Archive | BEAUTY TECHNOLOGY

คำถามยอดฮิต PICO SECOND LASER

คำถามยอดฮิต PICO SECOND LASER เรารีวิวเยอะแล้ว
ดู IG #erkerkxiskycenter เพิ่มได้
วันนี้จะคุยถึงคำถามที่คนถามบ่อย
💡Pico เลเซอร์ที่มีตามคลินิกผลลัพธ์เหมือนกันทุกตัวไหม
เราตอบในมุมมองเราคนเดียวที่ลองมา 3 เครื่องนะ
มันขึ้นอยู่กับเครื่องมาจากแหล่งผลิตไหน มาตราฐานผลิตประเทศอะไร
เช่นจากยุโรป อิตาลี จากเอเชีย เกาหลีแน่นอนพูดแค่นี้เข้าใจใช่ไหม
และความยาวคลื่นก็ต่างกัน โหมดการใช้ก็ต่างกัน
ราคาก็ต่างกัน Wavelength
Picosure 755 nm
PicoPlus 532 nm, 595 nm, 660 nm, and 1064 nm
Pico Genesis ดัดแปลงมาจาก Enlightened 532 nm 679 nm
and 1064 nm เป็น fractional 
Discovery Pico 1064, 532
จากที่เราใช้มา 3 เครื่อง แต่เรารู้สึกว่าผลลัพธ์
ที่เราเห็นได้ชัดเจนที่สุดหลังทำใน3ครั้งเกี่ยวกับรูขุมขน
และความเคลียร์เม็ดสีเรายกให้ Discovery
ราคาเครื่องดุเดือดที่สุด ราว7-8หลัก
ทั้ง3ตัวเราลองมา2ปีเต็ม หัวที่เห็นผลของเรา
คือหัว Fractional ที่ทุกคนเห็นว่ามีแผลเลือดซิบนั่นแหละ
จะถามว่าเครื่องนี้เด่นสุดเรื่องอะไร
เรื่องการจัดการเรื่อง เม็ดสีให้แตกละเอียดเป็นผุยผง
พวกรอยดำ จุดดำ รอยสักสีดำถึงทำงานให้ดีที่สุด
หรือใครก็ตามที่หน้าหมองคล้ำ
เราใช้รักษาจากอาการหน้าคล้ำเพราะใช้ Tretinoin มาแล้ว
👩🏻‍⚕️สำคัญที่สุดการทำกับแพทย์แต่ละคนก็ได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน (บ้าง)
เทคนิคความละเอียดแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนยิงทีละหัว
บางคนยิงทีละส่วนยิงทีละครึ่งหน้า
บางคนยิงทีเดียวเลยยาวๆ บางคนมีการเน้นย้ำบางจุดพิเศษ
บางคนผสมเทคโนโลยีกันในครั้งเดียวLaser+RF
สำคัญต้องทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง
หรือ ตจศัลยแพทย์ ที่มีความชำนาญในการใช้
เครื่องหัตถการเทคโนโลยีพวกนี้มาอย่างดี
💡คำตอบสั้นๆ ใช้คำว่าพิโคเหมือนกัน
ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์เท่ากันขึ้นกับปัจจัยที่บอก
▪️เจ็บมากไหม ?
เราตอบตามตรงบางคนก็ไม่รู้สึกอะไรเลย /
เราเจ็บกลางๆ ทนได้แต่ก็อยากกรี๊ดนิดนึง
ถ้ายาชาแบบออกฤทธิ์หมดแล้วเพราะบางทีเราคุยมาก
จนยาชาหายเราก็เกือบร้องไห้ 555
แต่ส่วนมากก็ประมาณน้ำตาไหลออกมาเฉยๆก็ถือว่าเจ็บกลาง
▪️ผลลัพธ์ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ?
สรุปอีกที รอยแดง รอยดำ ความหมองคล้ำ
ความไม่สม่ำเสมอของผิว ริ้วรอยบางๆ หลุมสิวบางประเภท
รูขุมขนดีมาก ปรับสภาพผิวดีมาก
กระตุ้นคอลลาเจนประมาณนึง แต่ไม่จึ้งเท่า
เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ คอนเฟิร์ม
▪️ควรทำแบบหน้ามีแผลหรือไม่มีแผล
ไม่มีแผลส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเม็ดสี
มีแผลส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องการปรับสภาพผิวรูขุมขน
คอลลาเจน บลาๆ ถ้าต้องจ่ายตังค์เท่ากันเราทำอันที่ 2
คือมีแผล แต่ส่วนใหญ่หมอจะทำให้2หัวอยู่แล้วในการทำ1ครั้ง
▪️ทำกับคุณหมอคนไหนดี
คนไหนก็ได้ที่เป็นหมอผิวหนัง ตจวิทยาเสริทชื่อแล้วเจอแบบนี้
หรือถามว่าหมอจบตจศัลยศาสตร์ไหม
ขอคนที่ทำมานานประมาณนึง เพื่อความปลอดภัยเพื่อผลลัพธ์
อันแรกสำคัญที่สุดความปลอดภัย
error จากการทำเลเซอร์กว่าจะหายไม่สนุก
▪️ใช้วิธีการดูแลหลังเลเซอร์ตามเอิ๊กแล้วสิวขึ้น
แต่เท่าที่แอบรู้มาคือใช้ไม่ได้เหมือนกัน
เทคนิคส่วนตัวเลยฟังอีกรอบ ให้ความชุ่มชื้นกับผิว
ให้ดีที่สุดก่อนทำเลเซอร์ซัก7วัน
งดพวกกรดอนุพันธ์วิตามินเอซักเดือนนึงก่อน
หรืออย่างต่ำ2อาทิตย์ หลังทำทันที
อาจจะใช้พวกกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ
ลดการอักเสบเช่นตัวเปปไทด์ มาสก์หน้าให้ความชุ่มชื้นได้
แต่ต้องเป็นตัวที่ไม่มีน้ำหอม
ไม่มีแอลกอฮอล์และเป็นเนื้อเบาบางไม่อุดตัน
และดูแลเรื่องความชุ่มชื้นให้ดีมากที่สุดในช่วง 7 วัน
พร้อมกันแดด ทาได้เลยภายใน 24 ชั่วโมง
ดูที่มีการช่วยเรื่องการสร้างปราการปกป้องผิว
สะเก็ดก็จะหลุดไว ลดการเกิดรอยคล้ำหลังเลเซอร์
▪️ทำไมมีตุ่มหนองเล็กๆหรือสิวบวมๆ
อาการนี้เกิดขึ้นได้จากความร้อนของเลเซอร์
ไม่ต้องยุ่งเดี๋ยวก็หาย บางครั้งก็เป็นบางครั้งก็ไม่เป็น
แม้ว่าจะใช้พลังงานเท่ากัน
บางคนหน้าแห้งมาก่อนทำหรือมีการระคายเคืองมาก่อน
บางคนอาจจะโดนแดดมาโดยไม่รู้ตัวทากันแดดไม่ดี
ก็อาจจะมีความคล้ำหลังเลเซอร์ได้เช่นกัน
หรือทาพวกกรดอนุพันธ์วิตามินเอ
สุดท้ายจะดีขึ้นเองภายใน 3-4 เดือน
รอไม่ไหวพิโคที่เป็นหัวให้ความกระจ่างใสได้หายไว
▪️ทำปีละกี่ครั้ง
ดูปัญหา / ดูอายุ / ดูการตอบสนองของผิว
งานวิจัยล่าสุดคนทำ 10 ครั้งอยู่ได้ 3 ปี
ที่ผิวยังดีอยู่กว่าไม่ทำในหลายด้านอายุ 40 อัพ
บางงานวิจัยบอกว่า3-5ครั้งต่อปี
คอลลาเจนในการทำแต่ละครั้ง
ใช้เวลาสร้างไปได้ตั้งแต่3ถึง 12 เดือน
ตั้งแต่ทำมาส่วนตัวทำไปแค่ปีละ 4
อาจจะลดการทำที่น้อยลงพี่จะไปทำตัวอื่น 😝
ฟังหมอประเมิน ปัญหา / ดูผลลัพธ์จากหน้าตัวเอง
▪️ผลลัพธ์เห็นเมื่อไหร่ ?
บางคนบอกโอ้โหหลังทำเสร็จหน้าดูดีเลย
ก็ส่วนหนึ่งเป็นจากการปรับสภาพผิวด้านบนบางส่วน
แต่จะเอาให้ชัดรอหน่อยซัก 3 เดือนขึ้น
💡เราทำรอบที่ 19 ทำเพราะว่าเรามีรอยสิวแดง PIE
ที่เกิดหลังจากการอักเสบ และ ใช้พวกเลเซอร์VBEAM
ไม่ได้ผลดีเท่าไหร่ อย่าลืมเพราะพิโคคือราชินีเป็ด
รอบนี้เจ็บอาจจะเพราะว่าเราคุยมากไปหน่อย
และ เรายังทดสอบเทคโนโลยีตัวนึงอยู่
ซึ่งมันไม่เจ็บพอมาเจอตัวนี้เลยแบบ
รู้สึกตอนทำบ้างน้ำตาไหลเกือบร้องไห้ 5555
ก็นะจะอัพเดทผลให้ฟังหลังจบอีกที
รอบนี้ทำกับคุณหมอวันระวี ตจศัลยแพทย์ ค่ะ
EE
🤍
ปล ใครมีข้อมูลอื่นเพิ่มเติมแก้ไขอะไรยินดีรับฟังครับเชิญเลย
การดูแลตัวเองหลังทำพิโค
การทำพิโคให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
งานวิจัยพิโค 10 ครั้ง ลดริ้วรอย ผิวดีนาน 3 ปี
ข้อมูลโดยตจศัลยแพทย์ คุณหมอวันระวี
สัมภาษณ์ แพทย์หญิงนัทธมน อีกท่านที่เก่งเรื่องสิวและรูขุมขน
และ มีไอเดียการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาไม่เหมือนใคร
แพทย์ทางด้านผิวหนังโดยตรง
สัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ วรพงษ์ เกี่ยวกับพิโค
รีวิวผลลัพธ์ช่วงที่ทำ 4 ครั้งแรก

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, REVIEW, SKINComments (0)

รีวิว #THERMAGE FLX 2nd

👸 รีวิว #THERMAGE FLX รอบที่ 2 ห่างกัน 4 ปี

{ ทำทั้งหมด 3 ครั้งเอง ห่างกัน 6 ปี รวมรุ่นเก่าเพราะมันเจ็บ 😂 }⁣

THERMAGE FLX คืออะไรแบบละเอียด

➡️  https://www.erk-erk.com/2018/12/new-thermage-flx/⁣

THERMAGE VS ULTHERA ⁣

➡️  https://www.erk-erk.com/2018/02/ulthera-vs-thermage/⁣

THERMAGE สัมภาษณ์ศ.⁣

➡️  https://www.youtube.com/watch?v=cakgx9i66Q0&t=16s⁣

 

📌  THERMAGE สรุปย่อคือ เทคโนโลยีย้อนวัยผิวที่ได้รับการวิจัยมายาวนานหลาย10ปี

จุดเด่นช่วยยกกระชับความหย่อนคล้อยของผิวด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ

ลดไขมันสะสมใต้ผิว ปรับรูปหน้าเรียว ฟื้นฟูโครงสร้างคอลลาเจนของผิวได้ดี

ทำสะสมทุกปีหรือปีเว้นปีมีงานวิจัยรองรับว่าหน้าดูอ่อนวัยเข้ารูปลดอายุได้จริงๆ

📌 คอลลาเจนเมื่อได้รับความร้อนจากคลื่นวิทยุ

ก็จะเกิดกระบวนการซ่อมแซมคอลลาเจนตามมา

ทั่วไปจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 1 เดือน

ภายหลังการรักษาโดยจะพบว่าเซลล์ผิวหนังกำพร้า

จะเพิ่มจำนวนขึ้นและทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้าหนาตัวขึ้น

ที่ 3 เดือนภายหลังการรักษา และ จะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่

เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานได้ถึง 6 เดือนภายหลังการรักษา

รวมถึง หนังกำพร้าจะมีการคืนตัวภายใน 12-24 เดือน

{ Ref : หนังสือ เลเซอร์ผิวหนังและการประยุกต์ใช้ทางคลินิก

ผศ พญ ศศิมา เอี่ยมพันธุ์ และ ศ พญ รังสิมา วณิชภักดีเดชา

และ สไลด์บรรยายของ ศ นพ วรพงษ์ มนัสเกียรติ }⁣

◻️  สภาพผิว : มีความหย่อนคล้อย

สำหรับใบหน้าช่วงล่าง 35 ปี

ใช้เทคนิคเสริม Botulinum Toxin ของ Xeomin 60 Units ⁣

บริเวณแนวกราม เสริมการยกกระชับให้

เห็นผลชัดไว

◻️ เงื่อนไข : ทนพลังงานมากไม่ได้

พลังงานที่ทำเฉลี่ย 1.5-2 ⁣

◻️ จำนวน : 900 ช็อต หน้าและคอ

💡รอบนี้ก็เตรียมตัวมาอย่างดีด้วยเคล็ดลับ

กินพารา + ไอบูเฟนบรรเทาความรู้สึกได้ดีพอสมควร

ที่นี่มีการตรวจสอบเชื้อเบื้องต้นทุกเคสที่มีการทำเกิน1ชม

เพื่อความปลอดภัยของคนไข้รายอื่น และ ของทุกคนในศูนย์

◻️  ความรู้สึก : จะเหมือนความร้อน

ตื้อๆหน่วงๆอยู่ใต้ผิวเวลาพลังงาน

ลงไป ความเจ็บคงแล้วแต่คน

บางคนคือชิว แต่เรารู้สึกไม่สบายผิว

และ ปวดลึกๆ โดยเฉพาะแนวกระดูก

แทบทนไม่ไหว แต่สู้ เทคโนฯมันดีอะ

◻️การทำ THERMAGE ขึ้นกับปัจจัยสภาพผิว / การดูแล

พลังงาน / การตอบสนองผิว / ถ้าผิวมีความหย่อนคล้อย

ควรใช้เทคนิคอื่นเสริม หรือ ผ่าตัดจะเห็นผลกว่า

คนที่ไม่เห็นผลชัดมี2แบบ

อายุน้อยไปกับมากไป “⁣

ผลลัพธ์ : เมื่อใช้2เทคนิครวมกัน

1-2 เดือนเริมเห็นผลหน้าเข้ารูป

ได้ผลดีมากและ ด้วยความคล้อย

ของอายุผิวให้ผลลัพธ์ที่ไวชัด

กรอบหน้าชัด สภาพผิวแน่นขึ้น

และ บริเวณแก้มลูกส้ม ยกสูงขึ้น

การได้ผลดีก็เป็นสัญญาณให้รู้ว่า

เราเริ่มมี Aging Sign บ้างแล้ว

ข้อดี

เห็นผลเร็ว

อยู่นาน

วิจัยมานมนาน

ปลอดภัย

ใช้ร่วมเทคนิคอื่นเห็นผลดี

ยิ่งทำบ่อยครั้งทุกปี หรือทุก2ปียิ่งเห็นผลบั้นปลาย

ข้อด้อย

เราเจ็บมากอะแต่บางคนก็ชิล

แพรงงงงงงสุดในทุกเทคโนโลยี

กว่าจะเห็นผลรอไป

เด็กมากไปทำก็ไม่เเห็น คล้อยมากไปก็ไม่ค่อยช่วย

💰 110K-190K ++ ขึ้นกับโปรโมชั่น และ แพทย์ที่ทำให้

📌NOTES การทำ Thermage สำคัญคนไข้ต้อง

รู้สึกตลอดเวลาฉีดยาชาอาจทำให้

เราไม่รู้ว่าร้อนไปไหมอาจทำให้เกิดการไหม้

และ เป็นไตใต้ผิว หรือ คอลลาเจนถูกทำลาย

เสื่อมสภาพถาวร และ การเอาไขมัน

ออกหมด คิดให้ดีถึงอนาคต

ไขมันมีพอดีทำให้ดูอ่อนเยาว์

และ ไม่ต้องเสียเงินไปเติมไขมันทีหลัง

💙 สุดท้ายแพทย์ที่ดีต้องคำนึง

ผลระยะยาวในการออกแบบการรักษา

ถึงรูปหน้าและความอ่อนเยาว์ของคนไข้

ในอนาคตด้วย

รอบนี้ทำที่เดิม @iskycenter 10 ปีแล้วก็ยังคงทำต่อไป

ปรับรูปหน้าจะทำกับ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา

คนดีคนเดิมคนเดียวเหมือนเคย

เพราะหมอเข้าใจรูปหน้าเราตั้งแต่วัยรุ่น

และ จนกว่าหมอจะไม่มีเวลาทำให้ 555 ⁣

และ ตั้งใจว่าจะเก็บสะสม

คอลลาเจนจากการทำ THERMAGE ทุกปี

หวังว่าจากทุกครั้งที่ได้ทำรีวิวให้ดูไป

รวมแล้วจะทำให้แต่ละคนตัดสินใจได้ดีขึ้น

รวมถึงวางแผน ไม่จำเป็นต้องมาทำที่เดียวกัน

แต่ขอให้มีความรู้แบ่งปันกันไว้ เพื่อให้เรา

วางแผนการรักษาร่วมกับหมอออกมา

ได้ตรงใจเรามากที่สุดนะคะ

🤍⁣

EE⁣

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, REVIEWComments (0)

ทำพิโคเลเซอร์10ครั้งลดริ้วรอย3ปี

ทำพิโคเลเซอร์10ครั้ง ลดริ้วรอย3ปี

 

💁🏻‍♀️ #เลเซอร์ทำให้ผิวบางไหม?⁣

คำตอบ : เลเซอร์ ไม่ได้ทำให้ผิวบางลงสำหรับเลเซอร์แบบปรับสภาพผิวให้มีแผลจะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าของเราออกและกระตุ้นสร้างคอลลเจนใหม่ให้มาทดแทนและยังซ่อมแซมผิวหนังที่เสื่อมโทรม ให้กลับมาแข็งแรง ทำให้ผิวใหม่ดูสดใส เรียบเนียน สวยฟู แน่นกระชับมากขึ้น

