Archive | LASER

ISKYCENTER สาขา 3 THE COAST บางนา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พาทัวร์ ISKYCENTER สาขา 3 THE COAST บางนา ที่เน้นในเรื่องการทำ 

BODY TREATMENT เป็นหลัก ส่วนที่นี่จะมีอะไรบ้างวันนี้เอิ๊กจะพาทัวร์กันค่ะ

ถ้ามาจากรถไฟฟ้าจะง่ายลง BTS บางนา เดินย้อนมาที่ THE COAST และ ISKY หาง่ายมาก

จะอยู่ข้างสำนักงานคอนโด THE COAST เลย ส่วนตัวเอิ๊กว่ามุมนั่งรอของคนไข้อาจจะไม่เยอะ

และ ตอนกลางวันอาจจะร้อนมาก ทั้งพนักงานรวมถึงคนไข้เอง เนื่องจากทางด้านหน้าจะสู้กับ

แสงแดดที่ส่องลงมา

แต่พื้นที่ด้านในค่อนข้างกว้าง และ ลึก มีห้องTREATMENTหลายห้องรองรับคนไข้ที่มา

ใช้บริการได้หลายคนอยู่ ที่นี่ค่อนข้างบรรยากาศดีเงียบ และ สงบมาก ชอบที่อยู่ใกล้

ศูนย์กลางค้า THE COAST บางทีเดินมาทานอาหาร และ เข้าห้องน้ำได้ง่ายเพราะใน

ศูนย์อาจไม่มีห้องน้ำ

ที่นี่พึ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ผู้จัดการสาขาแจ้งว่า เฟอร์นิเจอร์กำลังนำมาลงเพื่อรอเปิด

GRAND OPENING อย่างเป็นทางการปลายเดือนมกราคม และ แน่นอนเอิ๊ก

จะไปแสดงความยินดี กับ บ้านหลังที่2 สาขา 3 ของเอิ๊กแน่นอน 55555555555

เขายังไม่เชิญแค่รู้ว่ายังไงก็จะไปเป็นกำลังใจให้ศูนย์ ISKYCENTER ทุกสาขา

ในกรุงเทพเพื่อขอบคุณที่ดูแลเอิ๊กอย่างดีมาตลอด 3 ปีทั้งผิวหน้า รูปร่างรวมถึง

ส่วนเกินต่างๆ กราบขอบพระคุณมากค่ะ

เข้ามาถึงด้านหน้าเวลาเราเดินเข้าไปจะไปกรอกประวัติ หรือ สอบถามค่ารักษา

พยาบาลได้ก่อนล่วงหน้าที่นี่ค่ะ 

มาแล้วกรอกประวัติให้เรียบร้อย ที่ต้องเพิ่มสำหรับสาขานี้ คือ “น้ำหนัก และ ส่วนสูง”

 

ที่นี่จะมี BODY TREATMENT สำหรับการดูแลเรื่องส่วนเกิน ความหย่อนคล้อย ไม่กระชับ

การระบายของเสียของต่อมน้ำเหลือง หรือ อาการบวมน้ำ และ จะมี FACIAL TREATMENT

ที่มีคนใช้บริการเยอะ รวมถึงเลเซอร์แต่อาจต้องมีการนัดหมายก่อนล่วงหน้าสำหรับการ

ทำเลเซอร์ IPL หรือ เทคโนโลยีกระชับเช่น THERMAGE บนใบหน้า ฯลฯ

 ที่นี่จะมีจ่ายยาสำหรับผิวหนังปกตินะคะ แต่จะไม่มีครีมบำรุงผิวที่ปรุงสดพิเศษตามสภาพผิ

เหมือนว่าอนาคตอันใกล้มาก จะเป็นเรื่องของการทำระบบ NUTRITION จัดหมวดหมู่

สารอาหารที่เหมาะสมให้กับร่างกายเพื่อดูแลรูปร่างคุณหมอที่เอิ๊กอยากแนะนำให้พบ

เจอที่สุดที่ศูนย์นี้ในเรื่องแรงบันดาลใจการดูแลสุขภาพ คนแรกฝ่ายหญิง คุณหมอนุสรา

และ อีกท่าน คุณหมอ วรพงษ์ หรือ ศาสตราจารย์วรพงษ์ แต่เอิ๊กไม่แน่ใจว่าสองท่านเข้า

ที่นี่ไหม อาจจะต้องโทรสอบถามเพิ่มเติม เพราะทั้งสองท่านเอิ๊กได้รู้จักในอีกมุมในการ

ดูแลรูปร่าง และ สุขภาพตัวเอง เพราะคุณหมอสองคนชอบออกกำลังกาย ส่วนคุณหมอ

นุสรา ต้องให้นิยามว่า เป๊ะมากกกกกกกกก ดูแลอาหารการทาน + วินัยการ

ออกกำลังกาย ส่วนเรื่องเทคโนโลยีแน่นอนนาทีนี้ไม่มีใครเกิน รองศาสตราจารย์

รังสิมา เพราะว่าเธอลองเองมาทุกเทคโนโลยีก็จะทราบข้อดีข้อด้อยของแต่ละตัว

แบบลึกซึ้งมาก

หลังจากที่กรอกประวัติ เราก็จะถูกเรียกมาห้อง CONSULTATION ROOM มาพบ

แพทย์เพื่อที่แพทย์จะสอบถาม ถึงปัญหา และ การดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อที่จะวางแผน

และ จัด TREATMENT ที่เหมาะสมให้ หรือ มาพบเพื่อปัญหาผิวหนัง เลเซอร์ก็ห้องนี้

เช่นกันค่ะ เนื่องจากเอิ๊กหามาทุกอย่างที่ตัวเองกังวล

ส่วนใหญ่เอิ๊กก็จะพบและให้แพทย์

ดูความคืบหน้าของ TREATMENT ที่เคยทำ หรือ ปัญหาผิวที่เกิด ส่วนใหญ่ สิว

รอยสิว ฝ้า มีแค่นั้นวนไปวนมา ถ้าส่วนรูปร่าง มีปัญหาหุ่นลูกแพร์ ก็จะให้คุณหมอ

ดูแลช่วงร่างให้สวยในสรีระที่เราทำได้ เพราะเราไม่สวย และ หุ่นช่วงล่างอวบมาก่อน

การตกแต่งเหมือน 2 สาขาแรกเลยโทนฟ้าขาวสว่าง โล่ง สบายตา และ

มีสีแดงเล็กๆ ที่โลโก้ป้ายไฟหน้าห้อง TREATMENT ทุกห้อง

ถ้าใครมีการทำอะไรบนใบหน้า หรือ ต้องล้างหน้าก็ต้องเชิญห้อง MAKEUP ROOM

อยากแนะนำให้เพิ่มไดร์ และ หวีเหมือนบางที และ อาจมีแป้งเด็กด้วย อิอิ เพราะบางที

ใส่หมวกคลุมผม ถอดออกจะไม่ได้ทรงเดิม มันเศร้ามาก จะได้ว่าศูนย์เลเซอร์ที่เกาหลีจะมีหวี

และ แป้งด้วย ^^

ที่นี่มีพิเศษคือ การเก็บภาพก่อนหลัง การทำเทคโนโลยีทุกตัวที่เกี่ยวกับ BODY

ถ้าใครทำเกี่ยวกับหน้า และ อยากถ่ายก็สามารถแจ้งได้ค่ะ จำเป็นมาก

เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง

จะถ่ายทุกมุม 360 องศา บนพื้นหลังสีเดียวกัน มีการช่างน้ำหนักด้วย

และ คนไข้ในวันนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ หลังจากดูแลผิวหน้าสาขาชิดลม และ หนองแขม

ก็เดินทางมาถึง ISKYCENTER สาขา 3 ต้องขอใช้บริการ BODY ซะหน่อย เห็นต้นขา

ของฉันไหม ……….. ผู้จัดการสาขานี้สวยเข้ม เฮฮา คุยสนุก 55555 คุณดาวจะดูแลเอิ๊ก

ตลอดเวลาเอิ๊กไป เพราะเอิ๊กจะเยอะ 555555 เยอะในเรื่องชอบถาม มีคำถามเยอะ

จำไมตลอดเวลา ดังนั้นคนตอบคำถามได้ดีสุดรองจากแพทย์ คือ ผู้จัดการสาขานะคะ

ก็ผลัดกันแลกเปลี่ยนข้อมูล เอิ๊กจะทำเทคโนโลยี ZELTIQ มาบ่อยมาก ซึ่งแพงและได้

ผลจริงในการฆ่าเซลล์ไขมันส่วนเกินสำหรับคนผอม หรือ อวบ แต่อ้วนอาจจะไม่เหมาะ

คุณดาวก็พึ่งลองเทคโนโลยี ULTRASONIC ไป ก็จะผลัดกันเล่าความเจ็บ และ เทียบ

ผลกัน เทคโนโลยีเลเซอร์ค่อนข้างแพงสำหรับ BODY หรือ แม้แต่ FACIAL เองในการ

เห็นผล แต่ที่แน่ๆ มีงานวิจัยรองรับทุกตัวที่เอิ๊กทำในเรื่องของผลลัพธ์ และ ไม่ใช่ทำจบ

ต้องดูแลตัวเองไปอีกตลอดชีวิตในเรื่องอาหาร และ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพค่ะ

 

ตัวอย่างห้อง BODY TREATMENT : MED2 เทคโนโลยีกระชับรูปร่างที่เอิ๊กเคยลอง

ผลซึ่งเห็นเลยทันทีหลังทำ เหมาะสำหรับคนน้ำเหลืองไม่ค่อยดี บวมน้ำช่วยให้ระบบภายใน

ไหลเวียนดีขึ้น แต่ถ้าให้กระชับ และ ไขมันมีขนาดเล็กลง 4-6 ครั้งน่าจะเห็นผล

ตัวนี้เสริทหาผลลัพธ์ใน GOOGLE ได้ค่ะ เคยลอง 3-4 ครั้ง แต่ก็คิดว่า

ชอบตัวอื่นที่ฆ่าไขมันไปเลยมากกว่า 55555 สำหรับเซลล์ลูไลท์ หน้าท้องย้วย

เครื่องนี้จัดการดีค่ะ

ตัวอย่างอีกห้อง กับเทคโนโลยี ULTRASOUND ฆ่าไขมันตัวล่าสุด ที่ปล่อยความร้อน

เป็นส่วน โดยมีงานวิจัยที่พุง 1 ครั้ง 1 นิ้ว แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับคนที่ชั้นไขมันต้องบีบออกมา

หนา 1 นิ้ว และ ไม่อ้วนนะจ๊ะ เอาไปว่าอ้วนมาก ออกกำลังกาย คุมอาหารให้ลงจนเหลือ

ส่วนเกิน ค่อยพึ่งเทคโนโลยี พูดจริงจัง จะได้ไม่เสียตังค์โดยใช่เหตุนะคะ เจ็บมากนะตัวนี้

ช้ำนานอยู่เป็นอาทิตย์ ข้อดีไม่มีแผลผ่าตัด แต่เอิ๊กไม่ลองเด็ดขาด ทนเจ็บไม่ไหว 😛

TRI LIPO : ใครแก้มเยอะ ไม่ชอบฉีดสารโดยที่ยังไม่ผ่านอย. อัญเชิญตัวนี้ ทำหลายครั้งอยู่

แต่ข้อดีที่ต่างคือ แก้ม และ หน้ากระชับ เพราะความร้อนไปกระตุ้นคอลลาเจน เอิ๊กลอง 2 ครั้ง

แต่ตัวเองมีปัญหาอาการบวมน้ำนี่สิ เลยคิดว่านวดหน้าด้วยเครื่องที่บ้านดีกวา

ปัญหามันอยู่ที่ร่างกายเราด้วยที่ระบบไหลเวียนของเหลวเราไม่ค่อย WORK ดังนั้น

เทคโนโลยีพวกฆ่าไขมัน กระชับอะไรถึงได้ผลบ้างบางวัน ไม่ได้บ้างบางวันเพราะตัวเราเอง

ส่วนเครื่องนี้เครื่องใหม่ ไม่เคยได้ทดสอบ ช่วยเรื่องการไหลเวียนของเหลวในร่างกาย

คุณหมอบอกว่ามาลองไหม ต้องใส่ชุดอวกาศ อิอิ แต่ทำหลายครั้งหน่อยก็อาจจะขอ

ศึกษาหลักการก่อน 🙂 ก็ทั้งหมดเป็นแค่เครื่องบางส่วนที่ไม่รวม FACIAL TREATMENT

พระเอกของที่นี่สำหรับเอิ๊ก คือ เจ้านี้ ตัววัดดัชนีมวลร่างกายที่แท้จริง เคยได้ยินไหม BMI วัดค่าหามวลไขมัน กล้ามเนื้อ น้ำในร่างกายที่ทุกสถาบันในการดูแลรูปร่างควรแสดงความรับผิดชอบแต่แรก โดยการมีเจ้านี่ในสถาบัน เพื่อแสดงความจริงใจ ซื่อสัตย์ และ จำเป็นต่อคนไข้ บางคนอ้วนไขมันจริงไหม หรือ หนักกล้ามเนื้อ หรือ บางคนหนักน้ำในร่างกายเครื่องมือนี้สำคัญมาก โดยจะวัดความหนาแน่นโดยความต่างศักย์กระแสไฟฟ้าทั่วร่างกาย โดยมีการหนีบขั้วแม่เหล็กที่มือ และ เท้า

 

 

ต่างจากเครื่องที่เราไปยืนชั่งแน่นอนให้ความแม่นยำค่อนข้างสูง แต่อาจจะต้องปัสสาวะ

ให้เรียบร้อยซักพัก และ อย่าพึ่งดื่มน้ำก่อนมาวัด ราคาเครื่องนี้ เกือบแสนห้า O.o แอบมา

สืบราคาตกใจตัวจิ๋วเดี๋ยว ราคาอลังมาก คุณภาพน้องเขาแน่น 5555

ผลก็จะออกมา เพื่อนำไปให้แพทย์เป็นคนอ่านให้ฟังนะคะ อยากดูของเอิ๊กไหม อย่างที่คิดเลย

และ รองศาสตราจารย์รังสิมา แพทย์ประจำวันก็อ่านค่าให้เอิ๊กฟัง ซึ่งผลเป็นไปตามที่เรา

เคยสงสัยกัน ในเรื่องการระบายน้ำหรือของเหลวในร่างกายของเอิ๊ก “ไม่ดี” ทำให้บางวัน

หน้าหด หน้าอ้วน ระหว่างวัน ขาเล็ก ขาใหญ่ระหว่างวัน ทางแก้ถาวรยังไม่มี เทคโนโลยี

ก็อาจจะต้องลองดูแต่ก็อยู่ได้เป็นระยะ กรณีนี้เพื่อให้เลือกเทคโนโลยีให้เหมาะสม

ซึ่งบางคนอาจไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ อย่างเอิ๊กอาจจะลองเทคโนโลยีบางตัวเพื่อให้

ระบบการไหลเวียนของเหลว ระบายดีขึ้นแต่ก็ทำหลายครั้ง เอิ๊กอาจจะตัดสินใจไม่ทำ

ก็ได้ แล้วไปเลือกวิธีบีบนวด และ ออกกำลังกายเอา

มากกว่านั้นก็เป็นเรื่องของพลังงานอาหารที่เราควรทานในวันปกติ หรือ วันที่ไม่ได้

ใช้แรง เพื่อวางแผนในการคุมอาหารในบางคน ถ้าตั้งใจลด ก็ต้องเอาพลังงานออก

เท่าไหร่ต่อวันก็ว่าไป ต้องทานน้อยแค่ไหนก็ว่าไป และ ยังบอกได้ถึงระบบการเผาผลาญ

บางคนเข้าใจว่าระบบการเผาผลาญต่ำ แท้จริงก็ปกติเพียงแต่เห็นคนทานเท่าไหร่ไม่อ้วน

ก็เอามาเทียบกับตัวเอง บางคนอาจจะเป็นไทรอยด์บางชนิดมาเช็คระบบการ

เผาผลาญต่ำจริงๆ เขาก็ต้องวางแผนการทานอาหารควบคู่ไปด้วย จุดนี้สำคัญบอกเลย

เอิ๊กหุ่นลูกแพร ไขมันน้อย กล้ามเนื้อน้อยจริง จนคุณหมอไม่อยากให้ทำอะไรแล้วแต่เอิ๊ก

เดินทางปั้นรูปร่างตัวเองมาจนใกล้นาฬิกาทรายมากกจนอยากเดินต่อให้สุด แน่นอน

เหลือช่วงล่างทำ ZELTIQ ไป อย่างที่เอิ๊กเคยบอก และ เอิ๊กมั่นใจว่าเขียนคนแรกในไทย

ว่าโครงสร้างร่างกายของเราเปลี่ยนได้ด้วยอะไรบ้างลองอ่านดูค่ะ

CLICK

คุณหมอวางแผ่นเจล แล้วนำหัวที่เหมาะสมมาวาง ใครจะทำต้นขาบอกเลยรอต้นปีหน้า

มีหัวที่ออกแบบมามีความยาวเหมาะสมที่นี่ที่แรกในประเทศไทยแน่นอนกล้าการันตี

เพราะที่นี่มีผู้หญิงคนนี้ที่ทำงานวิจัยตัวนี้อย่างจริงจังและคิดว่ากำลังจะส่งเพื่อเข้า

ตีพิมพ์บทความวิจัยในวารสารวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติเร็วๆนี้

อยากบอกว่าคุณหมอเป็นยอดหมอ เป็นอาจารย์ เป็นรองศาสตราจารย์ไฟแรงสูง

ตลอดเวลาเป็นไอดอลในการทำงานของเอิ๊ก และในการใช้ชีวิตรับใช้สังคม

ใครจะรู้บ้างว่าคุณหมอชอบช่วยคนไข้มะเร็งผิวหนัง แกถนัดผ่าตัดด้วย

และ เลเซอร์รักษาคนไข้เด็กปานโอตะแต่กำเนิดที่ไม่มีเงินรักษาที่รพ. ศิริราช

ถ้าใครรู้จักแกจะบอกว่าแกเป็นคน ACTIVE มาก ขยัน และ ชอบเรียนรู้

และ เดินทางบรรยายในหลายประเทศต่อเดือนแก่แพทย์ชาวต่างชาติ โดยมี

สไลด์บรรยายเป็นผลงานคนไข้ในงานวิจัยต่างๆของแกเอง ชอบขอแกดูเพราะ

เป็นคนไข้เป็นคนไทย เห็นแล้วจะมโนภาพตัวเองได้หากมีปัญหาใกล้เคียงกัน

แล้วคุณหมอก็สอนหนังสือข้างเตียงตามเคย เพราะเอิ๊กคือบล็อคเกอร์ขี้สงสัย 55555555

คุณหมอจะชอบพูดเล่นเสมอ รักษาคนไข้เจ็บ แต่คนไข้ก็ยิ้มและยกมือไหว้ตลอดเวลา 😀

เอิ๊กยิ้มไม่ออกหน้าเบ๊ 555 ก็ยกมือไหว้ขอบพระคุณคุณหมอที่รังสรรค์ความงามให้

ตอนนี้ ZELTIQ มีหัวสำหรับพุง แขน แต่สามารถนำมาวางกับขาได้บางจุด

แต่หัวจะออกมาใหม่สำหรับขาเลย แต่ถ้ารอบหน้าเอิ๊กขอคิดดูก่อนนะคะ เพราะรอบนี้ใกล้

กระดูกเจ็บระบมตรมตรอมไปข้างละ 1 ชั่วโมงเต็ม 555 และทุกอย่างก็กลับสู่ปกติไม่มีใครรู้

รอผล 3 เดือน เดี๋ยวเราจะกลับไปถ่ายรูป AFTER อีกครั้ง สำหรับไขมันที่ตายไป20-25%

ประเด็นตอนนี้คือ ทำยังไงกับอาการระบายของเหลวในร่างกายได้บ้างนอกจาก

ออกกำลังกาย และ รู้แล้วว่าถ้าอยากน้ำหนักน้อยควรทานแค่กี่ แคลอรี่ ต่อวัน

เปิดโลกพีรญาอีกแล้ว 26 ปีไม่เคยรู้มาก่อน แค่เดา และ พูดให้คนอื่นฟังว่า

ตัวเองเป็นคนบวมน้ำวันนี้สรุปแล้วว่า “จริง” แง แง แง แง แง แง แง

ขอบพระคุณทุกท่าน ณ ISKYCENTER ที่ดูแลเอิ๊กในวันนี้

ไว้เอิ๊กพามาทัวร์อีกรอบถ้าที่นี่เสร็จสมบูรณ์นะคะลากันไปด้วยบรรยากาศ

ยามค่ำคืน เอิ๊กมาที่นี่ที่ไหร่ไม่เคยต่ำกว่า 3-5 ชั่วโมง ตอบไม่ได้ว่าทำไม

หรือ เพราะคำถามที่ไม่มีที่สิ้นสุดของตัวเอง และ คำตอบที่ได้เยอะไม่สิ้นสุดเช่นกัน

XOXO

INFO

www.iskycenter.com

www.facebook.com/iskycenter

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASER, RADIO FREQUENCYComments (0)

E-PRIME เทคโนโลยียกกระชับผิวหย่อนคล้อยที่ล้ำกว่า THERMAGE

E-PRIME เทคโนโลยี RF คลื่นวิทยุยกกระชับลดความหย่อยคล้อย
ที่ล้ำกว่า THERMAGE
ปัจจุบันถ้าให้พูดถึงเทคโนโลยียกกระชับที่ได้ความเป็นธรรมชาติมากกว่าการศัลยกรรมผ่าตัดดึงใบหน้าคลื่นวิทยุขั้วเดียว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์รองลงมาจากการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นย่อมน้อยกว่ามาก ระยะเวลาการเห็นผลนานกว่าแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างน้อยสำหรับ THERMAGE เองใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนขึ้นกับช่วงอายุและริ้วรอยจึงจะมองเห็นผลที่ค่อยๆชัดขึ้น และ อยู่ยาวนานประมาณ 12-18-24 เดือน แต่ด้วยทำไมถึงยังคงเป็นทางเลือกสูงอีกหนึ่งตัวเลือก เพราะให้ความเป็นธรรมชาติ ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าไปทำอะไรมา ไม่มีแผลเป็น และ เมื่อทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ ไม่ต้องพักฟื้น แต่งหน้าได้ตามปกติ และไม่ใช่การผ่าตัดที่ทำให้เกิดบาดแผล สำหรับคนไม่สะดวกในการผ่าตัด
 
ก่อนจะเกิด E-PRIME ได้มีงานวิจัยที่ทางรพ.ศิริราชได้จัดทำขึ้น เกี่ยวกับการเสียบเข็มลงไปบนผิวหนัง ว่าหากเสียบลงไปเฉยๆ จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ กระตุ้นคอลลาเจน หรือ ยกกระชับอะไรได้บ้าง ปรากฎว่าไม่มีผลลัพธ์ใดๆเกิดขึ้ เมื่อตัดชิ้นเนื้อออกมาดู คราวนี้จึงมีการทำวิจัย โดยการเสียบปลายเข็มลงบนผิวหนัง และ ปล่อยความร้อนลงสู่ปลายเข็ม ผลปรากฎว่า เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนจีงเกิดการกระชับของผิวขึ้นได้
 
www.erk-erk.com
หลักการทำงาน E-PRIME
www.erk-erk.com
 เหตุผลที่ E-PRIME ออกมา เนื่องจากผลลัพธ์ที่เกิดผลของ THERMAGE
อาจจะใช้เวลาหลายเดือน จึงเกิดแนวคิดทำให้ความร้อนลงไปลึกขึ้นผ่านปลายเข็ม
แต่หลักการทำงานนั้น COPY Thermage มาเลยเพียงแต่ลงลึกและ เห็นผลดีกว่า
เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ ที่ทำให้เกิดความร้อนผ่านปลายเข็มที่สอดลงไปใต้ผิวหนัง
และความร้อนโดยคลื่นวิทยุนั้นจะถูกส่งผ่านลงลึกไปยังชั้นหนังแท้ส่วนลึก
เพื่อทำให้คอลลาเจนที่มีอยู่กระชับตัว และช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วย  
ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น เรียงตัว กระชับได้รูปขึ้น มีสุขภาพผิวดีขึ้น
สุขภาพผิวแข็งแรงขึ้น และผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลงได้
ทั้งนี้ขึ้นกับความลึกของริ้วรอย ความหย่อนคล้อยของผิว
อายุ และการตอบสนองของผิว ซี่งจุดเด่นจะอยู่ที่การเห็นผลดีกว่า
และ เร็วกว่า THERMAGE 1-2 เท่า และก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ในค่าใช้จ่ายที่เท่าๆกัน
เพียงแต่จุดด้อยที่มองเห็นตอนนี้ คือ ความเจ็บที่มากกว่าเนื่องจาก
ต้องมีการสอดเข็มลงไป และ ก่อนการทำต้องมีการฉีดยาชาลงไป 
www.erk-erk.com
www.erk-erk.com

Microneedle RF จะเป็นเข็มขนาดเล็กมากๆ จำนวน 5 คู่แต่ละคู่จะแบ่งเป็นสองขั้ว คือขั้วบวก กับขั้วลบ จิ้มลงไปในชั้นผิวที่ระดับความลึกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร แล้วปล่อยพลังงานความร้อนลงไปที่ปลายเข็ม ทั้งนี้ในเข็มแต่ละขั้วจะมี Feedback Control เพื่อควบคุมให้ได้อุณหภูมิตามที่ตั้งไว้เพื่อให้ได้ค่าที่เท่ากันทุกเล่ม ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้อุณหภูมิที่ประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

www.erk-erk.com

www.erk-erk.com
 
อายุที่เหมาะสม
35 – 60 ปี คือเริ่มมีริ้วรอย และ ความหย่อนคล้อยเกิดขึ้น บริเวณร่องแก้ม ปาก แนวกราม เหนียง
 
เพศ
ได้ทั้งชาย และ หญิง
 
ผลลัพธ์
มักจะเริ่มปรากฎเดือนแรก เต็มที่คือหกเดือนแรก และ อยู่ยาวถึง 2 ปี
www.erk-erk.com
 
ข้อดี
  • ได้ความเป็นธรรมชาติในการยกกระชับ
  • ไม่มีใครดูออกว่าไปทำอะไรมา
  • เห็นผลรวดเร็วกว่าเทคโนโลยี RF ตัวอื่น
  • ผลลัพธ์อยู่ประมาณ 2 ปี 
  • ความร้อนให้ผลพลอยได้คือผิวดูแข็งแรง ยืดหยุ่นและดูมีสุขภาพดี
  • ไม่ต้องผ่าตัด ดมยาสลบ 
 
ข้อด้อย
  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก
  • ไม่กระชับเท่าการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า
  • เจ็บ ต้องฉีดยาชา และ ปล่อยพลังงานลงผ่านปลายเข็ม
  • อาจมีอาการบวมอยู่ซักระยะ
ที่มาข้อมูล
  • เทปสัมภาษณ์ พญ.นุสรา วงศ์รัตนภัสสร

ที่มารูปภาพ

  • mapperleypark.co.uk,stclaircosmetic.com,syneron-candela.co.uk,Iskycenter.com,americanhealthandbeauty.com

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, LASER, THERMAGEComments (0)

เส้นเลือดขอดกับแนวทางการรักษาจากแพทย์ผิวหนัง

 

 

 

 

 

เส้นเลือดขอด อีกปัญหาผิวหนังที่กวนใจ

วิธีการรักษาอาจเลือกจากขนาดของเส้นเลือดเป็นหลัก

ว่าจะฉีดยา เลเซอร์ หรือ ผ่าตัด รวมถึงใช้ทุกวิธีผสมผสาน

เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด และ เหมาะสมถูกต้อง

เส้นเลือดขอดเกิดจาก

หลอดเลือดดำโป่งพองขึ้นจนเห็นว่าปูดขึ้นมา บางครั้งมีอาการปวดร่วมด้วย และมีหลายขนาดตั้งแต่เล็ก ๆ ฝอยๆ จนถึงขนาดเท่านิ้วโป้ง เพราะปกติหลอดเลือดดำนำเลือดกลับไปสู่หัวใจในทิศทางเดียวเหมือนถนนวิ่งทางเดียว (ONE WAY) โดยมีลิ้นหลอดเลือดดำบังคับให้เลือดเดินทางเดียว แต่ในคนที่มีเส้นเลือดขอดเกิดจากการที่ลิ้นเหล่านี้เสีย มีการทำงานที่ผิดปกติ หรือ อ่อนแอลง จึงทำให้มีหลอดเลือดดำไหลย้อนกลับมา ส่งผลให้มีความดันสูงขึ้นในหลอดเลือดดำที่ขาและทำให้มีการโป่งพองในหลอดเลือดดำ โรคเส้นเลือดขอดมักพบได้ในผู้หญิงและสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ จะพบเป็นมากหลังตั้งครรภ์ รวมถึงการยืนมาก และ การมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจนขาอาจจะรับน้ำหนักไม่ไหว คนที่ชอบยกของหนักเป็นประจำ

