ตู้เก็บเครื่องสำอางนี้ แบรนด์ @HER ANYTHING
ส่งมาให้เป็นของขวัญปีใหม่ เพิ่งได้มีโอกาสจับของจริง เลยนำมาแกะด้านใน
ใส่เครื่องสำอางให้ลองดูกันค่ะ เพื่อใครเล็งอยู่ว่าคุ้มไหมกับการเสียเงิน
ให้ของตกแต่งหน้ากระจกซักชิ้น ^^
Posted on 21 ธันวาคม 2014.
ตู้เก็บเครื่องสำอางนี้ แบรนด์ @HER ANYTHING
ส่งมาให้เป็นของขวัญปีใหม่ เพิ่งได้มีโอกาสจับของจริง เลยนำมาแกะด้านใน
ใส่เครื่องสำอางให้ลองดูกันค่ะ เพื่อใครเล็งอยู่ว่าคุ้มไหมกับการเสียเงิน
ให้ของตกแต่งหน้ากระจกซักชิ้น ^^
Posted in REVIEWComments (0)
Posted on 15 ธันวาคม 2014.
แต่งหน้ามาเต็มยศ วันนี้จะพามาล้างหน้ากัน 5555555555555

วันนี้ก็ได้รับเกียรติร่วมงามกับแบรนด์ BYPHASSE จากประเทศสเปนมาชำแหละ
เอ้ย มา REVIEW WATER CLEASING แบรนด์นี้อย่างละเอียด
แน่นอนว่าตัวนี้เอิ๊กใช้มาเกิน 6 เดือนแล้ว
[ ตอนได้มาลองช่วงแรก และ รู้สึกว่าควรแนะนำต่อผู้มีปัญหาผิวแพ้ง่ายเป็นสิวง่ายเหมือนกัน
ก็ทำคลิปออกมาประมาณ 6 เดือนที่แล้วสำหรับเจ้าตัวนี้ ]
ศึก WATER CLEANSING ปีที่ผ่านมา กับ ปีนี้รุนแรงมากบ้านเราก็มีหลายแบรนด์
ให้ซื้อให้ใช้กันเต็มไปหมด เหตุผลที่คนหันมาใช้ตัว WATER CLEANSING
ในความคิดเห็นของเอิ๊ก คือ
ประหยัดเวลาทำความสะอาดได้เร็ว
ทำความสะอาดได้เกลี้ยงมากสิวไม่ค่อยมาเยือน
ไม่เป็นสิว ไม่อุดตัน
อาจไม่ต้องใช้โฟม (ประหยัดโฟม)
อาจไม่ต้องล้างน้ำเปล่าตาม (ประหยัดน้ำเปล่า)
หลายยี่ห้อผิวบอบบางใช้ได้หน้าไม่แพ้
เลเซอร์มาก็ใช้ได้ หน้าปลอดภัย
สรุปสั้นๆ ” ทำความสะอาดหน้าเร็ว + ปลอดภัยกับสุขภาพผิวหน้า “
เหมาะกับเอิ๊กเพราะเอิ๊กเหนื่อยเวลาล้างหน้านานๆง่วงนอน และ เอิ๊กกลัวเป็นสิว
ตอนแรกที่เริ่มรู้จักก็ไม่ค่อยกล้าใช้กลัวสำลีจะไปรบกวนผิวหน้า
ดังนั้นใช้สำลีควบคู่ที่มีคุณภาพก็จำเป็นมาก + ชโลมสำลีให้ชุ่มอย่ากลัวเปลือง
อย่าให้ผิวหน้าฝืด เดี๋ยวริ้วรอยมาเร็ว
แบรนด์ BYPHASSE [บี-ฟาส] เกิดมา 14 ปีแล้ว มีขายกว่า 60 ประเทศ คาดว่าหลายคน
คงมีโอกาสได้อ่าน REVIEW จาก BEAUTY BLOGGER มากมายหลายทวีปเกี่ยวกับตัวนี้
มันเป็นหนึ่งใน FAVORITE ITEM ของใครหลายคน เหตุผลสำคัญคือคุณภาพที่ถูกพัฒนามา
อย่างอลังการ กับ ราคาที่[โคตรจะ]น่ารัก แบรนด์นี้ผลิตภัณฑ์เยอะมากแต่ที่ไทยเห็นว่าตอนนี้มี
แค่ WATER CLEANSING ที่ถูกนำเข้ามาอย่างถูกต้องโดยจำหน่ายที่ BOOTS
หน้าตามันปังมาก ! แต่ขอบอกว่ามันไม่ได้เลียนแบบ BIODERMA แอบไปหาข้อมูล
คนออกแบบทางด้าน PRODUCT MANAGER แบรนด์นี้ บอกว่าเขาชอบสีชมพู-ขาว
ตั้งแต่ยังเป็นเด็กอายุประมาณ 3 ขวบ และ เขาเคยได้รับรางวัลเกี่ยวกับผลงาน
การเย็บเป้สะพายหลังที่คว้ารางวัลที่ 1 จากนั้นเขายิ่งมั่นใจว่าสีชมพู-ขาว คือ
สีที่วิเศษที่สุดในชีวิตของเขา คือ สีชมพู-ขาว เขาจึงเลือกใช้มันกับหลายสิ่งหลายอย่าง
ในชีวิตรอบตัว
สีที่เขาเลือกใช้ในแบรนด์ BYPHASSE มีทั้งหมด 3 สีด้วยกัน
สีชมพู เปรียบเสมือน ความเป็นผู้หญิง และ อีกอย่างยังสื่อถึงความหอม
โดยเขานำผลกุหลาบ,ดอกไม้ต่างๆ,ดอกกุลาบ มาสกัดเป็นน้ำหอม
ใส่ลงในผลิตภัณฑ์ BYPHASSE
สีขาว เปรียบเสมือน ความเป็นเลิศ ความสะอาด ความบริสุทธิ์ ความพิถีพิถัน
สีเทา เปรียบเสมือน ความจริงจัง
มาซูมดูใบหน้าของเธอกันชัดๆ ขวดจะเป็นสีใส ขนาดขวดเป็นทรงสูง ฝาชมพูใช้วิธีคลิกให้
รูขวดเปิดออกมา ขนาด 500 ml. หนักใช้ได้อยู่เหมือนกัน
คุณสมบัติ
สภาพผิวที่เหมาะ : ผิวแห้ง ผิวระคายเคืองง่าย ผิวบอบบาง
ผิวผู้ใหญ่ที่เป็นสิวผิวหน้าแดงง่าย [ROSECEA]
หลักการทำความสะอาด : นวัตกรรม MICELLAR SOLUTION อณูเล็กเข้าไป
ดักจับคราบเครื่องสำอาง คราบไขมัน และ สิ่งสกปรกอย่างล้ำลึก
โดยไม่ต้องล้างน้ำออก และ ไม่ทำให้ใบหน้าแห้งตึง
บริเวณที่ใช้ได้ : ใบหน้า ริมฝีปาก ดวงตา
จุดเด่นที่ปลอดภัยต่อผิว : ไม่มีสี ไม่มีพาราเบน ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีสบู่
2 in 1 ทำความสะอาด พร้อมเป็น TONING ปรับสภาพผิวให้นุ่ม ชุ่มชื่นไปในตัว
ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง และ จักษุแพทย์

นอกจากที่หน้าตาหลายทำเอาคนที่เห็นอาจตกอกตกใจ ละม้ายคล้ายเจ้า BIODERMA ผู้บุกเบิก และ ผู้นำตลาด WATER CLEANSING ส่วนผสมมีประมาณ 4 ตัวที่เหมือนกัน จึงมีกูรูหลายประเทศยกนิ้วให้ในเรื่องคุณภาพ และ ราคาที่สบายกระเป๋าจนต้องตุนไว้เช่นกัน
แปะส่วนผสมให้ดูเล่นๆ
BIODERMA :
Water (Aqua), PEG-6 Caprylic/Capric Glycerides, Propylene Glycol, Cucumis Sativus (Cucumber) Fruit Extract, Mannitol, Xylitol, Rhamnose, Fructooligosaccharides, Disodium EDTA, Cetrimonium Bromide
BYPHASSE :
Aqua, Glycerin, PEG-6 Caprylic/Capric Glycerides, Propylene Glycol, Disodium Cocoamphodiacetate, Polyaminopropyl Biguanide, Panthenol, Disodium EDTA, Decyl Glucoside, Parfum, Citric Acid, Bisabolol, Sodium Hydroxide.
จุดแรกที่เอิ๊กอ่านแล้วยังลังเลอยู่ว่าจะลองดีไหมนั่นคือ PARFUM = น้ำหอม
ดิฉันแพ้ แต่พอหาข้อมูล น้ำหอมสกัดมาจากพืชพันธุ์ธรรมชาติ เช่น ผลกุหลาย
ดอกไม้ ยังไงก็แนะนำให้ทดสอบก่อน ส่วนตัวใช้ดีไม่แพ้
เอาจริงๆส่วนตัวก็ใช้มา 2 แบรนด์ คงแล้วแต่สภาพผิว จำได้ตอนนั้นใช้
BIODERMA ผิวเอิ๊กแห้งมาก พอเอิ๊กใช้แล้วลองไม่ล้าง อีกวันมันแห้งมากสิวขึ้น
ก็เคยลองภายหลังอีกหลายครั้งก็เป็นอีก เลยหยุดการใช้ WATER CLEASING ไปเลย
ไม่ค่อยกล้าลองก็กลับไปใช้ CLEANSING OIL REMOVER จนตอนหลังมีหลาย
แบรนด์กลับมาให้เลือกลอง เลือกเล่นอีก ก็เลยหันมาใช้ WATER CLEANSING เต็มตัว
ขึ้นกับสภาพผิวคนด้วย
มาลุยของจริงกัน !!! เอิ๊กก็จะรบโดยใช้ BYPHASSE คู่กับ สำลีนุ่มๆ รีดขอบ กันขุยกระจาย
เอิ๊กเอาขวดเก่าที่ใช้อยู่หมดไปแล้วเกือบ 4 ขวด ขวดละประมาณ เดือนกว่า สำหรับเอิ๊ก
ผู้ที่ไม่ได้แต่งหน้าทุกวัน แต่ก็เช็ดเกือบทุกวัน เพราะลงกันแดดก็เลยต้องใช้
หยดอย่าได้คิดชีวิต 55555 ไม่ชุ่มไม่เลิก เวลาชุ่มมันจะลื่น
เช็ดง่าย รู้สึกว่าผิวหน้าไม่โดนรบกวนมาก
เริ่มจากลิปสติกสีสดที่อยู่บนปาก ริมฝีปากเอิ๊กถ้าใครตามจะรู้ได้เลยมันแตกตลอด
เป็น SIGNATURE ที่ไม่ดีเลย แห้ง ลอก เลือดแตก ซิบ ไม่ค่อยดื่มน้ำ เราจะอำพราง
ด้วยลิปสติกเนื้อครีมสีสด คือ ไม่ได้ตั้งใจให้สีปากเหมือนฝา BYPHASSE 5555
สีเดียวกันเลย ขอเริ่มจากปาก ใครจะเริ่มจากตรงไหนก่อนก็ได้ไม่ผิดกติกา
ขอแค่เบามือกับหน้า
โปะไว้ซักพักจะหลุดออกมา เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น สำลีประมาณ 2 แผ่น
แบรนด์นี้จุดเด่นที่ลองอีกอย่างคือชุ่มชื่นมาก แค่โปะไว้แปป เช็ดปุ๊บ ปากนุ่ม ที่แห้งเป็นแผ่น
เรียบอิ่มไปเลย แต่วิธีนี้ไม่ได้แนะนำให้ใช้ การดื่มน้ำ ทาลิปมันรักษาที่ต้นเหตุดีสุดนะจ๊ะ
มาต่อกันที่ดวงตาที่ใส่ขนตาปลอมมาด้วย รอบแรก โปะไว้ซักพัก 30 วินาที แล้วลอก
ขนตาปลอมออกจะหลุดง่ายมาก ตาไม่เป็นอันตราย จากนั้นโปะแล้วค่อยๆเช็ด
อย่างเบามือจนหมด อย่าลืมขอบตาด้านใน เอิ๊กไม่แสบตานะ วันนี้เว้นกันแดดรอบดวงตา
ไว้บริเวณกว้าง แต่ถ้าทากันแดดใกล้ๆตาวันไหนวันนั้นจะแสบเพราะกันแดดที่ใช้แสบตา
ขอลุยเช็ดครึ่งหน้าให้เห็นความสะอาดที่แตกต่าง จะได้เห็นกันชัดๆ
ผิวจริงที่เช็ดจนสำลีขาวสะอาดด้านซ้าย ส่วนด้านขวาคือด้านที่ลงเครื่องสำอางชุดใหญ่
กันแดด รองพื้น แป้ง ดวงตา จัดเต็ม
อีกข้างนึงก็ทำเหมือนกัน เบาเบามือ ท่องไว้นะโยม
เผยใบหน้าที่สะพรึง พร้อมรอยสิวจุ๋มจิ๋มน่ารักของข้างเจ้า [ มองข้ามมันไปนะคะ ]
ทั้งหน้าเอิ๊กจัดเต็มแบบให้ใจ ไม่กลัวเปลืองสำลี หรือ BYPHASSE เลย เพราะเอิ๊กห่วงใบหน้า
มากกว่า กลัวไม่สะอาด กลัวเหี่ยวเลยชโลมชุ่มๆ
สรุป
ข้อดี สะอาด / ชุ่มชื่น / ผิวแห้งบอบบางแพ้ง่ายเป็นสิวเลเซอร์มาใช้ได้หมด / ไม่แพ้
ไม่เป็นสิว / ไม่อุดตัน / ไม่ตกค้าง / ไม่มีแอลกอฮอล์ / ไม่ใส่สี / ไม่มีพาราเบน /
แบรนด์เกิดมานาน น่าเชื่อถือมากกว่า 14 ปี / ทดสอบกับแพทย์ผิวหนัง แพทย์ดวงตา
/ ขวดใหญ่มาก / หาซื้อง่าย / ไม่ต้องล้างน้ำเปล่า แต่เราล้าง 555 / คุณภาพแกร่ง
ข้อด้อย ฝาเวลาเทแล้วพอหยิบวางถ้าไม่ปิดฝามันจะกระฉอกออกมา ฝายังไม่ผ่าน
/ ไม่มีขวดเล็กจะซื้อพกพาซะหน่อยแบ่งใส่อย่างอื่นเถอะ / ราคาที่เมืองไทยเอิ๊กให้ปานกลาง
ถ้าเทียบกับเมืองนอก แต่หิ้วมาอาจไม่คุ้มเพราะฝาถ้าไม่ระวังเกิดเปิดฝาออกแล้วลืมปิด
อาจจะโถมไหลออกมาหมด
เราก็ชำแหละ เอ้ย พูดถึงมาพอสมควร ถึงจุดดี จุดด้อย วันนี้ก็มาเขียนให้อ่านกันตาลายเล่น
แต่เพียงเท่านี้ ขอฝากปิดท้าย ด้วยแฟชั่นหน้าสด หลังเช็ดเครื่องสำอางหมดจดไปแล้ว
รักนะ บายยยย
Posted in REVIEWComments (1)
Posted on 12 ธันวาคม 2014.
วันนี้จะขอนำข้อมูลเรื่อง “ผิวแพ้ง่าย ผิวบอบบาง ผิวอ่อนแอ” มาแบ่งปันกันนะคะ
เอิ๊กเองเป็นบุคคลที่มีลักษณะแบบนี้ปนอยู่ ดังนั้นการเลือกใช้สกินแคร์จึงต้องละเอียด
ในการดูส่วนผสมที่อาจจะทำให้ผิวระคายเคืองได้ และ วันนี้จะเป็นข้อมูลผิวหนังทั้งหมด
จากแบรนด์ AVENE ในสาขาประเทศไทย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เอิ๊กได้รับมาในวันเปิดตัวในไทย
และ ซื้อใช้ซ้ำต่อเอง จะมารีวิวให้อ่านสำหรับตัวที่เอิ๊กใช้กันค่ะ

