Archive | TEETH

รีวิวฟอกฟันขาวด้วยระบบ ZOOM ที่ SMILE BY ISKY

รอยยิ้มเป็นเครื่องประดับที่สร้างเสน่ห์ที่สุดที่ทุกคนมี ที่สำคัญฟรี !

และ ฟันที่ขาวสะอาดจะช่วยให้ความมั่นใจในการยิ้มมากขึ้น

นี่คือความจริง !

เข้าสู่การฟอกฟันครั้งที่ 2 ของเอิ๊กที่คลินิค SMILE BY ISKY นะคะ

และ นวัตกรรมวันนี้ที่เอิ๊กใช้คือ ZOOM WHITENING

และ ก่อนจะเข้าเรื่องเราจะไปรู้จักวิธีการทำให้ฟันขาวขึ้นทั้งหมดในประเทศไทย คลิก

รวมถึงความรู้เรื่องฟอกฟันจาก FACEBOOK LIVE ด้านล่างให้ความรู้โดย

ทันตแพทย์วุฒิพงษ์ เหล่าอมต

และอีกรีวิวสำหรับการฟอกฟันแบบเลเซอร์ BRIGHTSMILE ซึ่งปัจจุบัน

ไม่มีวิธีนี้แล้ว แต่เราอ่านข้อมูลได้เพื่อเป็นความรู้ คลิก

ตอนนี้เอิ๊กกำลังจัดฟันแบบใสอยู่ และ อยู่ในระหว่างการรอเครื่องมือเซ็ทสุดท้าย

ช่วงรอเลยขอลองนวัตกรรม ZOOM หน่อย

นวัตกรรม ZOOM คือนวัตกรรมการฟอกสีฟัน โดยใช้สาร Hydrogen Peroxide ร่วมกับเทคโนโลยีแสง LED ของZOOM เพื่อทำให้ Hydrogen Peroxide แทรกซึมลงสู่พื้นผิวฟันโดยไม่ทำลายโครงสร้างของฟันธรรมชาติ   และ เทคโนโลยี LED ของ ZOOM สามารถปรับความเข้มข้นของแสงได้ตามความเหมาะสมของฟันคนไข้แต่ละคนด้วยซึ่ง ปลอดภัย และ มีประสิทธิภาพโดยทำให้ฟันขาวขึ้นในทันทีภายใน 45 นาที (ทำ3รอบๆละ15นาที)

เราเลยมาลองให้ทุกท่านดู กด VIDEO ดู FACEBOOK LIVE ในขั้นตอนการทำ

แบบเคลื่อนไหวสดได้เลยค่ะ

อันดับแรก ทันตแพทย์ตรวจว่าเราต้องขุดหินปูนหรือเปล่า ถ้าต้องทำทันตแพทย์

จะทำการขูดหินปูนให้ก่อน จากนั้นจะเริ่มวัดสีฟันจากชาร์ตฟันก่อน

โดยการถ่ายภาพบันทึกไว้

ฟันคนเรามีหลายเฉดสี และ นี้คือประมาณเฉดสีฟันของคนปกติ

จะมีอยู่ 3 ชาร์ต ชาร์ตสีฟันคนส่วนใหญ่จะเป็นอันล่างสุดที่มีเฉดเยอะที่สุด

dsc00032

ชาร์ตนี้ส่วนนึงคนที่ฟอกฟันแรกเริ่มขั้นแรก อาจจะอยู่ชาร์ตนี้ ขาวแบบธรรมชาติ

(ยังเป็นโทนขาวอมเหลืองอยู่)

dsc00042

คนที่ฟอกฟันครั้งแรกอาจจะมาถึงชาร์ตนี้ได้ หรือ คนที่ฟอกฟันมาหลายครั้งก็อาจมาจบที่นี่ได้

ซึ่งจะขาวมาก สีเหลืองแทบไม่มีเลยโดยเฉพาะสี 0M1

dsc00044

และเอิ๊กก็อยู่ที่เฉดสีนี้

dsc00056dsc00057

สี 1M2 เมื่อตอนเด็กเหลืองมาก แต่เคยฟอกฟันที่บ้านมาหลายครั้ง ที่คลินิคครั้งนึง

เลยจัดว่าสียังสวยอยู่ ธรรมชาติ 555555

มาชมอุปกรณ์ของ ZOOM กันบ้าง มาเป็นเซ็ทส่วนอะไรทำอะไรบ้าง

ดูในวีดีโอด้านบนนะคะ

dsc00012dsc00016dsc00015dsc00020

หลังจากที่เช็คสีฟันเรียบร้อย แพทย์จะทำการกั้นเหงือก และ ริมฝีปาก

ไม่ให้สัมผัสกับสารที่ใช้ฟอกฟัน เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคือง

dsc00069dsc00065

หลังจากนั้นทำการป้องกันริมฝีปาก เหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนโดยรอบฟัน โดยทันตแพทย์

จะใส่เครื่องมือและผ้าก๊อซ สำลี และทาน้ำยาเรซินเพื่อป้องกันเนื้อเยื่ออ่อน

เหงือกโดยรอบ และฉายแสง ทั้งหมดเพื่อไม่ให้น้ำยาฟอกฟันสัมผัสกับเหงือก

dsc00067

จากนั้นทำการผสม ทาน้ำยาฟอกสีฟัน และฉายแสงกระตุ้นน้ำยา

erk-erk-smilebyisky-009

ซึ่งทั่วไปใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยระหว่างนี้จะมีการเปลี่ยนน้ำยาเป็นรอบๆไป

เรียกว่า CYCLE ซึ่งหมอจะถามทุก 1 CYCLE [15นาที]

ว่าไหวไหม เสียวไหม ถ้าเสียวจะได้พอ ทำทั้งหมด 3 ครั้ง รวม 45 นาที พอดี

dsc00061

dsc00062

ทำแบบนี้วนไป 3 รอบ เอิ๊กทนจนครบ รอบ2 จะเริ่มเสียวเบาๆสำหรับเอิ๊กนะคะ

แต่ทั้งนี้ถ้ามีคนไหว จะมี EXTRA CYCLE ทำเป็นรอบ4 ให้อีก 15 นาที

ระหว่างรอก็เล่นอะไรไปได้รอพลางๆเพลินๆ

zoom-erkerk-002

พอครบ 3 รอบ เราก็เอาอุปกรณ์ทั้งหมดออก และเช็คสีฟัน

dsc00080dsc00091dsc00093

ตอนเอาออกคือขาวมาก พอเช็ค ครั้งแรกที่หลังฟอกแล้วเฉดสีเด้งขึ้นมาถึง 0M3

zoom-erk-erk-001

ถ้าเทียบกับ BRIGHTSMILE เนื่องจากเคยฟอกฟัน ฟอกรอบนี้จึงเด้งขึ้นมาถึง OM3 ค่ะ

รูปนี้เป็นรูปคราวก่อนค่ะได้แค่ 1M1

dsc01474

แต่พอเวลาผ่านไปเราทานข้าว ทานอาหารสีฟันเราจึงค่อยๆกลับมา

แต่ไม่เหลืองเท่าเดิมแน่นอน นี่คือเหตุผลที่อยากให้ทุกคนทำต่อที่บ้านกันด้วยเพื่อคงความ

ขาวเอาไว้ตลอดไป 🙂

zoom-erk-erk-003

ฟันขาวมากรอบนี้ และ ผ่านไป 1 เดือนก็จะดรอปมาอยู่ 1M1 เพราะเอิ๊กทานโอวัลติน

ทานต้มยำ ของมีสีเยอะ 🙂 ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองก็ยืดอายุความขาวไปได้ค่ะ

screen-shot-2559-11-11-at-6-38-40-pm

สำหรับวิธีการดูแลฟันหลังฟอกสีฟันเหมือนเดิมค่ะ

dsc01436

และ ตัวช่วยอาจจะเป็นเจลลดการเสียวฟัน หรือ เอายาสีฟันลดอาการเสียวฟันมานวดวนก็

สามารถช่วยได้ซึ่งเอิ๊กมีอาการประมาณ 2-3 วันถึงหายสนิทค่ะ

ส่วนใหญ่ทางคลินิคทั่วไปจะมีจำหน่ายเราสามารถสอบถามได้เลยค่ะ

2 หลอดนี้เอิ๊กได้มาในวันที่ทำ เพื่อลดอาการเสียวฟัน

erk-erk-smilebyisky010

ความคิดเห็นส่วนตัวฟอกฟันด้วย ZOOM เหมาะกับ

  • ขี้เกียจทำหลายครั้งที่บ้าน
  • มีงานสำคัญของตัวเอง แต่งงาน รับปริญญา งานที่ต้องให้ความมั่นใจกับรอยยิ้ม
  • ต้องการอยู่ในความดูแล และ แนะนำจากแพทย์
  • ต้องการเห็นผลทันที ย้ำทันทีที่ทำเห็นเลย !!

 

ข้อดี

  • เห็นผลทันทีเพียงทำครั้งเดียว
  • ใช้เวลาไม่นาน
  • อยู่ในความดูแล และ คำแนะนำจากแพทย์

ข้อเสีย

  • ราคาสูงกว่าทำที่บ้าน
  • การจะรักษาให้ฟันขาวนาน ควรใช้การฟอกฟันแบบถาดที่บ้านร่วมด้วย
  • เสียวฟัน 1-3 วัน ถ้าเป็นคนเสียวฟันง่ายควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ความขาวคงทนยาวนานสู้ฟอกที่บ้านไม่ได้

คำแนะนำ

  • การปฏิบัติตัวในการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดเช่นงดอาหารมีสี 24-48 ชม.
  • การฟอกฟันสีก็จะดรอปลงเวลาที่เรารับประทานอาหารไปเรื่อยๆอยู่แล้ว
  • ดังนั้นแนะนำฟอกที่บ้านเพื่อเป็นการย้ำให้ขาวทนขาวนานยิ่งขึ้น
  • ระดับความขาวขึ้นกับเคลือบฟัน และ เนื้อฟันของแต่ละคนด้วย
  • การเสียวฟันที่เกิดขึ้นทางแพทย์จจะแนะนำให้ใช้ยาสีฟันสำหรับคนเสียวฟันโดยเฉพาะ

 

 

สรุปตัวเอิ๊กเองชอบ BRIGHTSMILE มากกว่าซึ่งตอนนี้ไม่มีให้บริการในโลกอีกแล้ว เหตุผลที่ชอบมากกว่า เพราะเสียวน้อยกว่าจริงๆ ถึงแม้ ZOOM จะไม่ได้เสียวอะไรนาน หรือ มาก แต่ความรู้สึกถ้าไม่เสียวได้คือส่วนตัวเราก็ชอบมากกว่า ดังนั้นก็แล้วแต่วัตถุประสงค์ของแต่ละคน ถ้าจัดฟันเสร็จ เอิ๊กอาจจะเลือกวิธีฟอกที่บ้าน โดยให้คุณหมอทำถาดฟันให้ ไม่เสียว แต่ต้องขยัน อันนี้ต้องเลือกเอานะคะ หวังว่าวันนี้คงมีประโยชน์กับคนไม่มากก็น้อยนะคะ และ ต้องขอบคุณทันตแพทย์ วุฒิพงษ์ เหล่าอมต และ SMILE BY ISKY สำหรับการดูแลความขาวของฟันในครั้งนี้ด้วยะคะ 🙂

 

ข้อมูลเพิ่มเติมในการบริการฟอกฟันสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

www.smilebyisky.com

ig : @smilebyisky

 

Posted in REVIEW, TEETHComments (0)

Q&A จัดฟันและสารพัดปัญหา กับ คุณหมอชิว SMILE BY ISKY ภาค 1

Screen Shot 2559-02-20 at 18.47.19

คำถามมาจากในเพจ ถามเรื่องฟันมาก็เลยหาผู้เชี่ยวชาญมาตอบให้

ทุกคนสามารถติดตามและถามคำถามเรื่องฟันกับคุณหมอได้ที่

TWITTER @DrVudhibhong นะคะ

ด้วยรักจากใจ
Erk-Erk
••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
ติดตามกันทาง line
http://line.me/ti/p/%40erk-erk
หรือ พิมพ์ @erk-erk นะคะ

Posted in Q&A, TEETHComments (0)

REVIEW จัดฟันแบบใส INVISALIGN ที่ SMILE BY ISKY

รีวิวจัดฟันแบบใส ฉบับเต็ม การเตรียมตัว การใส่เครื่องมือ

การผลิตชิ้นงาน ภาคแรก 

 

 https://www.youtube.com/watch?v=mQ1c1JKbO0o

Posted in REVIEW, TEETHComments (0)

จัดฟันในไทยมีกี่ประเภท เจาะลึกกันนิด

 

 

จัดฟันแบบไหนดี วันนี้เอาข้อมูลมาฝาก เพราะเอิ๊กกำลังจะจัดรอบสุดท้ายแล้ว

สำหรับคนที่จัดฟันอยู่แล้ว กำลังจะจัด แบบไหนมีข้อแตกต่างอย่างไร

จุดดี จุดด้อย ราคาโดยประมาณ

เผื่อจะได้ตัดสินใจกันให้ดียิ่งขึ้น เพราะบางทีคุณหมอก็ไม่ได้มีเวลามาอธิบายให้เราฟัง

 

 

วันนี้ได้ทันตแพทย์ชื่อดังทางทวิตเตอร์ ” ทันตแพทย์ วุฒิพงษ์ เหล่าอมต “

หรือ คุณหมอชิว แห่ง SMILE BY ISKY

คุณหมอเชี่ยวชาญทางด้านการจัดฟันมาก

ซึ่งเอิ๊กกับคุณหมอสนิทกัน รู้จักกันมา หลายปีแล้วจากทวิตเตอร์รอบสุดท้ายก็ต้องจัดกับ

PERFECTIONIST อย่างคุณหมอ  เพราะเอิ๊กก็อยากให้เป๊ะที่สุด

 

 [ ก่อน – หลัง จัดฟันของคนไข้ 3 คน ]

 

 


การจัดฟันยังคงเป็นที่นิยมเสมอมา ทุกศตวรรษ จะเปลี่ยนก็แค่เพียงมีเครื่องมื
หรือวิธีการหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนไข้ รวมถึงแต่ละที่
ก็มีโปรโมชั่นการผ่อนที่ทำให้คนไข้ง่ายต่อการเลือกรับบริการมากขึ้น
ซึ่งเมื่อก่อน 10 ปีที่แล้ว เอิ๊กต้องวางเงินเป็นก้อนหลักหมื่นเลย
แค่สำหรับการจัดฟันติดแน่นธรรมดา
 
ถ้าให้พูดเรื่องเป้าหมายเท่าที่ผ่านการจัดฟันมาทั้งสองแบบ ไม่ว่าจะติดแน่น
และ ถอดได้ ส่วนตัวมุมมองของเอิ๊ก คือ 
 
1. เพื่อสุขภาพของโครงสร้างฟันที่เหมาะสมไว้ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร
2. เพื่อความเป็นระเบียบ เรียงตัวสวยงาม
3. ก็แฟชั่นอะ ติดเหล็กยังนิยมในหมู่วัยรุ่นเสมอ ตั้งแต่ยุค พี่โบ TRIUMPHS KINGDOM
4. มโนว่าหน้าจะเรียว จมูกจะโด่งขึ้น เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่ามันจริงหรือไม่
 
 
10 ปีที่แล้ว รูปเดียวที่มี สมัยติดเหล็ก
 


” การจัดฟันที่ดี และ สวยงาม เราจะดูที่การเรียงตัวของฟัน
ดูที่ปลายฟันซึ่งจะยาวเรียงต่อกันไปเป็นเส้นโค้งอย่างสวยงาม”
 

 

เครื่องมือจัดฟัน จะอาศัยอยู่ในปากเราตั้งแต่ 3 เดือน ถึง หลายปีขึ้นไป ขึ้นกับชนิด และ ความยากง่ายของคนไข้

แบ่งง่ายๆออกเป็น 2 ประเภทกว้าง ๆ 

  • แบบติดแน่น
  • แบบถอดได้ 

แบบติดแน่น

หมายถึงเครื่องมือจัดฟันจะติดแน่นบนซี่ฟัน คนไข้ไม่สามารถถอดออกมาด้วยตนเองได้ เครื่องมือนี้เรียกว่า “แบรคเกต” (bracket) ตรงกลางมีช่อง (slot) แนวนอนสำหรับใส่ลวดจัดฟันเข้าไป

ข้อดี

  • เคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะติดแน่นเกิดแรงเคลื่อนที่ตลอดเวลา ดีกว่าการจัดฟันทุกแบบ 
  • เคลื่อนฟันได้แบบทุกมิติ ทั้งแนวหน้าหลัง (ฟันเหยิน) คนที่ฟันยาวกดให้สั้นลง คนที่ฟันสั้นกดให้ยาวลง หรือบิดซ้ายขวา 
  • การปรับรากฟันก็สามารถทำได้โดยที่ตัวฟันอยู่ที่เดิมก็ทำได้เช่นกัน

ข้อเสีย

  • มองเห็นได้ชัด
  • มีคราบกาวซึ่งเวลาเอาออกถ้าเอาออกไม่หมดอาจเกิดเป็นคราบ เป็นดวงเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหลังฟอกสีฟัน
  • หากแปรงฟันไม่สะอาดเวลาจัดฟันเวลาถอดเหล็กออกอาจทำให้เกิดคราบด่างขาวตามรอยแบรคเกต
  • เวลาถอดเครื่องมือต้องระวังทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่อย่างนั้นฟันอาจร้าวได้เช่นกัน
  • อาจจะรู้สึกรำคาญ หรือ เกิดบาดแผลเวลาลวดด้านในเกี่ยวกระพุ้งแก้มได้
  • เศษอาหารติดได้ง่าย มีคราบจุลินทรีย์ง่าย ต้องแปรงให้สะอาดอย่างทั่วถึง มิฉะนั้นอาจจะมีฟันผุและเหงือกอักเสบ-มีกลิ่นปาก

 

  

แบรคเกตยังอาจแบ่งออกอีกเป็นแต่ละชนิดดังนี้ 

1. แบรคเกตโลหะ (เป็นโลหะผสม)
เรียกง่ายๆ มันคือ แบรคเกตธรรมดายอดนิยมเห็นทุกศตวรรษ จะมีร่องให้ใส่ยางลงไปเพื่อล็อกแบร็กเก็ตกับลวดให้อยู่ติดกัน หลักการเคลื่อนฟันจำเป็นต้องใช้ยาง (สีสัน,สีใส)  (elastic module, o-ring) เป็นตัวรัดลวดให้อยู่ติดกับแบรคเกต และพระเอกสำคัญ คือ “เจ้าลวดจัดฟัน” ที่เมื่อถูกรัดโดยยาง มันจะเกิดแรงกระทำให้เกิดการเคลื่อนที่ต่อซี่ฟันแต่ละซี่ผ่านแบรคเกต โดยยางซึ่งมันจะฝืดทำหน้าที่คอยกดลวดอยู่ ฟันจะเคลื่อนมันโดยการที่ต้องค่อยๆเอาชนะแรงเสียดทานจุดนี้ ราคาการจัดฟันจะต่ำสุด ในบรรดาติดแน่นทั้งหมด 30,000 – 50,000 + บาท ขึ้นกับสถานประกอบการ

 

 

 

2. แบรคเกตแบบสีเหมือนฟัน
หลักการเคลื่อนฟันเหมือนตัวแบรคเกตโลหะธรรมดาทุกประการ ในอดีตทำมาจากพลาสติกซึ่งไม่ค่อยแข็งแรง พังง่าย และ ติดสีจากอาหารและเครื่องดื่มจนเหลืองได้ง่าย แต่ปัจจุบันทำจากเซรามิคซึ่งมีความใส ทะลุไปเห็นถึงสีฟันธรรมชาติของคนไข้แต่ละคนจึงเลียนแบบสีฟันได้ดีกว่า จุดเด่น แข็งแรง เลียนแบบสีฟันดีกว่า และ มีความแข็งแรง จุดด้อย ด้วยความแข็งแรงของวัสดุ เวลาการสบฟัน เวลากัดฟันมาโดนแบรคเกต ฟันอาจมีสึกกร่อนได้ จึงระวังมากสำหรับคนไข้ที่สบฟันลึก อาจจะมีการติดแบบเซรามิคแค่ข้างบน ข้างล่างทำแบบแบรคเกตธรรมดาไป อยู่ที่เวลาแกะแบรคเกตออกจากฟันต้องระมัดระวังสูงเพราะอาจมีผลต่อเคลือบฟันได้ เนื่องจากเซรามิกค่อนข้างแพง ราคาในการจัดฟันประเภทนี้ก็สูงขึ้นไปด้วย ถึงมันอาจจะดูแข็งแต่มันก็เปราะง่าย ต้องใช้คีมถอดพิเศษที่ผลิตออกแบบมาสำหรับเขาเอง 