เส้นเลือดขอดพบได้บริเวณไหนบ้าง

ชัดเจนที่พบบ่อยบริเวณน่อง แขน ขา สะโพก

วิธีป้องกันเบื้องต้น

 งดใส่เสื้อผ้าแน่นคับรัดติ๊ว โดยเฉพาะบริเวณเอว และ ต้นขา ขา น่อง เพราะมันกดเส้นเลือดดำที่ขา ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ไม่รัดเข็มขัดแน่นไป ไม่ใส่กางเกงชั้นในรัดเกินไป ไม่ให้รัดทั้งสะโพก ไม่ให้รัดทั้งต้นขา

 อย่ายืน นั่งนานๆ ควรขยับบ้าง เช่นเดินบ้าง ขยับร่างกายบ้าง ไม่นั่งไขว้ขา มีผลต่อการไหลเวียนเลือดช้าลง 

❤ ออกกำลังกายกล้ามเนื้อน่อง ยืนตรง เขย่งเท้าขึ้นลงช้า 30 ครั้ง ขึ้นบรรไดแทนการใช้ลิฟต์ เดินเร็วๆสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และ เพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการออกกำลังกายอื่นด้วย เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ให้ร่างกายส่วนร่างมีเพิ่มระบบไหลเวียนเลือดได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการหายใจเข้า ออก ให้ถูกต้องขณะออกกำลังกาย

 ถุงน่อง ที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพ รัด กด เส้นเลือดดำให้แฟบลงได้ แพทย์สามารถแนะนำได้ว่าเป็นชนิดไหน บางครั้งใส่หลังการรักษาเส้นเลือดขอดด้วยเพื่อไม่ให้เส้นเลือดขอดกลับมาอีก

 นอนยกเท้าสูงเหนือหัวใจ ทำครั้งละ 10-15 นาที ทำให้เส้นเลือดดำไหลกลับมาส่วนบนของร่างกายได้ดีขึ้น หากไม่มีโอกาสนอน ก็ใช้เท้าวางบนม้านั่งหรือที่พักเท้าแทนได้ในระดับหนึ่ง

 อย่าปล่อยให้น้ำหนักตัวมากเกินไป โดยเฉพาะบุคคลที่มีรูปร่างช่วงล่างเล็ก นอกจากจะทำให้คุณปวดขา และ ยังเพิ่มโอกาสการเป็นเส้นเลือดขอดได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ใส่รองเท้าที่แบน เตี้ย ลดการเกร็งตัวของบริเวณน่อง ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น

 ดื่มน้ำสะอาดตลอดวัน ช่วยคุมน้ำหนัก 

อาบน้ำเย็น เลี่ยงน้ำอุ่น น้ำร้อน หันมาใช้น้ำเย็นในการอาบน้ำ ช่วยให้หลอดเลือดดำหดตัว 

วิธีรักษา

  1. เลเซอร์ เหมาะกับการรักษาเส้นเลือดขอดที่มีขนาดไม่เกิน 3 มล. หรือพูดง่ายๆเส้นเลือดเล็กๆ หรือ ระดับเส้นเลือดฝอย ชนิดเลเซอร์ที่ใช้ เช่น GENTLE YAG / VBEAM
  2. ฉีดยา หรือ Sclerotherapy เหมาะกับการรักษาเส้นเลือดขอดขนาดเท่าไส้ดินสอ 
  3. ผ่าตัด เหมาะกับการรักษาเส้นเลือดขอดที่มีผลข้างเคียง บวม ปวด ผื่นขึ้น มีแผล อักเสบ เลือดออก อาการใดอาการหนึ่ง ก็มีตั้งแต่ผ่าบริเวณขาหนีบหรือหลังเข่าเพื่อตัดและผูกเส้นเลือด อีกวิธีตัดเส้นเลือดดำที่ลิ้นในหลอดเลือดผิดปกติทั้งเส้น เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ วิธีสุดท้ายผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดที่ลึกออกทั้งเส้น 

❤ เลเซอร์

วิธีนี้ก็จะรักษาเส้นเลือดขอดขนาดเล็ก ฝอย เส้นผ่าศูนย์กลาง  1-3 มิลลิเมตรไม่เกิน จะยิงเลเซอร์ที่ใช้รักษาเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงปล่อยพลังงานลงไปทำลายเส้นเลือดขอดที่เราไม่ต้องการ ไม่เจ็บ ไม่มีแผลหลังทำแต่อาจจะดูแดงๆซักไม่กี่ชั่วโมง รอยแดง ก็จะหายไป

❤ ฉีดยา SCLEROTHERAPY ขนาดต้องไม่ใหญ่มากประมาณไส้ดินสอ จะฉีดตัวยาบางอย่างที่ผสมกันแล้ว ฉีดเข้าไปยังขั้วเส้นเลือดขอดที่มีปัญหา หลังจากนั้นตัวยาจะไหลจากต้นขั้วไปยังรากที่แตกแขนง กระจายตัวไปจนสุดทำให้บางเส้นหายไปในทันที บางเส้นอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นว่าเส้นเลือดขอดลีบเล็กลง แล้วอาจจะต้องกลับมาฉีดซ้ำซัก 1-2 ครั้ง เส้นเลือดขอดก็จะหายไป วิธีนี้ อาจจะต้องใส่ถุงน่องเฉพาะที่เอาไว้รัด ไม่ให้เกิดการกลับมาของเส้นเลือดขอดเป็นระยะเวลา 3 วัน ฉีดแล้วหายไปเลย ใช้เวลาทำนานมาก แพทย์จะต้องใช้การเพ่งสายตาเพื่อฉีดเข้าไปทีละเส้น เจ็บ และมักจะไม่มีการฉีดยาชา

❤ ผ่าตัด

1. Surgical Exploration ผ่าบริเวณขาหนีบหรือหลังเข่าเพื่อตัดและผูกเส้นเลือด

2. Surgical Stripping ตัดเส้นเลือดดำที่มีลิ้นในหลอดเลือดผิดปกติออกทั้งเส้น เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

3. Surgical Removal ผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดที่ลึกออกทั้งเส้น

4. การผ่าตัดด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ความเจ็บปวดจากการผ่าตัดปกติน้อยลง และ ผลข้างเคียงน้อยลง

 

 

❤ รับประทานอาหารเสริมสมุนไพรสกัด อาทิ เปลือกสน เมล็ดองุ่น เป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เนื้อเยื่อหลอดเลือดแข็งแรง ลดอาการปวดบวมของเส้นเลือดขอด เพิ่มการไหลเวียนเลือด

 

❤ สวมถุงนุ่งที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรัดขาเพื่อป้องกันเส้นเลือดขอด ลดการปวด บวม บวมน้ำ และ ป้องกันปัญหาเส้นเลือดของกลับมาเกิดใหม่ได้ ซึ่งกรณีสวมถุงน่องนี้ อาจจะต้องได้รับคำแนะนำปรึกษาจากแพทย์ว่าเหมาะสมกับการใส่ไหมสำหรับเส้นเลือดขอด และ ขนาดที่เป็นอยู่ มีทั้งสองขนาด ขนาดที่ส่วนถึงเข่า หรือ สูงถึงต้นขา และควรสวมใส่ตั้งแต่ตอนเช้า ก่อนขาจะค่อยๆบวมน้ำเหลืองขึ้นในตอนเย็น


 

ถ้ากรณีเป็นมาก มีหลากหลายขนาด อาจใช้หลายวิธีผสมผสานกัน

และ อาจมีการทำ อัลตราซาวนด์เพิ่มด้วยเพิ่มให้การมองเห็นภาพเส้นเลือดมันชัดลึกลงไปใต้ผิว

ทั้งสำหรับเส้นเลือดขอดที่ลึกลงไป หรือ ดูการกระจายตัวของเส้นเลือดขอด

ทำให้การรักษาแม่นยำขึ้น อาจทำทั้งก่อน และ หลังทำ

แหล่งข้อมูล
– เทปสัมภาษณ์ พญ. นุสรา วงษ์รัตนภัสสร
– nuvelaesthetica.com,harbinclinic.com,http://www.miamivascular.com/,
http://www.varistop.com/foamsclerotherapy/,drgouletveinclinic.com,

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASERComments (0)

เลเซอร์รักษารอยแดงที่เหนือกว่าอย่าง CYNERGY

” รอยแดงจากสิว เส้นเลือดฝอยที่หน้า เส้นเลือดใต้ตา เส้นเลือดฝอยตามน่อง ปานแดง ปานดำ บริเวณผิวหนังที่แดงผิวปกติ แผลคีรอยด์ และ กำจัดขน “

ปัญหาผิวหนังทั้งหมดที่กล่าวมาคือความสามารถในการรักษาของเลเซอร์ CYNERGY

เป็นการรวมนวัตกรรมของ

เลเซอร์ที่รักษาความผิดปกติของหลอดเลือด

เลเซอร์ที่ความผิดปกติของสีผิว และ เลเซอร์กำจัดขนไว้ด้วยกัน

[ pulse-dye laser & long-pulse Nd:YAG ]

สามารถรักษาได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน [MULTI]

” ปกติ VBEAM จะขึ้นชื่อเรื่องรอยแดงสิวอยู่แล้ว แต่VBEAMก็ยังมีข้อจำกัดสำหรับเส้นเลือดขนาดเล็กๆละเอียดอาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย สำหรับเลเซอร์ตัวนี้จะสามารถรักษารอยแดงได้ในบริเวณที่กว้าง หรือ แม้กระทั่งเส้นเลือดแดงที่มีขนาดเป็นฝอยเล็กๆตามผิวหนัง ทั้งนี้เส้นเลือดฝอยขนาดใหญ่ เล็กสีเขียวก็สามารถรักษาได้ในเวลาเดียวกัน รวมถึงแผลคีรอยด์ก็ทำให้ดีขึ้นด้วย รวมถึงการรักษาความผิดปกติของสีผิวหนัง เช่น ปานแดง ปานดำ “

ความเจ็บระหว่างทำ

อาจจะมีการทายาชาก่อนทำ และ มีการเป่าลมเย็นลดความเจ็บปวดได้ระดับนึง

การเตรียมตัวก่อนทำ

งดการตากแดดเป็นเวลา 1 เดือนอย่างน้อยก่อนทำ

หลังทำ – ผลข้างเคียง

  • สีผิวบริเวณที่ทำจะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม แดงคล้ำอยู่ 2 – 7 วัน จึงจะดีขึ้นเรื่อยๆ
  • เส้นเลือดบริเวณขาหลังทำอาจมีตุ่มน้ำพอง และ ผิวเป็นสีแดงเข้มอยู่ประมาณ 7-14 วัน
  • กำจัดขน อาจเป็นตุ่มน้ำใสๆเล็กๆขึ้น จะยุบเองประมาณ 2 ชั่วโมง อาจจะรู้สึกระคายเคืองผิวเล็กน้อย บางครั้งผิวอาจเป็นสีชมพูแดงประมาณ10นาทีจะหายไปเอง

 

ก่อนทำ  – หลังทำทันที และ 60 ชั่วโมงผ่านไป

[ขอบคุณรูปรีวิวของพ่อหนุ่มคนนี้ เขาหน้าแดงมากแดงเกินเลยรักษาเห็นภาพเลย]

การดูแลตัวเองหลังทำ

  • ล้างเบา ๆ ด้วยสบู่ที่อ่อนโยน น้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยน และน้ำเปล่าที่สะอาด
  • ควรทาครีมบำรุงให้ความชุ่มชื่นทุกวันสม่ำเสมอ
  • สามารถทานยาแก้ปวดได้ ถ้ารู้สึกระบบ จากการทำในบริเวณที่กว้าง
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด
  • นัดเช็คผลกับแพทย์ที่รักษา
  • งดเล่นกีฬาระหว่างที่รอยแดงยังไม่หายดี
หลังทำ 5 วัน

[พอหน้าหายแดงดูหล่อเลยวุ้ย]

กะว่าจะไปทำที่ ISKYCENTER จะทำที่ใต้ตามีเส้นเลือดอยู่ แต่เห็นว่ารอยมันก็อยู่หลายวัน เลยต้องมาหาข้อมูลรอไว้เพื่อช่วงไหนงดไปไหนจะจัดมาให้ดูค่ะ เอิ๊กว่าถ้าจะติดคงอยู่ที่รอยแดงหลังทำก่อนจะดูดีหลายวันไปหน่อย แต่ผลลัพธ์มันน่าทึ่งมาก ปานแดง ปานดำ คีรอยด์คงคุ้มมาก หรือ เส้นเลือดขอดตามขา และพวกเส้นเลือดตามหน้าสีแดงชัดไป ยังไงหาข้อมูลก่อนทำค่ะ รวมถึงข้อมูลแพทย์ด้วยดูแล้วตัวนี้พลังงานเลเซอร์จะเข้มมาก 🙂

XOXO

Posted in LASERComments (0)

EMATRIX หลุมสิวตื้น รูขุมขนกระชับ หน้าใสขึ้น

ขอบคุณ ISKYCENTER สำหรับข้อมูลประกอบค่ะ

วันนี้จะมาแนะนำเทคโนโลยีใหม่ EMATRIX ที่ลดผลข้างเคียงทั้งแผล และ สีผิวที่อาจเปลี่ยนไปได้ด้วยเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ นำมาใช้ผลัดเซลล์ผิวด้านบน คล้ายลักษณะกึ่งมีแผล

เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษา

  • ริ้วรอย
  • หลุมสิว
  • รูขุมขนกระชับลง หน้าเรียบเนียนขึ้น
  • ผิวพรรณกระจ่างใสขึ้น
  • ผิวพรรณกระชับ


เรียงตามลำดับ

เทคโนโลยีนี้ดียังไง ?

หลายคนคงคุ้นเคยกับคลื่นความถี่วิทยุมาบ้างแล้ว ในนวัตกรรมความงามคลื่นความถี่วิทยุสามารถช่วยได้หลายอย่าง เรื่องทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว ยกกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจน และอีกมากมาย

EMATRIX เป็นการปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนโดยใช้คลื่นความถี่สูง (RF) กระจายพลังงานลงไปบนผิวในลักษณะรูปทรงปิรามิดซึ่งต่างจากการทำเลเซอร์ปรับสภาพผิวชนิดอื่นๆ ที่เวลาทำแผลด้านบนจะใหญ่ และ ผลลัพธ์ก็กระจายเท่ากับที่ใช้เลเซอร์ยิงลงไป ทำที่ไหน ได้ผลเท่านั้น แต่ EMATRIX ไม่ใช่ยิงลงไปบนผิวแต่ปล่อยพลังงานจากจุดเล็กๆด้านบน แต่พลังงานเหล่านั้นลงไปชั้นหนังแท้แผ่ขยายพลังงานด้านล่างเป็นมุมกว้างจึงสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้มากขึ้น ลึกขึ้น แต่ แผลด้านบนมีขนาดเล็ก ลดการเกิดผลข้างเคียงในการปรับสภาพผิวแบบเดิมๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น 

EMATRIX จะปล่อยพลังงานแบบรูปทรง PYRAMID

ผลพลอยได้ของมันค่อนข้างเยอะ เช่นรักษาหลุมสิว เราก็จะได้ใบหน้าที่เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง หลุมตื้นขึ้น ใบหน้าใสขึ้น กระจ่างใสขึ้น ลดปัญหาเรื่องการเกิดแผลขนาดใหญ่ แผลเป็น ด่างขาว สีผิวที่คล้ำลง ลดผลข้างเคียงไปเยอะมาก หรือไม่เกิดเลย ลดความเจ็บปวดไปได้เยอะระหว่างทำอาจรู้สึกเพียงอุ่นๆ

ผลลัพธ์เห็นเมื่อไหร่

การปรับสภาพผิวนั้นอาจต้องใช้เวลาถึง 4-6 สัปดาห์ถึงจะเริ่มเห็นผลเพื่อเนื้อเยื่อและคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นสร้างขึ้นมาใหม่

ต้องรักษากี่ครั้ง

ขึ้นกับปัญหาผิวพรรณที่ต้องการรักษา อย่างหลุมอาจต้องใช้เวลามากหากลึกประมาณ​3-6ครั้ง อาจดีขึ้นมากถ้าเป็นตื้น แต่ถ้าลึกอาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วยและอาจไม่หาย 100%

การดูแลตัวเองหลังทำ

อาจเกิดสะเก็ดเล็กๆ คล้ายรอยตะแกรงบาบีคิวมานาบเบาๆ แดง แต่จะหายไปเองภายในไม่กี่วัน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ราคา

ค่อนข้างสูงประมาณ 15,000 / ครั้ง หรือ เป็นคอร์ส 36,000 บาท แล้วแต่จำนวนครั้งในการยิง เนื่องจากหัวที่ใช้ยิงเป็นทองคำซึ่งใช้ครั้งเดียวแล้วต้องทิ้ง

ความปลอดภัย

ระดับสูงผ่าน FDA เรียบร้อย 

ข้อแนะนำ

การปรับสภาพผิวทุกชนิดต้องมีการกระตุ้นคอลลาเจนผลิตเนื้อเยื่อโครงสร้างผิวที่แข็งแรงใหม่ขึ้นมาอาจต้องใช้เวลาในการเห็นผลลัพธ์

เมื่อเช้าแวะไปอ่านกระทู้ท่านนึงมา ผ่านการรักษาหลุมมาโชคโชนเกือบ 10 วิธี เธอบอกว่า EMATRIX ติด 1 ใน 3 วิธีเธอแนะนำว่าเห็นผลจริงเอิ๊กเองยังไม่มีโอกาสได้ลอง ถ้าได้ลองจะมาเล่าสู่กันฟัง ส่วนตัวอายุปีนี้ 25 แล้วการผลิตคอลลาเจนก็น้อยลงมาก ขึ้นกับสภาพร่างกายอีกคิดว่าอาจได้ใช้การปรับสภาพผิวมาช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนบ้าง เพราะมันอยู่อีกนานเมื่อมันดึ๋งดั๋งขึ้นแล้ว หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆหลายที่เคยกรอหลุมสิว ริ้วรอย หรือ รูขุมขนด้วยเลเซอร์ชนิดมีแผล เอิ๊กได้ผลข้างเคียงคือ ผิวชมพู ตอนนี้จะ 5 เดือนแล้วยังไม่หายสนิทแต่ดีขึ้นเรื่อย เอิ๊กอาจจะใช้วิธีนี้ถ้าต้องการทำให้หลุมมันดีขึ้นเป็นวิธีต่อไปค่ะ เพราะไม่อยากได้ผลข้างเคียงอะไรอีกแล้ว <3

Posted in ACNE, BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, LASERComments (0)

ดูแลผิวหลังเลเซอร์ Q&A

 

ลืมว่าหัวข้อนี้ไม่เคยเขียนอย่างจริงจัง เอิ๊กเขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวไว้ส่วนนึง และเพื่อข้อมูลที่ถูกต้องจึงหาคุณหมอมาสัมภาษณ์เพื่อยืนยันว่าที่ดูแลตัวเองมานั้นถูกทาง ให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่จริงและได้นำไปปฏิบัติในการดูแลผิวหลังทำเลเซอร์ เนื่องจากวันนี้เอิ๊กไปเลเซอร์ขนใต้วงแขนมาที่ ISKYCENTER

เจ็บน้ำตาจะไหลแกล้งทำหน้าพริ้ม ยาชาไม่ช่วยอะไร วันนี้ได้เคล็ดลับใหม่จากคุณหมอเอาน้ำแข็งเย็นๆมาโปะจนปวดจ้า ชาลึกดี เจ็บน้อยลง

55555555555555555555555555555555555

ครั้งที่ 3 แล้ว ส่วนใบหน้าทนไม่ไหวเลยไม่ได้ทำ และ วันนี้ไม่ใช่ตารางเข้าของคุณหมอโอ๋ที่ยิงให้ประจำ จึงได้รู้จักแพทย์หญิงอีกคนที่น่ารักมากคนนึง เลยขอสัมภาษณ์มาค่ะ

 

ขอบพระคุณ แพทย์หญิง กิตธิรา ชัยสัมฤทธิ์ผ สำหรับข้อมูลในครั้งนี้ด้วยค่ะ

 

โดยปกติเลเซอร์จะเป็นพลังงานแสงที่เข้มข้นสูง ดังนั้นมันจึงร้อน และอาจผลัดเซลล์ผิวด้านบนเราออกไป เวลาหลังทำบางทีเรามีอาการหน้าแดง ผิวแห้ง และ ระคายเคืองง่าย ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่ผิวบาง ผิวมันกำลังสร้างขึ้นมาใหม่เราอาจต้องบำรุงให้ความชุ่มชื่น และ ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพื่อปกป้องผิวที่พึ่งทำเลเซอร์ที่เพิ่งผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไปให้สร้างขึ้นมาใหม่ทดแทนและแข็งแรง การดูแลหลังทำเลเซอร์ง่ายมาก ดูแลดีจะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นได้ไวมาก

 

การดูแลผิวหลังทำเลเซอร์จะมีชนิดการดูแลแบ่งตามชนิดเลเซอร์ที่ทำ มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

  1. ดูแลแผลเลเซอร์ชนิดมีแผล
  2. ดูแลแผลเลเซอร์ชนิดไม่มีแผล
  3. ดูแลแผลเลเซอร์ชนิดกึ่งมีแผล (อาจจะมีสะเก็ดเล็กน้อย)

เพื่อให้การทำเลเซอร์สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เราจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการดูแลผิวหลังทำเลเซอร์อย่างจริงจัง และดูแลอย่างตั้งใจไม่ให้เงินเสียไปอย่างสูญเปล่า

1. การดูแลแผลเลเซอร์ชนิดมีแผล

เช่น เลเซอร์ CO2 เอาไฝ ขี้แมลงวันออก / เลเซอร์ ND YAG เอารอยสักออก หรือพวกกรอผิวด้านบนทุกชนิดที่ทำให้เกิดแผลทันทีหลังทำ

  • ห้ามโดนน้ำเด็ดขาดหลังทำเพื่อป้องกันการติดเชื้อจนกว่าแผลจะตะสะเก็ดหลุดออกไป
  • ใช้น้ำเกลือฆ่าเชื้อที่เช็ดหน้ามาเช็ดทำความสะอาดแผลได้
  • ใช้ขี้ผึ้งฆ่าเชื้อทาแผล หรือ ใช้วาสลีนทาแผล
  • หลบแดด เพื่อป้องกันรอยดำเนื่องจากผิวไวแสงขึ้น
  • งดแต่งหน้า ทาครีม 5-7 วัน

2. การดูแลแผลเลเซอร์ชนิดไม่มีแผล

เช่น IPL / GENTLE YAG / THERMAGE

  • ทาครีมได้ปกติ
  • แต่งหน้าได้ปกติ
  • ทากันแดดหลบแดดสม่ำเสมอ

3. การดูแลแผลเลเซอร์ชนิดกึ่งมีแผล

เช่น FRACTIONAL / EMATRIX กรอหลุมสิวด้วยคลื่นความถี่วิทยุ อาจจะมีสะเก็ดเล็กๆหลังทำ

  • ไม่ล้างหน้าด้วยน้ำสกปรก 1 วัน
  • เว้น 1 วันถึงทาครีมได้
  • เว้น 1 วันถึงแต่งหน้าได้
  • ทากันแดดสม่ำเสมอ
  • หลบแดด 1-2 อาทิตย์
เลเซอร์ไม่ได้ทำให้หน้าบาง แต่ที่รู้สึกระคายเคืองง่ายเพราะความร้อนทำให้ผิวแห้งลงนะจ๊ะ <3  ดูแลตัวเองกันด้วย
XOXO

Posted in LASER, Q&AComments (2)

REVIEW เลเซอร์ขนใต้วงแขน หนวด สิวเสี้ยน ด้วยเลเซอร์ GENTLE YAG

ขอยาชาด่วนค่ะคุณหมอ !!!!

เสียงนี้ดังอยู่ในหัวระหว่างตัดสินใจพลาดบอกคุณหมอว่ายาชาไม่ต้อง เพราะคิดว่าไม่เจ็บในการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ จะว่าเจ็บมากก็ไม่ใช่ แต่มันเจ็บแบบปนปวดเล็กๆตอนยิง ลักษณะเหมือนเอาหนังยางเส้นเล็กตึงๆเหนียวๆ มาดีดซ้ำไปซ้ำมาไล่ไปไล่มา บริเวณเดิม แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ

ทำกับคุณหมอคนสวยคนเดิม คุณหมอโอ๋ ณ ISKYCENTER

คุณหมอเป็นคนที่ทำอะไรไวมาก และ ต้องการให้เห็นผลชัดเจน ชอบเพิ่มพลังงานเลเซอร์ถ้าเราทนไหว จะได้จบคอรส์เลเซอร์เร็วๆ เวลาปรึกษาคุณหมอจะคุยกับเราเพราะ เสียงเย็นๆ ช้าๆ เหมือนคุณครูอนุบาล อิอิ แต่เวลาเลเซอร์เหมือนครูสอนคอมพิวเตอร์ เร็วและเครื่องแรงมาก

การกำจัดขนด้วยเลเซอร์ GENTLE YAG เป็นอย่างไร CLICK

รอบนี้รอบที่ 2 สำหรับบริเวณใต้วงแขน / รอบที่ 1 สำหรับหนวด / รอบที่ 1 สำหรับสิ้วเสี้ยนที่จมูกและด้านข้างแก้ม อยากทำที่ใต้วงแขน เพราะอยากให้เนียนๆ ไม่อยากตาเหล่ถอน และอยากใส่แขนกุดแบบมั่นใจ มั่นใจ ทำที่หน้าเพราะสิวเสี้ยนเยอะ ขนที่หน้าเยอะ เวลาแต่งหน้ามันไม่เรียบกริ๊บ รวมถึงหนวดบางๆด้วย เราว่ามันเจ็บพอๆกับกรอหลุมสิวเลยล่ะ คุณหมอบอกว่าแต่มันก็คุ้ม เพราะผิวจะดูขาวขึ้น โอกาสขนกลับมาก็มีน้อยมาก แต่ก็ต้องขยันมาทำทุกเดือน ประมาณเฉลี่ย 5 ครั้งจบคอร์สขึ้นกับจำนวนความหนาแน่นของเส้นขนด้วย

มาถึงวินาทีแห่งการพลีชีพ รีวิวจุดที่ได้เอาขนออกครั้งแรก หลักการปล่อยพลังงานแสงไปจับเซลล์รากขนให้ฝ่อลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นทุกครั้งที่จะทำอย่าถอนขน ให้ไว้ให้ยาว หรือใช้วิธีโกนเพื่อให้ยังมีรากขนอยู่ เวลาปล่อยแสงเลเซอร์จะได้ดิ่งลงไปจับที่รากขนได้อย่างไว

จุดที่ 1 : หนวด เป็นคนมีหนวดบางไม่เพ่งก็ไม่เห็น ปกติก็ไม่ให้ใครเพ่งอยู่แล้ว ฮี่ฮี่ แต่ถ้ามันมีขึ้นมาก็ไม่มั่นใจ เลยเอาออกตัดความกังวลจิตใจทำครั้งแรก มันก็ดูบางลง 40% ด้านบนหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ด้านข้างที่แลดูหนากว่าบริเวณกลางปาก ทำต่อไหม ทำต่อแต่ขอยาชาด่วน ……..