  • การรักษานั้นต้องทำเยอะแค่ไหน? ⁣

ผลการวิจัยล่าสุดรับเลือกโดยบรรณาธิการวารสาร Editor’s choice ของ ASLM (The American Society for Laser Medicine and Surgery) เมื่อเดือนมีนาคมเป็นการศึกษาตามดูอาการระยะยาวของคนไข้หลังได้รับการรักษาด้วย picosecond laser หลังจากรักษานาน 3 ปี หลังทำการรักษา

  • ⁣การศึกษานี้ทำใน 10 คน
  • ทำการรักษาแบบครึ่งหน้า เพื่อที่จะเปรียบเทียบผลได้ในคนเดียวกันเลย
  • รักษาด้วยการใช้ picosecond laser แบบปรับสภาพผิวแบบชนิดเป็นแผล
  • รักษาทุกๆ 2 สัปดาห์ จำนวนทั้งหมด 10 ครั้ง
  • ติดตามผลอาการที่ 1,3,6,36 เดือน หลังการรักษา

 

นักวิจัยประเมิน Aging Sign ที่เกิดจากการโดนแดดก็คือ

☑️สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ เช่น กระ ฝ้า

☑️skin texture ความเรียบเนียนของผิว

☑️skin laxity ความยืดหยุ่นของผิว

☑️rhytids ริ้วรอย ความเหี่ยวย่น

และให้คะแนนตาม severity scale ⁣

 

 

  • ซึ่งผลการวิจัยคือ

🔵 3 เดือน ก็เห็นความแตกต่างของสีผิวที่ดูสม่ำเสมอมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ ดีมากขึ้นกว่าเท่าตัวกว่าอีกข้างที่ไม่ได้ทำอะไรเลยตอน 6 เดือนหลังการรักษา

🔵 6 เดือน พบว่านอกจากสีผิวที่เรียบเนียน skin textureความเรียบเนียนของผิวก็ดีขึ้นเช่นกัน

🔵 3 ปี เมื่อติดตามอาการมาถึง3 ปีก็พบว่า ข้างที่ได้รักการรักษาด้วยเลเซอร์ มีคุณภาพผิวโดยรวมที่ดีกว่าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสีผิวที่สดใส สม่ำเสมอดีกว่า skin texture ที่เรียบเนียนกว่าและริ้วรอยที่ดูดีกว่า เกือบเท่าตัว เทียบกับอีกครึ่งหน้าที่ไม่ได้ทำอะไรเลย

3 ปีหลังการรักษาด้วยเลเซอร์นั้น ผู้ร่วมการวิจัยจะต้องทาครีมกันแดดทุกคน SPF30 ทุกวันอย่างถูกวิธี และไม่ให้ใช้ครีมพวก anti-aging skincare เช่น niacinamide, tretinoin หรือทำ lasers ใดๆเลย

แต่การรักษานี้ไม่สามารถช่วยเรื่องความหย่อนคล้อยได้ เพราะการเกิดความหย่อนคล้อยนั้นประกอบด้วยปัจจัยอื่นหลายปัจจัย เช่น กระดูกที่จะบางลง กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่เสื่อมสภาพหย่อนลง ชั้นไขมันที่คล้อยห้อยลงตามแรงโน้มถ่วง และปัจจัยอื่นๆในการมีผิวและสุขภาพที่ดีก็มีอีกหลายปัจจัย

สรุป

การศึกษานี้ทำให้เห็นว่าการรักษาด้วย picosecond laser ติดต่อกัน (อย่างน้อย 10 ครั้งตามการรักษานี้) สามารถส่งผลลัพธ์ได้ดีนานถึง3 ปี จากการวิจัยนี้ได้ผลใกล้เคียงกับจากการวิจัยอื่นก่อนหน้านี้ที่เคยทำการรักษาที่น้อยกว่าคือ 3-5 ครั้ง และติดตามผลที่ 1ปี ก็พบผลการรักษาที่ดีขึ้นนานถึง 1 ปีหลังการรักษา (Lin et al)⁣

📌ดังนั้นการดูแลผิว key ที่สำคัญคือ

🔹การบำรุงรักษา maintenance เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และ คงสภาพผลนั้น การรักษาด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ

🔹ต้องดูแลสุขภาพด้านอื่นๆโดยรวมเช่นกัน สุขภาพแบบองค์รวม การรับประทาน การดื่มน้ำ พักผ่อน ออกกำลังกาย และที่สำคัญจิตใจ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ

🔹ความสม่ำเสมอ

🔹การดูแลที่สม่ำเสมอย่อมส่งผลดีช่วยส่งเสริมกันอย่างต่อเนื่อง เช่นกันกับการออกกำลังกาย

🔹การป้องกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการป้องกัน เพราะการป้องกันนั้นง่ายกว่าแก้มาก คือ ป้องกันแดด ทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงออกแดดช่วงแดดแรง ใส่หมวก แขนยาว กางร่ม

 

ของเราไม่ได้อยู่ในงานวิจัยนี้เริ่มทำ 30 ปี

ทำมา 18 ครั้ง เฉลี่ยปีละ 4 ครั้ง

⚪️ บทความโดย

พญ. วันระวี วชาติมานนท์ (หมอขวัญ)

REF – Three‐Year Results of Facial Photoaging in Asian Patients After Alexandrite 755 nm Picosecond Laser With Diffractive Lens Array: A Split‐Face, Single‐Blinded, Randomized Controlled Comparison Wenyou Yu, MD,1,2 Jiafang Zhu, MD ,2 Wenxin Yu, MD, PhD,2 Ying Shang, MD,2 Dongze Lyu, MD,3 Xiaoxi Lin, MD, PhD,2,3 Hui Xu, MD, PhD,1,2 and Zhen Zhang, MD, PhD ,1,2*

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, LASER, SKINComments (0)

REVIEW ฉีดฟิลเลอร์ปากจุ๊บุที่ ISKYCENTER

 

 

 

 

 

 

 

 

👌🏻เกือบหนึ่งเดือนก่อนคลีนิคปิด #คิดเรื่องฟิลเลอร์ปาก 💋 ค่อนข้างบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนรูปทรง อยากให้ดูแปลกตาไปจากที่เคยเป็น

🤍สำคัญอีกจุดคือเปลี่ยนคุณหมอด้วยเนื่องจากว่า หมอเพ็ญที่รักยิ่งของเราเค้าจะชอบความเป็นธรรมชาติมากๆ แบบของความเป็นตัวเราใกล้เคียงเดิมที่สุด แต่รอบนี้เราอยากได้ความไม่ต้องธรรมชาติมาก ( มีความประดิษฐ์ขึ้น ) แต่การเปลี่ยนต้องแบบค่อยเป็นค่อยไป ( เรื่องนี้คิดมาหลายปีทีเดียว เพราะก็เป็นคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ) เลยเลือกคุณหมออร สรวลัย ปรมาจารย์มือฉีด HA filler ออกแบบให้ตรงกับที่เราต้องการที่สุด หมอมือเบามากและทำไวมากๆ 👩🏻‍⚕️💉👏🏻 หลวย ถูกใจ

🥰โดยรวมพอใจแล้วประมาณ 80% ขาดที่จะเติมให้มันเป็นในแบบอุดมคติเราอีก 20% เพราะอย่างที่บอกว่าการเปลี่ยนอวัยวะเพียง1 อย่างบนหน้าของเราส่งผลกระทบทุกอย่างทั้งหน้าใบหน้าการที่เราจะอัดทีเดียว 100% อาจจะทำให้เราไม่ชินกับตัวเองได้วันนี้ก็เลยทำเคล็ดลับเทคนิคมาให้อ่านกันเล็กน้อยค่ะ

 

#ว่าฉีดปากเหมาะกับใคร ? 💋⁣

ฉีดปากอาจจะเหมาะสำหรับ

* ปากบางมากๆ

* ปากมีริ้วรอย ดูมีอายุ

* ปากมีขนาดสัดส่วนไม่เท่ากัน

* ต้องการปรับรูปทรงปากเปลี่ยนบุคลิก

Note * การฉีดเยอะเกินไปมีผล

ต่อการขยับปากเวลาพูดได้

และ ทำให้ดูไม่ธรรมชาติ

การเลือกชนิดฟิลเลอร์

* Hyaluronic acid (HA filler) ที่ผ่าน อย. หากไม่ชอบสามารถฉีดฉีดสลายได้ทุกเมื่อ

* ไขมันของเราเอง ไม่แพ้แน่นอน โอกาสไขมันติดรวมถึงสลายง่ายกว่าจึงไม่ค่อยนิยม

บริเวณที่เติมฟิลเลอร์ได้

บริเวณที่เติมฟิลเลอร์ของปากสามารถเติมได้หลายจุด ตั้งแต่ริมฝีปากด้านบน / ขอบปากด้านบน

ริมฝีปากด้านล่าง/ ขอบปากด้านล่าง / มุมปากด้านข้างเพื่อยก หรือ ยืดให้ปากดูยาว / ติ่งปาก / กระจับปาก / ร่องริมฝีปากด้านบน / สันแนวร่องริมฝีปาก

สิ่งที่ได้หลังฉีดปาก 👄⁣

ริมฝีปากที่อวบอิ่ม

ชุ่มชื้นดูเด็กลง

หรือ การปรับบุคลิกก็อาจ

เปลี่ยนจากคนบุคลิกนึงไปอีก

บุคลิกนึง เช่น สายหวาน

ไปสายฝอ ขึ้นกับการออกแบบ

บางคนทาลิปสติกสวยไม่ตกร่อง

& สามารถเพิ่มความโดดเด่น

และ มีเอกลักษณ์ให้กับใบหน้าได้

 

ความรู้สึก 🤒⁣

เจ็บแต่ทนได้ จะรู้สึกถึง

การเคลื่อนผ่านเข็มตอนทำ

และ จะบวม 2-3 วันแรกมากสุด

 

ปากทรงไหนดี 🔥⁣

* สัดส่วนต้องเหมาะกับใบหน้า

* สไตล์ความชอบ

* เหมาะกับการใช้ชีวิตจริง

บางคนอยากปากแบบคนที่เรา

ชื่นชอบ ดารา บล็อกเกอร์

แต่ไม่ใช่ทุกรูปหน้าที่เข้ากับ

รูปปากแบบเดียวกัน คุณหมอ

ต้องเชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์

ในการออกแบบ ทำแล้วต้องมั่นใจ

ไม่ใช่ทำแล้วรู้สึกไม่มั่นใจไปกว่าเดิม

 

Tip * ค่อยเติมทีละนิดเพราะอวัยวะ

ที่เปลี่ยนแปลงบนหน้าแค่ 1 จุด

ส่งผลต่อหน้าโดยรวมทั้งหมด

& ลอง Photoshop รูปปากดูก่อน

การทำขึ้นกับคุณหมอแต่ละท่าน

เฉลี่ย 15 – 30 นาที +-⁣

ระยะเวลาการทำ&การคงอยู่

การคงสภาพอยู่ขึ้นกับชนิดของ

เนื้อฟิลเลอร์ HA บางชนิด

เติมความชุ่มชื้นก็อาจอยู่ได้ 3 เดือน

บางชนิดปรับรูปทรงปาก

ก็อาจอยู่ได้ 6-12 เดือน

หรือมากกว่า

💵 ราคาขึ้นกับแบรนด์ของฟิลเลอร์และขึ้นกับแต่ละคลินิก

ถ้าคลินิกชั้นนำอยู่ที่ประมาณ 20K + ต่อ 1 ซีซี ซึ่งปกติเราใช้กันโดยประมาณครั้ง1 ซีซีกำลังดี แต่ถ้าปรับรูปปากอาจจะต้องใช้โดยประมาณ 1-2 ซีซี

ซึ่งริมฝีปากเอิ๊กบางมากด้านบนก็อาจจะ 2 ซีซี ในภาพใช้แค่ 1 ค่ะ แต่ต้องเก็บรายละเอียด

อยู่ที่ 24000 ไม่รวมค่าแพทย์ ที่ @iskycenter ครับผมมมม

#ปลอยู่บ้านทาปากทุกวันพูดเลย 😂⁣

Erk-Erk 🤍 ⁣

#lipaugmentation #filler #ฟิลเลอร์ #ฟิลเลอร์ปาก #iskycenter #erkerkxisky

Posted in FILLER, LIPS, REVIEWComments (0)

วิธีรักษารอยเย็บและรีวิวผลการรักษาแผลเป็นบนใบหน้าเกือบ 4 ปี ⁣

 

เกือบ 4 ปีแล้วที่น้องเราถูกทำร้ายร่างกาย

เย็บบนใบหน้า 100 กว่าเข็ม

 

(ขออนุญาตไม่พูดถึงพาดพิงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตนะคะ

เพราะเราผ่านมาได้แล้วและ เราชนะคดี ถึงแม้ว่าเรารู้สึกว่า

เรายังไม่ได้รับความยุติธรรมเท่าที่มันควรจะเป็นก็ตาม

ทุกคนคงรู้ดีว่าเราหมายถึงอะไร)

 

เหตุการณ์นั้นทำให้เราเป็น PTSD และ ซึมเศร้ารุนแรง1ปี

ร้องไห้เหมือนหมาทุกวันแบบหยุดไม่ได้ทั้งที่ร้องไห้ยากมาก

โชคดีเพื่อนดี กัลยาณมิตร คนช่วยเหลือทุกด้านเยอะมาก

เราขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งจากหัวใจจริงๆในวั้นนั้น

ที่ช่วย SUPPORT เป็นกระบอกเสียงให้เราได้รับความยุติธรรม

 

ไม่น่าเชื่อเนอะ ไม่ได้เกิดบนหน้าเรา แต่เกิดขึ้นกับคนที่เรารัก

มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมในการใช้ชีวิต แต่สิ่งที่รู้คือ

ยามลำบาก คุณจะเห็นเองว่าจากนี้ใจคุณควรให้ใคร

มองในแง่ดีมันก็สอนเราได้อย่างดีมาก 🙂

 

▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂

 

วันนี้เราจะมาสรุปวิธีรักษาแผลผ่าตัด แผลเย็บบนใบหน้า

โดยผ่านการแก้ไขแผล 1 ครั้งจาก

อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยแพทย์ตกแต่ง

เอิ๊กใช้เวลาเก็บผลการรักษาเกือบจะครบ 4 ปี

อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคน

ที่กำลังรักษาแผลผ่าตัดบนใบหน้าทุกคน

กลับมามีความหวัง และ อยู่กับสิ่งดีๆที่ยังมีอีกมากรอบตัว

แค่เราไม่ตีตราตัวเอง

คนเรา 1 คนมีเอกลักษณ์&มีด้านดีอีกมากมาย

 

 

บทสัมภาษณ์ และ การรักษาทั้งหมด

ได้รับเกียรติจาก

ศาสตราจารย์นายแพทย์ วรพงษ์ มนัสเกียรติ ในการรักษา

และให้ข้อมูลวิธีการรักษาแผลเป็นบนใบหน้าทั้งหมด

รวมถึงทีมงานผู้ช่วยแพทย์ทุกๆท่านที่ @ISKYCENTER

ได้ดูแลอย่างดีตลอดการรักษา

เกือบ 1460 วัน ที่ได้เก็บผลการรักษา

รวมถึงอีกบุคคลที่สำคัญ

คือ อาจารย์ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

อาจารย์นายแพทย์วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

 

ครอบครัว รชตสุวงศ์มีความซาบซึ้ง

และ กราบขอบพระคุณอย่างสูง มา ณ ที่นี้ค่ะ

พีรญา รชตสุวงศ์

ผู้จัดทำ

 

สรุป หากคุณมีแผลผ่าตัดบนหน้า

  1. ตั้งแต่ตอนแรกที่เกิดอุบัติเหตุต้องพยายามทำให้เลือดหยุด ทำให้แผลปิดเร็ว สมานเร็วที่สุดโดยไม่ให้มีการติดเชื้อเกิดขึ้น

  2. ฝีมือของศัลยแพทย์ที่ทำการเย็บแผลเป็นสิ่งสำคัญมากอันดับที่ 2 ความประณีตในการเย็บแผลโดยตรงกับการรักษาแผลระยะยาว

  3. พบคุณหมอผิวหนังโดยเฉพาะศัลยแพทย์ทางด้านเลเซอร์ผิวหนังเพื่อนำเครื่องมือมาใช้ให้แผลดูดีที่สุด ลดโอกาสการเกิดแผลเป็นนูน หรือ แย่ได้

  4. วินัยการรักษาแผลที่ต่อเนื่องขึ้นกับความรุนแรงด้วย เริ่มต้นคือเดือนละ1ครั้งไปเรื่อยๆจนกว่าแผล

  5. การตอบสนองของผิวหนังเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน

  6. พันธุกรรม หรือ กรรมพันธุ์ บางคนทำทำให้โอกาสการเกิดแผลเป็นนูนหรือแผลเป็นคีลอยด์มากขึ้น ทำให้ผลการรักษายากขึ้น

  7. อายุของผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยอายุน้อยเท่าไหร่ผลการรักษาหรือการสมานแผลจะดีเร็วขึ้น ถ้าผู้ป่วยอายุมากขึ้นเนี่ยผลการรักษาจะไม่ดีเท่า และ รีบเป็นรีบรักษาเร็วที่สุด ดีที่สุด

 

ไม่วิทยาการการรักษาในปัจจุบัน

สามารถทำให้แผลหายได้ 100%

 

▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂

 

ในฝั่งความรู้สึกของคนไข้ที่รักษาด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียว

คือ น้องเรา

จะเน้นกลุ่มปรับสภาพผิว และ ช่วงแรกกำจัดเส้นเลือดแดง

ทำทั้งหมด 4 ปีเกือบ 20 ครั้ง ++

ทำเสร็จเราก็เห็นนอนซมทรมานทุกครั้ง

 

 

ความรู้สึกทุกครั้งตอนทำเลเซอร์

ตอนยิงเลเซอร์ ถ้าแบบแปะยาชา + เครื่องพ่นลมเย็น

จะรู้สึกเจ็บแบบแสบๆร้อนๆ จี๊ดมาที่แผล

ความรู้สึกเหมือนแผลโดนเตารีด

หลังยิงเสร็จคือปวดแสบ ปวดร้อนเลย

พอเข้าวันที่ 1 จะเริ่มตึงๆ จะแสดงสีหน้ามากไม่ค่อยได้

เพราะแผลจะตึงและต้องคอยทาวาสลีนไลท์บ่อยๆ

เนื่องจากว่ายิงแผลหลายจุดบนหน้า พอวันที่ 4-5 สะเก็ดตก

ก็จะได้กลิ่นสะเก็ดแผลที่หน้า จะเริ่มคันๆ เพราะสะเก็ดเริ่มจะหลุด

ใกล้จะหายแล้ว แต่จะต้องหลบแดดให้ดีเลย โดนแดดไม่ได้

 

