ฟันขาว VS ฟันไม่ขาว
นั่งหาข้อมูลมาหลายวันหลังจากไปเห็นว่าที่ดารา ที่ตอนนี้เป็นนางแบบอยู่ฟันขาวจั๊วะ จนต้องถามว่าทำอะไรมา ฟันขาวเงาวาววับสะท้อนแสงมาก คือมันรับไปทุกส่วนเลย หน้าสวย ยิ้มสวย แล้วเขาก็ดูเหมือนจะยิ้มบ่อยมากกกกกกกกก ดูแล้วเพลิน จะพูดอะไรเลยไม่ค่อยได้ฟัง เพราะมองแต่ใบหน้าและรอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้ …
เลยเปิดกระทู้อ่านไปเรื่อยๆ พบว่า ความลับ หรืออาจจะไม่ลับของดาราที่ฟันขาวสวย คืออะไร ? มิน่าละ ก็ว่าอยู่เราเองก็ดูแลอย่างดีทำไมยังเหลืองนวลต่างจากเค้า สังเกตุว่าดาราต้องยิ้ม ต้องเจอสื่อตลอด เขาจะต้องมั่นใจสุดชีวิต อย่างน้อยหน้าตา แต่งหน้า ทรงผม แต่งตัวต้องเป๊ะ และต้องยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ซึ่ง80% ฟันขาวมาก จนเราแอบนึกไปว่าดูแลกันดีจริงๆเล้ยยย
เห็นได้ว่าฟันขาวขาว ส่งผลต่ออะไรต่อความรู้สึกของคนมองอย่างเราบ้าง รู้สึกว่าเขาเป็นคนมั่นใจ บุคลิกดี ดูสดใส ยิ้มกี่ทีก็สวยสว่างวาบตลอด ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นที่มาของหัวข้อในวันนี้ จะมาพูดถึงวิธีการได้มาซึ่ง ฟันขาวจะขาวแบบธรรมชาติ ขาวแบบสว่างสไว หรือ ขาวเกินหน้าเกินตาแบบดารา วันนี้เรามาทำความรู้จักวิธีทำฟันขาวสารพัดชนิด กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ?
และ ก่อนอื่นสาเหตุที่ทำไมคนเรามีสีฟันต่างกัน บางคนเหลืองน้อย เหลืองมาก ขาวอมเหลือง ฯลฯ คือ ..
คนที่มีสีฟันขาวสว่างเป็นเพราะมีชั้นเคลือบฟัน (Enamel) ค่อนข้างหนา จึงปิดบังสีของชั้นเนื้อฟัน (Dentin) ที่มีสีเหลืองที่อยู่ถัดเข้าไปได้มิด ส่วนคนที่ฟันสะอาด ไม่มีคราบสี & อาหารติดอยู่ แต่ยังดูเหลืองอยู่ แสดงว่ามีชั้นเคลือบฟันบาง สีของชั้นเนื้อฟันจึงโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจนกว่า และ คนที่มีฟันสีเทาเข้ม เป็นแถบ ๆ ไล่จากคอฟันขึ้นมาปลายฟัน อาจเป็นเพราะมารดาทานยาเตตร้าซัยคลินตอนตั้งครรภ์ สีฟันจะผิดปกติไป ฟันอีกประเภทที่มีสีคล้ำลงชัดเจนเฉพาะซี่ คือฟันตาย เพราะเส้นเลือดถูกตัดขาดและเศษซากของเม็ดเลือดแดงในรากฟันจะซึมเข้าท่อเนื้อฟันทำให้ดำ ตอนเด็กเคลือบฟันเราหนาฟันเลยขาวจั๊วะ โตมาหน่อยเคลือบฟันเราก็บางลงเรื่อยๆ จนเห็นีเนื้อฟัน สีเหลืองชัดกว่าตอนเป็นเด็ก ฟันเหลืองยังรวมไปถึงอาหารที่รับประทาน ชา กาแฟ คราบอาหารด้วย ..