 

จุดที่ 2 : ขนสิวเสี้ยนที่จมูกและข้างแก้ม ขนที่หน้าบริเวณข้างแก้มจะหนามาก ที่เห็นคือทำมาแล้ว 1 ครั้ง ขนขึ้นบ้างหลุดบ้าง บางรูขุมขน ลดลง 40% แต่ความหนาของขนยังเท่าเดิม คิดว่าต้องทำหลายรอบเลยสำหรับใบหน้า เพราะขนเยอะ ยังไม่รวมไรขนขาวๆเล็กๆ สิวเสี้ยนนี่ไม่ต้องพูดถึง ยังคงหนาเหมือนเดิม ต้องทำหลายครั้งแน่ๆนอน ทำต่อไหม ทำต่อแต่ต้องขอยาชาด่วนนนนนนนเหมือนกัน

จุดที่ 3 : ใต้วงแขน หรือ รักแร้ ทำมา 2 ครั้งแล้ว ประทับใจวัยรุ่นตอนปลายแล้วมาก เพราะมันจะเนียนมาก เนียนหลังทำ ขนขึ้นช้าลง ขนขึ้นน้อยลง 50% นับเส้นได้เลย และ บางลง 20% บางเส้นเวลาดึงก็หลุดติดมือออกมาได้โดยง่าย นี่เว้นระยะเดือนกว่าแล้วทำให้เริ่มไม่เนียน ต้องไปซ้ำ ทำต่อแน่นอนแต่ต้องมียาชา เป็นบริเวณที่รู้สึกเจ็บได้ดีทีเดียว เวลาหลังทำใต้วงแขน ความมั่นใจมันพุ่งมาก แขนกุดมาเลย 55555555

การดูแลตัวเองหลังเลเซอร์ คืออย่าไปยุ่งกับมันซัก 24 ชม ให้มันหายแดง กลับบ้านก็ทาอะไร ล้างทำความสะอาดได้ตามปกติ แต่ด้วยความร้อนจากเลเซอร์จะทำให้ผิวบริเวณนั้นของเราแห้ง ให้ทาครีมบำรุงเพิ่มอีกเท่านึง เพราะอาจเกิดการระคายเคือง เช่น คัน แห้ง และ ลอกง่ายได้ เป็นเหมือนกัน เวลาคันจะเอาครีมมาโบกเพ่ิมความชุ่มชื่นทันที และ กันแดดสมำ่เสมอตามปกติค่ะ

ส่วนตัวคิดว่าทำใต้วงแขน หรือ ทำที่บริเวณขนเยอะมากเช่นขา หน้าแข้งสำหรับผู้หญิง จะคุ้มสุดเพราะจะรู้สึกดี ผิวมันจะเปลี่ยนไป จากตุ่มๆ ผิวที่ขนยาวมากที่ทำให้ไม่มั่นใจจะเนียนขึ้น แต่เอิ๊กใจไม่ถึงทำทั้งตัว เอาที่ๆเราสบายๆก่อน 🙂 ตั้งแต่ทำมายังไม่มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นนอกจากผิวที่แห้งลงและต้องบำรุงหน่อยไม่ถึงสัปดาห์ก็กลับมาเป็นปกติค่ะ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆเช่นเคยค่ะ <3

 การไม่มีขน ทำให้แต่งหน้าได้ประเสิรฐขึ้นสำหรับเรา 55555

New layer…

Posted in FACE, LASER, REVIEW, UNDERARMComments (0)

สิวเสี้ยนกับวิธีการรักษาทั้งหมดในไทย – BEAUTY TALK

” สิวเสี้ยนเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนรักษาสิวเสี้ยนได้ถาวรตลอดไป ยกเว้นแต่ว่าเราโตมากขึ้นไป ฮอร์โมนเราจะลดลงไปเรื่อยๆ และโอกาสที่สิวจะลดน้อยลงก็มีมากขึ้นเองตามธรรมชาติเช่นกัน ” 

www.erk-erk.com

สิวเสี้ยน เกิดได้ 2 สาเหตุ

1.ความผิดปกติของต่อมรูขุมขน ซึ่งผลิตน้ำมันในผิวมากกว่าปกติ จนเกิดการอุดตัน

2.มีเส้นขนเล็กๆมากมายกระจุกตัวอยู่ในรูขุมขนเดียวกัน

 

ลักษณะสิวเสี้ยน 

เป็นสิวเม็ดเล็กหัวเปิดที่มักขึ้นเป็นกระจุก มองใบหน้าไกลๆอาจจะไม่พบต้องมาดูใกล้ๆ มีทั้งสิวหัวขาว และ สิวหัวดำ

[ รูปดิฉันเอง ปัญหาที่พบตลอดเวลา ถามว่าหนักใจไหม? ตอบได้ว่า ยังสู้ไหว 55 ]


 

สิวเสี้ยนพบได้ที่ไหน

จมูก คาง แก้ม หน้าผาก ต้นคอ หลัง เนินไหล่ ต้นแขน [ ที่ๆมีขนเยอะๆ ]

[ ในรูปเป็นลักษณะการอุดตันที่เกินจากการผลิตน้ำมันมากเกินไป ผสมคราบขี้ไคลและเซลล์ผิวหนังที่ตาย ]

 

อายุ และ เพศ ที่พบ

ทุกเพศ ตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงวัยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ก็ยังพบได้อยู่ จะพบมากในช่วงที่ฮอร์โมนมากระตุ้นต่อมไขมันเยอะ หรือ ฮอร์โมนเพศชายในร่างกายเยอะ

 

 

 

9 วิธีรักษาสิวเสี้ยน

 

1. ทายา

ช่วยในเรื่องละลายไขมันและคราบไคลเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ที่มาอุดตันรวมตัวจนเกิดเป็นสิวเสี้ยนให้หลวมละลาย อ่อนตัวหลุดออกมา ที่นิยม ได้แก่

กรดวิตามินเอ เช่น ทริตินอล (Tretinol), เรตินเอ (Retin A) หรือสตีวาเอ (Steiva A) ทำให้ต่อมไขมันทำงานน้อยลง ทำให้ผิวแห้งลง ไวแสงข้อควรระวังซอกจมูก ซึ่งผิวจะบางไม่ควรทาโดน

BHA ซึ่งสามารถซึมละลายในน้ำมันใต้ผิวได้ดีกว่า เหมาะกับสิวเสี้ยนมากกว่า AHA

Benzoyl peroxide ยาละลายสลายไขมันที่อุดตันในรูขุมขน เน้นกรณีที่มีสิวเสี้ยนเยอะ และมีการอักเสบร่วมด้วย ก็สามารถใช้ร่วมกับ กรดวิตามินเอ หรือ BHA ได้

  • ข้อแนะนำ

– กรดวิตามินเอให้ทากลางคืนอย่างเดียวเพราะอาจจะทำให้ผิวไวแสง อาจเริ่มทาวันเว้นวัน ทาตอนผิวแห้งเท่านั้น และ ต้องทากันแดดทุกวัน 

– BHA ทิ้งไว้หน้าอาจทำให้หน้าแห้งได้ และ ระคายเคืองง่าย ควรเริ่มตั้งแต่เปอร์เซ็นต์น้อยๆ

– การทา Benzoyl Peroxide และ ทุกตัวที่กล่าวมาเพื่อรักษาสิวเสี้ยน อาจทำให้ผิวแห้งลง จนเกิดการ แห้ง แดง ลอก ผื่นขึ้น จนกระทั่งเกิดสิวเพราะการแห้งระคายเคืองตามมาได้

– เครื่องสำอางที่ผสมสารพวกนี้อยู่จะอ่อนโยนกว่าเนื่องจากมี % หรือ กรดวิตามินเอต่ำกว่า แต่ก็ให้ผลช้ากว่าเช่นกัน

– หาข้อมูลก่อนใช้ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อดี ราคาสบายกระเป๋า / ซื้อใช้ได้ตามร้านยา หาง่าย / ทาเองได้ที่บ้าน

ข้อด้อย ต้องทาต่อเนื่อง และ ระวังผลข้างเคียง ทั้งผิวแห้งลง แดง ลอก ผื่น แสบ คัน ระคายเคืองอาจตามมาได้ ต้องใช้ซัก 1-3 เดือนขึ้นไปจะพบว่าสิวเสี้ยนอาจจะลดน้อยลงบ้างแต่ไม่หายไปหมด และ เมื่อหยุดทาก็มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่


 

 

2. กดหรือดูดสิวเสี้ยน

นิยมมากในคลินิคเสริมความงามทั้งหลาย

– ใช้ไม้กดสิว

– เครื่องดูดสิว แบบเปิดรูขุมขนก่อนด้วยระบบไอน้ำ โอโซน และใช้เครื่องดูดจุ๊บๆให้ออกมา

ข้อแนะนำ

– กด เป็นวิธีไม่นิยมกดเพราะรูขุมขนจะติดกัน อาจทำให้สิวเสี้ยนรูขุมขนข้างกันอักเสบ

– ดูด ก็เป็นอีกวิธีที่สามารถทำได้ แต่ไม่ค่อยออก อาจต้องลอกสิวเสี้ยนด้วยกาว หรือ มาส์คร่วมด้วย อาจทาพวกยาตามข้อ 1 ซัก 1 – 2 อาทิตย์ก่อนไปดูด จะออกดีขึ้น

ข้อดี ถูก

ข้อด้อย เจ็บ / บางทีกดไปอักเสบเป็นหนอง / เสี่ยงรอยสิวเกิด / ออกไม่หมดยังเหลือสิวเสี้ยนอยู่

 


 

 

3. ขัดผิว / ทำทรีทเมนท์

เป็นการรบกวนผิวอย่างหนึ่งหากทำบ่อย นานเกินไป และรุนแรงเกินไป

– ขัดผิวให้เรียบเนียนด้วยสครับ บางครั้งที่ขัดออกไปอาจจะเป็นแค่ปลายหัวสิวส่วนบนรากยังอยู่ อาจจะออกบ้าง

– ทำทรีทเมนท์กรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีประเภท microdermabrasion ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น โอกาสออกอาจจะดีกว่าการขัดผิวด้วยมือ และช่วยลดเรื่องริ้วรอยบางๆได้

ข้อแนะนำ

– อย่าทำบ่อย 1 เดือนครั้งก็มากพอแล้ว ผิวแห้งให้หลีกเลี่ยงวิธีนี้ และ ผิวผสมที่มีส่วนแห้งก็ต้องหลีกเช่นกัน

 ข้อดี ขัดที่บ้านก็ถูก ทำเองได้ด้วย / กรอผิว ขัดผิวที่สถานเสริมความงามก็ราคาขึ้นมาอีกนิด แต่ไม่ได้แพง

ข้อด้อย ถ้าขัดแรงผิวก็เป็นแผลที่อาจจะมองไม่เห็น เป็นการทำลายเซลล์ผิวที่ตายแล้วจนสิวเสี้ยนหลุดออกมา แต่ไม่ทั้งหมด ลึกๆไม่ค่อยออก และ ผิวจะระคายเคืองง่ายช่วงแรก เนื่องจากขัดผิวส่วนขี้ไคลออกไป


4. มาส์ค/กาว

 มาส์คเพื่อให้เนื้อมาส์คซึมและเมื่อแห้งก็ดูดเอาสิวเสี้ยนทั้งรากออกมาก เช่น

– ไข่ขาว นำสำลีชุบไข่ขาวให้ชุ่ม แล้วนำมาวางบนหน้า จะทำหนากี่ชั้นก็แล้วแต่ สุดท้ายรอให้แห้งแข็งแล้วก็ค่อยๆลอกออก

– มาส์คกาว ลอกสิวเสี้ยน ทามาส์คให้ชุ่มบริเวณสิวเสี้ยนไม่หนา ไม่บาง รอให้แห้งแล้วลอกออก

– กาวตราช้าง ยังมีบางคลินิคใช้อยู่ อันตรายกับผิวเป็นเคมีที่อาจทำให้ผิวบวมแดง ลอกไม่ดีก็ไหม้ดำได้

 ข้อแนะนำ

– 2 วิธีแรกใช้ได้ แต่กาวตราช้างแม้ออกดีมาก แต่อันตรายมากเช่นกันกับผิว เคยทำแล้วรู้สึกว่าออกดีที่สุดในบรรดาที่ลอกมาและใช้เวลาเร็วมาก

– ทำเสร็จอาจประคบด้วยน้ำแข็ง หรือ ทายาละลายสิวเสี้ยน เพื่อป้องกันรูขุมขนกว้าง

ข้อดี มาส์ค / กาวลอกสิวเสี้ยน ลอกได้เองที่บ้าน ราคาสบายกระเป๋า

ข้อด้อย ออกไม่หมด บางทีน้ำตาเล็ด แต่เวลาออกออกทั้งรากสิวเสี้ยน โอกาสกลับมามี และ โอกาสรูขุมขนกว้างมี 

5. แวกซ์

 อาจใช้กับลำตัว เป็นการแวกซ์ขนแต่สามารถดึงสิวเสี้ยนตามลำตัว ลำคอ หลัง ไหล่ หน้าผาก บริเวณกว้างๆ ออกมาได้ มีทั้งร้อน เย็น

ข้อแนะนำ 

– ให้ผู้เชี่ยวชาญทำให้ดีกว่า เช่นแวกซ์ร้อน ถ้าทำไม่เป็นผิวอาจจะพุผอง ไหม้ได้

ข้อดี ราคาสบายกระเป๋า

ข้อด้อย บางครั้งต้องเดินทางไปทำกับผู้ที่ชำนาญการแวกซ์ เพราะเช่นทำที่แผ่นหลัง เราอาจทำไม่ได้ 

 

6. แผ่นลอกสิวเสี้ยน

วิธีนี้ขึ้นกับการทำของแต่ละคนเลย ฮิตแต่ทำให้ออกเยอะทำยาก เนื่องจากอาจต้องมีจังหวะทำให้มันเปียก จังหวะที่ต้องรีดแผ่นลอกสิวเสี้ยนลงไปให้แนบสนิท จังหวะตอนดึง

ข้อแนะนำ

– ทายาก่อนซัก 1-2 อาทิตย์ แล้วค่อยลอกอาจจะออกเยอะ / ควรทำตามฉลากอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผลออกมาดี

ข้อดี ถูก ทำที่บ้านได้

ข้อด้อย ทำยาก สิวเสี้ยนออกน้อยเพราะแรงกาวอาจไม่สามารถแนบสนิทกับผิวได้ จึงอาจหลุดออกได้ไม่ดี 

 


 

7. เลเซอร์กำจัดขน / IPL กำจัดขน

ใช้ได้เฉพาะกรณีสำหรับสิวเสี้ยนที่เกิดจากขนกระจุกรวมตัวกันอยู่ในรูขุมขนเดียว

เลเซอร์กำจัดขนชนิดไหนก็ได้ แต่ต้องศึกษาก่อนทำ เพราะบางครั้ง IPL ก็ไม่ได้ผลแต่ที่นิยม เช่น IPL / GENTEL YAG

ข้อแนะนำ

– ต้องทำหลายครั้ง 3-5 ครั้งหรือมากกว่าขึ้นไป จึงจะเห็นผล

– ใบหน้าจะแห้งลง จำเป็นต้องบำรุง

– ยาชาก่อนทำซํกนิดจะดี เพราะเหมือนหนังสติกตึงๆดีดลงไปบนผิว รัวๆ เร็วๆ

ข้อดี ได้ผลพวงเรื่องของรูขุมขนเล็กลงเรียบเนียนขึ้นด้วย สิวเสี้ยนน้อยลงไปบ้าง 50-60% รากขนถูกกำจัดไปเลย

ข้อด้อย เจ็บกว่าทุกวิธีด้านบนถ้าไม่ทายาชา/ทำหลายครั้ง / ค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น / กลับมาเป็นอีกได้ ไม่หายถาวร


 

 

8.เลเซอร์กรอผิวแบบมีแผล

ถ้ากรณีเป็นสิวเสี้ยนหัวใหญ่มาก เห็นชัด อาจใช้เลเซอร์ประเภทกรอผิวที่ให้แผล เช่น เลเซอร์ ERBIUM YAG

ข้อแนะนำ

– ไว้คนที่มีรูขุมขนที่ใหญ่มาก มีหัวสิวเสี้ยนที่ใหญ่มาก เห็นเด่นชัดค่อยเลือกวิธีนี้ จะได้ผลพวงเรื่องหลุมสิวตื้นๆด้วย

ข้อดี เป็นผลดีกับคนที่มีสิวเสี้ยนที่เยอะ หัวใหญ่ รูขุมขนกว้างมากมาก ก็จะทำให้รูขุมขนเนียนขึ้น สิวเสี้ยนน้อยลง มั่นใจมากขึ้น หลุมสิวตื้นๆถ้ามีก็ดีขึ้น

ข้อด้อย เป็นเลเซอร์ชนิดมีแผล ต้องมีระยะเวลาในการหลุดลอกของสะเก็ด ต้องดูแลในช่วงแรกที่ทำ / ราคาหลักพันขึ้น

 

9. ทานยาประเภทกรดวิตามินเอ

ลดการทำงานของต่อมไขมัน ต้านการอักเสบ ทำให้หน้าเนียนใสขึ้น หน้าไม่มัน รูขุมขนกระชับ สิวเสี้ยนน้อยลง เช่น โรแอคคูเทน

ข้อแนะนำ

– การทานยามักให้ผลดีกว่าเพราะซึมลงไปในกระแสเลือด และลงไปยังผิวหนังชั้นลึก แต่ก็เหมาะกับคนสิวเยอะมากๆมากกว่า และหน้ามันมากด้วยเพราะมีผลข้างเคียงมาก

– ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ และ เภสัชกร

– ห้ามกินร่วมกับยาแก้อักเสบบางชนิด

ข้อดี ลดการทำงานของต่อมไขมันที่ผิวชั้นลึกเลย

ข้อด้อย ผลข้างเคียงสูงมากอันตรายมาก ได้แก่ ผมร่วง ปาก ตา จมูก ผิวหนังแห้งลง / ทารกในครรภ์พิการ / ผิวหน้าร้อนแดงง่าย ผิวไวแสง /ปวดข้อ กล้ามเนื้อ กระดูก / เครียด หดหู่ ซึมเศร้า / ตาพร่ามัวเวลากลางคืน สู้แสงไม่ค่อยไหว การมองเห็นอาจเปลี่ยนไป / หลอดลมหดเกร็ง / ติดเชื้อง่าย / ไขมันในเลือดสูงขึ้น / กรดยูลิกสูขึ้น / ดังนั้น คนท้อง / เป็นโรค ตับ ไต ไขมันในเลือดสูง ห้ามทาน


 

การป้องกัน

ต้องเข้าใจก่อนว่า สิวเสี้ยนเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นมันไม่หายไปจากผิวถาวร ยกเว้นเราอยู่ในช่วงสูงวัย อาจลดน้อยลงหรือหายไปได้ การป้องกันไม่ให้มากขึ้น คือ การไม่รบกวนรูขุมขน ไม่นวด ขัดหน้าแรงๆ ไม่แคะ แกะ เกา ไม่ซับหน้าจนหน้าแห้งมาก เอาแค่ส่วนเกินออก ไม่อย่างนั้น ต่อมไขมันรับรู้ว่าสูญเสียน้ำมันไป มันก็จะผลิตขึ้นมาใหม่ และอาจใช้หลายวิธีรักษาร่วมกัน เช่น ลอกสิวเสี้ยน และ ทายาละลายสิวเสี้ยน ผลัดเซลล์ผิวไปพร้อมกัน

 

ส่วนตัวของเอิ๊กชอบการลอกมากสุด เพราะทำได้เองที่บ้าน และ ตอนนี้กำลังลองวิธีกำจัดขนเพื่อเอาสิวเสี้ยนออกไปดูเนื่องจากไปเลเซอร์ขนรักแร้ด้วย GENTLE YAG อยู่แล้ว ได้ผลอย่างไรจะมารายงาน มันค่อนข้างเจ็บ และ ต้องรอเวลาทิ้งกันห่าง 1 เดือน ถึงไปทำซ้ำ ถ้าใจร้อน อาจจะรอไม่ไหว 🙂 คุณหมอ วรทัย แนะนำให้ทุกคนทายาตาม ข้อ 1 ร่วมด้วย เพื่อการรักษาด้วยวิธีอื่นจะได้ได้ผลดีขึ้นและ ช่วยไม่ให้รูขุมขนกว้าง

 

ข้อมูลประกอบด้านเนื้อหา และ รูปภาพ

  • เทปสัมภาษณ์พญ. วรทัย เตือนอารีย์ ISKYCENTER
  • บทความพญ. กุหลาบ
  • ประสบการณ์ตรงของผู้เขียน
  • pantip.com/learn-more-now.com/powdered-peach.blogspot.com/hazelhearts.wordpress.com/ehow dot com

Posted in ACNE, LASERComments (7)

กำจัดขนด้วยเลเซอร์ GENTLE YAG

 

 

 

 

 

เอิ๊กเพิ่งเริ่มกำจัดขนไป 1 ครั้ง จากหลายๆครั้งที่ต้องทำเลยอยากจะเขียนเรื่องนี้แชร์กันหน่อยเผื่อคนสนใจอยากที่จะเลเซอร์ออกไปให้จบ เพราะเอิ๊กมีปัญหาผิวใต้วงแขนเป็นตุ่มไก่จากการถอน เอิ๊กรู้สึกว่ามันทำร้ายผิวทุกครั้งที่ต้องกำจัดขนออกไป อยากให้มันเนียนเลยตัดสินใจทำเลเซอร์ โดยข้อด้อยของมัน คือ ต้องทำหลายครั้ง ถ้าไม่นับเรื่องราคาที่แพง แต่ถ้าทำ ไม่ถึง 10 ครั้งแล้วเนียนไปตลอดชีวิต โอเคเลย

เลเซอร์กำจัดขน และ แสงมีหลายระบบ ตั้งแต่ Alexandrite Laser / Ruby Laser / IPL / ND-Yag laser / Gentle Yag etc.

การเตรียมตัว คือ ปล่อยให้ขนยาว 5555 ขนที่ต้องการเอาออกปล่อยให้ยาว พอไปถึงมือแพทย์ แพทย์จะสั่งโกนขนส่วนบนไป แต่ยังมีรากขนเพื่อให้แสงเลเซอร์วิ่งไปจับให้เกิดความร้อนและเกิดการทำลายได้ ดังนั้นใครคิดจะถอน หยุด หยุด หยุด หยุด เลย เดี๋ยวจะออกไม่หมด (ครั้งแรกเราก็พลาดซะแล้ว อายแพทย์เลยถอนไปเรียบเลย) 

เอิ๊กเลือกวิธี GENTLE-YAG เนื่องด้วยสถานที่ที่ทำ จะมีให้เลือกสองระบบ IPL vs Gentle Yag ไม่แน่ใจชัดเจนว่าแตกต่างกันยังไง แต่มีพี่แนะนำว่า GENTLE YAG อาจจะดีกว่า (มั๊ง) เลยตัดสินใจเลือกวิธี GENTLE YAG ไป คุณหมอที่ทำให้เอิ๊ก คือ คุณหมอ วรทัย เตือนอารีย์ ISKYCENTER คุณหมอก็บอกว่าเลเซอร์จะรู้สึกเจ็บนิดๆ ทุกระบบ

 

ภาพจาก ISKYCENTER

GentleYAG สำหรับหมวดกำจัดขนใช้ได้ส่วนใดบ้าง?

ทั่วร่างกาย ที่เราไม่พอใจ เลือกได้ อันได้แก่ ใบหน้า, ลำคอ, หน้าอก, หลัง, บริเวณแนวบิกินี่, ใต้วงแขน, แขนและขา

 

ใครบ้างใช้ GentleYAG กำจัดขนได้?

ขนที่มีขนในร่างกายเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือ ขนสีดำสนิท ขนสีอ่อนอย่างชาวต่างชาติไม่เหมาะ ดังนั้นเลเซอร์นี้เหมาะกับทุกเพศ ทั้งหญิงและชาย เน้นผิวและสีคนตามแบบฉบับชาวเอเชีย และ แอฟริกา ก็จะสามารถทำได้ดี เห็นผล

 

GentleYAG ปลอดภัยในการกำจัดขนหรือไม่?

อยากฝากไว้ให้ทุกคนถ้าถามได้ ถามเลยว่าเครื่องมือที่แพทย์ใช้ให้เรานั้นผ่าน อย. หรือไม่ ถ้าไม่เราอย่าเสี่ยงจะดีกว่า เพราะการผ่านอย. ของไทย  เครื่องนั้นต้องมีงานวิจัยมารองรับบางส่วนแน่นอน ว่าปลอดภัยสำหรับคนไทย โดยปกติระบบ GentleYAG เป็นเลเซอร์ชนิดนึงที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการกำจัดขนมานานแล้ว และจะปลอดภัยหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ใครทำ มีแฟนเพจคนนึงส่งเรื่องนี้มาปรึกษาว่าทำ IPL แต่ไม่ใช่แพทย์ ผลคือ รักแร้เธอไหม้ และ มีรอยคล้ำตามมา รวมถึงขนส่วนอื่นที่กำจัดด้วย 

 

ผลข้างเคียงจากการกำจัดขนด้วย GentleYAG มีอะไรบ้าง?

หากไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง อาจทำเม็ดสีบริเวณนั้นเข้มขึ้น ด่าง หรือ เป็นรอยดำบริเวณที่เรากำจัดขน ส่วนอาการปกติหลังทำที่เกิดขึ้น คือ รอยแดงหลังทำทันที เพราะเกิดความร้อนที่บริเวณรากขน ลักษณะของผิวหลังเลเซอร์ก็อาจจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของผิวและพื้นที่ๆรักษา ส่วนใหญ่ผิวจะแดงเล็กๆ และบวมนิดๆ ไม่กี่ชั่วโมงก็หายไป ส่วนใหญ่หลังทำก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่มีปัญหาอะไร แค่ปล่อยขนให้ยาวเพื่อทำครั้งต่อไปก็พอ 555

ดูเธอคนนี้ไปกำจัดขนที่ใบหน้ามาว่าเป็นไงบ้าง

GentleYAG เจ็บไหม?

ส่วนตัวปวดนิดๆตอนปล่อยลำแสง สถานที่พยายาลอาจจะมีการทายาชาให้ก่อน หรือถ้าทนไหวก็อาจไม่ต้องทา มันปวดๆเจ็บๆนิดๆ เพราะทายาชาไปเลยไม่ค่อยจะรู้สึกอะไร ไม่น่ากลัวอย่างที่คนขู่ไว้ 555 สบาย สบาย

ขั้นตอนก่อนการกำจัดขน ?

ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนถึงคำแนะนำ ว่าจะเลือกระบบไหนยิงกำจัดขน จะต้องไม่มีแผล หรือ อาการไหม้บริเวณที่ยิง

วิธีการทำงานของGentleYAG ที่ใช้กำจัดขน?

ทายาชาบริเวณที่ทำประมาณ 30 นาที ก็จะเช็ดยาชาออก โกนขนให้เหลือแต่ต่อ รากขนจะช่วยให้ลำแสงเลเซอร์ยิงไปทำลายรากขนได้ง่ายขึ้น และเริ่มทาเจลเย็นบริเวณที่จะทำ สวมแว่นตาที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันดวงตาจากแสงเลเซอร์ที่เข้มข้นสูงและจ้ามาก และยิงเลเซอร์แบบไล่ไปจนจบบริเวณซัก 2-4 รอบวนไปวนมา ใช้เวลาประมาณ 5 นาที – ชั่วโมงกว่าขึ้นไป ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ได้รับการรักษา

ต้องรักษากี่ครั้งขนถึงจะหมดไป?

ปกติทั่วไปเราจะทำเป็นคอรส์ต่อเนื่อง ขึ้นกับความหนา บางของเส้นขน ตั้งแต่ 2-6 เดือนเฉลี่ย หรือมากกว่าขึ้นไป รักษาทุก 4-6 สัปดาห์ ถ้าบริเวณที่ทำมีสีผิวคล้ำ หลังทำอาจมีการทายา หรือ ทำทรีทเมนท์ หรือ บำรุงให้มีสีผิวที่สม่ำเสมอทั่วถึงกัน


การดูแลรักษาหลังการเลเซอร์ GentleYAG?

อาจประคบด้วยน้ำแข็ง ผ้าเย็นลดอาการบวมถ้ามี เราอาจต้องใช้วิธีโกนห้ามถอนให้ขนขึ้นจะได้ยิงง่ายๆและทำลายรากขนให้หมดไป ช่วงสัปดาห์หรือสองสัปดาห์หลังทำ ขนจะขึ้นน้อยกว่าเดิมแบบพอสังเกตุได้เลย ถ้าจบคอรส์ขนไม่ขึ้นแล้วบริเวณนั้นจะเนียน และดูขาวขึ้น เพราะไม่มีขนมาบังด้วย อิอิ รอเวลานั้น ถ้ากำจัดขนที่อาจโดนแสงแดดได้ อย่าลืมทากันแดด SPF30 PA+++ ขึ้นไปทุกวันนะคะ

 

 

COOL : ถ้าขนมันไปแล้ว ก็โอกาสน้อยมากที่จะกลับมาเท่าเดิม ส่วนใหญ่หายไปเลย มีบางคนจะกลับมาแต่แบบหรอมแหรมน้อย ไม่เหมือนเก่า ผิวเนียนขึ้น รูขุมขนแลดูกระชับขึ้น ผิวดูผ่องขึ้นเพราะไม่มีเส้นขนมาบัง ง่าย เร็ว ไปนอนให้แพทย์ยิงจบ กลับบ้านใช้ชีวิตได้ตามปกติ

UNCOOL : ต้องทำหลายที จะให้ดีซื้อตอนโปรโมชั่น จะได้ราคาที่คุ้มค่าที่สุด 

 

 

ถ้าเรากำจัดครบแล้ว เราจะรีบมา REVIEW ทันที ฮี่ๆ

ข้อมูลวันนี้สัมภาษณ์ คุณหมอ วรทัย เตือนอารีย์ ระหว่างยิงกำจัดขนไปจนเสร็จค่ะ

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASER, UNDERARMComments (1)

เลเซอร์คืออะไร และเลเซอร์แบบไหนที่เหมาะกับเรา ?