ตอนยิงเลเซอร์แบบแปะยาชา + ไม่พ่นลมเย็น

จะรู้สึกเจ็บมากกว่าแบบแรก 2 เท่า ตอนยิงแบบนี้

คือ มีขากระตุก

สะดุ้งและแอบจิกเบาะเลยทีเดียว

ปวดแสบ ปวดร้อนที่แผลตรงๆเลย เหมือนจะทนไม่ได้

คือทนแทบไม่ไหวเลย เพราะเวลายิงคุณหมอจะยิงแผลๆนึง

จะซ้ำ 2 รอบหรือ 3 รอบ ซึ่งแล้วแต่คุณหมออีกที

เลยขอคุณหมอพ่นเป่าลมเย็นด้วย

เพราะแค่แปะยาชาอย่างเดียว ไม่ไหวจริงๆ

 

ตอนยิงแบบไม่แปะยาชา + ไม่พ่นลมเย็น

คือเจ็บมากที่สุด น้ำตาไหล ไม่ไหวเลย

 

ตลอดเวลายิง 4 ปี เวลาระหว่างนั่งรอคุณหมอ

ยอมรับว่าได้ยินเสียงเลเซอร์ติ๊ดๆ แอบรู้สึกหลอนเบาๆ

จากการรักษามาทั้งหมด เกือบ 4 ปี รู้สึกแผลเป็นในหลายๆจุดดีขึ้นมาก รู้สึกขอบพระคุณคุณหมอจากใจจริงๆ ที่ได้มารักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งคุณหมออ๊อด และ น้องผู้ช่วยแพทย์ทุกคน ซึ่งทำให้แผลเป็นดีขึ้นมาก โชคดีมากๆ ส่วนตัวรู้สึกพอใจมากกับการรักษาที่ยาวนานในครั้งนี้ และจนถึงปัจจุบันก็ยังคงรักษาและยิงอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆให้แผลขึ้นดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะยังมีในส่วนตรงจมูกที่ไม่สามารถจะขึ้นเต็ม และ สร้างคอลลาเจนได้ไม่เท่าตรงอื่น เนื่องจากตรงข้างใต้เป็นกระดูกคุณหมอให้ทำใจแต่แรกแล้วค่ะ แต่โดยรวมคือพอใจหมดค่ะ

OAB-OAB

 

▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂

 

ตอนไปประเมินแผลบนหน้าเห็นชัดระยะ 5 เมตร

ตามกฎหมาย คือ เสียโฉมตลอดชีวิต

ประเมินวันแรกโดยคุณหมอวรพงษ์ คือ

เขาสามารถรักษาให้ดีคือ 70-80%

ถ้าบอกใจเราตามตรง เราเฟลทุกคนรู้จักเราดีจะรู้ว่า

เรารักใบหน้ามากแค่ไหน

คุณหมอก็พูดตามจริงและไม่ให้ความหวังเกินจริงเลย

เนื่องจากทั้งฝีเย็บตะขาบรอบแรก และ การเกิดแผลบางจุด

ยากต่อการรักษา เช่น หน้าแก้ม โดยเฉพาะจมูก หมอบอกเลย

จุดนี้อาจได้แค่ 60% และการปลูกถ่ายไขมัน

อาจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

นั้นก็เป็นเหตุผลให้เราทำใจ

 

ทำไมต้องเป็นคุณหมอวรพงษ์ ?

ส่วนตัวคิดว่า “ฉายาเจ้าพ่อแผลเป็นในวงการผิวหนัง”

ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ความวิริยะ อุตสาหะ

และ ความเชี่ยวชาญ แกก็คือที่สุดในแผลเป็นแล้วจริงๆสำหรับเรา

ถึงแม้ในตอนนั้นเราจะยังไม่มีโอกาสได้รักษาด้วยตัวเอง

แต่ก็เห็นเคสของแกเยอะ โดยที่ไม่ได้ลงในสื่ออะไรเลย

และ แกเป็นคนนึงที่มีปานโอตะขนาดใหญ่บนหน้าน่าจะเข้าใจ

คนมีแผลบนหน้าได้ดีในเรื่องของความรู้สึก ณ ขณะนั้น

ถ้าเป็นหมอไทยที่มาตรฐานระดับสากลเราเลือกท่านนี้คนเดียวเลย

แต่ก็แอบลุ้นว่า จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การรักษาจะเป็นยังไง

นี่คือรูปตอนเย็บแผลครั้งแรกพลาด ตะขาบเพียบ

 

 

เราเองหาทางติดต่อหาหมอศัลยกรรมตกแต่งว่าแบบนี้แย่ไหม

หมอจึงขอตรวจดูแผลก่อน เลยพบว่ามีเศษแก้วข้างอยู่จึง

เอาเศษแก้วออกมาเป็นชิ้นๆ ถ้าไม่เอาออก

ระยะยาวจะค้างไว้เกิดความเจ็บปวด

หรือ โดนสัมผัสไม่ได้ไปตลอด

 

ในครั้งที่ 2 นี้แก้ไขโดยเอาเศษแก้วที่อยู่ใต้ผิว

จำนวนมาก และ ฝุ่น รวมถึงเศษเหล็กดำๆ ออก

และ แก้ไขบาดแผลที่เป็นตะขาบ

เพราะคุณหมอบอกว่าที่เย็บแล้วเป็น “รอยตะขาบ”

เนื่องจาก รัดแน่นมากเกินไป

การเย็บต้อง layer-by-layer หรือ ชั้นๆ ทีละชั้น

ไม่ให้เกิด แรงรัดจากการรวบชั้น

นี่คือสิ่งที่คุณหมอ วิษณุ อจ.ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ที่ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์บอกในวันที่เย็บอยู่ห้องฉุกเฉิน

 

ในวันที่ผ่าตัดรอบที่ 2

 

รอบนี้เอาสวนตะขาบออกหมด และ เย็บแบบปราณีต

(ตอนเห็นแผลตะขาบครั้งแรก เราร้องไห้หนักมากๆ

ชอบดูมากวีดีโอผ่าตัด

แต่พอเห็นบนหน้าคนในครอบครัวเรากลัวมาก)

 

 

มาถึงตอนรักษาจริงเลือกวิธีปรับสภาพผิวด้วยเลเซอร์

และ พ่นลมเย็น รวมถึงยาชา

คือ วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการทนให้ผ่านไปได้ในแต่ละครั้ง

(ทางเอิ๊กเองไม่ได้ไปกับน้องทุกครั้ง

อีกคนที่ต้องขอบคุณคือ “น้องหมูแดง”

ผู้ช่วยแพทย์ที่จะคอยดูแลแทนเอิ๊กเองในทุกครั้งเลย

ขอบคุณจริงๆค่ะ)

คนถามว่าไปทำงานเป็นไง เอาเป็นว่าน้องสาวโดนถามจนชิน

คือ สภาพนี้ ผลคือไม่อยากทานข้าวรวมกับใคร

เพราะต้องตอบคำถามซ้ำไปซ้ำมา ห่อข้าวกินเอง

 

 

ชีวิตเปลี่ยนจริง

จากวันที่ไม่มีแผลสู่ก่อนเริ่มการรักษา

ผิวหน้าน้องเอิ๊กดีกว่าเอิ๊กมากและการฮีลลิ่งแผลดีกว่า

แต่พอมีแผลหนักในวันนั้นก็คิดไม่ออกเหมือนกัน

ว่าปลายทางจะเป็นยังไง ?

 

 

▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂

 

การรักษาค่อยๆดำเนินไป แต่ละปีที่ผ่านไป

 

 

 

 

ความเรียบฟูของแผลที่ดีขึ้น สีแผลที่เกือบเนียนไปกับผิว

แผลบางจุดหายไป ..

 

อันนี้เป็นรูปที่เก็บภาพรายละเอียด

โดยเอิ๊กกับกล้องDSLRใช้เลนส์มาโครนะคะ

เพื่อให้เห็น TEXTURE ผิว สีแผล

และ แผลใกล้เคียงตาเห็นที่สุด

 

บริเวณเปลือกตา

 

บริเวณคิ้ว

 

บริเวณครึ่งหน้าจมูก,แก้ม,ใต้ตา

 

บริเวณร่องลึกตรงแก้ม

 

บริเวณแผลที่หน้าผาก

 

บริเวณซีกหน้าโดยรวม คิ้ว หน้าผาก จมูก แก้ม ตา

 

 

บริเวณหน้าทั้งหมด ณ เดือน มิถุนายน 2564

สำหรับการเรียงไทม์ไลน์ทำให้รู้ว่ามาไกลแค่ไหน

ดีขึ้นมากๆๆๆๆๆ

น้องเราจริงๆเป็นคนร้องไห้ง่ายมากๆๆๆๆ ร้องได้ตลอด

แต่เกิดเหตุการณนี้นางไม่ร้องเลย ไม่เลยเราไม่เห็นเลย

มีแค่น้ำตาออกมาแต่ไม่สะอื้น และ สลับกันเราผู้ร้องไห้ยาก

เรากลายเป็นทุกวันได้ร้องวันละ1ครั้งก็ยังดี

ก็ปล่อยตามธรรมชาติ เข้าใจอารมณ์ตัวเอง

สุดท้ายเมื่อไม่ยอมแพ้ ก็กลับมามีใจแข็งแรงอีกครั้ง

 

สำคัญที่สุดที่อยากจะบอก กำลังใจให้ตัวเอง

เพราะเราคือคนที่เห็นแผลตัวเอง อยู่กับแผลตลอด 24 ชม.

กำลังใจสำหรับความอดทนแต่ละครั้งในการรักษาแผล

เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราไม่รู้สึกแย่หรือเศร้าหรือเสียใจ

เมื่อแผลที่เกิดขึ้นมันมาอยู่บนใบหน้าเรา

เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจะไม่รู้สึกด้อยค่าลงในบางเวลา

เพราะความมั่นใจเราหายไป

แต่อย่างที่บอก สุดท้ายอยู่ที่มุมมองของเรา 🙂

หวังว่าเหตุการณ์ในวันนั้น และ บล็อคในวันนี้

จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนไม่มากก็น้อย

แผลหน้าค่อยๆฟื้นฟู

แผลใจถึงใช้เวลานานกว่าหรือทั้งชีวิตเราก็ต้องทำ

อยู่ให้ความกับความสุขตรงหน้าในปัจจุบัน

อย่าอยู่กับความทุกข์ในอดีตที่จบไปแล้ว

เราได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว รักตัวเองให้มากๆ

แล้วเราจะผ่านมันไปได้ด้วยกัน

 

ขอบพระคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ตลอดมาอีกครั้งค่ะ

 

ERK-ERK

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, REVIEW, SURGERYComments (0)

เทคโนโลยีรักษาหลุมสิว 2021

 

 

อัพเดทเทคโนโลยีรักษาหลุมสิว 2021

หลุมสิวมีก่ีประเภท

ice pick scar หลุมสิวเหมือนเป็นรูหลุมคล้ายเอาปากกาจิ้มดิ้นน้ำมันเปนรูลงไป

Rolling scar ขอบจะไม่ชัด เป็นแอ่งลงไปคล้ายคลื่นทะเล

box scar ขอบแผลจะชัด มีแบบลึกและตื้น อีสุกอีใสมักทิ้งแผลแบบนี้ไว้

Cr. GOOGLE / THE DERM DETECTIVE

การรักษาในปัจจุบัน

GOLD STANDARD ในการรักษาหลุมสิวนั้นปกติเลเซอร์จะถูกนำมาใช้

เพราะกำหนดความลึกได้ กำหนดพลังงาน และลดผลข้างเคียง

ไม่ให้เกิด หรือ เกิดน้อยลงได้

การรักษาหลุมสิว จะแบ่งเป็น ใช้เครื่องมือ กับ ไม่ใช้เครื่องมือ

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

 ไม่ใช้เครื่องมือ

Cr. shreeji skin care

■ การใช้วิธีแต้มกรด 

เช่น กรด TCA เลือกใช้ความเข้มข้นคต่ำ 20-35% เพื่อใช้ลอกผิว รักษารอยสิว และ หลุมตื้นๆใหม่ๆได้ ยังรวมถึงกรดอื่นที่นำมาใช้ได้อีก คือ AHA BHA แต่เหล่านี้อาจใช้กับหลุมไม่ได้ ถ้าการรักษาหลุมเราอาจใช้ TCAความเข้มข้นสูง 65-100% โดยใช้ไม้จิ้มฟัน แต้มก้นหลุมให้เกิดแผลเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนช่วยทำให้หลุมตื้น มักถูกใช้ในหลุมสิวประเภท ICE PICK / BOX SCAR อาจต้องทำหลายครั้งถึงเห็นผล เราอาจจะรวมกับวิธีการใช้เลเซอร์ปรับสภาพผิวร่วมด้วย ส่วนการกำหนดความเข้มข้นกรดที่จะใช้ หรือ พลังงานเลเซอร์ก็ขึ้นกับคนไข้ ผลข้างเคียงน้อยสำหรับวิธีนี้น้อย หรือ ไม่มีหากใช้ถูกวิธี

Subcision Acne Scar Treatment Procedure in Singapore

Cr. GOOGLE / THE DERM DETECTIVE

■ Subcition การตัดพังผืด

การตัดพังผืดใช้เข็มแบนๆแหลมเล็กสอดไปใต้ผิวตัดพังผืดโดยเคลื่อนเข้าออกแนวยาว หรือ อาจใช้เข็มธรรมดาก็ได้ ทำร่วมกับเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ให้หลุมตื้นขึ้นไวได้ มักใช้กับหลุมประเภท ROLLING SCAR เพราะมีพังผืดรั้งเห็นชัด  ข้อดีการตัดพังผืด คือ ลงลึกกว่าเลเซอร์ และหลักทำ ตื้นแบบเห็นได้ทันที ข้อเสียบวมนานปรมาณ 1 สัปดาห์ การตัดพังผืดต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่งั้นอาจจะทำให้เกิดแผลนูน (แผลคีลอยด์) ตามมา หรือ แผลมากกว่าเดิม เพราะเราไม่สามารถส่องเห็นถึงพังผืดใต้ผิวได้โดยตรงฝีมือแพทย์และประสบการณ์จึงจำเป็นมาก และที่ต้องใช้เทคนิคนี้คู่กับฟิลเลอร์ เพราะ ตอนทำมีน้ำเหลืองและเลือดคั่งได้ถึงต้องลองก้นหลุมด้วยฟิลเลอร์

Cr. meliorclinics.co.uk

■ Filler สารเติมเต็มชนิด Hyaluronic acid

สารเติมเต็มเหมาะสำหรับคนรีบด่วน งานเร่ง ใช้ดูแลรักษาหลุมสิวได้รวดเร็ว(แต่ไม่ถาวรต้องเติม) เหมาะกับหลุมประเภท ROLLING หลังจากตัดพังผืดเราเติมลงไปที่ก้นหลุม ผลลัพธ์เห็นว่าหลุมดีขึ้นได้ทันที อยู่ได้ประมาณ 3-12 เดือนขึ้นกับชนิดของประเภทชนิดฟิลเลอร์ ผลข้างเคียง เวลามีแผลจากหลุมสิวมันจะมีเส้นเลือดผิดปกติ การฉีดต้องระวังต้องทำโดยเพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่งั้นเสี่ยงเนื้อตาย

Cr. researchgate.net

■ Punch biopsy การตัดชิ้นเนื้อ

การตัดชิ้นเนื้อใช้อุปกรณ์มีดตัดเล็กๆเหมือนทรงกระบอกตัดชิ้นเนื้อแล้วเย็บใหม่กลายเป็นแผลขีดซึ่งมองว่า แผลขีดก็ดีกว่าการเป็นหลุมกลมๆลึกๆ เหมาะกับหลุมสิวประเภท ICE PICK SCAR / BOX SCAR มักจะรักษาร่วมกับเลเซอร์การกรอผิว วิธีนี้อาจไม่เหมาะคนที่เป็นคีลอยด์ง่าย และ ฝีเย็บของคุณหมอก็สำคุญมากไม่แพ้การตัด เพื่อการรักษาแผลผ่าตัดให้เรียบเนียนก็ควรมาจากการเย็บที่สวยงาม

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ใช้เครื่องมือ (เทคโนโลยี)

GOLD STANDARD เราจะใช้วิธีเลเซอร์ปรับสภาพผิว

หลักการเลเซอร์ในการทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นมี 3 กลไก

1. เลเซอร์จะกรอผิวด้านบนก่อนเพื่อให้มีการสร้างใหม่ของผิวด้านบนให้เรียบขึ้น

จึงทำให้หลุมที่มีขอบชัดก็ดูเบลอขึ้นเนียนขึ้น

2. เลเซอร์ทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันที ทำให้หลุมหดแคบเล็กลง

3. กระตุ้นคอลลาเจนใต้หลุม ทำให้หลุมตื้นขึ้น โดยใช้เวลาเห็นผลลัพธ์ 3-6 เดือน

 

ประเภท Laser หลุมสิวแบ่งเป็น 2 ประเภท

■ Full beam เลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานออกมาทั้งหมด

กรอผิวทั้งหมด บริเวณที่โดนพลังงานจะเป็นแผล 

■ Fractional เลเซอร์ปล่อยพลังงานออกเป็นส่วนๆ

ที่โดนมีแผล ที่ไม่โดนไม่มีแผลลดผลค้างเขียง แสงจะลงเป็นจุดๆ

เพราะเชื่อว่าเนื้อเยื่อข้างเคียงที่ไม่โดนเลเซอร์จะช่วยให้แผลสมานเร็ว

 

Full beam ที่นิยมมีอะไรบ้าง

■ Co2 laser กรอผิวได้เยอะ เหมาะกับผิวขาวมากกว่า พอมาใช้คนไทยเอเชีย เกิดรอยดำ100% และอาจเกิดแผลเป็น อันนี้ไม่ใช้ในเอเชียแล้วผลข้างเคียงเยอะ เลเซอร์ชนิดนี้กระตุ้นผิวทั้ง3กลไกทำให้แผลตื้นชนาดแผลเล็กขอบผิวชัดน้อยลง