รูปนี้เป็นรูปสภาพผิวจริง ไม่มีการรีทัช หลังการใช้ต่อเดือน 1 เดือนเพื่อทำรีวิวปกติจะใช้สลับไป
สลับมาแต่อยากให้ได้อ่านข้อมูลจริงจัง ช่วงนั้นไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหน ต่างประเทศก็จะหอบไป
เพื่อให้การรีวิวจากประสบการณ์ตรงของเอิ๊กได้ผลออกมาอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด
ผิวบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นแบ่งได้ 3 ระดับ

เราสามารถดูจากช่องสิ่งที่ต้องการเพื่อนำไปเลือกใช้สกินแคร์ปกติที่เราใช้อยู่ได้นะคะ
สำหรับแบรนด์ AVENE จุดเด่นในส่วนผสมหลักของเขาคือน้ำแร่ ซึ่งมีคุณสมบัติรักษา
โรคผิวหนังหลากหลายประเภท มีงานวิจัยรองรับ และ มีศูนย์วารีบำบัดเพื่อเปิดรักษาคนที่
มีปัญหาทางด้านผิวหนังโดยเฉพาะ ต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส ถูกค้นพบเมื่อ 250 กว่าปีมาแล้ว
เมื่อครั้งนึง ม้าตัวนึงที่มีปัญหาผิวหนังอย่างรุนแรง ได้ลงไปแช่ตัวในน้ำแร่ กลับพบว่าผิวหนัง
ของม้าดีขึ้นจนหาย หลังจากนั้นจึงถูกนำมารักษาในคน จนกระทั่งถึงขั้นค้นคว้า ทำวิจัย
ทำเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ สร้างแบรนด์ ขายทั้งในและนอกประเทศจนมีชื่อเสียงมาจนทุกวันนี้
ดังที่สุด คือ น้ำแร่ ในฝรั่งเศสแบรนด์นี้คือเบอร์ 1 แต่เพราะไม่ชอบทำการตลาดผ่านสื่อ
จึงจะมีชื่อเสียงเฉพาะในวงการแพทย์ผิวหนัง และ คนไข้ที่มารักษา และ คนในประเทศ
ฝรั่งเศสส่วนใหญ่ อันนี้ก็เป็นเรื่องของการตลาดส่วนตัวของเขา ส่วนตัวเอิ๊กไปดูงานแบรนด์นี้มา
ที่ฝรั่งเศส ยิ่งใหญ่ อลังการ มีระบบ ระเบียบ มาตรฐาน ความปลอดภัย พนักงาน โรงงาน
เครื่องจักรมาตรฐาน ISO ตามแบบฉบับการยอมรับในระดับสากล
คุณสมบัติของน้ำแร่
❀ ช่วยให้ผิวรู้สึกผ่อนคลาย
❀ ช่วยลดอาการระคายเคือง คัน
❀ ช่วยลดอาการอักเสบของผิว
❀ ผื่นแพ้
❀ หลังการโกนหนวด
❀ ผื่นผ้าอ้อมเด็ก
❀ หลังออกแดด
❀ หลังท้าทรีทเมนต์
❀ หลังการออกกำลังกาย
❀ ฉีดน้ำแร่ก่อนแต่งหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นบนใบหน้า และให้ครีมบำรุงผิวหน้าซึบซาบเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น
❀ Fix Make up ให้ติดทนทน โดยฉีดพรมให้ทั่วพอประมาณหลังการทาแป้ง ทิ้งไว้สักพัก แล้วเอาทิชชู่ซับเบา ๆ เนื่องจากตัวน้ำแร่จะช่วยดูดซับความมันบนใบหน้าออกมา พร้อมท้าให้แป้งและรองพื้นติดทนนาน
*** หากใช้อย่างต่อเนื่องจะพบว่าผิวจะเรียบเนียน นุ่ม ชุ่มชื่นขึ้น ริ้วรอยลดลง แลดูอ่อนเยาว์
ใช้ได้กับผิวที่มีลักษณะนี้
✿ สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว เพื่อการบ้ารุง เพิ่มความเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นคืนสู่ผิว
✿ ผิวที่มีอาการคันทุกชนิด
✿ ผิวที่มีเป็นโรคผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ Eczema, Atopic Dermatitis และผิวที่มีปัญหาสิว เป็นต้น
✿ ใช้หลังการผ่าตัด หรือหลังการท้าเลเซอร์ผิว
คุณสมบัติน้ำแร่ของเขานอกเหนือจากข้อดีข้างบน
ยังมีส่วนที่บอกว่าแตกต่างจากคนอื่นคือมีแร่ธาตุที่ตกค้างบนผิวน้อยมาก
ด้านล่างหยิบมาบางตัวอย่างที่เป็นงานวิจัยที่ AVENE ได้ตีผิวลงในวารสารแพทย์
ในการดูแลปลอบประโลมผิวที่มีปัญหาต่างๆ
AVENE มีทั้งหมดประมาณ 6 สูตรด้วยกัน
1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ควบคุมความมัน และ ผิวเป็นสิวง่าย
3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ผิวกระจ่างขาว และ ผิวที่มีรอยแผล
4. กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแห้ง ผิวขาดความชุ่มชื้น
5. กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย
6. กลุ่มผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด
ส่วนตัวลองมาอย่างละนิด อย่างละหน่อยของสูตรนั้น สูตรนี้ ชอบหลายตัว เช่น มาส์กหน้า
ผิวบอบบาง ตัวทำความสะอาดใบหน้าสูตรน้ำ นอกนั้นจริงจังสุด คือ เซ็ทผลิตภัณฑ์สูตร
SENSITIVE WHITE ชื่อบอกอยู่แล้ว ว่าปรับสภาพผิวให้ขาวกระจ่างสำหรับผิวบอบบาง
พร้อมรึยังเริ่มรีวิวแล้วนะ !!!!!!!!!!!
เรียงซ้ายไปขวา
1. น้ำแร่ EAU THERMALE THERMAL SPRING WATER [ทุกสภาพผิว]
2. SENSITIVE WHITE LOTION [กลุ่ม SENSITIVE WHITE]
3. ELUAGE EYE CONTOUR CARE [กลุ่มสูตรลดร้ิวรอย]
4. SENSITIVE WHITE ESSENCE [กลุ่ม SENSITIVE WHITE]
5. SENSITIVE WHITE CREAM [กลุ่ม SENSITIVE WHITE]
**จริงๆจะมี 3 ตัวสำหรับผิวแห้ง LOTION/ESSENCE/CREAM ผิวมันจะเป็นเนื้อFLUID
ด้านหลังก็จะเป็นส่วนผสม คำเตือนภาษาฝรั่งเศส แต่ซื้อในไทยจะมีฉลากไทยแปะไว้
ที่กล่องทุกขวดมีกล่องหมด ยกเว้นน้ำแร่ จะซีลพลาสติกมาอย่างดี และ อาการออกแบบขวด
น้ำแร่ทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปไม่ได้ ไม่มีวันหมดอายุ ดังนั้นใช้ได้ตลอดชีวิต ข้อเสียก็ไม่สามารถ
แบ่งใส่ขวดนั้นนี้ได้ ข้อดีใช้ได้ตลอดคุณภาพเหมือนเดิม
หลายคนที่เริ่มเสพย์ติดน้ำแร่บอกเลยว่าจะเริ่มชอบที่จะลงน้ำแร่ก่อนซักครู่ซับแล้วตามด้วย
สกินแคร์ขั้นตอนต่อไป เพราะนำพาครีมให้ซึมได้ดียิ่งขึ้น พร้อมด้วยเติมความชุ่มชื้นและแร่ธาตุ
ที่มีประโยชน์ ปลอบประโลมผิวอักเสบที่มีอาการอยู่ได้ดียิ่งขึ้น
วิธีใช้ ฉีดพ่นให้ห่างจากผิว 10-15 เซนติเมตร ทิ้งไว้ซักครู่แล้วซับให้แห้ง
ตามด้วย EYE CREAM หรือ LOTION ก็ได้ เอิ๊กเลือก LOTION เนื้อเบาสุดลงก่อน
ตัวนี้เป็นน้ำใสมีความข้นเล็กๆที่เราจะรู้สึกได้ เน้นเหยาะไม่กี่หยด แล้วใช้ฝ่ามือตบเบามือ
ให้ทั่วใบหน้า ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีแอลกอฮอล์ ดังนั้นถ้าใครชอบอะไรที่มีกลิ่นอาจจะไม่เหมาะ
ทำมาเพื่อผิวแพ้ง่าย
SENSITIVE WHITE LOTION เอิ๊กหยด 4-5 หยด หน้าใหญ่นิดนึง
แล้วตบเบามากๆให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ซักครู่ค่อยตามตัวต่อไป
EYE CREAM ตัวนี้ เป็นตัวที่อยู่ในสูตรลดริ้วรอยอย่างเดียว เนื้อครีมสีเหลืองอ่อน
บีบนิดเดียว เนื้อเบาค่ะ ไม่เหนียวไป
ELUAGE EYE CONTOUR CARE วิธีใช้ บีบที่นิ้วนางหรือนิ้วก้อยเม็ดเล็กๆ
แล้วค่อยกดซับเบาๆจากหัวตาไปหางตา จนครีม กลืนและซึมไป
ตามด้วยเนื้อ ESSENCE หรือ SERUM ตัวนี้เข้มข้นขึ้นมาหน่อย สีเหลืองอ่อนแต่เนื้อ
ไม่หนักเลย ทั้งสูตรให้ความชุ่มชื้นแบบรู้สึกได้ทุกตัว
SENSITIVE WHITE ESSENCE วิธีใช้ บีบออกมาพอให้ใช้ได้ทั่วใบหน้าแต้ม 5 จุด
แล้วค่อยๆกดเบาๆให้ทั่วใบหน้า หรือ ใครจะเกลี่ยก็ได้ค่ะ
ตัวสุดท้ายเนื้อเข้มข้นสุด เป็น CREAM แต่ก็ยังเบาสบายผิวอยู่
เป็นเนื้อครีมที่เราจะมาละเลงเป็นตัวฟินาเล่
SENSITIVE WHITE CREAM วิธีใช้ เหมือน ESSENCE เด๊ะเลย วิธีเดียวกันไป COPY ได้
เอิ๊กได้ทั้ง 5 ตัวนี้มาในราคา 3000++ บาท นี่คือ ราคา SALE
ตอนงาน THAILAND BEST BEAUTY กระเป๋าตังค์ยิ้มเลย สบายกระเป๋า ราคาจะอยู่ที่
หลักร้อยปลายๆ ถึงหลักพันต้นๆ ต่อ 1 ชิ้น การใช้ตัวนึงก็ใช้ได้นาน เพราะเราไม่ได้บีบเยอะ
ยิ่งโลชั่น ใช้จนลืมว่าซื้อมานานแล้ว
ข้อดี
ในทุกตัวผสมส่วนผสมจากน้ำแร่ ดังนั้นช่วยเรื่องปัญหาผิวทุกตัว
ราคารับได้กับคุณภาพ และ ปริมาณ
แพคเกจเฉพาะน้ำแร่ออกแบบมาดี รักษาคุณค่าของน้ำแร่ไว้ได้ตลอดไป
เนื้อเบาไม่เหนียวมาก
ใช้ได้ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย ผิวเป็นสิว หรือ ผิวพึ่งเลเซอร์มา
ให้ความชุ่มชื่นดีมาก ในแง่บำรุง ให้ความสมดุลผิว ดีให้คะแนนเต็ม
ข้อเสีย
อาจต้องใช้นานมั๊ง ใช้สูตรไวทเทนนิ่ง ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าผิวขาวขึ้น ฝ้าหาย กระจาง
หาซื้อตามร้านยา และ โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่
แพคเกจอื่นที่ไม่ใช่น้ำแร่ ตัวอักษรเลือนหาย ตกบางอย่างมีฝาแตกได้ พลาสติก
ใช้มาเดือนนึงผิวเราก็เป็นเยี่ยงนี้แลลลลลลล ชอบที่ให้ความชุ่มชื่น และ เนื้อไม่หนักมาก
คล้ายครีมฝั่งเอเชีย เทือกเกาหลี คือ ไม่อุดตัน ให้คุณภาพการบำรุง โดยหน้าไม่หนักครีม
” อีก 1 แบรนด์ที่ RECOMMENED 2014 สำหรับผิวแพ้ง่าย
เป็นไอเท็มที่ซื้อซ้ำในการบำรุงจริงๆ และ ดูแลผิวช่วงผิวอ่อนแอ อักเสบจริงๆ “
Posted in REVIEW, SKIN CAREComments (0)
Posted on 13 พฤศจิกายน 2014.
วันนี้ขอ REVIEW ยาแต้มสิวตัวนี้ก่อนได้ไหม แบบที่ยังไม่ได้เปิดอ่านข้อมูลอะไรเลย
ได้มาอ่านฉลากลองเลยทันที !!! เพราะมีสิวอักเสบ 1 เม็ด
คือ แบรนด์ TOMEI [โทเมอิ] ติดต่อให้ REVIEW ผลิตภัณฑ์แต้มสิว
คือทุกคนรู้อยู่แล้วว่าปกติเอิ๊กใช้มาดามเฮงส่วนผสมหลักคือน้ำมันออสซี่
ซื้อใช้จนหมดไปหลายโหล ไม่เคยเปลี่ยนใจเลยเกือบ 7 ปีได้ จำได้ว่าตอนนั้นก็ได้มาลอง
ลองปุ๊บ สำหรับตัวเองยังไม่มีตัวไหนดีเท่า และ ตอนนี้ที่ลองก็ไม่ได้คิดอะไร
เผอิญสิวมีอยู่พอดี แต่คือผลมันดีมากกกกกกกกก ระหว่างทดสอบเกือบ 1 เดือน
คือ ต้องแชร์เลยว่าเป็น ไอเท็มรักษาสิวที่เราชอบสุด ขณะนี้ และ บอกเลยว่า
ยังไม่ได้อ่านสรรพคุณ พอโพสในทวิตเตอร์คนแชร์วันที่ 13 ตุลาคม ประมาณ 1,100 กว่าครั้ง
ดียังไง ขอREVIIEWดิบก่อนเลยแบบใช้จริงไม่อิงข้อมูลไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
ผลลัพธ์ที่ได้
หลอดจริงที่ใช้เก็บผลเกือบ 1 เดือน ขอโทษที่บีบเยอะ เดี๋ยวจะบอกว่าทำไม 55555
เอาตัวอย่างสิวแดงๆที่เกิดจากการแพ้เครื่องสำอางอะไรซักอย่างคืออาชีพเราต้อง
เตรียมพร้อมเสมอของใหม่ล่อใจให้เล่นเยอะ แล้วบางทีแพ้สิวหัวแดงๆระคายเคืองมีหนอง
ก็ถล่มแบบเหมือนเอ็งไม่เคยรักกันเลย 5555555
ในรูปบนสุดเป็นเช้าอีกวันที่เกิดเหตุตกใจหมดเลย รูปกลางตกกลางคืนล้างหน้าแต้มสิว
[ ที่เห็นคือแต้มเยอะไป แต้มบางๆพอ ส่วนตัวแต้มเยอะมีเหตุผลเพราะนอนดิ้น
ชอบเอาหน้าถูหมอน แล้วไถไปไถมา คือ กลัวยามันหลุดติด เลยทาเยอะ
ถ้าโดนมันก็ไปแค่บนๆก่อน อันนี้ไม่ต้องเลี้ยนแบบ] คือ ทา 1 คืน รูปล่างตื่นเช้ามาหน้าใสแล้ว
อันนี้สำหรับสิวระคายเคืองที่มีหนองเล็กๆ เม็ดแดงเล็กๆนะคะ
คือ โชว์หลักฐานวันเวลาให้ดูเลยว่าใช้คืนเดียว คือ ตอนแรกตกใจมีสารอะไรแปลกๆรีเปล่า
ทำไมหายไว แต่ไม่ใช่สเตรียรอยด์เพราะทดสอบมาหลายหัวสิวแล้วเลิกใช้ไม่ได้สิวขึ้น
สรุปเวลาผ่านมาหลายวันก็ยังไม่ได้อ่านสรรพคุณ ยังคงลองต่อจนเมื่อวานสิวอักเสบ
เหมือนหัวจะหนองจะขึ้นให้ดูเวลาก่อน ไม่ได้ครอบมาทั้งหน้า เพราะปากแตกอาย
7 ชั่วโมงผ่านไป
ซูมหน่อย คือ ดีอะ หลงรักกกกกกกหัวปักหัวปำ คือ ของเก่าไม่แลแล้ว ณ จุดนี้
อันนี้แค่ลองเล่นไม่คิดว่าอาการอักเสบมันดีขึ้นเห็นหนองไหม ดูฟีบลง ดูรอยแดงผิวรอบๆ
งดงามจางขึ้น คือ ชอบมากกกกกกก และแล้ววันนี้วันที่เขียน REVIEW
เหตุผลที่เคยสงสัยเลยต้องมานั่งอ่าน ใส่อะไรลงไป มีอะไรดี มานั่งเพ่งหน้าตาครั้งแรก
และ เพิ่งเห็น 7 in 1 ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาๆๆๆ ช่วยอะไรบ้างละนี่
ปล. 2 วันสิวเม็ดนี้หายแล้ว
บางเม็ดที่ไม่มีรอยแดงเพราะไม่ได้บีบแต่ถ้าบีบอย่างสิวหนอง หรือ เม็ดนี้ก็แอบจิกเล็กๆ
จะทิ้งรอยแดงไว้ตามกำลังมือ เอานี้เข้าข่ายตามหลักหน้าพังเพราะมือเรา
ทางที่ดีอย่าบีบ ถ้าไม่บีบบางเม็ดแดงๆอักเสบมันก็อาการดีขึ้นแทบไม่ทิ้งรอย
ส่วนเจ้าสิวหนองแต้มไปพอหนองแห้ง ก้อนต่อมไขมันที่อุดตันจะแห้ง
จนสามารถสะกิดหลุดไปได้ – -” อย่าบีบบบบบบบ โอเค๊ !!
ขอจบREVIEWดิบแต่เพียงเท่านี้ เข้าสู่โลกแห่งความจริง
มาส่องไปพร้อมๆกัน กับ แบรนด์ TOMEI แต้มสิว สโลแกนเด็ดมาก
” เหมือนมีหมออยู่กับตัว ไม่ต้องกลัวเป็นสิว .. “
ตอนแรก คือ นึกว่ามาในรูปแบบหลอดเดียว ต้องขออภัยที่อาจตอบผลลัพธ์แยกร่างของ
2 ตัวนี้ไม่ได้เพราะทุกครั้งใช้คู่กันตามคำแนะนำฉลาก จะมาในรูปแบบเนื้อเจล กับ เนื้อครีม

