวขึ้นนิดนึงหลังจากเอาหินปูนออกไปแล้ว เป็นการเช็คสุขภาพของฟัน ฟันผุอีกทางนึงโดยผู้เชี่ยวชาญ

ข้อเสีย : ฟันไม่ได้ขาวกว่าที่มันขาวได้ เพียงแต่ดูสะอาด ดูฟันมีสีอ่อนลง แพทย์บางท่านที่ไม่ชำนาญ หรือ ไม่ระมัดระวังอาจขูดหินปูนจนคนไข้มีเลือดออกตามไรฟัน (เจอมาแล้ว)

 

4. สมุนไพรที่ช่วยขัดฟันให้ขาว หรือ ส่วนผสมสดจากธรรมชาติ เช่น เกลือ มะนาว ใบข่อย เบคกิ้งโซดา สตอรเบอร์รี่ ฯลฯ

หลักการ : ใช้สมุนไพร หรือ สูตรธรรมชาติพวกนี้ แปรงสดๆ ขัดฟันสดๆ หรือ ผสมกับยาสีฟันแล้วแปรงทุกวันเช้าเย็นติดกัน 6 เดือน – 1 ปีขึ้นไป อาจได้รับผลรับฟันขาวแบบธรรมชาติของเนื้อฟันของเราได้ ช่วยขจัดคราบเหลืองของฟัน

ข้อดี : ไม่มีเคมี ไม่แพง หาได้ง่ายตามบ้าน ตามซุปเปอร์มาเกต

ข้อเสีย : ขัดแรงมากอาจทำลายเคลือบฟัน ขาวได้เท่าสีของเนื้อฟันธรรมชาติของเรา หรืออาจจะขับให้ดูสว่างกว่าเล็กน้อย ใช้เวลานาน ใช้ความอดทน รสชาติของยาสีฟันที่ผสมสมุนไพร พวกนี้จะเปลี่ยนทันที รสชาติอาจไม่ถูกใจ

5. ฟอกฟันขาวโดยใช้น้ำยาเคมี (ลักษณะตั้งแต่เป็น เจล ครีม น้ำยา)

1.1 ทำเองที่บ้าน

หลักการ : เป็นเจล น้ำยา หรือ ครีม ที่มีส่วนผสมหลักคือคาร์บาไมด์  เพอร์ออกไซด์ (เป็นสารประกอบของ ไฮโดรเจนเปอออกไซด์กับยูเรีย จะอ่อนกว่าไฮโดรเจนเปอออกไซด์) หรืออาจจะเป็น ไฮโดรเจนเปอออกไซด์ ที่ความเข้มข้นต่ำๆไม่เกิน  10-15% จะทำลายสีที่ติดอยู่ในฟันโดยอาศัยเวลา และปฎิกิริยาเคมีในน้ำยาฟอกฟัน / ถ้าซื้อน้ำยาจากหมอ หมอจะทำถาดฟันที่พอดีกับฟันเรามาให้ / ถ้าซื้อตามซุปเปอร์มาเก็ตแบบเมืองนอกจะมีถาดแบบฟรีไซส์มาให้ เทน้ำยาฟอกฟันลงไป และแช่ไว้ต่อเนื่อง 3-8 ชั่วโมงหรือทั้งคืน (ส่วนมากทำตอนกลางคืน) เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก แต่จะชัดสุด สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไป ทำต่อเนื่อง 7 – 14 วัน

ข้อดี : สะดวกไม่ต้องเดินทาง ทำเองได้ที่บ้าน  ฟันค่อยๆขาวขึ้นได้จริง แต่อยู่ไม่ถาวรต้องทำซ้ำเมื่อสีฟันเริ่มเปลี่ยน

ข้อเสีย : ใช้ระยะเวลาต่อเนื่อง ทำทีไรเสียวฟันทุกที (ส่วนมาก) ฟันเหลืองๆจะทำแล้วเห็นผลดีกว่าคนฟันขาวอยู่แล้ว บางคนอาจเสียวฟันเล็กๆแล้วหายไป บางคน เสียวฟันตั้งแต่เสียวฟันน้อยๆ จนถึงอาการเสียวฟันมากๆ บางครั้งก็จะมีอาการปวดฟันร่วมด้วย ในบางรายก็อาจจะปวดเหงือก ระคายเคืองเหงือก เหงือกบวมแดง ดังนั้นจึงต้องศึกษาวิธีการทำอย่างละเอียดไม่ว่าจะทำเอง หรือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ถาดฟันที่ให้แพทย์ทำ จะดีกว่า ฟรีไซส์ เพราะพอดีฟันมากกว่า และไม่ทำให้น้ำยาไปโดนเหงือก ให้เหงือกขาว ระคายเคือง หรือ ยุ่ย และหลังทำคอฟันยังมีสีเดิมอยู่ได้

1.2 ทำโดยคุณหมอ

หลักการ : ใช้น้ำยาใช้ไฮโดรเจนเปอออกไซด์ ความเข้มข้น  10-35% ขึ้นไป หมอจะทำถาดฟอกฟันที่พอดีรูปฟันของเราคนเดียว เมื่อใช้ความเข้มข้นสูงกว่า ปฎิกริยาไฮโดรเจนเปอออกไซด์ก็จะแตกตัวซึมเข้าสู่เนื้อฟันได้มากกว่าปกติ ทำต่อเนื่อง 45-60 นาที

ข้อดี : วันเดียวจบ ขาวทันที ขาวเป๊ะทั้งตัวฟัน และมั่นใจในความเชี่ยวชาญของคุณหมอที่ทำให้ คอฟันก็จะสีสม่ำเสมอกับตัวฟัน ด้วยเทคนิคของหมอที่เชี่ยวชาญในการฟอกฟันจริงๆ

ข้อเสีย : ราคาแพงกว่าทำเอง ข้อเสียจะคล้ายกับการฟอกฟันที่บ้าน คืออาจมีอาการเสียวฟัน หรือ ปวดฟันร่วมด้วย แต่ปัญหาน้ำยาโดนเหงือกจะไม่ค่อยมี แพทย์จะมีน้ำยาทาบริเวณเหงือป้อกกันการระคายเคือง หรือจะมีเทคนิคคอยควบคุมตัวยาไม่ให้ไหลทะลักขึ้นมาโดนเหงือก

 

6. แผ่นฟอกฟันขาว

หลักการ : เป็นแผ่นที่มีน้ำยาเจลฟอกฟันอยู่ด้านใน ลอกแล้วมาแปะที่ตัวฟัน ก็จะทำปฎิกิริยาจากไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ หรือ คาร์บาไมด์  เพอร์ออกไซด์ เหมือนเดิมให้ฟันขาวขึ้น โดยแปะติดกับฟันแล้วทิ้งไว้ 30นาที – 2 ชั่วโมง ทำแค่วันละครั้ง ทำหลายวันติดต่อกัน เห็นผล 3 วันขึ้นไปขึ้นกับรุ่น สูตรที่ใช้

ข้อดี : ราคาถูก ไม่เกิน 1000 – 4000 บาท มีหลากหลายสูตรให้เลือก ทำที่บ้านได้ ขาวขึ้นได้จริง แต่อยู่ไม่ถาวรต้องทำซ้ำไปเรื่อยๆ เมื่อฟันเปลี่ยนสี การระคายเคืองน้อยกว่า เนื่องจากทำแบบค่อยเป็นค่อยไป วันละนิดวันละหน่อย

ข้อเสีย : มีการเสียวฟันได้ ต้องใช้เวลาต่อเนื่องหลายวันติดกันในการทำให้ได้ผลที่พอใจ อาจต้องทำ 8 – 40 ครั้ง หรือ มากกว่านั้นภายในหนึ่งปีเพื่อคงความขาว อาจมีการระคายเคืองเหงือก เพราะแผ่นติดไม่ได้ออกแบบมาพอดีรูปฟัน เวลาเป็นจะโดนเหงือกด้วย

 

7. ฉายแสงฟันขาว ใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ เช่น แสงเลเซอร์ หรือแสงสีฟ้าที่มีต้นกำเนิดแสงเป็นพลาสม่าหรือไดโอท ยกตัวอย่างซัก 2 ชนิด

3.1   แสง Blue light

หลักการ : การทำให้ฟันขาวโดยการฉายแสงสีฟ้า ที่มีความนุ่มนวล กระจายตัวใช้ควบคู่กับเจลฟอกฟัน กระตุ้นให้เจลทำงานดีขึ้น ไม่มีความร้อน ไม่ได้รับอันตรายจากแสง UV ใช้เวลาฉายแสงสีฟ้าประมาณ 1 ชั่วโมง

ข้อดี : ครั้งเดียวจบ สีฟันใกล้เคียงกับความขาวแบบธรรมชาติ

ข้อเสีย : ราคาสูง 7000-18000 ขึ้นไป เนื่องจากใช้น้ำยาเข้มข้นสูง เฉพาะบางรายอาจทำให้เหงือกเจ็บ แสบ แดง หรือ อักเสบ และอาการเสียวฟันมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดความเข้มข้นของสารที่ใช้ฟอกฟัน รวมทั้งระยะเวลาฉายแสง อาการเหล่าจะเกิดตอนฟอกสีฟัน แต่จะหายไปเอง ฟอกได้แต่เฉพาะฟันที่อยู่ซี่ด้านหน้า ด้านในฟอกไม่ได้ ต้องระวังแสงที่ใช้ซึ่งอาจทำอันตรายดวงตาด้วยการปิดเหงือก ปิดตาหรือใส่แว่นกันแสง

3.2    แสง Laser

หลักการ : ใช้แสงเลเซอร์ (สีแดง) ที่มีความยาวคลื่นจำเพาะให้ความร้อนต่ำกระตุ้นปฎิกิริยาเคมีของไฮโดรเจนเปอออกไซด์แตกตัว สามารถทำให้น้ำยาซึมเข้าไปในฟันได้ลึกกว่าปกติ จึงกระตุ้นและทำหน้าที่ดึงวัตถุเม็ดสีได้อย่างดีโดยสามารถกำหนดทิศทางของแสงได้เฉพาะเจาะจงกว่าวิธีฉายแสงแบบอื่น ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45 นาที

ข้อดี : ทำวันเดียวจบ ปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอันตราย และ ระคายเคืองเหงือก เสียวฟันน้อยสุดกว่าทุกวิธี

ข้อเสีย : ราคาสูง 10000-15000 บาท ขึ้นไป ต้องระวังแสงที่ใช้ซึ่งอาจทำอันตรายดวงตาด้วยการปิดเหงือก ปิดตาหรือใส่แว่นกันแสง

 

8.เคลือบฟันขาว

หลักการ : การทำชิ้นงานด้วยวัสดุสีเหมือนฟันมาปิดทับบริเวณหน้าฟัน โดยเลือกเฉดความขาวได้ วัสดุมีผลต่อความแข็งแรง อายุการใช้งาน และการดูดสีได้ดี เช่น พวกชา กาแฟ ที่นิยมจะเป็นการใช้วัสดุที่ทำจากเซรามิค และ เรซิน เซรามิค เซรามิคนั้นจะแพงกว่า เรซิน 8-12 เท่า หรือมากกว่านั้น โดยจะกรอเนื้อฟันออกบางส่วนเพื่อให้เข้ากับวัสดุสีเหมือนฟัน ที่เป็นเซรามิค หรือ เรซิน วิธีนี้นิยมมากในหมู่ดารา นักแสดง พริตตี้ และ คนที่ไม่สามารถฟอกฟันได้ หรือมีฟันตายมีสีคล้ำ จะใช้วิธีแปะวัสดุสีเหมือนฟันลงไปโดยกาวที่มีความแข็งแรงติดทน เซรามิคจะราคาสูงมากต่อซี่ 8000 – 15000 บาท หรือแพงกว่า แต่แข็งแรงทนทาน ขาวถาวร ไม่ดูดสีพวกชา กาแฟ เหมือนวัสดุอย่างพลาสติคเรซิน

ข้อดี : ขาวถาวร ทำแค่บนผิวด้านหน้าของฟันไม่ได้ทำรอบตัวฟัน และ นิยมทำแค่ฟันด้านหน้าเท่านั้นให้เวลายิ้มเห็นพอดี ถ้าจะทำฟันให้ขาวก็เลือกสีขาวสว่างเห็นได้ไปยังโลกหน้า ขาวมาก หรือเลือกได้หลายเฉดให้เหมาะกับสีฟัน ตกแต่งปิดฟันห่าง ซ้อน เก เล็ก ไม่เท่ากันทำให้ออกมาได้ทุกซี่เท่ากันและสวยงาม แก้ไขฟันแตก บิ่น หักได้อีกด้วย ใช้เวลา 7-14 วันในการทำเซรามิค / ใช้เวลา 1 วันในการทำเรซิน

ข้อเสีย : เสียเนื้อฟันด้านหน้าฟันไปต้องกรอออกให้รับกับชิ้นงาน ความแข็งแรงทนทาน ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของเรา ต้องดูแลอย่างดี มีปัญหาเวลาหัก ร้าว ต้องรีบซ่อม เพราะเราต้องยิ้ม ต้องใช้ฟัน อาจสูญเสียความมั่นใจได้ ถ้าฟันยังซ่อมไม่เสร็จ  ถ้าทำไม่ดีตามขอบจะเห็นเป็นสี เหลือง น้ำตาล ดำโผล่ออกมา

 

9. ครอบฟัน

หลักการ : เป็นการทำวัสดุสีเหมือนฟันที่เป็นรูปฟันขึ้นมาโดยนำมาสวมทับฟันซี่นั้นๆ อดีตนิยมฟันเงินในเด็ก ฟันทองในผู้ใหญ่ ราคาต่อซี่สูงเช่นเดียวกับการเคลือบฟัน แต่ราคาสูงมาก สูงน้อยขึ้นกับวัสดุที่ใช้ ราคา 3000-12000 บาท ขึ้นกับวัสดุที่ใช้ สีเหมือนฟันผสมเงิน สีเหมือนฟันผสมทอง ฯลฯ การทำก็ไปพบแพทย์ พิมพ์รูปฟัน เลือกสีฟัน ส่งLABทำชิ้นงาน แล้วนัดครั้งต่อไปถึงจะได้ใส่ และอาจจะต้องมีการเก็บรายละเอียดอาจต้องพบแพทย์ 3-4ครั้งกว่าจะจบ

ข้อดี : ขาวถาวร ทนทาน สามารถแก้ไขรูปร่างฟันได้

ข้อเสีย : ราคาขึ้นกับวัสดุ คิดราคาต่อซี่ ต้องกรอฟันโดยรอบซี่ สูญเสียเนื้อฟันจริงเยอะ ทำครั้งแรกอาจไม่พอดี เจ็บ ต้องปรับแต่งกันให้พอดี ทำไม่ดีฟันข้างในผุต้องเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีๆ

 

10.เครื่องฟอกฟันขาว

หลักการ : เครื่องฟอกฟันขาว เป็นเครื่องที่ซื้อมาทำเองที่บ้านได้มีขนาดพอดีมือ พอดีช่องปากของมนุษย์ ประยุกต์จากการใช้แสงสีฟ้ามาใช้กระตุ้นให้เจลฟอกฟันทำงานได้ดีขึ้น ค่อยๆขาว ลดคราบหิวปูน คราบเหลือง เปิดเครื่องฉายแสงสีขาวอมฟ้าลงบนฟันประมาณ 10 นาทีติดกัน 2 อาทิตย์ ฟันจะดูขาวขึ้น

ข้อดี : ถูกประมาณ 800 – 1000 ขึ้นไปต่อเครื่องไม่รวมน้ำยา สะดวก ประหยัดเวลา ทำที่บ้านได้ ขาวธรรมชาติ ไม่ค่อยเสียวฟัน

ข้อเสีย : สู้แสงสีฟ้าจากเครื่องใหญ่ที่ศูนย์ทันตกรรมไม่ได้ เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพจึงต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผลที่นานกว่า

 

 

สรุปการฟอกสีฟันโดยใช้น้ำยาเป็นตัวทำปฎิกิริยาให้ได้ผลขึ้นกับ

  • สีฟันดั้งเดิม
  • ความเข้มข้นของน้ำยาฟอกฟัน
  • ระยะเวลาที่ใช้ในการทำ
  • จำนวนรอบของน้ำยา
  • เทคนิคของหมอแต่ละคน

 

ฟอกสีฟันไม่เหมาะกับ ?

  • ถ้าฟันเราผุหรือไม่แข็งแรง(พวกฟันกร่อนหรือเป็นโรคผิดปกติเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูกและฟัน)
  • ทำให้เหงือกร่นในกรณี ที่เป็นโรคปริทันต์อยู่ก่อนแล้ว
  • ท้องเสียถ้ากลืนยาลงไปในปริมาณมาก
  • อาการเสียวฟันมากสำหรับคนที่เหงือกร่น ฟันแตก หรือ เนื้อฟันโผล่
  • ฟันตายหรือฟันที่รักษารากมาแล้ว
  • วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน จะไม่ขาวขึ้นมากไปกว่าสีดั้งเดิมดังนั้นหลังทำเสร็จอาจต้องเปลี่ยนวัสดุอุดฟัน หรือครอบฟันด้วย
  • ไม่แนะนำทำในเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือ คนที่มีฟันซี่เล็กมาก เพราะอาจจะเสียวมากกกกกกก
  • ในช่วงเวลาหลังการจัดฟัน 6เดือน ไม่แนะนำให้ทำ
  • มีการอักเสปในกระดูกขากรรไกร หรือปลายรากฟัน
  • สตรีมีครรภ์

 

การดูแลฟันหลังจากฟอกฟัน

  • งดบุหรี ชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำผลไม้หรือน้ำใดๆที่มีสี รวมทั้งงด อาหารมีสีที่เหนียวติดฟัน 7 วัน  หลังจากนั้นเวลาทานอาหารหรือดื่มน้ำ แนะนำให้บ้วนปากหรือแปรงฟันทุกครั้ง เพื่อการรักษาความขาวเอาไว้
  • อาการเสียวฟันสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด

 

ข้อแนะนำ

ฟันปกติควรมีความขาวไม่มากไปกว่าสีของตาขาว จึงจะดูไม่หลอกตา เพราะอาจดูเหมือนฟันปลอมได้ via @DrWuttibong

 

ส่วนตัวเคยลองฟอกฟันแบบเจลทำที่บ้านซื้อตัวยากับคุณหมอและสั่งทำถาดฟันพอดีรูปฟัน พบว่าฟันขาวขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ เพราะตอนเด็กๆทานวิตามินเยอะสารพัดชนิด เคลือบฟันบางจนเห็นเนื้อฟัน ฟันเหลืองนวลสวยมาก 55555 ฟอกฟันอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนแล้วก็ต้องทำใหม่ รวมถึงการใช้ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปากด้วย และ การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่าง เกลือ เบคกิ้งโซดามาขัด มันก็สะอาด ดูผ่องดี แต่ไม่ได้ขาวขึ้นกว่าเก่าเท่าไหร่ ตอนนี้กำลังเล็งวิธีใหม่ เลยรวบรวมวิธีทำฟันขาวมาให้ตัวเองอ่าน และ คนอื่นอ่านด้วย เพื่อนๆละกำลังเล็งวิธีไหนกันอยู่ ?

