Tag Archive | "IskyCenter"

วิธีรักษาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน ปลูกผม | Facebook Live erk-erk


ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน

Posted in HAIR, HOW TOComments (0)

หน้าเรียวสวยด้วย THERMAGE บรรยายโดยทีมแพทย์ ISKYCENTER


เคยเขียนเรื่อง THERMAGE นานมากแล้ว ตอนนี้มีข้อมูลใหม่มาอัพเดทเพิ่มให้ฟัง

ใครอยากอ่านของ THERMAGE ตอนแรกเกี่ยวกับการทำงานแบบละเอียด  CLICK

หัวข้อในวันนี้ที่จะพูด คือ เรื่องใบหน้า

V-SHAPE ซึ่งเราจะใช้ THERMAGE เป็นตัวสร้างกันค่ะ

การบรรยายวันนี้ทาง ISKYCENTER เป็นคนจัดให้ความรู้กับคนที่สนใจอย่างละเอียด

เกี่ยวกับข้อมูลการใช้เทคโนโลยีความงามมาชะลอวัย

จัดขึ้นที่โรงแรม INTERCONTINENTAL BANGKOK แถวเกษร

 

 

ถ่ายคู่กับรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา พรีเซนเตอร์ THERMAGE

ก็ว่าได้เพราะเมื่อก่อนหน้ากลมมาก และ ไม่เคยเอาไขมันที่แก้มออกเลย แต่ใช้พวกเทคโนโลยี

THERMAGE ในการกระชับ และ ตัวคุณหมอเองก็ผอมลงมาก ตอนนี้เหลือน้ำหนัก 48-50

ไม่เกินไปจากนี้ เอิ๊กเลยเห็นแกเป็นตัวอย่างในการเก็บแก้มไว้ เลยไม่เอาออก

ให้เวลาเป็นตัวทำให้ไขมันค่อยๆเล็ก และ หดลงไปเอง

 

 

ผู้บรรยายวันนี้ได้แก่ศาสตราจารย์นายแพทย์วงพงษ์ มนัสเกียรติ สไลด์วันนี้เข้าใจง่ายมาก

และ สนุกกว่าทุกครั้งที่เคยฟัง ฮ่าฮ่าฮ่า

 

 หน้าเรียวสวยด้วย THERMAGE

 

สิ่งที่บอกว่าเรามีอายุได้แก่อะไรบ้าง

  • ริ้วรอย
  • ตีนกา
  • ความหย่อนคล้อย

 

 

เลเซอร์รักษาได้แต่รอยเหี่ยวย่น
 
 
 
แต่เลเซอร์ไม่สารถรักษาเรื่องความหย่อนคล้อยได้
 
 
 
ความหย่อนคล้อย เกิดจากคอลลาเจนบริเวณหนังแท้เสื่อม
อาจเกิดจาก
อายุ
แดด
กรรมพันธุ์
ความเครียด
การพักผ่อน ฯลฯ
 
 
รูปนี้ห่างกันเกือบ 10 ปี ตลอดเวลาที่รู้จักคุณหมอมาหลายปี คุณหมอไม่เคยเอาไขมันที่แก้ม
ออกเลย เวลาผ่านไปทุกคนทักเหมือนกัน คือ คุณหมอดูสวยขึ้น ผอมลง ตอนนี้หน้าแกเล็กมากๆ
 
 
แก้ไขความหย่อนคล้อย มี 4 ระดับ
1. At home product พวกเครื่องนวดกระชับหน้าขนาดเล็ก ใช้ได้ผลดีในขณะที่อายุน้อย
2. injectables การฉีดคอลลาเจน ฟิลเลอร์ ควรต้องอายุเกิน 18 ขึ้นไป
3. thermage เครื่องส่งคลื่นวิทยุ RF เป็นหัวเดียวได้ผลดีสุด MONOPOLAR RF อายุ 30 ขึ้น
4 surgery อายุ 60 ขึ้น
 
 
หลักการ THERMAGE เวลายิง เส้นใยคอลลาเจนหดตัว เพราะเกิดความร้อนชั้นหนังแท้ และที่ต้องรออีกหลายเดือนเพื่อให้ความร้อนไปสร้างคอลลาเจนเกิดขึ้น มีการทดลองมาเยอะแล้ว โดยตัดชิ้นเนื้อมาดู ความร้อน 65-70 องศาเป็นความร้อนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาเห็นผล 1ปีถึงเข้ารูปสุด หลังทำอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างคือดูกระชับทันทีแต่เป็นผลชั่วคราวเกิดจากความร้อนทำปฏิกิริยากับชั้นผิวหนัง
 
 
ชาร์ตนี้คุณหมอทำออกมาได้ดีมากเลย เราจะได้เห็นวงจรเฉลี่ยในการที่คอลลาเจนจะเริ่ม
สร้างสะสม บางคนจะได้รู้ว่าคอลลาเจนจะสร้างได้ต้องใช้เวลา
 