twitter ทันตแพทย์ @DrWuttibong
วิธีการทำฟันขาวมีประมาณ 10 วิธี
ความจริงมีเยอะ แต่นั่งเอิ๊กรวบรวมและเรียบเรียงใหม่ เลือกมาเฉพาะที่เห็นกันได้ในเมืองไทย
1. ยาสีฟันสูตรฟันขาว (Whitening)
หลักการ : ใช้ยาสีฟันที่เป็นสูตรฟันขาวร่วมกับแปรงสีฟัน โดยแปรงตัวยาสีฟันลงบนฟัน ในยาสีฟันสูตรฟันขาวโดยมากจะมีส่วนผสมที่กำจัดคราบเม็ดสีที่เกาะตามผิวฟัน มีสารเคลือบฟันป้องกันฟันผุ หินปูน คราบพลัค มีสารขัดฟันพิเศษบางชนิด จึงทำให้ฟันดูขาวขึ้น ส่วนมากจะมีส่วนประกอบของสาร Silica ช่วยขจัดคราบต่างๆโดยไม่ทำลายเคลือบฟันและทำให้ฟันขาวขึ้นแบบธรรมชาติ
ข้อดี : ราคาถูก ปลอดภัยสูง ไม่ทำลายผิวเคลือบฟัน
ข้อเสีย : ต้องใช้ระยะเวลา ต้องใช้ประจำและต่อเนื่องนานหลายเดือนกว่าจะเริ่มเห็นผล ขาวได้ไม่ที่สุด ขาวได้เท่ากับธรรมชาติฟันของเรา
2. น้ำยาบ้วนปากสูตรฟันขาว (Whitening)
หลักการ : คล้ายยาสีฟัน เน้นไปที่ตัวน้ำยาบ้วนปากจะมีส่วนผสมที่ช่วยขจัดคราบหินปูน คราบพลัค อันทำให้ฟันมีสีเข้มหมอง ไม่ทำลายเคลือบฟัน ทำความสะอาดได้ลึกถึงลำคอด้านบนลดการเกิดทอมซิลหิน ที่เป็นก้อนเหลืองๆแข็งๆมีกลิ่นในลำคอ
ข้อดี : ราคาถูก ไม่ทำลายเคลือบฟัน ปลอดภัยสูง
ข้อเสีย : เห็นผลยากกว่ายาสีฟัน อาจจะรู้สึกได้ว่าฟันสะอาดกว่าที่เคย และอาจไม่สามารถทำความสะอาดคราบหินปูนที่เกาะลึกมานาได้
3. ขูดหินปูน
หลักการ : ช่วยขจัดคราบเม็ดสีเข้มที่มาเกาะฟัน คราบอาหาร หรือหินปูนที่ติดบนชั้นเคลือบฟันและตามซอกเหงือก ซอกฟันออกไป
ข้อดี : ช่วยให้ฟันดูขาวขึ้นนิดนึงหลังจากเอาหินปูนออกไปแล้ว เป็นการเช็คสุขภาพของฟัน ฟันผุอีกทางนึงโดยผู้เชี่ยวชาญ
ข้อเสีย : ฟันไม่ได้ขาวกว่าที่มันขาวได้ เพียงแต่ดูสะอาด ดูฟันมีสีอ่อนลง แพทย์บางท่านที่ไม่ชำนาญ หรือ ไม่ระมัดระวังอาจขูดหินปูนจนคนไข้มีเลือดออกตามไรฟัน (เจอมาแล้ว)
4. สมุนไพรที่ช่วยขัดฟันให้ขาว หรือ ส่วนผสมสดจากธรรมชาติ เช่น เกลือ มะนาว ใบข่อย เบคกิ้งโซดา สตอรเบอร์รี่ ฯลฯ
หลักการ : ใช้สมุนไพร หรือ สูตรธรรมชาติพวกนี้ แปรงสดๆ ขัดฟันสดๆ หรือ ผสมกับยาสีฟันแล้วแปรงทุกวันเช้าเย็นติดกัน 6 เดือน – 1 ปีขึ้นไป อาจได้รับผลรับฟันขาวแบบธรรมชาติของเนื้อฟันของเราได้ ช่วยขจัดคราบเหลืองของฟัน