 

 

 

XOXO

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาข้อมูล + รูปภาพ

ประสบการณ์ตรงของตัวเองที่เคยฟอกฟัน

ทวิตเตอร์ คุณหมอทันตแพทย์ @DrWuttibong

คุณ Abegel ณ พันทิพดอทคอม

sftravel.com

http://www.crest3d-whitestrips.com/before-after/

7hometeethwhiteningkits.com

http://www.infobarrel.com/How_to_Whiten_Teeth_Naturally

http://www.bangkoktoothwhitening.com

laserteethwhiteningdublin.com

imagedentallasvegas.com

http://www.toothwhiteninginlosangeles.com/baphotos.htm

sdcdentist.com

yimsuay.com

 

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASER, TEETHComments (1)

BEAUTY TALK – การสังเกตุผิวตัวเองว่าเป็นแบบไหน แห้ง มัน ผสม ธรรมดา แพ้ง่าย และวิธีการดูแลเบื้องต้น

 

 

 

 

 


 

คนส่วนใหญ่ที่ได้พบและพูดคุย ล้วนต่าง เง็ง (งง และ เซ็ง) ไม่รู้ว่าผิวตัวเองเป็นแบบไหน ? ต้องการการดูแลอย่างไร ? เราเองก็อยากแนะนำ แต่เราไม่ผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์ทางด้านผิวหนัง เราก็จะดูแลได้เฉพาะผิวแห้ง แพ้ง่าย เป็นสิวง่ายของตัวเองเท่านั้น เวลาใครถามจึงได้แต่แนะนำให้อ่านลิงค์นี้ว่า ใช้สกินแคร์อะไรดี เครื่องสำอางอะไรเวิค แต่ก่อนอื่นที่เพื่อนๆจะอ่าน REVIEW เพื่อนๆควรต้องรู้จักผิวตัวเองก่อนว่ามีสภาพผิวแบบไหนเพราะการดูแลผิวผิดวิธี ทำให้สุขภาพผิวแย่ลงได้จากเดิมมาก จากการที่เอิ๊กได้อ่านหนังสือมา ฟังวิชาการจากคุณหมอ สัมภาษณ์ตั้งคำถามคุณหมอ อ่านเว็บไซด์ รวมถึงประสบการณ์ตรง ขอแบ่งปันข้อมูลที่ตัวเอียงเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ ประมาณนี้นะจ๊ะ 

 

ผิวคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตลอดวัน สิ่งแวดล้อม อายุ สภาพอากาศ ความเครียด ฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ฯลฯ หัวใจหลักของการบำรุงที่แท้จริง คือ การทำให้ผิวอยู่ในสภาวะที่ชุ่มชื่น (มีน้ำหล่อเลี้ยงผิว) อย่างเหมาะสมสมดุล ตลอดเวลา

 

หลักในการแบ่งผิวแต่ละประเภทด้วยตา จะมองหาจาก น้ำหล่อเลี้ยงผิว (น้ำมันเคลือบผิว) บนใบหน้าเป็นหลัก 

 

  • น้ำมันหล่อเลี้ยงผิว สำคัญแค่ไหน ?

ลองนึกภาพ เต่ากับกระดอง ความสำคัญของกระดองคือการปกป้องอันตรายจากสภาวะแวดล้อมต่างๆที่ไม่ปลอดภัยรอบตัว ไม่ให้ภัยมาทำอันตรายโดนเนื้อของเต่าได้ “ น้ำหล่อเลี้ยงผิว = กระดองเต่า “ มีหน้าที่ปกป้องผิวจากสารเคมี สภาพแวดล้อมมลพิษที่เป็นอันตราย ไม่ให้ซึมลงสู่ผิวหน้า ความอันตรายจากการสูญเสียภาวะสมดุลของน้ำหล่อเลี้ยง ต่อมไขมันผลิตน้ำมันได้น้อยลง เมื่อนั้น โดดแดดก็เกิด กระ ฝ้าง่าย ใช้เครื่องสำอางผิดประเภท ก็แพ้ ก็หมองคล้ำง่าย ยิ่งน้ำหล่อเลี้ยงน้อยมากเท่าไหร่ โอกาสได้รับอันตรายของผิวก็มากขึ้นเท่านั้น 

การแบ่งสภาพผิวด้วยตาเปล่า จึงสังเกตุเอาความสมบูรณ์สมดุลของการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงมาจำแนกผิวแต่ละประเภท ยิ่งการผลิตน้ำหล่อเลี้ยง(น้ำมัน)บนใบหน้าดี พอเหมาะไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ผิวจะมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น สุขภาพดี ผิวพรรณเปล่ง ร้ิวรอยหายาก ..

ผิวแบ่งยังไง 4 สภาพผิวยอดฮิต ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ผิวธรรมดา 

  • ผิวธรรมดา
[สีเหลืองแทนด้วยน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว มีน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวพอเหมาะ สมดุล สมบูรณ์ที่สุด]

ลักษณะ : ผิวหน้าเรียบเนียนละเอียด  ผิวอวบอิ่ม มองด้วยตาไม่แห้ง ไม่มัน ดูนุ่มนวลชุ่มชื่นพอดี เพราะผิวมีการผลิตน้ำมันได้สมดุลสมบูรณ์แบบที่สุด  ลองสังเกตุผิวของเด็ก เด็กเป็นตัวแทนของผิวธรรมดาที่เราสังเกตุเห็นได้ง่ายที่สุด

ข้อดี : รูขุมขนแทบจะมองไม่เห็น ใบหน้าไม่มีปัญหาผิวกระ ฝ้า สิว รบกวนเท่าไหร่

ข้อด้อย : ต้องดูแลไม่ให้ขาดความชุ่มชื่นด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม รักษาน้ำหล่อเลี้ยงให้อยู่ในปริมาณที่สมดุล พอเหมาะไม่งั้นผิวก็เสียได้เหมือนกัน

การดูแล : เลือกใช้ครีมบำรุงสำหรับผิวธรรมดา ที่ไม่เข้มข้น หรือ บางเบาจนเกินไป โดยครีมบำรุงมีลักษณะปกป้องความชุ่มชื่นของผิวระหว่างวัน / ทากันแดดทุกวัน / สครับผิวอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หรือ เดือนละ 2 ครั้งเพื่อคงความอ่อนเยาว์และช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

 

  • ผิวแห้ง 
[สีเหลืองแทนด้วยน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว มีน้ำมันหล่อเลี้ยงน้อยมาก สีเหลืองไม่ค่อยมีเลย]

ลักษณะ : ผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวได้น้อย น้อยมาก ถ้าล้างหน้าแล้วรู้สึกหน้าแห้งตึง หรือ หน้าเป็นขุยกระจัดกระจาย เกิดริ้วรอยบางๆได้ง่าย 

ข้อดี : ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องรูขุมขน 

ข้อด้อย : ร้ิวรอยมาเร็ว เวลามีสิว จะรักษายากกว่าคนผิวมัน เพราะผิวจะไวต่อยาบางกลุ่ม จะทำให้ยิ่งแห้ง แดง ลอก เวลาหนาวยิ่งแห้ง ยิ่งระคายเคืองง่าย

การดูแล : ใช้ครีมบำรุงสำหรับผิวแห้ง เนื้อครีมจะเข้มข้นให้ความชุ่มชื่นได้ดี รวมถึงปกป้องการสูญเสียความชุ่มชื่นระหว่างวัน / ใช้สเปรย์น้ำแร่เพิ่มความชุ่มชื่นก่อนแต่งหน้าได้ / เลือกครีมกันแดดที่ผสมมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื่น / ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีฟอง / เลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ตระกูล sodium,AHA-BHA,น้ำหอม / ถ้าชอบทานอาหารเสริมอาจเลือกทานน้ำมันปลาช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น,Omega ช่วยลดการอักเสบหรือพวกผื่นแพ้ได้ / หลังล้างหน้าเสร็จ เช็ดหมาด ตามด้วยครีมทันที ผิวหมาดจะเก็บความชุ่มชื่นจากครีมและป้องกันการระเหยของครีมได้ดีกว่า / ดื่มน้ำเยอะๆ / หน้าหนาวต้องดูแลใช้ผลิตภัณฑ์เข้มข้นให้ความชุ่มชื่นเป็นพิเศษ

 

  • ผิวมัน 
[สีเหลืองแทนด้วยน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว มีน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวมาก มากไป]

ลักษณะ : ผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวมากเกินไป ถ้าล้างหน้าแล้วภายใน 2 ชั่วโมง ผิวเริ่มมัน รูขุมขนดูกว้างเห็นชัด มีสิวเสี้ยนง่าย สิวหัวดำโดยเฉพาะช่วงจมูก เป็นสิวง่าย

ข้อดี : ริ้วรอยเกิดยากกว่าคนผิวแห้ง ไม่ค่อยแพ้ระคายเคืองง่ายเหมือนคนผิวแห้ง

ข้อเสีย : สิวอักเสบเกิดได้บ่อย สิวอุดตันเกิดง่าย 

การดูแล : TONERคุมมัน / AHAผลัดเซลล์ผิว / BHA ลดความมัน ละลายไขมันอุดตันในรูขุมขน / ยาทากลุ่มกรดวิตามิน A ทาลดสิวเสี้ยน สิวอุดตัน / ใช้อะไรที่เป็น oil control, oil free / non-comedone / หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่เกี่ยวกับ Oil / หน้าร้อนต้องดูแลเป็นพิเศษ อาจทำให้เกิดการผลิตน้ำมันมากเกินไป เกิดสิวอุดตัน กลายมาเป็นสิวอักเสบได้ง่าย / เลือกครีมบำรุงเนื้อบางเบา เช่น lotion serum

 

 

  • ผิวผสม
[สีเหลืองแทนด้วยน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว มีน้ำมันหล่อเลี้ยงช่วงT-Zone เยอะ]

ลักษณะ : ผิวลูกครึ่ง มีทั้งแห้งและมันในผิวหน้า แก้มอาจจะแห้ง จมูกหน้าผากอาจจะมัน ตรงที่มันพบว่าสิวจะขึ้นง่าย ตรงที่แห้งก็มีโอกาสลอกเป็นขุย

ข้อดี : เกิดริ้วรอยยากบริเวณที่มัน ไม่มีเรื่องรูขุมขนกว้างในบริเวณที่แห้ง

ข้อเสีย : ดูแลยากกว่าทุกสภาพผิว เพราะต้องดูแลแบบผิวมันตรงส่วนที่มัน แบบผิวแห้งตรงส่วนที่แห้ง สิวผดอาจชอบขึ้นบริเวณหน้าผาก การเลือกครีมหรือยายากกว่าผิวแห้งและมัน

การดูแล : ใช้ครีมสองสูตร ใช้พวกcleanserที่ทำความสะอาดใบหน้า 2 สูตร ใช้ทั้งสำหรับแห้ง และ มัน ส่วนในแห้งลงแบบแห้ง ส่วนไหนมันก็ลงแบบมันไป แต่ถ้าต้องเลือกแค่แบบเดียว ให้เน้น ผิวแห้งถึงผิวธรรมดาดีกว่า / คุมมันโดยTONERเช็ดส่วนมัน / ใช้ AHA BHA ส่วนมัน

 

  • นอกจากการดูแลสภาพผิวตามผิวแล้ว แล้วผิวแพ้ง่าย มันมาจากไหน ??????

ผิวแพ้ง่ายเกิดได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ผิวธรรมดา ทำให้ต้องดูแลผิวมากกว่าปกติ ทุกคนที่มีผิวแพ้ง่ายก็จะมีนามสุกล แพ้ง่าย ห้อยท้าย : ผิวแห้ง – แพ้ง่าย ผิวธรรมดา-แพ้ง่าย ผิวมัน-แพ้ง่าย ผิวผสม-แพ้ง่าย นอกจากการดูแลข้างต้นต้องเพิ่มการดูแลแบบแพ้ง่ายเข้าไปด้วย

 

  • ผิวแพ้ง่ายคืออะไร และเกิดจากอะไร ?

ผิวแพ้ง่ายอาจจะเป็นปัญหาที่ผิวที่มาจากเซลล์ผิวไม่แข็งแรง 

  • อาจจะเกิดจากการใช้อะไรที่ทำให้ใบหน้าระคายเคือง 
  • กำจัดขี้ไคลมากเกินไป สครับหน้าบ่อยเกินไป การผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป 
  • ใช้อะไรรุนแรงไป เช่น ยารักษาสิว ยาละลายสิวอุดตันแล้วทิ้งไว้นาน 
  • ล้างหน้าบ่อยไป 
  • อากาศ 
  • ความเครียด 
  • อาหารที่ทาน 
  • ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย 
  • การใช้เสตียรอยด์ติดกันเป็นระยะเวลานาน 
  • สภาพแวดล้อม 
  • ฮอร์โมน 
  • เครื่องสำอาง 
  • สารเคมี 
  • แช่น้ำนาน 

เมื่อเซลล์ผิวหนังไม่แข็งแรง ปราการการปกป้องผิวสูญเสีย ผิวหนังก็จะเสียสมดุลในการผลิตไขมันออกมาเป็นน้ำหล่อเลี้ยงทำให้ผลิตน้ำหล่อเลี้ยงได้น้อยลง เวลาอะไรมาโดนใบหน้า ผิวจะซึมรับทุกอย่าง จึงเกิดการระคายเคือง คัน แดง เห่อ บวม อย่างใดอย่างหนึ่งนั่นเอง 

 

  • ผิวแพ้ง่าย  

ลักษณะ : ผิวที่มีความสามารถในการปกป้องผิวลดลง ผิวอักเสบง่าย ผิวอ่อนแอลง สุขภาพผิวไม่แข็งแรง ต้องดูว่าเคยใช้พวกครีม หรือ ยาทารักษาสิว แล้วทำให้เกิดการระคายเคือง หรือ แห้งลอก บวมแดง เป็นผื่นแพ้ แสบรวมถึงคัน อย่างใดอย่างหนึ่งรึไหม ?

การดูแล : ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเคลือบผิวไว้ ทำหน้าที่เสมือนน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวที่เลียนแบบน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติของมนุษย์ / หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มี สารกันบูด และน้ำหอม ที่ปราศจาก สี แอลกอฮอล์ และสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแล้วว่า อ่อนโยน ปลอดภัย สำหรับ ผิวแพ้ง่าย / อาหารควรทานแมกนีเซียม ปลา และหอยเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันผิวหนังให้แข็งแรง / เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เกิน 2 ตัวในการบำรุงผิว และต้องเป็นสูตรอ่อนโยน

 

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆในการดูแลผิวบ้างนะคะ

XOXO

 

 

 

 

 ที่มาข้อมูล + รูปภาพ

- สัมภาษณ์แพทย์หญิงวรทัย เตือนอารีย์ ISKYCENTER

- หนังสือ สิว Solution คุณหมอผิง

- FW เมลล์

- ประสบการณ์ส่วนตัวของเจ้าของบลอค

- เคล็บลับผิวใส สไตล์ ญี่ปุ่น แพทย์ผิวหนังญี่ปุ่น

Posted in SKIN, SKIN CAREComments (1)

REVIEW – เคล็ดลับผิวขาวกระจ่างใส เปล่งประกายออร่า โดยหลากหลายวิธีเพื่อคนอยากขาวโดยเฉพาะ

 

” เคล็ดผิวขาวกระจ่างใสเด้ง เปล่งประกายออร่ากระจาย ราวกับฉีดและอัดกลูต้ามาเป็นกะลามังนี้ “

ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม หลาม หลาม หลาม ต้องขอขอบคุณมาก ณ ที่นี่ด้วย และบทความต่อจากนี้ อาจทำให้ทุกคนผิดหวัง หรือเปลี่ยนความคิด แนวคิดใหม่ เพราะเราจะมาล้วงตับกันให้กระจ่างแจ่มแจ้งกันไปในเรื่องของ ความจริง .. กับ สีผิวที่อาจจะยังไม่มีใครบอกคุณ แต่ erk-erk.com จะบอกคุณเอง



” คิดดูว่าถ้าโลกนี้มีแต่คนผิวขาว โลกมันจะเป็นยังไง ? “

สดใส น่าอยู่ขึ้น เจอแต่คนดี ?

 

เอาละก่อนที่เราจะไปเรื่องกระบวนการ WHITENING สร้างผิวขาวราวเม็ดนุ่น เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า คนที่มีสีผิวอ่อน กับ คนที่มีสีผิวเข้มขึ้นมากหน่อย อะไรทำให้มันเป็นอย่างนั้น ? มันถูกกำหนดด้วยอะไรบ้าง ?

ทำไมต้องรู้ ถ้าไม่รู้แล้วจะไปกิน ไปฉีดกลูต้า ไปลอกได้ไง ? กับแค่เข้าใจว่ามันทำให้ ” ขาว ” สีผิวเราเป็นแบบนี้มาเป็นสิบๆปี วันดีคืนดี นึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนเคยคิดไหมว่ามันอาจจะอันตรายจนถึงแก่ชีวิต โอเคถ้าไม่เคย วันนี้เราจะได้คิดกัน อย่าเพิ่งเครียดไป คนที่อยากขาวไม่ใช่มีแค่ใครหลายคนหรอก ตัวเอิ๊กเองก็ด้วย หลายคนอาจจะบอกว่า ” เอ็งยังขาวไม่พอเหรอ ? “ ก็เหมือนใครหลายคนแหละ ยังไม่พอใจ ยังรู้สึกว่าคล้ำอยู่ หมองอยู่ และมีคนทักแล้วว่าหมอง ซึ้ง !

 

ส่วนตัวเคยมีประสบการณ์ทานเม็ดกลูต้าตามเน็ต ที่ต้องทานร่วมกับวิตามินซี โห OMG 3 เดือน พีรญาขาวยังกับคนเผือก มันจะวิ๊งปิ๊งปั๊งอะไรขนาดนั้น ช่วงนั้นป่วยไม่ได้ออกจากบ้านเลย 2 เดือน เดินออกมาจากบ้านที ราวกับ ผิวติดนีออน

แต่ช้าก่อน ความฝันที่กลายมาเป็นความจริงก็ได้ค้นพบแล้วว่ามันอยู่กับเราไม่ยั่งยืน เชื่อไหมว่าโดนแดดแค่เพียงนิดเดียว สีผิวเดิมกลับมา และกลับมาคล้ำหนักกว่าเดิม บางคนอาจจะทานต่อ แต่เราที่เราโชคดีมาก เกิดฉุกคิด ว่ามันเป็นเรื่องไม่ปกติ ทำไมโดดแดดไม่มาก ถึงกับมามีผิวคล้ำเสียได้มากกว่าเดิมถึงเพียงนี้ อาทิตย์ที่แล้วออกมาจากบ้านยังสว่างอยู่เลย ทำไมตอนนี้สีผิวมันออกน้ำตาลไหม้ๆแทนๆละ ปกติก็ไม่ได้สีเข้มเท่านี้ ว่าแล้วครั้งเดียวจบ เลิกเลย แล้วก็ไม่เคยกลับไปมองอีก หรือแนะนำต่อให้ใคร และไม่เคยบอกใคร คนที่เข้ามาอ่านเท่านั้นที่จะได้รู้ความจริง ว่าตัวเอิ๊กเองก็เคยสรรหาวิธีเหล่านี้ทำร้ายตัวเองเหมือนกัน

อีกวิธีที่เอิ๊กพยายามเคยทำมาเพราะไม่เคยรู้ว่ามันก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่กับการใช้ ” กรดผลไม้ ” ลอกผิว AHA % สูงๆ ทำโดยอ่านตามคำโฆษณา สรรพคุณว่าจะทำให้ผิวขาวขึ้น พริตตี้ใช้กับ ทำแล้วจะสวยอย่างงั้นอย่างงี้ ทาเองโดยทาทิ้งไว้ทั้งคืน ประกฎว่า หนังบางจุดร่อน เจ็บๆ พองๆ ทำหลายครั้งมาก สุดท้ายคิดว่ามันเห็นผลสู้กลูต้าไม่ได้ เลยจบ ยอมรับกับความจริงสีผิวไหนสีผิวนั้น และความจริงที่แถมมาว่า .. จุดน้ำตาล กระ ขึ้นง่ายมาตามแขน ผิวหนัง ผิวหน้า สรุป เราได้รับสิ่งตอบแทนมาคือ “ผิวไวแสง” ยิ่งหน้านี่กลายเป็น “ผิวบาง” ความอันตรายยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะนี้เป็นการสังเกตุของตัวเองล้วนๆ ไม่เคยอ่านอะไรใดใดทั้งสิ้น ” ข้อมูลน้อยแต่โง่ด้วย “ ถึงทำได้หลายอย่างแบบนี้

 

เรื่องราวของเอิ๊กก็จบไป ทุกวันนี้สีผิวเหมือนโอวัลตินบางบาง ก็โอเค ยอมรับ และ พยายามพอใจ อย่างน้อยก็ยังอยากมีสุขภาพผิวที่ดี แข็งแรง และไม่เป็นโรคที่เกิดจากการกระทำของตัวเอง

 

ก่อนที่จะมีผิวขาวกระจ่างใสแบบไหนที่คุณต้องการเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าอะไรเป็นตัวกำหนดสีผิว ?