 

 
 

3. แบรคเกตโลหะเปิดปิดได้เพื่อล็อคลวดเอาไว้ได้ด้วยตัวเอง
ความพิเศษของแบรคเกตคือในตัวจะเปิดปิดเพื่อล็อคลวดจัดฟันได้ด้วยตัวเองคล้ายท่อ (เรียกว่าระบบ self-ligating bracket) ทำให้ไม่ต้องใช้ยาง ( O-Ring สีสัน) มีความเสถียรกว่า ฟันเคลื่อนเร็ว เรียงเสียดทานน้อย เวลามาพบหมอ หมอจะมีเครื่องมือที่ใช้ปิดเปิดแบรคเกตโดยเฉพาะ การที่ฟันเคลื่อนที่เร็วเพราะช่องที่ใส่ลวดเวลามองจะมีลักษณะคล้ายท่อ ไม่มีแรงเสียดทาน ฟันจึงเคลื่อนตัวผ่านง่ายมาก ซึ่งจากการจัดฟันแบบแบร็กเก็ตธรรมดา จะมียางซึ่งฝืดคอยกดอยู่ กว่าฟันจะเคลื่อนมันต้องเอาชนะแรงเสียดทานตรงนี้ มีหลายแบรนด์ แต่เอาจริงคนไทยที่ดังๆ และ รู้จักก็ยี่ห้อ DAMON มากสุดที่ถูกพูดถึง (มันคือชื่อแบรนด์ ไม่ใช่ชื่อชนิดการจัดฟันนะคะ) ต้นทุนการผลิตละเอียดขนาดนี้ก็ต้องแพงค่ะ ราคาประมาณ 50,000 – 80,000 ++ ขึ้นกับสถานประกอบการ 

 

[ สำหรับจุดเขียวบนแบรคเกตคือตัวไกด์สำหรับคุณหมอเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการติด

ลงบนผิวฟันได้มากขึ้น ซึ่งแบรคเกตธรรมดาไม่มี ]

 

 

4. แบรคเกตสีเหมือนฟันเปิดปิดได้เพื่อล็อคลวดเอาไว้ได้ด้วยตัวเอง
หลักการคล้ายตัวที่เป็นโลหะ ข้างบน แต่ผลิตด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน และ แน่นอนมันจะแพงขึ้นไปอีก ราคา 80,000 + ขึ้นกับสถานประกอบการ

 


 

การเปิดปิดสำหรับแบรคเกตที่เปิดปิดได้ทั้งแบบโลหะ และ วัสดุสีเหมือนฟัน

จะมีที่เปิดปิดเฉพาะ และ มีลวดจัดฟันเฉพาะ ซึ่งคุณภาพจะเกรดดีมาก

 

 

 

5. แบรคเกตโลหะเพื่อจัดฟันด้านใน (Lingual Orthodontics)
ถูกออกแบบมาเพื่อจัดฟันด้านในโดยเฉพาะ สำหรับที่อยากจัดฟันแต่ไม่พร้อมจะให้คนอื่นเห็นเหล็ก และ ไม่มีวินัยพอที่จะใส่แบบถอดได้ แพงที่สุดในบรรดาการจัดฟันติดแน่น ราคา 120,000 – 180,000 + บาท

 

 

 

พระเอกในการเคลื่อนฟันในระบบจัดฟันแบบติดแน่นคือ “ลวด”

 

ลวดจัดฟันมี 3 ชนิด
 
แบรคเกตทำหน้าที่ถ่ายทอดแรงจากลวดไปไว้บนฟัน แต่สิ่งที่ทำหน้าที่เคลื่อนฟันจริงๆ คือ ลวด 
 
1 .ลวดนิเกิ้ลไทเทเนียม (Nickle-Titanium – NITI)
คุณสมบัติ เป็นลวดที่ดัดไม่ได้ เพราะเป็นลวดที่จำรูปร่างตัวเองได้ ( SHAPE-MEMORY) ไม่ว่าจะดัดยังไงมันจะคอยดันตัวเองกลับสู่รูปร่างเดิมของมัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมฟันที่ซ้อนเกเมื่อใส่ลวดพวกนี้เข้าไป ฟันจึงค่อยๆคลี่คลายจนเรียบสวยได้ เพราะลวดจะคอยดึงฟันให้เคลื่อนกลับมาโค้งตามรูปเดิมของลวดนี้เอง เนื่องจากลวดจะต้องอยู่ติดกับแบรคเกต เพื่อถ่ายทอดแรงให้ฟันเคลื่อนที่ ดังนั้น เวลาลวดเคลื่อนจึงทำให้แบรคเกตเคลื่อนที่ตามไปด้วย
 
 
 
2. ลวดสเตนเลสสตีล (Stainless Steel – SS)
คุณสมบัติ เป็นลวดที่ดัดได้ แรงจากลวดชนิดนี้จะมีมากกว่า แข็งกว่า ใช้กับฟันที่เริ่มคลายจากการซ้อนเก
มันกำลังจะเรียบแล้ว และ ต้องการกดฟันบางจุดให้เข้ามานิดนึง ก็ต้องใช้ทักษะในการดัดลวดเพื่อให้ลวดออกแรงกับฟันที่เราต้องการให้มันเคลื่อน 
เอาไว้แต่งรูปร่าง หรือ เก็บรายละเอียด (ถึงแม้ว่าการจัดฟันแบบดามอนทางบริษัทอาจเคลมว่าไม่ต้องใช้ลวดแบบดัดลักษณะนี้ แต่บางครั้งคุณหมอต้องมีศิลปะใน
การวิเคราะห์ เพื่อใช้ดัดลวด แล้วใช้กับการจัดฟันแบบดามอน ซึ่งก็มีลวดสเตนเลสสตีลของดามอนโดยเฉพาะเช่นกัน โดยที่ราคาค่อนข้างสูง)
 
 
 
3. ลวด (LS – TITAN) เป็นลวดแบบ 2 IN 1
มีคุณสมบัตทั้งดัดได้และดัดไม่ได้ อยู่ในลวดเส้นเดียวกัน เลือกท่อนที่ต้องการจะดัดและไม่ดัดได้
เพียงแต่ตอนที่ต้องการดัดเราต้องมีคีมไฟฟ้าเพื่อช่วยในการดัด ราคาสูงมาก
กรณี ที่ต้องการแก้ไขฟันของคนไข้เร็วๆ เช่น คนถอนฟัน ฟันหายไป ต้องการให้มันชิดเร็วๆ
 

 
” การจัดฟันที่เรียงตัวกันไม่สวย ก็จะเริ่มจากลวดนิเกิ้ลไทเทเนียมเส้นเล็กก่อน
แล้วค่อยเขยิบไปเส้นใหญ่ เพื่อทำให้คนไข้ไม่บาดเจ็บ ไม่ปวดมาก “

 

ยังมีกลไกการเปิดช่องว่างระหว่างฟัน
อาจมีการใช้สปริงที่ทำมาจากนิเกิ้ลไทเทเนียมซึ่งมันจะคอยยื
ให้กลับมาในสภาพเดิมของมัน จึงช่วยดันให้เกิดที่ว่างของช่องฟันตามที่เราต้องการ

หรือ จะเป็นกลไกการเคลื่อนของฟัน ก็อาจมีการดัดลวดเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล
ในการเคลื่อนของลวดด้วย
 

การจัดฟันยังมีอุปกรณ์อีกหลายชิ้นที่นำมาใช้ในการจัดฟันด้วย ไม่ว่าจะเป็น 

หมุด ตะไบ คีม ฯลฯ


 

แบบถอดได้

หมายถึงเครื่องมือจัดฟันที่คนไข้ถอด-ใส่ได้ด้วยตนเอง

ข้อดี

  • ที่ทำความสะอาดง่ายทั้งฟัน และ เครื่องมือจัดฟัน
  • เวลาเข้าสังคมไม่ต้องการให้ใครเห็นก็สามารถถอดได้ชั่วคราว
  • สามารถถอดเพื่อรับประทานอาหารได้สะดวก
ข้อด้อย
  • ความสามารถในการเคลื่อนฟันอาจจะไม่ได้รวดเร็ว และ ไม่ได้ทุกทิศทางเหมือนเครื่องมือแบบติดแน่น
  • ต้องใช้ความร่วมมือจากคนไข้สูงมากในการใส่ให้ครบชั่วโมงที่กำหนดมิฉะนั้นอาจไม่ได้ผล
 

เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 

 

1. เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้แบบดั้งเดิม 

ซึ่งประกอบไปด้วยอะคริลิค และ ลวด เครื่องมือที่ใช้แรงเคลื่อนฟันจากลวดสปริงที่ทันตแพทย์จัดฟันทำการดัดเอาไว้

 

 

 

2. เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ชนิดพลาสติกใสครอบลงไปบนฟันทุกซี่

โดยเมื่อใส่เครื่องมือจัดฟันชนิดนี้แล้วจะมีแรงดันฟันไปตามทิศทางที่กำหนด เคลื่อนที่ทีละนิดประมาณ 0.25 มิลลิเมตร แบรนด์ดังที่เรารู้จักกันดี INVISALIGN เป็นชื่อยี่ห้อของเครื่องมือการจัดฟันแบบใส จุดเด่น มองไม่เห็นว่ากำลังจัดฟันอยู่ ทุกอย่างทำแล้วบันทึกเก็บในระบบขั้นตอน ลักษณะ WORLD WIDE ครอบคลุมในระดับสากล เห็นภาพได้ชัด เป็น3D สามารถปรับแก้ ตรวจก่อนที่จะยืนยันชิ้นงาน INVISALIGN ได้ ที่เครื่องมือค่อนข้างมีราคาแพงเพราะใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาในการทำอย่างละเอียด ทุกอย่างถูกทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ยังรวมถึงเวลาที่เครื่องมือ เสียหาย ทำให้ทันตแพทย์สามารถดูจุดที่เสียหาย แล้วสั่งชิ้นงานที่ต่อเนื่องกันมาให้อย่างโดยง่าย อีกทั้งต้องส่งแบบพิมพ์ฟันคนไข้ไปยังห้องแล็บต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถสั่งทำแก้ไขได้อีก 1 รอบในกรณีที่ฟันไม่สวยสมบูรณ์แบบตามที่ได้วางแผนกันไว้ ราคาเริ่มตั้งแต่ 95,000 – 180,000 ++ บาท ระยะเวลาในการจัดฟันมีตั้งแต่ต่ำสุด 3 เดือนกว่า – เป็นปี แล้วแต่ความยากง่าย และ ชนิดของ INVISALIGN ขึ้นกับสถานประกอบการ และ ก็มีอีกแบบที่ไม่ได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการทำ แต่ใช้แรงงานมนุษย์เป็นคนสร้างเครื่องมือขึ้น และ ปรับตำแหน่งฟันบนปูนหล่อแบบจำลองฟันของคนไข้ ราคาจะถูกกว่ามาก แต่ความละเอียด และ การเคลื่อนฟันจะจำกัดกว่ามากๆ (ประสบการณ์ตรง) ราคาตั้งแต่หลักพัน ถึง หลักหมื่นต้นๆ

 


 

การละลายของรากฟันจะละลายไปเลยอย่างถาวร ไม่ยาวขึ้น
สาเหตุส่วนใหญ่จะมาจาก
การได้รับการกระทบกระเทือน บาดเจ็บ เช่น อุบัติเหตุ
การจัดฟัน ก็อาจจะทำให้รากฟันละลายไปได้บ้าง อาจมีการ X-RAY ดูทุก 6 เดือน
ขึ้นกับตัวบุคคล บางคนก็เป็นคนที่รากฟันละลายง่าย 
เช่น คนที่เคยมีการรักษารากฟันมาก่อน

 
 

เครื่องมือการจัดฟันทั้งหมดที่นำมาให้อ่านกัน
จะเน้นไปที่เครื่องมือที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของฟันยังไม่รวมเครื่องมือที่ใช้คงสภาพฟัน
หรือ เครื่องมือที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของขากรรไกรนะคะ เดี๋ยวจะสับสนกัน 🙂 

 

 

 

จัดฟันจมูกโด่งจริงหรือไม่

เพราะว่าริมฝีปากมันยุบเข้าไป จมูกเด่น เห็นชัด เลยดูว่าจมูกโด่ง

มันเป็นภาพลวงตาของมิติองศา อวัยวะใบหน้า

 

จัดฟันหน้าเรียวจริงหรือไม่

ที่เรียวเพราะว่าฟันเกิดการเคลื่อนเปลี่ยนตำแหน่ง อาจเคี้ยวข้างลำบากขึ้นไม่ได้ใช้งาน

หน้าก็อาจเรียวขึ้น หรือ การจัดฟัน กรามเปลี่ยนององศา ใบหน้าอาจดูยาวขึ้นนิดนึงได้

 

 

 

ใครที่รอคอย REVIEW การจัดฟันแบบ INVISALIGN I7 ซึ่งเอิ๊กมั่นใจมากว่า

ยังไม่เคยมีใคร REVIEW ในเมืองไทย และ เอิ๊กจะเป็นคนแรก ที่จะมาเล่าเกี่ยวกับ

ระบบการจัดฟันแบบใส แบรนด์ INVISALIGN ทั้งหมด เหตุใดถึงแพงซึ่งถือว่า

เป็นการจัดฟันรอบสุดท้ายของเอิ๊กที่ HI-END ในเรื่องเทคโนโลยีมากสุด พูดแล้วตื่นเต้น

เพราะ ครั้งนี้เอิ๊กมีส่วนร่วมในการออกแบบแผนการรักษาความสวยงามของฟันที่

จะเรียงตัวกันกับคุณหมอ (ซึ่งเป็นจุดเด่นของ INVISALIGN) เป็นการจัดฟันแบบเดียว

ที่ทำให้เราเห็นอนาคตตอนจบที่สวยงามของฟันเรา รอนะครับ เดี๋ยวมาต่อ 😀

 

 

 
 

 

ที่มาข้อมูล
ทันตแพทย์ วุฒิพงษ์ เหล่าอมต
ศูนย์ทันตกรรม SMILE BY ISKY
 
 
แหล่งรูปภาพเพิ่มเติม

Posted in TEETHComments (0)

HOW TO แก้ปัญหาเหงือกสีคล้ำ ด้วยเลเซอร์ Q-Switched Nd: YAG Laser

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

             ปัญหาเหงือกดำ คล้ำ (Black Gums) .. ปัจจุบันนี้สามารถรักษาให้หายได้นะ รู้ยัง ? สำหรับ 1 ในวิธีวันนี้จะขอมาเล่า เรื่องการรักษาเหงือกสีเข้ม คล้ำ ด้วยเลเซอร์ Q-Switched Nd: YAG Laser บทความนี้จะขออนุญาตินำมาจากคลินิค SMILE BY ISKY เอามาลง ร่วมถึงรูปคนไข้จริง เพื่อประกอบบทความค่ะ


 

                                     

                        ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้เลเซอร์ภายในช่องปาก ได้กล่าวไว้ว่า สาเหตุของเหงือกสีคล้ำนั้นเกิดจากกรรมพันธุ์ การสูบบุหรี่ และพบได้ปกติในคนที่มีผิวสีคล้ำ โดยทั่วไปคนทุกคนจะมีเซลล์สร้างเม็ดสี อยู่ที่ผิวหนังและเหงือกอยู่แล้ว เพียงแต่การผลิตเม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิน(Melanin) จะมีจำนวนมากน้อยต่างกัน คนที่มีการสร้างเมลานินน้อย ผิวจะขาว และเหงือกมีสีชมพู คนที่มีเมลานินมาก ผิวและเหงือกจึงเป็นสีคล้ำ ฉะนั้น คนที่เหงือกคล้ำ ก็เป็นลักษณะธรรมดา ของคนผิวคล้ำนั่นเอง แต่ในบางกรณีคนที่ผิวขาวอาจมีการผลิตเม็ดสีปริมาณมากเฉพาะบริเวณเหงือกได้ ซึ่งการปรับเปลี่ยนเหงือกสีคล้ำ ดำ ให้เป็นสีชมพูก็สามารถทำได้

                         สีของเหงือกคนเรา เป็นผลรวมจากขนาดและปริมาณเส้นเลือดฝอยส่วนผิวเหงือก ความหนาของเยื่อบุผิวเหงือก และปริมาณของเม็ดสี ซึ่งเม็ดสีตามธรรมชาติที่ทำให้เหงือกมีสีอ่อนหรือสีคล้ำได้แก่ เมลานิน แคโรทีน และออกซีฮีโมโกลบิน พบว่า “เมลานิน” เป็นตัวกำหนดสำคัญที่จะทำให้เหงือกมีสีอ่อน หรือคล้ำ ซึ่งสัมพันธ์มากกับสีผิว อธิบายให้เข้าใจง่ายคือ คนที่มีสีผิวอ่อนหรือขาว มักจะมีเหงือกชมพูซีด ส่วนคนที่มีผิวเข้มหรือคล้ำ มักจะมีเหงือกสีเข้มเช่นกัน

 

                        โดยเหงือกที่มีสีเข้มคล้ำมักเป็นที่บริเวณฟันหน้า และจะเห็นชัดมากหากคน ๆ นั้นมีภาวะยิ้มเห็นเหงือก (gummy smile) การมีเหงือกสีเข้มคล้ำ ไม่ได้เป็นภาวะที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ยกเว้นในรายที่มีสาเหตุเกี่ยวกับโรคอื่น ๆ ชัดเจน เช่น ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ กลุ่มอาการ Albright กลุ่มอาการ Peutz-Jeghers ซึ่งทำให้เกิดภาวะเหงือกมีสีเข้มคล้ำได้เช่นกัน โดยมากความกังวลของคนที่มีเหงือกสีเข้มคล้ำ คือ เรื่องความสวยงามเวลายิ้ม การยิ้มซึ่งถือเป็นการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพอย่างนึงไม่ว่าจะต่อตนเองหรือผู้อื่น

 

ปัจจัยการเกิด ริมฝีปาก-เหงือกคล้ำ
     1. ลักษณะเฉพาะบุคคล โดยพบว่า คนผิวคล้ำจะมีเหงือกและริมฝีปากสีเข้มมากกว่าคนผิวขาว 
     2. การสูบบุหรี่
     3. ผู้ที่สุขภาพไม่สมบูรณ์ เช่นเลือดจาง เจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยระยะฟื้นไข้ ปริมาณเลือดที่ไหลมาเลี้ยงริมฝีปาก และเหงือกมีน้อย จึงทำให้ริมฝีปาก และเหงือกดูซีดเซียว หรือผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจที่เลือดมีความเข้มข้น ก็จะทำให้ริมฝีปากดูคล้ำกว่าคนปกติได้ 
     4. ยาบางชนิด ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้แดดได้ เช่น เบาหวาน ยาขับปัสสาวะ ยารักษาเชื้อรา ยารักษาหวัดหรือโรคภูมิแพ้ 
     5. การแพ้ ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก รวมถึงลิปสติก
     6. ลิปสติก ซึ่งสารประกอบที่ทำให้เกิดปัญหาที่สุดคือ สี กลิ่น น้ำหอม ลาโนลิน (ที่ให้ความชุมชื้น) และสารกันบูด 
     7. สิ่งแวดล้อมรอบตัว อุณหภูมิ อาจมีผลทำให้ริมฝีปากเปลี่ยนแปลงได้ เช่นช่วงที่อากาศหนาวเย็น ปากอาจจะมีสีคล้ำขึ้น เพราะเส้นเลือดหดตัว

 

 