■ Erbium YAG Laser เหมาะกับผิวเอเชีย กรอผิวได้ตื้นกว่า พลังงานอาจลงลึกไม่เท่า CO2 แต่ไม่เกิดรอยคล้ำหลังเลเซอร์ สำหรับการกระตุ้นเนื้อเยื่อได้ไม่เท่าco2 ผลลัพธ์หลังทำผิวจะเรียบเนียนขึ้น หลังทำแผลลอกเป็นแผ่นๆผิวเนียนขึ้นขอบผิวกลมกลืนและตื้นขึ้น

 

Fractional ที่นิยมมีอะไรบ้าง

■ FRACTIONAL co2 กรอผิวชั้นหนังแท้ หนังกำพร้า มีแผลเป็นส่วนๆ ผลข้างเคียงรอยดำน้อยลง 30-70% ผิวเอเชียยังต้องใช้เทคนิคแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งพลังงาน

■ Fractional Erbium Glass (fine scan) พลังงานลงไปชั้นหนังกำพร้าถึงหนังแท้ ตัวพลังงานเลเซอร์จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลเลาเจน เห็นผลประมาณ 3-6 เดือน แต่แผลน้อย แผลหายเร็ว รอยคล้ำน้อยกว่า เหมาะกับหลุมตื้น เช่น box scar

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ถ้าไม่ใช้เลเซอร์เราก็มีเทคโนโลยีอื่นซึ่งจะใช้หลักการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้เกิดแผลน้อยมาก รอผลลัพธ์อย่างน้อย 3-6 เดือนถึงจะเห็นผล ข้อดี แผลน้อยแผลหายเร็ว เหมาะกับหลุมที่ตื้นๆ เช่น

■ Fractional RF โดยปล่อยคลื่นวิทยุ [ Radio Frequency ] ส่งพลังงานได้ลึกกว่าเลเซอร์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดีกว่า แผลน้อยกว่า ทำให้เกิดความร้อนใต้ผิว ทำได้ทุกสีผิว เกิดรอยดำน้อยมาก ขอบแผลดีขึ้นความชัดขอบหลุมน้อยลง ช่วยยกกระชับผิวได้ด้วย บางเครื่องมีเข็ม บางเครื่องไม่มีเข็ม เช่น EMATRIX / VINUS VIVA 

ส่วนเทคโนโลนีใหม่ตอนนี้ที่กำลังฮิต เช่น

■ Fractional PICOSECOND โดยเฉพาะคลื่น 1064 nm ตอนนี้ถือว่าดีสุด สำหรับความยาวคลื่น 755 ก็ยังใช้ได้อยู่ ถือว่าเป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่ใช้รักษาเกี่ยวกับเม็ดสีได้ดี ปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาระยะสั้น ใช้เวลารักษาน้อยกว่าเลเซอร์ทั่วไป และ ยังทำให้ผิวเรียบเนียน หลุมสิวตื้นดีขึ้น สีผิว ความหมองคล้ำดีขึ้น การกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวทำได้ดี โดยใช้กับหัว FRACTIONAL เพื่อดูแลรักษาหลุมสิว ใช้เวลา1เดือนจะเห็นว่าตื้นขึ้นเลย รอยแดงดีขึ้น รอยดำจางลง ข้อดี คือเจ็บน้อย สะเก็ดบางละเอียด อาจมีการแดงบวมเล็กน้อย 5-7 วันก็จะหาย สะเก็ดใช้เวลา 7-10 วัน ผลข้างเคียงน้อยกว่า รอยคล้ำหลังเลเซอร์น้อยกว่า เหมาะกับหลุมตื้นๆ มีความรุนแรงไม่มาก

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

สรุปการรักษาที่เหมาะกับแผลหลุมแต่ละชนิด

Gold Standard (ที่นิยิมใช้) คือการทำเลเซอร์กรอผิว

Cr. GOOGLE

Ice pick : หลุมสิวเหมือนเป็นรูหลุมคล้ายเอาปากกาจิ้มดิ้นน้ำมันเปนรูลงไป ตอบสนองเลเซอร์ได้ไม่ดีมากจะใช้ TCA ความเข้มข้นสูงหรือวิธี PUNCH การตัดหลุมและเย็บใหม่แล้วมาใช้LASER กรอปรับสภาพผิวอีกที 

Rolling scar : ขอบจะไม่ชัด เป็นแอ่งลงไปคล้ายคลื่นทะเล วิธีแรก Subcition ตัดพังผืด + Filler ฟิลเลอร์สารHA ต่อมาอาจจะใช้LASERกรอปรับสภาพผิว หรือ คลื่นวิทยุfractional RF

Box car : ขอบแผลจะชัด มีแบบลึก และ ตื้น จะใช้LASERปรับสภาพผิว แต่ถ้าหลุมลึกเลเซอร์อาจทำได้ไม่ดีพอ อาจเลือกใช้วิธีPUNCHตัดหลุมและเย็บใหม่ และ กรอผิวด้วยเลเซอร์อีกที หรือ ใช้ TCA เข้มข้นสูง + Filler ฟิลเลอร์สารHA

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ข้อปฏิบัติก่อน-หลัง Laser หลุมสิว

หากมีแผลเลี่ยงน้ำ 24 ชม ล้างสบู่อ่อนๆ

ทามอยเจอร์ไรเซอร์ ขี้ผึ้งหรือ วาสลีนเคลือบแผลตลอดให้ชุ่มชื่น ทาวันละ 2-3 ครั้ง

อย่าเกาแกะแผลเด็ดขาด

หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแดด 2 สัปดาห์ และ ทากันแดดที่มีสารต้านการอักเสบ

อย่างน้อย3วันหลังจากทำเลเซอร์ไปแล้วในกรณีไม่แพ้กันแดด

เพราะจะป้องกันการเกิดรอยดำได้ และ

สำหรับบางท่านอาจมีการทาสเตียรอยด์ป้องการดำ 2-3 วัน

หากมีการแต้มกรด TCA ห้ามแกะสะเก็ดแผล

เพื่อไม่เป็นการรบกวนการซ่อมแซมของผิว

ข้อแนะนำเพิ่มเติม ควรทากันแดดและหลบแดด2สัปดาห์ก่อนมาทำเลเซอร์เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรอยดำหลังทำเลเซอร์จากผลงานวิจัยสามารถทาครีมกันแดดได้ในวันแรกสามารถเพิ่มการป้องกันการเกิดรอยดำ หากไม่ได้มีประวัติการแพ้ครีมกันแดด หากมีประวัติแพ้ครีมกันแดดก็สามารถชะลอการทาครีมกันแดดออกไปได้3วันจึงสามารถทาได้ ทั้งนี้ก็ต้องทาขี้ผึ้งหรือครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วย ซึ่งครีมกันแดดที่แนะนำหลังเลเซอร์ควรที่จะมีสารป้องกันการอักเสบ ทางที่ดีที่สุดหลังทำเลเซอร์คือ ควรเลี่ยงแดดเพื่อป้องกันการเกิดรอยดำ

 

erk-erk : หลุมสิวหายยากแต่ดีขึ้นได้นะคะอย่างไรก็ตามควรดูแลป้องกันให้สิวยุบไว

ไม่ให้ลุกลามตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยได้มาก เพราะไม่ว่าจะหลุมสิวชนิดไหนก็ไม่สามารถทำให้ผิว

กลับมาราบเรียบเหมือนเดิมได้ 100% นะคะ

ยังไงรักษาหลุมสิวเร็วการสร้างคอลลาเจนหลุมสิวได้ดีกว่า

 

สรุปจาก #CLUBHOUSE ห้องอัพเดทเทคโนโลยีรักษาสิว 2021

 

SPEAKER

แพทย์หญิงสรวลัย รักชาติ

แพทย์หญิงอาริสา เเก้วเกษ

แพทย์หญิงนัทธมน บวรสถิตชัย

 

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © www.erk-erk.com All rights reserved.

Posted in ACNE, BEAUTY TECHNOLOGYComments (0)

ยกกระชับผิวหน้าด้วย ULTHERA SPT ครั้งที่ 3

 

 

 

 

 

 

ห่างหายกันไปหลายปี วันนี้มาต้องมาหาน้องเขาอีกแล้ว 555 #ultherapy #ulthera ⁣



👩🏻‍⚕️ ULTHERA ซึ่งออกฤทธิ์ชั้นกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อยกมากขึ้น เน้นยกกระชับหน้า ความหย่อนคล้อยรูปหน้า เน้นยก LIFTING โดยขณะทำจะมีการใช้คลื่น Ultrasound ทำให้เรามองเห็นชั้น คอลลาเจน ไขมัน และ ชั้นกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดีเพื่อการออกแบบดีไซน์รูปหน้าให้เหมาะกับแต่ละคนให้ดีที่สุด⁣

📍รีวิวเต็มเคยทำไปแล้ว CLICK ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2

วันนี้เลือกกลับมาทำอีกด้วยเหตุผลเดิม ⁣ยังไม่พร้อมยกกระชับด้วยวิธีศัลยกรรม หรือ ร้อยไหม ด้วยวัยและความคล้อย ⁣อาจยังพึ่งพา Ulthera ได้อยู่ ทั้งนี้ขึ้นกับน้ำหนักและไขมันที่มีด้วย 5555 เราก็ควรช่วยเครื่องด้วย ถ้าเรามีไขมันมากเกินไปก็อาจจะช่วยได้ในระดับนึงแต่ไม่หมด ⁣

ทั้งนี้ Ulthera ไม่อาจช่วยแก้ไขในเรื่องของกระดูกที่บางลง ไขมันที่บางได้ ควร feat. กับวิธีอื่นเพิ่มจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเช่น การใช้ Botulinum toxin ซึ่งเอิ๊กเปลี่ยนมาใช้แบรนด์ Xeomin เป็นปีๆแล้ว โดยงานวิจัยที่ไม่ทำให้เกิดการดื้อยาภายหลัง สำหรับบางรูปหน้าจะใช้ร่วมกับวิธีอื่นจะทำให้เห็นผลได้ดีมากยิ่งขึ้น และการเติม filler บางจุดช่วยได้ ส่วนยี่ห้อ ใช้หลายแบรนด์ แต่บ่อยสุดคือ Belotero มีเนื้อให้เลือกหลากหลาย package สวยดีเนื้อดีโดยเฉพาะการใช้กับใต้ตา⁣ อิอิ

 

 

 

วันนี้จะมาพูดถึงเทคนิค Ulthera SPT ที่ออกแบบรูปหน้าเฉพาะบุคคล

หรือ เรียกว่า NEW ULTHERA กับ concept ”We’ll NEVER treat you blind”

[ ยาชาทานาน ทนดีกว่า วันนั้นทา 2 ชม. ค่ะ ]

ทำไมต้องเป็น ULTHERA SPT / SPT ย่อมาจาก SEE•PLAN •TREAT

จุดเด่นULTHERAย้ำอีกทีเป็นเครื่องยกกระชับด้วยพลังงานคลื่นเสียงUltrasoundเครื่องเดียวเท่านั้น ที่มีหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวหนังแบบ Real time ระหว่างการรักษาเพื่อให้เราเห็นว่าพลังงานคลื่นเสียงที่เราส่งไปนั้นมันถูกกับผิวหนังชั้นไหนบ้าง

▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂

 

SEE • การเห็นชั้นผิวหนังแต่ละชั้นผ่านหน้าจอReal time ทำให้เราดีไซน์รูปหน้าคนไข้ได้ เช่น ข้อดีเครื่องนี้คือการยกกระชับผิวหน้า ดังนั้นพลังงานต้องลงลึกไปชั้นพังผืดคลุมกล้ามเนื้อเพื่อให้ได้ผลยกกระชับ เพราะว่าในแต่ละบริเวณของผิวหน้าจะมีความหนาบางของผิวไม่เท่ากันพอเราเห็นเราก็สามารถปล่อยพลังงานให้ถูกความลึกของชั้นผิวเพื่อยกหน้าได้เป๊ะ ได้พลังงานตามที่จ่ายเงิน100% 555 และ ส่วนไหนหน้าควรต้องเก็บไขมันไว้ อย่างแก้มลูกส้มด้านหน้า ใครมีจุดนี้ก็จะทำให้ผิวดูวาวใส หน้าพุ่ง ดูเด็ก แต่ถ้าเราปล่อยพลังงานลงไปโดยที่ไม่เห็นอะไรเลยในชั้นผิว มันอาจจะไปทำให้ไขมันช่วงนี้หายไปแทนที่น่าจะดูเด็กกับหน้าตอบหน้าดูเหี่ยวแทน แล้วอาจจะต้องไปเติมไขมันเติมฟิลเลอร์เพิ่มขั้นตอนอีกเสียเงินเพิ่มอีกมีแผลเพิ่มอีก

 

PLAN • ตามที่เราเห็นชั้นผิวหนังทุกชั้นก็ง่ายต่อการออกแบบ หน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนนี้ควรจะยกตรงไหน เก็บfatตรงไหน ทำลายfatตรงไหน บริเวณไหนปล่อยลงไปกล้ามเนื้อให้หน้ายกตึง บริเวณไหนจะปล่อยให้กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นเฟิร์ม บริเวณไหนจะปล่อยให้ทำลายไขมันให้หน้าเรียวมีกรอบหน้า จดบันทึก ครั้งนี้ควรใช้เท่าไหร่ มาดูครั้งหน้าต้องใช้เท่าไหร่(แต่ละเครื่องจะบันทึกประวัติคนไข้ทุกคนอยู่แล้วว่าใช้พลังงานบริเวณไหนไปเท่าไหร่)

 

TREAT • การรักษาจะส่งพลังงานผ่านหัวปล่อยพลังงาน3หัว โดยแต่ละหัวจะปล่อยพลังงานลง3ความลึกของชั้นผิวหนัง คือ 1.5,3.0,4.5 มิลลิเมตร ซึ่งแพทย์จะมอง และ เลือกใช้ให้เหมาะสมสลับไปมา เพราะผิวหนังแต่ละบริเวณหนาบางไม่เท่ากัน อุณหภูมิจะอยู่ที่ 60 ถึง 70 องศาเหมาะสมกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเวลาทำก็จะเคลื่อนมือดูตามจอไปด้วยเปลี่ยนหัวไปด้วยตามการดีไซน์รูปหน้าที่เราวางไว้และไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่อาจคาดไม่ถึงเช่นผิวไหม้กล้ามเนื้อหดตัวผิดจุดเช่นตาตก

 

▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂▂

 

ถ้าให้ตอบตามตรงมันไม่ใช่เทคโนโลยีที่ใหม่หรือเป็นเทคนิคใหม่สำหรับเรา สิ่งที่เราได้เล่าให้ฟังทั้งหมด ปกติคุณหมอทำให้เอิ๊กแบบนี้อยู่แล้ว และข้อมูลทั้งหมดก็นอนฟังคุณหมอเล่าไปเรื่อยๆตอนทำตั้งแต่หลายปีที่แล้ว แต่มันก็ดีกับคนไข้ทุกคนที่ควรจะรู้ เราจ่ายเงินทำULTHERAด้วยเหตุผลที่พลังงานทั้งหมด 100% จะต้องลงสู่ผิวเราอย่างเหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับหน้าเรามันเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่เราซื้อ คุณหมอที่ทำให้เราควรจะมองจอตลอดหรือเราอาจจะถามหมอก็ได้ใช้หัวนี้ช่วยอะไร หน้าเราคอลลาเจนเป็นไงบ้างหนาแน่นไหม ตรงไหนบ้างก็อาจจะทำเลเซอร์ชนิดอื่นเพิ่มด้วยมันเป็นการวางแผนเพิ่มกับอย่างอื่นได้ด้วย เราจะได้มีความรู้เพิ่มขึ้นในการทำแต่ละครั้ง ^^ (นี่คือสิ่งที่อยากจะบอกทุกคน)

 

ปล.วันนั้นไปเป็นCase study ให้กับการทำวิดีโอสอนเทคนิคการยิง ULTHERA SPT ให้กับบริษัทที่นำเข้า ULTHERA เพื่อเป็นข้อมูลให้กับแพทย์ที่ใช้เครื่องนี้ ทั่วประเทศอาจารย์แพทย์ที่สอนคือ @DrRungsima ผู้ที่ออกแบบรูปหน้าให้เรามา 10 ปีแล้ว ทำทุกอย่างให้ 5555 และไม่ให้เอาแก้มออกไม่ให้ศัลยกรรมหน้าจนทุกวันนี้ทุกคนก็ได้เห็นแก้มเราเหมือนเดิม หน้าเดิมแต่ดูเล็กลงเข้ารูปขึ้นผิวดีขึ้นมาก แล้วเราก็ทำอีกหลายอย่างในวันนั้นน่ะไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ Belotero หลายจุด โบXeominช่วงหลังจะใช้ของบริษัท Merz ที่นำเข้าUltheraในการดูแลเรื่องรูปหน้าแทบทั้งหมด อยากให้เล่าว่าทำอะไรบ้างก็บอกนะ ♥️

 

[หลังทำทันที ความร้อนจะทำให้เซลล์บวมน้ำ บางคนไม่บวมหลังทำ บางคนบวม 1-2 สัปดาห์⁣]

ส่วนตัวทำไม่เยอะนะคะ เพราะเจ็บ 5555 แต่รอบนี้ทนได้มากขึ้นประมาณ 70-80% ⁣
👉🏻 ทายาชา 2 ชั่วโมงขึ้นไป⁣
👉🏻 ทานพาราก่อน⁣
👉🏻 ทานไอบูเฟนก่อน⁣
ปล. ถ้าแพ้คุณหมอไม่แนะนำ คุณหมอจะกลัวบวมง่ายโดยเฉพาะเลเซอร์บางชนิดที่ทำให้เลือดออก อาจจะไม่เหมาะกับการทานยาพวกนี้โดยเฉพาะไอบูเฟน แต่เรากินเราไม่สนบวมทำให้เราทนได้มากขึ้นเราโอเค⁣


การปรับรูปหน้า 10 ปีที่ผ่านมาของตัวเอง

จะทำโดยหมอคนเดิมนะคะเพราะว่าเค้าจะเห็นเราตั้งแต่เด็ก

เค้าจะเห็นพัฒนาการของเราและรู้ว่าโตขึ้นเราจะต้องเสริมด้วยเทคนิคไหน

หรือควรทำวิธีไหนเพิ่มเติมจะมีการดีไซน์รูปหน้า

รวมถึงการจดบันทึกแต่ละครั้งไว้เป็นประวัติเพื่อให้ง่ายต่อการออกแบบครั้งต่อไป

คุณหมอที่ดูแลรูปหน้าของเอิ๊กคือ

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา (คุณหมอเพ็ญ) คนเดียวค่ะ

และทำที่ @iskycenter ที่เดียวค่ะ

Posted in BEAUTY, BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, ULTRASOUNDComments (0)