 

{ ข้อมูลส่วนนี้จะเป็นข้อมูลที่สัมภาษณ์และถอดเทปมาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง เลเซอร์ แพทย์ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กับ วุฒิบัตรในสาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) เป็นอาจารย์นักเรียนแพทย์ นักวิชาการ นักวิจัย แพทย์อาสา สำหรับผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา แพทย์ผิวหนังเลเซอร์โรงพยาบาลศิริราช และ ที่ปรึกษา ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมเลเซอร์ระดับสากล ISKY CENTER เพื่อที่เราจะได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรงที่มีงานวิจัยรองรับมาให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ต้องขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี่ด้วยค่ะ }

 

สีผิวคนเรา ขึ้นกับ ” เมลานิน ” หรือเม็ดสีใต้ผิวหนัง ซึ่งหลักๆมีอยู่ 2 ตัวคือ

  1. (eu)melanin เม็ดสีออกน้ำตาล-ดำ (ผิวสองสีมีเยอะ)
  2. (pheo)melanin เม็ดสีออกแดง-น้ำตาล (ผิวขาวมีเยอะ)

และคนเราทุกคนมีเม็ดสีทั้ง 2 ชนิดนี้อยู่ในร่างกาย อยู่ที่ว่าจะมีอะไรมาก หรือ น้อยกว่ากัน

[http://www.udel.edu/biology/Wags/histopage/colorpage/cin/cin.htm]

แล้วเจ้าเมลานินถูกกำหนดจากอะไร ?

  1. กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ พูดง่ายๆ พ่อแม่ให้มา
  2. แสงแดด กระตุ้น ให้เม็ดสีเข้มขึ้น
  3. คนป่วย คนไข้ คนกินยาบางประเภท เช่น ตัวเหลืองทานฟักทองเยอะ กินยาบางประเภทตัวออกแดง คนป่วยมะเร็งตัวคล้ำขึ้น

กลไกการเปลี่ยนสีผิว ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว ส่วนมากขาวที่สุดได้เท่าไหน ให้ดูตามผิวหนังที่ไม่โดนแดด – แก้มก้น หน้าท้อง

  1. ใช้แสงแดด – อยากผิวสองสี ผิวแทน ก็ไปอาบแดด สังเกตุเด็กเกิดใหม่สีผิวนึง โดนแดดไปเรื่อยๆโตขึ้นก็สีคล้ำขึ้น
  2. ครีมกันแดด ไม่โดนแดด – อยากขาวขึ้น ทากันแดด เก็บตัวไม่โดนแดดนานพอ EUMELANIN ก็จะกลายเป็น PHEOMELANIN ผิวจึงขาวขึ้นแน่นอน
  3. สื้อผ้า - อยากขาวขึ้น ใส่เสื้อผ้าคลุมมิดชิด ขายาว แขนยาว เมื่อไม่โดนแดดคุณจะขาวขึ้น
  4. ขัดขี้ไคล – อยากขาวขึ้น ขัดชั้นขี้ไคล้ออก เหมือนฝุ่นจับอยู่แล้วเราปัดออกผิวก็ขาวขึ้นแบบธรรมชาติที่เราเป็น
  5. ยาทา ครีมบำรุง - อยากขาวขึ้น ทำขี้ไคลหลุดเร็วขึ้นก็ทาด้วยกรดวิตามินเอ วิตามินซี กรดผลไม้ กรดต่างๆ LACTIC ACID ครีมบำรุงผิว
  6. ยาทายับยั้งกลไลการสร้างเม็ดสี – อยากขาวขึ้น ทาอาร์บูติน ไฮโดรควิโนน ผลค้างเคียงเยอะมาก รอยแดง จุดกระดำๆเกิดขึ้น ภาวะผิวอันตราย อย.ห้ามขายต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น มักใช้แก้ฝ้า ไมเคิล แจคสัน ใช้สารตัวนี้ทาผิว
  7. ลอกผิว – อยากขาวขึ้นใช้ปรอท กรดเรทิโนอิค ผิวบางลง มีปรอมสะสม ดำง่าย ทางเดินปัสสวะอักเสบ ไตอักเสบ
  8. กลูต้าไทโอน ทา กิน ฉีด – อยากขาวขึ้น ทา กิน ฉีด กลูต้าไทโอน ฉีดได้ผลเร็วสุด ไปยับยั้งการสร้างเม็ดสี EUMELANIN ชั่วคราวและ ขยันสร้างแต่ PHEOMELANIN เลยขาวขึ้น แต่ยังไม่มีงานวิจัยไหนรับรองว่าจะทำให้ปลอดภัยทั้งกิน ฉีด ทา อะไรก็ตามถ้า FDA อเมริกายังไม่ได้รับรองทั่วโลกก็เชื่อได้ว่ามันไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลเพราะอเมริกาเข้มมาก ทั้งอย.ของไทย และ แพทย์สภาไทยก็ไม่ยอมรับเช่นกัน ที่น่าตกใจกว่านั้นล่าสุด พบกว่า “หนูที่ได้ใช้ในการทดลองเกี่ยวกับกลูต้าไทโอนนั้น” เป็นมะเร็งผิวหนัง  กลูต้าไทโอนจึงไม่สามารถมีงานวิจัยเพื่อการยอมรับได้ให้มาทดลองกับคน เนื่องจากสัตว์กลายเป็นมะเร็ง ทันทีที่เมื่อไหร่หยุด โดนกระตุ้นโดยแสงแดด สีผิวของคุณมันก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

สรุป อะไรก็ตามที่มีการผลัดเซลล์ผิวโดยการขัดขี้ไคลให้เกิดขึ้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายและทำให้ผิวดูขาวใสปลอดภัยอย่างเป็นธรรมชาติ หากใช้ในปริมาณ เวลา ความถี่ที่เหมาะสม แต่ อะไรก็ตามที่ไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนโครงสร้างเม็ดสีผิว เหล่านั้นมักอยู่ในการควบคุมโดยแพทย์ และไม่ปลอดภัย เนื่องจากผิวหนังจะขาวขึ้น แต่เกราะป้องกันผิวจะต่ำลง หากเกิดการกระตุ้นโดยแสงแดด จะนำพาปัญหาผิวมากมายมาไม่รู้จบ โดยเฉพาะ ” มะเร็งผิวหนัง “


เมื่อโดนแดด โดนสิ่งกระตุ้น ทำไมคนเราต้องผิวคล้ำขึ้น ?

เพราะเป็นกลไกการป้องกันตัวของร่างกายจากภัยอันตรายรอบตัว ที่สร้างมาอย่างสมดุลและมีเหตุผล เช่นในคนแอฟริกัน ที่มีเมลานินแบบ EUMELANIN อยู่เยอะก็เพื่อให้ป้องกันแสงแดดที่แผดเผา การมี EUMELANIN เหมือนเป็นการถือร่มให้กับDNAต่อผิวหนัง เพราะเวลาแสงแดดมาโดนผิวหนังเยอะๆ มันสามารถเปลี่ยนผิวหนังเราให้กลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้ เพราะฉะนั้นคนที่ผิวคล้ำ ผิวแทน ผิวสองสี ก็เท่ากับว่ามีร่มป้องกัน DNA ป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังตรงจุดนี้

ดังนั้น เชื้อชาติจึงสร้างสีผิวเรามาให้มีเม็ดสีที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ประเทศที่เราอยู่ ฝรั่งทำไมถึงสีผิวเหมือนแอฟริกา คนไทยทำไมถึงมีผิวสองสีเยอะ เราสามารถแบ่งได้ตามสภาพแวดล้อมอากาศและแสงแดดสำคัญที่สุด ฝรั่งเป็นประเทศที่ขาวสุดก็จริง อมชมพูก็จริง แต่เป็นประเทศที่ค้นพบว่าเป็น ” มะเร็งผิวหนังเยอะที่สุดของโลกด้วยเช่นกัน ”  และคนไทยทำไมเจอมะเร็งผิวหนังน้อยกว่าก็เพราะเรามี EUMELANIN เยอะกว่า เกราะป้องกันผิวเราดีกว่า และ แอฟริกัน แทบไม่เคยเจอมะเร็งผิวหนังเลย ผิวขาวยังเหี่ยวง่ายและแก่เร็วกว่า



ดังนั้น การใช้กลูต้ามาเพื่อเปลี่ยนสีผิว โดยการยับยั้งการสร้าง EUMELANIN จะทำให้ผิวเราไวต่อแสงมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดมะเร็งผิวหนังมากขึ้น กระ ฝ้า จุดด่างดำบนผิว ถ่ายรูปก็ดูตัวอ้วนกลมกว่าเนื่องจากสว่าง และการฉีดกลูตาไทโอนขนาดสูงเสี่ยงต่อการช็อก ความดันต่ำ หายใจไม่ออก จนถึงขั้นเสียชีวิต และ การที่ได้รับสารกลูต้าไธโอนเป็นเวลานาน ๆ มีผลต่อแร่ธาตุในขบวนการเมตาบอลิซึม และตัวมันเองสามารถกลายเป็นอนุมูลอิสระ มาทำร้ายร่างกายได้ สำคัญไปกว่านั้นจะทำให้เม็ดสีที่จอตาลดลง ทำให้รับแสงได้น้อยลง เสี่ยงต่อการมองเห็นได้ในอนาคต !


 

“ บริษัทเครื่องสำอางจึงควรแสดงความรับผิดชอบโดยการพิมพ์ผลเสียของแสงแดดไว้ที่กล่องบรรจุว่า “ผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง และทำให้ผิวเหี่ยวแก่เร็ว” เช่นเดียวกับที่ซองบุหรี่มีคำเตือนว่า “การสูบบุหรี่อาจทำให้เป็นมะเร็งปอด และทำให้แก่เร็ว “

 

ประชาชนผู้บริโภคไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้น เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างถาวร ผลิตภัณฑ์ หรือยาอาจจะช่วยได้ชั่วคราว แต่เมื่อหมดฤทธิ์ร่างกายก็จะผลิตเม็ดสีตามปกติ ทั้งนี้การที่ประชาชนในแถบเอเชียมีผิวคล้ำถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ เพราะสามารถป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตจากแสงอาทิตย์ได้ ทำให้โอกาสการเกิดมะเร็งผิวหนังน้อยกว่าคนผิวขาว จึงไม่ควรมีค่านิยมที่ผิดในการเปลี่ยนสีผิวให้ขาวผิดธรรมชาติ

ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขได้มีระเบียบออกมาห้ามไม่ให้แพทย์ใช้การรักษาด้วยวิธีนี้ ทำให้ประชาชนที่มีความเชื่อว่าฉีดแล้วจะขาวไปฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทาง การแพทย์ ดังเช่นที่เป็นข่าวในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ และยังมีการขายทาง internet มาก มาย จึงขอนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังอีกครั้ง และสามารถดูรายละเอียดที่ทางสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยที่ได้เคยพูดไป แล้วเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2552 และ 19 ธันวาคม2552 ทาง VDO clip ในเว็ปนี้ http://www.dst.or.th/vdo_p.php

{ เป็นข้อความบทความที่สมาคมแพทย์ผิวหนังได้บอกไว้ }

http://www.dst.or.th/news_details.php?news_id=62&news_type=oth

 

ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ชาตินี้เอิ๊กจะเลิกมองวิธีการขาวโดยการไปยุ่งกับการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนังโดยเด็ดขาว

เอิ๊กเป็นคนนึงที่เคยโดนแดดจนสีผิวเปลี่ยน นี่ปรับให้ขาวขึ้นแล้วได้ประมาณนี้ รุ่นพี่เรียก “เขมร”

แต่สุดท้ายแล้วเมื่อดูแลตัวเอง

กางร่ม หลบแดด ทากันแดด ขัดขี้ไคล้โดยกรดผลไม้อย่างมะขามเปียก

ทุกอย่างก็กลับมาสู่ภาวะปกติที่ตนเองสามารถเป็นได้ และ ปลอดภัยค่ะ

ขออุทิศบุญกุศลบทความนี้ให้กับ เทวดา  ของครอบครัวของผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา

และ ครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของเอิ๊กเอง รวมถึงคนที่เห็นบทความนี่มีประโยชน์แล้วแชร์ต่อเพื่อให้เกิดวามเข้าใจที่ถูกต้อง และมีชีวิตที่ดูดี สวยหล่อ แบบปลอดภัยค่ะ

 

 

 

 

 

 

XOXO

อาทิตย์หน้าเจอกันเรามีกิจกรรมแจกครีมบำรุงผสมพิเศษเพื่อผิวคุณคนเดียวโดยเฉพาะ และ เลเซอร์ตามปัญหาผิว 1 ครั้ง คนเป็นหลุมสิว กระ ห้ามพลาด

 

 

 

 

Posted in BEAUTY, BODY, GLUTATHIONEComments (5)

REVIEW – BB BODY LOTION เคลือบผิวขาว QINMEHOUSE

Posted in BODY, GLUTATHIONE, REVIEW, SKIN CAREComments (0)

TALK ABOUT : IPL เลเซอร์หน้าใสจริงเหรอ ? พร้อมREVIEWหลังทำ

IPL intense pulsed light เป็นการใช้แสงที่มีหลายช่วงคลื่น รักษาผิวหนังที่มีจุด จุดดำ จุดแดง ต่างกับ เลเซอร์ ที่เป็นแสงช่วงคลื่นเดียว ดังนั้น แสงLASER กับ แสงIPL คนละชนิด IPL ไม่ใช่ LASER นะคะ

 



หลักการทำงาน

  • ปล่อยความยาวคลื่นออกมาให้โดนเซลล์ผิวหนังแต่ละเซลล์ที่ต้องการ – เซลล์แต่ละเซลล์ดูดซับพลังงานแสงได้ไม่เท่ากัน เซลล์เม็ดเลือดก็แบบหนึ่ง เซลล์คอลลาเจนก็แบบหนึ่ง เซลล์เม็ดสีดำ หรือ แดง ก็แบบหนึ่ง
  • IPL จะปล่อยแสงจำเพาะเจาะจงในแต่ละครั้งได้ เช่นรอบนี้เลือกความถี่ที่จะปล่อยแสงไปยังเซลล์เม็ดสีดำ (จุดด่างดำ) มันก็จะโดนเม็ดสีดำเท่านั้น รอบต่อไปอาจจะเลือกปล่อยแสงให้โดนเม็ดเลือดแดงด้วยความถี่ที่เหมาะกับเม็ดเลือกแดง ปล่อยแสง IPL ลงไป ก็จะเกิดความร้อนที่บริเวณเม็ดเลือดแดง มันก็จะไปทำลายพนังหลอดเลือดแดงเล็กๆ (รอยแดง เส้นเลือดฝอยเล็กๆแดงๆที่มีขนาดไม่เกิน 0.2 มิล) รอยแดงก็จะหายไป รอบต่อไปอาจใช้ลดรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ใช้ความร้อนจากแสง IPL ไปจับน้ำในเซลล์ของคอลลาเจน กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
  • การรักษาควรต้องยิง IPL หลายครั้งขึ้นไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้

 

รักษาอะไรได้บ้าง

  1. รอยดำ จุดดำ
  2. รอยแดง จุดแดง รอยแดงจากแผลคีรอยด์
  3. กระจาง กระตื้น กระแดด
  4. ฝ้าบางชนิด
  5. ริ้วรอยตื้นๆ
  6. กระชับรูขุมขน
  7. รักษาสิว (เมื่อทาสารบางตัวก่อนปล่อยแสง IPL ช่วยฆ่าเชื้อ P Acne)
  8. กำจัดขน

 

 

สรุป IPL สามารถรักษาได้หลายอย่างในการทำเพียงครั้งเดียว .. แต่จะให้เห็นผลต้องทำหลายครั้ง .. และด้วยความสามารถที่ทำได้หลายอย่างในหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะทำให้รูขุมขนที่หดขนาดลงได้บ้าง จึงมีชื่อเรียกทางโลกว่า “ เลเซอร์หน้าใส “ จริงๆแล้ว แสงIPL ไม่ใช่ แสงLASER เป็นแสงคนละชนิดกัน

 

ระยะเวลาการเห็นผล

  • ภายใน 1-3 วัน เห็นชัดว่าหน้าใสขึ้น แต่ก็ไปเร็วกว่าพวกเลเซอร์ที่ยิงแล้วมีแผล ที่จะอยู่ได้ยาวนานกว่าและเห็นผลชัดกว่า

 

ข้อแนะนำ

  • ทาครีมกันแดด + กันแดดที่มีไวเทนนิ่งผสมทุกวัน

 

คนที่เหมาะกับการรักษาด้วย IPL

  • คนรักษาสิวเรื้อรังที่มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้เรื่อยๆ เพราะเลเซอร์จะราคาสูงกว่า ถ้าต้องเป็นสิว ทิ้งรอยแล้วกลับมาใหม่ก็เลือกIPLจะคุ้มกว่า เวลาทำก็ทำต่อเนื่องเดือนละครั้งทำ 3-4 ครั้งเริ่มเห็นผล คนที่ดูแลผิวตัวเองดีดี IPLสามารถให้ผลรักษาอยู่ได้นานเป็นปี

 

ราคาแต่ละที่ไม่เหมือนกัน
  • ต่างกันที่เครื่องนำเข้าจากประเทศอะไรมีตั้งแต่เครื่องนำเข้าจีน ถึง ราคาหลายล้าน / หัวIPLเล็กใหญ่ / บางที่คิดเป็น SHOT บางที่คิดเป็นพื้นที่
  • ผลลัพธ์จึงออกมาไม่เหมือนกันด้วยขึ้นกับประสิทธิภาพของเครื่อง การจะทำIPLจึงต้องเช็คมาตราฐานของเครื่องก่อนการเปรียบเทียบราคา