                   ปัจจุบันมีวิธีการรักษามากมาย ตั้งแต่วิธีผ่าตัดศัลยกรรมตัดเหงือก ทั้งด้วยใบมีดและด้วยความเย็นจัด ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บ ไม่สบายเหงือก และเกิดแผลที่ต้องรอระยะเวลาให้หาย จนถึงวิธีที่รวดเร็ว ไม่เกิดแผล และมีงานวิจัยรับรองว่าได้ผลทางคลินิกที่ดี อย่างการใช้เลเซอร์ ซึ่งมีเลเซอร์หลายชนิดที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาภาวะเหงือกมีสีเข้มคล้ำ เช่น CO2 Laser, Erbium YAG Laser , Diode Laser ไปจนถึง Q-Swithed Nd: YAG Laser

เลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในการรักษาภาวะเหงือกมีสีคล้ำคือ Q-Switched Nd: YAG Laser เนื่องจากเป็นเลเซอร์ที่สามารถทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี และเม็ดสีเมลานินได้โดยตรง ซึ่งเม็ดสีจะจางลงอย่างชัดเจนภายหลังการรักษาเพียง 1 ครั้ง ต่างกับเลเซอร์ชนิดที่มีฤทธิ์ในการกรอผิว ”  

 

                   วันนี้จะมาพูดถึงเลเซอร์ Laser ที่เอาไว้ใช้ฟอกสีเหงือก รักษาเหงือกดำ ที่มีใน SMILE by iSKY คือ Q-Switched ND-Yag Laser และเป็นเลเซอร์ที่ไม่ทำให้เกิดแผล ไม่มีการถลอกของเหงือก เป็นการทำลายเมลานิน (เม็ดสี) และฆ่าเซลล์กำเนิดเม็ดสี (เมลาโนไซต์) จึงทำให้การรักษาเหงือกเข้มคล้ำหรือเหงือกดำด้วยเครื่องเลเซอร์ชนิดนี้ ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร ไม่เจ็บ และรวดเร็ว แตกต่างจากการใช้เลเซอร์แบบถลอกผิวเหงือกออก เพราะเหงือกอาจจะกลับมามีสีคล้ำได้ใหม่เพราะเซลล์กำเนิดเม็ดสีไม่ได้ถูกฆ่า

 
* Q-Switched ND-Yag เป็นเครื่องที่มีราคาแพง ไม่ค่อยพบตามศูนย์ทันตกรรม แต่ที่ SMILE by iSKY เรามีเครื่องนี้เพราะทางศูนย์ผิวหนัง iSKY ใช้สำหรับรักษากระ จุดด่างดำอยู่แล้ว เราจึงสามารถผนวกเทคโนโลยีชั้นสูงนี้ไว้สำหรับการรักษาในช่องปากด้วย เพื่อความสมบูรณ์แบบของคนไข้

 

หลักการ คือ พลังงานของเลเซอร์จะถูกเลือกดูดซับโดยเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดสี(เมลาโนไซต์) และเม็ดสี(เมลานิน) เท่านั้น โดยเซลล์ชนิดอื่น ๆ จะไม่ตอบสนองต่อพลังงานของเลเซอร์เลย เลเซอร์ชนิดนี้จึงปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่เกิดแผล และเมื่อเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดสี และเม็ดสีดูดซับพลังงานจากเลเซอร์เข้าไป มันก็จะถูกทำลายอย่างถาวร อาจต้องทำประมาณ 3 ครั้ง ขึ้นกับความเข้มคล้ำของเหงือก

ขั้นตอน

  1. เริ่มต้นจากการใส่เครื่องมือช่วยในการถ่างอ้าริมฝีปาก
  2. แพทย์จะเป่าลมเย็นลงไปบนเหงือกบริเวณที่จะทำเลเซอร์ เพื่อลดความรู้สึกเจ็บระหว่างการทำ
  3. มีการตกสะเก็ดซึ่งใช้ระยะเวลาราว 7 วัน
  4. มีการนัดมาติดตามผล และ ทำซ้ำประมาณ 1-3 ครั้ง ภายในระยะเวลาห่างกันประมาณ 1 เดือน

 

ภาพคนไข้หลังการรักษาด้วย Q-Switched Nd: YAG Laser 1 ครั้ง

ที่ SMILEBYISKY    

 

การดูแลรักษาหลังจากการฟอกสีเหงือกด้วยเลเซอร์

              ภายหลังทำเลเซอร์จะมีแผลตกสะเก็ดบริเวณเหงือกในตำแหน่งที่ทำเลเซอร์ ระหว่างนี้ผู้ป่วยไม่ควรรับประทานอาหารรสจัด เช่น เปรี้ยวจัดหรือเผ็ดจัด และงดสูบบุหรี่ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด สามารถแปรงฟันได้ตามปกติ แต่ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปาก เพราะจะทำให้แผลหายช้าโดยที่สะเก็ดจะหลุดไปภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังสะเก็ดหลุด จะเห็นได้ชัดว่าเหงือกมีสีจางลง การทำเลเซอร์รักษาเหงือกสีคล้ำ อาจต้องทำ 1-3 ครั้ง ในระยะเวลาห่างกัน 1 เดือน

 

                   “ในรายที่สูบบุหรี่นั้นถ้าทำการฟอกสีเหงือกไปแล้วและกลับไปสูบบุหรี่อีก เหงือกก็จะกลับมาคล้ำได้เร็วกว่ากรณีปกติเพราะในบุหรี่นั้นมีสารที่กระตุ้นให้มีการผลิตเม็ดสีเกิดขึ้นมาใหม่ นอกจากนั้นยังมีสารตะกั่วเจือปนอยู่ด้วยทำให้เกิดแถบคล้ำบนเหงือกที่เรียกว่า lead line แต่ก็สามารถทำการฟอกสีเหงือกซ้ำได้ ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาแน่นอนว่าในแต่ละคนนั้นสามารถทำได้กี่ครั้งเพราะเซลล์ยังมีการสร้างเม็ดสีผิวอยู่ “

 

สนนราคาตอนนี้ 1 คอร์ส 3 ครั้ง คอร์สละ 15,000 บาท

 

 
 

** บทความโดย รศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา และ ทพ.วุฒิพงษ์ เหล่าอมต **

Reference :

  1. http://laser-surgery-bangkok.com/
  2. http://pixshark.com/healthy-gums-vs-gingivitis.htm 
  3. www.familydentalclinic.com.au
  4. http://www.siammedia.org/articles/dental/20110225.php

Posted in REVIEW, TEETHComments (0)

REVIEW ผ่าตัดฟันคุดแบบดมยาสลบที่ SMILE BY ISKY

 

 

 

 

 

 

คำถาม ผ่าตัดฟันคุดสามารถดมยาสลบได้ไหม

คำตอบ คือ ได้นะคะ ในเมืองไทยมีหลายโรงพยาบาล

 

 

 

ครั้งนี้เอิ๊กได้รับการดูแลในการผ่าตัด และ พักฟื้นทั้งหมดโดย

คลินิค SMILE BY ISKY และ โรงพยาบาลวิชัยเวชฯลฯหนองแขม

 

 

 

 

 

 

เรื่องของฟันคุด

 

[ ฟันคุดเอิ๊กมีทั้งหมด 4 ซี่ อยู่ลึกทุกซี่ บางซี่ยาก และ อยู่ลึกมาก ลองดูด้านบน ]

 

ฟันคุดคืออะไร ?? 

                    ฟันคุดหมายถึงฟันซี่ใด ๆ ก็ตามที่ไม่สามารถขึ้นสู่ช่องปากได้ตามปกติ ด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น มีเนื้อที่ว่างในขากรรไกรไม่พอที่จะให้ฟันซี่นั้นขึ้นได้ หรือหน่อฟันในกระดูกมีตำแหน่งผิดปกติ อาจไปอยู่ใต้รากฟันซี่ข้างเคียงเมื่อถึงเวลาจะขึ้นสู่ช่องปากจึงขึ้นไม่ได้เพราะติดสิ่งกีดขวาง

                    ฟันซี่ที่มักพบบ่อยว่าเป็นฟันคุด คือฟันเขี้ยวบน และฟันกรามใหญ่ซี่ที่สามล่างและบน ซึ่งคนไข้ที่มาพบคุณหมอที่คลินิกส่วนมากจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับฟันคุดที่เป็นฟันกรามล่างซี่สุดท้ายกันมาก ในที่นี้จึงขอให้รายละเอียดเกี่ยวกับฟันซี่นี้เป็นพิเศษนะคะ

                    ก่อนอ่านบทความลองอ้าปากกว้างหน้ากระจกแล้วลองนับฟันกรามใหญ่ล่างดู หากเรามีอายุมากกว่า 12 ปีควรจะเห็นฟันกรามใหญ่ล่างสองซี่ติดกัน แต่ทราบไหมคะว่าที่จริงแล้วเรายังมีฟันกรามใหญ่ล่างอีกซี่ที่แอบซ่อนอยู่ในขากรรไกร รอเวลาถือกำเนิดสู่ช่องปาก ฟันกรามใหญ่ซี่ที่สามล่าง มีระยะเวลาขึ้นสู่ช่องปากตามธรรมชาติเมื่อเรามีอายุประมาณ 18-21 ปี ฝรั่งจะเรียกฟันซี่นี้ว่า “wisdom tooth” เพราะเป็นฟันที่ขึ้นในช่วงอายุที่คนเราเปลี่ยนจากวัยเด็กเป็นวัยผู้ใหญ่ ในกรณีที่เรามีที่ว่างด้านหลังฟันกรามมากพอ และหน่อฟันอยู่ในตำแหน่งและมีทิศทางการขึ้นสู่ช่องปากถูกต้อง ฟันกรามใหญ่ซี่ที่สามล่างนี้ก็จะขึ้นสู่ช่องปากได้ตามปกติ เราก็จะไม่มีปัญหาเป็นฟันคุดที่ซี่นี้ แต่คนส่วนใหญ่จะมีที่ว่างในขากรรไกรไม่เพียงพอให้ฟันซี่นี้ขึ้นได้ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นช่วงอายุ 18 ปีเป็นต้นไปอาจจะพบว่ามีฟันคุดที่ฟันกรามซี่ที่สามล่างนี้ได้

                    เราอาจรู้ว่ามีฟันคุดโดยบังเอิญจากการมาตรวจเอกซ์เรย์เพื่อการจัดฟัน หรืออาจรู้เพราะมีอาการปวด บวม ติดเชื้อ อ้าปากได้น้อยลง หรือเป็นหนองที่กรามล่างท้ายสุดก็ได้

 

การรักษาเมื่อมีปัญหาปวดฟันคุด 

                    คือต้องเอาฟันคุดออก อาจจะด้วยการถอนออกตามปกติหากฟันคุดซี่ดังกล่าวโผล่ขึ้นสู่ช่องปากได้บางส่วนแล้ว แต่โดยมากต้องผ่าตัดฟันคุดออก โดยคุณหมอจะตรวจวินิจฉัยในช่องปากและยืนยันตำแหน่งฟันคุดจากฟิล์มเอกซ์เรย์ ฟันคุดที่อยู่ในตำแหน่งลึกเข้าไปในขากรรไกรจะผ่าตัดออกได้ยากกว่า สิ่งที่สำคัญมากก็คือการดูแลตัวเองหลังจากผ่าตัดฟันคุดออกไป เพราะจะทำให้อาการปวดและบวมหายเป็นปกติได้เร็ว

 

การห้ามเลือด

                    หลังจากคุณหมอเย็บแผลและให้กัดผ้าก๊อซเพื่อห้ามเลือดแน่นพอประมาณเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง และให้กลืนเลือดและน้ำลาย ห้ามอมเลือดไว้ในปากหรือบ้วนเลือดและน้ำลายออกมา เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้เลือดไหลออกมาอีกและหยุดไหลยาก หลังคายผ้าก๊อซออกอาจพบเลือดซึมจากแผลเพียงเล็กน้อยได้เป็นปกติ และเลือดอาจซึมได้ถึง 24 ชั่วโมง อาจเปลี่ยนผ้าก๊อซที่ทันตแพทย์ให้ต่ออีก 1 ชั่วโมง แต่ต้องล้างมือให้สะอาดเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ เพราะผ้าก๊อซที่ให้เพิ่มไปเป็นผ้าก๊อซที่ฆ่าเชื้อไว้แล้วห้ามบ้วนน้ำแรง ๆ ในช่วง 3 วันหลังผ่าฟันคุดโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดตามธรรมชาติที่ช่วยอุดปิดปากแผลหลุดออกมา และจะทำให้กระดูกเบ้าฟันติดเชื้อได้ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือยกของหนัก รับประทาน หรือ ดื่มของร้อนจัด และ เผ็ดจัด และ ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และ ห้ามสูบบุหรี่ เพราะจะกระตุ้นให้เลือดไหลได้

 

การลดอาการบวม

                    ให้ประคบน้ำแข็ง โดยใช้ผ้าห่อก้อนน้ำแข็งประคบที่แก้มข้างที่ผ่าตัดฟันคุดมา โดยประคบ 30 นาทีแล้วพักประมาณ 15 นาที ควรประคบไว้ตลอด 24 ชั่วโมงแรกเพื่อลดการบวม และ ช่วยห้ามเลือด ห้ามอมน้ำแข็งไว้ในปากเพราะไม่ได้ช่วยในเรื่องการห้ามเลือด อีกทั้งน้ำแข็งอาจมีเหลี่ยมมุมที่คมซึ่งจะบาดปากแผล และความสกปรกของน้ำแข็งจะทำให้แผลติดเชื้อได้ คนไข้อาจพบการบวมมากที่สุดในวันที่ 3 หลังผ่าตัดฟันคุด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ยกเว้นว่าจะบวมมาก และ มีไข้รวมทั้งเจ็บปวดแผลมาก ให้รีบกลับมาพบทันตแพทย์

 

การทำความสะอาดช่องปาก

                    สามารถแปรงฟันได้ตามปกติ แต่ให้ระมัดระวังและแปรงเบาเป็นพิเศษเมื่อเข้าใกล้แผล การไม่แปรงฟันจะทำให้ในบริเวณแผลมีคราบจุลินทรีย์ (ขี้ฟัน) สะสมหมักหมมจนเกิดกลิ่นปากและการติดเชื้อที่แผลได้ หลังจาก 3 วันแรกให้ใช้น้ำเกลือ หรือ น้ำสุกอุ่น 1 แก้วผสมกับเกลือป่นสะอาดที่มี อย. 1 ช้อนชา กลั้วปากเบา ๆ เพื่อช่วยชะเศษอาหารและลดจำนวนเชื้อโรคที่อยู่ใกล้บริเวณแผล

 

การรับประทานยา

                    ต้องรับประทานยาตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) ต้องรับประทานให้หมดแม้จะไม่มีอาการปวดแผลแล้วก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดการดื้อยา ส่วนยาแก้ปวดให้ทานเมื่อปวดเท่านั้น ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะอาจก่อให้เกิดการแพ้ยาในบางรายได้ โดยอาจมีการหอบ เป็นลม หายใจไม่ออก เกิดลมพิษทั่วตัว หากมีอาการดังกล่าวให้หยุดยาทันทีและรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที 

 

การรับประทานอาหารและการดำเนินชีวิต

                    สามารถทำงานได้ตามปกติ ยกเว้นการยกของหนัก และ การออกกำลังกายหนัก ๆ ดื่มน้ำสะอาดและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง อาหารเผ็ดจัด และ ร้อนจัด เมื่อครบ  7 วันให้กลับมาตัดไหมโดยทันตแพทย์จะช่วยตรวจการหายของแผลว่าเป็นไปตามปกติหรือมีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ และจะได้แก้ไขให้ได้อย่างถูกต้อง

บทความโดย ทพ. วุฒิพงษ์ เหล่าอมต 

 

 

 

บทความด้านบนเป็นหลักการที่เกี่ยวกับการผ่าตัดฟันคุดนะคะ

สำหรับต่อไปนี้จะเป็น ประสบการณ์ตรงจากการดมยาสลบเพื่อผ่าฟันคุดให้ได้อ่านกัน

เอิ๊กผ่ากับคุณหมอที่ SMILE BY ISKY โดยผ่าตัดในโรงพยาบาลวิชัยเวชฯหนองแขม

 

สาเหตุที่เอิ๊กเลือกดมยาสลบ เป็นเพราะว่า เอิ๊กไม่ทราบมาก่อนว่าหลักการของการดมยาเป็น

อย่างไร รู้แต่ว่าทำได้ จนตอนหลังเพิ่มมาทราบว่า การดมยา เราจะหยุดหายใจชั่วขณะในเวลา

ที่เราหลับไป โดยจะมีคุณหมอวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยสอดท่อช่วยหายใจให้ออกซิเจน

ดูแลเราอยากใกล้ชิดตลอดการผ่าตัด และ คอยปลุกจนเราฟื้นเมื่อเสร็จสิ้นการผ่าตัด

 

เอิ๊กมีความกลัวค่อนข้างมาก เกี่ยวกับการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการกรีด เย็บ และ

กรณีฟันของเอิ๊กมีความยากอยู่ในงาน ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องทำการกรอกระดูกกราม

ของเอิ๊กทั้ง 4 มุม เพื่อไปนำพา ฟันคุดทั้ง 4 ซี่ของเอิ๊กออกมา ต้องการเอาออกพร้อมกัน

ไม่อย่างนั้นเอิ๊กก็ต้องถือหยุดงานไปประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ เพราะงานส่วนใหญ่จะต้อง

เห็นหน้า อยากเจ็บรอบเดียวจบ สรุปสั้นๆ กลัวมาก หัวหดจริงๆ ขี้ขึ้นสมองเลย

อีกเหตุผลที่ต้องเอาออกทั้งที่ยังไม่ได้ปวด เพราะเอิ๊กวางแผนจัดฟันรอบสุดท้ายค่ะ

 

การดมยาสลบเผื่อผ่าฟันคุด คงไม่ใช่ทุกกรณีที่มีสิทธิ์จะได้ทำ ขึ้นกับความเหมาะสมของ

แต่ละบุคคล และ บุคคลนั้นต้องไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคความดันสูง

โรคหอบหืด / ประวัติการใช้ยา / การมีประจำเดือนส่วนใหญ่แพทย์จะไม่ให้ทำเพราะ

อ่อนเพลียอยู่แล้ว / ประวัติการแพ้ยา / ประวัติดมยาสลบครั้งก่อนถ้ามี / อาจมี X-RAY

เพิ่มเติม และ การตรวจสุขภาพเพิ่มเติม

 

 

เอิ๊กยื่นประวัติตรวจสุขภาพที่เอิ๊กปีนี้ให้เขาก่อนเลย โชคดีมากที่ได้ตรวจไว้

มาโรงพยาบาลเช้ามาก ถึง 6 โมง แพทย์นัด 9 โมง ตื่นเต้นมาก

หลักๆ มาถึงก็วัดความดัน ชั่งน้ำหนัก ส่วนสูง กรอกประวัติให้เรียบร้อย

 
        

 

จากนั้นก็เตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้า และ ทางโรงพยาบาลจะมีบุรุษพยาบาลมาเข็นรถให้นั่ง

 

เข้าห้องผ่าตัด ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากๆ เอิ๊กเจาะน้ำเกลือทางข้อมือ

 

หลังจากนั้นเอิ๊กจะต้องสูดหายใจลึกๆ หลังจากวิสัญญีแพทย์เอาที่ครอบมาให้ค่อยๆหายใจ

กลิ่นเหมือนยานิดหน่อย ดมไปประมาณ 5 วิ เอิ๊กท่องชินบัญชรฉบับสั้นเสร็จ

เอิ๊กก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย

 

 

เอิ๊กไม่เคยเห็นตัวเองในสภาพการดมยามาก่อน แต่ด้วยความที่สนิทกับคุณหมอ

จึงขออนุญาตถ่ายจากมุมไกล เอาจริงๆ ตกใจหน้าตาตัวเองตอนหลับไปแล้วมาก

ดูเหมือนคนหลับลึกระหว่างสอดท่อช่วยหายใจให้ออกซิเจนตลอดเวลาในการผ่าตัด

 

คุณหมอที่ได้ผ่าตัดให้เอิ๊ก ท่านค่อนข้างเก่งมาก วินิจฉัยก่อนเลย ข้างไหนจะบวมมากบวมน้อย