 

 

เลเซอร์คืออะไร และเลเซอร์แบบไหนที่เหมาะกับเรา

จากเรื่องแสงและความงาม วันนี้มาเฉพาะกันที่ “ เลเซอร์ “ ซึ่งเป็นการรักษาที่ฮอตฮิตที่สุดในยุคนี้ก็ว่าได้ เพราะเร็ว ประหยัดเวลา หลายชนิดไม่มีแผล เห็นผล ไม่มีใครรู้ว่าไปทำอะไรมา

ก่อนจะเริ่มทำการรักษาผิวหนังด้วยเลเซอร์ อยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นให้ทุกคนได้เข้าใจก่อนว่า เลเซอร์คืออะไร เลเซอร์ชนิดไหนเหมาะกับปัญหาผิวเรา แล้วทำไมต้องเลือกเลเซอร์ ?

เลเซอร์คือ “ แสงชนิดหนึ่งซึ่งมีความจ้าและพลังงานสูงมาก ” ความต่างของเลเซอร์กับแสงชนิดอื่นๆ คือ พลังงานของแสงเลเซอร์สามารถถูกดูดซึมเข้าไปในส่วนประกอบเล็กๆ ภายในเซลล์ผิวหนังได้

เช่น 

  • แสงเลเซอร์บางชนิดสามารถถูกดูดซับเข้าไปในเม็ดสีเมลานิน
  • แสงเลเซอร์บางชนิดถูกดูดเข้าไปในเม็ดเลือด
  • แสงเลเซอร์บางชนิดถูกดูดเข้าไปในเซลล์ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ 

การทำงานของเลเซอร์ คือ เมื่อแสงเลเซอร์เข้าไปในเซลล์จะทำให้เกิดความร้อนขึ้นในเซลล์นั้นๆทำให้เซลล์นั้นสลายตัวไปในที่สุด ด้วยเทคโนยีนวัตกรรมของเลเซอร์ที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆทำให้สามารถปรับตั้งค่าพลังงานของเครื่องเลเซอร์เพื่อให้เกิดความร้อนขึ้นเฉพาะภายในเซลล์ที่ต้องการเท่านั้น โดยไม่ให้ความร้อนนั้นแผ่กระจายไปถูกเนื้อเยื่อที่ดีรอบ ๆ 

สรุป ข้อดีของเลเซอร์คือ ความสามารถในการทำลายอย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย

เลเซอร์บนโลกมีหลายชนิด ซึ่งการใช้งานและการให้ผลลัพธ์ก็แตกต่างกันด้วย เลเซอร์แต่ละระบบมีสี และ ความยาวคลื่นที่ต่างกัน ซึ่งทำให้ความสามารถในการดูดเข้าไปในเซลล์ก็ต่างกันด้วย (ในปัจจุบันเลเซอร์ยังไม่มีครบทุกความยาวคลื่นเนื่องจากแหล่งแสงยังหายากบางช่วงคลื่น)

 

ปัจจุบันวงการแพทย์ผิวหนังในปัจจุบันมี 5 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่

  • เลเซอร์รักษาความผิดปกติของสีผิวและลบรอยสัก
  • เลเซอร์กำจัดขน
  • เลเซอร์รักษาความผิดปกติของหลอดเลือด
  • เลเซอร์กรอผิวชนิดมีแผล
  • เลเซอร์กรอผิวชนิดไม่มีแผล

5 ประเภทที่กล่าวมาก็สามารถรักษารอย โรค หรือ ริ้วรอยต่างประเภทกัน 

หาข้อมูลกันซักนิดก่อนที่จะคิดไปรักษาด้วยเลเซอร์นะคะ แม้จะมีข้อดีที่รักษาได้รวดเร็ว ง่าย บางชนิดไม่มีแผล ไม่ต้องหยุดเรียนหรือลางาน หรือไม่ต้องเฉลยให้ใครรู้ว่าได้ไปทำอะไรมา แต่มันก็มีข้อด้อยอยู่เหมือนกัน

เช่น

  • ถ้าเราถูกแดดจัดมา เราก็ยังไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์
  • หลังทำเลเซอร์ใช้ความร้อนสูง เราจะมีผิวหน้าที่แห้งมาก ต้องการๆบำรุงเป็นพิเศษ บางคนไม่รู้ก็นึกว่าใบหน้าตัวเองบางลง แพ้ง่าย ไม่เกี่ยวกัน ความร้อนจะไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจน และสร้างให้ผิวแข็งแรงขึ้นไม่กี่เดือนต่อมา
  • ถ้าเราไม่หาข้อมูลให้ดี การจ่ายเงินทำเลเซอร์ค่อนข้างสูง เราอาจได้ผลได้ไม่ดีพอ
  • การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำคัญเป็นอย่างมาก หลายคนหน้าไหม้ หน้าด่าง หรือมีแผลเป็น
  • หรือถ้ามองเรื่องสิว เลเซอร์ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป สิวที่เป็นระดับปานกลาง ไม่มากจนถึงขั้นเลเซอร์ การทายายังดีที่สุด
[สิวในอดีต รักษาทั้ง ทายา ทานยา กดสิว ฉีดสิว และ เลเซอร์ค่ะ]

หากเรารู้ซักนิดว่าเลเซอร์ทำงานยังไง และ ผิวของเราที่มีปัญหานั้นเหมาะกับเลเซอร์ชนิดไหน หลายสถานพยายามไม่บอกเทคโนโลยี หรือ ชื่อระบบเลเซอร์โดยตรง จะจัดเป็นโปรแกรมมากกว่า เช่นชื่อโปรแกรมที่ถามที่ไหนก็ไม่มี มีแต่ที่นี่ที่เดียว ก็เพื่อต้องการให้จำได้แค่ว่า ที่นี่มีที่อื่นไม่มี ถ้าสถานที่พยาบาลนั้นมีจรรยาบรรณมากพอ ต้องกล้าเปิดเผยข้อมูลที่จะใช้รักษาคนไข้ ฝากไว้ให้ทุกคนได้เรียนรู้กันค่ะ

ข้อมูลที่ใช้ประกอบ

หนังสือสวยด้วยเลเซอร์ ผู้เขียน ศ.นพ. วรพงษ์ มนัสเกียรติ

Posted in LASERComments (0)

BEAUTY TALK – การฉายแสง LED กับช่วยอะไรได้บ้างกับปัญหาผิวหนัง

วันนี้เราจะพูดถึงการฉายแสงสี LED เพื่อรักษาปัญหาผิวพรรณ จากบทความก่อนเป็นเรื่องของแสงและความงามไปแล้ว พูดถึงภายในร่างกายของเราเซลล์บางอย่างสามารถดูดรับพลังงานแสงแต่ละสีได้เพื่อใช้รักษาปัญหาผิวหนัง CLICK

LED คือ อะไร ? Light-Emitting Diode หรือย่อว่า LED

แสงLED หรือ แสง Diode ทำมาจาก Semiconductor คือ ตัวนำไฟฟ้าเป็นสารประกอบหรือธาตุที่สามารถปล่อยแสงได้หลายๆแสงพร้อมกัน เปลี่ยนสีได้ตามสารที่อยู่ข้างใน และภายในจะมีวงจรที่สามารถเปลี่ยนสีหลอด Diode ได้อีกหลากหลายสี เป็นสีรุ้งยังได้เลย ( Rainbow light emitting diode )
แต่ในการใช้ LED มาฉายแสงสีเพื่อช่วยรักษาผิวพรรณ แสง LED ต้องมีความเข้มแสงสูงมากพอระดับ ” จูลล์/ตารางเซนติเมตร “ ต้องใช้พลังงานมากจึงจะทำปฎิกริยากับเซลล์ผิว และนำมาใช้ในการรักษาภาวะบางอย่างของผิวหนังได้ แสงแต่ละสีก็จะสามารถรักษาปัญหาผิวที่แตกต่างต่างกัน และ ต้องมี millicandela rating มาก หรือ ค่าความสว่างมากยิ่งมีประสิทธิภาพมาก (สว่างจนต้องใส่แว่นตาในการทำการรักษา) การรักษาจะทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดีขึ้นได้ กำจัดเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อ หรือ บริเวณผิวหนังที่อักเสบ

วันนี้ขอพูดถึงเครื่องที่เห็นจริงและลองมาก่อน ซึ่งหลักจะมีอยู่ 4 สี

จะฉายเพียงสีเดียว หรือ สลับกันก็ได้เพื่อผลลัพธ์ที่ต้องการ จุดละประมาณ 20 นาทีเป็นต้นไป

  1. แสงสีฟ้า ความยาวคลื่น 470 นาโนเมตร รักษาสิว/ลดการอักเสบของผิวฯลฯ
  2. แสงสีเขียว ความยาวคลื่น 525 นาโนเมตร รักษารอยแดง/รอยดำ/เม็ดสี/อาการแพ้ฯลฯ
  3. แสงสีเหลือง ความยาวคลื่น 590 นาโนเมตร รักษารอยแดง/รอยดำ/สิว/เม็ดสี/ระบบน้ำเหลืองฯลฯ
  4. แสงสีแดง ความยาวคลื่น 640 นาโนเมตร รักษาริ้วรอย/กระตุ้นคอลลาเจน/อาการแพ้/กระชับกล้ามเนื้อฯลฯ
สามารถดูแลได้ทั้ง ผิวแห้ง มัน ธรรมดา ผสม แพ้ง่าย มีสิวอักเสบ สิวเม็ดเล็กๆ

จากการศึกษาพบว่าแสง LED ที่มีความเข้มข้นสูง แต่ละสีมีผลต่อ CELL ในร่างกายที่แตกต่างกันเมื่อมีการรักษาที่ผิวหนัง เช่น สิว รอยแดง รองด่างดำ และ ริ้วรอย จะได้รับผลการรักษาที่ดีเยี่ยมเมื่อใช้สีร่วมกันที่มีความยาวคลื่นตั้งแต่ 470 nm. – 640 nm

 *** การจะได้ผลไหม ขึ้นกับการสร้างของคอลลาเจนในร่างกาย (จะวัดได้จากความยืดหยุ่นของผิวหนัง (ความคล้อย) จะรู้ได้ว่าคนนี้กระตุ้นได้มากน้อยแค่ไหน)
ยกตัวอย่างการฉายแสงเพื่อช่วยทำให้เม็ดสีเมลานินอ่อนลง จะเห็นได้ว่าจะมีแสงสีเขียว กับ แสงสีเหลืองของ LED ที่ช่วยได้
เอิ๊กฉายแสงสีเขียว เหลือง สลับกันที่แขนหนึ่งข้าง เพื่อทำให้เม็ดสีเมลานินสีอ่อนลง ฉาย 20 นาทีที่ ISKYCENTER
เมื่อเม็ดสีผิวถูกฉายแสงไปกระตุ้นเม็ดสีเมลานินที่เข้ม ให้มีความเข้มอ่อนลง ผิวเราจึงดูขาวขึ้นแต่ LED ต้องทำซ้ำๆ ประมาณสัปดาห์ละครั้ง หรือประมาณ 5 ครั้งขึ้นไป เนื่องจากความเข้มของแสงไม่เท่าเลเซอร์ จึงต้องฉายเฉลี่ยทุกอาทิตย์ซ้ำ เพราะต้องให้แสงสะสม จึงคงระดับสีผิวที่อ่อนลงไว้ได้ , แต่ถ้าทำแค่ครั้งเดียว สีผิวจะอ่อนลงครั้งแรกสุดที่สุด และค่อยๆดรอปลงภายใน 1-2 เดือน
การดูแลหลังทำ
– หลบแดด
– ทากันแดดต่อเนื่อง
คนที่ห้ามทำ
– คนที่ผิวเพิ่งไหม้แดดมาใหม่

 

COOL
-ไม่มีแผล
– ไม่มีใครรู้ว่าไปทำอะไรมา

 

UNCOOL
– ต้องทำหลายครั้ง
– ประสิทธิภาพสู้เลเซอร์ไม่ได้

 

สำหรับการรักษาโรคผิวหนังด้วยการฉายแสง LED นั้น เช่น สิว รอยแผลเป็นจากสิว รอยแดง รอยดำ รอยเป็นหลุมตื้นๆ รอยแผลนูนคีลอยด์ กระตุ้นเส้นผม ผิวมีสีอ่อนลง ถือว่ายังเป็นวิธีการใหม่ แต่ผ่านองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกาแล้ว เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการแผล ไม่ต้องการพักฟื้นผิวหนัง รับประทานยา หรือ การฉายแสงและความร้อน ไปยังผิวหนังที่อักเสบ

ช่วงนี้ตากแดด ตัวดำกว่าในรูปเยอะเลย ไป LED ดีไหมเนี่ย 5555

แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASERComments (1)

BEAUTY TALK – แสงและความงามที่คุณควรรู้ประดับคลังความสวยไว้

 

Read the full story

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASERComments (2)

BEAUTY TALK – อยากหน้าเรียวทำยังไงได้บ้าง ? V-SHAPE

Read the full story

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, BOTOX, LASER, THERMAGEComments (0)

REVIEW – รักษาหลุมแผลที่เป็นมา 24 ปี กับเลเซอร์ ERBIUM YAG

 

 

 

 

ผ่านมาเกือบ 1 เดือน กับการรักษาหลุมทรงกล่องที่เป็นมา 24 ปี กับเลเซอร์ ERBIUM YAG กับ ศาสตราจารย์นายแพทย์วรพงษ์ มนัสเกียรติ ซึ่งเชี่ยวชาญเป็นพิเศษทางด้านผิวหนัง เลเซอร์ และ แผลเป็น ที่ทำงานวิจัย เขียนหนังสือ ทางด้านเลเซอร์มาโดยตลอดจนได้รับตำแหน่งทางวิชาการเป็น ศาสตราจารย์ที่อายุน้อยที่สุดในวงการ Cosmetic Laser Surgery และที่ทราบเพราะอ่านทวิตเตอร์คุณหมอเป็นประจำ @DrWoraphong ถึงทราบว่าเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษา บริษัทเลเซอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ต้องเดินทางไปประชุม และบรรยายเกี่ยวกับเลเซอร์หลายประเทศมาก จึงได้ทราบวิทยาการใหม่ๆจากคุณหมอเหมือนกันในการตามอ่าน

 


คุณหมอค่อนข้างผิวดี และมีการดูแลผิวที่ง่าย คือทาครีมกันแดดเสมอ และ ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้เพียงพอเวลาที่รู้สึกว่าผิวแห้ง นอกนั้นยังมีการออกกำลังกาย หลังจากที่เคยได้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหาหลุมสิว และ แนวทางแก้ไขไปเมื่อหลายเดือนก่อน

ยังไม่มีโอกาสฟังบรรยายเกี่ยวกับเลเซอร์ของคุณหมออย่างจริงจัง ทำให้วันนี้เลยมา REVIEW การทำ ERBIUM YAG ว่าผลการทำเป็นอย่างไรบ้าง เลเซอร์การรักษาหลุมสิว ริ้วรอย แผลเป็น บอกตามตรงว่าค่อนข้างยาก ต้องขออภัยไปศึกษาเพิ่มเติมมาก่อน ถึงจะได้เขียนออกมาทีละชนิด 555555 แค่อ่านไป หัวข้างนึงก็ปวดไป ยากจริงๆค่ะ รู้แค่ว่าได้ยิง VBEAM กับคุณหมอ คุณหมอละเอียดมากๆๆๆๆ ยิงทุกรอยแดง ดูเหมือนเป็นงานที่ง่าย แต่คุณหมอละเอียดจริง นี่อาจจะเป็นหนึ่งเหตุผลให้ประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัยหลายๆงานที่ รพ.ศิริราช และ ต่างประเทศ

การทำ ERBIUM YAG มันร้อนมากบริเวณที่ยิง จึงต้องมีการเป่าลมเย็นจัดเข้าช่วยบรรเทา ทำให้ไม่ต้องทายาชา

ERBIUM YAG คืออะไร ?

  • เลเซอร์ที่ใช้พลังงานความเข้มข้นสูง (ร้อน) ช่วยกรอผิว  ( Resurfacing ) ด้านบนในส่วนของผิวหนังกำพร้าออกจะทำให้บริเวณนั้นเรียบขึ้นในระดับนึง 
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ( Collagen remodeling ) หลุมจะตื้นขึ้น ดูเรียบเนียนขึ้น ภายในเวลา 1-3 เดือน
  • การหดตัวของเส้นใยคอลลาเจน ( Collagen contraction ) ทำให้ความกว้างของหลุมสิวหรือริ้วรอยแคบลง ผิวที่หย่อนจะตึง ขึ้น 

 ส่วนต้องทำกี่ครั้งขึ้นกับความตื้นลึกของหลุม หรือ ริ้วรอยที่อาจต้องใช้วิธีการอื่นมาผสมด้วยหรือไม่ต้องดูที่แผลหลุม หรือ ริ้วรอยเป็นหลัก หลังทำทันทีจะให้เกิดแผลถลอกเป็นสะเก็ด ใช้เวลา 4-7 วัน สะเก็ดจะหลุมลอกออกไปเอง หลังทำจะมีอาการบวมแดง 1-2 วัน  บางคนอาจมีน้ำเหลืองซึมถ้าเกิดว่าแผลโดนน้ำ หรืออาจติดเชื้อ จากการดูแลไม่ดี

การดูแลหลังทำ ERBIUM YAG ?

ต้องดูแลแผลอย่าให้แผลแห้ง ของเอิ๊กคุณหมอสั่งให้ทาปิโตรเลียมเจลให้แผลชุ่มชื่นวันละ 3-4 ครั้งจนกว่าสะเก็ดจะหลุด ไม่ให้แผลโดนน้ำประมาณ 7 วัน หรือ หลังจากสะเก็ดหลุดออก ก็สามารถล้างหน้าและทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงแต่งหน้าได้เป็นปกติ อาจต้องดูแลโดยการเลี่ยงแดดจัดเป็นพิเศษประมาณ 2 อาทิตย์เพราะช่วงนั้นผิวบริเวณส่วนนั้นจะอ่อนแอและไวกับสิ่งที่มากระทบ ระหว่างเนื้อเยื่อใหม่กำลังสร้างทดแทนของเก่าที่ลอกออกไป ผิวหนังส่วนที่ทำถ้าเป็นคนผิวขาวอาจจะมีแผลสีชมพูแดง  (erythema) อยู่ประมาณ 3-6 เดือน (เนื้อเยื่อกำลังสร้าง) ถ้าเป็นคนผิวเข้ม อาจมีสีคล้ำ (hyperpigmentation) ประมาณ 3-6 เดือนจึงกลับมาเป็นสีผิวปกติ

 

 สิ่งที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทำ ERBIUM YAG ?

  • การเป็นแผลคีลอยด์ แผลนูนง่าย
  • เวลามีแผลแล้วแผลหายช้า
  • เคยทานยากลุ่มวิตามินเอมาก่อนภายในระยะเวลา 1 ปี
  • เคยผ่าตัดบริเวณใบหน้า

ก่อน และ หลังทำ ERBIUM YAG รักษาหลุมแผลเป็นที่มีบนใบหน้ามา 24 ปี

 

19/02/12 – 10/02/12

อันดับแรก นอนเร็ว รูขุมขนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชุด ตอนไปหาคุณหมอ นอนตี 5 ทุกวัน และแผลที่เห็นชัดคือความแคบของแผลหลุม ความนุ่มนวลของแผลหลุม จากทรงกล่อง กลายเป็นทรงแอ่งกระทะ ตื้นขึ้น 40% ทันทีตั้งแต่ครั้งแรก แต่ได้ผลข้างเคียงคือแผลสีชมพูที่จะอยู่ไปอีกหลายเดือน อันที่จริงเป็นปกติในการทำ Erbium YAG

ซูมให้ดูว่าตื้นขึ้น และ จะตื้นขึ้นอีก เดี๋ยว 3 เดือนมาดูกันใหม่ ขอให้แผลสีชมพูกลับเป็นสีปกติเร็วๆทีเถิ๊ด

 

ภาพรวมของใบหน้าและแผลที่เปลี่ยนไป

ขัดใจสุดคือรอยแดง T^T ไม่ชอบเลย คิดว่าถ้าจะทำครั้งใหม่ต้องขอทำใจก่อน 555 ไม่ชอบรอยแดงเลยค่ะ แต่ชอบที่เห็นผลเลย

 

COOL

สามารถรักษาแผลหลุมที่ไม่ลึกได้ / เห็นผลทันที / 

UNCOOL

ต้องดูแลแผลให้ชุ่มชื่นตลอดวัน / ต้องทำหลายครั้งดูที่ความลึกของแผล / มีแผลสีชมพูระหว่างรอเนื้อเยื่อสร้างตัวเองใหม่นาน 3-6 เดือนกว่าสีผิวจะกลับเป็นปกติ

 

 

 

 

อาทิตย์หน้าจะตั้งใจเขียนอย่างมากเรื่อง ” แสงสี กับ ความงาม “ ว่าจะช่วยมารักษาผิวพรรณได้อย่างไร จะได้เข้าใจว่าเลเซอร์ตัวนั้นทำไมได้ผลเป็นแบบนั้น และตัวเราเองอาจจะเลือกเองถูกก็ได้ ว่าปัญหาผิวแบบนี้ ใช้แสงสีไหน ระดับไหน 🙂

XOXO

Posted in ACNE, BEAUTY TECHNOLOGY, LASERComments (0)

BEAUTY TALK – หลุมสิวปัญหาใหญ่ รักษาได้กี่วิธี ?

 

 

 

 

 

อะไรทำให้คุณรู้สึกแย่ที่สุดหลังเป็นสิว .. ?

 

 

 

 

 

 

คำตอบนอกจากสิวที่ทำให้เรารู้สึกแย่ แต่มีที่แย่กว่า คือ “ แผลเป็นหลังสิวหาย ” เพราะอะไรนะเหรอ ?!? มันอยู่นานกว่าสิวหน่ะสิ .. มาแล้วบทจะไปก็ไปยาก หากทำใจให้ชินแน่นอนครึ่งปีมันอาจจะไปเอง โดยเฉพาะแผลเป็นหลังจากเกิดจากสิวที่มีสีทั้งหลาย สีดำ สีแดง .. แต่หากว่ามันเป็น “ หลุม ” ล่ะ

 

ตอนนี้ในหัวกำลังย้อนไปโฆษณายุคก่อน ที่เปรียบหน้าคนหลังเป็นสิวบางครั้งก็เหมือนพระจันทร์ ไม่ได้เหมือนที่ความสว่างสไว หรือ กลมเหมือนพระจันทร์ แต่เปรียบรอยแผลหลุมสิว ความไม่เรียบของผิว ช่างเหมือนผิวพระจันทร์เหลือเกิน .. [ โฆษณานี้ชี้ปัญหาแบบโหดร้ายมาก ชิส์ ]

  • รอยแผลหลังจากการเป็นสิวแบ่งได้ 4 แบบ 
  1. รอยแดง
  2. รอยดำ
  3. หลุมสิว
  4. คีลอยด์

 

 

  • หลุมสิวคืออะไร ?

การอักเสบของสิวอย่างรุนแรงถึงชั้นหนังแท้ มักมีหนองร่วมด้วยจึงทำให้คอลลาเจนถูกทำลายและมักมีแผลเป็นหลังสิวหาย จึงเกิดแผลเป็นใต้หนังผิว หรือ เรียกว่าพังผืด ที่ดึงรั้งผิวหนังจนทำให้เป็นหลุม

 

  • หลุมสิว มีที่มาจากอะไรบ้าง ?
  1. การ บีบ แคะ เค้น แกะ เกา ทำให้สิวอักเสบมากขึ้นและทิ้งรอยคล้ำตามมาด้วยหลุม
  2. สิวอักเสบรุนแรง
  3. การติดเชื้อแบคทีเรียลุกลาม
  4. กรรมพันธุ์มีประวัติคนในครอบครัวที่เป็นสิว+แผลหลุมรุนแรง [ จะทิ้งหลุมทันทีเวลาหายเป็นสิว ]

 

เคล็ดลับ

“ เมื่อเป็นสิวอักเสบต้องทำให้หายอักเสบ และ ยุบตัวเร็วที่สุด ” เช่น ทายาฆ่าเชื้อสิว [BENZAC , PANOXLY] / ฉีด [STEROID] / ทานยาปฎิชีวนะ / พบแพทย์ท่องไว้ว่า รักษาสิว ถูกกว่า รักษาแผลเป็น [ หลุม,นูน ]

 

  • การรักษาหลุมสิว ใช้วิธีไม่เหมือนกัน ขึ้นกับ
  1. ชนิดของหลุมสิว
  2. ความลึกของหลุมสิว
  3. ความกว้างของหลุมสิว

 

  • หลุมสิวมี 3 ชนิด
  1. หลุมแอ่งกระทะ [คิดเอง] ROLLING SCAR
  2. หลุมกล่อง BOX SCAR
  3. หลุมนกจิก [คิดเอง] ICE PICK SCAR

 

หลุมแอ่งกระทะ : ลักษณะมองเห็นเป็นส่วนเว้าลงไปเหมือนก้นกะทะ ขอบรอบๆดูนุ่มนวล

หลุมกล่อง : ลักษณะหลุมที่มองเห็นขอบเป็นทรงตรงลึกลงไป คล้ายกล่องทรงวงรี

หลุมนกจิก : ลักษณะมองเห็นเป็นรูเล็กแต่ลึก รักษายากที่สุดกว่าทุกแบบ

 

 

 

  • วิธีการรักษารวบรวมมาในประเทศไทย 

ทุกวิธีช่วยให้หลุมสิวดีขึ้นได้ แต่ยังไม่มีวิธีไหนได้ผล 100% กับหลุมสิวที่รักษายาก ลึก สามารถผสมผสานวิธีแต่ละแบบเข้าด้วยกันได้เพื่อการรักษาที่ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญทุกวิธีที่กล่าวต้องศึกษาผลข้างเคียงที่จะตามมาอย่างละเอียด

 

วิธีที่ 1 – กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน

  • ทาครีมลบรอยแผลเป็น,ริ้วรอยที่มีส่วนผสมเช่น VITAMIN E, AHA, BHA
  • ทายากลุ่มอนุพันธ์ุของวิตามินA เช่น RETIN A
  • ทานยากลุ่มที่สกัดจากอนุพันธุ์วิตามิน A [RETINOIDS] เช่น Roaccutance, Acnotin, Isotretinoin
  • ฉายแสง LED เช่น GentleWaves, Omnilux
  • ยิงแสง IPL
  • ยิงเลเซอร์ Smooth Beam
  • ยิงเลเซอร์ ND Yag
  • การใช้คลื่นวิทยุ RF เช่น PHONO
  • เหมาะกับหลุมสิวที่ตื้น หลุมสิวใหม่
  • หลุมสิวประเภท หลุมแอ่งกระทะ

 

วิธีที่ 2 – ทำให้เซลล์ผิวด้านบนหลุดลอกออก ร่างกายจึงเกิดการซ่อมแซมและดันหลุมสิวให้ตื้นขึ้นเอง

  • ลอกผิวด้วยกรดผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด AHA , BHA , PHA
  • แต้มกรด TCA
  • กรอผิวด้วยกรดอัญมณี Microdermabrasion
  • เลเซอร์ชนิดมีแผล กรอผิวด้านบนด้วยเลเซอร์ความเข้มข้นสูงร้อนมาก เช่น CO2 / ERBIUM YAG
  • เหมาะกับหลุมสิวที่ตื้น, ลึกปานกลาง
  • หลุมสิวประเภท หลุมแอ่งกระทะ, หลุมกล่อง

วิธีที่ 3 – การทำให้ผิวหนังเกิดอักเสบกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองโดยสร้างเซลล์ใหม่

  • Dermaroller ใช้ลูกกลิ้งที่เป็นเข็มเล็กๆกลิ้งตามผิวหนังลึกถึงชั้นหนังแท้
  • เลเซอร์ชนิดไม่มีแผล เช่น Fraxel re:store,Fine Scan, Mosaic, Fractional RF
  • เหมาะกับหลุมสิวตื้น ถึง ลึกปานกลาง,
  • หลุมสิวประเภท หลุมแอ่งกระทะ, หลุมกล่อง, หลุมนกจิก

 

วิธีที่ 4 – การเติมเต็มหลุมสิวด้วยสารเติมเต็ม

  • ฉีด Filler [ Hyaluronic Acid ]
  • เหมาะกับหลุมสิวตื้น ถึง ลึกปานกลาง,
  • หลุมสิวประเภท หลุมแอ่งกระทะ