 

ข้อดี

  1. ทำได้ทุกอย่าง รักษาได้ทุกอย่างในเครื่องเดียว
  2. ไม่ต้องทายาชา
  3. รักษาได้หลายอย่างใน 1 ครั้ง
  4. ไม่มีบาดแผลหลังทำ
  5. การดูแลรักษาหลังทำง่าย
  6. ใช้เวลาทำเร็ว

 

ข้อควรระวัง

การไหม้ เป็นรูปหัวIPL สี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียวยาว(เรียกว่าบั้ง) เกิดจากการที่ IPL ส่งแสงลงไปยังผิวหนังชั้นล่าง ก่อนจะลงไปต้องผ่านผิวหนังชั้นบน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี Cooling Gel เพื่อป้องกันการไหม้ของผิวหนังชั้นบน

อีกกรณีแสง IPL กับเรื่องของสีผิว ผิวขาว ผิวสองสี ใช้แสงIPLความถี่ไม่เหมือนกัน คนไข้ผิวสองสี ผิวเข้ม จะต้องใช้พลังงานแสงที่ลดลง คนผิวสีเข้มผิวจะดูดซับแสงได้ดี ที่สำคัญเกิดการ BURN หรือ ไหม้ได้ง่าย เช่น ไรผมจะBURNง่าย ผมซึ่งมีเม็ดสีดำ เม็ดสีเข้มจะดูดซับพลังงานได้ดีกว่าบริเวณโหนกแก้ม หรือ ขาจะไหม้ได้ง่ายกว่าหน้า เพราะขามีขน คนไข้ที่ผิวเข้มแต่ต้องการกำจัดขนด้วย IPL อาจจะเลือกใช้วิธีอื่น หรือเลือกเลเซอร์กำจัดขนเฉพาะทางไปเลย เพราะโอกาสเสี่ยงไหม้ เยอะมากกว่า

 

ถ้าเกิดการไหม้ จะทำยังไง (น้อยคนจะเจอ) 

  • ถ้าเกิดการไหม้จะตกสะเก็ดแล้วก็หลุดลอกออก คราวนี้ขึ้นอยู่กับว่าการไหม้ลงไปลึกแค่ไหน ถ้าไม่ลึกมันจะลอกออก ผิวจะเหมือนเดิม
  • ถ้าเป็นตุ่มน้ำ อาจทาขี้ผึ้ง หรือ ยาปฎิชีวนะ แล้วค่อยสะกิดตุ่มออก
  • ทากันแดดทุกวัน แดดจะทำให้ผิวหายช้า และอาจอาการหนักกว่าเดิม
  • อาจต้องใส่ที่ครอบปากกันติดเชื้อ
  • ถ้าเกิดรอยดำอาจทาครีมไวเทนนิ่ง
  • ถ้าเกิดรอยดำอาจทานยาเพื่อให้ผิวขาว แต่อันตรายต้องได้รับคำแนะนำและจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น

ดังนั้นจะไหม้หรือไม่ เกิดจากสีผิวของเรา และ ความพร้อมของผิวเรา

 

การเตรียมตัวก่อนทำ

  • อย่าตากแดดจัดเป็นเวลา 1-2 อาทิตย์ก่อนทำ

คนที่ไม่เหมาะกับ IPL

  • คนที่แพ้แสงอาจไม่ควรทำ
  • คนที่เป็นคีลอยด์ง่ายๆ อาจต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • คนที่มีแผลอยู่แล้วไม่ควรทำ เช่นยิงตรงแผล
  • คนที่ตั้งครรภ์ไม่ควรทำ

 

ข้อเสียของ IPL คือ

  • รักษาปัญหาทุกอย่างที่กล่าวมาได้แต่ไม่ได้หายไปภายในครั้งเดียวอาจต้องทำ 3 ครั้งขึ้นไป
  • รักษาหลายรอบขึ้นไปถึงจะเห็นผล
  • อาจเกิดผลข้างเคียง รอยไหม้ รอยด่างขาว

 

ดังคำกล่าวของแพทย์ผิวหนังท่านนึง IPL IT’S LIKE A DUCK BUT IT ISN’T THE BEST

เพราะรักษาได้ทุกอย่างจริง เห็นผลจริงแต่ๆละครั้งจะได้แค่จางลงไม่หายไปเลย สมมุติเป็นกระยิง IPL อาจต้องใช้เวลา ใช้การทำ 3 ครั้งขึ้นไป แต่หากใช้พวกเลเซอร์จำเพราะเจาะจงเช่น Q-Switch ก็จะเห็นว่ากระตื้น กระแดด หายไปในครั้งเดียว หรือรอยสิวถ้าใช้ IPL รักษารอยแดง อาจต้องใช้เวลา 3 เดือน แต่ VBEAM เลเซอร์ใช้ยิงหลอดเลือดแดงที่ขยายตัวจะเห็นผลเร็วภายใน 1 เดือน เปรียบเทียบกับการทายารอยสิวกว่าจะจางก็นานขึ้นไปอีก หรือปล่อยให้หายเอง อาจต้องรอยาวนานถึงครึ่งปีในบางคน

REVIEW

เอิ๊กเป็นรอยดำจากสิว นานมากไม่หายเลย หลุมด้วย แต่ต้องรักษาที่ละอย่างเอาที่ง่ายก่อน เลยเลือกรอยดำ รอยแดง รอยดำเลือก IPL รอยแดงเลือกVBEAM เอิ๊กไปยิงIPLที่เดิม ISKYCENTER เนื่องจากมีประวัติการรักษาด้วยเลเซอร์อยู่ที่นั่นแต่ คุณหมอรังสิมา แพทย์ที่ไปพบประจำไปให้วิชาการที่อื่น :) เอิ๊กเลยไปพบคุณหมออีกคน ไปช่วงเช้าคนไข้คนอื่นยังไม่มา เลยขอสอบถามอย่างละเอียดและได้บทความนี้มาต้องขอขอบคุณ แพทย์หญิง วรทัย เตือนอารีย์ ที่ให้สัมภาษณ์ค่ะ 

ยิงด้วยเครื่องนี้ อลังมาก ราคา ครึ่งหน้า 2500 บาท เต็มหน้า 4000 บาท ซื้อเป็นคอร์สถูกกว่า 3 ครั้ง ครึ่งหน้า 4000 บาท เต็มหน้า 9600 บาท

ให้ดูผล VBEAM ก่อน จริงๆแผลสด สิวเพิ่งอักเสบ ยิง 3 วันหายเลย 555 คุณหมอวรทัย รู้สึกจะใช้ความแรงเลเซอร์เยอะกว่าที่เคยทำ สังเกตุจากเสียง เลยหายเร็วมาก

หน้าผากรอยยังอยู่จางๆ แต่ดูใสขึ้น

ช่วงแก้มดูใสขึ้น วันแรก กิ๊งเลยละ ที่รูขุมขนกว้างเพราะนอนเช้าทุกวัน 55555555

หลังทำ เพราะเลเซอร์ด้วย IPL ด้วย คันๆหน่อยๆ เลยใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 100% ชโลมกันแห้ง ผิวเลยดูมันๆ และทากันแดดตลอด อาจจะทำต่อหรือไม่ทำต่อค่อยว่ากันอีกทีตอนนี้ดูเรื่องทำเป็นคอร์สไว้ แต่ตอนนี้มันดีจนพอใจแล้วค่ะ ตอนนี้เริ่มกังวลเรื่องหลุมที่หน้าผาก 3 หลุม ที่แก้มก็มี เกิดจากเล็บช่วนตอนเกิด 55 แม่ไม่ตัดเล็บให้ข้าเจ้า

ขอจบเรื่องเลเซอร์หน้าใสแค่เพียงเท่านี้ ว่าความจริงมันเป็นยังไง หวังว่าคงได้ประโยชน์กันนะคะ

XOXO

ที่มาของรูปภาพ

iskycenter.com

webmd.com

bestofbothworldsaz.com

http://the-coveted.com/blog/2008/10/14/zap-zits-with-light-therapy/

http://www.alibaba.com/product-gs/377432190/Vertical_IPL_intense_pulsed_light_laser.html

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASERComments (0)

เคล็ดลับชะลอวัยหน้าเด็กกว่าวัย : Tips For Keeping Skin Young And Healthy Looking

ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 14 มกรา 2555 อายุ 24 ปี 6 เดือน 14 วัน

ใครๆก็คงอยากให้ตัวเองดูอ่อนกว่าอายุที่เป็นจริงเสมอ หรือมีใครอยากดูอายุมากกว่าความเป็นจริงบ้าง ?

คงไม่มีหรอก ตัวเอิ๊กเองก็ไม่อยากรับความจริงเรื่องวัฎจักรสังขารของชีวิตมนุษย์เท่าไหร่นัก .. แต่เราต้องรับมันให้ได้ และมีความสุขที่จะรับมันด้วย .. เพียงแต่หากเรามีวิธี แนวทาง ที่เมื่อปฏิบัติตาม แล้วจะทำให้เรามีผิวที่มีสุขภาพดี ยืดหยุ่น ไม่โทรม เราก็จะดูเด็กกว่าอายุก็เป็นได้ บางคนเกิดมาโชคดี ผิวพรรณ ขาวใส ละเอียด ใบหน้าอ่อนเยาว์อยู่แล้ว บางคนต้องใช้ความพยายามมากขึ้นกว่าคนโชคดีเหล่านั้น วันนี้เอิ๊กขอนำเรื่องราวดีดี จากแพทย์ผิวหนังโรงพยาบาลศิริราช ผศ.พญ. รังสิมา มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้นำไปปฎิบัติตาม หลายข้อเอิ๊กทำอยู่ หลายข้อละเลย แต่ตอนนี้ด้วยวัยจะเบญจเพสแล้ว ต้องชะลอไว้ก่อน เพื่อที่ 30 40 ยังดูดี ดูเด็กกว่าวัยเนอะ เอาละไปอ่านกันดีกว่า ว่าคัมภีร์ ชะลอวัยของเรามีอะไรกันบ้าง

เอิ๊กจะสอดแทรกความรู้ที่เอิ๊กได้รับฟังวิชาการขนาดย่อมของ อจ ผศ.พญ.รังสิมา ลงไปด้วยนะคะ เนื่องจากข้อจำกัดของ ทวิตเตอร์คือ 140 ตัวอักษร เอิ๊กขออนุญาติเสริมความรู้อันน้อยนิดของตัวเองเข้าไป

ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถจะหยุดเวลาและอายุของคนเราได้ แต่ถ้าเราดูแลตัวเองอย่างดี ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เราดูอายุน้อยกว่าวัยจริงได้

  1. การดูแลผิวเพื่อดูอ่อนวัยทำได้โดยการทา moisturizer และครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากผิวที่มีอายุคือผิวที่ขาดความชุ่มชื้นและมีจุดด่างดำ การทา moisturizer จะช่วยให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น ลดการแห้งกร้าน และหมองคล้ำ ควรเลือกใช้ moisturizer ที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเองและตามวัย - Erk-Erk Says : ต้องเลือกครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิวจริงๆ คือต้องเรียนรู้ว่าผิวตัวเองเป็นแบบไหนก่อนอันดับแรก และใช้ให้ตรงกับสภาพผิว ปัญหาผิว แค่นั้นคุณจะพบว่าผิวจะดูอิ่ม เต่ง รูขุมขนดูละเอียดขึ้น ผิวดูมีสุขภาพดีขึ้นจริงๆ ประสบการณ์ตรงเลยค่ะข้อนี้
  2. การทาครีมกันแดด ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF>30 และค่า PA+++ ซึ่งป้องกันได้ทั้ง UVB และ UVA เพราะแสงแดดจะทำให้เกิดจุดด่างดำและริ้วรอย – Erk-Erk Says : การทากันแดดที่ดีควรทาประมาณ 1 ช้อนชาขึ้นไป ซึ่งมันจะเหนียว และ SPF มีค่าสูงแสดงว่าชั่วโมงป้องกันก็สูงขึ้นตามค่า SPF ในเมื่อเราไม่ชอบอะไรเหนียวๆ เราจึงต้องเลือก SPF สูงๆ เพราะเราจะทาแค่พอบางๆเท่านั้นละ บางคนทาไม่ถึง 1 ช้อนชาหรอก ดังนั้นเพื่อให้การทากันแดด อยู่ทนยาวนานได้ดีทั้งวัน และ สามารถกันแดดจากรังสี UVB ที่ทำให้ผิวเราไหม้ คล้ำ UVA ที่ทำให้ผิวเราเหี่ยวได้จริงๆ
  3. เมื่อเริ่มมีริ้วรอยหรือความหมองคล้ำ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้หรือกรดวิตะมินเอ จะช่วยผลัดเซลล์ผิว และลดริ้วรอยตื้น ๆได้ - Erk-Erk Says : และการเลือกใช้กรดวิตามิน A สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย แห้งมาก ควรต้องระมัดระวังในการใช้ รวมถึงศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเนื่องจากข้อดีของการใช้ AHA หรือ กรดวิมิน A ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือหมองคล้ำให้หลุดออก เพราะเมื่อเราอายุมาก วงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติของเราจะทิ้งช่วงนานขึ้นจาก 1 เดือน อาจจะนานกว่านั้น จึงต้องควรดูแลข้อนี้อยู่เสมอ และการผลัดผิว มีผลทำให้ผิวอาจแห้ง แดง และอาจจะระคายเคืองได้ง่าย ควรทาครีมบำรุงที่มีความชุ่มชื่นสูง และ ทากันแดด อย่างสม่ำเสมอ
  4. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ คนนอนดึก จะทำให้ผิวหนังอิดโรย หมองคล้ำ มีริ้วรอยก่อนวัย - Erk-Erk Says : การนอนดึกนอกจากทำให้ร่างกายมีอนุมูลอิสระทำให้เซลล์เสื่อสภาพเร็วด้วยแล้ว ยังทำให้หิวบ่อย ทานได้มากขึ้น จึงทำให้อ้วนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังมีผลในเรื่องของสมองช้า เบลอ ความจำถดถอย สรุปคือนอนดึกไม่ดีจริงๆค่ะ (ข้อนี้เลิกยากมาก 55)
  5. ไม่ควรนอนตะแคงซุกหน้ากับหมอนหรือนอนก่ายหน้าผากจนทำให้เกิดรอยบนหน้า ถ้านอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งเป็นประจำ ร่องแก้มข้างนั้นจะลึกกว่าอีกข้าง - Erk-Erk Says : ประสบการณ์ตรงคือร่องแก้มอีกข้างที่ชอบนอนตะแคง ลึก และ เยอะกว่าอีกข้างมาก 55 และนอนตะแคงทำให้เกิดริ้วรอยก่อนไวได้จริงๆค่ะ
  6. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่เน้นผักผลไม้ที่มีวิตะมินซี เอ และอี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวแข็งแรง และปกป้องผิวจากมลภาวะสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ - Erk-Erk Says : บางครั้งเราอาจไม่สามารถทานอาหารได้ครบ 5 หมู่โดยเฉพาะคนที่ชอบทานข้าวนอกบ้าน ทานไม่ตรงเวลา ทานอาหารกล่อง7-11 อาหารเสริทเป็นอีก 1 ทานเลือก แต่นั่นหมายถึง การทำงานของตับจะหนักขึ้น และเกิดผลเสียต่อร่างกายได้ ถ้ามีเวลา หันมาใส่ใจกับมืออาหารแต่ละมื้อซักนิด ทานผัก กากใย และน้ำเปล่าเยอะๆค่ะ
  7. ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เบคอน เนย เพราะการเผาผลาญอาหารกลุ่มนี้ทำให้มีอนุมูลอิสระสูงทำลายผิว - Erk-Erk Says : อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ยังหมักหมมค้างในลำไส้ ยิ่งสัตว์ใหญ่ยิ่งย่อยยาก ทำให้ผิวพรรณไม่สดใส หมองๆ ขับถ่ายมีกลิ่นแรง
  8. งดอาหารหวานจัด หรือมีน้ำตาลสูง น้ำอัดลม เนื่องจากมีผลต่อการสร้างคอลลาเจนของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังหย่อนยาน ไม่ตึงกระชับ - Erk-Erk Says : น้ำตาลนี่มันร้ายจริงๆ 55 มันทำให้ผิวอักเสบจนเป็นสิวได้ด้วย ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพ จึงแก่เร็ว
  9. เครื่องดื่มทีมีคาเฟอีน จะทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้น ถ้าติดกาแฟจนเลิกไม่ได้ หลังดื่มกาแฟอย่าลืมดื่มน้ำเปล่าตามเข้าไปด้วย ผิวจะไม่ขาดน้ำ - Erk-Erk Says : การดื่มกาแฟดำไม่มีน้ำตาล ไม่มีคอฟฟี่เมต ช่วยเรื่องสุขภาพเร่งอัตราการเผาผลาญไขมันได้ และทำให้ฟันเหลืองได้เช่นกัน นอนไม่หลับ บางคนใจสั่น
  10. เครื่องดื่่มที่มีแอลกอฮอล์ ทำให้ผิวขาดน้ำ ไม่สดใสเปล่งปลั่ง และเหี่ยวย่นก่อนวัยได้เช่นกัน ควรงดดื่มอย่างเด็ดขาด และงดสูบบุหรี่ด้วย - Erk-Erk Says : ข้อนี้ทำให้แก่กว่าวัยได้มากๆเลยค่ะ ผิวแห้งกร้าน เหี่ยว ริ้วรอยเป็นร่องๆ ความยืดหยุ่นผิว อิลาสตินถูกทำลาย คอลลาเจนถูกทำลาย ทำให้ผิวไม่แข็งแรง
  11. ใช้ชีวิตอย่างสมดุล นอนพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหาร 5 หมู่ ออกกำลังกาย อย่าเครียดหรือหักโหมกับงานมากเกินไป อยู่กับครอบครัวหรือคนที่เรารัก - Erk-Erk Says : ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว เมื่อชีวิตได้จัดสรรแบ่งเวลาทุกด้านอย่างสมดุล จะทำให้ชีวิตรู้สึกเติมเต็ม มีความสุข อารมณ์สดใส ร่างกายแข็งแรง
  12. มองโลกในแง่ดี ทำจิตใจให้แจ่มใส รู้จักเป็นผู้ให้และมีความสุขกับการให้ จะทำให้เราเป็นคนสวยจากภายในซึ่งสำคัญกว่าการสวยหรือดูดีจากภายนอก - Erk-Erk Says : การมองโลกในแง่ดีทำให้สมองส่งคลื่นความถี่สูงออกไป ดึงดูดให้เราพบแต่เรื่องที่ดี โชคดีตลอดวัน และทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ ประสบการณ์ตรงอีกเช่นกันค่
  13. เคล็ดลับหน้าเด็กที่สำคัญที่สุดคือ เลิกกังวลกับอายุ(และน้ำหนัก) ความกังวลหรือย้ำคิดย้ำทำจะทำให้เราแก่ขึ้นมาจริงๆมีความสุขกับตัวเองดีกว่า - Erk-Erk Says : เพราะการกังวลเป็นบ่อเกิดแห่งความย้ำคิดย้ำทำ รู้สึกผิว หดหู่ โทษตัวเอง ทำให้เราจมปลักกับเรื่องเดิมๆ ชีวิตก็จะเหมือนหยุดนิ่ง ชีวิตทางด้านอื่นจะติดขัดมีปัญหาเนื่องจากหัวสมองคิดอยู่เรื่องเดียว และเป็นบ่อเกิดแห่งโรคอื่นๆตามมา เช่น บูลิเมีย
  14. ส่วนตัวขอเพิ่มอีก2ข้อ คือ การรักษาความสะอาดของผิว จากสารกันแดด เครื่องสำอาง มลภาวะภายนอกเวลาเราไปไหน ผิวที่ไม่สะอาดมีสิ่งตกค้าง จะทำให้ผิวไม่สดใส มีสิว มีปัญหาผิว หมองตามมา
  15. การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วย บางครั้งด้วยเวลาการทำงานทีบีบรัด ให้ไม่มีเวลาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง หรือรู้ตัวเมื่อสายริ้วรอยก็มาเยือน การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น การทำเลเซอร์ การยกกระชับผิวหน้าด้วยคลื่นความถี่วิทยุ การฉีดสารเติมเต็ม การฝังเข็ม ฯลฯ หลายหลายวิธีอีกมากมาย ที่ช่วยชะลอวัยให้กับเราได้ เพียงแต่ศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ผลดี ผลเสีย ผลข้างเคียงให้ดีดีค่ะ