และ เตือนเรื่องรอยแผลมุมปาก ก่อนเอิ๊กสลบ ซึ่งเอิ๊กก็ยังนึกไม่ออก ว่ามันจะเป็นแผล

ลักษณะไหน แต่ฝั่งที่ยาก คือ ซ้ายบน รู้เพียงแค่ว่าบวมมากหน่อยแน่นอนหลังทำ ทุกซี่อยู่ลึก

ในกระดูกหมดเลย พอเจอคุณหมอ ค่อนข้างใจเย็น และ พูดน้อย และ เอิ๊กก็ไม่กล้าถามมา

ในใจกลัวมาก กลัวการผ่าตัด กลัวตื่นมาแล้วรู้สึก เลยต้องใช้ความศรัทธาและสงบ

 

 

 

ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี หมดเวรหมดกรรมกันแล้วสำหรับฟันคุด

 

การเรียกให้ตื่น ค่อนข้างตกใจ เพราะทางพยาบาลและวิสัญญีแพทย์ต้องใช้เสียงที่ดัง

พอสมควร จะต่างจากตอนเอิ๊กไปเกาหลี ซึ่งเขาเรียกชื่อเอิ๊กลำบาก เขาจะเน้นเขย่าตัวแรงๆ

เอาตรงๆ เจอเรียก คุณเอิ๊กๆๆๆ เมื่อเรื่องด่วนมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แบบไม่เคยได้ยิน

เหมือนนางเอกในละครสลบอะ นึกออกปะ >< ผมตกใจ ตื่นไว รู้สึกตัวเร็วมากครับ

พักดูอาการแปปเดียว คือ กลับห้องได้

 

ผลคือการผ่าฟันคุดเอิ๊กไม่รู้สึกเจ็บเลย ไม่รู้เพราะฤทธิ์ยาชารึเปล่า

แต่สิ่งที่เจ็บมาก คือ คอ ที่ต้องสอดท่อช่วยหายใจ และ ระหว่างเราผ่าตัด คอเราก็ขยับ

คือ เจ็บมาก แบบกลืนน้ำลายทรมาน และ มุมปากรู้สึกแล้ว คือ มันตึง เหมือนมียาชาทั้งทั้ง

ริมฝีปาก อ้าปากได้น้อยมาก ๆ จริง

 

สิ่งที่ประทับใจ ไม่ต้องกัดผ้ากอซ เลือดแทบไม่มี มีแค่ซึมๆ โชคดีมากๆ ทั้งๆที่ผ่าถึง 4 ซี่

ไม่มีซี่ไหนมีอาการงอแงเลย คุณหมอที่ทำให้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมกระดูก

ไม่แน่ใจว่ามีเทคนิคอะไรถึงทำให้เลือดที่มันควรจะไหล มันไม่ไหลเลย

แต่ต้องประคบเย็นต่อไป 24 ชม. ผ่า 9 โมง ออกมา 11 โมง

นี่คือความเปลี่ยนไปภายในไม่กี่ชม. หน้าตึงจวนจะแตก

 

เอาจริง ฟันคุด ดีกว่า รักคุด นี่คือโฉมหน้าของสาวสวยทั้ง 4 ขนาดไม่ใช่เล็กๆนะ บายบาย

 

ทางรพ. วิชัยเวชฯหนองแขม เตรียมห้อง VIP ให้เอิ๊กพักฟื้น 1 คืนแต่ถ้าใครอยากกลับก็

กลับได้นะคะ ห้อง VIP ใหญ่มาก คืนละ 6,900 บาท รวมค่าบริการทุกอย่างแล้ว

 

เหมาะสำหรับคน ญาติเยอะ เพราะมาเยี่ยม ที่นั่งเพียบ 

อันนี้มีพี่ๆ มาเยี่ยม ก็มาออกันฝั่งเตียงคนไข้ อีกฝั่งก็ยังมีโซฟา ให้นั่งดูทีวีได้อีก

 

 

ห้องน้ำ 2 ห้องแยกกันสบายๆ

ประตู 2 ห้อง เผื่อคนไข้หลับก็เข้าอีกประตูได้ แบ่งโซนกันได้ด้วยม่าน คือ โรงแรมเลย

มีมุมนั่งทานอาหารอีก คือ กว้างพอสมควร  พยาบาลดูแลดี มาวัดความดันตลอด

 

 

 

ขอบคุณทาง SMILE BY ISKY / ISKYCENTER / และ รพ. วิชัยเวชที่มาเยี่ยมนะคะ

เกรงใจมาก แค่ผ่าฟันคุดเอง 555555555555555555555 ขอบพระคุณสำหรับการดูแลค่ะ

 


ทานโจ๊ก 4 วัน เริ่มเคี้ยวของนิ่มๆได้วันที่ 5 นี่ก็คือมื้อแรกวันที่ 5 แต่ไม่อร่อยเลย ยังระบบอยู่

สรุปวันที่ 6 กำลังดี เคี้ยวได้แล้วเพลินๆ หน้ายุบลง 7 วัน เหมือนเดิม


 

ช่วงแรกใช้แปรงอันนี้แปรงฟัน แปรงสีฟันเด็กอ่อน เหตุผลคือ อ้าปากไม่ได้ มันลำบากมาก

วันที่กว่าปากจะอ้าได้กว้าง วันที่ 7 คือต้องพยายามอ้าปากกว้างๆ ตั้งนิ้ว3นิ้ว แล้วเอาเข้าไป

ในปากให้ได้ ฝึกให้อ้าให้ได้ แรกๆเมื่อยมาก แต่ต้องทำนะคะ

 

เนื่องจากติดสงกรานต์เอิ๊กจึงได้ตัดไหมประมาณ 2 ทิตย์กว่าให้หลัง

มาที่รพ.วิชัยเวชฯหนองแขม

 

แต่ตัดไหมที่ SMILE BY ISKY เลยวันนี้ ก็เข้ามาตึกด้านในสุด ขึ้นลิฟท์ชั้น 3

 

ด้านล่างชั้น 2 คือ ISKYCENTER ด้านบนคือ SMILE BY ISKY

 

ระหว่างรอคุณติดคนไข้จัดฟัน ที่นี่คุณหมอจัดฟันเก่งหลายท่าน เลยเก็บบรรยากาศมาให้ชม

 

ออกแนว GALAXY แยกเป็นแต่ละดาวไป

 

มีมุมเฉพาะเด็กเล็กที่พ่อแม่พามาด้วยก็ให้มาเล่นห้องนี้รอ

 

การตกแต่งค่อนข้างมีสีสันแนว COLORFUL ทำให้เราไม่ค่อยกลัวที่จะทำฟัน

แต่เอาจริง เห็นกรรไกรคุณหมอจะตัดไหม ก็กลัวค่ะ 55555555

วันนี้คุณหมอพิงค์ตัดไหมให้ค่ะ มันไม่ได้เจ็บแต่เสียวๆ ไหมละลาย คือเส้นหนาใหญ่

รำคาญพอสมควร เราชอบเผลอเอาลิ้นไปดุนเล่น กว่าจะละลายอาจจะนานจึงมาตัดออกก่อน

เหงือกปิดสนิทเป๊ะมาก ไม่มีรูกวนใจให้ข้าวตกลงไป เพราะบอกแล้วว่าอยู่ลึก

หมอจึงต้องเอาเหงือกมาเย็บปิดกลับ

 และ แล้ววันนี้ก็พาไปด้วยดี สรุปประสบการณ์ผ่าฟันคุดที่ต้องดมยาสลบของเอิ๊กแต่เพียงเท่านี้

 

ดมยาสลบบอกเลยว่าเหมาะกับ

คนที่จำเป็นจริงๆ เคสยากๆๆมากๆ และ มีหลายซี่หน่อยก็จะสมควรกว่า

คนที่กลัวเหลือเกิน กลัวเลือด กลัวการผ่าตัด แต่ก็ต้องเอาออก

 

วันที่ 1 ทานได้แต่โจ๊ก ทานยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวดตามปกติ ไม่เจ็บไม่ปวดอันใด

เจ็บแต่คอ เจ็บแต่มุมปาก อ้ากว้างไม่ได้ บ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกวันจากนี้

 

วันที่ 3 เริ่มมีสะเก็ดที่มุมปาก ยาแกะ หมั่นทาวาสลีน ทานยา ทานอาหารอ่อน

แผลไม่เจ็บไม่ปวด แต่วันนี้ หน้าโย้แบบสุดๆ แก้มโย้ออกมา เอาตรงๆ ตลกมาก

คอเจ็บอยู่ คือ T_T จิบน้ำอุ่น งดน้ำเย็น ทานยาขมตราใบโพธิ์ ยาหวานน้ำเต้าทอง

 

วันที่ 6 เริ่มทานได้ มุมปากฝึกอ้าให้กว้าง กว้างเข้าไว้ สามนิ้วตั้งตรงสอดเข้าไป เอาเข้าให้ได้

คอไม่ค่อยเจ็บแล้ว เริ่มเคี้ยวได้แล้ว ทานยาตามปกตินะคะจนกว่าจะครบ 7 วัน

สำหรับยาฆ่าเชื้อ แผลก็ไม่ปวดเหมือนเดิม

 

วันที่ 7 หน้ายุบพอดี บอกเลยว่าคุ้มมาก เพราะยังไงก็ต้องทนทานอาหารอ่อน และ เจ็บมุมปาก

อยู่ดี เอาออก 4 ซี่รอบเดียวจอด ไม่ได้แย่ หรือ โหดอะไรขนาดนั้น คือ ไหว แผลไม่ปวดเลย

ทรมานแค่คอ กับ มุมปากนี่ละ

 

และ ไม่ขอดมยาสลบเพื่อผ่าตัดอะไรอีกแล้ว ถ้าไม่จำเป็น

ขอบคุณพระคุณ SMILE BY ISKY และ รพ. วิชัยเวชฯหนองแขมที่

ช่วยผ่าตัดและดูแลเป็นอย่างดี

 

สรุปค่าผ่าตัดถามมาให้แล้วนะคะ แพคเกจผ่าตัดรวมดมยา 25,000 บาท

ค่าโรงพยาบาล 1 คืนของเอิ๊ก VIP 6,900 บาท (ถ้านอนก็เลือกแบบห้องได้)

 

แค่วันที่ 2 หน้าเราก็ใกล้กันแล้ว

บายบาย


Posted in REVIEW, TEETHComments (0)

REVIEW BRITESMILE ฟอกฟันขาวที่ SMILE BY ISKY

 

 

รีวิวฟอกสีฟันแบบ BRITESMILE ในศูนย์ทันตกรรม SMILE BY ISKY ครั้งแรกในชีวิต

คือ คุณหมอฟันที่สนิทกันเปิดศูนย์ทันตกรรมแบบครบวงจรก็เลยเชิญเอิ๊กเดินทางไป

รพ.วิชัยเวช หนองแขม ที่ศูนย์ SMILE BY ISKY 

ไปลองโปรแกรมฟอกฟันแล้วช่วย REVIEW ผลลัพธ์และความรู้สึกตามจริงหน่อย

คือ มาประเดิมคนแรกเลยเพิ่งรู้ เพราะศูนย์ยังอยู่ระหว่างการตกแต่งให้เรียบร้อย

ทุกส่วนไปเรื่อยๆ และ เอิ๊กก็ไปทำหน้าที่ ISKYCENTER บ่อย คือ กะว่าจะจัดฟันอีกรอบ

ก็คงจัดที่นี่ เพราะเราเชื่อฝีมือพี่เรา แต่พี่เราไม่จัดให้ 55555 เพราะเขาบอกฟันสวยแล้ว

คือมันง่ายแค่เดินขึ้นไปชั้น 3 ชั้นบนถัดไป จบ

 

ความจริงขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้มีปัญหากับสีฟันเพราะเป็นคนชอบฟอกฟันที่บ้านอยู่แล้ว

หลังจากพบยี่ห้อที่ใช้แล้วไม่เสียว มันก็ขาว ซึ่งเราก็พอใจ ขาวในที่นี่คือ เหลืองนวลอ่อน

เพราะตอนเด็กๆฟันเหลืองมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เกินบรรยาย เคยไปทำถาดฟอกฟัน

ที่คลินิคจัดฟัน และ ได้ซื้อน้ำยามาฟอกที่บ้านประมาณ 4,000 บาท คือทรมาน

เสียวฟันมาก ทุกทีที่อ้าปาก ทุกทีที่ลมผ่าน คือไม่โอเค และ ก็ล้มเลิกการฟอกฟันไปนาน

แต่มันก็ไม่กลับมาเหลืองมากเท่าเดิมนะ ยังคงระดับที่รับได้ จนโตก็ไปฟอกแบบเดิม

เสียวอีกแล้ว ไม่ชอบเลย คราวนี้ปวดฟันต้องกินยาแก้ปวด ซื้อยาสีฟันแก้เสียวฟัน

มานวด คือ ไม่ดีอะ ไม่ดีเลย ความรู้สึกนี้ รับไม่ได้ จนมีคนส่งน้ำยาฟอกยี่ห้อนึง

มาให้ลอง ใครตาม INSTAGRAM เอิ๊กจะทราบว่าเอิ๊กใช้ยี่ห้ออะไร คือ ดีอะ ไม่เสียว

และ ก็ขาวดีในระดับนึง ก็ไม่คิดว่าจะฟอกคลินิคแน่นอน เพราะมันคงเสียวมาก

เนื่องจากทำชั่วโมงเดียวขาว การฟอกฟันที่บ้านก็เป็นการคงไว้ซึ่งฟันที่ฟอกจาก

คลินิคมาเป็นอย่างดีอีกทางนึง แต่คิดว่าชาตินี้คงไม่ฟอกแน่นอนในคลินิค กลัวไปเอง

 

อันนี้อัดวีดีโอไว้หลังทำลองดูเลยสำหรับผลลัพธ์ 1 ชั่วโมงกว่าที่ไปนอนอ้าปากมา

BRITESMILE คืออะไร ?

การใช้เจลฟอกฟันแบบอ่อนโยน [ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 15% ]

ร่วมกับ

เทคโนโลยีการฉายแสงสีฟ้า [ BLUE LIGHT ]

มีงานวิจัยที่อเมริการองรับว่า BRITESMILE มีความปลอดภัยสูงสุด

ไม่ทำลายเคลือบฟัน หรือ วัสดุอุดฟัน ชิ้นงานฟันปลอมต่างๆในช่องปาก

มีค่า PH ที่สมดุลย์ อ่อนโยนต่อเหงือก

พัฒนาโดยทีมวิทยาศาสตร์ที่มีประสบการณ์ทำงาน

ร่วมกับองค์กรนาซ่า [ NASA ]

 

ทำไมถึงราคาสูงกว่าเทคโนโลยีแบบอื่น ?

ราคามีตั้งแต่ 15000 ขึ้นไป

เขาให้เหตุผลว่าเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัย อ่อนโยน เสียวฟันน้อย

ดูแลอย่างดี มีงานวิจัยรองรับว่าปลอดภัย และ เห็นผลชัดเจน

ฟันจะดูใส กระจ่างขึ้น แบบเป็นธรรมชาติ 

นิยมมากในหมู่ดารา HOLLYWOOD วงการความงาม และ แฟชั่น

เพราะฟันขาวเป็นเรื่องของบุคลิก ความมั่นใจ

 

ระยะเวลาในการคงทน

ผลอยู่ยาว 12 เดือนขึ้นไป

ขึ้นกับการดูแลเรื่องอาหารเป็นหลัก ควรจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ

สีจะดรอปลงเล็กน้อยตลอดระยะเวลาค่อยๆสีขาวน้อยลงทีละนิด

แต่ถ้าทานพวกเครื่องดื่ม อาหารสีๆจะไปเร็ว

 

จะขาวแค่ไหน

ขึ้นกับสีฟันเดิมของคนไข้ สามารถฟอกได้ในคนไข้ที่มีฟันแบบ

เตตร้าไซคลิน ฟันสีเทา ฟันสีดำ จะดีขึ้นในระดับนึงแต่ไม่หาย 100%

ขึ้นกับความเข้มของระดับที่เป็น

 

 

เอาละมาดูของจริงกันให้เห็นเน้นๆจะๆกันไปเลย มาดูอุปกรณ์กัน

 

 

พวกน้ำยาในการฟอกฟัน การป้องกันไม่ให้น้ำยาไหลโดนเหงือก ริมฝีปาก แปรงสีฟันยาสีฟัน

ที่อ้าปาก สำลีกันน้ำยาไหลเข้าปาก ที่กันแสง ฯลฯ ปล่อยให้เป็นหน้าที่หมอเถอะ เยอะนะ :p

 

 

อุปกรณ์ HISO สมราคา แต่อย่างเดียวแปรงแข็งมาก ใครชอบแปรงขนนุ่มๆ แนะนำ

เตรียมมาเองค่ะ

 

ขั้นตอนการทำนำมาให้อ่านไปพร้อมๆกันนะคะ

 

 

ก่อนทำจะมีการทาครีมแคลเซียมป้องกันเคลือบฟัน และ ป้องกันการเสียวฟันอย่างดีเรียกว่า

” TOOTH MOUSSE “ ป้องกันฟันผุ เคลือบแคลเซียม เคลือบผิวฟัน ทำความสะอาดช่องปาก

ฯลฯ สรรพคุณดีร้อยแปดประการ เพิ่งรู้จักจริงๆ ว่ามีแบบนี้ด้วย ตื่นเต้น O_o เอากลิ่นเมลอน

มาลอง เค้าบอกต่างชาติชอบกลิ่นนี้กัน หอมมากๆๆ เอามาใช้ได้ทุกวัน หลอดเล็กมากประมาณ

900 – 1,200 บาท คุณหมอ จะเคลือบเจ้านี้ให้ก่อนลงมือเชือด เอ้ย ฟอกฟัน ><

 

 

และเราก็จะได้เวลามาเทียบเฉดสีฟัน แน่นอน การทำทุกคนหวังผล ก็ต้องมาวัดสีให้รู้กันไป

 

 

เผื่อศูนย์ทันตกรรมไหนมีที่ถ่ายรูป BEFORE – AFTER ให้คนไข้กลับบ้านเอาไว้ดู

และ อวดคนอื่นเล่น 5555 ปล. รอ SMILE BY ISKY อยู่นะคะ 

 

 

พร้อมรึยัง ?