 

วิธีที่ 5 – การตัดผังพืดใต้ผิวหนังบริเวณหลุมสิวออกไป

  • การทำ Subcision ใช้เข็มที่มีใบมีดอยู่ปลายเข็ม เจาะ และ เอาใบมีดตัดพังผืดใต้ฐานหลุมสิว
  • เหมาะกับหลุมสิวลึกปานกลาง, ลึกมาก
  • หลุมสิวประเภท หลุมกล่อง, หลุมนกจิก, หลุมแอ่งกระทะ

 

วิธีที่ 6 – การศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว

  • ตัดรอยหลุม แล้วเย็บปิดให้ผิวหนังชิดกัน
  • นำผิวหนังส่วนอื่นมาปิดรอยหลุมสิว
  • กรีดผิวหนังเป็นวงรี แล้วเย็บปิด
  • ตัดหลุมสิวแล้วยกขึ้นมาให้ได้ระดับเดียวกับผิวหนัง
  • เหมาะกับหลุมสิวลึกมาก หรือขนาดกว้างใหญ่
  • หลุมสิวประเภท หลุมกล่อง, หลุมนกจิก,

รวบรวมมาแล้วแยกเป็นข้อให้เข้าใจคร่าวๆ  ส่วนลงลึกอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ

LINK 1 , LINK 2

 

แต่ละวิธีมีข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวังแตกต่างกันไป ควรปรึกษาข้อมูลตามลักษณะของหลุมสิวที่ตนเองมีไว้ก่อนล่วงหน้า ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทั้ง 3 ด้าน ผิวหนัง เลเซอร์ หรือ ศัลยกรรม สำคัญที่สุดคือทำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงๆ เพราะอะไรที่อยู่บนหน้า หากพลาดไปจะตราตรึงตามเราไปทุกที่ ส่วนตัวเคยใช้วิธีที่ 1 และ 2 บางข้อในการรักษาหลุมกล่อง , หลุมแอ่งกระทะ

 

ทำให้พบว่า

* การรักษาหลุมสิว ส่วนมากต้องใช้เวลานานอาจจะเป็นปี หลายปี เพื่อรอเวลาที่คอลลาเจนกว่าจะสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ทดแทน ต้องได้รับการกระตุ้น หรือ ทำหลายครั้งขึ้นไป ขึ้นกับความลึก ชนิดของหลุม การเป็นหลุมจึงเป็นแผลที่รักษายากมากที่สุด มากกว่า รอยแดง รอยดำ พอๆกับแผลคีลอยด์ อาจจะมีโอกาสกลับมาดี แต่ยากมากที่จะถึง 100% โดยเฉพาะ หลุมลึกแบบนกจิก หลุมกล่อง

 

คราวหน้ามาต่อกันด้วยการทำ ERBIUM YAG ทำให้เซลล์ผิวด้านบนหลุดออก โดยการกรอผิวด้วยเลเซอร์ความเข้มข้นสูง ร้อนมาก เป็นเลเซอร์ชนิดมีแผลกับ ศาสตราจารย์นายแพทย์ วรพงษ์ มนัสเกียรติค่ะ

 แผลหลุมเกิดจากเล็บจิกตอนเกิดเป็นแผลหลุมกล่องขนาด 0.4 ซม หลังทำตื้นขึ้น 40% รอให้คอลลาเจนสร้างเซลล์ใหม่น่าจะดีกว่านี้ ภาพนี้หลังทำ 11 วัน และนอนดึก รูขุมขน นกตัวเล็กตกลงไปตายได้เลย กว้างขนาดหนัก นอนดึกไม่เคยดีกับใครเลย T_T

 

 

 

 

 

 

Read the full story

Posted in ACNE, BEAUTY TECHNOLOGY, LASERComments (0)

BEAUTY TALK – รวบรวมวิธีทำให้ “ฟันขาว ” สวย

 

ฟันขาว VS ฟันไม่ขาว 

นั่งหาข้อมูลมาหลายวันหลังจากไปเห็นว่าที่ดารา ที่ตอนนี้เป็นนางแบบอยู่ฟันขาวจั๊วะ จนต้องถามว่าทำอะไรมา ฟันขาวเงาวาววับสะท้อนแสงมาก คือมันรับไปทุกส่วนเลย หน้าสวย ยิ้มสวย แล้วเขาก็ดูเหมือนจะยิ้มบ่อยมากกกกกกกกก ดูแล้วเพลิน จะพูดอะไรเลยไม่ค่อยได้ฟัง เพราะมองแต่ใบหน้าและรอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้  …

เลยเปิดกระทู้อ่านไปเรื่อยๆ พบว่า ความลับ หรืออาจจะไม่ลับของดาราที่ฟันขาวสวย คืออะไร ? มิน่าละ ก็ว่าอยู่เราเองก็ดูแลอย่างดีทำไมยังเหลืองนวลต่างจากเค้า สังเกตุว่าดาราต้องยิ้ม ต้องเจอสื่อตลอด เขาจะต้องมั่นใจสุดชีวิต อย่างน้อยหน้าตา แต่งหน้า ทรงผม แต่งตัวต้องเป๊ะ และต้องยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ซึ่ง80% ฟันขาวมาก จนเราแอบนึกไปว่าดูแลกันดีจริงๆเล้ยยย

เห็นได้ว่าฟันขาวขาว ส่งผลต่ออะไรต่อความรู้สึกของคนมองอย่างเราบ้าง รู้สึกว่าเขาเป็นคนมั่นใจ บุคลิกดี ดูสดใส ยิ้มกี่ทีก็สวยสว่างวาบตลอด ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นที่มาของหัวข้อในวันนี้ จะมาพูดถึงวิธีการได้มาซึ่ง ฟันขาวจะขาวแบบธรรมชาติ ขาวแบบสว่างสไว หรือ ขาวเกินหน้าเกินตาแบบดารา วันนี้เรามาทำความรู้จักวิธีทำฟันขาวสารพัดชนิด กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ?

 

และ ก่อนอื่นสาเหตุที่ทำไมคนเรามีสีฟันต่างกัน บางคนเหลืองน้อย เหลืองมาก ขาวอมเหลือง ฯลฯ คือ ..

คนที่มีสีฟันขาวสว่างเป็นเพราะมีชั้นเคลือบฟัน (Enamel) ค่อนข้างหนา จึงปิดบังสีของชั้นเนื้อฟัน (Dentin) ที่มีสีเหลืองที่อยู่ถัดเข้าไปได้มิด ส่วนคนที่ฟันสะอาด ไม่มีคราบสี & อาหารติดอยู่ แต่ยังดูเหลืองอยู่ แสดงว่ามีชั้นเคลือบฟันบาง สีของชั้นเนื้อฟันจึงโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจนกว่า และ คนที่มีฟันสีเทาเข้ม เป็นแถบ ๆ ไล่จากคอฟันขึ้นมาปลายฟัน อาจเป็นเพราะมารดาทานยาเตตร้าซัยคลินตอนตั้งครรภ์ สีฟันจะผิดปกติไป ฟันอีกประเภทที่มีสีคล้ำลงชัดเจนเฉพาะซี่ คือฟันตาย เพราะเส้นเลือดถูกตัดขาดและเศษซากของเม็ดเลือดแดงในรากฟันจะซึมเข้าท่อเนื้อฟันทำให้ดำ ตอนเด็กเคลือบฟันเราหนาฟันเลยขาวจั๊วะ โตมาหน่อยเคลือบฟันเราก็บางลงเรื่อยๆ จนเห็นีเนื้อฟัน สีเหลืองชัดกว่าตอนเป็นเด็ก ฟันเหลืองยังรวมไปถึงอาหารที่รับประทาน ชา กาแฟ คราบอาหารด้วย ..

twitter ทันตแพทย์ @DrWuttibong

วิธีการทำฟันขาวมีประมาณ 10 วิธี

ความจริงมีเยอะ แต่นั่งเอิ๊กรวบรวมและเรียบเรียงใหม่ เลือกมาเฉพาะที่เห็นกันได้ในเมืองไทย

1. ยาสีฟันสูตรฟันขาว (Whitening)

หลักการ : ใช้ยาสีฟันที่เป็นสูตรฟันขาวร่วมกับแปรงสีฟัน โดยแปรงตัวยาสีฟันลงบนฟัน ในยาสีฟันสูตรฟันขาวโดยมากจะมีส่วนผสมที่กำจัดคราบเม็ดสีที่เกาะตามผิวฟัน มีสารเคลือบฟันป้องกันฟันผุ หินปูน คราบพลัค มีสารขัดฟันพิเศษบางชนิด จึงทำให้ฟันดูขาวขึ้น ส่วนมากจะมีส่วนประกอบของสาร Silica ช่วยขจัดคราบต่างๆโดยไม่ทำลายเคลือบฟันและทำให้ฟันขาวขึ้นแบบธรรมชาติ

ข้อดี : ราคาถูก ปลอดภัยสูง ไม่ทำลายผิวเคลือบฟัน

ข้อเสีย : ต้องใช้ระยะเวลา ต้องใช้ประจำและต่อเนื่องนานหลายเดือนกว่าจะเริ่มเห็นผล ขาวได้ไม่ที่สุด ขาวได้เท่ากับธรรมชาติฟันของเรา

 

2. น้ำยาบ้วนปากสูตรฟันขาว (Whitening) 

หลักการ : คล้ายยาสีฟัน เน้นไปที่ตัวน้ำยาบ้วนปากจะมีส่วนผสมที่ช่วยขจัดคราบหินปูน คราบพลัค อันทำให้ฟันมีสีเข้มหมอง ไม่ทำลายเคลือบฟัน ทำความสะอาดได้ลึกถึงลำคอด้านบนลดการเกิดทอมซิลหิน ที่เป็นก้อนเหลืองๆแข็งๆมีกลิ่นในลำคอ

ข้อดี : ราคาถูก ไม่ทำลายเคลือบฟัน ปลอดภัยสูง

ข้อเสีย : เห็นผลยากกว่ายาสีฟัน อาจจะรู้สึกได้ว่าฟันสะอาดกว่าที่เคย และอาจไม่สามารถทำความสะอาดคราบหินปูนที่เกาะลึกมานาได้

 

3. ขูดหินปูน

หลักการ : ช่วยขจัดคราบเม็ดสีเข้มที่มาเกาะฟัน คราบอาหาร หรือหินปูนที่ติดบนชั้นเคลือบฟันและตามซอกเหงือก ซอกฟันออกไป

ข้อดี : ช่วยให้ฟันดูขาวขึ้นนิดนึงหลังจากเอาหินปูนออกไปแล้ว เป็นการเช็คสุขภาพของฟัน ฟันผุอีกทางนึงโดยผู้เชี่ยวชาญ

ข้อเสีย : ฟันไม่ได้ขาวกว่าที่มันขาวได้ เพียงแต่ดูสะอาด ดูฟันมีสีอ่อนลง แพทย์บางท่านที่ไม่ชำนาญ หรือ ไม่ระมัดระวังอาจขูดหินปูนจนคนไข้มีเลือดออกตามไรฟัน (เจอมาแล้ว)

 

4. สมุนไพรที่ช่วยขัดฟันให้ขาว หรือ ส่วนผสมสดจากธรรมชาติ เช่น เกลือ มะนาว ใบข่อย เบคกิ้งโซดา สตอรเบอร์รี่ ฯลฯ

หลักการ : ใช้สมุนไพร หรือ สูตรธรรมชาติพวกนี้ แปรงสดๆ ขัดฟันสดๆ หรือ ผสมกับยาสีฟันแล้วแปรงทุกวันเช้าเย็นติดกัน 6 เดือน – 1 ปีขึ้นไป อาจได้รับผลรับฟันขาวแบบธรรมชาติของเนื้อฟันของเราได้ ช่วยขจัดคราบเหลืองของฟัน

ข้อดี : ไม่มีเคมี ไม่แพง หาได้ง่ายตามบ้าน ตามซุปเปอร์มาเกต

ข้อเสีย : ขัดแรงมากอาจทำลายเคลือบฟัน ขาวได้เท่าสีของเนื้อฟันธรรมชาติของเรา หรืออาจจะขับให้ดูสว่างกว่าเล็กน้อย ใช้เวลานาน ใช้ความอดทน รสชาติของยาสีฟันที่ผสมสมุนไพร พวกนี้จะเปลี่ยนทันที รสชาติอาจไม่ถูกใจ

5. ฟอกฟันขาวโดยใช้น้ำยาเคมี (ลักษณะตั้งแต่เป็น เจล ครีม น้ำยา)

1.1 ทำเองที่บ้าน

หลักการ : เป็นเจล น้ำยา หรือ ครีม ที่มีส่วนผสมหลักคือคาร์บาไมด์  เพอร์ออกไซด์ (เป็นสารประกอบของ ไฮโดรเจนเปอออกไซด์กับยูเรีย จะอ่อนกว่าไฮโดรเจนเปอออกไซด์) หรืออาจจะเป็น ไฮโดรเจนเปอออกไซด์ ที่ความเข้มข้นต่ำๆไม่เกิน  10-15% จะทำลายสีที่ติดอยู่ในฟันโดยอาศัยเวลา และปฎิกิริยาเคมีในน้ำยาฟอกฟัน / ถ้าซื้อน้ำยาจากหมอ หมอจะทำถาดฟันที่พอดีกับฟันเรามาให้ / ถ้าซื้อตามซุปเปอร์มาเก็ตแบบเมืองนอกจะมีถาดแบบฟรีไซส์มาให้ เทน้ำยาฟอกฟันลงไป และแช่ไว้ต่อเนื่อง 3-8 ชั่วโมงหรือทั้งคืน (ส่วนมากทำตอนกลางคืน) เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก แต่จะชัดสุด สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไป ทำต่อเนื่อง 7 – 14 วัน

ข้อดี : สะดวกไม่ต้องเดินทาง ทำเองได้ที่บ้าน  ฟันค่อยๆขาวขึ้นได้จริง แต่อยู่ไม่ถาวรต้องทำซ้ำเมื่อสีฟันเริ่มเปลี่ยน

ข้อเสีย : ใช้ระยะเวลาต่อเนื่อง ทำทีไรเสียวฟันทุกที (ส่วนมาก) ฟันเหลืองๆจะทำแล้วเห็นผลดีกว่าคนฟันขาวอยู่แล้ว บางคนอาจเสียวฟันเล็กๆแล้วหายไป บางคน เสียวฟันตั้งแต่เสียวฟันน้อยๆ จนถึงอาการเสียวฟันมากๆ บางครั้งก็จะมีอาการปวดฟันร่วมด้วย ในบางรายก็อาจจะปวดเหงือก ระคายเคืองเหงือก เหงือกบวมแดง ดังนั้นจึงต้องศึกษาวิธีการทำอย่างละเอียดไม่ว่าจะทำเอง หรือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ถาดฟันที่ให้แพทย์ทำ จะดีกว่า ฟรีไซส์ เพราะพอดีฟันมากกว่า และไม่ทำให้น้ำยาไปโดนเหงือก ให้เหงือกขาว ระคายเคือง หรือ ยุ่ย และหลังทำคอฟันยังมีสีเดิมอยู่ได้

1.2 ทำโดยคุณหมอ

หลักการ : ใช้น้ำยาใช้ไฮโดรเจนเปอออกไซด์ ความเข้มข้น  10-35% ขึ้นไป หมอจะทำถาดฟอกฟันที่พอดีรูปฟันของเราคนเดียว เมื่อใช้ความเข้มข้นสูงกว่า ปฎิกริยาไฮโดรเจนเปอออกไซด์ก็จะแตกตัวซึมเข้าสู่เนื้อฟันได้มากกว่าปกติ ทำต่อเนื่อง 45-60 นาที

ข้อดี : วันเดียวจบ ขาวทันที ขาวเป๊ะทั้งตัวฟัน และมั่นใจในความเชี่ยวชาญของคุณหมอที่ทำให้ คอฟันก็จะสีสม่ำเสมอกับตัวฟัน ด้วยเทคนิคของหมอที่เชี่ยวชาญในการฟอกฟันจริงๆ

ข้อเสีย : ราคาแพงกว่าทำเอง ข้อเสียจะคล้ายกับการฟอกฟันที่บ้าน คืออาจมีอาการเสียวฟัน หรือ ปวดฟันร่วมด้วย แต่ปัญหาน้ำยาโดนเหงือกจะไม่ค่อยมี แพทย์จะมีน้ำยาทาบริเวณเหงือป้อกกันการระคายเคือง หรือจะมีเทคนิคคอยควบคุมตัวยาไม่ให้ไหลทะลักขึ้นมาโดนเหงือก

 

6. แผ่นฟอกฟันขาว

หลักการ : เป็นแผ่นที่มีน้ำยาเจลฟอกฟันอยู่ด้านใน ลอกแล้วมาแปะที่ตัวฟัน ก็จะทำปฎิกิริยาจากไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ หรือ คาร์บาไมด์  เพอร์ออกไซด์ เหมือนเดิมให้ฟันขาวขึ้น โดยแปะติดกับฟันแล้วทิ้งไว้ 30นาที – 2 ชั่วโมง ทำแค่วันละครั้ง ทำหลายวันติดต่อกัน เห็นผล 3 วันขึ้นไปขึ้นกับรุ่น สูตรที่ใช้

ข้อดี : ราคาถูก ไม่เกิน 1000 – 4000 บาท มีหลากหลายสูตรให้เลือก ทำที่บ้านได้ ขาวขึ้นได้จริง แต่อยู่ไม่ถาวรต้องทำซ้ำไปเรื่อยๆ เมื่อฟันเปลี่ยนสี การระคายเคืองน้อยกว่า เนื่องจากทำแบบค่อยเป็นค่อยไป วันละนิดวันละหน่อย

ข้อเสีย : มีการเสียวฟันได้ ต้องใช้เวลาต่อเนื่องหลายวันติดกันในการทำให้ได้ผลที่พอใจ อาจต้องทำ 8 – 40 ครั้ง หรือ มากกว่านั้นภายในหนึ่งปีเพื่อคงความขาว อาจมีการระคายเคืองเหงือก เพราะแผ่นติดไม่ได้ออกแบบมาพอดีรูปฟัน เวลาเป็นจะโดนเหงือกด้วย

 

7. ฉายแสงฟันขาว ใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ เช่น แสงเลเซอร์ หรือแสงสีฟ้าที่มีต้นกำเนิดแสงเป็นพลาสม่าหรือไดโอท ยกตัวอย่างซัก 2 ชนิด

3.1   แสง Blue light

หลักการ : การทำให้ฟันขาวโดยการฉายแสงสีฟ้า ที่มีความนุ่มนวล กระจายตัวใช้ควบคู่กับเจลฟอกฟัน กระตุ้นให้เจลทำงานดีขึ้น ไม่มีความร้อน ไม่ได้รับอันตรายจากแสง UV ใช้เวลาฉายแสงสีฟ้าประมาณ 1 ชั่วโมง

ข้อดี : ครั้งเดียวจบ สีฟันใกล้เคียงกับความขาวแบบธรรมชาติ

ข้อเสีย : ราคาสูง 7000-18000 ขึ้นไป เนื่องจากใช้น้ำยาเข้มข้นสูง เฉพาะบางรายอาจทำให้เหงือกเจ็บ แสบ แดง หรือ อักเสบ และอาการเสียวฟันมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดความเข้มข้นของสารที่ใช้ฟอกฟัน รวมทั้งระยะเวลาฉายแสง อาการเหล่าจะเกิดตอนฟอกสีฟัน แต่จะหายไปเอง ฟอกได้แต่เฉพาะฟันที่อยู่ซี่ด้านหน้า ด้านในฟอกไม่ได้ ต้องระวังแสงที่ใช้ซึ่งอาจทำอันตรายดวงตาด้วยการปิดเหงือก ปิดตาหรือใส่แว่นกันแสง

3.2    แสง Laser

หลักการ : ใช้แสงเลเซอร์ (สีแดง) ที่มีความยาวคลื่นจำเพาะให้ความร้อนต่ำกระตุ้นปฎิกิริยาเคมีของไฮโดรเจนเปอออกไซด์แตกตัว สามารถทำให้น้ำยาซึมเข้าไปในฟันได้ลึกกว่าปกติ จึงกระตุ้นและทำหน้าที่ดึงวัตถุเม็ดสีได้อย่างดีโดยสามารถกำหนดทิศทางของแสงได้เฉพาะเจาะจงกว่าวิธีฉายแสงแบบอื่น ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45 นาที

ข้อดี : ทำวันเดียวจบ ปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอันตราย และ ระคายเคืองเหงือก เสียวฟันน้อยสุดกว่าทุกวิธี

ข้อเสีย : ราคาสูง 10000-15000 บาท ขึ้นไป ต้องระวังแสงที่ใช้ซึ่งอาจทำอันตรายดวงตาด้วยการปิดเหงือก ปิดตาหรือใส่แว่นกันแสง

 

8.เคลือบฟันเทียม

หลักการ : การทำชิ้นงานด้วยวัสดุสีเหมือนฟันมาปิดทับบริเวณหน้าฟัน โดยเลือกเฉดความขาวได้ วัสดุมีผลต่อความแข็งแรง อายุการใช้งาน และการดูดสีได้ดี เช่น พวกชา กาแฟ ที่นิยมจะเป็นการใช้วัสดุที่ทำจากเซรามิค และ เรซิน เซรามิค เซรามิคนั้นจะแพงกว่า เรซิน 8-12 เท่า หรือมากกว่านั้น โดยจะกรอเนื้อฟันออกบางส่วนเพื่อให้เข้ากับวัสดุสีเหมือนฟัน ที่เป็นเซรามิค หรือ เรซิน วิธีนี้นิยมมากในหมู่ดารา นักแสดง พริตตี้ และ คนที่ไม่สามารถฟอกฟันได้ หรือมีฟันตายมีสีคล้ำ จะใช้วิธีแปะวัสดุสีเหมือนฟันลงไปโดยกาวที่มีความแข็งแรงติดทน เซรามิคจะราคาสูงมากต่อซี่ 8000 – 15000 บาท หรือแพงกว่า แต่แข็งแรงทนทาน ขาวถาวร ไม่ดูดสีพวกชา กาแฟ เหมือนวัสดุอย่างพลาสติคเรซิน

ข้อดี : ขาวถาวร ทำแค่บนผิวด้านหน้าของฟันไม่ได้ทำรอบตัวฟัน และ นิยมทำแค่ฟันด้านหน้าเท่านั้นให้เวลายิ้มเห็นพอดี ถ้าจะทำฟันให้ขาวก็เลือกสีขาวสว่างเห็นได้ไปยังโลกหน้า ขาวมาก หรือเลือกได้หลายเฉดให้เหมาะกับสีฟัน ตกแต่งปิดฟันห่าง ซ้อน เก เล็ก ไม่เท่ากันทำให้ออกมาได้ทุกซี่เท่ากันและสวยงาม แก้ไขฟันแตก บิ่น หักได้อีกด้วย ใช้เวลา 7-14 วันในการทำเซรามิค / ใช้เวลา 1 วันในการทำเรซิน / พอซเซอเลน-เซรามิค ทน สวยงาม วาวกว่าเหมือนฟันจริงๆของเรา

ข้อเสีย : เสียเนื้อฟันด้านหน้าฟันไปต้องกรอออกให้รับกับชิ้นงาน ความแข็งแรงทนทาน ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของเรา ต้องดูแลอย่างดี มีปัญหาเวลาหัก ร้าว ต้องรีบซ่อม เพราะเราต้องยิ้ม ต้องใช้ฟัน อาจสูญเสียความมั่นใจได้ ถ้าฟันยังซ่อมไม่เสร็จ  / ถ้าทำไม่ดีตามขอบจะเห็นเป็นสี เหลือง น้ำตาล ดำโผล่ออกมา / เรซินใช้นานไปเปลี่ยนสีด้าน ไม่วาว ขอบสึก ต้องเปลี่ยนใหม่

แต่ ปัจจุบันมีวัสดุชนิดนึงที่ชื่อ LUMINEERS

หลักการ : ชิ้นงานที่เป็นวัสดุสีเหมือนรูปร่างลักษณะเหมือนฟันมนุษย์จริงมาปิดทับบริเวณหน้าฟัน โดยส่งไปทำที่ห้อง LAB ของอเมริกา ดังนั้นความพิถีพิถัน 100% โดยมีความบางเท่ากับความบางคอนแทคเลนส์ โดยเลือกเฉดความขาวได้ วัสดุค่อนข้างแข็งแรง และมีอายุการใช้งาน20ปี จะเป็นวัสดุที่บาง และ เป็นนวัตกรรมที่ดีที่สุดตอนนี้ในไทย ในการเคลือบฟันเทียมด้านหน้า และสามารถเปลี่ยนรูปร่างฟันได้เหมือนวิธีอื่นๆ จุดเด่นไม่ต้องกรอฟัน ฟันจะอยู่เป็นปกติ อาจจะมีขัดหน้าฟันให้สากเล็กน้อยเพื่อที่จะลงน้ำยา และ กาวเคลือบให้สมานกันได้ แต่แพงมากกกกกกกก มากกว่า วีเนียร์ปกติ1เท่า

ข้อดี : ขาวถาวร / อายุยาวนานราว 20 ปี / ไม่ต้องกรอฟัน / ไม่เจ็บ / บางเหมือนไม่ได้ติด / เปลี่ยนรูปร่างฟันได้ / ปิดฟันดำ / ช่องห่างของฟันได้

ข้อเสีย :  รอนาน1เดือนเพราะส่งไปLABต่างประเทศ / ถ้าแตกก็ซ่อมแพง / แพงมาก ซี่ละ 18000-25000 ในไทย

 

9. ครอบฟัน

หลักการ : เป็นการทำวัสดุสีเหมือนฟันที่เป็นรูปฟันขึ้นมาโดยนำมาสวมทับฟันซี่นั้นๆ อดีตนิยมฟันเงินในเด็ก ฟันทองในผู้ใหญ่ ราคาต่อซี่สูงเช่นเดียวกับการเคลือบฟัน แต่ราคาสูงมาก สูงน้อยขึ้นกับวัสดุที่ใช้ ราคา 3000-12000 บาท ขึ้นกับวัสดุที่ใช้ สีเหมือนฟันผสมเงิน สีเหมือนฟันผสมทอง ฯลฯ การทำก็ไปพบแพทย์ พิมพ์รูปฟัน เลือกสีฟัน ส่งLABทำชิ้นงาน แล้วนัดครั้งต่อไปถึงจะได้ใส่ และอาจจะต้องมีการเก็บรายละเอียดอาจต้องพบแพทย์ 3-4ครั้งกว่าจะจบ

ข้อดี : ขาวถาวร ทนทาน สามารถแก้ไขรูปร่างฟันได้

ข้อเสีย : ราคาขึ้นกับวัสดุ คิดราคาต่อซี่ ต้องกรอฟันโดยรอบซี่ สูญเสียเนื้อฟันจริงเยอะ ทำครั้งแรกอาจไม่พอดี เจ็บ ต้องปรับแต่งกันให้พอดี ทำไม่ดีฟันข้างในผุต้องเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีๆ

 

10.เครื่องฟอกฟันขาว

หลักการ : เครื่องฟอกฟันขาว เป็นเครื่องที่ซื้อมาทำเองที่บ้านได้มีขนาดพอดีมือ พอดีช่องปากของมนุษย์ ประยุกต์จากการใช้แสงสีฟ้ามาใช้กระตุ้นให้เจลฟอกฟันทำงานได้ดีขึ้น ค่อยๆขาว ลดคราบหิวปูน คราบเหลือง เปิดเครื่องฉายแสงสีขาวอมฟ้าลงบนฟันประมาณ 10 นาทีติดกัน 2 อาทิตย์ ฟันจะดูขาวขึ้น

ข้อดี : ถูกประมาณ 800 – 1000 ขึ้นไปต่อเครื่องไม่รวมน้ำยา สะดวก ประหยัดเวลา ทำที่บ้านได้ ขาวธรรมชาติ ไม่ค่อยเสียวฟัน

ข้อเสีย : สู้แสงสีฟ้าจากเครื่องใหญ่ที่ศูนย์ทันตกรรมไม่ได้ เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพจึงต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผลที่นานกว่า

 

 

สรุปการฟอกสีฟันโดยใช้น้ำยาเป็นตัวทำปฎิกิริยาให้ได้ผลขึ้นกับ

  • สีฟันดั้งเดิม
  • ความเข้มข้นของน้ำยาฟอกฟัน
  • ระยะเวลาที่ใช้ในการทำ
  • จำนวนรอบของน้ำยา
  • เทคนิคของหมอแต่ละคน

 

ฟอกสีฟันไม่เหมาะกับ ?