นี่เป็น 15 วิธี ถ้าใครทำได้ 14 ข้อแรก แน่นอนผิวพรรณจะดูอ่อนกว่าอายุแน่ๆ

ทั้ง 15 ข้อนี้ เอิ๊กก็ทำได้หลายข้อนะ และเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าว่าจะใช้วิธีไหนชะลอวัยด้วยอีกเช่นกัน เผื่อวันไหนเราอาจละเลยไป แต่คิดว่ายาก 555555555 เอามาฝากทุกคน ตั้งแต่ต้นปี ให้เตรียมรับมือกับกาลเวลาที่ผ่านไป และ ยื้อวัยที่สดใสของเราไว้ให้นานที่สุดเท่าที่เราทำได้ แต่ไม่ถึงขนาดเสพย์ติดนะ ยังไง 14 ข้อเป็น วิธีที่แนะนำ ธรรมชาติ ฟรี ประหยัด หากใครไม่ไหว ก็พึ่งข้อ 15 ไป ฮ่าๆ

อาทิตย์หน้าพบกับเรื่องราวของ เลเซอร์หน้าใส ที่ใครหลายคนก็เรียก และเอิ๊กเพิ่งได้ทำความรู้จักมา และ ไปทำมาแล้วด้วย 555555555 แล้วพบกันค่ะ

NO RETOUCH NO PHOTOSHOP

XOXO

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, SKINComments (2)

TALK ABOUT ” กระ ” (FRECKLE) จุดสีน้ำตาลด่างๆบนใบหน้าที่จะมาเวลาโดนแดด

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้มาทำความเข้าใจผิวหนังที่เป็นกระกันหน่อย เอิ๊กเป็นคนนึงที่ประสบกับปัญหากระกรรมพันธุ์ และ เคยผ่านวิธีการรักษาขั้นเบสิคอย่างการใช้กรด TCA แต้มมาแล้ว ปัจจุบันมีอยู่ แต่ยังไม่คิดจะทำอะไรกับมันเนื่องจาก มันยังเป็นสีจางๆ ไม่เห็นชัดมาก แต่งหน้าเสร็จก็มองไม่เห็นแล้ว เพราะกลัวตอนเป็นสะเก็ดด้วยมันใช้เวลารอคอยเป็นอาทิตย์ กว่าสะเก็ดๆดำ จากการที่เราจี้กระจะออกไปหมด

คลิก2รอบขยายได้จะได้เห็นเม็ดสีน้ำตาลที่ใบหน้าเอิ๊กด้วย

กระ (Freckle) คือ ความผิดปกติของเม็ดสีผิว ที่เซลล์สร้างเม็ดสี สร้างเม็ดสีมากขึ้นผิดปกติเวลาที่ผิวหนังโดนแสงแดด มีลักษณะเป็นจุดๆ สีน้ำตาล น้ำตาลเทาๆน้ำตาลม่วงๆ หรือเป็นสีดำ ขึ้นกับประเภทของกระ มีทั้งอ่อนและเข้ม มีขนาดตั้งแต่เส้นรอบวง 1 มิลลิเมตร จนถึง 1 เซนติเมตร เกิดขึ้นตาม โหนกแก้ม สันจมูก ทั่วใบหน้า หลัง แขน หรือ บริเวณลำตัว อาจค่อยๆเกิดที่ละจุด หรือเกิดพร้อมกันจำนวนมากก็ได้ กระจะมีสีเข้มและมีจำนวนมากขึ้นได้ในฤดูร้อนที่มีแดดแรง และจะจางลงในฤดูหนาว ต่างกับฝ้า ตรงที่ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้น และขนาดใหญ่กว่า

 

กระมีทั้งหมด 4 ประเภท และ 2 แบบ

  • แบบที่ 1 กระที่เกิดตั้งแต่เด็กมักเป็นจากกรรมพันธุ์โดยเฉพาะคนผิวขาว เวลาโดนแสงแล้วจะมีจุดๆๆขึ้นที่ผิวหนัง
  • แบบที่ 2 กระที่เกิดตอนโต ตอนเข้าสู่วัยมีอายุ กระตอนโตจะสามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นได้เรื่อยๆ
  • ดังนั้นการเกิดกระที่ผิวหนังจะอยู่ที่ 1. กรรมพันธุ์ 2. การปกป้องผิวหนังจากรังสี UV ไม่เพียงพอ

สาเหตุสำคัญ คือ แสงแดด

 

กระ แบ่งเป็น 4 ประเภท

  • กระตื้น หน้าตาจะเป็นจุด สีน้ำตาลเล็กๆ ประมาณ 0.5 มิลลิเมตร กระจายได้ทั่วใบหน้า ถ้าโดนแดดสีจะเข้มขึ้น ถ้าไม่โดนแดดนานๆ สีจะจางลงได้เอง
  • กระลึก หน้าตาจะเป็นจุด สีน้ำตาลเทาๆ ชอบขึ้นบริเวณโหนกแก้ม
  • กระเนื้อ หน้าตาจะเป็นก้อนเนื้อนูนออกมาเป็นตุ่ม สีน้ำตาล หรือ สีดำ อาจจะเป็นผิวเรียบหรือขรุขระก็ได้ กระเนื้อบางครั้งหน้าตาคล้ายหูด มักพบที่ใบหน้า คอ หรือลำตัวก็ได้ มักเกิดขึ้นในได้ตั้งแต่ อายุ 30-40 ปีขึ้นไปจนถึงสูงอายุ

  • กระแดด ลักษณะเป็นดวง สีน้ำตาล ผิวเรียบ ส่วนใหญ่พบในคนสูงอายุหรือคนที่ต้องทำงานอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานาน

ตอนนี้ส่องกระจกเอิ๊กหน้าจะเป็นกระตื้น ปนกระแดดตอนเด็กที่โดนแดดจัด ตอนนี้จางไปเยอะเพราะได้รู้จักกันครีมกันแดดนี้ละ

 

วิธีการรักษากระที่ปลอดภัยขึ้นกับประเภทของกระ

ส่วนใหญ่กระและฝ้าจะเหมือนกันตรงที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ถาวร เพราะหากโดนแสงแดดอีกก็จะสามารถกลับมาเป็นได้อีกครั้ง

  1. กระตื้น วิธีรักษา ใช้ยาทา / แต้มด้วยกรดTCA / เลเซอร์
  2. กระลึก วิธีรักษา เลเซอร์
  3. กระเนื้อ วิธีรักษา ใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า / เลเซอร์ /
  4. กระแดด วิธีรักษา เลเซอร์

การรักษาด้วยการแต้มกรดTCA / เครื่องจี้ไฟฟ้า /เลเซอร์ จะทำให้เกิดสะเก็ด ซึ่งจะหลุดเองภายใน 7-14 วัน แล้วจึงหลุดไป ห้ามแกะสะเก็ดโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้

ข้อดี – ช้อเสียของการใช้ยาทา 

  • ไม่มีแผล / ใช้ระยะเวลาพอสมควร และ อาจจางไปไม่หมด

ข้อดี – ข้อเสียของการแต้มด้วยกรดTCA

  • ราคาถูกมาก / เหมาะกับกระเนื้อขนาดเล็ก / ด้วยความที่เป็นกรดมีฤทธิ์ในการลอกผิวปวดแสบปวดร้อนได้ต้องระวังอย่างมาก ขณะแต้มจะรู้สึกเจ็บจี๊ด กระบางจุดต้องทำหลายครั้งถึงหาย / บางครั้งเกิดแผลเป็นได้

 ข้อดี – ข้อเสียของการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า

  • ราคาถูกกว่าเลเซอร์ / ต้องทายาชา / มีแผลที่เป็นหลุมตื้นหลังทำและจะหายไปเอง

 ข้อดี – ข้อเสียของการใช้เลเซอร์

  • สะดวก เร็ว ไม่เจ็บ / เห็นผลชัดเจน กระบางชนิดทำครั้งเดียวจบ / ราคาสูงหลักพันขึ้นไป / กระบางชนิดมีผลข้างเคียงอาจจะเกิดเป็นรอยด่างขาวก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีผิวปกติ

 

การดูแลตัวเองหลังรักษากระ

  • ทำตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ห้ามโดดแดด
  • ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวันที่ออกนอกบ้าน
  • อย่าแกะสะเก็ดแผลที่เกิดจากการรักษา จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้
วันนี้นำภาพการยิงเลเซอร์กระลึกมาฝากก่อนไป เนื่องจากวันนั้นไป ISKYCENTER ไปทำครีมบำรุง เลยคุยกับคุณหมอเรื่องกระตัวเอง คุณหมอเลยบอกว่าท่านยุ่งมาก อาจไม่มีเวลามาคุย แต่มีเวลาพาไปดูคนไข้ที่นัดไว้มารักษากระลึก คนไข้คุณหมอก็น่ารัก พอคุณหมอบอกว่าเราเป็นนักเขียนบล็อคก็ยอมให้เราเก็บภาพเราเลยได้ภาพวิธีการใช้เลเซอร์รักษากระมาให้ดูกันพอหอมปากหอมคอ ต้องขอขอบพระคุณพี่เค้ามากค่ะ ไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่ผิวใสมาก ถ้าไม่มีกระลึกที่สีเข้มที่ผิวนะ HOT แน่แน่ เค้ากำลังจะเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ เลยมารักษากระลึกให้เสร็จก่อน แต่กระลึกต้องทำ 3 ครั้งขึ้นไป เพราะมันอยู่ลึกหน่ะสิ !
ไม่ได้รู้จักกันมันก่อน แต่พี่เค้ายอมยกมือถือให้เราดูภาพกระก่อน และ หลังทำเสร็จครั้งแรกให้ดู ผิวใสแต่พอมีกระลึกรวมตัวแล้วทำให้ดูเหมือนฝ้าจางๆ ทำให้หน้าดูไม่ใส แบบนี้เป็นเอิ๊กๆคงต้องไปเอาออกด่วน ดีเราเป็นกระตื้น + แดด ไม่โดนแดดมันก็จาง

 เป็นการยิงเลเซอร์  Q-switched Nd: YAG ที่ลดทำลายเม็ดสีน้ำตาลออกไป รักษาครั้งที่ 2 เหมือนกระที่ใกล้จมูกหายโบ๋เบ๋ไปแล้ว เหลือแต่ข้างๆใบหน้า (มือคุณหมอจะขาวไปไหนคะ ? 555 )

เครื่องเลเซอร์คงไม่มีที่ไหนทำด้วยผู้ช่วยพยาบาลหรอกเนอะ ฝากไว้ให้ทุกคนรู้ว่าต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใบประกอบการพร้อมเท่านั้นนะคะ มันอันตราย คุณหมอก็จะตั้งค่าเครื่องให้เรียบร้อย หันมายิ้มน่ารักๆให้ลูกศิษย์ 1 ที (อิอิ อยากเป็นลูกศิษย์ค่ะ) และ ผู้ช่วยคุณหมอก็จะทำความสะอาดใบหน้าคนไข้

ในการยิงตัวนี้จะมีการเป่าลมแรงๆเข้าช่วยเพื่อลดอาการเจ็บ ถ้าจำไม่ผิดเคยทำลดรอยดำ มันจะเหมือนอะไรจิ้มๆที่ใบหน้าเร็วๆรัวๆ แต่เพราะแรงลมเย็นช่วยทำให้ลืมความเจ็บ กลายเป็นไม่ค่อยรู้สึกได้ (จะว่าไปเอิ๊กก็เลเซอร์มาเยอะเนอะ – -”) เดี๋ยวต้องไปถามคุณหมออีกที ว่ามันใช่ที่เราเคยทำหรือไม่ ถ่ายภาพได้เก่งมาก แสงวาบออกมาเลย

หลังยิงจะเหมือนเป็นสิวอักเสบเลยเมื่อมองไกลๆ ที่ทาคือวาสลีนกันน้ำเข้าแผล และช่วยให้หายเร็ว ไม่มีแผลเป็น หลังจากนั้นจะตกสะเก็ด อย่าพยายามโดนน้ำ หรือออกไปโดนแดด จะช่วยให้ไม่มีแผลแน่นอน สวยแน่แน่ (เคยทำมาแม้จะคนละแบบกับเลเซอร์ แต่ตกสะเก็ดเหมือนกัน) คือ ทำยังไงก็ได้ให้สะเก็ดมันหลุดเองอย่างธรรมชาติ

ก่อนไปโชว์กระให้เห็นอีกซักรอบ รูปนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว 55555

เรียนจบเดือนตุลาคม ทำงานเดือนพฤศจิกายน แววบ้างานตั้งแต่วัยรุ่น :)

อาทิตย์นี้เอิ๊กก็อ่านและมาสรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายสไตล์เอิ๊กเองหวังว่าคงได้รับความรู้ใหม่ไปประดับกันว่าอย่า ” โดดแดด “

อาทิตย์หน้าเรื่องอะไรดี รูขุมขนกว้าง เอาม๊ะ เอาม๊ะ ???????

XOXO

 

 

 

 

 

แหล่งที่มาข้อมูล

- http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=33

- Presentation นักเรียนแพทย์ผิวหนังของ ผศ.พญ รังสิมา วณิชภักดีเดชา

- คนไข้ ISKYCENTER

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, LASERComments (0)

HOW TO & REVIEW – BHA SCRUB & SEBUM REMOVE MASK ของ LANSLEY

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตามคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการ REVIEW ตัวลอกสิวเสี้ยนที่เกือบจะเทพ ถ้าไม่มีกาวตราช้างตามคลินิคเป็นแชมป์ซะก่อน

ราคาสบายกระเป๋า 2 หลอด 195.- บาท

ตัวนี้คือ BHA SCRUB & SEBUM REMOVE MASK ของ LANSLEY

 

ทำไมต้องมีต้องมี 2 หลอด หลอดนึงเป็น BHA ทำหน้าที่ละลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน อีกหลอดนึงเป็นกาวที่อ่อนโยนต่อผิวหนังช่วยกระชากซากไขมันอุดตัน (สิวเสี้ยน)ให้กระเด็นออกมามากที่สุด

หลอดเบอร์ 1 ตามด้วยหลอดเบอร์ 2 ทุกครั้งจึงจะเป็นกระบวนการที่สมบูรณ์แบบ

มาสำรวจสิวเสี้ยนกัน จมูกและคาง จะอื้อซ่ามากกกกกกกกกกกก เห็นแล้วก็เพลีย 555

HOW TO กำจัดสิวเสี้ยนด้วย BHA SCRUB & SEBUM REMOVE MASK ของ LANSLEY กันดีกว่า

1. ล้างมือให้สะอาด สะอ้าน

2. ล้างหน้าให้สะอาด ด้วยน้ำเปล่าบริเวณที่จะทำการดึงสิวเสี้ยนออก

3. เช็ดให้แห้ง ตามด้วยชโลม TONER ที่ใช้อยู่ บริเวณที่จะทำ

4. ทิ้งไว้ให้ผิวหมาดซักครู่

5. ลงครีมหลอดเบอร์ 1 ที่เป็น BHA ให้ทั่วบริเวณที่จะทำการลอกในที่นี่ ทำที่จมูก ซอกจมูก และ คาง

6. นวดจนครีมซึมจนเนื้อครีมแห้ง ประมาณ 5 – 10 นาที

7. ล้างBHA หลอดเบอร์ 1 ออกแล้ว ซับให้แห้ง

8. ลงครีมหลอดเบอร์ 2 ที่เป็นกาว

7. ลงชโลม จมูก และ คางให้ชุ่มปานกลาง ห้ามบางเด็ดขาด

8. ทิ้งเวลาไว้ให้จนมันแห้ง ยิ่งนานยิ่งดี สะใจ

9. แห้งแล้วลอกออกจะแนวลงมา หรือ ย้อนขึ้นก็ได้เลือกทิศใดทิศนึง

10. กระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์อีกที เป็นอันเสร็จพิธี

ผลลัพธ์ที่ได้ Taa daaaaaaaaaaa ~

นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว

เมื่อสิวเสี้ยนลาจาก หน้าเราก็จะเนียนขึ้น แต่งหน้าได้เรียบขึ้นแบบนี้

COOL : ราคาเบา หาซื้อง่ายที่ BEAUTY BUFFET ทุกสาขา วิธีการก็ง่าย ไม่ต้องเดินทางไปให้หมอลอกให้เมื่อย ไม่ทำร้ายผิว ไม่เห่อบวมแดง

UNCOOL : ผิวแห้งไม่ค่อยเหมาะ มีการระคายเคืองเป็นตุ่มใสเกิดขึ้น แต่สะกิดออก รอนานกว่าจะแห้งและเซ็ทตัวพร้อมดึง ลอกได้หมดจดสู้กาวตราช้างไม่ได้ อย่างน้อยได้ 40-60%

หวังว่าบลอควันนี้คงคู่ควรกับการรอคอยนะคะ

XOXO

Posted in ACNE, HOW TO, MASK, NOSE, REVIEWComments (0)

HAIR TUTORIAL : หนีบผมตรงอย่างเป็นธรรมชาติ

XOXO

Posted in HAIR, HOW TOComments (0)

TALK ABOUT – การจัดฟันแบบใส CLEAR ALIGNER


หน้าตาเจ้าเครื่องมือที่ใช้จัดฟันแบบใสเป็นแบบนี้

 

 

 

 

ต่อไปเป็นข้อมูลสัมภาษณ์จาก Twitter คุณหมอ @DrWuttibong

ทันตแพทย์จัดฟันเฉพาะทางนะคะ

 

 

ต้องขอขอบพระคุณ คุณหมอ @DrWuttibong มา ณ ที่นี่ด้วยค่ะ

ใครมีปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก ฟอกฟัน อยากจัดฟันก็ทวิตไปสอบถามคุณหมอได้เลยนะคะ คุณหมอใจดีค่ะ :)

 

 

 

เดี๋ยวคนจะนึกภาพไม่ออกว่าหน้าตาคนไทยใส่แล้วเป็นยังไง

ผู้หญิงคนนี้ก็จัดแบบใสอยู่ ข้างล่างเสร็จไปครึ่งปีแล้วใส่รีเทนเนอร์อยู่

จัดแต่ข้างบนในไม่ช้าก็น่าจะเรียบร้อย ไว้นำผลงานมาให้ชมค่ะ

XOXO

 