 

 

กระโดดขึ้นรอที่เตียงได้เลย

 

 

ปล. 1 ชั่วโมงกว่าเตรียมตัวไปหลับเหอะ ขอหมอนรองไว้เผื่อด้วย เมื่อยคอสุดๆคับ 555

และ อีกอย่าง อัญเชิญ ไปเข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อย อย่ากลางคัน 5555 น้ำลายจะไหล

ออกมาจากปากไม่ได้ น้ำลายต้องกระเดือกลงไปนะคะ

 

 

BEFORE กันหน่อย ฟันก็ไม่เหลืองมากมั๊ง – – ” ก็เหลืองอ่อนนะ ก็ดีสุดในชีวิตละนะ 555

และ แล้วคุณหมอพิงค์ก็ทำร้ายน้องเอิ๊กค่ะ 555555555 ไม่ชอบที่อ้าปากอันนี้เลย

มันเป็นซิลิโคนนะคะ ต้องปรับกัน 2-3 รอบให้สบายในการอ้าปากแบบนี้

 

 

ความงามเป็นสิ่งที่ไม่เข้าใครออกใคร เจ็บก็ทนนะคะ 5555 ทุเรศก่อนทำก็ทนค่ะ

แป้งย่นกันเลยทีเดียว

 

 

เทียบสีกันให้เห็นก่อนประมาณ 1M2

ตะกี้คือทดสอบ คราวนี้มาเคลือบแคลเซียม TOOTH MOUSSE กันก่อนที่บอก

 

 

และ ทรมานกันอีกรอบ 5555 จากที่อ้าปากก็ว่าเมื่อย คราวนี้นำสำลีที่ออกแบบมาพิเศษ

ยัดรอบๆด้านในปากไม่ให้น้ำยาโดนภายในช่องปาก ระวังกันสุดๆ ปากก็จะขยายใหญ่อีก

เมื่อยมาก ทางที่ดี มาปุ๊ป เตรียมตัวนอนเลย เขาจะเข้ามาทำ 3 ครั้ง และ ทุกครั้งทิ้งน้ำยา

ไว้ครั้งละ 20 นาที เตรียมตัวนอนนะคะ สบายๆ จะผ่านไปเร็วมาก

 

 

เราจะเริ่มกัดแท่งอันนี้เพื่อทำการลอคตำแหน่งให้คงที่ในการฉายแสงทัั้ง 3 ครั้งให้ตรงกัน

 

 

จะพูดยังไงดี “เมื่อย” คำเดียว 555

และ ตามมาด้วยการดูแลเหงือกก็ต้องทาสารเคลือบป้องกันน้ำยาโดนเหงือกของเรา

 

 

ฉายแสงสีฟ้ารอให้แข็งตัว

 

 

เคลือบเหงือกแข็งตัว แล้วก็เตรียมตัวไปเคลือบริมฝีปากกันต่อ

 

 

 เอาล่ะ ระวังจนได้ที่แล้วก็มาลอคตำแหน่งฟันกับเครื่องฉายแสงให้ตรงกัน

 

 

ถึงเวลาเปิดแสงสีฟ้า BLUE LIGHT สอบถามมาคือ LED นั่นเอง

 

 

รอบละ 20 นาที เสร็จแล้วรอบแรกก็ดูดน้ำยาออก และ ก็รอบสองสาม คือ ทาเจล+ฉายแสง

 

รวมๆ แล้วประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ คือ เตรียมไปนอนได้เลย หลับเพลินๆ

 

 

ครบ 3 รอบเอาทั้งแว่น เอาทั้งอุปกรณ์ออกเหอะ ไม่ไหวแล้ว 5555

 

 

ตอนแรกยังไม่ถอดไว้ ทุกคนชม โอ้ว ขาวขึ้นได้อีกจริงๆด้วย บลาๆ ไอเราก็ไหนอะ เหลืองอยู่เลย

คือ ลืมถอดแว่น กร๊ากกกกกกกกกกก 555 เอาละมาเทียบสีให้สะพรึงเล่น

 

 

ตอนแรกอยู่ 1M2 ตอนนี้ก็ 1M1

เอาล่ะเพื่อความชัวร์ ถอดออกมาวัดอีกรอบ เขาบอกเทียบฟันขาวที่สวย

ต้องเป็นขาวเดียวกับสีตา ตอนนี้ เลยสีตาแล้วพะยะค่ะ 5555

อย่าตกใจ กลัวไม่เห็นตาขาวกัน ขออ้าตาให้ดูหน่อย พร้อมยิงฟัน

 

 

ขอลองลดแสงลง เพราะแสงอาจจะหลอกตา ปรากฎว่า ฟันเด้งอยู่ ปัง ! ขาวขึ้น 1 เฉด 2 เฉด

ก็เหอะ เพราะเขาบอกถ้าเหลืองแต่แรกจะขาวกว่านี้หลายเฉดมาก ประมาณกี่เฉดมะรู้ลืม

ถ้าไม่ขาวตามสัญญา ทางบริษัทจะทำให้ขาวเหมือนบอกไว้ 555555 เออมันดีตรงนี้นะคะ

 

 

ขาวมากขึ้นแค่ไหนก็ไปพิจารณากันเอาเอง NO FILTER และ พยายามปรับแสง AFTER

ให้ลดลงมาด้วย จะได้ไม่ลำเอียง

 

 อย่าลืมการดูแลตัวเองอย่างดีภายใน 24 ชั่วโมงด้วยนะคะ ฟันจะได้ขาวสมบูรณ์แบบ

BEFORE – AFTER

สรุปสั้นๆ

ข้อดี สองชั่วโมงไม่เกินขาวไวว่อง / มีรับประกันถ้าไม่ขาวเท่าที่ประเมินไว้ทำให้ใหม่ /

อ่อนโยน / เสียวฟันน้อย (แต่เอิ๊กไม่เสียว) / รู้สึกว่าสวยขึ้น 55555 / อยากยิ้มตลอดเวลา

/ คือชอบบบบบบบบ มันดี

 ข้อด้อย เมื่อยปากมากT_T / ราคาสูง / หาคลินิคทำยาก

เพราะมีแค่คลินิค HI-ENDที่จะมีระบบนี้

ข้อแนะนำส่วนตัวสำหรับ SMILE BY ISKY

มีปรินท์รูปก่อนหลังให้คนไข้จะดีมากค่ะ

เพราะบางทีกล้องมือถือมันคุมแสงไม่ค่อยได้ และ ไม่ค่อยชัดค่ะ /

อยากให้มีหมอน ผ้าห่ม เพราะแอร์หนาวมาก / มีเพลงค่ะ จะดีมากถ้าปิดไฟให้หลับ

ระหว่างรอ 20 นาที 3 รอบ หรือ มีทีวีครื้นเครงให้นอนดู

 

ขอบพระคุณคุณหมอ พิงค์ และ คุณหมอ ชิว ทันตแพทย์เฉพาะทาง

ผู้ดูแลเอิ๊กในวันนี้ร่วมถึงทุกคนใน SMILE BY ISKY ด้วยนะคะ

นอนหนาวเหน็บกับผ้าห่มหนึ่งพื้นอย่างเมามันส์ ลงมาขากางเกงไม่เท่ากันเลย – – “

ไม่เป็นไร ฟันขาวสวย อภัยได้ 555555

ใครมีข้อมูลอยากโทรสอบถามเบอร์ทิ้งไว้ให้นะคะ

SMILE BY ISKY รพ.วิชัยเวช หนองแขม 02 441 6988-9

 

 

 

 

 

 

 

Posted in TEETHComments (0)

การฟอกสีฟัน (Teeth Whitening)

การฟอกสีฟัน (Teeth Whitening)

            สวัสดีค่ะ .. วันนี้จะพาเพื่อนๆทุกคนมาทำความรู้จักในเรื่องราวความรู้และวิธีการ รวมไปจนถึงการดูแลรักษาในเรื่องการฟอกสีฟัน

               ยาฟอกสีฟันในกล่องนึงนั้นจะมีทั้ง DAY WHITE & NIGHT WHITE ซึ่งในกล่องจะเป็นแบบระบบผสม ซึ่งในหนึ่งหลอดจะมีทั้งแบบใสและแบบขุ่น โดยมันจะทำงานได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อนำมาผสมกัน วิธีใช้คือว่าบีบปกติ ทีนี้เราบอกก่อนว่า เราจะแยกฟันบน เพราะฟันบนคู่หน้าจะใหญ่ ส่วนฟันหน้าคู่ล่างจะเล็ก อีกทั้งเพราะเค้าเว้นที่ให้ฟอกแต่ละซี่ไม่เท่ากัน เสร็จแล้วให้หยดน้ำยาลงไปในที่ผิวนอกของเทรฟอกสีฟันประมาณหนึ่งหัวไม้ขีดก็พอ

 

                  เคล็ดลับที่ทำให้รู้สึกเสียวฟันน้อยลง คือ ก่อนฟอกสีฟันจะต้องทำให้ฟันมีความชุ่มชื้นก่อน เช่นอมน้ำแล้วบ้วนทิ้ง จากนั้นค่อยใส่เทรฟอกสีฟันหรือทำให้ฟันชุ่มน้ำลายก่อน แล้วค่อยใส่ ไม่ควรทำตอนฟันแห้งเพราะจะทำใหรู้้สึกเสียวฟันมาก ส่วนระยะเวลาที่ด้านบนกล่องเขียนว่าให้ใช้ครึ่งชั่วโมงวันละสองครั้ง แตโดยส่วนตัวพี่หมอชิวเองให้ใช้ได้หนึ่งชั่วโมง วันละสองครั้ง ในคู่มือเขียนไว้ว่า ฟันจะขาวขึ้นในสองสัปดาห์

 

            เราสามารถนำผลิตภัณฑ์สำหรับฟอกสีฟันที่เหลือแช่ตู้เย็นได้ ถ้าเปิดทิ้งไว้แล้ว สามารถอยู่ได้แค่ไม่เกินหกเดือน แต่ที่ยังไม่ได้ใช้จะสามารถอยู่ได้ประมาณปีครึ่ง แต่ต้องนำไปแช่ตู้เย็นทันที วิธีการดูแลรักษาเทรฟอกสีฟัน ทำได้โดยการแช่น้ำไว้ แต่ว่าถ้าหากแช่ไว้สักสองอาทิตย์อาจจะทำให้มันเกิดตะกอนได้ ต้องเปลี่ยนน้ำทิ้งละก็แช่ต่อ เทรฟอกสีฟันนั้นสามารถใช้ได้ตลอดไป ถ้าเกิดไม่ได้มีการจัดฟันใหม่หรือทำอะไรกับฟันใหม่

              หัวใจสำคัญของการฟอกสีฟันคือ ต้องทำความสะอาดด้วยการขูดหินปูนก่อนฟอก เพราะตัวหินปูนจะเป็นตัวบังน้ำยาไม่ให้ทำปฏิกิริยากับผิวฟันโดยตรง ฟอกแล้วฟอกอีกไม่มีผลเสียต่อฟัน ฟันไม่บาง กลไกที่ทำให้เสียวฟันคือน้ำยาฟอกสีเนี่ยมันคือไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ซึ่งจะทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพร่ผ่านของๆเหลวของภายนอกตัวฟันเข้าไปในตัวฟันมากขึ้นมันก็เลยกระตุ้นเส้นประสาทให้เสียวซึ่งจะเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นอย่างชั่วคราว ความเสียวฟันหายไปแต่ความขาวของฟันนั้นยังคงอยู่

                ในกรณีถ้าหากน้ำร่วงไปโดนเหงือกหรือผิวหนังก็จะทำให้ตรงส่วนนั้นด่าง เหงือกจะซีด เป็นฝ้าขาว แต่ด่างเพียงแค่ชั่วคราว วิธีแก้ไขก็คือนำวาสซารีนมาทาเคลือบ ซักพักก็จะหายเป็นปกติ

 

           

               สำหรับความเสียวฟันของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับเส้นประสาทของแต่ละคนที่ไวต่างกัน ซึ่งความคงทนของความขาวขึ้นอยู่กับพฤติกรรมในการดื่มเครื่องดื่มหรือทานอาหารที่มีสีอยู่เยอะ หากทานอาหารที่มีสีหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีสีเยอะ ก็จะทำให้สีของฟันกลับมาเหลืองได้ง่ายมาก การสูบบุหรี่ก็เช่นเดียวกัน บางคนแค่ขูดหินปูนและขัดฟัน แล้วลองยิ้มดูฟันอาจจะดูขาวขึ้นมาก เพราะก่อนฟอกสีฟันจะต้องขูดหินปูนดูก่อน เผื่อบางทีฟันของเรานั้นอาจจะมีความขาวอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องฟอก นอกจากนี้จะมีฟันประเภทที่เรียกว่าเบต้าเซทีนที่เป็นประเภทฟันที่เวลาฟอกแล้ว จะไม่สามารถเห็นผลได้ สาเหตุเกิดจากตอนที่คุณแม่คนเหล่านั้น ในขณะที่ตั้งครรภ์ แล้วไปทานยาที่มีเบต้าเซทินตอนขณะที่ตั้งครรภ์อยู่ ซึ่งมันจะมีผลต่อการสร้างหน่อฟันของทารก โดยหน่อฟันของทารกนั้น จะดูดสีของยาลงไปอยู่ในตัวฟันของเด็กด้วย ซึ่งมันก็จะอยู่ในหน่อฟันแท้ด้วย เมื่อเด็กอายุ6ขวบ ถึงจะสามารถเห็นผลกระทบได้

                 หลังจากนั้นก้อห้ามหญิงมีครรภ์รับประทานยาชนิดนี้ เพราะเม็ดสีของเบต้าเซทีนไม่สามารถสลารได้ด้วยไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการฟอกสีฟัน เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถฟอกได้ แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำวีเนียร์ กล่าวคือ การ กรอฟันออกไปเลย 0.25-0.50 มม. แล้วทำหน้ากาก จากนั้นก็แต่งรูปร่างให้เหมือนฟัน ในขณะเดียวกันก็ต้องเลือกสีวีเนียร์ด้วย โดยต้องเลือกตามสีผิวและสีของดวงตาขาวของผู้ฟอก เพราะถ้าเลือกสีจนเลยสีตาขาวไป จะทำให้เหมือนฟันปลอมของคนแก่ ดังนั้นวิธีการเลือกสีที่ดีที่สุด ก็ต้องยึดสีผิวของเราและสีตาขาวเป็นหลักในการเลือก นอกจากนี้ควรเลือกให้ขาวแบบธรรมชาติ เพราะถ้าขาวมากไปมันอาจจะทำให้ดูด้านๆ ไม่สะท้อนกับแสงไฟ เลยจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติได้

 

ขอขอบพระคุณ : ทันตแพทย์ วุฒิพงษ์ เหล่าอมตา (พี่หมอชิว) แห่งคลินิก Prince of Smile Dental

สำหรับความรู้และข้อมูลดีดีในเรื่องของการฟอกสีฟันมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

” Prince of Smile Dental Clinic “

สามารถติดต่อได้ที่

Tel : 02-884-7955 , 085-682-7955

E-mail : princeofsmiledent@gmail.com

Website : http://www.princeofsmile.com & https://www.facebook.com/PrinceOfSmileDentalClinic

 

 

Posted in TEETHComments (0)

BEAUTY TALK : ยาสีฟันที่ทำให้ฟันขาวทันที อย่าง CLOSE UP WHITE NOW

ระหว่างรอฟันเข้าที่ซัก 6 เดือนก่อน เนื่องจากเคลื่อนฟัน จัดฟันพึ่งจบ จากการที่ได้รบกับฟันเกหุบเข้าด้านในมา 10 ปี 4 รอบพอดีเด๊ะแล้วค่อยตัดสินใจการเลือกวิธีฟอกฟันขาวอีกที ระหว่างทางเลือกที่หามาทั้งหมดที่หลายคนคงได้อ่านแล้วมีทั้งฟันขาวด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดถูกที่สุด และยากที่สุดแพงที่สุดให้เก็บข้อมูลกันไป

BEAUTY TALK – รวบรวมวิธีทำให้ “ฟันขาว ” สวย

ระหว่างนี้ก็มีโอกาสได้ทดลองยาสีฟันตัวใหม่จาก CLOSE UP WHITE NOW แบรนด์ส่งมาให้นานแล้ว เทคโนโลยีฟองสีฟ้ามาเคลือบผิวฟันที่เหลืองให้ดูดีขึ้นทันทีหลังใช้ แค่ฟังก็นะ .. อย่างที่บอกว่า ยาสีฟันต้องใช้ระยะเวลา ต้องทำต่อเนื่องนานหลายเดือนถึงจะเห็น และทางที่ดีควรเก็บข้อมูลโดยการถ่ายรูปไว้ด้วย จะได้เห็นความแตกต่างจริงๆ

เราไปหา ADS มาดูว่ามันทำงานยังไง

ประเด็นคือน้อง PHAN ฉายแสง BLUE LIGHT ฟันเลยขาวมากอยู่แล้ว เคยดู REVIEW ของเธอ เธอจะใช้ยาสีฟันนี้ มาทำให้ฟันเธอดูไบรท์ขึ้น ทาลิปสติกก็สวยขึ้น ส่วนตัวคิดว่ามันช่วยเคลือบฟันให้ขาวขึ้นตอนใช้ แต่ไม่ถาวร ต้องแปรงใหม่ทุกวัน

หน้าตากล่องเป็นสีใส ดู HI-SO หน้าตาคล้ายพวกกล่องเจลฟอกฟันเลย ฟ้าๆ ใสๆ ดูแตกต่างจาก whitening สูตรอื่นมาก หรืออาจจะเพราะมันคือWHITE NOW ขาวเลยทันที ขาวเดี๋ยวนี้ ขาวหลังใช้รึเปล่าไม่แน่ใจ ? เขาถึงออกแบบมาแบบนี้

จุดเด่นมันอยู่ตรงนี้

  • การที่ฟันขาวขึ้นเลยทันทีมันเป็นเทคโนโลยี “ฟองสีฟ้า” มาเคลือบผิวฟันขณะที่แปรงอยู่ ตาเราเลยมองเห็นว่าฟันของเราสว่างขึ้นทันทีหลังใช้เลย
  • มี SILICA สารที่ช่วยทำให้ฟันขาว เราจะเห็นสารตัวนี้บ่อยมาก ในสูตร whitening จากประสบการณ์ส่วนตัว

หน้าตายาสีฟันของเราจาก CLOSE UP WHITE NOW กลายเป็น CLOSE UP SLIM NOW แบนแต๊ดแต หลอดเท่าฝ่ามือหมดเร็วเหมือนกัน เพราะใช้ประมาณข้อนิ้วก้อย 1 ข้อ 55

เนื้อเจลสีฟ้าด้านใน – สีขาวด้านนอก เนื้อเจลด้านในที่ผสมกันอยู่นี่ละ เวลาแปรงจะเป็นฟองที่ไปเคลือบผิวฟัน เนื้อฟ้า กับ ฟันเหลืองนวลของเรา เมื่อประกบคู่กันเลย ฟันจะดูเหลืองไบรท์ 55555

ฟองจะมีลักษณะแบบนี้เลยตอนแรกตกใจมาก ปากฟ้าเลย จะติดลิ้นฉันไหม ? ปรากฎไม่ติด แต่แปรงสีฟันแอบมีสีฟ้าติดนิดๆ มันน่าจะติดที่เนื้อฟันแล้วละ สีฟ้าผสมสีเหลืองเลยดูสว่างขึ้น ไม่เชื่อลองใช้ PHOTOSHOP ทำภาพสีขาวขึ้นมาเทสีที่เหลืองเหมือนฟัน แล้วเทสีฟ้า transparent 3%-10% ดูจะรู้ว่าภาพสีเหลืองจางลงจนดูเกือบกลายเป็นสีขาวอมฟ้ามากขึ้น

เคยอ่าน REVIEW เมืองนอกความเห็นก็มีแตกต่าง คนที่ได้ผลเขาก็รู้สึกประทับใจอย่างมาก ส่วนเราใช้มา 20 วัน แปรงวันละ 2 ครั้ง แปรงเร็วๆ รัว แล้วเก็บภาพไว้วันแรกเก็บภาพ ก่อน – หลังใช้ วันสุดท้ายเก็บภาพก่อน -หลังใช้

เนื่องจากวันแรกภาพถูกถ่ายด้วย บีบี เลยเก็บภาพด้วยกล้องตัวเดิม แสงเวลาเดิม อาจมี WB เพี้ยนไปบาง แต่อยากให้ลองดูภาพก่อนหลัง ไม่มีการรีทัช ให้ดูว่าฟันที่เหลืองนวล ถูกฟองฟ้า ฟันเลยอมฟ้านิดๆหลังใช้ เลยเหมือนสว่างขึ้น “ด้วยเทคนิคแม่สี” เลยจริงๆ

แต่จะให้ขาวเลยไหม มันคงไม่ได้ ยาสีฟัน ไม่ใช่เจลฟอกสีฟัน ดังนั้น มันอาจจะเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการฟอกให้เสียวฟัน และ พอใจในสีฟันที่มีอยู่แต่อยากให้มันดูสะอาดๆ ดูเหมือนผ่องขึ้น ประมาณคนแต่งหน้าแล้วลง BASE MAKE UP เคลือบผิวให้สว่าง หรือเรียบเนียนขึ้น แต่ยังเห็นผิวตัวเอง ไม่ได้กลบมิดเหมือนรองพื้น พอเห็นภาพไหม ?

COOL : เห็นการทำงานของเทคโนโลยีฟองสีฟ้าทันที ซื้อง่าย ราคาถูก ไม่ทำลายเคลือบฟัน เย็นดี

UNCOOL : ขาวเท่าที่ฟันเราขาวได้ สีจะดูดีกว่าที่เป็น 10-20% / ชั่วคราว ไม่ถาวร / ด้วยส่วนผสมที่ให้ความเย็นสดชื่น มันเผ็ด ถ้าไม่ทานเผ็ด อาจจะเผ็ด 555

นี่คือสีฟันจริงไม่ RETOUCH

คือเคลือบฟันบางมาก เห็นเนื้อฟันเลย และร้าวเป็นรอยร้าวทั้งบนและล่าง เพราะไปถอดเหล็กกับหมออีกคนที่ไม่ใช่หมอจัดฟันร้านเดิมตอนวัยรุ่น เขาตัดแบบไม่ปราณี ดังนั้นเลยไม่อยากจะยุ่งกับฟันมาก ที่เล็งไว้ก็อยากทำเคลือบฟัน แต่ประเด็นต้องเอาหน้าฟันออกหน่อยนึง เลยพับโครงการเป็นที่เรียบร้อย ไว้ว่ากันใหม่ นอกนั้นทุกวิธีดูเหมือนต้องทำไปเรื่อยๆ แต่ฟันขาวแล้วดูดีมากจริงๆ ไม่เชื่อใช่ไหม !