TOMEI CLINDA GEL ขนาด 5 กรัมของรูปแบบเจล จัดเป็นเวชภัณฑ์ และ ยา
TOMEI ANTI-ACNE CREAM ขนาด 5 กรัมในรูปแบบครีม จัดเป็นเวชสำอาง
ราคา TOMEI CLINDA GEL 90 บาท
ราคา TOMEI ANTI-ACNE CREAM 235 บาท
ข้อมูลข้างล่างนี้โดยละเอียดจะเป็นจากทางแบรนด์ TOMEI นะคะ
สำหรับ 2 ตัวนี้มันต่างกันยังไงคำถาม ?

เครดิตรูปภาพจากแบรนด์ TOMEI
จากการที่เขาพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาเพราะเขาพบว่าปัญหาที่พบเจอกับยาแต้มสิวส่วนใหญ่
• แต้มแล้วสิวไม่ยุบ ไม่ค่อยเห็นผลการรักษาท่ีชัดเจน
• รู้สึกแสบผิวในบริเวณที่แต้ม เหมือนผิวหนัง ถูกกัด หรือทำร้าย
• ผิวหนังบริเวณที่แต้มครีม มีอาการแห้ง ลอก หรือไหม้
• ทิ้งร่องรอยแผลเป็นไว้หลัง จากสิวยุบ ทั้งรอยดำ และรอยแดง
• เน้ือครีมหนาเหนียวซึมยากแต้มครีมแล้วเห็นเป็นคราบบนผิวหนัง

TOMEI CLINDA GEL โทเมอิ คลินได เจล
ยาและเวชภัณฑ์(Pharmaceutical Products)
เป็นยาปฏิชีวนะใช้ทาภายนอก ตัวยาคลินด้ามัยซิน 1% (Clindamycin 1%)
ในรูปแบบเจล ใช้สําหรับรักษาสิวอักเสบ
หลอดสีฟ้าเทอควอย – ขาว ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา
ข้อบ่งใช้
✿ ออกฤทธิ์ในการกําจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบ
✿ เหมาะกับสิวอักเสบที่มีการติดเชื้อร่วมด้วย
วิธีใช้
✿ ใช้ทาบางๆบริเวณที่เป็นสิวอักเสบวันละ2ครั้งหลังทําความสะอาดผิวหน้า

หมุนกล่องจะมีเรื่องของ ส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน การเก็บรักษา ข้อควรระวัง
วันเดือนปีผลิต-หมดอายุทั้งไทย และ อังกฤษ ผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย ชัดเจน
TOMEI ANTI-ACNE CREAM ( 7 in 1 Anti-Acne Cream)
เวชสําอาง (Cosmeceutical Products)
โทเมอิ แอนตี้-แอคเน่ ครีม เป็นครีมแต้มสิวที่มีคุณสมบัติในการรักษาสิว
และ บํารุงดูแลผิวพรรณ 7 ประการ ในหลอดเดียว
หลอดจะสีฟ้า-เขียวเหลืองไล่สี หัวหลอดเป็นทรงยาวออกไป
เวลาบีบครีมก็จะไหลออกมาพอดี
คุณสมบัติ 7 ประการของ โทเมอิ แอนตี้-แอคเน่ ครีม
ส่วนประกอบหลัก
✿ Phytosphingosine เป็นสารที่สร้างเลียนแบบสารสําคัญที่มีอยู่ในชั้นผิวหนังของมนุษย์ สารดังกล่าวนี้ร่างกายจะสร้างขึ้นและอาจมีจํานวนมากน้อยต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ กรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อม และอื่นๆ โดยสารชนิดนี้จะทําหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ลดการอักเสบของผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ
✿ Meadowsweet Extract สารสกัดจากดอก Meadowsweet ที่มีมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และแถบประเทศในยุโรบซึ่งช่วยในเรื่องต่างๆ คือ ควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย P. acnes / ควบคุมการสร้างน้ํามันภายในรูขุมขน / ลดการอักเสบของผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ
✿ Nopal Extract สารสกัดบริสุทธิ์จากดอกของต้นกระบองเพชร ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน และ ทําให้ผิวกระจ่างใส
✿ Sulforawhite สารสกัดจากต้น Garden Cress ที่มีต้นกําเนิดในประเทศทางแถบยุโรบ เป็นพืชที่ให้สาร antioxidant ในปริมาณที่สูงมากชนิดหนึ่ง สามารถลดรอยจุดด่างดําอย่างมีประสิทธิภาพทําให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
✿ Acnaidol สารสําคัญที่สังเคราะห์ขึ้นจาก Castor Oil ที่ช่วยในเรื่องต่างๆ ดังนี้ ! ลดการผลิตน้ํามันส่วนเกินจากต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย P. acnes
✿ Niacinamide วิตามิน B3 ที่ช่วยในเรื่องต่างๆ ดังนี้ บํารุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย P. acnes
วิธีใช้
✿ ใช้โทเมอิ แอนตี้-แอคเน่ ครีม แต้มบริเวณที่เป็นสิวอักเสบอย่างน้อยวันละ2ครั้ง(เช้า และ ก่อนนอน) ภายหลังจากล้างทําความสะอาดหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง และทาครีมบํารุงต่างๆ แล้ว
✿ สามารถแต้มโทเมอิ แอนตี้-แอคเน่ ครีมในบริเวณที่เป็นสิวอักเสบ ได้บ่อยเท่าที่ต้องการในระหว่างวัน เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่รวดเร็ว โดยไม่ทําร้ายผิว
** ข้อแนะนําพิเศษในการใช้ **
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเริ่มใช้ โทเมอิ แอนตี้-แอคเน่ ครีม ตั้งแต่เริ่มมีอาการเจ็บหรือแดงบริเวณผิวหนัง ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเกิดสิวอักเสบ

หมุนกล่องจะมีเรื่องของ ส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน การเก็บรักษา ข้อควรระวัง
วันเดือนปีผลิต-หมดอายุทั้งไทย และ อังกฤษ ผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย ชัดเจน
จุดเด่นโดยรวมที่ทางแบรนด์บอกไว้คือ นอกจากรักษาสิวแล้ว ก็ช่วยบํารุงผิวพรรณโดยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เวลาสิวหายจึงไม่ทิ้งรอยแดงรอยดำ และ ผิวไม่ลอก บริเวณที่สิวหายจึงดูมีสุขภาพดีเป็นปกติ เนื้อซึมไวบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะไม่ทิ้งคราบทำให้แต่งหน้าได้เนียน

เอาหลอดของจริงที่ใช้อยู่มาทาให้ดู
เนื้อของ TOMEI CLINDA GEL กับ TOMEI ANTI-ACNE CREAM ทั้งหลอด
ทั้งเนื้อ ทั้งขนาด ต่างกันชัดเจนมาก
เจอสิวอุดตันซึ่งมันกลายเป็นสิวอักเสบ และ สิวหนองที่เคยบอกไปตอนต้นแล้วไป
บีบหนองออก สุดท้ายบีบออกไม่หมด เลยกลั้นใจทาทิ้งไว้ทุกวันๆ มันแห้ง คราวนี้เขี่ย
ก้อนไขมันอุดตันที่แห้งและแข็งออกมาได้ง่ายได้ หายเลย รู้งี้ไม่บีบดีกว่า จะได้ไม่แดง
วิธีแต้ม ลงเจลบางๆ ตามด้วยครีมบางๆ ไม่ต้องทำแบบเอิ๊ก เพราะเอิ๊กมีเหตุผลส่วนตัว
เหมือนที่รีวิวไปด้านบน 5555555
ทาหมดบริเวณที่เป็นสิว ทั้งสิวอุดตัน สิวเสี้ยน สิวหนอง
โดยเริ่มจากเจล และ ตามด้วยครีม คือ จะรอจนกว่าเจลจะแห้ง และ ตามด้วยครีม
ข้อสำคัญอีกอย่างที่หลายคนอาจไม่รู้เวลาเป็นสิวโปรดหลีกเลี่ยงการทาครีมบริเวณนั้น
เมื่อเป็นสิวให้แต้มยา และเวลาทาครีมบำรุงทาได้แต่เว้นบริเวณสิวไว้นะคะ และ อย่าลืม
ทากันแดดเป็นประจำ ทาแล้วก็ไปนอนซะ เอิ๊กแต้มประมาณ 2-4 ครั้งต่อวัน
แล้วแต่โอกาสวันไหนอยู่บ้าน นึกได้ก็แต้ม
ลองแต่งหน้าทับเลย เนียนจริง 55555555555555555555 โนรีทัช
ถ้ามีโอกาสได้ลองกับสิวหัวปิด สิวผด สิวหิน เดี๋ยวจะมารายงานเพิ่มเติม
สรุปผลส่วนตัวอีกที
ข้อดี
ราคาไม่แพง และ คุณภาพดีมาก
ผิวไม่แห้งลอกไหม้
สิวเอาอยู่หลายชนิดมาก ทั้งอักเสบ หนอง อุดตัน สิวแดงๆระคายเคือง
ไม่มีกลิ่นกวนใจ
แต่งหน้าทับได้ไม่เป็นคราบ
ถ้าไม่บีบสิวแทบไม่ทิ้งรอยอักเสบ
เห็นผลไวกับสิวบางชนิด บางทีก็ตกใจนะ
ยาเกาะผิวดี เนื้อเบาไม่อุดตัน
บรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบาพกง่าย ไม่หกเลอะเทอะ
คิดออกแล้วจะมาบอกเพิ่ม 😛
ข้อเสีย
ต้องแต้ม 2 หลอดเพราะคุณสมบัติมันช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
บรรจุภัณฑ์เวลาใช้ก็เอาคัตตัลบัตสะอาดแต้มเพราะถ้าโดนนิ้วที่สกปรกเชื้อโรคก็คาอยู่
หาซื้อจะมีตามร้านขายยาบางร้านยังไม่มีใน WATSONS & BOOTS
ไอเท็มนี้บอกได้คำเดียวว่า RECOMMENDED แห่งปี 2014
ไม่ต้องซื้อตาม เดี๋ยวหาซื้อไม่ได้ ขอบคุณมาก 55555555 รักนะ
Posted in REVIEWComments (2)
Posted on 09 ตุลาคม 2014.
เพราะแสงแดดเป็นศัตรูตัวร้ายอันดับหนึ่งของสุขภาพผิว
เป็นต้นเหตุให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ รวมถึงจุดด่างดำ ฝ้ากระ
มาตรฐานกันแดดที่ผ่านมาให้สังเกตุสัญลักษณ์การป้องกันที่คุ้นเคยSPF = สัญลักษณ์ป้องกันรังสี UVBPA = สัญลักษณ์ป้องกันรังสี UVAยิ่งมีเครื่องหมายบวก + ต่อท้ายจำนวนมากเท่าไหร่การป้องกันยิ่งสูง
แต่มาตรฐานใหม่ในการเลือกกันแดดยุคใหม่นี้ที่เปลี่ยนไป
คือ การให้ความสําคัญกับสารกันแดดที่เราเลือกใช้นั้น
ต้องสามารถป้องกันรังสี UVA ชนิด LONG UVA ได้ดี “
UVB = 5% Shot UVA = 20% Long UVA = 75%
จากการค้นคว้าและวิจัยจาก ลอรีอัล ปารีส โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณพบว่า
ผิวสามารถดูแก่ขึ้น 6 ปี ใน 6 เดือน เพราะรังสี LONG UVA และ UVA/B
UVA ที่โดนผิวเราไม่มีทางหายไปมันจะซึมลึกและผิวเราจดจำไว้อย่างดีเมื่อถึงเวลานึงผลกระทบจะโผล่ออกมา
ดังนั้นมาตรฐานใหม่ในการเลือกกันแดดยุคใหม่นี้ที่เปลี่ยนไป
คือ การให้ความสำคัญกับสารกันแดดที่เราเลือกใช้นั้น
ต้องสามารถป้องกันรังสี UVA ชนิด LONG UVA ได้ดี
UVA = AGING ผิวมีอายุแก่ก่อนวัยUVB = BURNING ผิวไหม้ ดำ คล้ำ เสีย
และต้องเลือกกันแดดทั้งทีไม่ใช่แค่ SPF หรือ PA แต่ต้องปกป้อง LONG UVA
ที่ทําร้ายลึกถึงระดับ DNA ด้วย
ในการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธีหลายๆคนยังทาครีมกันแดดในปริมาณที่น้อยเกินไป
อาจทำให้ปกป้องผิวของเราไม่เต็มที่อย่างน้อยต้องใช้ทั้งหมด 2 ข้อนิ้วชี้
หรือประมาณ 1ช้อนชาค่ะ และ เราอาจจะแบ่งทาโดยเริ่มทา 1 ข้อนิ้วชี้รอบแรกก่อน


Posted in REVIEW, SKIN, SKIN CAREComments (0)
Posted on 29 กันยายน 2014.
วิธีการดัดขนตาให้เด้ง
วิธีเช็ดมาสคาร่าที่เลอะระหว่างวัน
วิธีจัดการกับมาสคาร่าที่จับเป็นก้อน
รีวิว LOREAL PARIS FALSH LASH BUTTERFLY MASCARA ตัวล่าสุด
🙂
Posted in HOW TO, REVIEWComments (0)
Posted on 10 กันยายน 2014.
HELLO ! ได้ไดร์ตัวล่าสุดของทางแบรนด์ PHILIPS
มาทดสอบความ HI-TECH กับ เทคโนโลยีเซนเซอร์วัดความชุ่มชื้นของเส้นผม
และ ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติทำให้ผมไม่เสียความชุ่มชื่นเนื่
เลยมาสภาพผมตอนนี้ ที่หลังจากทำ BRAZILIAN BLOW-OUT
ไปเดือนกว่าเริ่มกลับสู่สภาพความเป็นจริง คือ เริ่มแห้ง
เพราะสระผมทุกวัน และ มีการว่ายน้ำ แต่ถือว่าอาการยังไหวอยู่
ผมหมาดที่รอการไดร์ให้แห้ง ระหว่างรอให้หมาดอีกนิดเอิ๊กจะไปเปิดกล่อง
ไดร์เป่าผม PHILIPS MOISTURE PROTECT กัน เป็นอีกหนึ่งแบรนด์
ที่อยากแนะนำสำหรับผู้หญิงที่รักสุขภาพเส้นผม เอิ๊กลองมา 3 ครั้ง ก่อนมาทำ REVIEW
คือ ลองจับสภาพเส้นผมเองหลังไดร์ ให้คนอื่นจับ เพื่อให้ผลออกมาตรงในแบบฉบับ
ตัวเองมากที่สุด สำหรับไดร์เป่าผมตัวนี้ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3,990 บาท
ราคาจะสูงกว่าตัวที่เอิ๊กใช้อยู่ เพราะเทคโนโลยีมันต่างกันเยอะ ตัวนี้จุดเด่นชัดเจน คือ
เซนเซอร์ที่
วัดความชื้นเส้นผม และ มีการปรับอุหภูมิความร้อนอัตโนมัติให้พอดีกับสภาพ
ความชื้นในเส้นผมของเรา เช่น ถ้าผมใกล้แห้ง อุณหภูมิความร้อนก็จะถูกปรับให้ลดลง
โดยที่เราไม่ต้องไปยุ่งกับมัน ผลคือ ผมแห้งเร็ว และ สุขภาพเส้นผมก็ถูกถนอมอย่างดี

คือ หน้ากล่องเราก็จะเห็นรูปตัวไดร์ทันที ความรู้สึกแรกที่เห็น คือ ดูหรูหรา ดูสวย ดูแพง
ดูน่าถนุถนอม ดูไปดูมาเหมือนเครื่องประดับ ด้วยรูปทรง & สีเมทาลิคแชมเปญ โรสโกลด์ด้วย
ปกติไดร์ที่ใช้อยู่จะมีสีดำ หรือ สีสัน หรือ เวลาไปที่ร้านส่วนมาก ถ้าไดร์คุณภาพหน่อย
การออกแบบอาจจะสีเงิน-แดง ดำ จะเน้นสมบุกสมบันเพราะต้องใช้งานหนักมาก
ไดร์เป่าผมตัวนี้ CONCEPT คือ ” MOISTURE PROTECT “ หรือ
การปกป้องรักษาความชุ่มชื้นของเส้นผม
: อันนี้จากโบรชัวร์ผลิตภัณฑ์ :
รักษาโมเลกุลน้ำตามธรรมชาติของเส้นผมเพื่อเส้นผมเงางามมีสุขภาพดี มีเซนเซอร์ MoistureProtect ใช้เทคโนโลยีอินฟราเรดเพื่อวินิจฉัยเส้นผมของคุณแล้วปรับอุณหภูมิเพื่อรักษาโมเลกุลน้ำตามธรรมชาติ ด้วยนวัตกรรมเซนเซอร์
ทำให้สามารถรักษาความชุ่มชื้นของเส้นผมได้สูงถึง 65% (วัดหลังทำการเป่าผม 5 นาที 2013)
เทคโนโลยี MoistureProtect
• รักษาความชุ่มชื้นได้อย่างสมบูรณ์ด้วยเซนเซอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ทรงผมที่จัดแต่งทรงอย่างสวยงาม
• การปรับสภาพเส้นผมด้วยไอออนป้องกันไฟฟ้าสถิตเพื่อเส้นผมเงางาม ไม่ชี้ฟู ติดตั้งง่าย
• การตั้งค่าความเร็วได้หกระดับ และสามารถปรับอุณหภูมิได้เพื่อการควบคุมเต็มรูปแบบ
• ลมเป่าเย็นเพื่อจัดแต่งทรงผม
เทคโนโลยีการดูแลเส้นผม
• การควบคุมความร้อนสมบูรณ์แบบด้วยนวัตกรรมเซนเซอร์
• ปกป้องเส้นผมจากการใช้ความร้อนที่สูงเกินไป
ข้อมูลทางเทคนิค
• แรงดันไฟฟ้า: 220-240 V
• ขนาดวัตต์: 2100-2300 วัตต์
• ความยาวสายไฟ: 2.5 เมตร
• มอเตอร์: DC
• ความเร็วการเป่าผมแห้ง 120 กม./ชม.
• ใช้กับแรงดันไฟฟ้าได้ 2 ระบบ: ไม่มี
เทคโนโลยีการดูแลเส้นผม
• MoistureProtect
• การถนอมดูแลโดยปล่อยประจุไอออน
การบริการ
• รับประกันทั่วโลก 2 ปี
คุณสมบัติ
• ลมเย็นชั่วขณะ
• การตั้งค่าอุณหภูมิ 6 ระดับ
อุปกรณ์เสริม
• หัวเป่าปากแคบ: หัวเป่ากระจายลม
สัญลักษณ์ในการดูแลปกป้องเส้นผม และ คุณลักษณะพิเศษตามนี้
เรามาดูภายในกล่องกัน