 

แหล่งรูปภาพ

cliftonsmiles.com

s4sdental.com

brace.com

dentist-bundaberg.com.au

Posted in TEETHComments (2)

REVIEW – ครีมทาตัว JOHNSON’S NATURALLY WHITE DAILY UV LOTION

วิธีใช้ครีมบำรุงผิวสำหรับคนผิวหน้า ผิวกายแห้งของเอิ๊กคือ = จะทาครีมตอนผิวหมาด ซับน้ำให้แห้งหลังจากอาบน้ำเสร็จเนื่องจากผิวมีความชุ่มชื้นอยู่จากน้ำ ก็จะทำให้ครีมบำรุงซึมเข้าสู่ผิวและออกประสิทธิภาพได้ดี ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นของผิวได้ดีที่สุด ก็คือช่วงที่ผิวหมาดๆหลังอาบน้ำใหม่ๆ นี่แหละค่ะ

 

 

สำหรับ JOHNSON’S BODY CARE สูตร NATURALLY WHITE DAIRY UV LOTION

ซุปตาร์ที่เราจะพามารู้จักในวันนี้ เป็นสูตร WHITENING ที่อัดน้ำนมให้ผิวชุ่มชื่น อัดวิตามินซี (วิตามิน จะช่วยให้ยับยั้งเอนไซม์การปล่อยเม็ดสีเมลานินสีเข้ม  และวิตามินสียังมีฤทธิ์ในการฟอกผิวอ่อนๆทำให้สีเมลานินจางลง แต่ในผลิตภัณฑ์นี้มั่นใจว่าความเข้มข้นไม่มาก ปลอดภัยอยู่จึงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรถึงจะรู้สึกว่าผิวเริ่มจะดูผ่องขึ้น ) และ สารกันแดด UVA & UVB ที่ช่วยให้วิตามินซีคงสภาพอยู่นานเพื่อทำงานให้ผิวกระจ่างได้ดีขึ้น ขวดนี้เคยใช้แบบไซส์ยักษ์อยู่ แต่เลิกไปเพราะไม่ชอบกลิ่นอย่างเดียว เป็นคนชอบครีมที่มีน้ำหอมฟุ้งๆ เพราะว่าขี้เกียจใส่น้ำหอม การมีน้ำหอมอ่อนๆ หรือไม่มีเลย มันก็ดีกับผิวตรงที่ว่า ไม่ทำให้แพ้ ระคายเคือง หรือเป็นสิวตามลำตัว

วิธีลงก็ลงกับผิวหมาด (แต่ที่เห็นในรูป เป็นคนไม่ค่อยเช็ดตัว เลยลงกับผิวขณะเปียกชุ่ม หลังอาบน้ำ ก๊ากกกก) ลูบให้ดูว่ามันจะดูเหมือนผิวขาวขึ้นนิดๆ หลังใช้เพราะตัวเนื้อครีมเองเคลือบผิวเราอยู่ ตอนแห้งต้องใช้เวลานิดนึงเนื่องจากเราทาตอนผิวเราเปียก เลยใช้เวลาในการซึมลงสู่ผิว ใช้ทั้งเช้าและเย็น ส่วนตัวชอบเพราะมีการทำงานของสารกันแดดมาให้ทำให้การใส่วิตามินซีลงไป ทำให้วิตามินซีคงสภาพนานขึ้น ใช้แบบแดดรำไรใกล้จะตกน่าจะพอได้

 

COOL : ชอบที่ผิวดูเหมือนขาวขึ้นนิดนึงหลังทาเพราะเนื้อครีมเคลือบผิวไว้ และมีสารกันแดดอ่อนๆให้การทำงานของครีมได้ผลดีขึ้น ผลลัพธ์ที่ใช้พักนึง สีผิวแปรสภาพอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดแม้ไม่มาก แต่ก็เห็นเลยเมื่อเทียบผิวกับคนที่เคยเทียบ ส่วนตัวคิดว่าเพราะตัวเองตากแดดน้อยลงด้วย และขัดผิวด้วยมะขามเร่งการผลัดเซลล์ผิวด้วย ทุกอย่างเรียกง่ายๆ ว่าครบวงจรแบบทำเองอยู่บ้าน ราคารับได้ด้วยขวดนี้ บางทีเพลินๆก็ผสมกับ ผงไข่มุก AHA ทาก่อนนอน ตัวนี้แม้ออกแบบมาให้ผิวดูกระจ่างขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้ผิวเราแห้ง มีน้ำนมทำให้ผิวเรามีความชุ่มชื่นในระดับนึง คนผิวธรรมดา และ ผิวมันน่าจะ HAPPY

UNCOOL : เอิ๊กไม่ชอบกลิ่นแบบนี้ มันยังไม่หอมได้ใจ (ส่วนตัว) ฮ่า  ความชุ่มชื่นที่มีมาในรูปแบบส่วนผสมน้ำนม อยากจะบอกว่ามันยังไม่พอสำหรับคนผิวแห้ง คนผิวแห้งต้องใช้แบบชุ่มๆ กว่านี้อีกมากทาแล้วไม่ไม่แห้งแต่ก็ยังไม่ชุ่มพอ

RECOMMEND : จำไว้ว่าสารกันแดดที่มีก็ยังคงไม่พอจะต่อสู้กับแดดบ้านเรา ยังไงควรกันแดด หลบแดดเสริม ถ้าอยากเห็นผลลัพธ์ไว เพราะตากแดดแค่ชั่วโมงเดียวเรียกกลับกันเป็นปีนะคะ และ

แต่ถามว่าซื้อต่อไหม คงซื้อมาใช้สลับกับตัวที่ให้ความชุ่มชื้นหนักๆ ควบคู่ไปด้วยกันค่ะ เพราะผลลัพธ์มันดีสำหรับผิวเรา แต่ผิวเราก็ไม่ได้เหมือนกับผิวใคร เป็นความคิดเห็นส่วนตัว :D ที่ใช้แล้วนั่งสังเกตุผลเอา

XOXO

 

 

 

 

 

 

 

Posted in BODYComments (0)

Erk-Erk กับ เคล็ดลับการดูแลผิวหน้าทุกปัญหาให้ได้ประสิทธิภาพจีรังยั่งยืน

เป็นคนเป็นสิวมาก่อน เป็นบ่อยที่หนักๆ เป็นทีก็ไปหาคุณหมอ ตั้งแต่อายุ 12 สิวหายไวมาก จากที่ไม่เคยมีใครมาจีบก็เริ่มมี มันดีอย่างนี้นี่เองเวลาที่สิวโบกมือลาไป จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านไปสิบกว่าปี วันนี้ก็ยังคงสิวอยู่ .. เกิดจากหลายสาเหตุ ตัวเองรู้ นอนดึก ใช้อะไรไม่ถูกกับผิวหน้าเพราะบางทีชอบลองของใหม่ อากาศร้อน ทากันแดดหน้าไป ล้างกันแดด เครื่องสำอางไม่หมด สิวประจำเดือน จริงๆมีอีกเยอะ เพราะวันนี้ตั้งใจกับตัวเองแล้ว ว่าอยากจะเรียนรู้ผิวตัวเองให้ดีที่สุด ก็ตั้งใจเรียนรู้เลยโดยการอ่านบทความ ถามคุณหมอ อ่านหนังสือก็รู้มากขึ้น .. วันนี้เลยสามารถดูแลตัวเองได้โดย “ไม่ต้องพึ่งยาหมอ” จะมีก็แต่เลเซอร์บ้าง เป็นพวกทนไม่ได้ถ้าเจอรอบแดงเยอะไปทั้งหน้าก็ต้องเลเซอร์ให้จางไว

 

ประสบการณ์รักษาสิวที่ผ่านมาโดยคุณหมอก็มีตั้งแต่

  1. ทายา
  2. ทาสเตรียรอยด์
  3. กดสิว
  4. เจาะสิว
  5. ฉีดสิว
  6. ทานยาปฎิชีวนะจนผมร่วง จะอาเจียนตลอด
  7. ทานยารักษาสิวที่มี SULFAจนเข้าโรงพยาบาลห้องฉุกเฉินต้องให้น้ำเกลือก็มี
  8. เลเซอร์รอยแดง
  9. เลเซอร์รอยดำ
  10. เลเซอร์ฟื้นฟูผิว
  11. เลเซอร์ฆ่าเชื้อสิว
  12. เลเซอร์กระชับผิว
  13. กรอหน้าด้วยเกล็ดอัญมณี
  14. ทากรดAHAให้หน้าใส
  15. แต้มกรด TCA ลดกระ
  16. ลอกสิวเสี้ยนด้วยกาวตราช้าง ..

เยอะนะ เอาละคงถึงเวลาที่ฉันขอดูแลตัวเองแล้วกันนะในเรื่องที่ทำได้ ส่วนไม่ได้ก็เพิ่งหมอไปบ้างยังไงยังต้องใช้หน้าทำมาหากิน ฮ่า

สรุปแล้วสิ่งที่อยากฝากไว้คือ

Posted in ACNEComments (0)

REVIEW EUCERIN DermoPURIFYER SET สำหรับผิวมัน รูขุมขนกว้าง และ เป็นสิว

สวัสดีค่ะ กลับมาแล้วกับการ REVIEW SKINCARE ที่เกี่ยวกับสิว

ก่อนอื่นขอโชว์ผลงานการรักษาสิวด้วยตนเองก่อน อิอิ สิวรักษาเอง รอยสิวต้องพึ่งคุณหมอยิงเลเซอร์ค่ะเพราะมันเยอะ ถือเป็นผลงานตัวเองทั้ง 2 ชิ้น ก่อนก็ทำเอง หลังก็ทำเอง เยี่ยม ! ภาพก่อนเป็นคือเมื่อประมาณกันยา 54 นะคะ สมัยยังไม่รู้จัก EUCERIN DermoPURIFYER แล้วก็ดูแลรักษาตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่ปรึกษาอยู่จนค้นพบ “สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดสิวบนใบหน้าตัวเอง”

สาเหตุคือ สระผมแล้วล้างยาสระผม ครีมนวดไม่หมด รวมกับ ไม่ค่อยได้เช็ดผมเท่าไหร่มันเลยตกมาปรกหน้า ปรกหลัง เป็นสิวทั้งหน้าอก และ แผ่นหลัง

ที่นี่มันมาหายได้ยังไงก็เพราะว่า เมื่อค้นพบสาเหตุ เราก็แก้ที่ต้นเหตุ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวเรา ผลที่ออกมาช่างหน้าประทับใจเพราะว่าใบหน้าที่เป็นสิวอักเสบช่วงหน้าผากและข้างแก้ม ก็กลับมาเกือบปกติอีกครั้ง แต่ไม่ 100% เนื่องจากชอบบีบสิวเอง ทำให้เป็นหลุม 1 หลุมบนใบหน้า

รูปนี้ไม่มีการรีทัชใดใดทั้งสิ้น ทาสกินแคร์เสร็จ ร่องรอยสกินแคร์ยังเกาะที่โคนผมเลย B)

 

สภาพใบหน้าที่เปลือยเปล่า จะมีสิวเสี้ยน สิวอุดตันอยู่ สังเกตุเห็นชัด ช่วงข้างแก้ม และ จมูก เมื่อหายแล้ว ก็ได้มารู้จักกับ EUCERIN DermoPURIFYER ดีตรงที่ใช้ร่วมกับ SKINCARE ที่เราใช้อยู่แล้ว เราก็เลือกใช้ได้เฉพาะตัวที่เราใช้ได้ เพราะเซ็ทนี้น่าจะได้ผลดีกับคนที่ผิวมัน เป็นสิว และรูขุมขนกว้าง หน้าจะเห็นผลชัดกว่าเรา เพราะเราเป็นแค่บางจุด เช่นจมูก ข้างแก้ม ปลายคาง

เซ็ท EUCERIN DermoPURIFYER มีทั้งหมดด้วยกันเท่าที่ได้มาใช้ ก็รวมแล้ว 7 ตัว ” ช่วยดูแลปัญหาในเรื่องการเป็นสิวง่าย สำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องรูขุมขนกว้าง ความมันส่วนเกิน ปัญหาสิวและรอยสิว โดยไม่ทำให้ผิวบางลง “


  • SCRUB
  • CLEANSER
  • TONER
  • SERUM
  • DAY CREAM
  • NIGHT CARE
  • COVER STICK = CONCEALER

หลักการทำงานของชุด EUCERIN DermoPIFYER คือ ควบคุมความมัน ทำความสะอาดสิ่งอุดตันสะสมในรูขุมขน กระชับรูขุมขน ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนทำให้รอยสิว รอยดำเลือนจางไป และ ช่วยดูแลรักษาสิวที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ จะมีตัวฆ่าเชื้อ ลดแบคทีเรียอยู่ ไม่ทำให้ผิวบาง สูตรนี้ทางยูเซอรีนบอกว่าพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ พิสูจน์แล้วว่าอ่อนโยนแต่มีประสิทธิภาพ หลักในการเลือกใช้ส่วนผสมคือเลือกใช้สารชนิดเดียวกับที่พบในผิว จึงปลอดภัย

 

มีสิทธิ์ลองอยู่ 4 ตัวที่ REVIEW ได้ แต่จะ PREVIEW กล่องและเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ครบทั้ง 7 นะคะ เพื่อเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆที่กำลังสนใจในการดูแลสิว และ รูขุมขน รวมถึงคุมมันด้วย

1. CLEANSER ใช้ทำความสะอาดผิวทุกวันเป็นขั้นตอนแรกซึ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะสิ่งสกปรกที่ติดมาจากข้างนอก อาจก่อให้เกิดแบคทีเรียอุดตันตามรูขุมขนและทำให้เกิดสิว ตัวแรกเอิ๊กเลือกใช้บริเวณที่มันมาก คือ ช่วงจมูกและโหนกแก้ม รวมถึงคางค่ะ รู้สึกว่าหลังล้างออกไม่ตึง ไม่มีสบู่ และ น้ำหอม หลังล้างแล้วผิวจะนุ่มๆ


2. SCRUB ขัดเซลล็ผิวเก่า และ สิ่งสกปรก ขี้ไคลให้หลุดออกโดยไม่มีส่วนผสมที่รุนแรง ใช้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ขัดเบาๆตรงช่วงสิวเสี้ยนกระจุกตัว และบริเวณสิวอุดตันแข็งๆที่กระจุกตัว เบาเบา รวมถึงพวกรอยสิว นอกจากทำความสะอาดรูขุมขนแล้ว รู้สึกว่าตรงที่ขัดไปมันเนียนขึ้น สิวเสี้ยนจาก 100% อาจจะเหลือ 70-80% ยิ่งตอนแต่งหน้าจะเห็นชัด มีทั้งเม็ดบีทขนาดเล็ก และกรีนบีทขนาดใหญ่ในหารช่วยกัน ผลัดเอาสิ่งอุดตันและสกปรกออก

3.TONER เช็ดทำความสะอาดหลังล้างหน้า มีตัวคุมมัน เช็ดสิ่งสกปรกที่ล้างไม่เกลี้ยงในขั้นตอนล้างหน้า ให้มั่นใจได้ว่าหน้าสะอาดไม่มีอะไรตกค้าง ตัวนี้มีส่วนผสมของ ALCOHOL ด้วยต้องบอกก่อน ส่วนตัวใช้กับตรงจมูกอย่างเดียว ใช้ได้ เย็นๆ สะอาดๆ

4. SERUM บำรุงผิวอย่างล้ำลึกสุดตัวนี้เข้มข้นสุดขอกดLIKEเลย เพราะเป็นอีกตัวที่ใช้ได้ และกระชับรูขุมขนได้เหมือนกัน ไม่มากแต่ทำให้รู้สึกดี เนื้อขาวขุ่น เบา ทานิดเดียวได้ทั่วหน้า ถ้าต้องเลือกใช้สิ่งไหนในเซ็ทนี้ ขอเป็นตัวนี้ค่ะ

5. NIGHT CREAM ดูแลผิวยามนอนให้ผิวได้มีโอกาสพักผ่อนจะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น ถ้านอนเต็มที่และนอนไม่ดึก ตัวนี้คนผิวมันหน้าจะใช้ได้ เพราะส่วนตัวผิวแห้งมากมีอาการระคายเคืองเตือน เลยต้องหยุดใช้ แต่หลังใช้พบว่าผิวดูชุ่มชื่น อิ่มขึ้น กระชับ ส่วนตัวๆนี่มันทำงานตอนกลางคืนน่าจะใส่ตัวผลัดเซลล์ผิวเก่าไว้เยอะกว่าตัวกลางวัน เพื่อทำการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดอย่างอ่อนโยนในตอนกลางคืน ให้พวกชั้นขี่้ไคลหลุดออก กำจัดปัญหาเรื่องสิ่งอุดตัน และรอยสิวที่มีอยู่ให้จางลง อยากใช้อะ ><

6. DAY CREAM บำรุงผิวระหว่างวัน มาในหลอดกลมๆ น่ารักกระชับมือ ตัวนี้เนื้อครีมดูขุ่นแต่เนื้อเบา ตัวนี้ผิวแห้งใช้ไม่ได้เช่นกันมีอาการระคายเคืองเตือน เพราะตัวนี้ คุมมัน ไม่มีน้ำมัน ไม่มีน้ำหอม ป้องกันปัญหาสิวใหม่ที่จะเกิดระหว่างวันเวลาเราออกไปนอกบ้าน เมื่อไม่มีความมัน รูขุมขนสะอาดขึ้น เราก็จะเห็นว่ามันกระชับขึ้นอัตโนมัต

7. COVER STICK หรือคอนซีลเลอร์ปิดรอยดำแดงของสิวที่เรามี บางทีรอยก็ทำใจลำบากพอๆกับสิวเวลาที่เป็นเต็มหน้า ตัวนี้ใช้ตอนแรกรู้สึกว่าหลงรักเพราะเนื้อนุ่ม เนียน ติดทน ทั้งวันไม่ค่อยจางเลย เทียบกับที่มี ตัวนี้ชนะขาดลอย ราคาถูกกว่าด้วย มีส่วนผสมที่น่าสนใจคือคาร์โมมายด์อ่อนโยนกับสิว ให้ความชุ่มชื้น พร้อมมีตัวฆ่าเชื้อแบคทีเรียเวลาเป็นสิว ส่วนตัวสิวไม่ยุบ แต่ไม่อักเสบเพิ่ม คือ ทรงตัว ปลอดภัยกว่าใช้คอนซีลเลอร์ปกติแน่นอน เฉดสีไม่แน่ใจมีสีเดียวรึเปล่า ใช้แล้วคล้ำกว่าผิวจริงนิดนึง มันอาจไม่ได้กลืนไปกับ MAKE UP โดยเฉพาะแต่มองไกล กลมกลืนดูหน้าใส ไร้จุดด่าง แดง ดำ ฮี่ฮี่

รูปนี้ใช้กับหลุมแดงปนำนะเออ รอยแดงกลบมิด แต่หลุมกลบไม่มิด 555555 ทำใจแล้วซนแกะสิวเอง ใช้ร่วมกับแต่งหน้าได้ทุกวัน