ดูนี่สิ ถ่ายกับน้องแพร น้องแพร ฟันขาวมาก ยิ้มสวยมาก 555 แล้วดูเอิ๊กจิ

แล้วเอิ๊กมีซี่ที่เก อยู่ 1 ซี่ตอนจัดฟัน พอจัดให้ตรง ซี่นั้นเหลืองกว่าซี่อื่น T_T ไม่เป็นไร เราจะหาวิธีที่ปลอดภัยต่อไปในการทำฟันขาว ฟันเอิ๊กยกให้เป็นเรื่องกังวลใจอันดับสองรองจากสิว คือ อยากฟันเรียงสวย และ ขาวด้วย 555555 สู้ไม่ถอยค่ะ

XOXO

Posted in REVIEW, TEETHComments (0)

BEAUTY TALK – รวบรวมวิธีทำให้ “ฟันขาว ” สวย

 

ฟันขาว VS ฟันไม่ขาว 

นั่งหาข้อมูลมาหลายวันหลังจากไปเห็นว่าที่ดารา ที่ตอนนี้เป็นนางแบบอยู่ฟันขาวจั๊วะ จนต้องถามว่าทำอะไรมา ฟันขาวเงาวาววับสะท้อนแสงมาก คือมันรับไปทุกส่วนเลย หน้าสวย ยิ้มสวย แล้วเขาก็ดูเหมือนจะยิ้มบ่อยมากกกกกกกกก ดูแล้วเพลิน จะพูดอะไรเลยไม่ค่อยได้ฟัง เพราะมองแต่ใบหน้าและรอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้  …

เลยเปิดกระทู้อ่านไปเรื่อยๆ พบว่า ความลับ หรืออาจจะไม่ลับของดาราที่ฟันขาวสวย คืออะไร ? มิน่าละ ก็ว่าอยู่เราเองก็ดูแลอย่างดีทำไมยังเหลืองนวลต่างจากเค้า สังเกตุว่าดาราต้องยิ้ม ต้องเจอสื่อตลอด เขาจะต้องมั่นใจสุดชีวิต อย่างน้อยหน้าตา แต่งหน้า ทรงผม แต่งตัวต้องเป๊ะ และต้องยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ซึ่ง80% ฟันขาวมาก จนเราแอบนึกไปว่าดูแลกันดีจริงๆเล้ยยย

เห็นได้ว่าฟันขาวขาว ส่งผลต่ออะไรต่อความรู้สึกของคนมองอย่างเราบ้าง รู้สึกว่าเขาเป็นคนมั่นใจ บุคลิกดี ดูสดใส ยิ้มกี่ทีก็สวยสว่างวาบตลอด ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นที่มาของหัวข้อในวันนี้ จะมาพูดถึงวิธีการได้มาซึ่ง ฟันขาวจะขาวแบบธรรมชาติ ขาวแบบสว่างสไว หรือ ขาวเกินหน้าเกินตาแบบดารา วันนี้เรามาทำความรู้จักวิธีทำฟันขาวสารพัดชนิด กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ?

 

และ ก่อนอื่นสาเหตุที่ทำไมคนเรามีสีฟันต่างกัน บางคนเหลืองน้อย เหลืองมาก ขาวอมเหลือง ฯลฯ คือ ..

คนที่มีสีฟันขาวสว่างเป็นเพราะมีชั้นเคลือบฟัน (Enamel) ค่อนข้างหนา จึงปิดบังสีของชั้นเนื้อฟัน (Dentin) ที่มีสีเหลืองที่อยู่ถัดเข้าไปได้มิด ส่วนคนที่ฟันสะอาด ไม่มีคราบสี & อาหารติดอยู่ แต่ยังดูเหลืองอยู่ แสดงว่ามีชั้นเคลือบฟันบาง สีของชั้นเนื้อฟันจึงโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจนกว่า และ คนที่มีฟันสีเทาเข้ม เป็นแถบ ๆ ไล่จากคอฟันขึ้นมาปลายฟัน อาจเป็นเพราะมารดาทานยาเตตร้าซัยคลินตอนตั้งครรภ์ สีฟันจะผิดปกติไป ฟันอีกประเภทที่มีสีคล้ำลงชัดเจนเฉพาะซี่ คือฟันตาย เพราะเส้นเลือดถูกตัดขาดและเศษซากของเม็ดเลือดแดงในรากฟันจะซึมเข้าท่อเนื้อฟันทำให้ดำ ตอนเด็กเคลือบฟันเราหนาฟันเลยขาวจั๊วะ โตมาหน่อยเคลือบฟันเราก็บางลงเรื่อยๆ จนเห็นีเนื้อฟัน สีเหลืองชัดกว่าตอนเป็นเด็ก ฟันเหลืองยังรวมไปถึงอาหารที่รับประทาน ชา กาแฟ คราบอาหารด้วย ..

twitter ทันตแพทย์ @DrWuttibong

วิธีการทำฟันขาวมีประมาณ 10 วิธี

ความจริงมีเยอะ แต่นั่งเอิ๊กรวบรวมและเรียบเรียงใหม่ เลือกมาเฉพาะที่เห็นกันได้ในเมืองไทย

1. ยาสีฟันสูตรฟันขาว (Whitening)

หลักการ : ใช้ยาสีฟันที่เป็นสูตรฟันขาวร่วมกับแปรงสีฟัน โดยแปรงตัวยาสีฟันลงบนฟัน ในยาสีฟันสูตรฟันขาวโดยมากจะมีส่วนผสมที่กำจัดคราบเม็ดสีที่เกาะตามผิวฟัน มีสารเคลือบฟันป้องกันฟันผุ หินปูน คราบพลัค มีสารขัดฟันพิเศษบางชนิด จึงทำให้ฟันดูขาวขึ้น ส่วนมากจะมีส่วนประกอบของสาร Silica ช่วยขจัดคราบต่างๆโดยไม่ทำลายเคลือบฟันและทำให้ฟันขาวขึ้นแบบธรรมชาติ

ข้อดี : ราคาถูก ปลอดภัยสูง ไม่ทำลายผิวเคลือบฟัน

ข้อเสีย : ต้องใช้ระยะเวลา ต้องใช้ประจำและต่อเนื่องนานหลายเดือนกว่าจะเริ่มเห็นผล ขาวได้ไม่ที่สุด ขาวได้เท่ากับธรรมชาติฟันของเรา

 

2. น้ำยาบ้วนปากสูตรฟันขาว (Whitening) 

หลักการ : คล้ายยาสีฟัน เน้นไปที่ตัวน้ำยาบ้วนปากจะมีส่วนผสมที่ช่วยขจัดคราบหินปูน คราบพลัค อันทำให้ฟันมีสีเข้มหมอง ไม่ทำลายเคลือบฟัน ทำความสะอาดได้ลึกถึงลำคอด้านบนลดการเกิดทอมซิลหิน ที่เป็นก้อนเหลืองๆแข็งๆมีกลิ่นในลำคอ

ข้อดี : ราคาถูก ไม่ทำลายเคลือบฟัน ปลอดภัยสูง

ข้อเสีย : เห็นผลยากกว่ายาสีฟัน อาจจะรู้สึกได้ว่าฟันสะอาดกว่าที่เคย และอาจไม่สามารถทำความสะอาดคราบหินปูนที่เกาะลึกมานาได้

 

3. ขูดหินปูน

หลักการ : ช่วยขจัดคราบเม็ดสีเข้มที่มาเกาะฟัน คราบอาหาร หรือหินปูนที่ติดบนชั้นเคลือบฟันและตามซอกเหงือก ซอกฟันออกไป

ข้อดี : ช่วยให้ฟันดูขาวขึ้นนิดนึงหลังจากเอาหินปูนออกไปแล้ว เป็นการเช็คสุขภาพของฟัน ฟันผุอีกทางนึงโดยผู้เชี่ยวชาญ

ข้อเสีย : ฟันไม่ได้ขาวกว่าที่มันขาวได้ เพียงแต่ดูสะอาด ดูฟันมีสีอ่อนลง แพทย์บางท่านที่ไม่ชำนาญ หรือ ไม่ระมัดระวังอาจขูดหินปูนจนคนไข้มีเลือดออกตามไรฟัน (เจอมาแล้ว)

 

4. สมุนไพรที่ช่วยขัดฟันให้ขาว หรือ ส่วนผสมสดจากธรรมชาติ เช่น เกลือ มะนาว ใบข่อย เบคกิ้งโซดา สตอรเบอร์รี่ ฯลฯ

หลักการ : ใช้สมุนไพร หรือ สูตรธรรมชาติพวกนี้ แปรงสดๆ ขัดฟันสดๆ หรือ ผสมกับยาสีฟันแล้วแปรงทุกวันเช้าเย็นติดกัน 6 เดือน – 1 ปีขึ้นไป อาจได้รับผลรับฟันขาวแบบธรรมชาติของเนื้อฟันของเราได้ ช่วยขจัดคราบเหลืองของฟัน

ข้อดี : ไม่มีเคมี ไม่แพง หาได้ง่ายตามบ้าน ตามซุปเปอร์มาเกต

ข้อเสีย : ขัดแรงมากอาจทำลายเคลือบฟัน ขาวได้เท่าสีของเนื้อฟันธรรมชาติของเรา หรืออาจจะขับให้ดูสว่างกว่าเล็กน้อย ใช้เวลานาน ใช้ความอดทน รสชาติของยาสีฟันที่ผสมสมุนไพร พวกนี้จะเปลี่ยนทันที รสชาติอาจไม่ถูกใจ

5. ฟอกฟันขาวโดยใช้น้ำยาเคมี (ลักษณะตั้งแต่เป็น เจล ครีม น้ำยา)

1.1 ทำเองที่บ้าน

หลักการ : เป็นเจล น้ำยา หรือ ครีม ที่มีส่วนผสมหลักคือคาร์บาไมด์  เพอร์ออกไซด์ (เป็นสารประกอบของ ไฮโดรเจนเปอออกไซด์กับยูเรีย จะอ่อนกว่าไฮโดรเจนเปอออกไซด์) หรืออาจจะเป็น ไฮโดรเจนเปอออกไซด์ ที่ความเข้มข้นต่ำๆไม่เกิน  10-15% จะทำลายสีที่ติดอยู่ในฟันโดยอาศัยเวลา และปฎิกิริยาเคมีในน้ำยาฟอกฟัน / ถ้าซื้อน้ำยาจากหมอ หมอจะทำถาดฟันที่พอดีกับฟันเรามาให้ / ถ้าซื้อตามซุปเปอร์มาเก็ตแบบเมืองนอกจะมีถาดแบบฟรีไซส์มาให้ เทน้ำยาฟอกฟันลงไป และแช่ไว้ต่อเนื่อง 3-8 ชั่วโมงหรือทั้งคืน (ส่วนมากทำตอนกลางคืน) เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก แต่จะชัดสุด สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไป ทำต่อเนื่อง 7 – 14 วัน

ข้อดี : สะดวกไม่ต้องเดินทาง ทำเองได้ที่บ้าน  ฟันค่อยๆขาวขึ้นได้จริง แต่อยู่ไม่ถาวรต้องทำซ้ำเมื่อสีฟันเริ่มเปลี่ยน

ข้อเสีย : ใช้ระยะเวลาต่อเนื่อง ทำทีไรเสียวฟันทุกที (ส่วนมาก) ฟันเหลืองๆจะทำแล้วเห็นผลดีกว่าคนฟันขาวอยู่แล้ว บางคนอาจเสียวฟันเล็กๆแล้วหายไป บางคน เสียวฟันตั้งแต่เสียวฟันน้อยๆ จนถึงอาการเสียวฟันมากๆ บางครั้งก็จะมีอาการปวดฟันร่วมด้วย ในบางรายก็อาจจะปวดเหงือก ระคายเคืองเหงือก เหงือกบวมแดง ดังนั้นจึงต้องศึกษาวิธีการทำอย่างละเอียดไม่ว่าจะทำเอง หรือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ถาดฟันที่ให้แพทย์ทำ จะดีกว่า ฟรีไซส์ เพราะพอดีฟันมากกว่า และไม่ทำให้น้ำยาไปโดนเหงือก ให้เหงือกขาว ระคายเคือง หรือ ยุ่ย และหลังทำคอฟันยังมีสีเดิมอยู่ได้

1.2 ทำโดยคุณหมอ

หลักการ : ใช้น้ำยาใช้ไฮโดรเจนเปอออกไซด์ ความเข้มข้น  10-35% ขึ้นไป หมอจะทำถาดฟอกฟันที่พอดีรูปฟันของเราคนเดียว เมื่อใช้ความเข้มข้นสูงกว่า ปฎิกริยาไฮโดรเจนเปอออกไซด์ก็จะแตกตัวซึมเข้าสู่เนื้อฟันได้มากกว่าปกติ ทำต่อเนื่อง 45-60 นาที

ข้อดี : วันเดียวจบ ขาวทันที ขาวเป๊ะทั้งตัวฟัน และมั่นใจในความเชี่ยวชาญของคุณหมอที่ทำให้ คอฟันก็จะสีสม่ำเสมอกับตัวฟัน ด้วยเทคนิคของหมอที่เชี่ยวชาญในการฟอกฟันจริงๆ

ข้อเสีย : ราคาแพงกว่าทำเอง ข้อเสียจะคล้ายกับการฟอกฟันที่บ้าน คืออาจมีอาการเสียวฟัน หรือ ปวดฟันร่วมด้วย แต่ปัญหาน้ำยาโดนเหงือกจะไม่ค่อยมี แพทย์จะมีน้ำยาทาบริเวณเหงือป้อกกันการระคายเคือง หรือจะมีเทคนิคคอยควบคุมตัวยาไม่ให้ไหลทะลักขึ้นมาโดนเหงือก

 

6. แผ่นฟอกฟันขาว

หลักการ : เป็นแผ่นที่มีน้ำยาเจลฟอกฟันอยู่ด้านใน ลอกแล้วมาแปะที่ตัวฟัน ก็จะทำปฎิกิริยาจากไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ หรือ คาร์บาไมด์  เพอร์ออกไซด์ เหมือนเดิมให้ฟันขาวขึ้น โดยแปะติดกับฟันแล้วทิ้งไว้ 30นาที – 2 ชั่วโมง ทำแค่วันละครั้ง ทำหลายวันติดต่อกัน เห็นผล 3 วันขึ้นไปขึ้นกับรุ่น สูตรที่ใช้

ข้อดี : ราคาถูก ไม่เกิน 1000 – 4000 บาท มีหลากหลายสูตรให้เลือก ทำที่บ้านได้ ขาวขึ้นได้จริง แต่อยู่ไม่ถาวรต้องทำซ้ำไปเรื่อยๆ เมื่อฟันเปลี่ยนสี การระคายเคืองน้อยกว่า เนื่องจากทำแบบค่อยเป็นค่อยไป วันละนิดวันละหน่อย

ข้อเสีย : มีการเสียวฟันได้ ต้องใช้เวลาต่อเนื่องหลายวันติดกันในการทำให้ได้ผลที่พอใจ อาจต้องทำ 8 – 40 ครั้ง หรือ มากกว่านั้นภายในหนึ่งปีเพื่อคงความขาว อาจมีการระคายเคืองเหงือก เพราะแผ่นติดไม่ได้ออกแบบมาพอดีรูปฟัน เวลาเป็นจะโดนเหงือกด้วย

 

7. ฉายแสงฟันขาว ใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ เช่น แสงเลเซอร์ หรือแสงสีฟ้าที่มีต้นกำเนิดแสงเป็นพลาสม่าหรือไดโอท ยกตัวอย่างซัก 2 ชนิด

3.1   แสง Blue light

หลักการ : การทำให้ฟันขาวโดยการฉายแสงสีฟ้า ที่มีความนุ่มนวล กระจายตัวใช้ควบคู่กับเจลฟอกฟัน กระตุ้นให้เจลทำงานดีขึ้น ไม่มีความร้อน ไม่ได้รับอันตรายจากแสง UV ใช้เวลาฉายแสงสีฟ้าประมาณ 1 ชั่วโมง

ข้อดี : ครั้งเดียวจบ สีฟันใกล้เคียงกับความขาวแบบธรรมชาติ

ข้อเสีย : ราคาสูง 7000-18000 ขึ้นไป เนื่องจากใช้น้ำยาเข้มข้นสูง เฉพาะบางรายอาจทำให้เหงือกเจ็บ แสบ แดง หรือ อักเสบ และอาการเสียวฟันมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดความเข้มข้นของสารที่ใช้ฟอกฟัน รวมทั้งระยะเวลาฉายแสง อาการเหล่าจะเกิดตอนฟอกสีฟัน แต่จะหายไปเอง ฟอกได้แต่เฉพาะฟันที่อยู่ซี่ด้านหน้า ด้านในฟอกไม่ได้ ต้องระวังแสงที่ใช้ซึ่งอาจทำอันตรายดวงตาด้วยการปิดเหงือก ปิดตาหรือใส่แว่นกันแสง

3.2    แสง Laser

หลักการ : ใช้แสงเลเซอร์ (สีแดง) ที่มีความยาวคลื่นจำเพาะให้ความร้อนต่ำกระตุ้นปฎิกิริยาเคมีของไฮโดรเจนเปอออกไซด์แตกตัว สามารถทำให้น้ำยาซึมเข้าไปในฟันได้ลึกกว่าปกติ จึงกระตุ้นและทำหน้าที่ดึงวัตถุเม็ดสีได้อย่างดีโดยสามารถกำหนดทิศทางของแสงได้เฉพาะเจาะจงกว่าวิธีฉายแสงแบบอื่น ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45 นาที

ข้อดี : ทำวันเดียวจบ ปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอันตราย และ ระคายเคืองเหงือก เสียวฟันน้อยสุดกว่าทุกวิธี

ข้อเสีย : ราคาสูง 10000-15000 บาท ขึ้นไป ต้องระวังแสงที่ใช้ซึ่งอาจทำอันตรายดวงตาด้วยการปิดเหงือก ปิดตาหรือใส่แว่นกันแสง

 

8.เคลือบฟันเทียม

หลักการ : การทำชิ้นงานด้วยวัสดุสีเหมือนฟันมาปิดทับบริเวณหน้าฟัน โดยเลือกเฉดความขาวได้ วัสดุมีผลต่อความแข็งแรง อายุการใช้งาน และการดูดสีได้ดี เช่น พวกชา กาแฟ ที่นิยมจะเป็นการใช้วัสดุที่ทำจากเซรามิค และ เรซิน เซรามิค เซรามิคนั้นจะแพงกว่า เรซิน 8-12 เท่า หรือมากกว่านั้น โดยจะกรอเนื้อฟันออกบางส่วนเพื่อให้เข้ากับวัสดุสีเหมือนฟัน ที่เป็นเซรามิค หรือ เรซิน วิธีนี้นิยมมากในหมู่ดารา นักแสดง พริตตี้ และ คนที่ไม่สามารถฟอกฟันได้ หรือมีฟันตายมีสีคล้ำ จะใช้วิธีแปะวัสดุสีเหมือนฟันลงไปโดยกาวที่มีความแข็งแรงติดทน เซรามิคจะราคาสูงมากต่อซี่ 8000 – 15000 บาท หรือแพงกว่า แต่แข็งแรงทนทาน ขาวถาวร ไม่ดูดสีพวกชา กาแฟ เหมือนวัสดุอย่างพลาสติคเรซิน