บันทึกผิวหนัง 9 ปีผ่านไป

เวลาแก่ผิวเราเกิดกระบวนการ Aging ได้ถึง 5 ชั้น

ใครยังไม่ได้อ่านเชิญ

http://www.erk-erk.com/2018/02/ulthera-vs-thermage/

9 ปีผ่านไป บางอย่างมันก็ฝืนไม่ไหว เหมือนใจบางบางของเรา 555 😱
สรุปที่ทำอยู่ ..⁣

• รูขุมขนกว้าง (เราmaintainด้วยเลเซอร์)⁣
• กระดูกบางลง เริ่มเห็นรอยลึก เรามีปัญหาที่เห็นความ agingช่วงล่างของใบหน้าชัดขึ้น อันนี้ยังแก้ไม่หมด และยังคงไม่เลือกการดึงหน้า กับ ร้อยไหม ⁣
• แก้มเราไม่ใหญ่เท่าเดิม ไขมันหายไปนั่นละ (ไม่เคยดูดออกนะ) ส่วนตัวหน้าเรียวขึ้นเพราะโบฯ & ฟิลเลอร์⁣
• ริมฝีปากบางลง (นี่เติมHYAไปบ้างแล้ว)⁣
•เนื้องอกเล็กๆ บางคนอาจเรียกว่าสิวหิน มันมาละ 3-4 เม็ด ว่าเดี๋ยวจะจัดการด้วย Co2 คุยกับหมอไว้แล้ว⁣

เรื่องศัลยกรรมมีวางแผนไว้แล้วโปรดติดตามตอนต่อไปหลังจบโควิด 😡
#บันทึกไว้หน่อยแก่แล้วจะกลับมาดูพัฒนาการ
#ในวันที่ไม่มีใครวันนั้นยังมีisky 555⁣
#erkerkXiskycenter #iskycenter 💙

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, SKINComments (0)

REVIEW รักษารูขุมขนครั้งที่ 9 ด้วย DISCOVERY PICO START

10 กว่าวันผ่านไปเลือดซิบ !
กับ เลเซอร์ที่หมอผิวหนังระดับworld-classของโลกต้องมี

พ่อหนุ่ม PICOSECOND LASER นั่นเอง

ผู้มาสะเทือนวงการเครื่องเลเซอร์ผิวหนังหลากหลายชนิด เนื่องจากความสามารถโหดๆ

ที่มาพร้อมคลื่นความยาวเลเซอร์ที่ได้ผลหลากหลาย และทำได้ทุกสีผิว !

 

นั่งอ่านรีวิวเครื่อง #discoverypico พบว่าเมืองไทยไม่ค่อยมีเท่าไหร่ แต่ตามคลินิกhi-endที่จีน (ที่อเมริกา ยุโรปก็จะมีรีวิวเยอะหน่อย (แนะนำให้ดูแถบยุโรป อเมริการูปชัดเจน) (เพราะที่จีนชอบใช้แอพถ่ายรูปไม่ค่อยreal) เครื่องนี้ 100% Italian เป็นคนผลิต

 

สรุปเลเซอร์PICOSECONDรักษารูขุมขน&หลุมสิว ปรับสภาพผิว รวมถึงกระแดด จุดด่างดำ รอยแดง ฯลฯ นี่เป็นรีวิวเครื่องล่าสุดที่เอิ๊กลอง ผ่านมา 3 แบรนด์ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่4ล่าสุด แพงสุด ดีสุด ใหม่สุด ที่ iSKY Center นำเข้ามา แบรนด์นี้เคลมเรื่องพลังงานที่ทะลุทะลวงเกิดมาเพื่อปรับสภาพผิวจริงจัง รอยแดง รอยดำ หลุมตื้นๆ ริ้วรอยบางๆ รอยสักหลายๆสี สามารถระเบิดพิกเมนท์ต่างๆที่ผิดปกติบนผิวหนังเราได้อย่างละเอียดเป็นจุล กระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี สิ่งที่จะตามมาคือ 🔥 เมื่อพลังงานสูง แผลก็จะเยอะตาม อันนี้มีคนที่ได้ลองครั้งนี้ครั้งที่9 เรียกว่าเป็นครั้ง “คงสภาพผิว” ดีกว่า เพราะมันคงจะมีไปอีกเรื่อยเรื่อย ปีนี้เหลืออีก 3 ครั้ง ..

สรุปผลการทดลอง
💙แผลไม่ได้โหดขนาดนั้นสะเก็ดมันละเอียดมากๆ มากกว่าทุกเครื่องที่เคยลอง
💙ไม่เจ็บในบางจุด รู้สึกเยอะในบางจุดเช่น ใต้ตา หน้าผาก

หนวดใกล้กับเหงือก จุดไหนไขมันน้อย กระดูกเน้นๆก็เจ็บหน่อย
💙ไม่มีตุ่มน้ำอะไรเลย ผิวดูแลง่ายได้
💙รอยช้ำเคลียร์หมดไม่เกิน8วัน ส่วนตัวว่าเร็วกว่าตัวก่อนที่ รอยที่ตาหายช้าสุด
💙ตัวนี้หลังทำผิวสม่ำเสมอมากๆโกลว์สุด เรื่องสีผิวสม่ำเสมอให้ที่1เครื่องนี้
💙รอยแดงใหม่จากไป คือ มันเหมาะกับคนที่มีรอยแดงเยอะด้วย

รอยแดงเครื่องนี้ทำได้ดีมากสุด
💙รอยดำจางลง รอยดำบางจุดต้องใช้เวลา
💙หลุมสิวเก่าตื้นขึ้น อันนี้น่าจะเป็นผลพวงจากการที่ทำมารอบก่อนๆ
💙รูขุมขนยังไม่ฟันธงมากการกระตุ้นคอลลาเจนต้องรอ3เดือน

6เดือน 1ปี ว่ากันไป มันยังไปได้อีก
💙หลังทำร้อนหน้ามากไม่สบายผิวไป 3-4 ชั่วโมงก็หาย

มันไม่เจ็บไม่รู้สึกอะไร แค่หน้าแดง

รูปปัจจุบันคือผ่านมา 10 วันรูขุมขนยังไม่เข้าที่แต่ตอนนี้ปรับตัวให้นอนเร็วขึ้น

สิ่งที่ทำให้การรักษานี้ไม่ได้ผลคือ
ตากแดด
ดื่มแอลกอฮอล์
นอนน้อย นอนดึก นอนเช้า
ปล่อยให้ผิวแห้ง
ทำแค่ครั้งเดียวจบ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำไปตลอด
คนผิวมันมากๆๆ แล้วมีปัญหารูขุมขนกว้างส่วนตัวว่าไม่เหมาะตราบ

ใดที่รูขุมขนยังผลิตน้ำมันออกมาเยอะมาก

ถ้าพูดถึง Vbeam ที่ยิงรักษารอยแดงสิวคือ 1 ในใจเอิ๊ก

ตัวนี้ที่เพิ่งมาไม่กี่ปีก็ครองใจเอิ๊กเช่นกัน ด้วยวัย ..
ถ้า thermage ก็เจ็บไป ส่วนตัวตั้งเป้าจะทำเลเซอร์ที่กระตุ้นคอลลาเจน

เก็บไว้ทุกปีเหมือนหยอดกระปุก
อันนี้ค่อนข้างตอบโจทย์เพราะได้ผิวที่ดีชัดเจนตามมา
แต่ความละเอียด thermage ยังลงได้กว้างละเอียดทุกอณูมากกว่า

ส่วนราคา พอๆกัน

การดูแล
ล้างหน้าต้องใช้แบบอ่อนโยนมากผิวหน้าแพ้ง่ายใช้ได้อันนี้ใช้ @nuformula

คือรู้สึกว่ามันละมุนกับผิวที่เป็นแผล

แต่พอเสร็จแล้วต้องบำรุงอย่างหนัก ส่วนตัวรอบนี้ใช้ @luxskinseries ลง2-3ปั้ม

ลดการอักเสบ เติมน้ำ วิตามิน และ ให้ความชุ่มชื่น

แล้วล็อคด้วย @avene s.o.s cream

ที่มีน้ำแร่ฝรั่งเศส ซึ่งผ่านการวิจัยมาเยอะ ในการรักษาผิวที่เป็นแผล

ผิวหนังอักเสบ 5-6 วันหน้าจึงร่อนสะเก็ดออกไปแบบไม่รู้ตัว

พอใจนะรอบนี้ 💙🙏🏻 เล่าสู่กันฟัง
Xoxo
erk-erk

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเลเซอร์ line @iskycenter contact 092 515 6633 นะคะ 😇

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, REVIEW, SKINComments (0)

REVIEW การรักษารูขุมขนกว้างด้วยเทคโนโลยี PICOSECOND LASER ครั้งที่ 9

ฟังสัมภาษณ์จากตัวจริงในการรักษารูขุมขนกว้าง
ที่ได้ผลดีที่สุดตอนนี้ กับ ศาสตราจารย์ วรพงษ์ มนัสเกียรติ
______________________________________
.
จะพาไปดูขั้นตอนการทำจริงจังตั้งแต่จองคิว ล้างหน้า

ถ่ายรูป แปะยาชา ยิงจนเม็ดเลือดกระจุยใต้ผิว 5555 😂
.
และ ก่อนจะเดินทางไปยังรีวิวครั้งที่ 9 ที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหน

รอบหน้ากับ PICO LASER ตัวใหม่ ! 🔥 ที่ “หมอผิวหนังระดับโลกเลือกใช้”

.. เก็บผลเพิ่งเสร็จ ลองไป 1 ครั้งไว้จะมาเล่าให้ฟังนะคะ

ทำที่เดิมเกือบ10ปีละ @iSKY Center 💙

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, SKINComments (0)

รักษารูขุมขนกระชับ PICO SECOND LASER

ที่ทำเลเซอร์กระชับรูขุมขนมา โดยศาสตราจารย์วรพงษ์ @drworaphong ครั้งแรกในชีวิตกับคุณหมอ ปกติทำกับคุณหมอคนอื่น 55 ดีมากเลยค่ะผลลัพธ์ดีมากลดลงกว่า 50% คุณหมอประเมินไว้ว่า3ครั้งจะดีที่สุด ฝีมือคุณหมอสุดยอดจริงๆ

 

ย้อนกลับไปช่วงต้นเดือน

คนถามเข้ามาเยอะเกี่ยวกับการรักษาเรื่องรูขุมขนเคยเขียนให้อ่านแล้วใน erk-erk.com แต่ในปัจจุบันมีเพิ่มมาอีก2วิธี

วิธีที่ 1 : ทุกคนอาจรู้กันอยู่แล้ว : เติมฟิลเลอร์ชนิดเนื้อบางเบาลงไป จะอยู่ได้ประมาณ2-3เดือน
ค่าใช้จ่าย20,000+ถึง 40,000+ บาท
ใช้ประมาณ1ถึง2cc
เหมาะกับคนที่ต้องการผิวดีเร่งด่วน จะแต่งงานรับปริญญาเทศกาลพิเศษหรือว่าอยากเติมเพื่อให้ผิวสดสวยไปตลอดแบบไวๆ ทำเสร็จไม่มีใครรู้รูเข็มหายไว

วิธีที่2 : คือการใช้เลเซอร์ ที่มีความร้อน อาจจะรวมถึงที่ทำให้เกิดแผลเล็กๆ ส่วนตัวที่ชอบและเห็นผลดีมากตัวนึงคือ “Picosecond laser”ไม่ว่าจะวัดด้วยเครื่องมือชนิดไหนก็ให้ผลดีอย่างมีนัยยะสำคัญ
ข้อเสียก็มีเนื่องด้วยความเสื่อมของเซลล์ที่เป็นไปตามอายุขัยของมนุษย์เราจำเป็นต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อยทำทุกเดือนสามเดือนแรกแล้วก็มาทำให้ต่อเนื่องรวมแล้วสี่ถึงห้าครั้งต่อปี ส่วนตัวคิดว่าเป็นเลเซอร์ที่เห็นผลดีที่สุดในเรื่องของการรักษารูขุมขน และในการรักษาแต่ละครั้งจะได้ความกระจ่างใส จะได้ในเรื่องของผิวละเอียดขึ้นจะได้ในเรื่องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้น ส่วนตัวthermageเรื่องของรูขุมขนยังไม่สู้ตัวนี้
ราคา 20000++ ขึ้นกับสถานที่
การตั้งค่าพลังงานก็เช่นกันยิ่งใช้พลังงานสูงผลที่ได้ก็จะเห็นชัดแต่ก็ต้องมาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังในการวิเคราะห์และเลือกใช้ในแต่ละพลังงานให้เหมาะสมกับคนไข้ ทำไป2ปีเว้นไป1ปี กำลังจะเริ่มกลับมาทำใหม่อย่างต่อเนื่อง 🙂 #เล่าสู่กันฟัง
📍
#ครั้งนี้ครั้งที่8 ทำที่ @iskycenter ผิวเราไม่เหมือนใครจึงต้องการดูแลอย่างถูกวิธี #erkerkxiskycenter #erkerkxbeauty iSKY Center

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASERComments (0)

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ สวย หรือ เสี่ยงตาย | erk-erk

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, BOTOX, FILLER, REVIEWComments (0)

แก้ปัญหาร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
สัมภาษณ์โดยรองศาสตราจารย์แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา

Posted in FILLERComments (0)

รีวิว ULTHERA vs THERMAGE ยกกระชับตัวไหนดีที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เทคโนโลยีที่แพงที่สุดในการยกกระชับ ที่มีการรับรองจาก USFDA อเมริกา

และ มีงานวิจัยมากมายในระยะเวลานาน ระหว่าง ULTHERA vs THERMAGE

อะไรคือเทคโนโลยีที่ดีที่สุด

ใครจะรู้ว่า เวลาคนเราแก่ลง

ทางด้านผิวหนังมันแก่ลงลึกถึง 5 ชั้น !!

ชั้นที่ 1 บนสุด ชั้นหนังกำพร้า

ชั้นขี้ไคลปกป้องผิวไม่ให้สิ่งแปลกปลอมมาทำร้าย

ชั้นที่ 2 ชั้นหนังแท้

ประกอบไปด้วย คอลลาเจน กับ ไฮยาลูรอนิคเอซิด

ให้ความหนาแนน ยืดหยุ่น กระชับกับผิว

ชั้นที่ 3 ไขมัน

ป้องกันการกระแทกของอวัยวะภายใน

เป็นชนวนความร้อนให้ความอบอุ่นร่างกาย

ชั้นที่ 4 กล้ามเนื้อ

ใช้ในการขยับ เคลื่อนไหว

ชั้นที่ 5 กระดูก

เป็นโครงสร้างยึดร่างกายเอาไว้ ป้องกันอวัยวะที่สำคัญในร่างกาย

 

 

เวลาคนเราแก่ลง มันแก่ลงไปพร้อมๆกัน ทุกๆชั้น

ผิวหนังบางลง

ไขมันบางส่วนลดลง เช่น ใต้ตา แก้ม

กล้ามเนื้อฟีบลง

กระดูกสึกหรอขึ้น มวลกระดูกลดลง

เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นจะมีการหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณใบหน้า ลำคอ และ เนินอก

รวมถึงเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ภายในตามแรงโน้มถ่วงของโลก

ในการจัดการความแก่ที่เกิดขึ้น

จึงต้องดูแลผิวทุกชั้น เพื่อทำให้ผลลัพธ์สอดคล้องเป็นธรรมชาติ

 

ปัจจุบัน มีเทคโนโลยี และ นวัตกรรม ที่สามารถดูแลปัญหาของผิวเกือบทุกชั้นได้

เช่น หน้าเหี่ยวเราใช้เทคโนโลยียกกระชับ หรือ ศัลยกรรมดึงจากระดับชั้นกล้ามเนื้อได้

ยกเว้นในบริเวณกระดูก ยังไม่สามารถแก้ไขได้

อาจเติมฟิลเลอร์ได้บ้างในบริเวณที่กระดูกสึกหรือสลาย แต่สุดท้ายมันไม่ยั่งยืน

และ น่าจะไม่คุ้ม

 

 

ดังนั้นถ้าถามว่า ULTHERA vs THERMAGE  แตกต่างกันอย่างไร ?