เวลาทาแล้วแต่งหน้าก็กลืนแบบนี้ อันนี้ใช้ COVER STICK และแป้งฝุ่นแต่ใช้แปรง FLAT-TOP วน เนียนกริ๊ง ตอนนี้มีปัญหาอยู่ตรงช่วงหน้าผากเกือบหายแล้วก็ 89 % ได้

COOL : สรุปแล้วเซ็ทนี้มีการรวมตัวส่วนผสม และ การทำงานที่น่าสนใจของคนผิวมัน เป็นสิว รูขุมขน และมีปัญหารอยสิวอยู่รวมกัน โดยส่วนใหญ่จะมีการแก้ปัญหาตั้งแต่การคุมมัน ผลัดเซลล์ผิว ละลายสิ่งอุดตัน และ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียสิวที่กำลังเป็นอยู่ เป็นอีกทางเลือกนึง ที่รวมตัวกันเป็นชุด ไม่ต้องไปหาจับซื้อนู่นทีนี่ที ส่วนตัวเสียดายที่มาใช้ตอนที่สิวอักเสบใหญ่ๆๆไปหมดแล้ว คงไว้เหลือแต่สิวเสี้ยน และ สิวอุดตัน มันก็ช่วยได้บ้าง แต่เรื่องของสิวเสี้ยนมันเป็นเรื่องของขนอัดตัวกันแน่่นในรูขุมขน 1 รุปโอกาสหายไปไม่มีอยู่แล้ว แต่ด้านบนของผิวช่วงนั้นเรียบขึ้นและสิวเสี้ยนดูไม่เพิ่มมากขึ้นด้วย รูขุมขนก็ให้ผลดีส่วนตัวแม้ลงไม่มาก แต่รู้สึกดี และตัวปกปิดสิวก็เนื้อนุ่ม เนียน อึด ทน และทั้งเซ็ทใช้ร่วมกับยาหมอ หรือ สกินแคร์ที่มีอยู่ได้ และดีตรงไม่มีน้ำหอม ไม่มีน้ำมัน ไม่อุดตันเพิ่ม เราอาจจะเลือกลองบางตัวก่อนก็ได้ แล้วค่อยเพิ่มถ้าใช้แล้วให้ผลที่ดี

UNCOOL : อยากให้ออกแบบ ผิวแห้ง ผิวบาง เป็นสิวง่ายมาบ้าง เป็นหนึ่งคนที่รออยู่ วูบแรกที่ได้ยินคือคิดว่าเหมาะกับตัวเอง พอศึกษาฉลากไป ออกมาเพื่อดูแลผิวมันน่าจะให้ผลดีกว่า แต่อย่างน้อยบางตัวเราก็ใช้ได้ / ส่วนตัวไม่ค่อยปลื้มเรื่องสีน้ำเจ้าโทนเนอร์เท่าไหร่ สีใสรู้สึกปลอดภัยกว่า แม้จริงๆแล้วมันอาจปลอดภัยแต่มันเป็นความรู้สึกทางจิตใจ

ทั้งเซ็ตนี่จำง่ายอีกอย่างหนึ่งคือทุกตัว ตัวละ 900 บาท หาซื้อง่ายด้วยที่ตามห้าง ร้านยาตามห้าง

ขอจบการ REVIEW PREVIEW ไว้เพียงเท่านี้ ไว้ลองใช้นานกว่านี้จะมา REVIEW เพิ่มเติมนะคะ

ขอให้ทุกคนผิวดีหน้าใสกันทุกคน

XOXO

Posted in ACNE, FACE, REVIEWComments (3)

HOW TO ล้างหน้าตามทฤษฎีแนวขน ลดสิวทุกชนิด

 

คุณหมอสมนึกเจ้าของทฤษฏีล้างหน้าตามแนวขนรักษาสิวตอบมา : 
- “ทุกครั้งที่ต้องทำอะไรกับผิวหนังไม่ว่าจะเป็น
ที่หน้าหรือตัวก็ต้องกระทำ ไปตามแนวโพรงขน
ทั้งหมดครับ”
- สำหรับคนที่บอกว่าล้างหน้าตามแนวโพรงขนแล้วรู้สึกเป็นมากกว่าเดิมนั้นให้อดทนและทำ
ต่อเนื่องหลายเดือนจึงจะเห็นผลส่วนรอยที่ไม่หายอาจจะต้องพบแพทย์เพื่อทำเลเซอร์ครับเพราะการล้างหน้าที่ถูกต้องเป็นเพียงการป้อง
กันและรักษาตามธรรมชาติส่วนสิวที่เคยถูกเจาะหรือฉีดสเตียรอยด์เป็นสิวที่ผิดธรรมชาติอาจต้อง
ใช้ การรักษาอื่นๆเข้าช่วยเหลือครับ

 

ทฤษฎีล้างหน้าตามแนวขนเป็นทฤษฎีที่คิดค้นมานานเกือบสิบปี เป็นการเก็บภาพการพัฒนาสิวแต่ละขั้นจนหลุดออกไปโดยมีการใช้ภาพขยายจากกล้องจิ๋วมาช่วยในการคิดค้น โดย นพ.สมนึก อมรสิริพาณิชย์ ลูกศิษย์ Dr. James J Nordlund ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ของ Aron Lerner  จาก Yale professor อีกที

 

โพรงขนสำคัญยังไง ?

” เป็นแกนให้ใยคอลลาเจนและอิสลาสตินมายึดโยงเพื่อเชื่อมเป็นเครือข่ายยึดให้ผิวหนังคงสภาพยืดหยุ่นและแข็งแรงดังที่เป็นอยู่ ”

 

โพรงขนบนใบหน้ามีประมาณ 100,000 โพรง

 

ข้อดี

  1. การระบายของน้ำมันและสิ่งสกปรกในโพรงสิวอย่างหมดจด การหลุดลอก จะไม่เกิดจากการหนาตัวของเซลล์ผิวตามมา
  2. การไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนังนั้นเป็นไปตามธรรมชาติ
  3. ฝ้าจะเกิดได้ยากขึ้น
  4. เซลล์ผิวหนังที่อักเสบ
  5. ไม่เกิดการบวมของชั้นผิวบางชั้น การที่เกิดเป็นก้อนอุดตัน สิวอุดตันเช่นนี้ก็เกิดจากการที่เราล้างหน้าวนหรือเอามือไปถูทำให้เนื้อเยื่อจับเป็นก้อนเหมือนกับเราปั้นกระดาษเป็นก้อนแล้วห่อเป็นชั้นๆ การล้างไปตามแนวโพรงขนเพื่อให้เยื่อเหล่านี้จะได้สลายและหลุดออกมาได้ตามธรรมชาติ

 

เวลาเท่าไหร่เห็นผล

ประมาณ 3 เดือน

 

คำแนะนำเหล่านี้ประกอบกับการไม่กด สิว เจาะสิว การแกะ การกด บีบ หรือ เจาะ ก็เป็นการทำลายโครงสร้างเพื่อให้เกิดการถ่ายเท

คำแนะนำ : อาจใช้ร่วมกับการใช้แสงเลเซอร์มาทำให้สิวเล็กลงและเลื่อนออกมาตามแนวโพรงขน

 

 

————————————————————————–

HOW TO นี้อาจจะดูยาว ที่ยาวก่อนที่เราจะได้อะไรที่มีประโยชน์มาเราจำเป็นต้องแสดงความกตัญญูถึงคนให้ข้อมูล

เพราะถ้าไม่มีคนที่คิดค้นทฤษฎีนี้ขึ้นมา คนที่มีปัญหาสิวขณะนี้ก็จะไม่ได้รับรู้การแก้ไขอย่างถูกต้อง

นี่เป็นเหตุผลที่ต้องบอกถึงที่มาอย่างละเอียด เพื่อเคารพถึงที่มาของความรู้นี้ค่ะ :)

XOXO

Posted in ACNE, FACE, HOW TO, SKINComments (4)

REVIEW – ครีมบำรุงปรุงพิเศษเพื่อผิวเราคนเดียวโดยเฉพาะ ณ ISKYCENTER

 

กว่าจะได้ครีมที่ผลิตขึ้นมาตามสภาพผิวตัวเอง ISKY SIGNATURE MOISTURIZING CREAM หรือ MY CUSTOMIZED CREAM ที่ทำ TAILOR-MADE ครีมตามสั่ง ก็ทำเอานอนไม่หลับไปหลายเดือน อยากใช้ แต่เป็นสิวเลยต้องรอให้สิวแห้งก่อน รู้สึกว่ามันใหม่มากเนื่องจากในประเทศไทยยังไม่มีที่ไหนทุ่มทุนผลิตให้คนต่อคนแบบนี้ในราคาที่จ่ายไหว เนื่องจากว่าปัจจุบนครีมส่วนมากที่ออกมามักออกมาตามสภาพผิวพื้นฐาน มัน แห้ง ผสม แพ้ง่าย บอบบาง แต่ที่ตรงกับผิวเราที่สุดไม่มีแน่นอน

เจ้าครีมปรุงบำรุงผิวพิเศษเพื่อผิวเราคนเดียวโดยเฉพาะมันเป็นยังไงย้อนไปอ่านบทความเก่ากันได้นะคะ

ตรวจสภาพผิวเพื่อให้คุณหมอปรุงครีมบำรุงเพื่อผิวเราโดยเฉพาะให้

 


 

หลักครีมพวกนี้เกิดมาเพื่อดูแลคนไข้ตามสภาพผิวที่เป็นจริงแล้ว

หลักๆที่เห็น ISKY ให้บริการอยู่มี 3 เรื่องใหญ่

- ผิวแพ้ง่าย
- ปัญหาจุดด่างดำ กระ (ต้องการให้ผิวขาวขึ้น)
- รอยเหี่ยวย่น
แต่ก็ทำได้สำหรับผิวทุกประเภท

มาถึงการเข้าสู่การ REVIEW หลังการใช้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ติดต่อกันโดยไม่ได้ใช้ครีมตัวอื่นเลย

ราคาซึ่งถือว่ารับไหวกับ 600-900 ต่อกระปุกยักษ์ขนาด 50 กรัม ข้างหน้ากระปุกมีสโลแกนที่เด่นชัดมาก ” MY SIGNATURE MOISTURIZING CREAM ประมาณว่ากระปุกนี้มันเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเรา ครีมของเราคนเดียวเลย “มันเกิดมาเพื่อเรา”

 

ข้างในเปิดมามีฝาปิดซีลเนื้อครีม กันระเหย กระปุกแข็งแรงสีเทาอะคริลิค เป็นแพคเก็จจิ้งที่ส่วนใหญ่หลายเจ้าที่ผลิตครีมขึ้นมาเป็นแบรนด์ตัวเองมักจะเลือกแพคเกจจิ้งนี้มาบรรจุครีม ซึ่งถือว่าสวย จับถนัดมือ

ซึ่งที่เด่นคือ เนื้อครีมด้านใน สัดส่วน ส่วนผสมตามเนื้อเยื่อและปัญหาผิวที่เรามี โดยเช็คอย่างละเอียดทั้งระดับลึก และภายนอกที่มองเห็น ใช้เพื่อบำรุงแก้ไขตรงจุดนั้น เนื้อครีมสีขาวข้น ไม่เหนียวมาก ซึมเร็ว กลิ่นหอมเย็นมาก (สอบถามว่ามันเป็นกลิ่นของส่วนผสมของสูตรเฉพาะตัวนึง กลิ่นหอม แต่ไม่ทำให้แพ้หรือมีสิว)

และด้านข้างมีฉลาก ซึ่งทุกอย่างมันสดมาก ทำใหม่หมดเลย แม้กระทั่งฉลาก แปะตอนครีมลงกระปุกปิดฝาเรียบร้อย

มาถึงผลลัพธ์ผ่านไป 2 อาทิตย์ กับ ” สูตรบำรุงผิวแพ้ง่าย แห้งมาก และเป็นสิวง่าย “

โดยรวมคือใบหน้ามีความชุ่มชื่นหลังทา ตื่นขึ้นมารู้สึกผิวมันอิ่ม มีน้ำมีนวล ไม่มีสิว ไม่แพ้ บางครั้งรู้สึกผิวมันดีจนขาวขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยลดสิวเสี้ยน สิวอุดตัน อันนั้นเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขในอีกส่วนผสมอื่นๆ หลักๆคือบำรุงให้ผิวแห้งกร้าน ดูอิ่มขึ้นไม่แห้ง ผิวดีมันทำให้แต่งหน้าง่ายขึ้นไม่ลอกและเป็นขุย ขอบอกว่านอนเช้าไม่ได้ทาสองวัน ผิวกลับมาแห้งไวมาก เพราะนอนในห้องแอร์ ดังนั้นรู้ตัวว่าผิวแห้งไม่ควรละเลยแม้ซักวัน ไม่งั้นต้องกลับมาเริ่มใหม่

COOL : มันดีถึงที่สุดที่จะมีครีมซักกระปุกที่ทำเพื่อเราคนเดียว เราคงไม่อยากใช้อะไรเหมือนๆใครเท่าไหร่ ถ้าเรารู้ว่าผิวเรามันไม่ค่อยจะถูกกับอะไร เป็นเรื่องใหม่ในเมืองไทย ที่ราคาถือว่าใช้ได้ 600-900 บาท ได้ทราบผลลัพธ์ผิวด้วยว่าแท้จริงแล้วผิวเราเป็นแบบไหน ไม่ต้องมานั่งคิดเอง เห็นกันไปเลย กระปุกใหญ่ใช้ได้นานมาก เอาคัตตอลบัตจุ่มเอา ทาทีละนิดให้เคลือบผิวหน้าพอ ใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่เรามีอยู่ แก้ปัญหาได้ตรงจุดที่มีจริงๆ เหมือนยิงการบำรุงทีเดียวโดนแน่นอน

UNCOOL : คนเป็นสิวเยอะๆ เป็นสิวอยู่หลายเม็ด ยังไม่เหมาะกับการบำรุงทุกชนิด เพราะมีส่วนผสมของน้ำมันอาจไปทำให้อาการผิวอักเสบแย่ลง การที่คนไข้ผิวมีปัญหาเยอะอย่างเอิ๊กบางทีการจะเติมส่วนผสมบำรุงอะไรต้องทำทีละน้อย มันยังใส่ได้ไม่เต็มที่ เช่นน้ำมันบำรุงต่างๆ อาทิ วิตามินอี เนื่องจากมันอาจไปกระตุ้นให้สิวบังเกิดขึ้นอีก ดังนั้นการที่จะใส่ทุกอย่างเต็มสตรีมเป็นเรื่องที่ยาก ต้องค่อยๆทำ เนื่องจากปัญหาของคนไข้มีข้อจำกัดหลายข้อ สถานที่ค่อนข้างไกลบ้านมาก แถวฝั่งธน ยังมีแค่ครีมบำรุง ไม่ได้ผลิตเฉพาะทุกไลน์บำรุง เช่น โลชั่น แอสเซนต์ เซรั่ม เจลล้างหน้า ถ้าแบบนั้นคงเหนื่อยน่าดู คนคงแห่กันไปเยอะกว่านี้ วันนั้นเภสัชกรคงรีบ ตอนแปะสติกเกอร์หน้ากระปุกมันมีรอยนิ้วมือเภสัชในสติ๊กเกอร์ แง๊ๆ อันนี้ความเห็นส่วนตัว อีกนิดมันจะ PERFECT 55555

SUGGESTION : ต้องบำรุงทุกวันห้ามขาด ผิวแห้งเจออะไรเย็นๆ ใช้ชีวิตทุกวันน้ำในผิวมันก็ระเหย ละเลยไม่ได้เลย

หวังว่าคราวต่อไปสิวหายแล้วเราจะได้ลองแบบลดจุดด่างดำ ว้าว ว้าว แต่นี่นอนเช้าสองวันสิวอักเสบมาเลย ฮ่าๆ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิง รังสิมาเป็นคนสั่งสูตรส่วนผสมให้เภสัชปรุงครีมให้เอิ๊กค่ะ ใช้ดีมากค่ะสำหรับบำรุงผิวแห้งมากของเอิ๊ก

ใครมีคำถามอยากถาม อจ. ถามได้ที่ @DrRungsima ในทวิตเตอร์นะคะ

XOXO

อาทิตย์หน้าเราจะมาพบกันเรื่องของ ” กระ “

Posted in ACNE, REVIEW, SKIN CAREComments (0)

advert



FANPAGE

ติดตามบล็อค erk-erk.com อย่างใกล้ชิด

เพียงกรอก Email ตรงนี้เลย

Twitter : erk_erk

Who's Online

4 visitors online now
0 guests, 4 bots, 0 members
Map of Visitors
Powered by Visitor Maps