ข้อดี : ขาวถาวร ทำแค่บนผิวด้านหน้าของฟันไม่ได้ทำรอบตัวฟัน และ นิยมทำแค่ฟันด้านหน้าเท่านั้นให้เวลายิ้มเห็นพอดี ถ้าจะทำฟันให้ขาวก็เลือกสีขาวสว่างเห็นได้ไปยังโลกหน้า ขาวมาก หรือเลือกได้หลายเฉดให้เหมาะกับสีฟัน ตกแต่งปิดฟันห่าง ซ้อน เก เล็ก ไม่เท่ากันทำให้ออกมาได้ทุกซี่เท่ากันและสวยงาม แก้ไขฟันแตก บิ่น หักได้อีกด้วย ใช้เวลา 7-14 วันในการทำเซรามิค / ใช้เวลา 1 วันในการทำเรซิน / พอซเซอเลน-เซรามิค ทน สวยงาม วาวกว่าเหมือนฟันจริงๆของเรา

ข้อเสีย : เสียเนื้อฟันด้านหน้าฟันไปต้องกรอออกให้รับกับชิ้นงาน ความแข็งแรงทนทาน ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของเรา ต้องดูแลอย่างดี มีปัญหาเวลาหัก ร้าว ต้องรีบซ่อม เพราะเราต้องยิ้ม ต้องใช้ฟัน อาจสูญเสียความมั่นใจได้ ถ้าฟันยังซ่อมไม่เสร็จ  / ถ้าทำไม่ดีตามขอบจะเห็นเป็นสี เหลือง น้ำตาล ดำโผล่ออกมา / เรซินใช้นานไปเปลี่ยนสีด้าน ไม่วาว ขอบสึก ต้องเปลี่ยนใหม่

แต่ ปัจจุบันมีวัสดุชนิดนึงที่ชื่อ LUMINEERS

หลักการ : ชิ้นงานที่เป็นวัสดุสีเหมือนรูปร่างลักษณะเหมือนฟันมนุษย์จริงมาปิดทับบริเวณหน้าฟัน โดยส่งไปทำที่ห้อง LAB ของอเมริกา ดังนั้นความพิถีพิถัน 100% โดยมีความบางเท่ากับความบางคอนแทคเลนส์ โดยเลือกเฉดความขาวได้ วัสดุค่อนข้างแข็งแรง และมีอายุการใช้งาน20ปี จะเป็นวัสดุที่บาง และ เป็นนวัตกรรมที่ดีที่สุดตอนนี้ในไทย ในการเคลือบฟันเทียมด้านหน้า และสามารถเปลี่ยนรูปร่างฟันได้เหมือนวิธีอื่นๆ จุดเด่นไม่ต้องกรอฟัน ฟันจะอยู่เป็นปกติ อาจจะมีขัดหน้าฟันให้สากเล็กน้อยเพื่อที่จะลงน้ำยา และ กาวเคลือบให้สมานกันได้ แต่แพงมากกกกกกกก มากกว่า วีเนียร์ปกติ1เท่า

ข้อดี : ขาวถาวร / อายุยาวนานราว 20 ปี / ไม่ต้องกรอฟัน / ไม่เจ็บ / บางเหมือนไม่ได้ติด / เปลี่ยนรูปร่างฟันได้ / ปิดฟันดำ / ช่องห่างของฟันได้

ข้อเสีย :  รอนาน1เดือนเพราะส่งไปLABต่างประเทศ / ถ้าแตกก็ซ่อมแพง / แพงมาก ซี่ละ 18000-25000 ในไทย

 

9. ครอบฟัน

หลักการ : เป็นการทำวัสดุสีเหมือนฟันที่เป็นรูปฟันขึ้นมาโดยนำมาสวมทับฟันซี่นั้นๆ อดีตนิยมฟันเงินในเด็ก ฟันทองในผู้ใหญ่ ราคาต่อซี่สูงเช่นเดียวกับการเคลือบฟัน แต่ราคาสูงมาก สูงน้อยขึ้นกับวัสดุที่ใช้ ราคา 3000-12000 บาท ขึ้นกับวัสดุที่ใช้ สีเหมือนฟันผสมเงิน สีเหมือนฟันผสมทอง ฯลฯ การทำก็ไปพบแพทย์ พิมพ์รูปฟัน เลือกสีฟัน ส่งLABทำชิ้นงาน แล้วนัดครั้งต่อไปถึงจะได้ใส่ และอาจจะต้องมีการเก็บรายละเอียดอาจต้องพบแพทย์ 3-4ครั้งกว่าจะจบ

ข้อดี : ขาวถาวร ทนทาน สามารถแก้ไขรูปร่างฟันได้

ข้อเสีย : ราคาขึ้นกับวัสดุ คิดราคาต่อซี่ ต้องกรอฟันโดยรอบซี่ สูญเสียเนื้อฟันจริงเยอะ ทำครั้งแรกอาจไม่พอดี เจ็บ ต้องปรับแต่งกันให้พอดี ทำไม่ดีฟันข้างในผุต้องเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีๆ

 

10.เครื่องฟอกฟันขาว

หลักการ : เครื่องฟอกฟันขาว เป็นเครื่องที่ซื้อมาทำเองที่บ้านได้มีขนาดพอดีมือ พอดีช่องปากของมนุษย์ ประยุกต์จากการใช้แสงสีฟ้ามาใช้กระตุ้นให้เจลฟอกฟันทำงานได้ดีขึ้น ค่อยๆขาว ลดคราบหิวปูน คราบเหลือง เปิดเครื่องฉายแสงสีขาวอมฟ้าลงบนฟันประมาณ 10 นาทีติดกัน 2 อาทิตย์ ฟันจะดูขาวขึ้น

ข้อดี : ถูกประมาณ 800 – 1000 ขึ้นไปต่อเครื่องไม่รวมน้ำยา สะดวก ประหยัดเวลา ทำที่บ้านได้ ขาวธรรมชาติ ไม่ค่อยเสียวฟัน

ข้อเสีย : สู้แสงสีฟ้าจากเครื่องใหญ่ที่ศูนย์ทันตกรรมไม่ได้ เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพจึงต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผลที่นานกว่า

 

 

สรุปการฟอกสีฟันโดยใช้น้ำยาเป็นตัวทำปฎิกิริยาให้ได้ผลขึ้นกับ

  • สีฟันดั้งเดิม
  • ความเข้มข้นของน้ำยาฟอกฟัน
  • ระยะเวลาที่ใช้ในการทำ
  • จำนวนรอบของน้ำยา
  • เทคนิคของหมอแต่ละคน

 

ฟอกสีฟันไม่เหมาะกับ ?

  • ถ้าฟันเราผุหรือไม่แข็งแรง(พวกฟันกร่อนหรือเป็นโรคผิดปกติเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูกและฟัน)
  • ทำให้เหงือกร่นในกรณี ที่เป็นโรคปริทันต์อยู่ก่อนแล้ว
  • ท้องเสียถ้ากลืนยาลงไปในปริมาณมาก
  • อาการเสียวฟันมากสำหรับคนที่เหงือกร่น ฟันแตก หรือ เนื้อฟันโผล่
  • ฟันตายหรือฟันที่รักษารากมาแล้ว
  • วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน จะไม่ขาวขึ้นมากไปกว่าสีดั้งเดิมดังนั้นหลังทำเสร็จอาจต้องเปลี่ยนวัสดุอุดฟัน หรือครอบฟันด้วย
  • ไม่แนะนำทำในเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือ คนที่มีฟันซี่เล็กมาก เพราะอาจจะเสียวมากกกกกกก
  • ในช่วงเวลาหลังการจัดฟัน 6เดือน ไม่แนะนำให้ทำ
  • มีการอักเสปในกระดูกขากรรไกร หรือปลายรากฟัน
  • สตรีมีครรภ์

 

การดูแลฟันหลังจากฟอกฟัน

  • งดบุหรี ชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำผลไม้หรือน้ำใดๆที่มีสี รวมทั้งงด อาหารมีสีที่เหนียวติดฟัน 7 วัน  หลังจากนั้นเวลาทานอาหารหรือดื่มน้ำ แนะนำให้บ้วนปากหรือแปรงฟันทุกครั้ง เพื่อการรักษาความขาวเอาไว้
  • อาการเสียวฟันสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด

 

ข้อแนะนำ

ฟันปกติควรมีความขาวไม่มากไปกว่าสีของตาขาว จึงจะดูไม่หลอกตา เพราะอาจดูเหมือนฟันปลอมได้ via @DrWuttibong

 

ส่วนตัวเคยลองฟอกฟันแบบเจลทำที่บ้านซื้อตัวยากับคุณหมอและสั่งทำถาดฟันพอดีรูปฟัน พบว่าฟันขาวขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ เพราะตอนเด็กๆทานวิตามินเยอะสารพัดชนิด เคลือบฟันบางจนเห็นเนื้อฟัน ฟันเหลืองนวลสวยมาก 55555 ฟอกฟันอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนแล้วก็ต้องทำใหม่ รวมถึงการใช้ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปากด้วย และ การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่าง เกลือ เบคกิ้งโซดามาขัด มันก็สะอาด ดูผ่องดี แต่ไม่ได้ขาวขึ้นกว่าเก่าเท่าไหร่ ตอนนี้กำลังเล็งวิธีใหม่ เลยรวบรวมวิธีทำฟันขาวมาให้ตัวเองอ่าน และ คนอื่นอ่านด้วย เพื่อนๆละกำลังเล็งวิธีไหนกันอยู่ ?

 

 

 

XOXO

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาข้อมูล + รูปภาพ

ประสบการณ์ตรงของตัวเองที่เคยฟอกฟัน

ทวิตเตอร์ คุณหมอทันตแพทย์ @DrWuttibong

คุณ Abegel ณ พันทิพดอทคอม

sftravel.com

http://www.crest3d-whitestrips.com/before-after/

7hometeethwhiteningkits.com

http://www.infobarrel.com/How_to_Whiten_Teeth_Naturally

http://www.bangkoktoothwhitening.com

laserteethwhiteningdublin.com

imagedentallasvegas.com

http://www.toothwhiteninginlosangeles.com/baphotos.htm

sdcdentist.com

yimsuay.com

 

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASER, TEETHComments (6)

TALK ABOUT – การจัดฟันแบบใส CLEAR ALIGNER


หน้าตาเจ้าเครื่องมือที่ใช้จัดฟันแบบใสเป็นแบบนี้

 

 

 

 

ต่อไปเป็นข้อมูลสัมภาษณ์จาก Twitter คุณหมอ @DrWuttibong

ทันตแพทย์จัดฟันเฉพาะทางนะคะ

 

 

ต้องขอขอบพระคุณ คุณหมอ @DrWuttibong มา ณ ที่นี่ด้วยค่ะ

ใครมีปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก ฟอกฟัน อยากจัดฟันก็ทวิตไปสอบถามคุณหมอได้เลยนะคะ คุณหมอใจดีค่ะ 🙂

 

 

 

เดี๋ยวคนจะนึกภาพไม่ออกว่าหน้าตาคนไทยใส่แล้วเป็นยังไง

ผู้หญิงคนนี้ก็จัดแบบใสอยู่ ข้างล่างเสร็จไปครึ่งปีแล้วใส่รีเทนเนอร์อยู่

จัดแต่ข้างบนในไม่ช้าก็น่าจะเรียบร้อย ไว้นำผลงานมาให้ชมค่ะ

XOXO

 

 

แหล่งรูปภาพ

cliftonsmiles.com

s4sdental.com

brace.com

dentist-bundaberg.com.au

Posted in TEETHComments (3)

ORTHODONTICS : RETAINER

 "การคงความสวยของฟันทำได้ด้วยใส่เครื่องมือคงสภาพฟัน หรือ รีเทนเนอร์ (Retainer) ฟันที่เคลื่อนไปสู่ตำแหน่งใหม่จะเลื่อนคืนได้ง่าย เมื่อถอดเครื่องมือจัดฟันใหม่ๆเพราะสภาพกระดูกและเหงือกหุ้มฟันต้องใช้เวลาในการปรับสภาพเข้ากับตำแหน่งใหม่ ดังนั้นหลังถอด เครื่องมือจัดฟันใหม่ ๆควรใส่รีเทนเนอร์ (Ratainer) ตลอดเวลา ยกเว้นเวลาทานอาหาร หรือแปรงฟัน หรือตามทันตแพทย์แนะนำ หลังจากที่เหงือกปรับสภาพกับตำแหน่งฟันใหม่ แล้ว ซึ่งระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละคน ทันตแพทย์จะแนำนะวิธีค่อยๆ ลดเวลาใส่  รีเทนเนอร์ (Retainer) อย่าลดเวลาใส่เองเป็นอันขาด การใส่ รีเทนเนอร์ (Retainer) ไม่ สม่ำเสมอ จะทำให้ฟันเลื่อนกลับและ รีเทนเนอร์ (Retainer) แน่นเมื่อใส่ หากฟันเลื่อนกลับ ไปมาก จะใส่ รีเทนเนอร์ (Retainer) ไม่ลงที่ ต้องทำ รีเทนเนอร์ (Retainer) ใหม่ หรือ จัดฟันใหม่เลยก็ได้น่ะครับเมื่อใส่แรกๆ จะมีน้ำลายออกมา และพูดไม่ถนัด เป็นอาการปกติ  และจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อใส่สม่ำเสอม ไม่เล่น รีเทนเนอร์ (Retainer) ในปาก หรือ ดัน รีเทนเนอร์ (Retainer) ให้หลุดด้วยลิ้นเพราะจะทำให้ รีเทนเนอร์ (Retainer) หลวม เมื่อถอด รีเทนเนอร์ (Retainer) ออกต้องใส่ในกล่องที่เตรียมไว้ทันที ห้ามห่อด้วยกระดาษ โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำหายก็ได้"

[credit : เว็บจัดฟัน] 

กฎด้านบน ที่ตัวหนา ตัวโต เพราะเดี๊ยนได้แหกกฎเรียบร้อย Smiley

ดัดฟันมา 2 รอบแล้ว ตอนม.4 และ ช่วงปี2 แล้วก็กลับสู่สภาพเรียบร้อยแล้ว ที่ต้องดัดหลายรอบ

เพราะเคยต้องมีประกวดงานบางงาน อยากยิ้มสวย ไร้เหล็ก 

 ต่อให้เราดัดมา เสียตังค์ไปเยอะมากมายแค่ไหน สุดท้ายถ้าเราไม่มีวินัยที่จะรักษามันไว้

โดยการคงสภาพ " แก้วหน้าม้าก็ยังคงต้องเป็น แก้วหน้าม้า ม้าเล็ก ม้าใหญ่ก็ว่าไป "

" กระต่าย ฟันจอบ ก็ยังคงต้องเป็นแบบนั้น ทำใจซะ "

มีตังค์เยอะ ดัดใหม่ไปเรื่อย ๆ ใช่เรื่องดี หรือเรื่องปกติที่คนที่มีความคิดเขาทำกัน !

เหมือนเรา ค่อนข้างฉลาดน้อย ขอสัญญาว่ารอบนี้รอบสุดท้ายแล้ว

รากฟันจะไม่แข็งแรง 40 ก็จะเริ่มไล่หลุดกันง่ายมาก ระหว่างนั้น ฟันปลอมหรือคือคำตอบสุดท้าย

หรือจะเสียหายกับค่าฟันเทียม ไม่ไหวจะเคลียร์ จริง ๆ

ตอนนี้ด้านล่างไปถอยมาใส่เรียบร้อย รีเทนเนอร์ รอบนี้ไปทำกับ LAB มา

จริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นห้องหรู Lab อลังการโดยตรง แต่คนทำเขารับงานพวกนี้ส่งคลินิค

ดัง ๆ ตามทองหล่อ สีลม มา 20 กว่าปีละ งานบางงาน หมอก็ขูดค่าวิชาชีพไปหลายหมื่น

พอรู้แล้วก็นะ อยากเป็นหมอเลย ค่าวิชาชีพเขาล้นหลามจริง ๆ

อยู่แถว Union Mall 

 มีหลายเกรดด้วยนะ วัสดุ แล้วที่ผ่านมาที่เคยทำ คู่ละ 4,000 – ไม่รวมค่าดัดฟัน 40,000 +

เลยตัดสินใจทำที่นี่ไปเลย 1,300 เกรด Premium ได้ใส่แล้วสบายใจ

เหลือด้านบนว่าจะดัดต่อ เคยดัดแบบใสอยู่คู่ละ 2,500 ต่อเดือน ว่าถูกแล้ว เพราะปกติเจอแต่เป็นแสน

แต่ฟันเอนกลับมาอีกแล้ว เพราะไม่ใส่รีเทนเนอร์ให้เป็นเวลา

แต่เห็นที่นี่มีราคาแบบผู้ผลิตเลยพิจารณาอยู่ไม่เกิน 25,000 บาท แต่ของเราไม่หน้าจะถึง 

แบบใสเป็นแบบที่ดาราใส่กันเยอะ แบบใสใส Aligner หรือ Invisalign

จัดฟันแบบลักษณะครอบใสไร้เหล็ก แต่ต้องมีวินัยสูงมาก คือ ต้องพยายามถอดมาทานอาหารแล้วใส่ต่อให้ไว 

 [ รีเทนเนอร์ ฟันล่างของน้องเอื๊อกกกกก ]

 สู้ ๆ ต้องกลับมาฟันสวยเหมือนเดิม

ฟันบน เส้น Mid line ยังเบี้ยวอยู่เพราะไม่ใส่รีเทนเนอร์ เหมือนจะล้มมาอีกข้างแล้ว Smiley

ด้านล่างฟันจะเหมือนใส ๆ เป็นรอยร้าว บอบบางมาก ไม่สามารถติดเหล็กได้อีกแล้ว

เพราะไปฟอกสีฟันมาตอน ม.6 ตอนนี้กลับมาเหมือนเดิมแล้ว ที่แย่มากคือ

ผิวเคลือบฟันบางมาก ฟันใสมาก ร้าวง่าย ร้าวไปแล้วด้วยเยอะ ถ้าส่องจริง ๆ

เซ็งมาก เตือนอีกเรื่องนึง คือ การฟอกสีฟัน อันตรายมากจริง ๆ ที่จะทำให้ฟันคุณฟลุดร่วงก่อนอายุขัย