เพราะหลายคนบอกว่าช่วยยกกระชับเหมือนกัน

แต่แท้จริงแล้ว ใครจะใช้เทคโนโลยีไหน ขึ้นกับปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้น

ในระดับชั้นผิว

 ULTHERA คือ พลังงานเสียง ULTRASOUND

THERMAGE คือ พลังงานคลื่นวิทยุ MONOPOLAR RF 

ทั้งสองปล่อยพลังงานความร้อนเหมือนกัน แต่เป็นความร้อนที่กระจายต่างกัน

จึงลงลึกสู่ชั้นผิวได้ไม่เหมือนกันผลลัพธ์จึงให้คนละอย่าง

 

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้ง 2 เทคโนโลยีให้จำง่ายๆ

ULTHERA เน้นยกกระชับหน้า ความหย่อนคล้อยรูปหน้า LIFTING

THERMAGE เน้นผิวแน่นกระชับ สลายไขมัน TIGHTENING

การจะเลือกเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งใน 2 เทคโนโลยีนี้

ต้องดูก่อนว่า การจะให้ผิวแน่น ยกกระชับ

มันเกิดจากปัญหา ผิวสองชั้น

1.คือ ชั้นหนังแท้ ที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนอิลาสตินถ้าส่วนนี้มีเยอะมันจะผิวแน่นเด้ง

2.คือ ชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อเป็นตัวยกหน้าขึ้น และเราสามารถดีไซน์ยกหน้าในรูปแบบต่างๆได้

ชั้นกล้ามเนื้อมี 2 กลุ่มกลุ่มดึงหน้าขึ้น และ กลุ่มดึงหน้าลง

กลุ่มดึงหน้าลง เราทำให้อ่อนแรงลงโดยการฉีดโบทูลินูมทอกซินก็คลายได้ มันก็จะถูกดูดึงขึ้นไป

หรือ เราใช้วิธีทำให้กล้ามเนื้อทั้งหมดหดตัว ก็จะทำให้หน้าดูยกขึ้นไปได้

 

 

ถ้าเราเลือกยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด แต่เลือกใช้เทคโนโลยี มันจะเข้าไปดูแลและออกฤทธิ์

ที่ชั้นกล้ามเนื้อ (ยก) หรือ ที่ชั้นหนังแท้ (แน่น)

แน่นอนตอนนี้มีเครื่องมือเพียง 2 ชนิด ณ ปัจจุบันที่มีงานวิจัยรองรับมายาวนานคือ

คือ

ULTHERA  ซึ่งออกฤทธิ์ที่ชั้นกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อยกมากขึ้น

และ

THERMAGE  ซึ่งออกฤทธิ์ที่ชั้นหนังแท้ ไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

และ ทำให้อิลาสตินแข็งแรง ผิวจึงเด้ง แน่น

 

ความร้อนของULTHERA ลงได้ลึกมากกว่า THERMAGE [RF]

ดังนั้นจะเห็นว่าลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ

และ ถ้าเทียบกับการศัลยกรรมดึงหน้า SURGICAL FACELIFT ในส่วนของ

ULTHERA จะเข้าไปดูแลในส่วนกล้ามเนื้อ เหมือนกับการดึงหน้า

แต่จะให้เรียบตึงเท่าดึงหน้าคงไม่ใช่ ดึงหน้าเข้าไปดึงทันทีที่ชั้นกล้ามเนื้อให้ตึง

อย่างที่บอกเวลาเราแก่ มันแก่ลึกถึง 5 ชั้น ดังนั้น

ความร้อนที่ได้จาก ULTHERA จะได้ผลในเรื่องการดูแลผิวบางชั้น

ให้ได้ผลประโยชน์ด้วย เช่นถ้าความร้อนลงไประดับชั้นไขมัน

ก็อาจมีเซลล์ไขมันตายสลายไป

 

 

การปล่อยพลังงานของ ULTHERA 

ความร้อนจะมาเป็นเส้นๆ เราเรียกว่า LINE เป็นคล้ายจุดไข่ปลาเรียงกัน

ซึ่งมีระยะห่างระว่างจุด

ปล่อยลงลึกมาโดนบริเวณแถวเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ พอโดนกล้ามเนื้อก็หดไป

เนื่องจากถ้าปล่อยให้กระจายทั้งหมด หน้าจะแข็งและเกร็งไม่ธรรมชาติ

เราจะนิยมยกโครงกรอบหน้า ผิวแก้มที่ห้อยย้อยเป็นกระเปาะ ยกหน้าผาก คิ้ว หางตา

ลำคอ ผิวที่เนินอก

 

การปล่อยพลังงานของTHERMAGE 

ความร้อนจะกระจายกว้าง ละเอียด ลงโดนทุกคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

ลงถี่รักษาเต็มทุกพื้นที่ 100%

ทำให้คอลลาเจนแข็งแรงขึ้นฉับพลัน หดตัว และ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่

เราจะนิยมใช้ดูแลปัญหาผิวที่คอลลาเจนเสื่อม หรือ

ทำล่วงหน้ากระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อชะลอวัย

ทำให้ผิวหน้าแน่น ใบหน้ากระชับ เซลล์ไขมันตาย ดูหน้าเข้ารูปขึ้น

 

 

 

ดังนั้นดูปัญหา ที่เกิดตามจริง แล้วเลือกให้เหมาะสม

เช่น

เหมือนตอนวัยรุ่นผิวเรายังไม่คล้อย ทาครีมก็พอ ก็ดูแลบำรุง

ผิวชั้นหนังกำพร้าให้มีริ้วรอยช้า

พอเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ผิวเริ่มห้อยคล้อย มีเหนียง ไขมันเยอะๆ

THERMAGE ก็อาจจะเหมาะ

พอเริ่มสูงวัย ใบหน้ากล้ามเนื้อหย่อนลงมา รูปหน้าเสียทรง

เราก็มายกด้วย ULTHERA

ดูแลทุกชั้นไปในแต่ละช่วงวัย และ ปัญหาผิว

ทำให้ทุกชั้นได้รับการดูแล เราจึงดูอ่อนวัยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ

 

อ่านกลไกการทำงาน THERMAGE ต่อได้ที่

LINK 1

LINK 2

บรรยายโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ วรพงษ์ มนัสเกียรติ

 

 

 

สำหรับการดูแลผิวพรรณ รูปหน้า ตลอดเกือบ8ปี iskycenter

ดูแลทุกอย่างมาตลอด

และคุณหมอเอิ๊กมีหลายท่าน ขึ้นกับว่าหาด้านไหน ฝ้า กระ

แผลผ่าตัด รอยดำ เซลล์ลูไลท์

โบทูลินัมทอกซิน ฟิลเลอร์ สิว กำจัดขน ลบรอยสัก ทรีทเมนท์

ledฉายแสง แผลหลุม

หน้าแพ้เครื่องสำอาง ปรุงครีมทาหน้าส่วนบุคคล

ตรวจสภาพผิว ลดไขมันหน้าท้องและขา

เลเซอร์หน้าใส ยกกระชับหน้า ฯลฯ

(ด้านบนคือรายการที่เคยทำมาทั้งหมด☺️)

(เอิ๊กไม่เคยศัลยกรรมบนใบหน้า)

#จะเน้นกระตุ้นคอลลาเจนและเทคโนโลยีความงามมากกว่า

 สำหรับการดูแลเรื่องการปรับรูปหน้า Anti-aging เอิ๊กจะหา

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา

ท่านเดียวเท่านั้น

เพราะท่านเก่งเรื่องวิจัย

เป็น INTERNATION SPEAKER ที่อัพเดท

และ บินไปให้ความรู้เทคนิคกับแพทย์ผิวหนังต่างชาติตลอดเวลา

รวมถึงคุณหมอยังเป็นอาจารย์แพทย์ผิวหนัง

และ เชี่ยวชาญทางด้านมะเร็งผิวหนังด้วย

บทสัมภาษณ์ที่ทุกคนได้อ่านอยู่นี้

เป็นการสัมภาษณ์มาจากคุณหมอค่ะ

 

 

 

ด้านล่างจะแบ่งเป็นการรีวิวULTHERA vs THERMAGE  ทั้ง 2 ส่วน

บทความนี้ใช้เวลาเก็บผลเกือบ 2 ปีเต็ม

 

 รีวิว THERMAGE

ขณะทำอยู่ในช่วงอายุ 29 นะคะ จะครบ 2 ปีแล้ว ตอนนั้นยังไม่มีปัญหาอะไรชัด

แต่งานวิจัยบอกให้เราทำทุกปี หรือ ทุก 2-3 ปี จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจน

และ ทำให้ใบหน้าเราเด็กลงจริง

ทำทั้งหมดจำนวน 1200 SHOTS ทั้งใบหน้าและลำคอ

ราคา 150,000 กว่าบาท

ดวงตาทำไปก่อนหน้านี้ ราคา 35,000 บาท จำไม่ได้ว่ากี่ SHOTS

รูปก่อนทำในวัย 29 ปี ก็จะมีแก้มที่ยุ้ย ก็หวังว่าหน้าจะเล็กลงเป็นผลพลอยได้

แต่ในใจอยากได้แค่สะสมการสร้างคอลลาเจนไปเรื่อยๆทุกๆปี


 

เราจะเริ่มกันด้วยการทายาชาทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 45 นาที เพื่อบรรเทาความรู้สึกเจ็บที่เกิดขึ้น

 

 

ตอนนั้นเจ็บมาก รู้สึกว่าเป็นคนถ่ายเอง แต่ลืมถ่ายรูปเครื่องมา สามารถดูลิงค์ที่แปะให้

อ่านในกลไก การทำงานได้ค่ะ ถ่ายมาแต่อุปกรณ์ เป็นตัวเจล หรือ สารนำความร้อน

และ หัวทิปส์ 1200 SHOTS ที่ใช้ในการยิง ยิงเสร็จทิ้งเลย แพงที่หัวจริงๆ

 

 

คุณหมอจะเริ่มหนึ่งข้างก่อน ความร้อนจะทำให้ผิวด้านบนอมชมพูถามว่า

ความรู้สึกเป็นยังไง เจ็บลึก ปวดลึก บอกไม่เจ็บก็ดูหลอกเด็ก

แต่บางคนคงทนได้ เอิ๊กสำออย55

 

 

 

ผลลัพธ์การทำครึ่งหน้า ร่องแก้มหายไปในบรรดล 6 เดือน ถึง 1 ปีเข้าที่

 

 

รูปนี้ทำเสร็จแล้ว 2 ข้าง กว่าจะจบ 555 เกร็งจนเพลีย ร่องแก้มหายวับเลย ตาดูยก คิ้วยก

 

 

และแล้วก็เดินทางมาครบ 1 ปี มาเผยให้ดูกันแต่ละจุด

หน้าผากเห็นเด่นชัดเลย คือ สภาพผิวเรียบลื่น ริ้วรอยคลื่นบางๆ หายวับไป ผิวดูแน่นขึ้น

 

 

ผิวบริเวณคาง ผิวแน่น ละเอียดขึ้นอีกเช่นกัน

 

 

ผิวบริเวณข้างจมูก รูขุมขนที่ตื้นขึ้น เล็กลง ผิวละเอียดใสสว่างขึ้น มันช่วยเรื่องผิวจริงๆ

 

หน้าตรงครบ 1 ปี

พลังงานความร้อนที่ใช้มีผล จำได้ว่าเอิ๊กทนไม่ได้มาก ดังนั้นอาจจะไม่ร้อนลึก

ถึงระดับชั้นไขมันมาก เลยรู้สึกว่าในส่วนความเรียวของใบหน้าอาจจะไม่ได้เห็นชัด

แต่แน่นอน ความร้อนระดับคอลลาเจนถึงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในส่วนของริ้วรอยจางๆ

และ ผิวที่ดูกระชับ รูขุมขนกระชับ ผิวดีขึ้น ใสขึ้น แน่นขึ้น

 

 

ถามว่าจะทำต่อไปไหม ชัวร์โคตรโคตร เพราะว่ากระตุ้นคอลลาเจนเก็บสะสมไว้

หน้าจะเด็กยาวนาน

 

ข้อดี

เห็นผลเรื่องผิวชัด กระชับ รูขุมขนแน่นขึ้น ริ้วรอยบางๆหาย

กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ส่งผลเรื่องความอ่อนเยาว์ใต้ชั้นผิวจริงๆ

ถ้าเราทนพลังงานร้อนลึกๆได้ หน้าจะเล็กลงเพราะเซลล์ไขมันบางส่วนตาย

มีงานวิจัยเพียบ

ไม่ต้องผ่าตัด สวยแบบละมุนธรรมชาติ

ผ่าน USFDA

 

ข้อด้อย

เจ็บอยู่เหมือนกัน

ความแม่นยำและเห็นผลชัดของเทคโนโลยีส่งผลให้ราคาสูง

 

 รีวิว ULTHERA

ซึ่ง MERZ AESTHETICS

คือเจ้าของเทคโนโลยี ULTHERA จากเยอรมันที่เข้ามาเปิดสาขาในไทย

ใครอยากรู้ว่าทำ ULTHERA ของแท้หรือเปล่าสามารถสอบถามได้ที่เพจนะคะ

https://www.facebook.com/MerzAestheticsThailand/

ขณะทำอยู่ในช่วงอายุ 30 นะคะ จะครบ 1 ปีแล้ว มีปัญหาแก้มห้อยย้อย

ทำทั้งหมดจำนวน 400++ LINES ทำแค่ทั่วใบหน้า

ราคา 40,000 กว่าบาท

ULTHARA ได้รับการรับรองจาก USFDA ทางด้าน LIFTING

และเป็นเทคโนโลยีเดียวในการทำงาน ทำให้เราเห็นพลังงานULTRASOUND

ตลอดการทำ ว่าลงไปถึงชั้น SMAS ทุกไลน์จริงหรือเปล่า ให้ความแม่นยำ

เว็บไซด์ REVIEW ศัลยกรรมความงามชื่อดัง อย่าง REALSELF ก็เคยบอกไว้เลย

จาก 140 กว่ารีวิว ว่า คุ้มเงิน !!

 

 

การลงลึกของพลังงาน ถ้ามองให้ชัด ในหัวพลังงาน  4.5 ความร้อน

จะลงมาถึงเยื้อหุ้มกล้ามเนื้อ

ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว จึงยกผิวหน้า โครงหน้าขึ้นได้ เบอร์ 3-4-5

แต่ถ้าเรามีไขมันเยอะมาก พลังงานจะลงมายาก การใช้ THERMAGE อาจดีกว่า

 

 

การทำงานของ ULTHERA เราสามารถเลือกหัว เพื่อระดับความลึกของพลังงาน

ในการลงไปแก้ไขในระดับชั้นผิวที่เราต้องการได้อีก หัวมี 3 พลังงาน

1.5 / 3 / 4.5

 

 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นคนดีไซน์พลังงานให้เหมาะสมกับปัญของเรา

จุดไหนเป็นปัญหาต้องยิงเพิ่ม LINE

จุดไหนเก็บไว้ได้ ไม่ต้องยิงLINEเยอะ

ทุกอย่างอยู่ที่การประยุกต์ และ

ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของแพทย์แต่ละท่าน

ระยะเวลาเห็นผลที่ดีที่สุด 6 เดือน

 

เราจะเริ่มจากการทายาชา เพื่อบรรเทาความเจ็บอีกเช่นเคย

 

 

นอนรอคุณหมอ แล้วก็ทำใจไปพลางๆ ไม่แน่ใจว่าจะเจ็บแค่ไหน

 

 

ตัวเครื่อง ULTHERAและอุปกรณ์รวมถึงเจลเพื่อป้องกันความร้อนเบิร์นผิวด้านบน

 

 

เครื่องจะถูกตั้งค่าเป็น 0 ระบบฉลาดมาก บันทึกชื่อคนไข้ คราวนี้ทำอะไรไป

คราวหน้าจะได้วางแผนถูก และ ใบบันทึกผลการรักษาว่าเราจะใช้กี่ LINE ในบริเวณไหนบ้าง

 

 

คุณหมอจะทำทีละครึ่งหน้าเช่นเดิม และ คุณหมอจะชวนคุยเพลินๆให้ลืมความเจ็บแต่ว่า

ไม่ลืมเลยค่ะ ความรู้สึกเจ็บอันนี้เหมือนหนังยางดีดรัวๆ ลึกๆ เจ็บลึกๆ

ทนได้ 400 กว่าครั้งเท่านั้นตอนแรกว่าขอเยอะๆ เอาแบบเต็มสูบเลยค่ะคุณหมอ

จบชีวิตตั้งแต่ 300 LINES มันสุดยอดมาก 5555555

 

 

 

ULTHERA เป็นเทคโนโลยีเดียว ที่มีหน้าจอให้มองเห็นถึงพลังงานในขณะทำ

ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าเราจะแก้ปัญหาผิวจริงจัง เราต้องรู้ให้ได้ว่าที่

จ่ายตังค์ไป มันคุ้ม เราได้อย่างที่เราอยากได้ 100% รึเปล่า

ไม่ยังงั้นจะได้ผลลัพธ์ได้อย่างไรเราจะเห็นพลังงานที่ลงไปตลอดเวลา

อย่าง ULTHERA หัว 3 หัว เวลาพลังงานลง เราจะเห็นพลังงานลงไป

ในรูปแบบนี้เลย

 

 

เพราะถ้ามีข้อผิดพลาด เช่น เจลปกป้องผิวทาน้อยไป ผิวด้านบนไหม้แน่นอน

หรือ พลังงานลงไม่ถึงชั้นที่ต้องการ

 

 

หัวที่เอิ๊กใช้วันนี้มี 2 หัว คือ 3 และ 4.5 คุณหมอเป็นคนดีไซน์ LINE ว่าจุดไหนควรใช้หัวไหน

อีก1ปัจจัย คือ เรื่องของระดับพลังงานที่ปล่อยความร้อน ยิ่งสูงยิ่งได้ผลดี

แต่ร้อนอาจจะเจ็บมาก อีกวิธีคือใช้ LINE เยอะหน่อย ปล่อยระดับพลังงานที่ทนได้

ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นกัน เป็นเรื่องความร้อนสะสม แต่ข้อเสียคือเพิ่มเงิน เพิ่มLINE

 

 

จบแล้วคุณหมอจะบันทึก LINE ในแต่ละจุดลงในเอกสาร

และดูหน้าจอ จะมีชื่อแพทย์ ชื่อคนไข้

สรุปจำนวน LINE ให้เห็นชัดเจน ทำจริง เจ็บจริง ลงจริง ไม่โกง 55555

 

มาถึงผลลัพธ์ ตั้งแต่ 1 เดือน 3 เดือน และ 8 เดือนนะคะ

 

 

คลิกที่รูป 2 รอบ เพื่อขยายดูนะคะ เรามาดูที่ 3 เดือนแรกกันก่อน

หน้าตรงจะเห็นว่าเอิ๊กมีกระเปาะแก้มย้อยลงมาตามวัยหลังทำเดือนนึงยังไม่ค่อยเข้าที่

แต่ก็เริ่มยกละ เดือน3อาจจะประกอบกับฉีด DIAMOND TOXIN ให้ใบหน้าเรียว

ช่วงนี้ใบหน้ายกกระชับ มลได้รูปแบบเห็นได้ชัด ร่องน้ำหมากยกสูงขึ้น

ด้านข้างจะเห็นผิวลำคอยกสูงขึ้นเช่นกัน

เหนียงเล็กๆเว้าไป จริงๆ 3 เดือนคนทักละ หน้าฟีบ นึกว่าไปทุบหน้าเกาหลีมา

 

 

เดือนที่ 8 ต้องขออภัย หน้าดูบวมๆ อวบๆ เพราะน้ำหนักขึ้นมา 3 โลแต่ให้ดูความยก

หน้าตรง จะเห็นว่ายังมล ได้รูป ไม่มีกระเปาะแก้มห้อย ร่องแก้มยกสูงขึ้นเล็กน้อย

แต่ถ้ามุมมองจากด้านข้างเห็นเลยหน้ายกขึ้น มุมเนื้อแก้มแฟบไม่เกยจมูก

ร่องน้ำหมากยกสูงขึ้นเล็กน้อย เหนียงอาจจะเริ่มมานิดๆเพราะอวบขึ้น 5555

อีกอย่าง ไม่ได้ทำคอ ทำแค่ใต้ใบหน้าเล็กน้อย นี่ถ้าทำคงยกกระจาย

คุณหมอบอกว่าคอเจ็บมาก เลยขอทูลลาคุณหมอก่อน ไม่ไหว

 