หน้าตาตัวครอบแบบกระจายลม
ข้างซ้าย คือเป่าเพื่อแห้งจริงจัง แห้งไวมาก ไม่เกิน 4 นาทีสำหรับผมของเอิ๊ก
ข้างขวา ใช้ทุกเทคโนโลยีเมนูที่ช่วยปกป้องความชุ่มชื้นของเส้นผมที่มี อาจจะใช้เวลานานกว่า ประมาณ 5 นาทีกว่าๆ
ลองถือขนาดกล่องใหญ่บนมือให้ดู
Posted in HAIR, REVIEWComments (0)
Posted on 08 สิงหาคม 2014.
ปัญหาใหญ่ของผิวในยุคนี้มีหลายอย่างแต่จะมีไม่กี่อย่างที่เป็นปัญหาตลอดกาลของผิวอย่างปัญหาจุดด่างดำซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ยากปัญหานึง สาเหตุไม่ว่าจะ ..
- หลังจากการเป็นสิว
- การโดนแสง UV เป็นประจำทำให้เกิดความผิดปกติของเม็ดสีที่เพิ่มมากขึ้น
- ฮอร์โมน
- อายุ
- การอักเสบของผิว
- ยาบางชนิด
- ความเครียด
- โรคระบบภายใน
- การอักเสบ, การระคายเคือง, แผล
- การใช้เลเซอร์ที่พลังงานมากเกินไป
- หรือ ใช้เลเซอร์บางประเภทในคนที่มีสีผิวที่เข้มจนเกิดการ BURN
- ฯลฯ

ระยะเวลาเห็นผลที่เหมาะสม คือ 4 สัปดาห์
ส่วนผสมหลัก ที่เป็นจุดเด่นหลักของ ESSENCE เข้มข้นตัวนี้ได้แก่
1. Actyl C คือส่วนผสมไวท์เทนนิ่งที่จะเข้าไปลดเลือนจุดด่างดําที่เกิดขึ้น
รวมถึงจุดที่ยากจะลดเลือน
2. ADENOSINE ช่วยในกระบวนการควบคุมการเกิดเม็ดสีที่อาจเป็น
จุดด่างดําที่อาจจะมองเห็นได้ในอนาคต
3. Fibrelastyl ช่วยฟื้นบํารุงโครงสร้างผิวชั้นนอก ลดสาเหตุของ
ผิวหมองคล้ํา
ระยะเวลาการทดสอบ : 17 มิถุนายน – 25 มิถุนายน เป็นเวลา 9 วัน เช้า – เย็นวิธีการใช้ : ทาก่อนสกินแคร์ที่ใช้เป็นประจำทุกตัว หลังจากลงอายครีมเสร็จเทคนิคพิเศษ : ฉีดเสปรย์น้ำแร่เช็ดออก แล้วหยดลงบนจุดด่างดำนวดวนบริเวณที่เป็น 2-5 นาที เช้าเย็นๆ รอแห้งซึมค่อยลงตัวอื่นตาม
* การนวดวนอาจมีผลทำให้เลือดบริเวณนั้นไหลเวียนดี และ ทาหลังผิวหมาดน้ำแร่ก็ทำให้ผิวเปิดรับการซึมของ ESSENSE ตัวนี้ได้โดยง่าย
กะว่าจะใช้ต่อเนื่องในเรื่องจุดด่างดำ เพราะไม่เป็นสิว ไม่แพ้ 🙂 ขยันหน่อย
Posted in REVIEW, SKIN CAREComments (0)
Posted on 28 กรกฎาคม 2014.
Posted in MAKE UP, REVIEWComments (0)
Posted on 14 กรกฎาคม 2014.
ใครทาน SCOTCH COLLAGEN-AORA อยู่บ้าง เอิ๊กเคยพรีวิวไปแล้วตัวนี้ CLICK
คุณสมบัติที่ทางแบรนด์กล่าวไว้ในแนวคิดของ SCOTCH COLLAGEN-AORA
คือ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีเวลาจำกัด แต่ชอบดูแลตัวเอง ใส่ใจในผิวพรรณ และ สุขภาพ
เลยออกมาเน้นในเรื่องของสุขภาพผิวที่ดีขึ้น ความยืดหยุ่น ความชุ่มชื่น และ เอาเทรนด์
ของสีผิวที่สม่ำเสมอ ผิวกระจ่างใส มาเล่นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่สามารถ
เลือกดูแลตัวเองได้เร็ว ไว และ เห็นผล

บล็อคนี้เราจะมาทำความรู้จัก กับ “สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส” กันให้ลึกขึ้น
ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมหลักที่สำคัญอย่างยิ่งใน SCOTCH COLLAGEN-AORA
นอกเหนือจากคอลลาเจน เปปไทด์ และ วิตามินรวมต่างๆ ซึ่งก็เป็นส่วนผสมหลักเช่นกัน
แต่เราคุ้นหูกันดีอยู่แล้ว

สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส ตัวนี้ที่ใส่เข้ามาเพื่อ “ต่อต้านอนุมูลอิสระ” ที่จะเกิดขึ้นกับ
เซลล์ผิวของเรา เพื่อให้เซลล์มีการสร้างพลังงาน และ สังเคราะห์โปรตีนได้อย่างดีเป็นปกติ
ดังนั้นถ้าใครหลายคนที่ทานแล้วได้ผลต้องบอกเลยว่าส่วนนี้สำคัญมากในเรื่องของผิว
ไม่แพ้คอลลาเจนเลย จะพูดสั้นๆกระชับจะได้ไม่มึนกันนะฮะ ^^
ขนาด 45 มิลลิกรัม ขวดละ 48 บาท
บรรจุสารสกัดจากเปลือกสนอยู่ประมาณ 40 มิลลิกรัม
คอลลาเจนเปปไทด์ 5,000 มิลลิกรัม และ วิตามินรวมอีก 13 ชนิด
สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศสเด่นในเรื่องสำคัญอะไรบ้าง
ตัวอย่างสถิติในงานวิจัยของคุณสมบัติของสาร
OLIGOMERIC PROANTHOCYANIDINS
[ โอลิโกเมอริค โปรไซยานิดิน ]
ที่สกัดมาจากสารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส
Posted in REVIEW, SKIN, SKIN CAREComments (0)
Posted on 09 กรกฎาคม 2014.
ใครผมเสียมากจนคิดจะตัดผมสั้นบ้าง ?
แอบยกมือ T___T ผมไม่ไหวแล้ว
ฟู ชี้ พัน โดนคนข้างๆทีสะดุ้ง เค้าคันผมเรา เวลาไปโดน !!!
ไม่คิดว่าคนผมเสียในโฆษณาแชมพู วันนึงมันต้องเป็นเรา T_T
เลยตัดสินใจทำทรีทเมนท์ชื่อว่า BRAZILIANT BLOWOUT
ใครมีข้อมูลแน่นมาแชร์กันหน่อย
เท่าที่ทราบคร่าวๆ คือ เป็นทรีทเมนท์ เคราตินเคลือบปิดเกล็ดผมชนิดนึง
ที่ทำให้ผมลื่น นุ่ม ทิ้งตัว มีน้ำหนักทันที อยู่ได้ 2-3 เดือน โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างเส้นผม
เหมือนการยืด หรือ การดัด
ส่วนตัวทำเพราะไม่มีทางเลือก ยืดไม่ได้มันพังหนักมากแล้ว ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
มาดูผลลัพธ์หลังทำ BRAZILIANT BLOWOUT กัน
ลองถามผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่าว่า BRAZILIANT BLOWOUT เป็นทรีทเมนท์อะไร
เอิ๊กไม่ได้ REVIEW ทันทีเพราะอยากรู้ ว่าถ้าสระไปช่วงแรกผมยังดีเหมือนที่เขาโฆษณาไหม
[คือยังไม่เชื่อเพราะผมพังโคตร55] คำตอบ คือ ดีมาก ชีวิตดีมาก ดีมากๆๆๆๆๆๆๆ
เป่าผม แล้วออกมาวิ่งเล่นได้เลย นุ่ม ลื่น เรียบขึ้นมากกกกก คือเหมือนยืดผมแต่มีวอลุ่ม
อาจไม่หายแห้งที่ปลายผมทีเดียว แต่คือ ดีอ่ะ
ทางร้าน MARKTHAWIN ดูแลทั้งหมดในการทำ BRAZILIANT BLOWOUT และ การทำสี
ถามราคามาให้คือเริ่ม 5,500 บาท แต่แชมพู ครีมนวด เซรั่มเอิ๊กซื้อเองเกือบ 6,000 บาท
เฉลี่ย เดือนละ 3,000 กว่าบาท กะว่าจะทำต่อจนกว่าผมที่แห้งเสียพังจะยาว
แล้วจะค่อยๆตัดเล็มออกเรื่อยๆ ตอนนี้ขอเป็นคนแอ๊บผมสุขภาพดี
ลื่น นุ่มไปก่อน 3 เดือน อย่าลืมใครรู้เรื่องทรีทเมนท์ตัวนี้ดี เล่าให้ฟังบ้างงงงงงงงนะคะ จุ๊บๆๆ