ข้อดี : ไม่มีเคมี ไม่แพง หาได้ง่ายตามบ้าน ตามซุปเปอร์มาเกต
ข้อเสีย : ขัดแรงมากอาจทำลายเคลือบฟัน ขาวได้เท่าสีของเนื้อฟันธรรมชาติของเรา หรืออาจจะขับให้ดูสว่างกว่าเล็กน้อย ใช้เวลานาน ใช้ความอดทน รสชาติของยาสีฟันที่ผสมสมุนไพร พวกนี้จะเปลี่ยนทันที รสชาติอาจไม่ถูกใจ
5. ฟอกฟันขาวโดยใช้น้ำยาเคมี (ลักษณะตั้งแต่เป็น เจล ครีม น้ำยา)
1.1 ทำเองที่บ้าน
หลักการ : เป็นเจล น้ำยา หรือ ครีม ที่มีส่วนผสมหลักคือคาร์บาไมด์ เพอร์ออกไซด์ (เป็นสารประกอบของ ไฮโดรเจนเปอออกไซด์กับยูเรีย จะอ่อนกว่าไฮโดรเจนเปอออกไซด์) หรืออาจจะเป็น ไฮโดรเจนเปอออกไซด์ ที่ความเข้มข้นต่ำๆไม่เกิน 10-15% จะทำลายสีที่ติดอยู่ในฟันโดยอาศัยเวลา และปฎิกิริยาเคมีในน้ำยาฟอกฟัน / ถ้าซื้อน้ำยาจากหมอ หมอจะทำถาดฟันที่พอดีกับฟันเรามาให้ / ถ้าซื้อตามซุปเปอร์มาเก็ตแบบเมืองนอกจะมีถาดแบบฟรีไซส์มาให้ เทน้ำยาฟอกฟันลงไป และแช่ไว้ต่อเนื่อง 3-8 ชั่วโมงหรือทั้งคืน (ส่วนมากทำตอนกลางคืน) เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก แต่จะชัดสุด สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไป ทำต่อเนื่อง 7 – 14 วัน
ข้อดี : สะดวกไม่ต้องเดินทาง ทำเองได้ที่บ้าน ฟันค่อยๆขาวขึ้นได้จริง แต่อยู่ไม่ถาวรต้องทำซ้ำเมื่อสีฟันเริ่มเปลี่ยน
ข้อเสีย : ใช้ระยะเวลาต่อเนื่อง ทำทีไรเสียวฟันทุกที (ส่วนมาก) ฟันเหลืองๆจะทำแล้วเห็นผลดีกว่าคนฟันขาวอยู่แล้ว บางคนอาจเสียวฟันเล็กๆแล้วหายไป บางคน เสียวฟันตั้งแต่เสียวฟันน้อยๆ จนถึงอาการเสียวฟันมากๆ บางครั้งก็จะมีอาการปวดฟันร่วมด้วย ในบางรายก็อาจจะปวดเหงือก ระคายเคืองเหงือก เหงือกบวมแดง ดังนั้นจึงต้องศึกษาวิธีการทำอย่างละเอียดไม่ว่าจะทำเอง หรือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ถาดฟันที่ให้แพทย์ทำ จะดีกว่า ฟรีไซส์ เพราะพอดีฟันมากกว่า และไม่ทำให้น้ำยาไปโดนเหงือก ให้เหงือกขาว ระคายเคือง หรือ ยุ่ย และหลังทำคอฟันยังมีสีเดิมอยู่ได้
1.2 ทำโดยคุณหมอ
หลักการ : ใช้น้ำยาใช้ไฮโดรเจนเปอออกไซด์ ความเข้มข้น 10-35% ขึ้นไป หมอจะทำถาดฟอกฟันที่พอดีรูปฟันของเราคนเดียว เมื่อใช้ความเข้มข้นสูงกว่า ปฎิกริยาไฮโดรเจนเปอออกไซด์ก็จะแตกตัวซึมเข้าสู่เนื้อฟันได้มากกว่าปกติ ทำต่อเนื่อง 45-60 นาที