<ul><li><strong>woo_about_bio</strong> - </li><li><strong>woo_about_gravatar</strong> - </li><li><strong>woo_about_readmore</strong> - </li><li><strong>woo_ads_rotate</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_250_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_250_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-250x250.gif</li><li><strong>woo_ad_250_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_300</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_300_bot</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-2.gif</li><li><strong>woo_ad_300_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_block_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_block_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-1.gif</li><li><strong>woo_ad_block_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_content</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_content_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_content_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_header</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_header_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_header_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_home</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_image_1</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_2</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_3</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_4</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_5</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_image_6</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f</strong> - true</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-728x90-2.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_mpu_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_mpu_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_mpu_image</strong> - http://www.erk-erk.com/blog//2011/10/wwwerkerkcomthailandblogaward.jpg</li><li><strong>woo_ad_mpu_url</strong> - http://www.thailandblogawards.com</li><li><strong>woo_ad_page</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_ad_top</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_adsense</strong> - <center><script type=\"text/javascript\" src=\"http://cdn.widgetserver.com/syndication/subscriber/InsertWidget.js\"></script><script type=\"text/javascript\">if (WIDGETBOX) WIDGETBOX.renderWidget(\'4281eb77-9767-4dbd-a4d9-bbca0c128d91\');</script></center></li><li><strong>woo_ad_top_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/468x60a.jpg</li><li><strong>woo_ad_top_url</strong> - http://www.erk-erk.com/</li><li><strong>woo_ad_url_1</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_2</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_3</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_4</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_5</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_6</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_also_slider_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_also_slider_image_dimentions_height</strong> - 144</li><li><strong>woo_alt_stylesheet</strong> - default.css</li><li><strong>woo_archives</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_archive_height</strong> - 90</li><li><strong>woo_archive_page_image_height</strong> - 220</li><li><strong>woo_archive_page_image_width</strong> - 200</li><li><strong>woo_archive_width</strong> - 140</li><li><strong>woo_asides_category</strong> - FACE</li><li><strong>woo_asides_entries</strong> - 5</li><li><strong>woo_author</strong> - true</li><li><strong>woo_auto_img</strong> - true</li><li><strong>woo_bgr</strong> - pink.css</li><li><strong>woo_blog_subnavigation</strong> - true</li><li><strong>woo_body_color</strong> - #ffe0ff</li><li><strong>woo_body_img</strong> - </li><li><strong>woo_body_pos</strong> - top left</li><li><strong>woo_body_repeat</strong> - no-repeat</li><li><strong>woo_breadcrumbs</strong> - true</li><li><strong>woo_button_color</strong> - </li><li><strong>woo_cats_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_cat_box_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_27</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_box_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_27</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_ex</strong> - </li><li><strong>woo_cat_list</strong> - 15</li><li><strong>woo_cat_list_footer</strong> - Select a number:</li><li><strong>woo_cat_menu</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_nav</strong> - true</li><li><strong>woo_centered</strong> - true</li><li><strong>woo_comments</strong> - both</li><li><strong>woo_comment_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_contactform_email</strong> - </li><li><strong>woo_contact_page_id</strong> - </li><li><strong>woo_content</strong> - false</li><li><strong>woo_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_content_feat</strong> - false</li><li><strong>woo_content_left</strong> - false</li><li><strong>woo_custom_css</strong> - </li><li><strong>woo_custom_favicon</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png</li><li><strong>woo_custom_seo_template</strong> - a:4:{i:0;a:5:{s:4:"name";s:10:"seo_follow";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"label";s:21:"SEO - Remove Nofollow";s:4:"type";s:8:"checkbox";s:4:"desc";s:59:"Make link from this post/page followable by search engines.";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:9:"seo_title";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:23:"SEO - Custom Page Title";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:38:"Add a custom title for this post/page.";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:15:"seo_description";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:24:"SEO - Custom Description";s:4:"type";s:8:"textarea";s:4:"desc";s:49:"Add a custom meta description for this post/page.";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:12:"seo_keywords";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:21:"SEO - Custom Keywords";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:64:"Add a custom meta keywords for this post/page. (comma seperated)";}}</li><li><strong>woo_date</strong> - d. M, Y</li><li><strong>woo_excerpt_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_footer</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_main</strong> - </li><li><strong>woo_ex_cat_footer</strong> - false</li><li><strong>woo_featured</strong> - false</li><li><strong>woo_featured_cat</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_category</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_heading</strong> - Featured Posts</li><li><strong>woo_featured_image_dimentions_height</strong> - 371</li><li><strong>woo_featured_layout</strong> - large_no_ad.php</li><li><strong>woo_featured_limit</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_sidebar_image_dimentions_height</strong> - 78</li><li><strong>woo_featured_tag</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tags</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tag_amount</strong> - 3</li><li><strong>woo_feat_alt_height</strong> - 85</li><li><strong>woo_feat_alt_width</strong> - 130</li><li><strong>woo_feat_entries</strong> - 19</li><li><strong>woo_feat_image_height</strong> - 230</li><li><strong>woo_feat_image_width</strong> - 458</li><li><strong>woo_feedburner_id</strong> - </li><li><strong>woo_feedburner_url</strong> - </li><li><strong>woo_feed_url</strong> - </li><li><strong>woo_flickr_entries</strong> - 8</li><li><strong>woo_flickr_id</strong> - erk-erk</li><li><strong>woo_flickr_url</strong> - http://www.flickr.com/photos/erk-erk</li><li><strong>woo_footer_aff_link</strong> - </li><li><strong>woo_footer_left</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_left_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_footer_logo</strong> - </li><li><strong>woo_footer_logo_enabled</strong> - true</li><li><strong>woo_footer_right</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_right_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_framework_template</strong> - a:12:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:17:"Framework Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:34:"Disable options panel ouput option";s:4:"desc";s:121:"Disable the ability to show your Woo Options. You can view the themes option by URL e.g. http://yoursite.com/?options=woo";s:2:"id";s:26:"framework_woo_show_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:21:"Theme Version Checker";s:4:"desc";s:101:"This will enable notices on your theme options page that there is an update available for your theme.";s:2:"id";s:35:"framework_woo_theme_version_checker";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Disable Buy Themes Tab";s:4:"desc";s:110:"This disables the 'Buy Themes' tab. This page lists the latest availabe themes from the WooThemes.com website.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_buy_themes";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:6:{s:4:"name";s:13:"Super User ID";s:4:"desc";s:181:"Add the User ID to this field to hide the Framework Settings panel from other users. Can be reset from the <code>wp-admin/options.php</code> under <em>framework_woo_super_user</em>.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_super_user";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:4:"mini";s:4:"type";s:4:"text";}i:5;a:2:{s:4:"name";s:8:"Branding";s:4:"type";s:7:"heading";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:20:"Options panel header";s:4:"desc";s:50:"Change the header image for the WooThemes Backend.";s:2:"id";s:34:"framework_woo_backend_header_image";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:18:"Options panel icon";s:4:"desc";s:56:"Change the icon image for the Wordpress backend sidebar.";s:2:"id";s:26:"framework_woo_backend_icon";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:8;a:2:{s:4:"name";s:14:"Import Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:9;a:5:{s:4:"name";s:46:"Import options from another WooThemes instance";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_import_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:10;a:2:{s:4:"name";s:14:"Export Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:11;a:5:{s:4:"name";s:66:"Use the code below to export this themes settings to another theme";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_export_options";s:3:"std";s:1640:"YToyODp7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzEiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjE0OiJ3b29fYWRfaW1hZ2VfMiI7czo0MToiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy8xMjV4MTI1Yi5qcGciO3M6MTQ6Indvb19hZF9pbWFnZV8zIjtzOjQxOiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20vYWRzLzEyNXgxMjViLmpwZyI7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzQiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjExOiJ3b29fYWRfcGFnZSI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfMSI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjEyOiJ3b29fYWRfdXJsXzIiO3M6MjQ6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbSI7czoxMjoid29vX2FkX3VybF8zIjtzOjI0OiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20iO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfNCI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjE4OiJ3b29fYWx0X3N0eWxlc2hlZXQiO3M6ODoicGluay5jc3MiO3M6MTI6Indvb19hcmNoaXZlcyI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hdXRvX2ltZyI7czo1OiJmYWxzZSI7czoxNDoid29vX2N1c3RvbV9jc3MiO3M6MDoiIjtzOjE4OiJ3b29fY3VzdG9tX2Zhdmljb24iO3M6MDoiIjtzOjIxOiJ3b29fZmVhdHVyZWRfY2F0ZWdvcnkiO3M6NjoiSE9XIFRPIjtzOjE3OiJ3b29fZmVlZGJ1cm5lcl9pZCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mZWVkYnVybmVyX3VybCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mbGlja3JfZW50cmllcyI7czoxOiI4IjtzOjEzOiJ3b29fZmxpY2tyX2lkIjtzOjc6ImVyay1lcmsiO3M6MTQ6Indvb19mbGlja3JfdXJsIjtzOjM2OiJodHRwOi8vd3d3LmZsaWNrci5jb20vcGhvdG9zL2Vyay1lcmsiO3M6MjA6Indvb19nb29nbGVfYW5hbHl0aWNzIjtzOjA6IiI7czoxMDoid29vX2xheW91dCI7czo1OiJmYWxzZSI7czo4OiJ3b29fbG9nbyI7czowOiIiO3M6MTc6Indvb19vdGhlcl9lbnRyaWVzIjtzOjI6IjEyIjtzOjEwOiJ3b29fcmVzaXplIjtzOjU6ImZhbHNlIjtzOjEzOiJ3b29fcnNzX3RodW1iIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTQ6Indvb19zaG93X3ZpZGVvIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTg6Indvb192aWRlb19jYXRlZ29yeSI7czoxOToiWU9VVFVCRSBSRUNPTU1FTkRFRCI7fQ==";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_framework_version</strong> - 2.8.1</li><li><strong>woo_google_analytics</strong> - <script type=\"text/javascript\">

  var _gaq = _gaq || [];
  _gaq.push([\'_setAccount\', \'UA-11956359-1\']);
  _gaq.push([\'_trackPageview\']);

  (function() {
    var ga = document.createElement(\'script\'); ga.type = \'text/javascript\'; ga.async = true;
    ga.src = (\'https:\' == document.location.protocol ? \'https://ssl\' : \'http://www\') + \'.google-analytics.com/ga.js\';
    var s = document.getElementsByTagName(\'script\')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s);
  })();

</script></li><li><strong>woo_header_layout</strong> - ad468x60.php</li><li><strong>woo_highlights_show</strong> - true</li><li><strong>woo_highlights_tag</strong> - </li><li><strong>woo_highlights_tag_amount</strong> - 6</li><li><strong>woo_hightlights_image_dimentions_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_home</strong> - true</li><li><strong>woo_home_arc</strong> - false</li><li><strong>woo_home_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_home_heading</strong> - Welcome to กำลังปรับปรุง รบกวนเข้าหน้า http://www-erk-erk-com.blogspot.com</li><li><strong>woo_home_link</strong> - true</li><li><strong>woo_home_link_desc</strong> - </li><li><strong>woo_home_link_text</strong> - Home</li><li><strong>woo_home_one_col</strong> - false</li><li><strong>woo_home_post_heading</strong> - true</li><li><strong>woo_home_text</strong> - Add you text here. Leave this and the heading blank to remove this completely.</li><li><strong>woo_home_thumb_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_home_thumb_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_image_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_image_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_image_height</strong> - 170</li><li><strong>woo_image_single</strong> - true</li><li><strong>woo_image_width</strong> - 430</li><li><strong>woo_large_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_large_thumb_h</strong> - 185</li><li><strong>woo_layout</strong> - false</li><li><strong>woo_link_color</strong> - </li><li><strong>woo_link_hover_color</strong> - </li><li><strong>woo_logo</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg</li><li><strong>woo_logo_left</strong> - false</li><li><strong>woo_manual</strong> - http://www.woothemes.com/support/theme-documentation/gazette-edition/</li><li><strong>woo_nav_about</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_contact</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_nav_home</strong> - http://www.erk-erk.com</li><li><strong>woo_nav_subscribe</strong> - #</li><li><strong>woo_options</strong> - a:28:{s:18:"woo_alt_stylesheet";s:9:"green.css";s:8:"woo_logo";s:0:"";s:18:"woo_custom_favicon";s:0:"";s:20:"woo_google_analytics";s:0:"";s:18:"woo_feedburner_url";s:0:"";s:17:"woo_feedburner_id";s:0:"";s:14:"woo_custom_css";s:0:"";s:12:"woo_archives";s:14:"Select a page:";s:10:"woo_layout";s:5:"false";s:17:"woo_other_entries";s:2:"12";s:21:"woo_featured_category";s:6:"HOW TO";s:14:"woo_show_video";s:4:"true";s:18:"woo_video_category";s:19:"YOUTUBE RECOMMENDED";s:13:"woo_flickr_id";s:7:"erk-erk";s:18:"woo_flickr_entries";s:1:"8";s:14:"woo_flickr_url";s:36:"http://www.flickr.com/photos/erk-erk";s:10:"woo_resize";s:4:"true";s:12:"woo_auto_img";s:5:"false";s:13:"woo_rss_thumb";s:4:"true";s:11:"woo_ad_page";s:14:"Select a page:";s:14:"woo_ad_image_1";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_1";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_2";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_2";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_3";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_3";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_4";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_4";s:24:"http://www.woothemes.com";}</li><li><strong>woo_other_entries</strong> - 12</li><li><strong>woo_other_headlines</strong> - 5</li><li><strong>woo_pageheading_404</strong> - uh oh!</li><li><strong>woo_pageheading_archives</strong> - archives</li><li><strong>woo_pageheading_author</strong> - author archive</li><li><strong>woo_pageheading_home</strong> - home</li><li><strong>woo_pageheading_index</strong> - index</li><li><strong>woo_pageheading_prefix</strong> - // </li><li><strong>woo_pageheading_search</strong> - here you go</li><li><strong>woo_pageheading_single</strong> - you’re reading...</li><li><strong>woo_pages_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_pis_hard_crop</strong> - true</li><li><strong>woo_popular_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_post_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_post_content_home</strong> - false</li><li><strong>woo_post_image_support</strong> - true</li><li><strong>woo_recent_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_recent_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_recent_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_related</strong> - true</li><li><strong>woo_resize</strong> - true</li><li><strong>woo_rss_thumb</strong> - true</li><li><strong>woo_seo_template</strong> - a:31:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:6:"Basics";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:3:{s:4:"name";s:11:"Please Read";s:4:"type";s:4:"info";s:3:"std";s:352:"Welcome to the WooSEO feature. <br /><small>Here we help you take control of your search engine readiness with some in-built theme options. Our themes do however support two of WordPress.org's most commonly used SEO plugins - <strong>All-in-One SEO</strong> and <strong>Headspace 2</strong>. Use the checkbox below to use 3rd party plugin data.</small>";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:25:"Use 3rd Party Plugin Data";s:4:"desc";s:198:"Meta data added to <strong>custom fields in posts and pages</strong> will be extracted and used where applicable. This typically does not include Homepages and Archives, and only Singular templates.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_use_third_party_data";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Hide SEO custom fields";s:4:"desc";s:82:"Check this box to hide the input fields created in the post and page edit screens.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_hide_fields";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:2:{s:4:"name";s:10:"Page Title";s:4:"type";s:7:"heading";}i:5;a:5:{s:4:"name";s:9:"Separator";s:4:"desc";s:54:"Define a new separator character for your page titles.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_seperator";s:3:"std";s:1:"|";s:4:"type";s:4:"text";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:10:"Blog Title";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:8:"blogname";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:16:"Blog Description";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:15:"blogdescription";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:8;a:6:{s:4:"name";s:18:"Enable woo_title()";s:4:"desc";s:153:"woo_title() makes use of WordPress's built in wp_title() function to control the output for your page titles. It's also recommended for use with plugins.";s:2:"id";s:16:"seo_woo_wp_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:9;a:6:{s:4:"name";s:21:"Disable Custom Titles";s:4:"desc";s:130:"If you prefer to have uniform titles across you theme. Alternatively they will be generated from custom fields and/or plugin data.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_wp_custom_field_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:10;a:6:{s:4:"name";s:14:"Paged Variable";s:4:"desc";s:64:"The name variable that will appear then paging through archives.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_paged_var";s:3:"std";s:4:"Page";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:4:"text";}i:11;a:7:{s:4:"name";s:23:"Paged Variable Position";s:4:"desc";s:57:"Change the position where the paged variable will appear.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_paged_var_pos";s:3:"std";s:6:"before";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:2:{s:6:"before";s:6:"Before";s:5:"after";s:5:"After";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:12;a:7:{s:4:"name";s:21:"Homepage Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_home_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:28:"Blog title; blog description";s:1:"b";s:10:"Blog title";s:1:"c";s:16:"Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:13;a:7:{s:4:"name";s:19:"Single Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_single_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:14;a:7:{s:4:"name";s:17:"Page Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_page_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:15;a:7:{s:4:"name";s:20:"Archive Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_archive_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:16;a:2:{s:4:"name";s:13:"Indexing Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:17;a:6:{s:4:"name";s:16:"Archive Indexing";s:4:"desc";s:128:"Select which archives to index on your site. Aids in removing duplicate content from being indexed, preventing content dilution.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_indexing";s:3:"std";s:8:"category";s:4:"type";s:10:"multicheck";s:7:"options";a:5:{s:8:"category";s:17:"Category Archives";s:3:"tag";s:12:"Tag Archives";s:6:"author";s:12:"Author Pages";s:6:"search";s:14:"Search Results";s:4:"date";s:13:"Date Archives";}}i:18;a:5:{s:4:"name";s:49:"Add meta for Posts & Pages to 'follow' by default";s:4:"desc";s:143:"By default the woo_meta(); adds a 'nofollow' meta to post and pages, meaning search engines will not index pages leading away from these pages.";s:2:"id";s:26:"seo_woo_meta_single_follow";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:19;a:2:{s:4:"name";s:16:"Description Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:20;a:6:{s:4:"name";s:20:"Homepage Description";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_meta_home_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"b";s:24:"From WP Site Description";s:1:"c";s:32:"From Custom Homepage Description";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:21;a:5:{s:4:"name";s:27:"Custom Homepage Description";s:4:"desc";s:47:"Add a custom meta description to your homepage.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_meta_home_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:22;a:6:{s:4:"name";s:28:"Single Page/Post Description";s:4:"desc";s:79:"Add your post/page description from custom fields. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:24:"seo_woo_meta_single_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Customs Field and/or Plugins";s:1:"c";s:36:"Automatically from Post/Page Content";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:23;a:6:{s:4:"name";s:29:"Custom Post/Page Descriptions";s:4:"desc";s:240:"Add a custom meta description to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this description still be added to your site.";s:2:"id";s:33:"seo_woo_meta_single_desc_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:24;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:54:"Add a custom meta description to your posts and pages.";s:2:"id";s:31:"seo_woo_meta_single_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:25;a:2:{s:4:"name";s:12:"Keyword Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:26;a:6:{s:4:"name";s:17:"Homepage Keywords";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_home_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:2:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"c";s:29:"From Custom Homepage Keywords";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:27;a:5:{s:4:"name";s:24:"Custom Homepage Keywords";s:4:"desc";s:58:"Add a (comma separated) list of keywords to your homepage.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_meta_home_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:28;a:6:{s:4:"name";s:25:"Single Page/Post Keywords";s:4:"desc";s:75:"Add your post/page keywords from custom field. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:23:"seo_woo_meta_single_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Custom Fields and/or Plugins";s:1:"c";s:45:"Automatically from Post Tags &amp; Categories";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:29;a:6:{s:4:"name";s:25:"Custom Post/Page Keywords";s:4:"desc";s:234:"Add a custom meta keywords to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this keywords still be added to your site.";s:2:"id";s:32:"seo_woo_meta_single_key_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:30;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:51:"Add a custom meta keywords to your posts and pages.";s:2:"id";s:30:"seo_woo_meta_single_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_advanced_options</strong> - yes</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_version</strong> - 1.0.19</li><li><strong>woo_shortname</strong> - woo</li><li><strong>woo_show_asides</strong> - true</li><li><strong>woo_show_carousel</strong> - true</li><li><strong>woo_show_featured</strong> - true</li><li><strong>woo_show_video</strong> - false</li><li><strong>woo_single_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_single_h</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_height</strong> - 150</li><li><strong>woo_single_image_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_image_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_post_image_height</strong> - 380</li><li><strong>woo_single_post_image_width</strong> - 280</li><li><strong>woo_single_w</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_width</strong> - 150</li><li><strong>woo_slider_auto</strong> - false</li><li><strong>woo_slider_heading</strong> - Also in this site</li><li><strong>woo_slider_interval</strong> - 4</li><li><strong>woo_slider_speed</strong> - 0.6</li><li><strong>woo_small_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_small_thumb_h</strong> - 60</li><li><strong>woo_small_thumb_w</strong> - 60</li><li><strong>woo_subscribe_email</strong> - </li><li><strong>woo_suckerfish</strong> - true</li><li><strong>woo_tabs</strong> - false</li><li><strong>woo_texttitle</strong> - true</li><li><strong>woo_themename</strong> - Gazette</li><li><strong>woo_thumb_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_thumb_h</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_height</strong> - 64</li><li><strong>woo_thumb_image_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_image_width</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_single</strong> - true</li><li><strong>woo_thumb_w</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_width</strong> - 64</li><li><strong>woo_twitter</strong> - erk_erk</li><li><strong>woo_updates_heading</strong> - Updates</li><li><strong>woo_updates_limit</strong> - 5</li><li><strong>woo_uploads</strong> - a:11:{i:0;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg";i:1;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/12-www.jpg";i:2;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/11-www.jpg";i:3;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/10-www.jpg";i:4;s:75:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/9-bannererkerknewpinkcopy.jpg";i:5;s:65:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png";i:6;s:62:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/7-faviconerk.png";i:7;s:72:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/6-bannererkerknew_copy.jpg";i:8;s:61:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/5-bannernew.jpg";i:9;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/4-www-erk-erk-com.png";i:10;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/3-www-erk-erk-com.png";}</li><li><strong>woo_video_category</strong> - Select a category:</li></ul>