  • ถ้าฟันเราผุหรือไม่แข็งแรง(พวกฟันกร่อนหรือเป็นโรคผิดปกติเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูกและฟัน)
  • ทำให้เหงือกร่นในกรณี ที่เป็นโรคปริทันต์อยู่ก่อนแล้ว
  • ท้องเสียถ้ากลืนยาลงไปในปริมาณมาก
  • อาการเสียวฟันมากสำหรับคนที่เหงือกร่น ฟันแตก หรือ เนื้อฟันโผล่
  • ฟันตายหรือฟันที่รักษารากมาแล้ว
  • วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน จะไม่ขาวขึ้นมากไปกว่าสีดั้งเดิมดังนั้นหลังทำเสร็จอาจต้องเปลี่ยนวัสดุอุดฟัน หรือครอบฟันด้วย
  • ไม่แนะนำทำในเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือ คนที่มีฟันซี่เล็กมาก เพราะอาจจะเสียวมากกกกกกก
  • ในช่วงเวลาหลังการจัดฟัน 6เดือน ไม่แนะนำให้ทำ
  • มีการอักเสปในกระดูกขากรรไกร หรือปลายรากฟัน
  • สตรีมีครรภ์

 

การดูแลฟันหลังจากฟอกฟัน

  • งดบุหรี ชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำผลไม้หรือน้ำใดๆที่มีสี รวมทั้งงด อาหารมีสีที่เหนียวติดฟัน 7 วัน  หลังจากนั้นเวลาทานอาหารหรือดื่มน้ำ แนะนำให้บ้วนปากหรือแปรงฟันทุกครั้ง เพื่อการรักษาความขาวเอาไว้
  • อาการเสียวฟันสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด

 

ข้อแนะนำ

ฟันปกติควรมีความขาวไม่มากไปกว่าสีของตาขาว จึงจะดูไม่หลอกตา เพราะอาจดูเหมือนฟันปลอมได้ via @DrWuttibong

 

ส่วนตัวเคยลองฟอกฟันแบบเจลทำที่บ้านซื้อตัวยากับคุณหมอและสั่งทำถาดฟันพอดีรูปฟัน พบว่าฟันขาวขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ เพราะตอนเด็กๆทานวิตามินเยอะสารพัดชนิด เคลือบฟันบางจนเห็นเนื้อฟัน ฟันเหลืองนวลสวยมาก 55555 ฟอกฟันอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนแล้วก็ต้องทำใหม่ รวมถึงการใช้ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปากด้วย และ การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่าง เกลือ เบคกิ้งโซดามาขัด มันก็สะอาด ดูผ่องดี แต่ไม่ได้ขาวขึ้นกว่าเก่าเท่าไหร่ ตอนนี้กำลังเล็งวิธีใหม่ เลยรวบรวมวิธีทำฟันขาวมาให้ตัวเองอ่าน และ คนอื่นอ่านด้วย เพื่อนๆละกำลังเล็งวิธีไหนกันอยู่ ?

 

 

 

XOXO

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาข้อมูล + รูปภาพ

ประสบการณ์ตรงของตัวเองที่เคยฟอกฟัน

ทวิตเตอร์ คุณหมอทันตแพทย์ @DrWuttibong

คุณ Abegel ณ พันทิพดอทคอม

sftravel.com

http://www.crest3d-whitestrips.com/before-after/

7hometeethwhiteningkits.com

http://www.infobarrel.com/How_to_Whiten_Teeth_Naturally

http://www.bangkoktoothwhitening.com

laserteethwhiteningdublin.com

imagedentallasvegas.com

http://www.toothwhiteninginlosangeles.com/baphotos.htm

sdcdentist.com

yimsuay.com

 

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASER, TEETHComments (6)

TALK ABOUT : IPL เลเซอร์หน้าใสจริงเหรอ ? พร้อมREVIEWหลังทำ

IPL intense pulsed light เป็นการใช้แสงที่มีหลายช่วงคลื่น รักษาผิวหนังที่มีจุด จุดดำ จุดแดง ต่างกับ เลเซอร์ ที่เป็นแสงช่วงคลื่นเดียว ดังนั้น แสงLASER กับ แสงIPL คนละชนิด IPL ไม่ใช่ LASER นะคะ

 



หลักการทำงาน

  • ปล่อยความยาวคลื่นออกมาให้โดนเซลล์ผิวหนังแต่ละเซลล์ที่ต้องการ – เซลล์แต่ละเซลล์ดูดซับพลังงานแสงได้ไม่เท่ากัน เซลล์เม็ดเลือดก็แบบหนึ่ง เซลล์คอลลาเจนก็แบบหนึ่ง เซลล์เม็ดสีดำ หรือ แดง ก็แบบหนึ่ง
  • IPL จะปล่อยแสงจำเพาะเจาะจงในแต่ละครั้งได้ เช่นรอบนี้เลือกความถี่ที่จะปล่อยแสงไปยังเซลล์เม็ดสีดำ (จุดด่างดำ) มันก็จะโดนเม็ดสีดำเท่านั้น รอบต่อไปอาจจะเลือกปล่อยแสงให้โดนเม็ดเลือดแดงด้วยความถี่ที่เหมาะกับเม็ดเลือกแดง ปล่อยแสง IPL ลงไป ก็จะเกิดความร้อนที่บริเวณเม็ดเลือดแดง มันก็จะไปทำลายพนังหลอดเลือดแดงเล็กๆ (รอยแดง เส้นเลือดฝอยเล็กๆแดงๆที่มีขนาดไม่เกิน 0.2 มิล) รอยแดงก็จะหายไป รอบต่อไปอาจใช้ลดรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ใช้ความร้อนจากแสง IPL ไปจับน้ำในเซลล์ของคอลลาเจน กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
  • การรักษาควรต้องยิง IPL หลายครั้งขึ้นไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้

 

รักษาอะไรได้บ้าง

  1. รอยดำ จุดดำ
  2. รอยแดง จุดแดง รอยแดงจากแผลคีรอยด์
  3. กระจาง กระตื้น กระแดด
  4. ฝ้าบางชนิด
  5. ริ้วรอยตื้นๆ
  6. กระชับรูขุมขน
  7. รักษาสิว (เมื่อทาสารบางตัวก่อนปล่อยแสง IPL ช่วยฆ่าเชื้อ P Acne)
  8. กำจัดขน

 

 

สรุป IPL สามารถรักษาได้หลายอย่างในการทำเพียงครั้งเดียว .. แต่จะให้เห็นผลต้องทำหลายครั้ง .. และด้วยความสามารถที่ทำได้หลายอย่างในหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะทำให้รูขุมขนที่หดขนาดลงได้บ้าง จึงมีชื่อเรียกทางโลกว่า “ เลเซอร์หน้าใส “ จริงๆแล้ว แสงIPL ไม่ใช่ แสงLASER เป็นแสงคนละชนิดกัน

 

ระยะเวลาการเห็นผล

  • ภายใน 1-3 วัน เห็นชัดว่าหน้าใสขึ้น แต่ก็ไปเร็วกว่าพวกเลเซอร์ที่ยิงแล้วมีแผล ที่จะอยู่ได้ยาวนานกว่าและเห็นผลชัดกว่า

 

ข้อแนะนำ

  • ทาครีมกันแดด + กันแดดที่มีไวเทนนิ่งผสมทุกวัน

 

คนที่เหมาะกับการรักษาด้วย IPL

  • คนรักษาสิวเรื้อรังที่มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้เรื่อยๆ เพราะเลเซอร์จะราคาสูงกว่า ถ้าต้องเป็นสิว ทิ้งรอยแล้วกลับมาใหม่ก็เลือกIPLจะคุ้มกว่า เวลาทำก็ทำต่อเนื่องเดือนละครั้งทำ 3-4 ครั้งเริ่มเห็นผล คนที่ดูแลผิวตัวเองดีดี IPLสามารถให้ผลรักษาอยู่ได้นานเป็นปี

 

ราคาแต่ละที่ไม่เหมือนกัน
  • ต่างกันที่เครื่องนำเข้าจากประเทศอะไรมีตั้งแต่เครื่องนำเข้าจีน ถึง ราคาหลายล้าน / หัวIPLเล็กใหญ่ / บางที่คิดเป็น SHOT บางที่คิดเป็นพื้นที่
  • ผลลัพธ์จึงออกมาไม่เหมือนกันด้วยขึ้นกับประสิทธิภาพของเครื่อง การจะทำIPLจึงต้องเช็คมาตราฐานของเครื่องก่อนการเปรียบเทียบราคา

 

ข้อดี

  1. ทำได้ทุกอย่าง รักษาได้ทุกอย่างในเครื่องเดียว
  2. ไม่ต้องทายาชา
  3. รักษาได้หลายอย่างใน 1 ครั้ง
  4. ไม่มีบาดแผลหลังทำ
  5. การดูแลรักษาหลังทำง่าย
  6. ใช้เวลาทำเร็ว

 

ข้อควรระวัง

การไหม้ เป็นรูปหัวIPL สี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียวยาว(เรียกว่าบั้ง) เกิดจากการที่ IPL ส่งแสงลงไปยังผิวหนังชั้นล่าง ก่อนจะลงไปต้องผ่านผิวหนังชั้นบน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี Cooling Gel เพื่อป้องกันการไหม้ของผิวหนังชั้นบน

อีกกรณีแสง IPL กับเรื่องของสีผิว ผิวขาว ผิวสองสี ใช้แสงIPLความถี่ไม่เหมือนกัน คนไข้ผิวสองสี ผิวเข้ม จะต้องใช้พลังงานแสงที่ลดลง คนผิวสีเข้มผิวจะดูดซับแสงได้ดี ที่สำคัญเกิดการ BURN หรือ ไหม้ได้ง่าย เช่น ไรผมจะBURNง่าย ผมซึ่งมีเม็ดสีดำ เม็ดสีเข้มจะดูดซับพลังงานได้ดีกว่าบริเวณโหนกแก้ม หรือ ขาจะไหม้ได้ง่ายกว่าหน้า เพราะขามีขน คนไข้ที่ผิวเข้มแต่ต้องการกำจัดขนด้วย IPL อาจจะเลือกใช้วิธีอื่น หรือเลือกเลเซอร์กำจัดขนเฉพาะทางไปเลย เพราะโอกาสเสี่ยงไหม้ เยอะมากกว่า

 

ถ้าเกิดการไหม้ จะทำยังไง (น้อยคนจะเจอ) 

  • ถ้าเกิดการไหม้จะตกสะเก็ดแล้วก็หลุดลอกออก คราวนี้ขึ้นอยู่กับว่าการไหม้ลงไปลึกแค่ไหน ถ้าไม่ลึกมันจะลอกออก ผิวจะเหมือนเดิม
  • ถ้าเป็นตุ่มน้ำ อาจทาขี้ผึ้ง หรือ ยาปฎิชีวนะ แล้วค่อยสะกิดตุ่มออก
  • ทากันแดดทุกวัน แดดจะทำให้ผิวหายช้า และอาจอาการหนักกว่าเดิม
  • อาจต้องใส่ที่ครอบปากกันติดเชื้อ
  • ถ้าเกิดรอยดำอาจทาครีมไวเทนนิ่ง
  • ถ้าเกิดรอยดำอาจทานยาเพื่อให้ผิวขาว แต่อันตรายต้องได้รับคำแนะนำและจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น

ดังนั้นจะไหม้หรือไม่ เกิดจากสีผิวของเรา และ ความพร้อมของผิวเรา

 

การเตรียมตัวก่อนทำ

  • อย่าตากแดดจัดเป็นเวลา 1-2 อาทิตย์ก่อนทำ

คนที่ไม่เหมาะกับ IPL

  • คนที่แพ้แสงอาจไม่ควรทำ
  • คนที่เป็นคีลอยด์ง่ายๆ อาจต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • คนที่มีแผลอยู่แล้วไม่ควรทำ เช่นยิงตรงแผล
  • คนที่ตั้งครรภ์ไม่ควรทำ

 

ข้อเสียของ IPL คือ

  • รักษาปัญหาทุกอย่างที่กล่าวมาได้แต่ไม่ได้หายไปภายในครั้งเดียวอาจต้องทำ 3 ครั้งขึ้นไป
  • รักษาหลายรอบขึ้นไปถึงจะเห็นผล
  • อาจเกิดผลข้างเคียง รอยไหม้ รอยด่างขาว

 

ดังคำกล่าวของแพทย์ผิวหนังท่านนึง IPL IT’S LIKE A DUCK BUT IT ISN’T THE BEST

เพราะรักษาได้ทุกอย่างจริง เห็นผลจริงแต่ๆละครั้งจะได้แค่จางลงไม่หายไปเลย สมมุติเป็นกระยิง IPL อาจต้องใช้เวลา ใช้การทำ 3 ครั้งขึ้นไป แต่หากใช้พวกเลเซอร์จำเพราะเจาะจงเช่น Q-Switch ก็จะเห็นว่ากระตื้น กระแดด หายไปในครั้งเดียว หรือรอยสิวถ้าใช้ IPL รักษารอยแดง อาจต้องใช้เวลา 3 เดือน แต่ VBEAM เลเซอร์ใช้ยิงหลอดเลือดแดงที่ขยายตัวจะเห็นผลเร็วภายใน 1 เดือน เปรียบเทียบกับการทายารอยสิวกว่าจะจางก็นานขึ้นไปอีก หรือปล่อยให้หายเอง อาจต้องรอยาวนานถึงครึ่งปีในบางคน

REVIEW

เอิ๊กเป็นรอยดำจากสิว นานมากไม่หายเลย หลุมด้วย แต่ต้องรักษาที่ละอย่างเอาที่ง่ายก่อน เลยเลือกรอยดำ รอยแดง รอยดำเลือก IPL รอยแดงเลือกVBEAM เอิ๊กไปยิงIPLที่เดิม ISKYCENTER เนื่องจากมีประวัติการรักษาด้วยเลเซอร์อยู่ที่นั่นแต่ คุณหมอรังสิมา แพทย์ที่ไปพบประจำไปให้วิชาการที่อื่น 🙂 เอิ๊กเลยไปพบคุณหมออีกคน ไปช่วงเช้าคนไข้คนอื่นยังไม่มา เลยขอสอบถามอย่างละเอียดและได้บทความนี้มาต้องขอขอบคุณ แพทย์หญิง วรทัย เตือนอารีย์ ที่ให้สัมภาษณ์ค่ะ 

ยิงด้วยเครื่องนี้ อลังมาก ราคา ครึ่งหน้า 2500 บาท เต็มหน้า 4000 บาท ซื้อเป็นคอร์สถูกกว่า 3 ครั้ง ครึ่งหน้า 4000 บาท เต็มหน้า 9600 บาท

ให้ดูผล VBEAM ก่อน จริงๆแผลสด สิวเพิ่งอักเสบ ยิง 3 วันหายเลย 555 คุณหมอวรทัย รู้สึกจะใช้ความแรงเลเซอร์เยอะกว่าที่เคยทำ สังเกตุจากเสียง เลยหายเร็วมาก

หน้าผากรอยยังอยู่จางๆ แต่ดูใสขึ้น

ช่วงแก้มดูใสขึ้น วันแรก กิ๊งเลยละ ที่รูขุมขนกว้างเพราะนอนเช้าทุกวัน 55555555

หลังทำ เพราะเลเซอร์ด้วย IPL ด้วย คันๆหน่อยๆ เลยใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 100% ชโลมกันแห้ง ผิวเลยดูมันๆ และทากันแดดตลอด อาจจะทำต่อหรือไม่ทำต่อค่อยว่ากันอีกทีตอนนี้ดูเรื่องทำเป็นคอร์สไว้ แต่ตอนนี้มันดีจนพอใจแล้วค่ะ ตอนนี้เริ่มกังวลเรื่องหลุมที่หน้าผาก 3 หลุม ที่แก้มก็มี เกิดจากเล็บช่วนตอนเกิด 55 แม่ไม่ตัดเล็บให้ข้าเจ้า

ขอจบเรื่องเลเซอร์หน้าใสแค่เพียงเท่านี้ ว่าความจริงมันเป็นยังไง หวังว่าคงได้ประโยชน์กันนะคะ

XOXO

ที่มาของรูปภาพ

iskycenter.com

webmd.com

bestofbothworldsaz.com

http://the-coveted.com/blog/2008/10/14/zap-zits-with-light-therapy/

http://www.alibaba.com/product-gs/377432190/Vertical_IPL_intense_pulsed_light_laser.html

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASERComments (4)

TALK ABOUT ” กระ ” (FRECKLE) จุดสีน้ำตาลด่างๆบนใบหน้าที่จะมาเวลาโดนแดด

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้มาทำความเข้าใจผิวหนังที่เป็นกระกันหน่อย เอิ๊กเป็นคนนึงที่ประสบกับปัญหากระกรรมพันธุ์ และ เคยผ่านวิธีการรักษาขั้นเบสิคอย่างการใช้กรด TCA แต้มมาแล้ว ปัจจุบันมีอยู่ แต่ยังไม่คิดจะทำอะไรกับมันเนื่องจาก มันยังเป็นสีจางๆ ไม่เห็นชัดมาก แต่งหน้าเสร็จก็มองไม่เห็นแล้ว เพราะกลัวตอนเป็นสะเก็ดด้วยมันใช้เวลารอคอยเป็นอาทิตย์ กว่าสะเก็ดๆดำ จากการที่เราจี้กระจะออกไปหมด

คลิก2รอบขยายได้จะได้เห็นเม็ดสีน้ำตาลที่ใบหน้าเอิ๊กด้วย

กระ (Freckle) คือ ความผิดปกติของเม็ดสีผิว ที่เซลล์สร้างเม็ดสี สร้างเม็ดสีมากขึ้นผิดปกติเวลาที่ผิวหนังโดนแสงแดด มีลักษณะเป็นจุดๆ สีน้ำตาล น้ำตาลเทาๆน้ำตาลม่วงๆ หรือเป็นสีดำ ขึ้นกับประเภทของกระ มีทั้งอ่อนและเข้ม มีขนาดตั้งแต่เส้นรอบวง 1 มิลลิเมตร จนถึง 1 เซนติเมตร เกิดขึ้นตาม โหนกแก้ม สันจมูก ทั่วใบหน้า หลัง แขน หรือ บริเวณลำตัว อาจค่อยๆเกิดที่ละจุด หรือเกิดพร้อมกันจำนวนมากก็ได้ กระจะมีสีเข้มและมีจำนวนมากขึ้นได้ในฤดูร้อนที่มีแดดแรง และจะจางลงในฤดูหนาว ต่างกับฝ้า ตรงที่ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้น และขนาดใหญ่กว่า

 

กระมีทั้งหมด 4 ประเภท และ 2 แบบ

  • แบบที่ 1 กระที่เกิดตั้งแต่เด็กมักเป็นจากกรรมพันธุ์โดยเฉพาะคนผิวขาว เวลาโดนแสงแล้วจะมีจุดๆๆขึ้นที่ผิวหนัง
  • แบบที่ 2 กระที่เกิดตอนโต ตอนเข้าสู่วัยมีอายุ กระตอนโตจะสามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นได้เรื่อยๆ
  • ดังนั้นการเกิดกระที่ผิวหนังจะอยู่ที่ 1. กรรมพันธุ์ 2. การปกป้องผิวหนังจากรังสี UV ไม่เพียงพอ

สาเหตุสำคัญ คือ แสงแดด

 

กระ แบ่งเป็น 4 ประเภท

  • กระตื้น หน้าตาจะเป็นจุด สีน้ำตาลเล็กๆ ประมาณ 0.5 มิลลิเมตร กระจายได้ทั่วใบหน้า ถ้าโดนแดดสีจะเข้มขึ้น ถ้าไม่โดนแดดนานๆ สีจะจางลงได้เอง
  • กระลึก หน้าตาจะเป็นจุด สีน้ำตาลเทาๆ ชอบขึ้นบริเวณโหนกแก้ม
  • กระเนื้อ หน้าตาจะเป็นก้อนเนื้อนูนออกมาเป็นตุ่ม สีน้ำตาล หรือ สีดำ อาจจะเป็นผิวเรียบหรือขรุขระก็ได้ กระเนื้อบางครั้งหน้าตาคล้ายหูด มักพบที่ใบหน้า คอ หรือลำตัวก็ได้ มักเกิดขึ้นในได้ตั้งแต่ อายุ 30-40 ปีขึ้นไปจนถึงสูงอายุ

  • กระแดด ลักษณะเป็นดวง สีน้ำตาล ผิวเรียบ ส่วนใหญ่พบในคนสูงอายุหรือคนที่ต้องทำงานอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานาน

ตอนนี้ส่องกระจกเอิ๊กหน้าจะเป็นกระตื้น ปนกระแดดตอนเด็กที่โดนแดดจัด ตอนนี้จางไปเยอะเพราะได้รู้จักกันครีมกันแดดนี้ละ

 

วิธีการรักษากระที่ปลอดภัยขึ้นกับประเภทของกระ

ส่วนใหญ่กระและฝ้าจะเหมือนกันตรงที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ถาวร เพราะหากโดนแสงแดดอีกก็จะสามารถกลับมาเป็นได้อีกครั้ง

  1. กระตื้น วิธีรักษา ใช้ยาทา / แต้มด้วยกรดTCA / เลเซอร์
  2. กระลึก วิธีรักษา เลเซอร์
  3. กระเนื้อ วิธีรักษา ใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า / เลเซอร์ /
  4. กระแดด วิธีรักษา เลเซอร์

การรักษาด้วยการแต้มกรดTCA / เครื่องจี้ไฟฟ้า /เลเซอร์ จะทำให้เกิดสะเก็ด ซึ่งจะหลุดเองภายใน 7-14 วัน แล้วจึงหลุดไป ห้ามแกะสะเก็ดโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้

ข้อดี – ช้อเสียของการใช้ยาทา 

  • ไม่มีแผล / ใช้ระยะเวลาพอสมควร และ อาจจางไปไม่หมด

ข้อดี – ข้อเสียของการแต้มด้วยกรดTCA

  • ราคาถูกมาก / เหมาะกับกระเนื้อขนาดเล็ก / ด้วยความที่เป็นกรดมีฤทธิ์ในการลอกผิวปวดแสบปวดร้อนได้ต้องระวังอย่างมาก ขณะแต้มจะรู้สึกเจ็บจี๊ด กระบางจุดต้องทำหลายครั้งถึงหาย / บางครั้งเกิดแผลเป็นได้

 ข้อดี – ข้อเสียของการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า

  • ราคาถูกกว่าเลเซอร์ / ต้องทายาชา / มีแผลที่เป็นหลุมตื้นหลังทำและจะหายไปเอง

 ข้อดี – ข้อเสียของการใช้เลเซอร์

  • สะดวก เร็ว ไม่เจ็บ / เห็นผลชัดเจน กระบางชนิดทำครั้งเดียวจบ / ราคาสูงหลักพันขึ้นไป / กระบางชนิดมีผลข้างเคียงอาจจะเกิดเป็นรอยด่างขาวก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีผิวปกติ

 

การดูแลตัวเองหลังรักษากระ

  • ทำตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ห้ามโดดแดด
  • ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวันที่ออกนอกบ้าน
  • อย่าแกะสะเก็ดแผลที่เกิดจากการรักษา จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้
วันนี้นำภาพการยิงเลเซอร์กระลึกมาฝากก่อนไป เนื่องจากวันนั้นไป ISKYCENTER ไปทำครีมบำรุง เลยคุยกับคุณหมอเรื่องกระตัวเอง คุณหมอเลยบอกว่าท่านยุ่งมาก อาจไม่มีเวลามาคุย แต่มีเวลาพาไปดูคนไข้ที่นัดไว้มารักษากระลึก คนไข้คุณหมอก็น่ารัก พอคุณหมอบอกว่าเราเป็นนักเขียนบล็อคก็ยอมให้เราเก็บภาพเราเลยได้ภาพวิธีการใช้เลเซอร์รักษากระมาให้ดูกันพอหอมปากหอมคอ ต้องขอขอบพระคุณพี่เค้ามากค่ะ ไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่ผิวใสมาก ถ้าไม่มีกระลึกที่สีเข้มที่ผิวนะ HOT แน่แน่ เค้ากำลังจะเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ เลยมารักษากระลึกให้เสร็จก่อน แต่กระลึกต้องทำ 3 ครั้งขึ้นไป เพราะมันอยู่ลึกหน่ะสิ !
ไม่ได้รู้จักกันมันก่อน แต่พี่เค้ายอมยกมือถือให้เราดูภาพกระก่อน และ หลังทำเสร็จครั้งแรกให้ดู ผิวใสแต่พอมีกระลึกรวมตัวแล้วทำให้ดูเหมือนฝ้าจางๆ ทำให้หน้าดูไม่ใส แบบนี้เป็นเอิ๊กๆคงต้องไปเอาออกด่วน ดีเราเป็นกระตื้น + แดด ไม่โดนแดดมันก็จาง

 เป็นการยิงเลเซอร์  Q-switched Nd: YAG ที่ลดทำลายเม็ดสีน้ำตาลออกไป รักษาครั้งที่ 2 เหมือนกระที่ใกล้จมูกหายโบ๋เบ๋ไปแล้ว เหลือแต่ข้างๆใบหน้า (มือคุณหมอจะขาวไปไหนคะ ? 555 )

เครื่องเลเซอร์คงไม่มีที่ไหนทำด้วยผู้ช่วยพยาบาลหรอกเนอะ ฝากไว้ให้ทุกคนรู้ว่าต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใบประกอบการพร้อมเท่านั้นนะคะ มันอันตราย คุณหมอก็จะตั้งค่าเครื่องให้เรียบร้อย หันมายิ้มน่ารักๆให้ลูกศิษย์ 1 ที (อิอิ อยากเป็นลูกศิษย์ค่ะ) และ ผู้ช่วยคุณหมอก็จะทำความสะอาดใบหน้าคนไข้

ในการยิงตัวนี้จะมีการเป่าลมแรงๆเข้าช่วยเพื่อลดอาการเจ็บ ถ้าจำไม่ผิดเคยทำลดรอยดำ มันจะเหมือนอะไรจิ้มๆที่ใบหน้าเร็วๆรัวๆ แต่เพราะแรงลมเย็นช่วยทำให้ลืมความเจ็บ กลายเป็นไม่ค่อยรู้สึกได้ (จะว่าไปเอิ๊กก็เลเซอร์มาเยอะเนอะ – -“) เดี๋ยวต้องไปถามคุณหมออีกที ว่ามันใช่ที่เราเคยทำหรือไม่ ถ่ายภาพได้เก่งมาก แสงวาบออกมาเลย

หลังยิงจะเหมือนเป็นสิวอักเสบเลยเมื่อมองไกลๆ ที่ทาคือวาสลีนกันน้ำเข้าแผล และช่วยให้หายเร็ว ไม่มีแผลเป็น หลังจากนั้นจะตกสะเก็ด อย่าพยายามโดนน้ำ หรือออกไปโดนแดด จะช่วยให้ไม่มีแผลแน่นอน สวยแน่แน่ (เคยทำมาแม้จะคนละแบบกับเลเซอร์ แต่ตกสะเก็ดเหมือนกัน) คือ ทำยังไงก็ได้ให้สะเก็ดมันหลุดเองอย่างธรรมชาติ

ก่อนไปโชว์กระให้เห็นอีกซักรอบ รูปนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว 55555

เรียนจบเดือนตุลาคม ทำงานเดือนพฤศจิกายน แววบ้างานตั้งแต่วัยรุ่น 🙂

อาทิตย์นี้เอิ๊กก็อ่านและมาสรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายสไตล์เอิ๊กเองหวังว่าคงได้รับความรู้ใหม่ไปประดับกันว่าอย่า ” โดดแดด “

อาทิตย์หน้าเรื่องอะไรดี รูขุมขนกว้าง เอาม๊ะ เอาม๊ะ ???????