 

หลังทำ ULTHERA อาจจะมีอาการรู้สึกบวมใต้ผิว บางคนรู้สึกกดเจ็บนิดๆ

บางคนก็ไม่บวมเลย ดีงาม แต่ของเอิ๊กเหมือนคนผ่าฟันคุดมา

เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ .. เฉลี่ย 2 อาทิตย์จะค่อยๆกลับมาเป็นปกติ

ผ่านไป1อาทิตย์ เอิ๊กพบว่า การใช้มาส์คหน้า ที่ดูแลเรื่องหน้าเรียวแบบที่ใส่อยู่

หรือ จำพวกเข็มขัดหน้าเรียว รัดไว้ที่ใบหน้าของตัวเองพบว่า

ใบหน้าเข้าที่เล็กลงเร็วขึ้นมาก (ทดลองส่วนตัวคนเดียว)

เพื่อนทักว่าผอมลงหลายคน เปล่าเลย หน้าเล็กลงต่างหาก

ผิวช่วงนั้นยังรู้สึกอักเสบเล็กๆ กดจะช้ำๆมันส์ๆ 555

 

 

เคล็ดลับในการทำ ULTHERA ของเอิ๊กคุณหมอจะดีไซน์ให้โดนไขมันน้อยที่สุดในช่วงแก้ม

ดังนั้นทุกคนจะยังเห็นเอกลักษณ์แก้มของเอิ๊กที่เห็นเหมือนเดิมอยู่

มันจึงต้องมีจอให้เห็นว่าพลังงานมันต้องถึง

ต้องเห็นพลังงานตลอดว่าไปแตะจุดกล้ามเนื้อรึยัง ไม่ใช่ไขมัน

ที่เราควรให้มันอยู่ ผิวจะได้ยังดูเด็ก สดชื่น มีน้ำมีนวล

เพราะอยากให้เอิ๊กเก็บแก้มธรรมชาติไว้ให้ยาวนานที่สุด ❤️

จะจ่ายเงินทั้งทีมันต้องคุ้มเพราะมันแพง


 

8 ปีที่ดูแลผิวด้วยเทคโนโลยีความงามหลากหลายรูปแบบ แต่ยังเก็บเอกลักษณ์

และ ชะลอวัยไปในตัว รูปหน้าอาจจะหดลงตามวัย เราก็พยายามเก็บบางส่วนไว้ให้ดีที่สุด

ตามคนอื่นมากก็ไม่ดี ความสวยอยู่ที่เรามอง แต่ความแก่เราดูแลได้ 🙂

ปีไหนเริ่มห้อย เรามาเจอกันใหม่นะจ๊ะ ULTHERA พี่ละอยากได้ยาสลบตอนทำจริงๆ55

 

ข้อดี

เห็นผลเรื่องผิวยกชัดเจน กรอบหน้าละมุน ความคล้อย ห้อยหายไป

กระตุ้นคอลลาเจนบ้างเล็กน้อยที่พลังงาน 3

ถ้าเราทนพลังงานร้อนลึกๆได้ หน้าจะยกกว่านี้

มีงานวิจัยเพียบ

ไม่ต้องผ่าตัด สวยแบบละมุนธรรมชาติ

ผ่าน USFDA

มีจอให้เห็นว่าพลังงานลงจริง โดนจริง จ่ายจริง ได้จริงตลอดการทำ

 

ข้อด้อย

เจ็บจนร้องขอชีวิตสำหรับเรา

ความแม่นยำและเห็นผลชัดของเทคโนโลยีส่งผลให้ราคาสูง

 

 

 

ขอสรุปเป็นตารางในแบบประสบการณ์ตัวเองนะคะ

 

 

หวังว่าบล็อคนี้คงละเอียดพอให้กับคนที่ตัดสินใจอยู่ รู้ว่าเดินทางไหน

ไม่ก็ปรึกษาหมอค่ะ แต่เอิ๊ก อยากรู้เพื่อจะวางแผนของตัวเองและบอกเลย

พอได้ทำทั้งสองอัน เก็บผลมา 2 ปี มันเข้าใจกว่าที่เราฟังเยอะ

จึงแชร์แบบหมดเปลือกกับประสบการณ์ตรง

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ และ บทความนี้จะสมบูรณ์แบบไม่ได้

ถ้าไม่มีบรรยายโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ วรพงษ์  ที่นำงานวิจัย

มาเผยแพร่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และ

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา ที่ดูแล และ นั่งอธิบายทุกเทคโนโลยี

รวมถึงอัพเดทงานวิจัยความรู้ใหม่ๆให้เอิ๊กได้ติดตามและนำมาถ่ายทอดเสมอ

ขอบพระคุณคุณหมอ และ ขอบพระคุณ ISKYCENTER มากๆค่ะ

 

 

ข้อมูลทั้งหมดถือเป็นลิขสิทธิ์ของ www.erk-erk.com แต่เพียงผู้เดียว

เอิ๊กเรียบเรียงและเขียนเองทั้งหมดอนุญาตให้แชร์เนื้อหาผ่านจากเว็บโดยตรง

และ ขอความกรุณา ไม่คัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข ข้อความส่วนใดทั้งสิ้นค่ะ

วัน

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, RADIO FREQUENCY, SKIN, THERMAGE, ULTRASOUNDComments (0)

Protected: ปลูกผม THEME DERMATOLOGIC CLINIC

This content is password protected. To view it please enter your password below:

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, HAIREnter your password to view comments.

เลเซอร์ที่เกาหลี THEME Dermatologic Clinic ย่านกังนัม

 

 

 

 

 

” มาครั้งเดียวรักษาได้ทุกอย่างพร้อมกัน เห็นผลเร็ว ชัดเจน “

นี่คือคอนเซ็ปต์สั้นๆ ง่ายๆหลังจากที่เอิ๊กได้คุยกับคุณหมอ LEE HAK KYU

คุณหมอผิวหนังที่มีชื่อเสียงมากกว่าสิบปีในย่านกังนัม

แห่ง THEME DERMATOLOGY CLINIC อีกหนึ่งส่วนที่ STMSTYLE

ให้บริการในเรื่องการดูแลผิวพรรณโดยเฉพาะ

คำถามเอิ๊ก คือ ทำไมถึงชอบรักษาทั้งหมดในเวลาเดียวกันแบบครั้งเดียว

คุณหมอบอกว่า ” ลูกค้าต่างชาติเยอะ มาทีก็อยากดูแลให้หมด

เห็นผลเร็วชัดเจนกลับไป HAPPY ”

จากความสงสัยของเอิ๊กที่ได้ถามไปนั้น สงสัยมาก เพราะเมืองไทยนิยมรักษาให้

หายทีละอย่าง อีกคำถามคือ เขามาทำอะไรกันส่วนมาก

” ขาวใสไร้สิวฝ้า หน้าตึงกระชับธรรมชาติดูอ่อนเยาว์ “

นั่นเป็นคำตอบช่วงแรกที่เอิ๊กได้ถามคุณหมอไปค่ะ

THEME DERMATOLOGY CLINIC  ให้บริการผิวหนังด้านใดบ้าง

  • Whitening Laser (เลเซอร์ผิวขาว)
  • เลเซอร์หน้าใส
  • เลเซอร์ปรับสีผิวและสภาพผิว
  • เลเซอร์กระชับรูขุมขนและยกกระชับหน้า
  • เลเซอร์สิว, รอยแผลเป็นจากสิว, ฝ้า
  • Multi Laser มาครั้งเดียวทุกปัญหา

โดยเครื่องมือเลเซอร์ผ่านการรับรองFDAและวิจัยมาตรฐานสากล เหมือนศูนย์เลเซอร์ไทยที่ถูกต้องและได้มาตราฐานหลายๆตัว เอิ๊กไปดูแล้วมีหลายตัวที่นิยมและใช้เหมือนกันต่างกันแค่ตรงมาทีเดียว พยายาม จบทุกปัญหาให้หมด ในเวลาไม่นาน ครั้งเดียวอาจได้ผลเท่านี้ ก็มาซ้ำให้ครบทุกปัญหาอีกไม่กี่รอบก็จะดีขึ้น จนถึงหาย

นี่คือเครื่องเลเซอร์บางส่วนที่เขาใช้ จะบอกว่าเยอะมาก ห้องนึงเห็นหลายตัวอยู่ในห้อง

เดียวกันเลยจนแทบเต็มพื้นที่มีแค่เตียงนอนและที่หมอยืนหรือนั่งยิงเลเซอร์

บรรยากาศของที่นี่

บทสัมภาษณ์คุณหมอผิวหนัง LEE HAK KYU 


รูปแบบการรักษาของ THEME DERMATOLOGY CLINIC 

จุดเด่น คือ ถ้าคนนึงที่เข้ามารักษาผิว เขาจะไม่มารักษาเป็นอย่างๆ เช่น รักษาสิว รักษาฝ้า ทีละอย่าง แต่แพทย์จะเป็นคนดูปัญหาโดยรวมๆ ที่เป็นปัญหาผิวปัจจุบันทั้งหมด แล้วแพทย์จะประเมินเพื่อทำการรักษาทุกอย่างไปพร้อมๆ กันในครั้งเดียวที่มา เพื่อทำให้ผิวพรรณดูดีขึ้นไปเลยทีเดียว ไม่ใช่มารักษาทีละอย่าง หรือ รักษาปัญหานี้เสร็จหายดีก่อน ค่อยรักษาอีกปัญหานึง เช่น ถ้ารักษาสิว ก็รักษาไปเรื่อยๆ พอสิวหายก็ต้องกลับมาพบหมอใหม่และบอกหมอว่ามีรอยด่างดำด้วย รูปแบบการรักษาจึงเป็นแบบผสมผสานทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมกัน และการรักษาต้องเห็นผลรวดเร็วชัดเจนด้วย

THEME DERMATOLOGY CLINIC เปิดบริการมากี่ปี

13 ปี

อุปกรณ์มีครบทุกปัญหาผิวพรรณไหมคะ เพราะบางครั้งไม่ครบ เช่นถ้ามีหลายสาขาก็ลากเครื่องไปมาระหว่างสาขา

จากการที่เปิดมานานกว่าสิบปี ที่นี่มีให้บริการทุกปัญหา และ เครื่องพร้อมที่นี่ ไม่ต้องลากไปลากมา

ที่บอกว่าสามารถเห็นผลได้ค่อนข้างชัดเจน และ ไว ทำไมถึงทำการรักษารูปแบบนี้

เนื่องจากว่าที่นี่ มีลูกค้าเกาหลีเป็นปกติที่อยู่ที่นี่พวกเขาก็อาจจะมีเวลาที่จะเข้ามารับการบริการหรือการรักษาได้บ่อยๆ แต่ที่นี่ก็มีลูกค้าต่างชาติเยอะทั้งจากเอเชียเอง ประเทศใกล้เคียง หรือ ทางฝั่งตะวันตกเอง ซึ่งในกรณีที่เป็นลูกค้าต่างชาติอาจจะมีเวลาที่สั้นและกระชับเพื่อรับการรักษา ทางทีมแพทย์จึงพัฒนาวิธีการและเทคนิคในการใช้เลเซอร์หลายๆ อย่างเข้ามาประกอบกัน เข้ามาร่วมกันในการรักษา เพื่อทำให้เวลาในการรักษามันสั้นลงและก็เห็นผลเร็วขึ้น นี่ก็เลยเป็นเหตุผลพิเศษว่าทำไมจึงนิยมรักษาครั้งเดียวทุกปัญหา และ ต้องเห็นผลไว ชัดเจนเพื่อบริการให้ลูกค้าต่างประเทศนั่นเอง

ที่นี่มีบริการทางด้านเลเซอร์ผิวพรรณอะไรบ้าง

ก็คือที่นี่จริงๆ แล้วก็จะมีบริการที่เรียกว่าแบ่งออกเป็นสองส่วนชัดๆ ก็คือด้านรักษาผิวพรรณแล้วก็เป็นด้านของผม ในส่วนของผิวพรรณหลักๆ เลยก็จะเป็นลักษณะในส่วนของฉีดผิวขาว ทำให้ผิวขาวขึ้น แล้วส่วนที่สองก็จะเป็นเรื่องของการลดเลือนริ้วรอยเป็นหลักๆ นะคะในส่วนอีกส่วนที่แบ่งออกมาก็คือ จะเป็นในส่วนของเส้นผมที่จะดูแลในเรื่องผมร่วงและก็ปัญหาเส้นผมต่างๆ ค่ะ ซึ่งก็จะมีการใช้เลเซอร์ชนิดต่างๆ อย่างเช่นผิวขาวก็จะเป็นเลเซอร์ชนิดนึง แต่ถ้าเป็นริ้วรอยก็อาจจะเป็นในลักษณะของลิฟติ้ง ก็อาจจะเป็นเลเซอร์ในส่วนของยูเทร่าอะไรก็แล้วแต่ใช้หลายๆ อย่างผสมกัน

แพทย์ที่นี่มีกี่ท่าน จบเฉพาะทางไหมคะ เพราะคนไทยเลือกแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากความปลอดภัยและประสบการณ์

ประมาณ 5 ท่าน พนักงานประมาณ 40 ท่าน จะมีเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง สองท่าน แล้วที่เหลืออีกสามท่านจะเป็นแพทย์ที่ทำด้านศัลยกรรมความสวยความงามเพราะว่าที่นี่ก็มีส่วนศัลยกรรมอีกอย่างคือศัลยกรรมปลูกผม

บริการยอดนิยมของคนเกาหลีที่นี่คือ

ริ้วรอยหรือการฉีดผิวขาว แม้ว่าคนเกาหลีจะดูขาวอยู่แล้วแต่คนที่อยากขาวขึ้นก็มี ส่วนมากคนที่รักษาจะเป็นผู้หญิงซะมากกว่า ขาวใสก็อาจจะเป็นปัญหาหลังจากเป็นสิวเพราะว่าคนที่เป็นสิวมากๆ สิ่งที่ตามมาคือริ้วรอย รอยแผลเป็น หรือบางคนก็อาจจะเป็นในเรื่องกระ เรื่องฝ้า แต่ตอนนี้ ณ ปัจจุบันที่ฮิตสุดที่นี่คือจะเป็นเรื่องของผมเพราะว่าปัญหาในเรื่องของหัวล้านตรงนี้เป็นอะไรที่กำลังเป็นปัญหามากของประเทศเกาหลี เพราะฉะนั้นคนก็มารักษาเรื่องผมเยอะมากเหมือนกัน

ปัญหาผิวที่ยาก ที่เคยรักษา

ก็คือจริงๆ ถ้าพูดถึงปัญหาผิวตอนนี้มันมีเยอะมากจริงๆ และไม่ใช่ทุกปัญหาจะสามารถแก้ไขได้ แต่อย่างปัญหาง่ายๆ อย่าง สิวหรืออะไรแบบนี้แน่นอนใครๆ ก็รักษาได้ แต่ถ้าพูดถึงปัญหาที่มันยากๆ มันก็มีหลายอย่างเหมือนกัน มีเยอะเลยแต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะแก้ไขได้ บางอย่างแก้ได้บางอย่างแก้ไม่ได้ แต่แพทย์ที่นี่ก็จะพัฒนาเทคนิคต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้วันนึงสามารถดูแลทุกปัญหาให้เต็มที่และเห็นผลดีมากที่สุด เช่น เรื่องของการปลูกผมเป็นต้นก็พัฒนาเทคนิคจนกระทั่งใช้วิธีมีการเอาผมตัวเองกลับมาปลูกได้ มีการตัดจากด้านหลังศีรษะเองแล้วก็เอามาปลูกด้านหน้า โดยปลูกด้วยรากผม ก็ต้องคุยกันตรงๆว่าก็ยังมีปัญหาผิวหลายอย่างที่ยังแก้ไขไม่ได้

เลเซอร์ทำให้ผิวบาง ผิวแห้ง มีฝ้า กระ ขึ้นจริงหรือเปล่า

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องทำเลเซอร์มีอยู่เยอะเลย เช่น ถามว่าทำเลเซอร์ทำให้ผิวบางจริงมั้ย ถ้าทำอย่างถูกต้องเรื่องทำให้ผิวบางลง ไม่จริง อย่างคนที่มารักษาริ้วรอยเขาก็มารักษาแค่เฉพาะริ้วรอยด้านบนไม่ได้กระทบกระเทือนต่อความหนาของชั้นผิวเพราะยังไงผิวก็ไม่ได้บางลงไปกว่าเดิม แต่ถ้าสมมติเจอกรณีที่ใช้วิธีการทำที่ผิดพลาดก็อาจจะทำให้ผิวบางลงได้ หรืออย่างอาทิเช่น  อาจจะทำแล้วมีรอยดำขึ้นมาชั่วคราวก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

ผิวไวแสงขึ้นจริงมั้ยคะ เห็นเขาบอกว่าหลังทำเลเซอร์ต้องกันแดดเยอะถ้าโดนแดดฝ้ากระจะมาขึ้นเร็วกว่าเดิม

เลเซอร์ที่ช่วยกรอผิว ขัดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วก็อาจจะไม่ถึงกับไวแสงมากนัก แต่ทางที่ดีก็คือเวลาที่ออกแสงแดดการลงครีมกันแดดเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่จะทำได้แต่เนื่องจากเลเซอร์จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่กรอผิวด้านบนออก กรอผิวออกส่วนบนแต่ก็มีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาด้วยเพราะฉะนั้นมันจะขึ้นมาทดแทนผิวเดิมได้ ดีที่สุดเวลาที่ออกแดดก็ทาครีมกันแดดกันไว้ด้วย

 

 

 

 

 

การบริการด้านผิวพรรณมีอะไรบ้าง

วิธีทำให้ผิวขาวใส

  • ฉีดผิวขาว
  • ทานอาหารเสริม หรือ ยาที่มีส่วนทำให้เม็ดสีเข้มอ่อนลง
  • เลเซอร์ IPL และ การฉายแสง
  • การทำทรีทเมนท์ , มาส์ค