ข้อดี : วันเดียวจบ ขาวทันที ขาวเป๊ะทั้งตัวฟัน และมั่นใจในความเชี่ยวชาญของคุณหมอที่ทำให้ คอฟันก็จะสีสม่ำเสมอกับตัวฟัน ด้วยเทคนิคของหมอที่เชี่ยวชาญในการฟอกฟันจริงๆ
ข้อเสีย : ราคาแพงกว่าทำเอง ข้อเสียจะคล้ายกับการฟอกฟันที่บ้าน คืออาจมีอาการเสียวฟัน หรือ ปวดฟันร่วมด้วย แต่ปัญหาน้ำยาโดนเหงือกจะไม่ค่อยมี แพทย์จะมีน้ำยาทาบริเวณเหงือป้อกกันการระคายเคือง หรือจะมีเทคนิคคอยควบคุมตัวยาไม่ให้ไหลทะลักขึ้นมาโดนเหงือก
6. แผ่นฟอกฟันขาว
หลักการ : เป็นแผ่นที่มีน้ำยาเจลฟอกฟันอยู่ด้านใน ลอกแล้วมาแปะที่ตัวฟัน ก็จะทำปฎิกิริยาจากไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ หรือ คาร์บาไมด์ เพอร์ออกไซด์ เหมือนเดิมให้ฟันขาวขึ้น โดยแปะติดกับฟันแล้วทิ้งไว้ 30นาที – 2 ชั่วโมง ทำแค่วันละครั้ง ทำหลายวันติดต่อกัน เห็นผล 3 วันขึ้นไปขึ้นกับรุ่น สูตรที่ใช้
ข้อดี : ราคาถูก ไม่เกิน 1000 – 4000 บาท มีหลากหลายสูตรให้เลือก ทำที่บ้านได้ ขาวขึ้นได้จริง แต่อยู่ไม่ถาวรต้องทำซ้ำไปเรื่อยๆ เมื่อฟันเปลี่ยนสี การระคายเคืองน้อยกว่า เนื่องจากทำแบบค่อยเป็นค่อยไป วันละนิดวันละหน่อย
ข้อเสีย : มีการเสียวฟันได้ ต้องใช้เวลาต่อเนื่องหลายวันติดกันในการทำให้ได้ผลที่พอใจ อาจต้องทำ 8 – 40 ครั้ง หรือ มากกว่านั้นภายในหนึ่งปีเพื่อคงความขาว อาจมีการระคายเคืองเหงือก เพราะแผ่นติดไม่ได้ออกแบบมาพอดีรูปฟัน เวลาเป็นจะโดนเหงือกด้วย
7. ฉายแสงฟันขาว ใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ เช่น แสงเลเซอร์ หรือแสงสีฟ้าที่มีต้นกำเนิดแสงเป็นพลาสม่าหรือไดโอท ยกตัวอย่างซัก 2 ชนิด
3.1 แสง Blue light
หลักการ : การทำให้ฟันขาวโดยการฉายแสงสีฟ้า ที่มีความนุ่มนวล กระจายตัวใช้ควบคู่กับเจลฟอกฟัน กระตุ้นให้เจลทำงานดีขึ้น ไม่มีความร้อน ไม่ได้รับอันตรายจากแสง UV ใช้เวลาฉายแสงสีฟ้าประมาณ 1 ชั่วโมง
ข้อดี : ครั้งเดียวจบ สีฟันใกล้เคียงกับความขาวแบบธรรมชาติ