ที่มันควรจะเป็น

สู้ ๆ นะทุกคนที่ฟันกลับคืนสู่สภาพ เหมือนข้าเจ้า ฮา  

Posted in REVIEW, TEETHComments (5)


advert




BEAUTY MENU

มาคุยกับเอิ๊กได้ที่นี่ทุกวัน ถ้าว่างรีบตอบทุกคำถามค่ะ

ติดตามบล็อค erk-erk.com อย่างใกล้ชิด

เพียงกรอก Email ตรงนี้เลย

<ul><li><strong>woo_about_bio</strong> - </li><li><strong>woo_about_gravatar</strong> - </li><li><strong>woo_about_readmore</strong> - </li><li><strong>woo_ads_rotate</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_250_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_250_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-250x250.gif</li><li><strong>woo_ad_250_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_300</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_300_bot</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-2.gif</li><li><strong>woo_ad_300_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_block_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_block_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-1.gif</li><li><strong>woo_ad_block_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_content</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_content_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_content_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_header</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_header_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_header_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_home</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_image_1</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_2</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_3</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_4</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_5</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_image_6</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f</strong> - true</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-728x90-2.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_mpu_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_mpu_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_mpu_image</strong> - http://www.erk-erk.com/blog//2013/12/jjj1.jpg</li><li><strong>woo_ad_mpu_url</strong> - http://www.erk-erk.com/awards/</li><li><strong>woo_ad_page</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_ad_top</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_adsense</strong> - <iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/UQzrTlTnkGk\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe><iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/_vhnOHzZRMI\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe><iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/hQT1rDfb47E\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe></li><li><strong>woo_ad_top_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/468x60a.jpg</li><li><strong>woo_ad_top_url</strong> - http://www.erk-erk.com/</li><li><strong>woo_ad_url_1</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_2</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_3</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_4</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_5</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_6</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_also_slider_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_also_slider_image_dimentions_height</strong> - 144</li><li><strong>woo_alt_stylesheet</strong> - default.css</li><li><strong>woo_archives</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_archive_height</strong> - 90</li><li><strong>woo_archive_page_image_height</strong> - 220</li><li><strong>woo_archive_page_image_width</strong> - 200</li><li><strong>woo_archive_width</strong> - 140</li><li><strong>woo_asides_category</strong> - FACE</li><li><strong>woo_asides_entries</strong> - 5</li><li><strong>woo_author</strong> - true</li><li><strong>woo_auto_img</strong> - true</li><li><strong>woo_bgr</strong> - pink.css</li><li><strong>woo_blog_subnavigation</strong> - true</li><li><strong>woo_body_color</strong> - #ffe0ff</li><li><strong>woo_body_img</strong> - </li><li><strong>woo_body_pos</strong> - top left</li><li><strong>woo_body_repeat</strong> - no-repeat</li><li><strong>woo_breadcrumbs</strong> - true</li><li><strong>woo_button_color</strong> - </li><li><strong>woo_cats_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_cat_box_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_27</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_box_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_27</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_ex</strong> - </li><li><strong>woo_cat_list</strong> - 15</li><li><strong>woo_cat_list_footer</strong> - Select a number:</li><li><strong>woo_cat_menu</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_nav</strong> - true</li><li><strong>woo_centered</strong> - true</li><li><strong>woo_comments</strong> - both</li><li><strong>woo_comment_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_contactform_email</strong> - </li><li><strong>woo_contact_page_id</strong> - </li><li><strong>woo_content</strong> - false</li><li><strong>woo_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_content_feat</strong> - false</li><li><strong>woo_content_left</strong> - false</li><li><strong>woo_custom_css</strong> - </li><li><strong>woo_custom_favicon</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png</li><li><strong>woo_custom_seo_template</strong> - a:4:{i:0;a:5:{s:4:"name";s:10:"seo_follow";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"label";s:21:"SEO - Remove Nofollow";s:4:"type";s:8:"checkbox";s:4:"desc";s:59:"Make link from this post/page followable by search engines.";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:9:"seo_title";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:23:"SEO - Custom Page Title";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:38:"Add a custom title for this post/page.";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:15:"seo_description";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:24:"SEO - Custom Description";s:4:"type";s:8:"textarea";s:4:"desc";s:49:"Add a custom meta description for this post/page.";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:12:"seo_keywords";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:21:"SEO - Custom Keywords";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:64:"Add a custom meta keywords for this post/page. (comma seperated)";}}</li><li><strong>woo_date</strong> - d. M, Y</li><li><strong>woo_excerpt_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_footer</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_main</strong> - </li><li><strong>woo_ex_cat_footer</strong> - false</li><li><strong>woo_featured</strong> - false</li><li><strong>woo_featured_cat</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_category</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_heading</strong> - Featured Posts</li><li><strong>woo_featured_image_dimentions_height</strong> - 371</li><li><strong>woo_featured_layout</strong> - large_no_ad.php</li><li><strong>woo_featured_limit</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_sidebar_image_dimentions_height</strong> - 78</li><li><strong>woo_featured_tag</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tags</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tag_amount</strong> - 3</li><li><strong>woo_feat_alt_height</strong> - 85</li><li><strong>woo_feat_alt_width</strong> - 130</li><li><strong>woo_feat_entries</strong> - 19</li><li><strong>woo_feat_image_height</strong> - 230</li><li><strong>woo_feat_image_width</strong> - 458</li><li><strong>woo_feedburner_id</strong> - </li><li><strong>woo_feedburner_url</strong> - </li><li><strong>woo_feed_url</strong> - </li><li><strong>woo_flickr_entries</strong> - 8</li><li><strong>woo_flickr_id</strong> - erk-erk</li><li><strong>woo_flickr_url</strong> - http://www.flickr.com/photos/erk-erk</li><li><strong>woo_footer_aff_link</strong> - </li><li><strong>woo_footer_left</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_left_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_footer_logo</strong> - </li><li><strong>woo_footer_logo_enabled</strong> - true</li><li><strong>woo_footer_right</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_right_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_framework_template</strong> - a:12:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:17:"Framework Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:34:"Disable options panel ouput option";s:4:"desc";s:121:"Disable the ability to show your Woo Options. You can view the themes option by URL e.g. http://yoursite.com/?options=woo";s:2:"id";s:26:"framework_woo_show_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:21:"Theme Version Checker";s:4:"desc";s:101:"This will enable notices on your theme options page that there is an update available for your theme.";s:2:"id";s:35:"framework_woo_theme_version_checker";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Disable Buy Themes Tab";s:4:"desc";s:110:"This disables the 'Buy Themes' tab. This page lists the latest availabe themes from the WooThemes.com website.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_buy_themes";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:6:{s:4:"name";s:13:"Super User ID";s:4:"desc";s:181:"Add the User ID to this field to hide the Framework Settings panel from other users. Can be reset from the <code>wp-admin/options.php</code> under <em>framework_woo_super_user</em>.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_super_user";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:4:"mini";s:4:"type";s:4:"text";}i:5;a:2:{s:4:"name";s:8:"Branding";s:4:"type";s:7:"heading";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:20:"Options panel header";s:4:"desc";s:50:"Change the header image for the WooThemes Backend.";s:2:"id";s:34:"framework_woo_backend_header_image";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:18:"Options panel icon";s:4:"desc";s:56:"Change the icon image for the Wordpress backend sidebar.";s:2:"id";s:26:"framework_woo_backend_icon";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:8;a:2:{s:4:"name";s:14:"Import Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:9;a:5:{s:4:"name";s:46:"Import options from another WooThemes instance";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_import_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:10;a:2:{s:4:"name";s:14:"Export Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:11;a:5:{s:4:"name";s:66:"Use the code below to export this themes settings to another theme";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_export_options";s:3:"std";s:1640:"YToyODp7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzEiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjE0OiJ3b29fYWRfaW1hZ2VfMiI7czo0MToiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy8xMjV4MTI1Yi5qcGciO3M6MTQ6Indvb19hZF9pbWFnZV8zIjtzOjQxOiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20vYWRzLzEyNXgxMjViLmpwZyI7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzQiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjExOiJ3b29fYWRfcGFnZSI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfMSI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjEyOiJ3b29fYWRfdXJsXzIiO3M6MjQ6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbSI7czoxMjoid29vX2FkX3VybF8zIjtzOjI0OiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20iO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfNCI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjE4OiJ3b29fYWx0X3N0eWxlc2hlZXQiO3M6ODoicGluay5jc3MiO3M6MTI6Indvb19hcmNoaXZlcyI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hdXRvX2ltZyI7czo1OiJmYWxzZSI7czoxNDoid29vX2N1c3RvbV9jc3MiO3M6MDoiIjtzOjE4OiJ3b29fY3VzdG9tX2Zhdmljb24iO3M6MDoiIjtzOjIxOiJ3b29fZmVhdHVyZWRfY2F0ZWdvcnkiO3M6NjoiSE9XIFRPIjtzOjE3OiJ3b29fZmVlZGJ1cm5lcl9pZCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mZWVkYnVybmVyX3VybCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mbGlja3JfZW50cmllcyI7czoxOiI4IjtzOjEzOiJ3b29fZmxpY2tyX2lkIjtzOjc6ImVyay1lcmsiO3M6MTQ6Indvb19mbGlja3JfdXJsIjtzOjM2OiJodHRwOi8vd3d3LmZsaWNrci5jb20vcGhvdG9zL2Vyay1lcmsiO3M6MjA6Indvb19nb29nbGVfYW5hbHl0aWNzIjtzOjA6IiI7czoxMDoid29vX2xheW91dCI7czo1OiJmYWxzZSI7czo4OiJ3b29fbG9nbyI7czowOiIiO3M6MTc6Indvb19vdGhlcl9lbnRyaWVzIjtzOjI6IjEyIjtzOjEwOiJ3b29fcmVzaXplIjtzOjU6ImZhbHNlIjtzOjEzOiJ3b29fcnNzX3RodW1iIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTQ6Indvb19zaG93X3ZpZGVvIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTg6Indvb192aWRlb19jYXRlZ29yeSI7czoxOToiWU9VVFVCRSBSRUNPTU1FTkRFRCI7fQ==";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_framework_version</strong> - 2.8.1</li><li><strong>woo_google_analytics</strong> - <script type=\"text/javascript\">

  var _gaq = _gaq || [];
  _gaq.push([\'_setAccount\', \'UA-11956359-1\']);
  _gaq.push([\'_trackPageview\']);

  (function() {
    var ga = document.createElement(\'script\'); ga.type = \'text/javascript\'; ga.async = true;
    ga.src = (\'https:\' == document.location.protocol ? \'https://ssl\' : \'http://www\') + \'.google-analytics.com/ga.js\';
    var s = document.getElementsByTagName(\'script\')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s);
  })();

</script></li><li><strong>woo_header_layout</strong> - ad468x60.php</li><li><strong>woo_highlights_show</strong> - true</li><li><strong>woo_highlights_tag</strong> - </li><li><strong>woo_highlights_tag_amount</strong> - 6</li><li><strong>woo_hightlights_image_dimentions_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_home</strong> - true</li><li><strong>woo_home_arc</strong> - false</li><li><strong>woo_home_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_home_heading</strong> - Welcome to กำลังปรับปรุง รบกวนเข้าหน้า http://www-erk-erk-com.blogspot.com</li><li><strong>woo_home_link</strong> - true</li><li><strong>woo_home_link_desc</strong> - </li><li><strong>woo_home_link_text</strong> - Home</li><li><strong>woo_home_one_col</strong> - false</li><li><strong>woo_home_post_heading</strong> - true</li><li><strong>woo_home_text</strong> - Add you text here. Leave this and the heading blank to remove this completely.</li><li><strong>woo_home_thumb_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_home_thumb_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_image_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_image_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_image_height</strong> - 170</li><li><strong>woo_image_single</strong> - true</li><li><strong>woo_image_width</strong> - 430</li><li><strong>woo_large_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_large_thumb_h</strong> - 185</li><li><strong>woo_layout</strong> - false</li><li><strong>woo_link_color</strong> - </li><li><strong>woo_link_hover_color</strong> - </li><li><strong>woo_logo</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg</li><li><strong>woo_logo_left</strong> - false</li><li><strong>woo_manual</strong> - http://www.woothemes.com/support/theme-documentation/gazette-edition/</li><li><strong>woo_nav_about</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_contact</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_nav_home</strong> - http://www.erk-erk.com</li><li><strong>woo_nav_subscribe</strong> - #</li><li><strong>woo_options</strong> - a:28:{s:18:"woo_alt_stylesheet";s:9:"green.css";s:8:"woo_logo";s:0:"";s:18:"woo_custom_favicon";s:0:"";s:20:"woo_google_analytics";s:0:"";s:18:"woo_feedburner_url";s:0:"";s:17:"woo_feedburner_id";s:0:"";s:14:"woo_custom_css";s:0:"";s:12:"woo_archives";s:14:"Select a page:";s:10:"woo_layout";s:5:"false";s:17:"woo_other_entries";s:2:"12";s:21:"woo_featured_category";s:6:"HOW TO";s:14:"woo_show_video";s:4:"true";s:18:"woo_video_category";s:19:"YOUTUBE RECOMMENDED";s:13:"woo_flickr_id";s:7:"erk-erk";s:18:"woo_flickr_entries";s:1:"8";s:14:"woo_flickr_url";s:36:"http://www.flickr.com/photos/erk-erk";s:10:"woo_resize";s:4:"true";s:12:"woo_auto_img";s:5:"false";s:13:"woo_rss_thumb";s:4:"true";s:11:"woo_ad_page";s:14:"Select a page:";s:14:"woo_ad_image_1";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_1";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_2";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_2";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_3";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_3";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_4";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_4";s:24:"http://www.woothemes.com";}</li><li><strong>woo_other_entries</strong> - 12</li><li><strong>woo_other_headlines</strong> - 5</li><li><strong>woo_pageheading_404</strong> - uh oh!</li><li><strong>woo_pageheading_archives</strong> - archives</li><li><strong>woo_pageheading_author</strong> - author archive</li><li><strong>woo_pageheading_home</strong> - home</li><li><strong>woo_pageheading_index</strong> - index</li><li><strong>woo_pageheading_prefix</strong> - // </li><li><strong>woo_pageheading_search</strong> - here you go</li><li><strong>woo_pageheading_single</strong> - you’re reading...</li><li><strong>woo_pages_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_pis_hard_crop</strong> - true</li><li><strong>woo_popular_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_post_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_post_content_home</strong> - false</li><li><strong>woo_post_image_support</strong> - true</li><li><strong>woo_recent_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_recent_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_recent_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_related</strong> - true</li><li><strong>woo_resize</strong> - true</li><li><strong>woo_rss_thumb</strong> - true</li><li><strong>woo_seo_template</strong> - a:31:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:6:"Basics";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:3:{s:4:"name";s:11:"Please Read";s:4:"type";s:4:"info";s:3:"std";s:352:"Welcome to the WooSEO feature. <br /><small>Here we help you take control of your search engine readiness with some in-built theme options. Our themes do however support two of WordPress.org's most commonly used SEO plugins - <strong>All-in-One SEO</strong> and <strong>Headspace 2</strong>. Use the checkbox below to use 3rd party plugin data.</small>";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:25:"Use 3rd Party Plugin Data";s:4:"desc";s:198:"Meta data added to <strong>custom fields in posts and pages</strong> will be extracted and used where applicable. This typically does not include Homepages and Archives, and only Singular templates.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_use_third_party_data";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Hide SEO custom fields";s:4:"desc";s:82:"Check this box to hide the input fields created in the post and page edit screens.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_hide_fields";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:2:{s:4:"name";s:10:"Page Title";s:4:"type";s:7:"heading";}i:5;a:5:{s:4:"name";s:9:"Separator";s:4:"desc";s:54:"Define a new separator character for your page titles.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_seperator";s:3:"std";s:1:"|";s:4:"type";s:4:"text";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:10:"Blog Title";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:8:"blogname";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:16:"Blog Description";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:15:"blogdescription";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:8;a:6:{s:4:"name";s:18:"Enable woo_title()";s:4:"desc";s:153:"woo_title() makes use of WordPress's built in wp_title() function to control the output for your page titles. It's also recommended for use with plugins.";s:2:"id";s:16:"seo_woo_wp_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:9;a:6:{s:4:"name";s:21:"Disable Custom Titles";s:4:"desc";s:130:"If you prefer to have uniform titles across you theme. Alternatively they will be generated from custom fields and/or plugin data.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_wp_custom_field_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:10;a:6:{s:4:"name";s:14:"Paged Variable";s:4:"desc";s:64:"The name variable that will appear then paging through archives.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_paged_var";s:3:"std";s:4:"Page";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:4:"text";}i:11;a:7:{s:4:"name";s:23:"Paged Variable Position";s:4:"desc";s:57:"Change the position where the paged variable will appear.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_paged_var_pos";s:3:"std";s:6:"before";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:2:{s:6:"before";s:6:"Before";s:5:"after";s:5:"After";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:12;a:7:{s:4:"name";s:21:"Homepage Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_home_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:28:"Blog title; blog description";s:1:"b";s:10:"Blog title";s:1:"c";s:16:"Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:13;a:7:{s:4:"name";s:19:"Single Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_single_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:14;a:7:{s:4:"name";s:17:"Page Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_page_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:15;a:7:{s:4:"name";s:20:"Archive Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_archive_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:16;a:2:{s:4:"name";s:13:"Indexing Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:17;a:6:{s:4:"name";s:16:"Archive Indexing";s:4:"desc";s:128:"Select which archives to index on your site. Aids in removing duplicate content from being indexed, preventing content dilution.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_indexing";s:3:"std";s:8:"category";s:4:"type";s:10:"multicheck";s:7:"options";a:5:{s:8:"category";s:17:"Category Archives";s:3:"tag";s:12:"Tag Archives";s:6:"author";s:12:"Author Pages";s:6:"search";s:14:"Search Results";s:4:"date";s:13:"Date Archives";}}i:18;a:5:{s:4:"name";s:49:"Add meta for Posts & Pages to 'follow' by default";s:4:"desc";s:143:"By default the woo_meta(); adds a 'nofollow' meta to post and pages, meaning search engines will not index pages leading away from these pages.";s:2:"id";s:26:"seo_woo_meta_single_follow";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:19;a:2:{s:4:"name";s:16:"Description Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:20;a:6:{s:4:"name";s:20:"Homepage Description";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_meta_home_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"b";s:24:"From WP Site Description";s:1:"c";s:32:"From Custom Homepage Description";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:21;a:5:{s:4:"name";s:27:"Custom Homepage Description";s:4:"desc";s:47:"Add a custom meta description to your homepage.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_meta_home_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:22;a:6:{s:4:"name";s:28:"Single Page/Post Description";s:4:"desc";s:79:"Add your post/page description from custom fields. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:24:"seo_woo_meta_single_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Customs Field and/or Plugins";s:1:"c";s:36:"Automatically from Post/Page Content";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:23;a:6:{s:4:"name";s:29:"Custom Post/Page Descriptions";s:4:"desc";s:240:"Add a custom meta description to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this description still be added to your site.";s:2:"id";s:33:"seo_woo_meta_single_desc_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:24;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:54:"Add a custom meta description to your posts and pages.";s:2:"id";s:31:"seo_woo_meta_single_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:25;a:2:{s:4:"name";s:12:"Keyword Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:26;a:6:{s:4:"name";s:17:"Homepage Keywords";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_home_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:2:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"c";s:29:"From Custom Homepage Keywords";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:27;a:5:{s:4:"name";s:24:"Custom Homepage Keywords";s:4:"desc";s:58:"Add a (comma separated) list of keywords to your homepage.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_meta_home_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:28;a:6:{s:4:"name";s:25:"Single Page/Post Keywords";s:4:"desc";s:75:"Add your post/page keywords from custom field. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:23:"seo_woo_meta_single_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Custom Fields and/or Plugins";s:1:"c";s:45:"Automatically from Post Tags &amp; Categories";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:29;a:6:{s:4:"name";s:25:"Custom Post/Page Keywords";s:4:"desc";s:234:"Add a custom meta keywords to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this keywords still be added to your site.";s:2:"id";s:32:"seo_woo_meta_single_key_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:30;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:51:"Add a custom meta keywords to your posts and pages.";s:2:"id";s:30:"seo_woo_meta_single_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_advanced_options</strong> - yes</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_version</strong> - 1.0.19</li><li><strong>woo_shortname</strong> - woo</li><li><strong>woo_show_asides</strong> - true</li><li><strong>woo_show_carousel</strong> - true</li><li><strong>woo_show_featured</strong> - true</li><li><strong>woo_show_video</strong> - false</li><li><strong>woo_single_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_single_h</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_height</strong> - 150</li><li><strong>woo_single_image_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_image_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_post_image_height</strong> - 380</li><li><strong>woo_single_post_image_width</strong> - 280</li><li><strong>woo_single_w</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_width</strong> - 150</li><li><strong>woo_slider_auto</strong> - false</li><li><strong>woo_slider_heading</strong> - Also in this site</li><li><strong>woo_slider_interval</strong> - 4</li><li><strong>woo_slider_speed</strong> - 0.6</li><li><strong>woo_small_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_small_thumb_h</strong> - 60</li><li><strong>woo_small_thumb_w</strong> - 60</li><li><strong>woo_subscribe_email</strong> - </li><li><strong>woo_suckerfish</strong> - true</li><li><strong>woo_tabs</strong> - false</li><li><strong>woo_texttitle</strong> - true</li><li><strong>woo_themename</strong> - Gazette</li><li><strong>woo_thumb_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_thumb_h</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_height</strong> - 64</li><li><strong>woo_thumb_image_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_image_width</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_single</strong> - true</li><li><strong>woo_thumb_w</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_width</strong> - 64</li><li><strong>woo_twitter</strong> - erk_erk</li><li><strong>woo_updates_heading</strong> - Updates</li><li><strong>woo_updates_limit</strong> - 5</li><li><strong>woo_uploads</strong> - a:11:{i:0;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg";i:1;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/12-www.jpg";i:2;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/11-www.jpg";i:3;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/10-www.jpg";i:4;s:75:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/9-bannererkerknewpinkcopy.jpg";i:5;s:65:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png";i:6;s:62:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/7-faviconerk.png";i:7;s:72:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/6-bannererkerknew_copy.jpg";i:8;s:61:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/5-bannernew.jpg";i:9;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/4-www-erk-erk-com.png";i:10;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/3-www-erk-erk-com.png";}</li><li><strong>woo_video_category</strong> - Select a category:</li></ul>