XOXO

 

 

 

 

 

แหล่งที่มาข้อมูล

– http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=33

– Presentation นักเรียนแพทย์ผิวหนังของ ผศ.พญ รังสิมา วณิชภักดีเดชา

– คนไข้ ISKYCENTER

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, LASERComments (2)

GET THE RIGHT START ! ตรวจสภาพผิวเพื่อรอคุณหมอปรุงครีมบำรุงผิวของตัวเองคนเดียว :)

วันนี้ก็นำทุกคนเข้ามาสู่เรื่องราวของผิวพรรณเช่นเคย ปีที่ 2 และ ปีหน้าปีที่ 3 เอิ๊กจะเน้นเขียนเรื่องราวความสวยความงามที่ชื่นชอบ และเรื่องราวความสวยความงามด้านอื่นที่ตัวเองสนใจ อยากรู้ อยากศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำมาแบ่งปันเพื่อนๆนะก๊ะ

อันนี้เป็นบทความที่ดองไว้เกือบ 2 เดือนเกี่ยวกับความประทับใจส่วนตัวในเรื่องของการตรวจสภาพผิวเพื่อหาแนวทางการบำรุงผิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และการหาแนวทางป้องกันผิวแต่ละแบบได้อย่างเหมาะสม เพราะปัญหาผิวพรรณมีหลากหลาย ตั้งแต่ สิว จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ รอยแผลเป็น รอยแดงรอยดำ แผลตื้น แผลหลุม ผิวที่มีริ้วรอย

ถ้าเรารู้ว่าเรามีผิวแบบไหน เราจะสามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องในแง่ของการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ประกอบกับหาอ่านคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ คำแนะนำของเพื่อนมาประกอบกับการตัดสินใจโดยมีความรู้เป็นคลังข้อมูลส่วนตัวเป็นพื้นฐานก็จะทำชีวิตเราเดินทางได้ถูกต้อง บำรุงผิวได้ถูกจุดมากขึ้น ปัญหาผิวที่ว่ายากก็จะดีขึ้นหรือหายไปด้วยตัวของเราเอง แค่เพียงเราใส่ใจ เปิดใจที่จะเรียนรู้ เราก็สามารถจะดูแลตัวเองได้ดีในระดับนึงทีเดียว

ถ้าถามว่าตอนนี้ดูแลผิวหน้ายังไงต้องบอกว่าส่วนหนึ่งงดยาทุกชนิด และมุ่งหน้ามาสู่ระดับการรักษาที่บ้านด้วยตัวเองตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เน้นอ่อนโยน ธรรมชาติ หรือแนวสมุนไพรไทยเป็นหลัก แต่อีกแง่หนึ่งยังคงต้องพึ่งแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกับการใช้ Cosmetic Laser Surgery มาดูแลรอยแผลบ้าง กรณีถ้ามันเยอะมากจนทนไม่ไหว เพราะเมื่อเกิดสิวเมื่อไหร่ เมื่อนั้นถ้าเม็ดใหญ่ก็ย่อมมีแผลแดงทิ้งไว้ และประกอบกับนิสัยชอบเค้นสิว (กรุณาอย่าทำตาม)
การรักษาที่ISKYตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เป็นเวลาเดือนกว่าปลายสิงหาเดือนนี้เดือนตุลา  การที่ได้เข้าไปคลุกคลีกับแพทย์ผิวหนังทำให้ความสนใจส่วนตัวเปลี่ยนไป อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผิวหนังมากขึ้นและแนวทางการรักษาทุกกรณี การที่จะเลือกแพทย์สิ่งหนึ่งเป็นตัวตัดสินใจ นั้นก็คือ ผิวพรรณ ของแพทย์ที่รักษา แพทย์คนไหนมีผิวพรรณที่สดใส ไร้สิวฝ้า แทบไม่ต้องบอกสิ่งใด เราจะเชื่อโดยอัตโนมัตเพราะเราถือว่าแพทย์ท่านนั้นดูแลตัวเองได้ดีมาก ไม่แปลกถ้าจะบอกอะไรแล้วคนไข้อย่างเราจะเชื่อ แต่อย่างที่บอกถ้าเป็นปัญหาผิวของเราควรมีการสังเกตุตัวเองร่วมด้วย สิ่งไหนที่คุณหมอท่านสอน คุณหมอท่านบอก จะมาหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติมเอาเองตลอด เพราะครั้งแรกที่ปรึกษา คุณหมอท่านก็บอกเราแล้วว่าคนไข้ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมร่วมกันการรักษาจึงมีประสิทธิภาพ

และในการตรวจสภาพผิวครั้งนี้ตรวจเพื่อ “ ปรุงยาสูตรเฉพาะ หรือ เวชสำอางครีมบำรุงสำหรับคนแต่ละคน “ ในห้องกระจกใส ซึ่งทีนี่มองว่าเพราะผิวของคุณไม่เหมือนผิวของใคร ดังนั้นการที่จะทำสวยแต่ละครั้งก็ต้องมีการเริ่มต้นหรือทำอย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นแนวคิดจากทีมแพทย์ทั้งหมดของที่นี่ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ นั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รู้สึกว่าที่นี่แตกต่างจากทุกที่ที่เคยหามาทั้งหมด 5-6 ที่ ไม่แน่ใจว่ามีที่ไหนอีกหรือไม่ ถ้าใครเห็นว่ามีก็แชร์ได้นะคะ


ในความทรงจำตลอด 12 ปีที่ผ่านมาในการเดินเข้าออกคลินิคผิวหนัง หรือสถาบันรักษาผิวหนัง เป็นปกติที่ทุกสถาบันหรือคลินิคผิวหนังจะจ่ายยาตามสูตรมาตรฐานตามสภาพผิวหรือปัญหาผิวที่เกิดขึ้นโดยให้ยาหรือครีมใช้กับคนไข้ที่มีลักษณะสภาพผิวที่คล้ายคลึงกัน บางตัวเหมือนกัน บางตัวต่างกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาสำหรับคนไข้แต่ละคน
สำหรับการรักษาที่ISKYจะคล้ายกับทุกที่คือมีตัวยาเวชสำอางพื้นฐานให้กับคนไข้แบ่งตามสภาพผิวตั้งแต่ผิวมัน ผิวผสม ผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย เช่นกัน ที่แตกต่างคือ นอกจากการตรวจสภาพผิวอย่างละเอียดด้วยการฉายแสงดูปัญหาภายใต้ชั้นผิว ก็จะมีการตรวจสภาพผิวภายนอกที่จับต้องได้ด้วย ตรวจสีผิว ตรวจสภาพผิว ความยืดหยุ่นของผิว ฯลฯ เพื่อที่จะวิเคราะห์และสั่งการปรุงยาพิเศษที่เหมาะกับเราที่สุดเพื่อนำไปบำรุง เสริมความแข็งแรงของผิว และแก้ปัญหาผิวที่เรามีอยู่อย่างถูกต้องและเหมาะสมตรงจุดที่สุด


เริ่มโดยหลังจากการปรึกษาคุณหมอเรียบร้อย ก่อนจ่ายยาคุณหมอจะถามถึงสภาพผิว ในกรณีที่ผิวระคายเคืองแพ้ง่ายอย่างเอิ๊ก มองด้วยตาเปล่าอาจจะรู้ว่าแห้ง คุณหมอจะให้ตรวจด้วยเครื่องตรวจสภาพผิวเพิ่มเติมเพื่อดูว่าจำเป็นจะต้องสั่งยาครีมบำรุงปรุงพิเศษให้ไหม ซึ่งคุณหมอจะจุดสูตรให้เภสัชกรในห้องกระจกจัดการทำขึ้นมาให้เรา ในการตรวจเครื่องตรวจจะมีหน้าตาเป็นแบบนี้ หลายสิ่งระโยงระยาง


1. ตรวจสีผิว (PIGMENT/MELANIN)
ในกรณีนี้คุณหมอจะตรวจสีผิว สีผิวเราสีผิวแบบไหน ขาว น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำหมึก (ล้อเล่น) และแนะนำค่าครีมกันแดดที่เหมาะสม ซึ่งคุณหมอทำเป็น Chart ออกมาให้คนไข้ดูง่ายและเข้าใจเวลาคุณหมอได้อธิบาย
คุณหมอวิเคราะห์ออกมาว่า “ ผิวประมาณ17 นี่ค่อนข้างขาวเลย บอกได้เลยว่า spf ต้องสูงนิดนึง เพราะว่าผิวค่อนข้างไวแดด เป็นผิวขาว “



2. ตรวจความยืนหยุ่นของผิว (ELASTICITY)
ตัวเครื่องจะดูดผิวบนหน้าของเราเป็นวูบนึงเบาเบาเพื่อเช็คความเด้งดึ๋ง ดูดแล้วปล่อยออกมาขึ้นกราฟหน้าจอ
คุณหมอวิเคราะห์ออกมาว่า “ ค่าเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างดีเลย คือคนที่อายุน้อยๆอย่างเนี้ย 24 เนี่ยจะต้องยืดหยุ่นประมาน 55-70 หนูยืดหยุ่นไปประมาณเจ็ดสิบกว่า ถือว่าดีมาก หยุ่นเท่ากับเด็กอายุน้อยกว่า 20 แสดงว่าความยืดหยุ่นของผิวหนังเนี่ยดี อย่างเงี้ยไม่มีปัญหาความยืดหยุ่น ”


3. ตรวจความชุ่มชื้นของผิวหนัง (MOISTURE)
กรณีนี้โดนหนัก เพราะผิวแห้งมาก
คุณหมอวิเคราะห์ออกมาว่า “ความชุ่มชื้น อย่างนีั้บอกได้ว่าแห้ง คนที่ไฮเดรชันดีดี มาดูนี่ ดูผิวพี่นะ นี่ก็แห้งเหมือนกันแต่อยู่ในระดับ 36 37 ของเอิ๊ก 33 แต่คิดดูพี่อายุมากกว่าหนูเท่าไหร่ หนูถือว่ามีสภาพผิวที่ค่อนข้างแห้ง ตามตำแหน่งแต่ละตำแหน่งไม่เหมือนกัน มีวัดช่วงหน้าผาก แก้มร่วมด้วย ของเอิ๊กนี่ หน้าผาก25 แห้งละ อย่างเราเนี่ยผิว พี่แนะนำมอยซ์เจอไรเซอร์ที่ดีเนี่ยสำคัญ เวลาเราปรุงครีมพิเศษให้คนไข้ เมื่อเราเทสารลงไปเราจะเติมให้ความชุ่มชื้นของครีมให้มันมากขึ้น ในกรณีที่ผิวมันแห้งมาก เราอาจจะเติมกลุ่มที่เป็นวิตามินอี โอเมก้า วิตามินเอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในครีมนั้น สำหรับครีมของหนูๆอาจจะต้องใช้ครีมประเภทนี้ เพราะผิวหนูแห้งมาก ต้องมีการปรุงครีมพิเศษเพื่อบำรุงเฉพาะ แต่เนื่องจากปัจจุบันยังมีปัญหาสิว พี่ก็ยังไม่แนะนำให้ทาครีม ควรจะเอาสิวให้หมดก่อน ซึ่งความมันอาจทำให้สิวนั้นแย่ลง เพราะฉะนั้นพี่จึงคิดว่าอย่าเพิ่งเอาครีมกลับไปใช้ เอาสิวให้เวิร์คก่อน”


4. ตรวจความมัน (SKIN OIL&SEBUM)
อันนี้ได้คะแนน 1 เต็ม 100 ฮา หน้าเหี่ยวแห้ง T^T
คุณหมอวิเคราะห์ออกมาว่า “วัดความมันของผิวหนัง อันนี้เราวัดเป็นค่า ไขมันก็น้อย หน้าไม่มัน อย่างเนี่ยน้อยมาก พี่ถึงบอกว่าว่าผิวแห้งก็เกิดจากสิวได้ มะกี้วัดจากแก้มน้อยกว่า 30 นี่ซุปเปอร์แห้ง นี่1 โหหห พี่จึงรุ้ว่าคนไข้กลุ่มนนี้จึงต้องการอะไรที่พิเศษแน่ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่เหมาะกับการปรุงครีมให้ตอนนี้ี้ ควรรักษาสิวให้ดีก่อน และคนไข้ที่ผิวแห้งมากไม่ควรใช้วิตามินซี มันทำให้ระคายเคืองมากขึ้นเป็นตุ่มขาวๆ เป็นเพราะว่าผิวเราแห้งมาก ไปเจออะไรที่มันระคายเคือง ยิ่งหนักกว่าเดิม มอยส์เจอร์ที่ดีเนี่ยเหมาะสำหรับเราแน่นอน แต่เราต้องเลือกใช้ “


5. ตรวจขยายผิวหนังหรือเส้นผม
อันนี้เห็นสิว เห็นแผลชัดมาก กลัวค่ะ เห็นแล้วอึ๋ว
คุณหมอวิเคราะห์ออกมาว่า “ อันนี้จะเป็นตัวขยาย เราจะให้คนไข้ดูสภาพผิวอีกอย่าง เนี่ยพี่จะให้ดู อะเลือกตำแหน่ง เลือกตรงที่เปนสิวจะเป็นยังไง เครื่องนี้จะใช้ในการวิจัย เพราะฉะนั้นเราก้ออยากจะทำให้คนไข้โดยเฉพาะ สมมุติจุดด่างดำ อยากเห็นรอยแผลเปนสิว ปัญหาเกิดได้จากทุกสภาพผิว เช่น คนไข้ที่มีจุดด่างดำเยอะ ต้องการปรุงยาเป็นพิเศษ จะเอากลับก็ใส่ส่วนผสมให้มันขาวมากขาวน้อย พวกไวท์เทนนิ่งทำนองนี้ “


ผลสรุปออกมาแล้วว่ายังคงไม่มีสิทธิ์กับครีมปรุงพิเศษเนื่องจากผิวหนังอักเสบอยู่ (สิว)
ยืนเกาะห้องกระจกดูของคนอื่นต่อไปก่อน


สรุปครีมปรุงพิเศษเฉพาะบุคคลคือ ? (ฟังจากคุณหมอเลยดีกว่าค่ะ)

หลักเราจะปรุงสำหรับปัญหาหลัก ๆ มี 3 อย่าง
– ผิวแพ้ง่าย
– ปัญหาจุดด่างดำ กระ (ต้องการให้ผิวขาวขึ้น)
– รอยเหี่ยวย่น
แต่เราก็มีสำหรับผิวทุกประเภท

ครีมที่ปรุงสำเร็จเฉพาะบุคคล ดีตรงที่ว่า เราสามารถเลือกเนื้อครีมที่เหมาะกับผิวของเรา และปัญหาที่เราต้องการแก้ได้อย่างตรงจุด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนมีปัญหาผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย เราสามารถเลือกครีม base สำหรับคนไข้ที่ผิวแพ้ง่าย แล้วเราสามารถเติมสารเพื่อให้ความชุ่มชื้นในปริมาณที่เหมาะสมลงไป ถ้าผิวแห้งน้อย เราก็เติมน้อย แห้งมากเราก็เติมมาก คนไข้ที่ผิวแห้งน้อย ถ้าได้ครีมบำรุงผิวที่มันเกินไป ก็อาจเกิดปัญหาได้ เพราะฉะนั้นการปรุงครีมเฉพาะบุคคล ก็จะทำให้คนไข้ได้ครีมที่เหมาะสมกับตัวเองจริง ๆ
ทุกคนสามารถมาตรวจสภาพผิวและระบุปัญหาที่ต้องการแก้ไขกับแพทย์ แพทย์ก็จะสามารถจัดสูตรของครีมที่เหมาะสมกับคนไข้คนนั้น ๆ ได้ บางทีคนไข้เข้าใจว่าตัวเองผิวมัน แต่พอตรวจด้วยเครื่องตรวจสภาพผิวแล้ว อาจพบว่าตัวเองผิวแห้งก็ได้ .. ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา



หวังว่าเราคงจะหายเร็วๆนี้นะคะ มันก็ขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะสิวอุดตันของเก่า สู้กันต่อไป ทาเคชิ

กล้องใหม่ถ่ายรูปแล้วผิวเนียนสวยหลอกดวงตาผู้คนมาก ฮี่ฮี่

Posted in ACNE, BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, LASERComments (4)

GET THE RIGHT START ! : VBEAM กับการรักษารอยแดงหลังจากสิวหายไปให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว

(อวดรางวัลชิ้นแรกจากการเขียนBeauty Blogมาเป็นเวลา 1 ปี 10 เดือนหน่อยฮับ รองชนะเลิศอันดับ1 Beauty&Shopping ของ Thailand Blog Awardดีใจมว๊ากขอบคุณเพื่อนๆที่โหวตให้ด้วยนะคับ)

คนไข้ : เอิ๊ก – เอิ๊ก

ลักษณะสภาพผิ : ผิวแห้งสุดขีดโดยเฉพาะบริเวณ U โซน แก้ม แก้มด้านข้าง ทำให้ระคายเคืองกับทุกสิ่งที่มากระทบใบหน้าได้ง่ายมาก

โรคผิวหนังที่เป็: ผิวอักเสบบริเวณหน้าผาก / เป็นสิวอุดตัน 70% ของใบหน้าหนักไปทางบริเวณ T โซน / มีสิวเสี้ยนบริเวณจมูก / มีสิวอักเสบเกิดขึ้นบ่อยบริเวณหน้าผาก

สาเหตุ และ พฤติกรรมที่ทำให้เป็นโรค : นอนดึก นอนเช้า / ทานอาหารหวาน มัน รสจัด นมชอบทานมากต้องทานทุกวัน ทั้งที่รู้ว่ามันทำให้เกิดสิวอุดตัน / การชำระล้างสารเคมีแชมพู ครีมนวด ครีมหมักผม บนศีรษะไม่ค่อยสะอาด / เลือกทำความสะอาดผิวหน้าดีเกินไป สะอาดมากไป หอบเอาความชุ่มชื้นไปหมด น้ำมันไม่มาเคลือบผิวก็ระคายเคืองผิวหน้าง่ายจนเป็นสิวได้อีก

วิธีการรักษ : ปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรง / ทานยาปฎิชีวนะ / ทายาเพื่อฆ่าเชื้อ P.acne / ทาครีมบำรุงเพื่อให้ผิวชุ่มชื้รมีน้ำมาหล่อเลี้ยงผิวตามปกติแต่พอดี/ เลเซอร์รักษารอยแดงจากสิวอักเสบที่เพิ่งหายค่อนข้างบ่อย

สถานที่รักษาปัจจุบัน : ISKYCENTER สำหรับการทำเลเซอร์ และ ยาทาฆ่าเชื้อสิวบางส่วน / คลินิคเสนา – สำหรับยาปฎิชีวนะ และ ยาทาสิวอักเสบ สิวเห่อบางส่วน รวมถึงลอกสิวเสี้ยนเมื่อจำเป็น

ราคาแต่ละครั้ง : ขึ้นกับความรุนแรงของปัญหาผิว และ เทคโนโลยี ตั้งแต่หลักร้อยต้นๆ ไปจนถึงหลักพันขึ้นไป



ทุกครั้งที่เราเป็นสิว เราหาคำตอบได้อย่างน้อยประมาณนี้รึเปล่าจ๊ะเด็กๆ

นี่คือสิ่งที่เอิ๊กคอยสังเกตุตัวเอง หลังจากกลับมามีสิวอักเสบรอบสอง สาม สี่ตามมาเป็น มาตรึมจนรับไม่ไหวต้องปรึกษาแพทย์เดือนละหลายครั้ง วันนี้ค้นพบคำตอบที่สมบูรณ์แบบแล้วว่า รอบหลังสุดที่สิวอักเสบเรื้อรังบริเวณหน้าผาก หลัง หน้าอก ศีรษะ เกิดจากการล้างแชมพูไม่สะอาด ต้องขอขอบพระคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา ณ ไอสกาย แพทย์ที่ปรึกษาประจำตัวของเอิ๊กมากค่ะที่ได้ให้วิชาการขนาดย่อเวลาขอสอบถามในเรื่องเกี่ยวกับการเกิดสิว และ คอยไล่ตะล่อมถามข้อมูลจากเอิ๊ก จนสรุปได้ว่าอาจจะเป็นเพราะสีผม

ช่วงปลายเดือนสิงหา 54 ปีนี้

ความจริงจะหายสิวแล้วหลายรอบมากเป็นหายเป็นหายไวมากภายใน 1 เดือน โดยเฉพาะกลางเดือนกันยา หายแล้วเหลือรอยนิดหน่อย ตอนแรกดีใจมากแต่แล้วเอาอีกแล้วจนหาสาเหตุเจอจนได้ในที่สุด ดีใจยิ่งกว่าสิวหาย เพราะเราเจอตอแล้ว


ด้วยความโชคดีของตัวเอง หรือความโรคจิตของตัวเองส่วนหนึ่ง คือเป็นคนชอบถ่ายรูปใบหน้าตัวเองทุกวัน (ติดตอนทำBotoxหน้าเรียว และตอนรักษาสิวโดยใช้เลเซอร์เข้ามาช่วยปีที่แล้ว) เพื่อดูผลลัพธ์ของผิวที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน ในเวลาที่มีปัญหาผิว หรือ ต้องการเช็คดูผลลัพธ์หลังจากการทำอะไรบางอย่าง เช่น ใช้ครีมกระชับใบหน้า ลดไขมันข้างแก้ม และอีกสารพัด ที่นักเขียนเพื่อความสวยความงามคนนี้จะหา จะได้มาทดสอบ

ผลปรากฎว่า – การเกิดสิวเกิดก่อนการเปลี่ยนสีผมใหม่ในทุกครั้ง แต่เกิดหลังจากการเริ่มเปลี่ยนแชมพู ทรีทเมนท์เข้มข้นยี่ห้อใหม่ ส่วนตัวยอมรับเป็นคนสระผมเร็ว แล้วไม่เช็ดศีรษะ ไม่เช็ดตัว ปล่อยให้แห้งเอง (ไม่แน่ใจมีใครสอนมาวิชานี้555) ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เดาไปต่างๆนานามาเฉลยด้วยการพบแพทย์และความละเอียดในการบันทึกภาพของตัวเอง ไม่เข้าใจทำไมมาเกิดเอาตอนอายุ 24 ทั้งที่ซกมกมานานแล้ว – – “ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาตลอดครึ่งปี คือสิวอุดตันมารุมเร้าที่หน้าผากบ่อยครั้ง จนนึกได้อีกต่อว่าหนังศีรษะเปียกบางครั้งไม่เช็ดแล้วบรรทมเลย รังแคมาเพียบทั้งที่สระผมทุกวันจนตอนหลังยาอะไรก็รักษาไม่อยู่ รู้คนเดียวเงียบๆไม่ได้บอกใคร และที่ทำให้เข้าใจชัดเจนมากขึ้น คือ การเกิดสิวบนแผ่นหลังมาและลามมาหน้าอก อันนี้หนักเลยเพราะไม่เคยเป็น

หลังจากสรุปได้แล้วจึงเปลี่ยนพฤติกรรมบางส่วนใหม่แต่เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดคือ .. มีสติกับการสระผมมากขึ้น ฉีดน้ำแรงๆเวลาล้างออก ล้างแบบหมดจด ให้เกลี้ยงกว่าล้างจาน ตั้งใจสระผม นวดผม ล้างผม เชื่อไหม ปาฎิหารย์เกิด สิวอักเสบไม่มา จนกว่าจะได้รับการกระตุ้นอุดตันด้วยวิธีอื่นเช่นแต่งหน้าหลายชั่วโมงกว่าจะล้างจะมาแค่เม็ดเดียวตามปกติ เหมือนที่เมื่อก่อนเคยเป็น สาวนตัวมีการกดสิวร่วมด้วยเลิกยากข้อนี้ และยังกินอาหารต้องห้าม มันก็จะมีสิวประปรายมาบ้าง ตอนนี้เหลือแค่รอยแดงที่เยอะพอสมควรแต่คิดว่ายังไงต้องตั้งใจจัดการได้


ทุกคนต้องหัดค้นหาสาเหตุที่แท้จริงจากพฤติกรรมตัวเองซึ่งเป็นสาเหตุที่แท้จริง โดยเลิกมองที่ปัญหากันนะคะ เพื่อนๆจะพบทางออกเหมือนออกซึ่งเอิ๊กพบเมื่อไม่กี่วันจึงเขียนเรื่องนี้ออกมา เพราะอึดอัดมากที่จะบอกคนอื่นว่าที่เป็นสิวเพราะหมอบอกว่าอาจจะเกิดจาก … แต่อย่าลืมคุณหมอไม่ได้ติดตามเราตลอด 24 ชั่วโมงและเวลาเราเล่าอาการให้คุณหมอฟังบางทีมันครบ หรือ ขาดไปรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่วันนี้มั่นใจกับสาเหตุทั้งหมดทั้ง 360 องศา ที่คนไข้เอิ๊ก – เอิ๊ก ได้กระทำตนเองแบบไม่รู้ตัวแล้ว หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับแบบฝึกหัด “การมองหาสาเหตุการเกิดสิวจากพฤติกรรมประจำวันของตนเอง “ ในแบบฉบับของเอิ๊กกันแล้วนะคะ หวังว่าคงพอช่วยใครให้อาการดีจนถึงรักษาหายสนิทได้บ้าง

ที่นี่มาเข้าถึง TOPIC สำคัญกว่า ที่HOTมากใน INBOX คือเรื่องของรอยแดงหลังจากการเกิดสิวหายแล้วว่า “ คุณเอิ๊ก พี่เอิ๊ก น้องเอิ๊ก เพื่อนเอิ๊ก รักษาที่ไหน รักษาเท่าไหร่ มียิงเป็นShotไหม แล้วหน้าจะแพ้ไหม จะหายเหรอ ทำไมยิงตั้ง 3 ทีถึงไม่เห็นผล “


เรามาทำความรู้จักกับรอยแดงที่เกิดหลังจากเป็นสิวกัน

ข้อมูลทั้งหมดเกิดจากการอ่านผสมผสาน ของแพทย์ ของนักวิชาการ ของผู้มีประสบการณ์ และ ประสบการณ์ตรงส่วนตัวมารวมกันเป็นคำพูดที่พยายามจะทำให้ทุกคนเข้าใจไปพร้อมๆกัน รวมถึงตัวเองด้วยนะคะ

โดยปกติรอยแผลเป็นจากสิวถ้าไม่ได้มีการทำอะไรกับมันเลย รอยแดงรอยแผลเหล่านั้นที่เกิดจากสิวจะหายไปเอง ค่าเฉลี่ยระยะเวลาการหายประมาณ 3 – 6 เดือน เร็วหรือช้ากว่านั้น ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน รวมถึงอายุของผิวพรรณเราด้วยสำคัญมากข้อนี้

รอยแดงจากสิวเกิดจากอะไร ? (Macular erythema) สิวถ้าไม่ได้รักษาถูกวิธี หรือสิวอักเสบมากๆ หลังหายแล้วส่วนมากมักจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้เสมอ เนื่องจากปฏิกริยาการอักเสบของสิวทำให้เกิดการทำลายเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ใต้ผิวหนังของเราลงไป ผิวชั้นหนังแท้ซึ่งมีเส้นเลือดเป็นหลักสำคัญที่คอยกำหนดควบคุมการสร้างหรือจัดระเบียบเซลล์อื่นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น โพรงขน ต่อมไขมัน รวมถึงใยคอลลาเจนและใยอีลาสติน รอยแดงนี้เกิดจากการอักเสบ บวม ขยายตัวของเส้นเลือดฝอยลึกลงไปใต้ผิวหนังซึ่งร่างกายสร้างเป็นภูมิลำเลียงขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบ การที่รอยแดงจะหายไปนั้นก็ต้องรอเวลาให้มันสร้างเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไปให้เกิดใหม่ขึ้นมาเอง แล้วรอยแดงจะค่อยๆจางหายไป ดังนั้นแม้ว่าเพื่อนๆไม่ได้แกะหรือบีบสิวก็ตาม สามารถทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้เสมอ เมื่อมีสิวควรรีบรักษาเพื่อลดการอักเสบของสิวและลดการเกิดแผลเป็นจากสิวที่จะตามมา ในกรณีที่เกิดในคนผิวคล้ำ บางครั้งจะมีลักษณะเป็นรอยสีน้ำตาลหรือดำร่วมด้วย (Postinflammatory Hiperpigmentation) และในบางคนจะมีลักษณะของหนังที่ยุบตัวลงซึ่งเป็นลักษณะเริ่มแรกของการเกิด รอยแผลเป็นชนิดบุ๋มตามมาอีก (Atrophic Scar, Pitted Scar)

การรักษารอยแดงสิวมีกี่วิธี

1. ปล่อยให้หายเองตามธรรมชาติ ให้ร่างกายเราซ่อมแซมตัวเราเอง (อยากหายเร็วก็ต้องเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ อย่าอดหลับอดนอนร่วมด้วย)

2. ทายาที่มีส่วนผสมของสารที่สามารถทำให้สีจางลง เช่น กรดผลไม้ (AHA, BHA) กรดวิตามิน A (RETINOIC ACID), LICORICE, ARBUTIN, VITAMIN C เป็นการผลัดเซลล์ผิวหนังด้านบนชั้นหนังกำพร้า

3. ทานอาหารเสริมจำพวก วิตามิน A, วิตามิน E วิตามิน C เป็นการฟื้นฟูสภาพผิวและเร่งการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังจากภายใน

4. พึ่งนวัตกรรมเลเซอร์ทางการแพทย์รักษารอยแดง รอยคล้ำจากสิว ลดการเกิดแผลเป็นสิว และลบเลือนรอยแผลเป็นที่มีอยู่ หลักจะมีเลเซอร์รักษารอยแดงที่เป็นหลักอยู่ในเมืองไทย คือ V-beam Laser เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูสภาพผิวอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย สะดวก