ข้อเสีย : ราคาสูง 7000-18000 ขึ้นไป เนื่องจากใช้น้ำยาเข้มข้นสูง เฉพาะบางรายอาจทำให้เหงือกเจ็บ แสบ แดง หรือ อักเสบ และอาการเสียวฟันมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดความเข้มข้นของสารที่ใช้ฟอกฟัน รวมทั้งระยะเวลาฉายแสง อาการเหล่าจะเกิดตอนฟอกสีฟัน แต่จะหายไปเอง ฟอกได้แต่เฉพาะฟันที่อยู่ซี่ด้านหน้า ด้านในฟอกไม่ได้ ต้องระวังแสงที่ใช้ซึ่งอาจทำอันตรายดวงตาด้วยการปิดเหงือก ปิดตาหรือใส่แว่นกันแสง
3.2 แสง Laser
หลักการ : ใช้แสงเลเซอร์ (สีแดง) ที่มีความยาวคลื่นจำเพาะให้ความร้อนต่ำกระตุ้นปฎิกิริยาเคมีของไฮโดรเจนเปอออกไซด์แตกตัว สามารถทำให้น้ำยาซึมเข้าไปในฟันได้ลึกกว่าปกติ จึงกระตุ้นและทำหน้าที่ดึงวัตถุเม็ดสีได้อย่างดีโดยสามารถกำหนดทิศทางของแสงได้เฉพาะเจาะจงกว่าวิธีฉายแสงแบบอื่น ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45 นาที
ข้อดี : ทำวันเดียวจบ ปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอันตราย และ ระคายเคืองเหงือก เสียวฟันน้อยสุดกว่าทุกวิธี
ข้อเสีย : ราคาสูง 10000-15000 บาท ขึ้นไป ต้องระวังแสงที่ใช้ซึ่งอาจทำอันตรายดวงตาด้วยการปิดเหงือก ปิดตาหรือใส่แว่นกันแสง
8.เคลือบฟันขาว
หลักการ : การทำชิ้นงานด้วยวัสดุสีเหมือนฟันมาปิดทับบริเวณหน้าฟัน โดยเลือกเฉดความขาวได้ วัสดุมีผลต่อความแข็งแรง อายุการใช้งาน และการดูดสีได้ดี เช่น พวกชา กาแฟ ที่นิยมจะเป็นการใช้วัสดุที่ทำจากเซรามิค และ เรซิน เซรามิค เซรามิคนั้นจะแพงกว่า เรซิน 8-12 เท่า หรือมากกว่านั้น โดยจะกรอเนื้อฟันออกบางส่วนเพื่อให้เข้ากับวัสดุสีเหมือนฟัน ที่เป็นเซรามิค หรือ เรซิน วิธีนี้นิยมมากในหมู่ดารา นักแสดง พริตตี้ และ คนที่ไม่สามารถฟอกฟันได้ หรือมีฟันตายมีสีคล้ำ จะใช้วิธีแปะวัสดุสีเหมือนฟันลงไปโดยกาวที่มีความแข็งแรงติดทน เซรามิคจะราคาสูงมากต่อซี่ 8000 – 15000 บาท หรือแพงกว่า แต่แข็งแรงทนทาน ขาวถาวร ไม่ดูดสีพวกชา กาแฟ เหมือนวัสดุอย่างพลาสติคเรซิน
ข้อดี : ขาวถาวร ทำแค่บนผิวด้านหน้าของฟันไม่ได้ทำรอบตัวฟัน และ นิยมทำแค่ฟันด้านหน้าเท่านั้นให้เวลายิ้มเห็นพอดี ถ้าจะทำฟันให้ขาวก็เลือกสีขาวสว่างเห็นได้ไปยังโลกหน้า ขาวมาก หรือเลือกได้หลายเฉดให้เหมาะกับสีฟัน ตกแต่งปิดฟันห่าง ซ้อน เก เล็ก ไม่เท่ากันทำให้ออกมาได้ทุกซี่เท่ากันและสวยงาม แก้ไขฟันแตก บิ่น หักได้อีกด้วย ใช้เวลา 7-14 วันในการทำเซรามิค / ใช้เวลา 1 วันในการทำเรซิน