เอิ๊กทำทรีทเมนท์หน้าชุ่มชื่น ขาวเด้งอยู่ฮะ ชุดคนไข้สีชมพู เตียงเขียว ><

โดยทุกอย่างจะอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ามารับบริการ

 

การรักษาสิว รอยแผลเป็นจากสิว และ ฝ้า

  • Kobayashi Laser 

ทำลายต่อมไขมันที่ผลิตไขมันมากจนเกินไปใต้ผิว ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องสิวหัวดำได้ และทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้ แต่ทั้งนี้รูขุมขนจะกระชับหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย ซึ่งตามหลักแล้วหากต่อมไขมันผลิตน้ำมันได้น้อยลง ก็จะทำให้รูขุมขนนั้นไม่กว้างขึ้นตามไปด้วย

 

ระยะเวลาในการรักษา และ จำนวนครั้งในการรักษา

ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน แต่โดยปกติการรักษาสิวจะทำการรักษาประมาณ 1-2 ครั้งต่อเดือน และ การกระชับรูขุมชนนั้นจะทำการรักษา 4-5 ครั้งต่อเดือน

 

  • Skin Scaling (การขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว)

 

กรณีที่สิวอุดตันแพร่กระจายจนทำให้ใบหน้าไม่เรียบเนียน อาจรักษาได้ด้วยเทคนิคการลอกผิวนี้ การรักษาทำได้โดยการใช้ยาทางเคมี เพื่อลอก และผลัดเซลล์ผิว และเปิดรูขุมขนที่อุดตันออก เพื่อทำให้ผิวที่อักเสบจากการเกิดสิวนั้น สามารถดูดซึมสารอาหารจากยาได้เพิ่มขึ้น หลังจากเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้แล้ว ผิวก็จะทำการผลัดใหม่ ส่วนที่เคยเป็นสิว อาจจะมีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะลอกออก และจางหายไปเอง  การรักษาวิธีนี้ค่อนข้างสะดวก เพราะสามารถล้างหน้า หรือแต่งหน้าได้ทันที ทำให้ปัญหาผิวหน้าที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตหมดไป โดยส่วนตัวคิดว่าอาจเหมาะกับคนผิวมันมากกว่าผิวแห้ง

ขั้นตอนในการรักษา

ขั้นที่ 1    หลังจากทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึกด้วยคลีนซิ่งแล้ว ก็จะทำการขัดผิวก่อน

ขั้นที่ 2    เพื่อให้การลอกผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะลงด้วยโลชั่นที่ทำให้สภาพผิวหน้านั้นแห้งลง

ขั้นที่ 3    หลังจากทำการขัดผิวหน้าทั้งหมด อาจจะรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง จะใช้เวลาขั้นตอนนี้เพียงแค่ 30 วินาทีเท่านั้น

ขั้นที่ 4    ประคบด้วยถุงน้ำแข็ง เพื่อลดอาการปวด และความร้อนจากการขัดผิวขั้นที่ 5    เผื่อลดอาการผื่นแดง ให้ประคบด้วยน้ำแข็งทุกๆ 15 นาที และให้ผิวได้ดูดซึมสารอาหารผ่านสกินมาสเตอร์

ขั้นที่ 6    เพื่อฟื้นฟูผิวหน้า หลังจากนั้นอีก 15 นาทีจะทำการมาร์คผิวหน้าด้วยวิตามิน และฉายเลเซอร์ฮีเลียม นีออนอีกครั้งหนึ่ง

ขั้นที่ 7    หลังจากนั้นจึงลงครีมที่ช่วยฟื้นฟูผิว ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามสภาพผิวแต่ละคน สุดท้ายลงครีมกันแดดอีกครั้งหนึ่ง

ก่อน และ หลังการรักษาด้วยการขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

  • New Smooth Beam

เลเซอร์นี้จะไปทำลายที่ต่อมไขมันในชั้นผิวโดยตรง ซึ่งเป็นตัวการของการเกิดสิว จะทำการควบคุม และจัดการต่อมไขมันให้ขับไขมันออกมาในระดับที่พอเหมาะ แรกเริ่มจะทำให้ผิวในชั้นหนังกำพร้านั้นอยู่ในสภาพที่เย็นจัดที่สุดด้วยเทคโนโลยี DCD จากนั้นจึงทำการกระตุ้นต่อมไขมันในชั้นหนังกำพร้า และเร่งให้เกิดการผลิตคอลลาเจนในเส้นใยอีลาสติกให้มีความยืดหยุ่นขึ้น ผลลัพธ์คือจะทำให้ต่อมไขมันถูกทำลาย และเกิดการผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาปัญหาผิวหน้าทั้งจากสิว รอยแผลเป็น หรือริ้วรอยต่างๆ ได้เป็นอย่างดีการรักษาปัญหาผิวหน้าด้วยเลเซอร์ชนิดนี้ ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุด ไม่แพ้การรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดอื่นๆ จาก FDA การรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดนี้จะช่วยลดการเกิดสิวขึ้นอีก ควบคุมต่อมไขมันที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิวในระยะยาว หลังจากการรักษาแล้ว สามารถฟื้นฟูสภาพผิวหน้าได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้สามารถล้างหน้า หรือแต่งหน้าได้ตามปกติ หากรักษาด้วย New Smooth Beam นี้ควบคู่ไปกับเลเซอร์อื่นๆ อย่าง Fraxel Laser และ Affirm Laser ไปพร้อมๆกัน ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงขึ้น เห็นผลได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

 

 

  • V-Beam Laser

การปล่อยแสงเลเซอร์ไปที่เส้นเลือดในระยะเวลาสั้นๆ บริเวณที่ต้องการรักษา เป็นการรักษาแบบเลเซอร์ที่เหมาะกับการรักษาพวกรอยแผลแดง รอยฟกช้ำต่างๆ ได้เป็นอย่างดี  พลังงานดังกล่าวจะถูกดูดซึมเข้าไปในเลือด และเกาะอยู่ตามผนังเส้นเลือด แต่จะไม่ส่งผลหรือเป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย และไม่ทำให้ผิวบริเวณที่ถูกเลเซอร์นั้นได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เป็นการรักษาที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเส้นเลือดโป่งพอง ไฝ ปานแต่กำเนิด รอยแผลนูน และรอยแผลเป็นแดงต่างๆ

 

 

เลเซอร์กระชับรูขุมขนและยกกระชับหน้า 

  • Affirm Laser 

เลเซอร์ในการรักษาผิวชนิดหนึ่ง โดยการใช้  Cap Technology ซึ่งการฉายแสงแต่ละครั้ง จะทำการสร้างอณูเล็กๆ ขึ้นที่ผิวหน้าบริเวณที่ฉายแสงกว่า 1,000 แห่ง เพื่อไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นในผิว ช่วยในการการกระชับรูขุมยกกระชับใบหน้า รักษาริ้วรอย และรอยแผลเป็นต่างๆ ได้ ช่วยรักษาสิว รอยแผลเป็น รอยแผลไฟลวก โรคจากเม็ดสีผิว กระชับรูขุมขน ริ้วรอย และผิวที่หยาบกร้าน ช่วยให้เกิดการผลิตคอลลาเจนขึ้นใหม่ใต้ผิว ส่งผลให้พวกรอยแผลต่างๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถรักษาให้หายขาดได้แม้ทำการรักษาแค่ครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องทำการรักษาหลายรอบเช่นการรักษาในแบบอื่นๆ  นอกจากนี้ ยังไม่มีอาการเจ็บปวดจากการรักษามากนัก และผิวยังสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย จำนวนครั้งที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษานั้น อาจจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย แต่โดยปกติ ก็จะเห็นผลได้ตั้งแต่การรักษาเพียงครั้งแรกแล้ว ส่วนการรักษาพวกรอยแผล และริ้วรอยต่างๆ นั้นจำเป็นต้องทำการรักษาประมาณ 3-5 ครั้ง (ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์) จึงจะเห็นผล และหายเป็นปกติ

ก่อน และหลังการทำเลเซอร์กระชับรูขุมขนแบบ Affirm Laser

 

  • CO2 Fractional 

 เทคโนโลยีกระชับรูขุมขน และ ยกกระชับใบหน้าที่ใช้หลักการทำงานของคลื่นความถี่สูง และเลเซอร์ IR ร่วมกัน แทบจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย ช่วยกระตุ้นให้ให้ผิวนั้นสร้างสารอย่างคอลลาเจนขึ้นใหม่

  • G-Beam

ช่วยยกกระชับใบหน้า ลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ให้ผิวหน้าดูเนียนเรียบ โดยการฉายแสงเลเซอร์เพื่อรักษาผิวหน้าประเภทหนึ่ง โดยการใช้ก๊าซที่เย็นเป็นพิเศษอย่าง DCD ของเลเซอร์ Candela ลงไปที่ผิว เพื่อทำให้ผิวอยู่ในสภาพเย็นจัดอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นจึงฉายเลเซอร์ที่มีความร้อนลงไปรักษาผิวในชั้นหนังกำพร้า แล้วสุดท้ายจึงลงเลเซอร์ G-Beam ขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง (เป็นหนึ่งในเลเซอร์ Nd:YAG ประเภทหนึ่ง) จะไปช่วยกระตุ้นอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นหนังแท้ให้เพิ่มสูงขึ้น  ซึ่งเมื่ออุณหภูมิในผิวหนังชั้นนี้สูงขึ้นแล้ว ก็จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ทำให้ริ้วรอยต่างๆ ดูจางลง ช่วยยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อย กระชับรูขุมขน และทำให้รอยแผลเป็นจากสิวดูจางลง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการรักษาเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากเม็ดสีผิว ขี้แมลงวัน และกระต่างๆ ได้ด้วย หลังจากทำการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดนี้แล้ว ผิวจะสดใส เต่งตึง และยกกระชับหน้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับว่าเป็นวิธีกระชับรูขุมขนและยกระชับหน้าได้เป็นอย่างดี ใช้เวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น และเห็นผลได้ในทันที ไม่มีแม้แต่ความเจ็บปวด หรือรอยแผลเป็น หรือสะเก็ดแผลใดๆ หลงเหลือ สามารถล้างหน้า หรือแต่งหน้าได้ในทันที  โดยปกติการรักษาด้วยวิธีนี้จะใช้เวลา สองถึงสี่สัปดาห์ ประมาณ 3-5 ครั้ง และในแต่ละครั้งจะใช้เวลาเพียง 10-20 นาที ส่วนจำนวนครั้งที่ต้องเข้ารับการรักษานั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของผู้เข้ารับการรักษาแต่ละท่านด้วย แต่หากหลังการรักษายังผิวนั้นมีลักษณะบวม หรือแดงขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวนั้นกำลังฟื้นฟูอยู่ เมื่อเวลาผ่านไป อาการดังกล่าวก็จะหายไป และกลับเป็นปกติเช่นเดิม

  • Relax F 

การยกกระชับผิวหน้าด้วยโดยจะเจาะเข้าไปในชั้นผิว แล้วทำการปรับสภาพผิวชั้นหนังกำพร้า โดยจะถ่ายทอดพลังงานความร้อนที่มีความถี่สูงลงไปสู่ผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าสามารถรักษาความเย็นเอาไว้ได้ ส่งผลให้คอลลาเจนในผิวเกิดการหดตัว และเมื่อเวลาผ่านไป ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

 

เลเซอร์ปรับสีผิวและสภาพผิว

  • ไฝ
  • กระ
  • ขี้แมลงวัน
  • ฝ้า
  • ปาน
  • จุดสีน้ำตาลตามผิวต่างๆ

 

  • C6 Laser Toning

เลเซอร์ชนิดนี้เป็นการพัฒนาประสิทธิภาพเดิมของแนวคิด Q-Switch ในนวัตกรรมเลเซอร์แบบ Nd:YAG ขึ้น โดยการทำ Laser Toning เช่นนี้แพทย์จะทำการฉายเลเซอร์ลงไปยังโครงสร้างผิวโดยตรงเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น ทำให้ผิวนั้นไม่ได้รับความเสียหาย และเกิดรอยแผลเป็นใดๆ มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับเม็ดสีผิวต่างๆ สิว หรือรอยแผลเป็นต่างๆ ได้เป็นอย่างดีโดยจะตรงเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดสีผิวที่มีปัญหา และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นในผิวใหม่อีกครั้ง เป็นเลเซอร์ที่รวมทุกเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิวต่างๆ ทั้งกระชับรูขุมขน ลอกผิว หรือโทนนิ่งเอาไว้ในขั้นตอนเดียว แสงเลเซอร์ชนิดนี้จะตรงเข้าทำลายเซลล์ผิวที่มีปัญหาที่ชั้นล่าง ทำให้มีประสิทธิภาพสูงแม้เป็นการรักษารอยฝ้า หรือกระที่มีสาเหตุมาจากเม็ดสีผิวชั้นล่างก็ตาม

  • IPL

รักษาโรคเกี่ยวกับเส้นเลือด เม็ดสีผิว หรือรูขุมขนที่ขยายตัวออกมามากจนเกินไป 

  • MESOTHERAPY

เป็นการรักษาด้วยการฉีดสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวเช่น ไวท์เทนนิ่ง หรือวิตามินต่างๆ เข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง นอกจากจะช่วยให้ผิวขาวขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ริ้วรอย หรือปัญหาผิวอื่นๆ ลดลงได้อีกด้วย

  • Q-Switch Nd:Yag Laser

เลเซอร์ชนิดนี้จะเข้าไปทำลายเม็ดสีผิวที่มีปัญหาเท่านั้น ที่เกี่ยวกับเม็ดสีผิว และใช้เวลาในการรักษาสั้นมาก

  • การรักษาด้วยประจุไฟฟ้า

เป็นการใช้เทคโนโลยีประจุไฟฟ้าที่เป็นศูนย์มาช่วยให้ผิวสามารถดูดซึมวิตามินซีได้สูงขึ้น โดยประจุนี้จะแทรกซึมเข้าไปได้ลึกถึงเม็ดสีผิวที่อยู่ในชั้นหนังแท้ และจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่มีปัญหาออกไป มีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้า และกระที่เกิดจากชั้นหนังแท้มีปัญหาซึ่งรักษาได้ยากได้เป็นอย่างดี

  • Oxy Jet

เพิ่มออกซิเจนให้แก่ผิว ทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น โดยการขัดผิวด้วยการพ่นผงคริสตัลละเอียด นอกจากจะทำให้ริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น รอยแผล หรือปัญหาผิวอื่นๆ ลดลง และจางไป

  • Skin Scaling

ใช้ในการรักษาผิวที่แห้ง และปัญหาผิวอื่นๆ หลังการรักษาด้วยวิธีนี้ ผิวที่เคยเป็นจุดด่างดำต่างๆ จะค่อยๆ ใสขึ้น รวมทั้งริ้วรอยต่างๆ บริเวณรอบปาก ดวงตา และรอยแผลเป็นจากสิวต่างๆ ก็จะหายไปด้วย

 

เลเซอร์หน้าใสแบบ MULTI-LASER

การใช้เลเซอร์เฉพาะทางหลายๆตัวช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้าโดยรวม ได้แก่ การผลัดเซลล์ผิวหน้าให้ขาวใส การลดจุดด่างดำ กระชับรูขุมขน และยกกระชับหน้า การใช้เลเซอร์โดยรวมกว่า 7 ประเภทจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาผิวหน้าและฟื้นฟูผิวหน้าให้ดีขึ้นได้ภายในครั้งเดียว
ข้อดี
  • สามารถรักษาปัญหาผิวพรรณทุกปัญหาได้พร้อมกันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ได้มาตรฐานการรับรองทั้งแพทย์ และ เครื่องมือ
  • คุณหมอสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ 
ข้อเสีย
  • ค่าใช้จ่ายสูงมากกรณีบินไปทำ และ อาจต้องไปซ้ำ กับ บางปัญหาที่ไม่ได้หายในครั้งเดียว
ข้อแนะนำ
  • ไม่ใช่ทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขได้ทั้งหมด บางปัญหาหาย บางปัญหาดีขึ้น บางปัญหาต้องใช้เวลา
  • สิ่งสำคัญคือ การดูแลตัวเองหลังการทำเลเซอร์ เช่น การหลบแสงแดด และ ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  • ต้องแจ้งประวัติการใช้ยา และ การดูแลผิวหน้าอย่างละเอียด รวมถึงประวัติและเทคโนโลยีการรักษาที่ผ่านมา

 

เอิ๊กได้ลองรักษาโดยฉายแสงให้หน้าขาวใส ทรีทเมนท์มาร์ค เลเซอร์VBEAM 3 อย่าง

ออกมาเป็นอย่างที่เห็น

ชุ่มชื่น หน้าขาวเด้งดี รูปนี้ประมาณ มีนาคม 2556

 

ข้อมูลทั้งหมดถือเป็นลิขสิทธิ์ของ www.erk-erk.com แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเอิ๊กเรียบเรียงและเขียนเองทั้งหมดอนุญาตให้เผยแพร่ต่อได้โดยให้เกียรติลงเครดิต และขอความกรุณาคนไทยด้วยกันไม่ดัดแปลง แก้ไข ข้อความส่วนใดทั้งสิ้นนะคะ กราบขอบพระคุณล่วงหน้า ตั้งใจทำมาก อยากให้คนไทยที่มีความคิดที่จะทำศัลยกรรมได้อ่านอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ ทำให้เข้าใจง่าย ใส่ความคิดตัวเองลงไปบ้าง ภาษาส่วนตัวตัวเอง แต่ไม่เปลี่ยนแปลงความจริงที่เกิดขึ้น

ที่มาส่วนประกอบข้อมูล รูปภาพ

บทสัมภาษณ์คุณหมอ LEE HAK KYU โดยเอิ๊กเป็นผู้สัมภาษณ์

บทความที่นำมาดัดแปลงจาก STMSTYLE.COM

ประสบการณ์จากการทำเลเซอร์ ทรีทเมนท์ส่วนตัว จากประสบการณ์จริง

 

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, SKINComments (0)

advert

Google

erk-erk.com





BEAUTY MENU

มาคุยกับเอิ๊กได้ที่นี่ทุกวัน ถ้าว่างรีบตอบทุกคำถามค่ะ

INSTAGRAM @wwwerkerkcom

[instagram-feed]

ติดตามบล็อค erk-erk.com อย่างใกล้ชิด

เพียงกรอก Email ตรงนี้เลย

LINE @erk-erk

เพิ่มเพื่อน

Related Sites