Posted in HAIR, REVIEWComments (0)
Posted on 26 มิถุนายน 2014.
Posted in MAKE UP, REVIEW, SKINComments (0)
Posted on 27 พฤษภาคม 2014.
สีผมบลอนด์ครั้งแรก และ จะเป็นครั้งเดียวในชีวิต
ซึ่งทำมาจากร้าน PHOENIX SIAM SALON
ร้านทำผมสุดฮิพอีกที่ ณ สยามสแควร์ สีบลอนด์เป็นสีที่อยากทำมาก
และ ได้อย่างใจมาก แต่สุดท้ายรู้ไว้ว่าถ้าใจเราไม่มั่นใจกับสีที่ทำ
มันจะออกมาเหมาะหรือไม่ มันก็จะทำให้เราอยู่กับสีที่เราอยากทำได้ไม่นาน
เอิ๊กไม่ค่อยได้แต่งหน้าเลยต้องโบกมือลาสีอ่อนไป
สุดท้ายขอกลับมาเป็น “สีเข้ม” เหมือนเดิม เพราะสุขภาพผมหลังจากผ่านการฟอก
ค่อนข้างต้องดูแลอย่างมากเป็นพิเศษ
รอบนี้ทำที่ MARK THAWIN ใกล้บ้าน ซึ่งทางร้านได้เชิญไป
เป็นครั้งที่ 2 ของเอิ๊กสำหรับร้านนี้
ดู REVIEW บรรยากาศในร้านนี้ได้ที่นี่ค่ะ CLICK
ร้านนี้เป็นร้านของ อาจารย์ มาร์ค ธาวิน พี เชียวตง
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเส้นผมที่มีชื่อเสียงคนนึงของประเทศไทย
เป็นร้านทำผมที่ดูเผินๆ จะเข้าใจกันว่า เป็นร้านทำผมไฮโซ
ที่มีการตกแต่งที่อลังการ แพงแสนแพง ถ้ามาดูให้ลึกจะทราบว่า
ทุกอย่างมีเหตุผล และ ร้านนี้เอิ๊กขอยกย่องว่าเป็นร้านที่ค่อนข้างเจาะกลุ่ม
NICHE MARKET กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม ที่รักสุขภาพกาย สุขภาพเส้นผม
และ มีรสนิยมในเรื่องของการดูแลตัวเอง เลือกสิ่งที่ดีที่สุด ทันสมัยให้กับตนเอง
เพราะที่นี่นอกจากจะมีเรื่องของศาสตร์ทำผม ยังเอาเครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยี
นวัตกรรมที่ดีต่อสุขภาพกาย และ สุขภาพเส้นผมมาใช้ตลอดการให้บริการ
CONCEPT MARK THAWIN ULTIMATE HAIR SALON
ในเมืองไทยอาจจะมีไม่ถึง 1 ใน 5 ที่ด้วยซ้ำที่เป็นร้านลักษณะนี้
มาครั้งนี้ที่เอิ๊กได้มารับบริการ CONCEPT ร้านชัดมากในเรื่องมาตรฐานการดูแล
ที่หลายปีที่แล้วที่เอิ๊กมายังไม่ชัด กับ 7 มาตรฐานระดับเวิลด์คลาสของที่นี่
วันนี้จึงขอมาเจาะทีละข้อ เพื่อคนที่สงสัยว่าทำร้านนี้มีจุดยืนของแบรนด์
หรือ บริการลูกค้ายังไงให้ได้อ่านกันค่ะ
จุดที่หนึ่ง อากาศสะอาด เมื่อเดินเข้ามาเป็นร้านทำผมที่ไม่ได้กลิ่นเกี่ยวกับเคมีที่ใช้ทำผมเลย
แม้แต่พวกสเปรย์ หรือ อุปกรณ์ที่ใส่ผม เพราะเขามองว่าการสูดดมสารเคมีเข้าไปเป็นอันตราย
ต่อสุขภาพทั้งของช่างผมเอง และ ลูกค้าเอง อย่างที่บอกว่าร้านนี้ใส่ใจเรื่ิองสุขภาพร่างกาย
อย่างดีเยี่ยม เข้ามาจะสัมผัสถึงความสะอาดของการหายใจได้เลยทันที เครื่องฟอกอากาศ
จะทำให้ไม่มีกลิ่น และ มีการฆ่าเชื้อไวรัสด้วย บางครั้งเราไม่รู้ว่าการเกิดปัญหาทาง
ระบบหายใจมันนำมาสู่หลายโรคที่อันตราย เอิ๊กเพิ่งเข้าใจตอนแม่เข้าโรงพยาบาล
ตอนนี้เลยค่อนข้างที่จะอยากดูแลตัวเองเป็นพิเศษเช่นกัน
แอบได้ยินมาว่า แรงบันดาลใจในการทำร้านในรูปแบบ UNIQUE ที่โดดเด่น และ มีเอกลักษณ์
แบบนี้ขึ้นมาเป็นเพราะอ.มาร์ค เคยมีปัญหาสุขภาพ และ โดนสั่งห้ามทำสีผมจากแพทย์เกรงว่า
อาจจะทำให้เกิดมีสารเคมีสะสมในร่างกาย อ.มาร์คเป็นคนที่มีแรงบันดาลใจในเรื่องการทำผม
ค่อนข้างสูง โจทย์ก็คงอาจจะออกมาว่า แล้วเราจะทำร้านแบบไหน ให้ทำสีผมได้ แต่สุขภาพ
เราก็ไม่เสีย นี่อาจจะเป็นที่มาของ MARK THAWIN ก็เป็นได้
จุดที่เจ็ด STYLIST มืออาชีพ
พอเอิ๊กเข้าไปก็จะมี STYLIST เข้ามาให้คำปรึกษาและดูแล ซึ่งข้อมูลแน่นมาก
ถามอะไรตอบได้หมด เคลียร์ทุกประเด็น ความรู้เป๊ะ เขาก็จะมาประเมิน
สภาพเส้นผม และ แนะนำสิ่งการทำผมในสิ่งที่เราต้องการและต้องเหมาะสมกับเรา
โจทย์เอิ๊กขอทำผมสีเข้มไปเลย เพราะกะไม่ทำสีผมแล้ว แต่วันนี้ STYLIST พี่ชล และ
STYLIST น้องปลั๊ก บอกเลยว่าอย่าทำเข้มไปเลย เผื่อเปลี่ยนใจวันใด อยากทำสี
จะได้สามารถกลับมาทำได้อีก และ เอิ๊กไม่ต้องการให้มันลอกออกมาแล้วกลายเป็น
โทนแดง-ส้ม ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของเราชาวเอเชียนี่ละ แต่เอิ๊กไม่ต้องการ
ขอให้เหมือนสีหลุด ยังคงเป็นสีโทนน้ำตาล หรือ หม่นอมเขียวก็ได้ค่ะ
ก่อนทำโคนผมดำยาวออกมาประมาณ 2 เซนติเมตร สภาพปลายผมเสียหายจากการยืด
เมื่อนานมาแล้ว พอฟอกอีก เลยแห้งมาก แต่ยังไม่ตัด เพราะเวลาทำลอน ผมยาว
หน้ากลมแบบเอิ๊กเข้ามากกว่า เลยทนไป 5555555555
มาพบกับอุปกรณ์ไฮเทคชิ้นที่ 2 หลังจากจบเครื่องฟอกอากาศไป เครื่องนี้ชื่อ NANOMIST
ระบบนาโน จะพ่นไอน้ำละเอียดออกมาให้ความชุ่มชื่นกับผม ให้น้ำยาทำผมทุกอย่าง หรือ
รวมทรีทเมนท์ทำงานได้เร็วขึ้น ผมจะเงา ชุ่มชื่น สีสวยชัดขึ้น ช่วยเปิดเกล็ดผม และ
ปิดเกล็ดผม เป่าซักพัก เครื่องใหญ่มาก
ให้ความชุ่มชื่น เปิดเกล็ดผม ก่อนลงสีผมที่เป็น ORGANIC
นอกเรื่องนิด ที่นี่มี MINI BAR ที่เป็นเครื่องดื่มเย็นด้วย พวก นม ชา กาแฟ น้ำตาจะไหล
ชอบทานนม ตอนเค้าเอามาเสริ์ฟ โหหหห อารมณ์ดีเลย 555555555555555
เอิ๊กชอบทานนมหวาน ชอบมากกกกกก เลิฟเลย
คิดว่าถ้าอาหารกลิ่นไม่แรงคงได้มีให้สั่งกัน แต่อาหารไทย
เครื่องเทศกลิ่นค่อนข้างจัดจ้านอดไป
จุดที่สี่ ผลิตภัณฑ์ออแกนิค ไฮไลท์ของที่นี่จุดขายเลย คือ ผลิตภัณฑ์ ออแกนิค
ตั้งแต่สีผม จะนำเข้าจากต่างประเทศ มีตั้งแต่ ญี่ปุ่น อิตาลี ฯลฯ จะเป็นส่วนผสม
สารสกัดจากธรรมชาติ อาจจะไม่มีแอมโมเนีย หรือ มีแอมโมเนียน้อยมาก ส่วนผลิตภัณฑ์
พวกแชมพู ทรีทเมนท์จะเป็นออแกนิคหมด ดังนั้นกลิ่นที่ได้ส่วนตัวอาจจะไม่หอมฟุ้งมาก
แต่จะได้ความเป็นธรรมชาติ ไม่ตกค้าง หรือ ปลอดภัย อ่อนโยนกับหนังศีรษะ
และ สุขภาพเรามากที่สุด
ปิดท้ายหลังลงสีด้วย NANOMIST อีกรอบเพื่อให้การทำสีผมซึม ชุ่มชื่น และ เสร็จไว้ขึ้น
สีจะเงา สวย ดูสุขภาพดีมากขึ้น ทางร้านคอนเฟิร์มเลยว่า
” ผมจะไม่เสียไปกว่าเดิมแน่นอน “
จุดที่สอง นอนสระผมอย่างถูกสุขลักษณะ เตียงนอนสระผมถูกนำเข้าและมีนวัตกรรม
ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระ และ กระดูกสันหลังมนุษย์อย่างพอดี
เพื่อป้องกันเรื่องเกี่ยวกับอาการปวดของกระดูก หรือ กระดูกผิดรูป
เวลาที่เราไปสระผมเราก็ไปนั่ง และ ทาง STYLIST จะปรับเตียงให้เอนลงช้าๆ
ระหว่างนั้นเตียงจะประคองกระดูกข้างหลังเราพอดี
จุดที่สาม เรื่องน้ำที่ไม่มองข้าม
ที่นี่ใช้น้ำกรองที่เป็นน้ำแร่ สระผมให้ลูกค้าจ๊า ค่า PH อย่าหวงไปน้ำอุณหภูมิปกติ
ไม่ร้อนไม่ทำลายความชุ่มชื่นเส้นผม สระไปสระอาด น้ำมีวิตามินแร่ธาตุไหลผ่าน
เส้นผมจนสะอาด เครื่องกรองน้ำใหญ่มากกกกกกกกกพูดเลอ
จุดที่หก แปรงหวีผมที่ไม่สะสมเชื้อโรค
หวีเป็นเป็นนวัตกรรม SILVER NANO NYLON ราคาแพง
ทำให้ไม่มีเชื้อโรค แบคทีเรีย สะสม ยิ่งโดนความร้อนจากไดร์ เชื้อโรค แบคทีเรีย
จะตายไปเอง
จุดที่ห้า ไดร์เป่าผมที่เป็น IONIC
ไม่ทำลายความชุ่มชื่นของเส้นผม ถนอมน้ำในเส้นผมอย่างที่เข้าบอก น่าสนใจตรง
นวัตกรรมไม่มีแร่ใยหิน ที่สะสมนาน เกิดปัญหาสุขภาพในปอด ถ้าลามไปมากก็
อาจทำให้เป็นมะเร็งปอด ไดร์พวกนี้สนน ราคาอยู่ที่ 18,000-25,000
นี่เป็นเหตุผลทางสุขภาพทั้งหมดที่ทำให้ร้านนี้ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ มีจุดเด่น
แตกต่าง และ การตั้งราคา ค่อนข้างเหมาะกับนวัตกรรม หรือ อุปกรณ์ที่เขาใช้
เพราะลงทุนอย่างมากตั้งแต่ชั้นบรรยากาศ การคัด STYLIST ที่มีฝีมือ
การใช้เทคโนโลยีต่างๆกับเส้นผมทุกขั้นตอน เป็นอีกร้านที่มีระดับ
แบบแนวรักษาสุขภาพที่ค่อนข้างชัดเจนแตกต่าง และ ฝีมือการทำออกมา
ดี สมคำร่ำรือ ค่ะ ไม่ได้อวย แต่การันตี เวลาที่เจอใคร ทุกคนชมหมดว่าสีผมสวย
ดูสุขภาพผมดีขึ้น อาจเพราะมันสีเข้มขึ้นด้วยค่ะ แต่ผมคือเซลล์ที่ตายแล้ว
ที่แห้งบำรุงไป มันก็จะดีเท่าที่เราบำรุง แต่ถ้าเราไม่บำรุงมันก็แห้งเหมือนเดิมต้อง
ตัดทิ้งและเลี้ยงใหม่ ผมที่ทำออกมาแค่เป่าลม ดูเงาขึ้น
ส่วนปลายผมตอนนี้ดูแลอย่างหนักค่ะ
กับ STYLIST พี่ชล ที่เนรมิต และ ทำสีนี้ให้ค่ะ
พี่ชลเป็นเจ้าแม่การทำ BRAZILLIAN BROWOUT ด้วย ลูกค้าค่อนข้างเยอะ
ดังนั้นใครอยากมาใช้บริการโทรจองคิวก่อน และ การทำสีวันจันทร์ อังคารได้ลดอีก
ลองติดตามข้อมูลดูค่ะ
STYLIST ที่ดูแลสีผมให้เอิ๊กในวันนี้ได้แก่พี่ชล และ น้องปลั๊กค่ะ
สีผมวันนี้เรียกว่า LIVING ASH สีบลอนด์เข้มประกายเขียวหม่น
สีผมปัจจุบันหลุดออกสว่างขึ้น มีแต่คนชมค่ะว่าสีสวย
แต่ส่วนตัวคิดว่าจะไปเติมโคนและพักผมเป็นสีนี้ซักระยะ ค่อยไปทำเข้มอีกรอบ
และวันก่อนไปเกล้าผมออกงานที่ MARK THAWIN ออกแบบโดยอจ.เสริฐ
สวยมาก การเกล้าผมออกงานทราบราคาประมาณ 1,000บาทเริ่มต้นค่ะ
โดยเราสามารถนัดจองคิวได้เหมือนเดิมค่ะ
ติดตามข้อมูล รายละเอียด และ บริการของทางร้านได้ที่
http://www.markthawin.com/th/home/index.php
https://www.facebook.com/Markthawin
Posted in HAIR, REVIEWComments (2)
Posted on 22 พฤษภาคม 2014.
วันนี้กลับบ้านมาเปิดถุงที่ไปรษณีย์มาส่ง กล่องดำมาเป็นตับแล้ว แกะออกมาแล้วถึงกับอึ้ง
พาเลท GINO MCCREY เขาส่งมาให้เก๋มาก ไม่รู้ราคาเท่าไหร่เขาไม่ได้แนบมาและ
ลิปสติกเนื้ออย่างสีสด ดูจากแท่งพิกเมนท์แน่นมาก บอกเลยมันต้องโดนอะแบรนด์นี้
สีลิปปาดออกมาจากแท่ง เนื้อแน่นมาก จนอดไม่ไหว เอามาทาที่ปากให้ดูสีนึง ขอติหน่อย
เรื่องของแท่งลิปสติก พอหมุนออกมาจนสุด บางแท่งเนื้อแท่งลิปจะล้มออกจากด้าม
เสียใจมาก T^T แล้วมันก็ครูดกับขอบแท่งลิปสติก อยากจะเอาหัวโขกพื้นตาย
รุ่นนี้ชื่อว่า GINO McCRAY The Professional Make Up Lipstick
อย่าสนใจขนจมูกดิฉัน ดูความอิ่มวาว มัน เนื้อแน่นของนางก่อน นางสวยนะคะ
ปากที่แห้งลอกของหญิงเมิ๊กหายวับไปพริบตาเดียว ไปเสริทข้อมูลราคามา
249-. ถูกมากกกกก เนื้อดีมาก เอาใจไป พรุ่งนี้จะหอบไปแต่งหน้าเล่นด้วย
พาเลทอันนี้ เปิดมาหัวใจจะวาย สวยมาก ออกแบบเก๋มาก เสริทราคา 850 บาท
สีละมุนมุกวาววามมาก ไม่กล้าปาด
แต่เพื่อจะได้รู้ว่ามันเป็นไง ขอไถสีละ 3 ที
สีออกนวลมาก ออกง่ายมาก สวยมาก ละมุนวุ่นจิ๊บมาก ชอบมากกกกก
โทนสีมีตั้งแต่โทนหวานละมุน หรูหรา สุขุม เปรี๊ยว แซ่บ ขอบคุณๆมากค่ะ
คิดดูละกันปกติกว่าจะอัพบลอคชาติเศษ เห็นวันนี้ทันที สวย ต้องบอกต่อเลย
แปรงๆๆๆๆๆๆนุ่มโฮกกกกกกก เคลิ้มมม ><
ลิปไลเนอร์ สีตุ่นไปหน่อย แต่เพื่อความติดทนของลิปสติก ว่าจะลองใช้
สีไม่ค่อยถูกใจ แต่มากับแปรงทาลิปอีกด้านมี 2 หัว หัวนึงลิปไลเนอร์ หัวนึงแปรง
ลิปไลเนอร์ปาดให้ดู ขำขำ อิอิ
วันนี้พอแค่นี้ก่อน ซ้อมเต้นมาวันนี้ ไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลมาอีกตอนเย็น จะสลบแล้วจ๊า
ลองไปเล่นกันดู สบายกระเป๋า สำหรับราคา พรุ่งนี้คาดว่าจะเอาไปแต่งหน้าตัวเอง
ในกองถ่ายงานด้วย อิอิ แล้วจะ SNAP มาให้ชมกัน จุ๊บๆๆๆๆ
Posted in MAKE UP, REVIEWComments (1)
Posted on 03 เมษายน 2014.
ทางแบรนด์ส่ง ESSENTIAL DAMAGE CARE สูตร SAKURA SMOOTH มาให้ลอง
ซึ่งพิเศษคือเป็นสูตร LIMITED EDITION ออกมาพร้อมๆกันหน้าซากุระบานที่ญี่ปุ่น
แน่นอนว่าทั้งขวด และ กลิ่นจะเป็นซากุระสีชมพู ส่วนเอิ๊กแพ้ตั้งแต่คำว่า
LIMITED EDITION ซะแล้ว
สูตรนี้โฆษณาบอกว่า
” สำหรับผมเสียระดับปานกลาง ผมแห้ง พันกัน ขาดความเงางาม “
สูตรนี้จึงทำหน้าที่ฟื้นฟูบำรุงเส้นผมให้หอมกลิ่นซากุระ พลิ้ว ลื่น
เงางาม จรดปลายผม15 เซน
บำรุงลึกถึงแกนผมชั้นในสุด เคลือบปิดเกล็ดผมที่ฉีกขาด
ปกป้องผมเสียได้มากถึง 4 เท่า พร้อมล็อคความชุ่มชื่นไว้ภายใน
ฟื้นบำรุงผมเสียโดยเฉพาะปลายผม 15 ซม. ผมนุ่มลื่นสุขภาพดี ไม่พันกัน
ตั้งแต่สระจนถึงแห้ง เปลี่ยนผมแห้งเสีย พันกัน ให้พลิ้วเงางาม ในทุกสไตล์ผม
พร้อมกลิ่นใหม่ หอมหวานซากุระ เพิ่มความสดใส ดูมีชีวิตชีวา “
ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองทั้งแชมพู & ครีมนวด
หน้าตาขวดหวานซากุระมากเป็นลายดอกซากุระ ลองดมจะมีกลิ่นหอมเบาเบาสบายๆ