5. Photodynamic therapy (PDT)โปรแกรมการรักษาสิวที่ได้ผลรวดเร็วที่สุด รอยดำ รอยแดงสิว แผลเป็นที่เกิดจากสิว เป็นวิธีการใช้เคมีและแสงร่วมกันเพื่อทำให้ต่อมไขมันถูกทำลาย ซึ่งได้ผลเหนือการกินยารักษาสิว เป็นการรักษาผิวมันอย่างดี และให้ความสดใสกับผิวไปในตัว


พรีเซนเตอร์ยาสระผมแพนทีนกำลังยิงเลเซอร์ VBEAM ให้เอิ๊กอยู่ 5555 ล้อเล่นนะคะเป็นคุณหมอประจำตอนนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา แพทย์ผิวหนังที่ศิริราช และ ISKYCENTER

เอิ๊กเลือกวิธีที่ 4ใช้เลเซอร์ v-beam เพื่อทำลายเส้นเลือดให้ฝ่อไปแล้วกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ การใช้เวลายิงเลเซอร์ของเอิ๊กรอยมีแค่ช่วงหน้าผากเป็นหย่อมๆคุณหมอยิงประมาณ 1-2 นาที หลังการรักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็จะสังเกตเห็นว่ารอยแดงใหม่ๆจากสิวจะจางลง ประมาณ 60-70% ส่วนรอยที่มีมาซักพักจะจากประมาณ 20-40% และรอยบุ๋มที่เกิดจากสิวก็สามารถตื้นขึ้นและมีขนาดเล็กลงได้บ้าง หลังการรักษามีเพียงรอยแดงเพิ่มตรงบริเวณที่ยิงใหญ่ขึ้นเล็กน้อยแล้วก็จะจางหายไป ทำแล้วไม่มีแผล ใช้ชีวิต แต่งหน้าได้ตามปกติ


ข้อดี การทำเลเซอร์ทุกชนิดจะได้ผลหรือไม่ ขึ้นกับสภาพอายุผิว ความยืดหยุ่นผิว รวมถึงการตอบสนองของผิวกับเลเซอร์ของแต่ละคนด้วย ส่วนตัวรอยแดงจางไวมาก ทำให้ส่งผลต่อจิตใจคนที่กังวลเป็นอย่างดีเยี่ยมยอด อย่างเร็วที่สุด 1 เดือนหายสนิท อย่างช้าไม่น่าจะเกิน 3 เดือนแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่เกิดสิวใหม่ให้เป็นรอยแดงเพิ่ม เพราะจะเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ และเห็นผลดีมากโดยเฉพาะรอยแผลสิวอักเสบสดๆ รอยแดงใหม่กิ๊ก CONFIRM ว่าเห็นผลดีมาก ไม่ต้องมานั่งทายา ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องกินอาหารเสริมเร่งให้แผลหายแต่ถ้ารอยแดงนานหรือถูกแดดจนเปลี่ยนสีเป็นรอยดำต้องใช้เลเซอร์ชนิดอื่น


สังเกตุแผลแก้มซ้ายเป็น 1 วันบีบหนองทะลักแล้วไปยิง พอไปยิงอีกรอบมันจางไวมาก


ข้อเสีย แน่นอนราคาสูงตามความเร็วของผลลัพธ์ ต้องเดินทางไปพบแพทย์ รอยแดงที่อยู่มานานอาจไม่หายสนิทจะจางไปแต่ไม่หมดยังเหลือแดง 10-20% ต้องคอยหลบแดด (เดี๋ยวจะกลายเป็นรอยดำ) การทำเลเซอร์ทุกชนิดไม่ควรถูกแดดโดยตรงเพราะผิวช่วงนั้นเป็นช่วงรักษากำลังบาง เพื่อรอการกระตุ้นคอลลาเจนให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงและยืดหยุ่นกว่าเดิม ช่วงนี้ต้องถนอมผิวเป็นพิเศษ ต้องทำหลายครั้งขึ้นไปอย่างน้อยก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 3 ครั้ง หรือบางคนจะทำแค่ 1 แล้วรอร่างกายซ่อมแซมตัวเองต่อก็ย่อมได้

ข้อแนะนำ ทำครั้งนึงให้เว้นไป 2 อาทิตย์ เป็นการเว้นระยะการทำเลเซอร์ VBEAM ที่กำลังดีในการกระตุ้นสร้างคอลลาเจน / คุณหมอที่ยิงต้องมีความชำนาญมากในการปรับความยาวคลื่นในการยิง VBEAM ให้เหมาะ แรงกำลังดี แผลจะหายเร็วขึ้นไม่ต้องเสียเงินในการมารักษาหลายรอบ / ถ้าใช้วิธีอื่นร่วมด้วยจะยิ่งหายเร็ว เช่น ทายา ทานอาหารเสริมวิตามินช่วยอีกแรง

 

ศึกบางระจันล่าสุดเป็นแบบนี้

 

ผลการรักษา VBEAM ของเอิ๊ก 1 ครั้งในรอบหลังสุดที่เป็นสิวอักเสบแพร่กระจายเนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ตอนนี้ทราบแล้วเลยทำร่วมกับการทานยาปฎิชีวนะลดการอักเสบ และ ใช้ยาแต้มสิวอักเสบควบคู่ พร้อมกับเปลี่ยนพฤติกรรมมีสติในการสระผม สาเหตุหลักที่ทำให้หน้าเยินมาครึ่งปีครั้งนี้


มันส์ไหมพี่น้องการขุ้ยสาเหตุสิวสาวในครั้งนี้

ขอประกาศว่าจะไม่มีการยอมแพ้ใดใดทั้งสิ้น “พวกเราจะกลับมาหน้าใส(หัวไป)อีกครั้งแน่นอน”

เพราะมันก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว วันนึงหญิงเอิ๊กต้องเก่งรักษาสิวตัวเองให้ได้โดยไม่ต้องไปพบแพทย์ แต่ไปพบเรื่องอื่นเช่นทำทรีทเมนท์หน้าเด้งๆเบาๆอะไรทำนองนี้ สู้โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!!!!

เพื่อการกลับมาอีกครั้งของเธอในรูป 555


ใครอยากอ่านเรื่องราวสิวสาวในอดีตของเราเชิญ CLICK

XOXO

รักนะตัวเธอว์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

นพ. สมนึก อมรสิริพาณิชย์

ห้องแป้งพันธุ์ทิพย์

ACNETHAI.com

Blog swiss-jukky ณ Bloggang

Onlyacne.com

Posted in ACNE, BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, LASERComments (2)

advert




BEAUTY MENU

มาคุยกับเอิ๊กได้ที่นี่ทุกวัน ถ้าว่างรีบตอบทุกคำถามค่ะ

ติดตามบล็อค erk-erk.com อย่างใกล้ชิด

เพียงกรอก Email ตรงนี้เลย





LINE

เพิ่มเพื่อน

Instagram Feed

Something is wrong. Response takes too long or there is JS error. Press Ctrl+Shift+J or Cmd+Shift+J on a Mac.
<ul><li><strong>woo_about_bio</strong> - </li><li><strong>woo_about_gravatar</strong> - </li><li><strong>woo_about_readmore</strong> - </li><li><strong>woo_ads_rotate</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_250_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_250_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-250x250.gif</li><li><strong>woo_ad_250_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_300</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_300_bot</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-2.gif</li><li><strong>woo_ad_300_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_block_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_block_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-1.gif</li><li><strong>woo_ad_block_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_content</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_content_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_content_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_header</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_header_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_header_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_home</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_image_1</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_2</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_3</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_4</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_5</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_image_6</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f</strong> - true</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-728x90-2.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_mpu_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_mpu_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_mpu_image</strong> - http://www.erk-erk.com/blog//2013/12/jjj1.jpg</li><li><strong>woo_ad_mpu_url</strong> - http://www.erk-erk.com/awards/</li><li><strong>woo_ad_page</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_ad_top</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_adsense</strong> - <iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/UQzrTlTnkGk\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe><iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/_vhnOHzZRMI\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe><iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/hQT1rDfb47E\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe></li><li><strong>woo_ad_top_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/468x60a.jpg</li><li><strong>woo_ad_top_url</strong> - http://www.erk-erk.com/</li><li><strong>woo_ad_url_1</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_2</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_3</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_4</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_5</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_6</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_also_slider_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_also_slider_image_dimentions_height</strong> - 144</li><li><strong>woo_alt_stylesheet</strong> - default.css</li><li><strong>woo_archives</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_archive_height</strong> - 90</li><li><strong>woo_archive_page_image_height</strong> - 220</li><li><strong>woo_archive_page_image_width</strong> - 200</li><li><strong>woo_archive_width</strong> - 140</li><li><strong>woo_asides_category</strong> - FACE</li><li><strong>woo_asides_entries</strong> - 5</li><li><strong>woo_author</strong> - true</li><li><strong>woo_auto_img</strong> - true</li><li><strong>woo_bgr</strong> - pink.css</li><li><strong>woo_blog_subnavigation</strong> - true</li><li><strong>woo_body_color</strong> - #ffe0ff</li><li><strong>woo_body_img</strong> - </li><li><strong>woo_body_pos</strong> - top left</li><li><strong>woo_body_repeat</strong> - no-repeat</li><li><strong>woo_breadcrumbs</strong> - true</li><li><strong>woo_button_color</strong> - </li><li><strong>woo_cats_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_cat_box_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_27</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_box_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_27</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_ex</strong> - </li><li><strong>woo_cat_list</strong> - 15</li><li><strong>woo_cat_list_footer</strong> - Select a number:</li><li><strong>woo_cat_menu</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_nav</strong> - true</li><li><strong>woo_centered</strong> - true</li><li><strong>woo_comments</strong> - both</li><li><strong>woo_comment_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_contactform_email</strong> - </li><li><strong>woo_contact_page_id</strong> - </li><li><strong>woo_content</strong> - false</li><li><strong>woo_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_content_feat</strong> - false</li><li><strong>woo_content_left</strong> - false</li><li><strong>woo_custom_css</strong> - </li><li><strong>woo_custom_favicon</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png</li><li><strong>woo_custom_seo_template</strong> - a:4:{i:0;a:5:{s:4:"name";s:10:"seo_follow";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"label";s:21:"SEO - Remove Nofollow";s:4:"type";s:8:"checkbox";s:4:"desc";s:59:"Make link from this post/page followable by search engines.";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:9:"seo_title";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:23:"SEO - Custom Page Title";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:38:"Add a custom title for this post/page.";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:15:"seo_description";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:24:"SEO - Custom Description";s:4:"type";s:8:"textarea";s:4:"desc";s:49:"Add a custom meta description for this post/page.";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:12:"seo_keywords";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:21:"SEO - Custom Keywords";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:64:"Add a custom meta keywords for this post/page. (comma seperated)";}}</li><li><strong>woo_date</strong> - d. M, Y</li><li><strong>woo_excerpt_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_footer</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_main</strong> - </li><li><strong>woo_ex_cat_footer</strong> - false</li><li><strong>woo_featured</strong> - false</li><li><strong>woo_featured_cat</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_category</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_heading</strong> - Featured Posts</li><li><strong>woo_featured_image_dimentions_height</strong> - 371</li><li><strong>woo_featured_layout</strong> - large_no_ad.php</li><li><strong>woo_featured_limit</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_sidebar_image_dimentions_height</strong> - 78</li><li><strong>woo_featured_tag</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tags</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tag_amount</strong> - 3</li><li><strong>woo_feat_alt_height</strong> - 85</li><li><strong>woo_feat_alt_width</strong> - 130</li><li><strong>woo_feat_entries</strong> - 19</li><li><strong>woo_feat_image_height</strong> - 230</li><li><strong>woo_feat_image_width</strong> - 458</li><li><strong>woo_feedburner_id</strong> - </li><li><strong>woo_feedburner_url</strong> - </li><li><strong>woo_feed_url</strong> - </li><li><strong>woo_flickr_entries</strong> - 8</li><li><strong>woo_flickr_id</strong> - erk-erk</li><li><strong>woo_flickr_url</strong> - http://www.flickr.com/photos/erk-erk</li><li><strong>woo_footer_aff_link</strong> - </li><li><strong>woo_footer_left</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_left_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_footer_logo</strong> - </li><li><strong>woo_footer_logo_enabled</strong> - true</li><li><strong>woo_footer_right</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_right_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_framework_template</strong> - a:12:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:17:"Framework Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:34:"Disable options panel ouput option";s:4:"desc";s:121:"Disable the ability to show your Woo Options. You can view the themes option by URL e.g. http://yoursite.com/?options=woo";s:2:"id";s:26:"framework_woo_show_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:21:"Theme Version Checker";s:4:"desc";s:101:"This will enable notices on your theme options page that there is an update available for your theme.";s:2:"id";s:35:"framework_woo_theme_version_checker";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Disable Buy Themes Tab";s:4:"desc";s:110:"This disables the 'Buy Themes' tab. This page lists the latest availabe themes from the WooThemes.com website.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_buy_themes";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:6:{s:4:"name";s:13:"Super User ID";s:4:"desc";s:181:"Add the User ID to this field to hide the Framework Settings panel from other users. Can be reset from the <code>wp-admin/options.php</code> under <em>framework_woo_super_user</em>.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_super_user";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:4:"mini";s:4:"type";s:4:"text";}i:5;a:2:{s:4:"name";s:8:"Branding";s:4:"type";s:7:"heading";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:20:"Options panel header";s:4:"desc";s:50:"Change the header image for the WooThemes Backend.";s:2:"id";s:34:"framework_woo_backend_header_image";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:18:"Options panel icon";s:4:"desc";s:56:"Change the icon image for the Wordpress backend sidebar.";s:2:"id";s:26:"framework_woo_backend_icon";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:8;a:2:{s:4:"name";s:14:"Import Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:9;a:5:{s:4:"name";s:46:"Import options from another WooThemes instance";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_import_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:10;a:2:{s:4:"name";s:14:"Export Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:11;a:5:{s:4:"name";s:66:"Use the code below to export this themes settings to another theme";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_export_options";s:3:"std";s:1640:"YToyODp7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzEiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjE0OiJ3b29fYWRfaW1hZ2VfMiI7czo0MToiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy8xMjV4MTI1Yi5qcGciO3M6MTQ6Indvb19hZF9pbWFnZV8zIjtzOjQxOiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20vYWRzLzEyNXgxMjViLmpwZyI7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzQiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjExOiJ3b29fYWRfcGFnZSI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfMSI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjEyOiJ3b29fYWRfdXJsXzIiO3M6MjQ6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbSI7czoxMjoid29vX2FkX3VybF8zIjtzOjI0OiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20iO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfNCI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjE4OiJ3b29fYWx0X3N0eWxlc2hlZXQiO3M6ODoicGluay5jc3MiO3M6MTI6Indvb19hcmNoaXZlcyI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hdXRvX2ltZyI7czo1OiJmYWxzZSI7czoxNDoid29vX2N1c3RvbV9jc3MiO3M6MDoiIjtzOjE4OiJ3b29fY3VzdG9tX2Zhdmljb24iO3M6MDoiIjtzOjIxOiJ3b29fZmVhdHVyZWRfY2F0ZWdvcnkiO3M6NjoiSE9XIFRPIjtzOjE3OiJ3b29fZmVlZGJ1cm5lcl9pZCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mZWVkYnVybmVyX3VybCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mbGlja3JfZW50cmllcyI7czoxOiI4IjtzOjEzOiJ3b29fZmxpY2tyX2lkIjtzOjc6ImVyay1lcmsiO3M6MTQ6Indvb19mbGlja3JfdXJsIjtzOjM2OiJodHRwOi8vd3d3LmZsaWNrci5jb20vcGhvdG9zL2Vyay1lcmsiO3M6MjA6Indvb19nb29nbGVfYW5hbHl0aWNzIjtzOjA6IiI7czoxMDoid29vX2xheW91dCI7czo1OiJmYWxzZSI7czo4OiJ3b29fbG9nbyI7czowOiIiO3M6MTc6Indvb19vdGhlcl9lbnRyaWVzIjtzOjI6IjEyIjtzOjEwOiJ3b29fcmVzaXplIjtzOjU6ImZhbHNlIjtzOjEzOiJ3b29fcnNzX3RodW1iIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTQ6Indvb19zaG93X3ZpZGVvIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTg6Indvb192aWRlb19jYXRlZ29yeSI7czoxOToiWU9VVFVCRSBSRUNPTU1FTkRFRCI7fQ==";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_framework_version</strong> - 2.8.1</li><li><strong>woo_google_analytics</strong> - <script type=\"text/javascript\">

  var _gaq = _gaq || [];
  _gaq.push([\'_setAccount\', \'UA-11956359-1\']);
  _gaq.push([\'_trackPageview\']);

  (function() {
    var ga = document.createElement(\'script\'); ga.type = \'text/javascript\'; ga.async = true;
    ga.src = (\'https:\' == document.location.protocol ? \'https://ssl\' : \'http://www\') + \'.google-analytics.com/ga.js\';
    var s = document.getElementsByTagName(\'script\')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s);
  })();

</script></li><li><strong>woo_header_layout</strong> - ad468x60.php</li><li><strong>woo_highlights_show</strong> - true</li><li><strong>woo_highlights_tag</strong> - </li><li><strong>woo_highlights_tag_amount</strong> - 6</li><li><strong>woo_hightlights_image_dimentions_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_home</strong> - true</li><li><strong>woo_home_arc</strong> - false</li><li><strong>woo_home_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_home_heading</strong> - Welcome to กำลังปรับปรุง รบกวนเข้าหน้า http://www-erk-erk-com.blogspot.com</li><li><strong>woo_home_link</strong> - true</li><li><strong>woo_home_link_desc</strong> - </li><li><strong>woo_home_link_text</strong> - Home</li><li><strong>woo_home_one_col</strong> - false</li><li><strong>woo_home_post_heading</strong> - true</li><li><strong>woo_home_text</strong> - Add you text here. Leave this and the heading blank to remove this completely.</li><li><strong>woo_home_thumb_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_home_thumb_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_image_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_image_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_image_height</strong> - 170</li><li><strong>woo_image_single</strong> - true</li><li><strong>woo_image_width</strong> - 430</li><li><strong>woo_large_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_large_thumb_h</strong> - 185</li><li><strong>woo_layout</strong> - false</li><li><strong>woo_link_color</strong> - </li><li><strong>woo_link_hover_color</strong> - </li><li><strong>woo_logo</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg</li><li><strong>woo_logo_left</strong> - false</li><li><strong>woo_manual</strong> - http://www.woothemes.com/support/theme-documentation/gazette-edition/</li><li><strong>woo_nav_about</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_contact</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_nav_home</strong> - http://www.erk-erk.com</li><li><strong>woo_nav_subscribe</strong> - #</li><li><strong>woo_options</strong> - a:28:{s:18:"woo_alt_stylesheet";s:9:"green.css";s:8:"woo_logo";s:0:"";s:18:"woo_custom_favicon";s:0:"";s:20:"woo_google_analytics";s:0:"";s:18:"woo_feedburner_url";s:0:"";s:17:"woo_feedburner_id";s:0:"";s:14:"woo_custom_css";s:0:"";s:12:"woo_archives";s:14:"Select a page:";s:10:"woo_layout";s:5:"false";s:17:"woo_other_entries";s:2:"12";s:21:"woo_featured_category";s:6:"HOW TO";s:14:"woo_show_video";s:4:"true";s:18:"woo_video_category";s:19:"YOUTUBE RECOMMENDED";s:13:"woo_flickr_id";s:7:"erk-erk";s:18:"woo_flickr_entries";s:1:"8";s:14:"woo_flickr_url";s:36:"http://www.flickr.com/photos/erk-erk";s:10:"woo_resize";s:4:"true";s:12:"woo_auto_img";s:5:"false";s:13:"woo_rss_thumb";s:4:"true";s:11:"woo_ad_page";s:14:"Select a page:";s:14:"woo_ad_image_1";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_1";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_2";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_2";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_3";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_3";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_4";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_4";s:24:"http://www.woothemes.com";}</li><li><strong>woo_other_entries</strong> - 12</li><li><strong>woo_other_headlines</strong> - 5</li><li><strong>woo_pageheading_404</strong> - uh oh!</li><li><strong>woo_pageheading_archives</strong> - archives</li><li><strong>woo_pageheading_author</strong> - author archive</li><li><strong>woo_pageheading_home</strong> - home</li><li><strong>woo_pageheading_index</strong> - index</li><li><strong>woo_pageheading_prefix</strong> - // </li><li><strong>woo_pageheading_search</strong> - here you go</li><li><strong>woo_pageheading_single</strong> - you’re reading...</li><li><strong>woo_pages_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_pis_hard_crop</strong> - true</li><li><strong>woo_popular_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_post_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_post_content_home</strong> - false</li><li><strong>woo_post_image_support</strong> - true</li><li><strong>woo_recent_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_recent_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_recent_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_related</strong> - true</li><li><strong>woo_resize</strong> - true</li><li><strong>woo_rss_thumb</strong> - true</li><li><strong>woo_seo_template</strong> - a:31:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:6:"Basics";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:3:{s:4:"name";s:11:"Please Read";s:4:"type";s:4:"info";s:3:"std";s:352:"Welcome to the WooSEO feature. <br /><small>Here we help you take control of your search engine readiness with some in-built theme options. Our themes do however support two of WordPress.org's most commonly used SEO plugins - <strong>All-in-One SEO</strong> and <strong>Headspace 2</strong>. Use the checkbox below to use 3rd party plugin data.</small>";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:25:"Use 3rd Party Plugin Data";s:4:"desc";s:198:"Meta data added to <strong>custom fields in posts and pages</strong> will be extracted and used where applicable. This typically does not include Homepages and Archives, and only Singular templates.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_use_third_party_data";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Hide SEO custom fields";s:4:"desc";s:82:"Check this box to hide the input fields created in the post and page edit screens.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_hide_fields";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:2:{s:4:"name";s:10:"Page Title";s:4:"type";s:7:"heading";}i:5;a:5:{s:4:"name";s:9:"Separator";s:4:"desc";s:54:"Define a new separator character for your page titles.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_seperator";s:3:"std";s:1:"|";s:4:"type";s:4:"text";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:10:"Blog Title";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:8:"blogname";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:16:"Blog Description";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:15:"blogdescription";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:8;a:6:{s:4:"name";s:18:"Enable woo_title()";s:4:"desc";s:153:"woo_title() makes use of WordPress's built in wp_title() function to control the output for your page titles. It's also recommended for use with plugins.";s:2:"id";s:16:"seo_woo_wp_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:9;a:6:{s:4:"name";s:21:"Disable Custom Titles";s:4:"desc";s:130:"If you prefer to have uniform titles across you theme. Alternatively they will be generated from custom fields and/or plugin data.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_wp_custom_field_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:10;a:6:{s:4:"name";s:14:"Paged Variable";s:4:"desc";s:64:"The name variable that will appear then paging through archives.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_paged_var";s:3:"std";s:4:"Page";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:4:"text";}i:11;a:7:{s:4:"name";s:23:"Paged Variable Position";s:4:"desc";s:57:"Change the position where the paged variable will appear.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_paged_var_pos";s:3:"std";s:6:"before";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:2:{s:6:"before";s:6:"Before";s:5:"after";s:5:"After";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:12;a:7:{s:4:"name";s:21:"Homepage Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_home_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:28:"Blog title; blog description";s:1:"b";s:10:"Blog title";s:1:"c";s:16:"Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:13;a:7:{s:4:"name";s:19:"Single Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_single_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:14;a:7:{s:4:"name";s:17:"Page Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_page_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:15;a:7:{s:4:"name";s:20:"Archive Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_archive_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:16;a:2:{s:4:"name";s:13:"Indexing Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:17;a:6:{s:4:"name";s:16:"Archive Indexing";s:4:"desc";s:128:"Select which archives to index on your site. Aids in removing duplicate content from being indexed, preventing content dilution.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_indexing";s:3:"std";s:8:"category";s:4:"type";s:10:"multicheck";s:7:"options";a:5:{s:8:"category";s:17:"Category Archives";s:3:"tag";s:12:"Tag Archives";s:6:"author";s:12:"Author Pages";s:6:"search";s:14:"Search Results";s:4:"date";s:13:"Date Archives";}}i:18;a:5:{s:4:"name";s:49:"Add meta for Posts & Pages to 'follow' by default";s:4:"desc";s:143:"By default the woo_meta(); adds a 'nofollow' meta to post and pages, meaning search engines will not index pages leading away from these pages.";s:2:"id";s:26:"seo_woo_meta_single_follow";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:19;a:2:{s:4:"name";s:16:"Description Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:20;a:6:{s:4:"name";s:20:"Homepage Description";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_meta_home_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"b";s:24:"From WP Site Description";s:1:"c";s:32:"From Custom Homepage Description";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:21;a:5:{s:4:"name";s:27:"Custom Homepage Description";s:4:"desc";s:47:"Add a custom meta description to your homepage.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_meta_home_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:22;a:6:{s:4:"name";s:28:"Single Page/Post Description";s:4:"desc";s:79:"Add your post/page description from custom fields. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:24:"seo_woo_meta_single_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Customs Field and/or Plugins";s:1:"c";s:36:"Automatically from Post/Page Content";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:23;a:6:{s:4:"name";s:29:"Custom Post/Page Descriptions";s:4:"desc";s:240:"Add a custom meta description to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this description still be added to your site.";s:2:"id";s:33:"seo_woo_meta_single_desc_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:24;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:54:"Add a custom meta description to your posts and pages.";s:2:"id";s:31:"seo_woo_meta_single_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:25;a:2:{s:4:"name";s:12:"Keyword Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:26;a:6:{s:4:"name";s:17:"Homepage Keywords";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_home_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:2:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"c";s:29:"From Custom Homepage Keywords";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:27;a:5:{s:4:"name";s:24:"Custom Homepage Keywords";s:4:"desc";s:58:"Add a (comma separated) list of keywords to your homepage.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_meta_home_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:28;a:6:{s:4:"name";s:25:"Single Page/Post Keywords";s:4:"desc";s:75:"Add your post/page keywords from custom field. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:23:"seo_woo_meta_single_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Custom Fields and/or Plugins";s:1:"c";s:45:"Automatically from Post Tags &amp; Categories";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:29;a:6:{s:4:"name";s:25:"Custom Post/Page Keywords";s:4:"desc";s:234:"Add a custom meta keywords to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this keywords still be added to your site.";s:2:"id";s:32:"seo_woo_meta_single_key_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:30;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:51:"Add a custom meta keywords to your posts and pages.";s:2:"id";s:30:"seo_woo_meta_single_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_advanced_options</strong> - yes</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_version</strong> - 1.0.19</li><li><strong>woo_shortname</strong> - woo</li><li><strong>woo_show_asides</strong> - true</li><li><strong>woo_show_carousel</strong> - true</li><li><strong>woo_show_featured</strong> - true</li><li><strong>woo_show_video</strong> - false</li><li><strong>woo_single_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_single_h</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_height</strong> - 150</li><li><strong>woo_single_image_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_image_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_post_image_height</strong> - 380</li><li><strong>woo_single_post_image_width</strong> - 280</li><li><strong>woo_single_w</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_width</strong> - 150</li><li><strong>woo_slider_auto</strong> - false</li><li><strong>woo_slider_heading</strong> - Also in this site</li><li><strong>woo_slider_interval</strong> - 4</li><li><strong>woo_slider_speed</strong> - 0.6</li><li><strong>woo_small_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_small_thumb_h</strong> - 60</li><li><strong>woo_small_thumb_w</strong> - 60</li><li><strong>woo_subscribe_email</strong> - </li><li><strong>woo_suckerfish</strong> - true</li><li><strong>woo_tabs</strong> - false</li><li><strong>woo_texttitle</strong> - true</li><li><strong>woo_themename</strong> - Gazette</li><li><strong>woo_thumb_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_thumb_h</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_height</strong> - 64</li><li><strong>woo_thumb_image_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_image_width</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_single</strong> - true</li><li><strong>woo_thumb_w</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_width</strong> - 64</li><li><strong>woo_twitter</strong> - erk_erk</li><li><strong>woo_updates_heading</strong> - Updates</li><li><strong>woo_updates_limit</strong> - 5</li><li><strong>woo_uploads</strong> - a:11:{i:0;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg";i:1;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/12-www.jpg";i:2;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/11-www.jpg";i:3;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/10-www.jpg";i:4;s:75:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/9-bannererkerknewpinkcopy.jpg";i:5;s:65:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png";i:6;s:62:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/7-faviconerk.png";i:7;s:72:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/6-bannererkerknew_copy.jpg";i:8;s:61:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/5-bannernew.jpg";i:9;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/4-www-erk-erk-com.png";i:10;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/3-www-erk-erk-com.png";}</li><li><strong>woo_video_category</strong> - Select a category:</li></ul>