ข้อเสีย : เสียเนื้อฟันด้านหน้าฟันไปต้องกรอออกให้รับกับชิ้นงาน ความแข็งแรงทนทาน ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของเรา ต้องดูแลอย่างดี มีปัญหาเวลาหัก ร้าว ต้องรีบซ่อม เพราะเราต้องยิ้ม ต้องใช้ฟัน อาจสูญเสียความมั่นใจได้ ถ้าฟันยังซ่อมไม่เสร็จ ถ้าทำไม่ดีตามขอบจะเห็นเป็นสี เหลือง น้ำตาล ดำโผล่ออกมา
9. ครอบฟัน
หลักการ : เป็นการทำวัสดุสีเหมือนฟันที่เป็นรูปฟันขึ้นมาโดยนำมาสวมทับฟันซี่นั้นๆ อดีตนิยมฟันเงินในเด็ก ฟันทองในผู้ใหญ่ ราคาต่อซี่สูงเช่นเดียวกับการเคลือบฟัน แต่ราคาสูงมาก สูงน้อยขึ้นกับวัสดุที่ใช้ ราคา 3000-12000 บาท ขึ้นกับวัสดุที่ใช้ สีเหมือนฟันผสมเงิน สีเหมือนฟันผสมทอง ฯลฯ การทำก็ไปพบแพทย์ พิมพ์รูปฟัน เลือกสีฟัน ส่งLABทำชิ้นงาน แล้วนัดครั้งต่อไปถึงจะได้ใส่ และอาจจะต้องมีการเก็บรายละเอียดอาจต้องพบแพทย์ 3-4ครั้งกว่าจะจบ
ข้อดี : ขาวถาวร ทนทาน สามารถแก้ไขรูปร่างฟันได้
ข้อเสีย : ราคาขึ้นกับวัสดุ คิดราคาต่อซี่ ต้องกรอฟันโดยรอบซี่ สูญเสียเนื้อฟันจริงเยอะ ทำครั้งแรกอาจไม่พอดี เจ็บ ต้องปรับแต่งกันให้พอดี ทำไม่ดีฟันข้างในผุต้องเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีๆ
10.เครื่องฟอกฟันขาว
หลักการ : เครื่องฟอกฟันขาว เป็นเครื่องที่ซื้อมาทำเองที่บ้านได้มีขนาดพอดีมือ พอดีช่องปากของมนุษย์ ประยุกต์จากการใช้แสงสีฟ้ามาใช้กระตุ้นให้เจลฟอกฟันทำงานได้ดีขึ้น ค่อยๆขาว ลดคราบหิวปูน คราบเหลือง เปิดเครื่องฉายแสงสีขาวอมฟ้าลงบนฟันประมาณ 10 นาทีติดกัน 2 อาทิตย์ ฟันจะดูขาวขึ้น
ข้อดี : ถูกประมาณ 800 – 1000 ขึ้นไปต่อเครื่องไม่รวมน้ำยา สะดวก ประหยัดเวลา ทำที่บ้านได้ ขาวธรรมชาติ ไม่ค่อยเสียวฟัน
ข้อเสีย : สู้แสงสีฟ้าจากเครื่องใหญ่ที่ศูนย์ทันตกรรมไม่ได้ เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพจึงต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผลที่นานกว่า
สรุปการฟอกสีฟันโดยใช้น้ำยาเป็นตัวทำปฎิกิริยาให้ได้ผลขึ้นกับ
- สีฟันดั้งเดิม
- ความเข้มข้นของน้ำยาฟอกฟัน
- ระยะเวลาที่ใช้ในการทำ
- จำนวนรอบของน้ำยา
- เทคนิคของหมอแต่ละคน
ฟอกสีฟันไม่เหมาะกับ ?