มี STICKER ติดชัดเจนว่า สูตรนี้เป็น “LIMITED EDITION “ นะหมายความว่าจะออกมา
แค่ช่วงเวลานึงเท่านั้น กระตุ้นความอยากลองเข้าไปอีก

สูตรนี้เหมาะสำหรับผมเสียระดับปานกลาง และ อาจจะมีความแห้งจนถึงขั้นพันกัน
แต่คุณสมบัติหลักของ Essential Damage Care ทุกสูตรเค้าเน้นเรื่
ผมพันกันอยู่แล้ว และ สูตรนี้ออกมาเอาใจความเป็นซากุระหวานๆ น่ารัก สดใส

สูตรนี้ Essential DAMGE CARE พัฒนาโดยใช้เทคโนโลยี
HAIR ALIGNMENT TECHNOLOGY ที่จะเป็นเทคโนโลยีเฉพาะที่เคลือบปิดเกล็ดผม
ให้ผมนุ่มลื่น ไม่พันกัน ดูมีสุขภาพดีขึ้น

จำข้อความที่เขาบอกไว้ดีดี ที่ท้าให้สางผมขณะเปียกว่าจะลื่น ไม่พันกันรึเปล่า ผมเอิ๊กเสียมาก
และ พันกันสุดๆ เดี๋ยวเอิ๊กจะลองดู และ หลักๆ ยังคงมีส่วนผสมเด่นที่มีในทุกสูตรอย่าง
HONEY & SHEA BUTTER เพราะช่วยให้ผมชุ่มชื่น และ
ปกป้องผมให้ความร้อนเข้าทำลายผม
เนื้อผลิตภัณฑ์แชมพูจะเป็นสีขาวมุข และ ค่อนข้างเหลวอยู่เหมือนกัน ไม่เป็นเนื้อหนัก
เนื้อผลิตภัณฑ์ครีมนวด จะข้นกว่าแต่ไม่มาก เนื้อยังไม่หนักมาก ทั้งแชมพู & ครีมนวด
จะมีกลิ่นหอมซากุระ กลิ่นจะเบาๆ จมูก
มาถึงขั้นตอนเวลาทดลองของจริง เราจะทำให้ขวดแชมพู&ครีมนวดเปียกน้ำก่อน 55555
เปียกปอนเป็นเพื่อนกับเรา 😛

ถึงเวลาต้องแกะหัวเน่าๆที่ดองมาหลายวันแล้วสินะ ……… ถ้าทุกคนจะได้กลิ่นคงไม่ใช่เรื่องที่ดี
เราก็จัดการเปิดฝักบัว ชโลมศีรษะให้ชุ่ม
กระหน่ำกดแชมพู ตามความยาวของเส้นผม ของเอิ๊กชอบสระผม 2 รอบ – 3 รอบกลัวไม่ทั่วถึง
เอิ๊กว่าเนื้อแชมพูค่อนข้างเหลวกดแล้วรีบนำมาชโลมที่เส้นผมทันทีก่อนมันไหลลงอ่าง
แชมพูเราจะขยำด้วยอุ้งนิ้วมือ ไม่เกานะคะ เดี๋ยวหนังศีรษะถลอกนะคะ ! นวดให้ทั่วศีรษะ
แล้วล้างออก เสร็จรอบที่ 1
เอิ๊กรู้สึกว่าตั้งแต่รอบแรก แชมพู ก็ทำให้รู้สึกว่าผมนุ่มใช้ได้เลย แล้วเราก็ชโลมแชมพูรอบ2
หรือ ใครถนัด รอบเดียว ครึ่งรอบก็ได้นะ 5555 ตามความชอบส่วนบุคคลแล้วก็นวดเหมือนเดิม
หลังจากนั้นเราก็ล้างแชมพูรอบที่ 2 ออก ล้างตั้งแต่รอบแรก รู้สึกว่าผมลื่น รอบสองก็เช่นกัน
ส่วนกลิ่นคงแล้วแต่ความชอบ ส่วนตัวคิดว่ากลิ่นของสูตรนี้หอมอ่อนๆ แต่ตัวเอิ๊กเองชอบกลิ่น
มหึมานิดนึง และ แน่นอนว่าสูตรนี้สำหรับผมเสียปานกลาง ผมเอิ๊กก็จะรู้สึกได้ระดับนึง
เพราะผมเอิ๊กเสียมากกกกกกก พันมากกกกกกก แห้งมากกกกกกก อ่อนแอมากกกก
แต่สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคื
เมื่อล้างแชมพูเรียบร้อยแล้ว เราก็จะตามด้วยครีมนวดเท่ากับความยาวเมื่อเว้นจากโคน
ประมาณ 5-10 เซนติเมตร แล้วเราจะเริ่มลงตั้งแต่ที่เราเว้นโคนไว้จนถึงปลายผม
เราจะเน้นนวดแค่ปลายผม ไม่ให้โดนด้านบนหนังศีรษะ เพราะครีมนวดเข้มข้นมาก
ตรงไหนแห้ง นวดเยอะๆ อย่ากลัวผมเจ็บ 5555
หลังจากนั้นเราก็ทิ้งครีมนวดไว้ซักพัก จะเอาหมวกมาคลุม ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดมาคลุม
ก็แล้วแต่เรา เอิ๊กก็โพกขึ้นไป และ รัดยางไว้เฉยๆ แล้วก็อาบน้ำทำอย่างอื่นไปพลางๆ
ถึงเวลาล้างออกลองสางดู ตั้งแต่ รอบแชมพูผมลื่น ไม่พันกันเลย ลื่น และ นุ่มมาก
เดี๋ยวรอดูตอนแห้งอีกทีว่าจะพันกันเปล่า ส่วนกลิ่นก็หอมอ่อนๆอย่างที่บอก
อันนี้คือเป่าแห้งเฉยๆ เอิ๊กรู้สึกว่าผมทิ้งตัวดีพอสมควร ผมหวีง่าย ไม่พันกัน นุ่ม เอิ๊กชอบที่
มันทิ้งตัวดี หวีง่าย เวลาไดร์ก็เหมือนเราหนีบผมตรง มันก็จะทิ้งตัวยาว แต่เพราะผมเอิ๊กแห้ง
คิดว่าความแห้ง และ เสียมาก อาจต้องบำรุงแบบเข้มข้นคือหมักทรีทเมนท์เพิ่มเติม
แต่เรื่องปัญหาผมพันกันแห้งแข็งกระด้างจัดการได้ดีค่ะ

ZOOM ปลายผม ตั้งแต่โคนก็แห้ง ปลายผมนี่แห้งสุดๆ แต่ตอนสระจับแล้วนุ่มขึ้นนะคะ
ปกติไดร์ผมบางครั้งจะรู้สึกผมแห้งๆมากขึ้น แต่ไม่เป็นวันที่ลองวันนี้

ดูการทิ้งตัวด้านข้าง คือ หวี และ ไดร์ ก็ทิ้งตัวได้เรียบลื่นดี ชอบ ยิ่งเวลามัดผม ผมทิ้งตัว
หางม้าสวยเลย ลืมถ่ายมาให้ดู

สำหรับผมเอิ๊กที่เสียมากสุดๆ กลับมาไม่พันกัน และ ลื่น ทิ้งตัวขึ้น เอิ๊กโอเคนะคะ
สำหรับ แชมพู&ครีมนวดสูตรนี้ และ ชอบแพคเกจเป็นการส่วนตัว
แถมเป็น Limited Edition ด้วยยิ่งชอบใหญ่
ปล. ตอนนี้ ESSENTIAL DAMAGE CARE มีทุกสูตรที่บ้าน
ข้อดี ผมไม่พันกัน นุ่ม ลื่น ทิ้งตัว และ ไม่รู้สึกแห้งมากเวลาใช้ไดร์เป่า หาซื้อง่าย ณ วัตสัน ราคาสบายกระเป๋า
ข้อเสีย เป็น Limited มีเฉพาะหน้านี้เท่านั้น อีกข้อด้วยความที่ ESSENTIAL DAMAGE CARE เข้มข้นมาก อยากให้ก้มหัวสระผม สำหรับคนที่สิวขึ้นหลังแผ่นอกง่
ข้อแนะนำ อยากให้ทำสู
หวังว่าคงจะชอบกันกับการรีวิว แชมพู & ครีมนวด ESSENTIAL DAMAGE CARE
สูตรSAKURA SMOOTH แบบทีละขั้นตอนนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน และ เป็นกำลังใจให้กันอย่างดีเสมอมาพบกับใหม่บลอคหน้าค่ะ <3
Posted in HAIR, REVIEWComments (0)
Posted on 28 กุมภาพันธ์ 2014.
SULWHASOO EVENFAIR PERFECTING CUSHION
ได้ลองกลุ่มแรก เอาเป็นว่าใครเห็นก็ต้องนึกถึงเอิ๊ก เอิ๊กชอบมาก บีบี , รองพื้นชุ่มในฟองน้ำ
ตัวนี้เพิ่งเข้าไทยเมื่อเดือนมกราคม 54 ด้านบนคือโฆษณาที่ออกมาของรองพื้นตัวนี้ที่บอกว่า
เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของรองพื้นสูตรอั
เนียน พร้อมฟื้นบำรุงผิวให้ดูกระจ่
แสงแดดในขั้นตอนเดียว
เหตุผลส่วนตัวที่ชอบ SULWHASOO EVENFAIR PERFECTING CUSHION
- ประหยัดเวลาลงรองพื้นกรณีใช้ตัวเดียว เร็วมาก โปะ โปะ โปะ
- ปกปิดดี
- หน้าฉ่ำวาว
- เนียน
- เย็น
- กันแดด
- บำรุงในตัวและมีงานวิจัยรองรับเรื่อง [ ริ้วรอย ] [ทดสอบอยู่]
- พกพาได้
- เติมซ้ำระหว่างวันไม่เป็นคราบ
แอบงงว่าทำไมเหตุผลที่เราชอบถึงมากกว่าที่เขาโฆษณา ><
SULWHASOO เป็นแบรนด์ที่เอิ๊กชอบสกินแคร์หลายตัว และ รวมถึง รองพื้น เบส
แป้งผสมรองพื้น หลายคนรู้ว่าเป็นสกินแคร์ หรือ เครื่องสำอาง ที่เป็นแบรนด์ระดับหรู
เน้นปรับสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงผิวให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ เอิ๊กใช้มาตลอด1ปีกว่า เพราะเอิ๊ก
หน้าแห้ง สกินแคร์หลายตัวถ้าพูดถึงเรื่องการลดริ้วรอยส่วนใหญ่เนื้อครีมจะหนัก
แต่ SULWHASOO เบา เมคอัพจะเบาสบายผิว เห็นผิว คือ เงา ฉ่ำ สุขภาพดีเอิ๊ก
ใช้มาต่อเนื่องซื้อซ้ำ หมดไปหลายรอบทั้งสกินแคร์ และ เมคอัพ โดยไม่มีสิวขึ้นเลย
เอาเป็นทั้งซื้อเอง ซื้อฝาก และ แบรนด์ให้ ต้องมีแบรนด์นี้ติดบ้านติดคอนโดไว้ตลอด
บอกเลยจากใจว่าเป็นอีกแบรนด์ที่แนะนำ ถ้าอยากลองอะไรที่ชุ่มชื่น บำรุงผิวจาก
ธรรมชาติ โดยเฉพาะพวกโสม เอิ๊กชอบกลิ่นที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษเหมือนอยู่ในสปา
[ เคล็ดลับการลงรองพื้นกับช่างแต่งหน้าชื่อดังของเกาหลีเทคนิคนี้เนียนกริบ ]
สำหรับตัวนี้เอิ๊กจะบอกว่าชอบรองจาก รองพื้นเนื้อครีม เพราะเอิ๊กว่าตัวนี้ปกปิดได้ดีทีเดียว
ส่วนตัวชอบปกปิดไม่มาก ชอบให้คนเห็นรอยสิว 55555 วิธีแก้คือ กดเนื้อรองพื้นออกมา
เล็กน้อยพอ แล้วย้ำบางบางจะได้ลุคใสใสที่รวดเร็ว เนียน เย็น ข้อนี้ได้เปรียบรองพื้นน้ำ
และ พกเติมระหว่างวันได้ไม่เป็นคราบ หรือ กดทับบริเวณที่เลอะบนใบหน้าได้จะเนียนดังเดิม
ทางแบรนด์ให้มา ตอนนี้มีโปรโมชั่นของแบรนด์ซื้อรองพื้นตัวนี้ได้พัฟฟองน้ำ 2 อันและ
ลิปแคร์บำรุงริมฝีปาก 1 หลอดขนาดพกพาออกสีเล็กน้อยทาแล้วดูเหมือนปากอมชมพูขึ้น


มาในตลับขาวทอง หรูหรา CONCEPT SULWHASOO เหมือนเดิม ดูเรียบหรูแบบผู้ใหญ่
เอิ๊กได้มาลองลงสีให้ดู 4 สีที่วางขายในประเทศไทยทุกสาขา
NO.13 – LIGHT PINK
NO.21 – MEDIUM PINK
NO.23 – MEDIUM BEIGE
NO.24 – DEEP BEIGE
เรียงจากซ้ายไปขวาตามลำดับแสงธรรมชาติ VS แสงแฟลช
NO.13 – LIGHT PINK
NO.21 – MEDIUM PINK
NO.23 – MEDIUM BEIGE
NO.24 – DEEP BEIGE

แสงธรรมชาติในร่ม VS แสงแฟลช
เทียบบนผิวหน้าจะบอกว่าผิวเริ่มคล้ำลง ตอนนี้ใช้เบอร์ 23 ล่ะ เทียบแนวกราม
แต่ใช้เบอร์21 ก็ได้จะอมชมพูดูมีสุขภาพดี ได้ทั้ง 2 สีสำหรับสาวผิวเหลืองอย่างเรา 😛
ราคา 2,000 บาท ภายในกล่องประกอบด้วยตลับที่บรรจุรองพื้นที่สามารถREFILLได้
คู่มือ และ รองพื้นพร้อมฟองน้ำที่ REFILL อีก 1 ชิ้น
ตลับ และ กล่องชัดๆ แพคเกจ ขาวหรู ดูเรียบง่ายมาก
ฟองน้ำที่ไม่กินเนื้อรองพื้น เห็นบางๆอย่างนี้ ตบเบาๆ เนียนมากนะจ๊ะบอกเลย และ ทดสอบ
ความชุ่มของรองพื้นในเนื้อฟองน้ำให้ดู กดลงไป รองพื้นจะเอ่อขึ้นมาติดนิ้วทันที
วันนี้จะมาสอนลงรองพื้น 3 ลุค ที่นอกเหนือจากช่างแต่งหน้า MR. JIN SOO LEE แนะนำ
อุปกรณ์
เทคนิคที่ 1 : ลุคเมคอัพชุ่มชื้น วาวใส เปล่งปลั่ง
เหมาะสำหรับวันเบาเบาที่ต้องการให้หน้าดูเนียนเรียบ ชุ่มฉ่ำ สีผิวสม่ำเสมอ
และได้รับการบำรุงไปในตัว เช่น ไปเรียน ไปทำงานประจำวัน
อุปกรณ์

BEFORE หน้าสดก็มีร่องรอยสงครามกันบ้าง รอยแดง รอยสิว ใต้ตาคล้ำ มีครบ
เริ่มด้วยบำรุงผิวหน้าด้วย Sulwhasoo Concentrated Ginseng Renewing
Essential Oil 1-3 หยด ก่อนการแต่งหน้าขั้นต่อไป จะบอกว่าถ้าหน้าไม่มีปัญหา
รองพื้นไม่ต้อง ลง OIL นี่หน้าวาวฉ่ำโบ๊ะมาก
ลง Sulwhasoo Evenfair Perfecting Cushion เบอร์ 23 ลงไป
กดลงเบาๆไม่เกิน 30 วินาทีลงรองพื้นเสร็จแล้ว มาแข่งกันลงรองพื้นได้ปกติ
ไวกว่าแน่นอน 555555 มันแจ่มก็ตรงนี้ โปะ โปะ โปะ เรียบร้อย ออกจากบ้านทันเวลา
เบอร์23แอบขาวไปนิดด้วยซ้ำ สงสัยต้องหันมาใช้ WHITENING ล่ะตอนนี้
BEFORE – AFTER เนียนเงาไหมคะ 🙂

เทคนิคที่ 2 : หน้าเนียนฉ่ำปกปิดปานกลาง
อุปกรณ์
เหมาะสำหรับวันที่เป็นทางการและต้องการความเป๊ะขึ้นมาอีกระดับ
ต้องการให้หน้าดูเนียนเรียบ ชุ่มฉ่ำ สีผิวสม่ำเสมอ ได้รับการบำรุงไปในตัว
ดูน่านับถือ เช่น ไปสมัครงาน ไปงานเลี้ยงช่วงกลางวัน ไปเดท ฯลฯ

เริ่มต้นการลงเบส Sulwhasoo Evenfair Smoothing Makeup Base
ปรับผิวให้ดูสว่าง แต้ม 5 จุดแล้วเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าอย่างเบามือ
ผิวจากการลงเบสจะดูผ่องขึ้น รอยสิวดูงดงามขึ้น [ เว่อร์ไป 555 แต่ดูดีขึ้นจริงๆนะ ]
ตามด้วยรองพื้น Sulwhasoo Evenfair Perfecting Cushion เบอร์ 23
กดทับเบาๆลงไปทั่วใบหน้าให้ทั่ว
BEFORE-AFTER พอไม่ได้ลงออยแล้วจะดูฉ่ำเล็กน้อย เดี๋ยวจะค่อยฉ่ำมากขึ้น
ระหว่างวันที่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันบนใบหน้าของผิวแต่ละคน

เทคนิคที่ 3 : หน้าเนียนฉ่ำ ปกปิดสูง
อุปกรณ์
เหมาะสำหรับ วันที่เป็นวันพิเศษ วันที่ต้องเป๊ะ ย้ำต้องเป๊ะ
ต้องการให้หน้าดูเนียนเรียบ ชุ่มฉ่ำ สีผิวสม่ำเสมอ ปกปิดดี หน้าเป๊ะ
เงา ฉ่ำ สวย ไร้ร่องรอย หน้าดูมีมิติ และ ได้รับการบำรุงไปในตัว
เช่น ไปงานเลี้ยงรุ่น [ ต้องสวยเพราะเจอเพื่อนเก่า ] รับปริญญา
งานเลี้ยงกลางคืน งานแต่งงานตัวเอง ฯลฯ

เริ่มต้นด้วย Sulwhasoo Evenfair Smoothing Makeup Base
ปรับสภาพผิวให้สว่างพร้อมรบ
ลงรองพื้นด้วย Sulwhasoo Evenfair Smoothing Foundation NO. เล็กน้อย
บนบริเวณที่ต้องการปกปิดเป็นพิ
บนหลังฝ่ามือ แล้วค่อยๆกดแต้มลงบริเวณที่มีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือ บริเวณที่ต้องการ
ปกปิดให้ดูเนี๊ยบเป็นพิเศษ กดย้ำ และ เกลี่ยลงไปเบาๆ
ลุคนี้ต้องเป๊ะ เราต้องสร้างมิติแสงเงาให้กับใบหน้าเราจะใช้รองพื้น 3 สี
1. สีพอดีกับผิว – รองพื้นทั่วใบหน้า
2. สีเข้มกว่าผิว – เฉดดิ้ง ให้หน้าดูเรียวเล็ก
3. สีสว่างกว่าผิว – ไฮไลท์ ให้หน้าดูมีมิติ ดูพุ่ง นูน มีส่วนโค้งเว้า
ลงรองพื้นสีพอดีกับผิวทั่วใบหน้าด้วย
Sulwhasoo Evenfair Perfecting Cushion N0.23
ใช้ Sulwhasoo Evenfair Perfecting Cushion N0.25 สีเข้มกว่าผิว
ที่บริเวณกรอบหน้าข้างแก้ม ไรผม เพราะเอิ๊กแก้มเยอะ และ หน้าผากกว้าง
ดูบริเวณที่ต้องลงตามรูปค่ะ
ลง Sulwhasoo Evenfair Perfecting Cushion N0.13
สีอ่อนกว่าผิวที่ กลางหน้าผากหว่างคิ้ว สันจมูก ปลายคาง รอยต่อจมูกก้บปาก
ใต้ตา ดูบริเวณที่ต้องลงตามรูปค่ะ
ลุคนี้หน้าดูมีมิติมาก หน้าดูเรียวกว่าความเป็นจริง รวมถึงสันจมูกที่ดูเข้า
รูปทุกภาพไม่มีการตกแต่งเพื่อให้เห็นผิว และ สีรองพื้นที่แท้จริง 🙂
ลองแต่งหน้าเล็กน้อยลุคนี้ฉ่ำหวานมากต้อนรับวาไลนไทน์
รวม 3 เทคนิคลองนำไปใช้กันดูนะคะ
Sulwhasoo Evenfair Perfecting Cushion
ข้อดี
ประหยัดเวลา เร็ว / ปกปิดดี / ชิ้นเดียวเอาอยู่นะบางที / หน้ำฉ่ำวาวเหมาะกับสาวหน้าแห้งอย่างเรา เหมาะกับสาวหน้ามันช่วงหน้าหนาว / เนียน / เย็นๆ / กันแดด / บำรุงลดริ้วรอย รอยดำ [ทดสอบอยู่] พกพาได้ / เติมซ้ำระหว่างวันไม่เป็นคราบ / REFILL ได้ชอบ
ข้อเสีย
พัฟต้องระวังแบคทีเรียที่เราหยิบมาเติมบนใบหน้าที่เลอะฝุ่นละอองระหว่างวัน / หมดไวอยู่นะ / เคาท์เตอร์มีน้อยสาขา
ข้อแนะนำ
พัฟเปลี่ยนบ่อยหน่อยก็ดีค่ะ สำหรับคนที่เติมระหว่างวันบ่อย เอิ๊กไม่ค่อยเติมเท่าไหร่ หน้าแห้งติดแน่นทนอยู่แล้ว / หน้ามันอยู่เมืองไทยอาจจะมันเร็วไปนิด อยู่เมืองนอกผิวจะฉ่ำสวย
AFTER NO FILTER กันไปเลย
ใครกำลังเล็ง เราจัดเต็ม REVIEW ให้ท่านแล้ว ลองตัดสินใจกันดูส่วนข้าพเจ้าก็จะเป็น
สาวกที่น่ารักของ SULWHASOO ตลอดไป รวมถึงแม่ข้าพเจ้าด้วย ลากกันมาเป็นทีม
XOXO
ข้อมูลเพิ่มเติม
www.facebook.com/
@sulwhasoothailand
– www.youtube.com/amorepacific
และมีจำหน่ายที่
เซ็นทรัลลาดพร้าว -เซ็นทรัลบางนา -เซ็นทรลแจ้งวัฒนะ
เซ็นทรัลพระราม 2 -เซ็นทรัลชิดลม -เซ็นทรัลปิ่นเกล้า -สยามพารากอน
Posted in FACE, HOW TO, MAKE UP, REVIEWComments (0)