- ถ้าฟันเราผุหรือไม่แข็งแรง(พวกฟันกร่อนหรือเป็นโรคผิดปกติเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูกและฟัน)
- ทำให้เหงือกร่นในกรณี ที่เป็นโรคปริทันต์อยู่ก่อนแล้ว
- ท้องเสียถ้ากลืนยาลงไปในปริมาณมาก
- อาการเสียวฟันมากสำหรับคนที่เหงือกร่น ฟันแตก หรือ เนื้อฟันโผล่
- ฟันตายหรือฟันที่รักษารากมาแล้ว
- วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน จะไม่ขาวขึ้นมากไปกว่าสีดั้งเดิมดังนั้นหลังทำเสร็จอาจต้องเปลี่ยนวัสดุอุดฟัน หรือครอบฟันด้วย
- ไม่แนะนำทำในเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือ คนที่มีฟันซี่เล็กมาก เพราะอาจจะเสียวมากกกกกกก
- ในช่วงเวลาหลังการจัดฟัน 6เดือน ไม่แนะนำให้ทำ
- มีการอักเสปในกระดูกขากรรไกร หรือปลายรากฟัน
- สตรีมีครรภ์
การดูแลฟันหลังจากฟอกฟัน
- งดบุหรี ชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำผลไม้หรือน้ำใดๆที่มีสี รวมทั้งงด อาหารมีสีที่เหนียวติดฟัน 7 วัน หลังจากนั้นเวลาทานอาหารหรือดื่มน้ำ แนะนำให้บ้วนปากหรือแปรงฟันทุกครั้ง เพื่อการรักษาความขาวเอาไว้
- อาการเสียวฟันสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด
ข้อแนะนำ
ฟันปกติควรมีความขาวไม่มากไปกว่าสีของตาขาว จึงจะดูไม่หลอกตา เพราะอาจดูเหมือนฟันปลอมได้ via @DrWuttibong
ส่วนตัวเคยลองฟอกฟันแบบเจลทำที่บ้านซื้อตัวยากับคุณหมอและสั่งทำถาดฟันพอดีรูปฟัน พบว่าฟันขาวขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ เพราะตอนเด็กๆทานวิตามินเยอะสารพัดชนิด เคลือบฟันบางจนเห็นเนื้อฟัน ฟันเหลืองนวลสวยมาก 55555 ฟอกฟันอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนแล้วก็ต้องทำใหม่ รวมถึงการใช้ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปากด้วย และ การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่าง เกลือ เบคกิ้งโซดามาขัด มันก็สะอาด ดูผ่องดี แต่ไม่ได้ขาวขึ้นกว่าเก่าเท่าไหร่ ตอนนี้กำลังเล็งวิธีใหม่ เลยรวบรวมวิธีทำฟันขาวมาให้ตัวเองอ่าน และ คนอื่นอ่านด้วย เพื่อนๆละกำลังเล็งวิธีไหนกันอยู่ ?
XOXO
ที่มาข้อมูล + รูปภาพ
ประสบการณ์ตรงของตัวเองที่เคยฟอกฟัน
ทวิตเตอร์ คุณหมอทันตแพทย์ @DrWuttibong
คุณ Abegel ณ พันทิพดอทคอม
sftravel.com
http://www.crest3d-whitestrips.com/before-after/
7hometeethwhiteningkits.com
http://www.infobarrel.com/How_to_Whiten_Teeth_Naturally
http://www.bangkoktoothwhitening.com
laserteethwhiteningdublin.com
imagedentallasvegas.com
http://www.toothwhiteninginlosangeles.com/baphotos.htm
sdcdentist.com
yimsuay.com


















































































































