 
ขอนำผลบางส่วนมาให้ดูนะคะ สำหรับหลังทำ 4-6 เดือนที่เห็นชัด
 
 
สำหรับผลของผู้หญิงเอเชียที่ทำติดต่อกัน ผลคือ ผ่านไป 6 ปี หน้าดูเด็กลง และ ผิวดีขึ้น
 
เป็นวิธี ANTI-AGING ภายนอกอีกอย่างที่ชะลอวัยรูปลักษณ์ภายนอกของเราได้จริง
หากเราทำต่อเนื่องติดต่อกันทุกปี หรือ ทุก 2-3 ปี
 
ภายในงานคุณหมอรังสิมา ก็ได้สาธิตให้ดูกับคนไข้อายุประมาณ 40 กว่าท่านนึง
เพื่อให้ชมผลลัพธ์หลังทำ * จากการที่ฟังบรรยาย คิดว่าผลหลังทำเป็นผลชั่วระยะเวลานึง
มากกว่า แต่ผลลัพธ์ที่เห็นชัดที่แท้จริงต้องรอ 3-6-12 เดือนขึ้นไป ขึ้นกับอายุ และ ระบบ
การสร้างคอลลาเจนในร่างกาย
 
 
ภายในงานก็มีคนไข้ที่ทำ THERMAGE มาบอกเล่าความรู้สึก และ ผลลัพธ์หลังทำ
เสียดายไม่มีรูป BEFORE ให้ดู หลายๆคนกลัวเจ็บ เอิ๊กบอกได้เลยหลังจากที่ได้ทดสอบ
ด้วยตัวเองว่า ขึ้นกับระดับพลังงานที่ใช้ สามารถปรับระดับได้ แต่ทางทฤษฎี
ถ้าเราใช้พลังงานในระดับที่สูง เราจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และ เร็วกว่า
สำหรับเอิ๊กฝืนสุดประมาณระดับ 3.5 คือ แถวช่วงกระดูกมันจื๊ดมาก นอกนั้นบริเวณที่
เป็นเนื้อ หรือ ไขมันสบายมากค่ะ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เขาถึงมีลูกบอลให้กำเวลารู้สึก
ทนไม่ค่อยไหว (แต่กำไปก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่สำหรับตัวเอิ๊ก ลดพลังงานสบายกว่า)
 
 
คนไข้ที่คุณหมอทำให้มาเล่าความรู้สึกขณะทำว่าเป็นยังไงบ้าง ดูสดใสค่ะ เธอบอกว่าไม่เจ็บ
และ ข้างที่ทำมีความแตกต่างหลังทำทันทีแถวร่องน้ำหมาก หรือ ร่องแก้ม บริเวณใกล้ดวงตา
 
 
อิจฉาในงานมีจับฉลากมอบรางวัลทำ THERMAGE ทั่วหน้า 100,000 กว่าบาท
แต่พอเราได้ทำแค่ 300 SHOT เราแทบตาย 55555 
 
 
งานบรรยายจบก็ได้เวลาทานอาหารว่างแล้ว อร่อยทั้งนั้นเลย
ฝีมือ Intercontinental Bangkok ที่ทาง ISKYCENTER จัดเตรียมไว้ให้
 
 
คุณหมอแจก THERMAGE 300 SHOT ตอนแรกว่าจะแจกแฟนๆ แต่กลัวจะเจ็บกัน 555
เลยเสี่ยงสวยแทน ก็อย่างที่บอกค่ะไม่เจ็บเลยบริเวณที่มีเนื้อเยอะ หรือ ลดพลังงานลง
แต่จะรู้สึกบริเวณกระดูก เพราะเนื้อมันบาง ก็สามารถให้คุณหมอปรับลดพลังงานลงได้
 
 
คนกลางนี่นายแบบมาเองรึเปล่าคะ 5555 แซวคุณหมอ
เป็นการถ่ายภาพร่วมกันของทีมแพทย์ ISKYCENTER
แพทย์หญิงนุสรา วงศ์รัตนภัสสร
ศาสตราจารย์นายแพทย์วรพงษ์ มนัสเกียรติ
รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา
และ BEAUTY BLOGGER ประเทศไทยหลายท่าน รวมถึงตัวแทนจาก JEBAN.COM
และ CATMINT ด้วยค่ะ 🙂 ต้องขอบพระคุณที่เชิญมาและได้เป็นกลุ่ม BLOGGER
ที่ทดลองการทำ THERMAGE ให้ได้รูปหน้า V-SHAPE ไว้รอดูผลงานกันค่ะ
 
 
XOXO
 

Posted in EVENTComments (0)

ISKYCENTER สาขา 3 THE COAST บางนา


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พาทัวร์ ISKYCENTER สาขา 3 THE COAST บางนา ที่เน้นในเรื่องการทำ 

BODY TREATMENT เป็นหลัก ส่วนที่นี่จะมีอะไรบ้างวันนี้เอิ๊กจะพาทัวร์กันค่ะ

ถ้ามาจากรถไฟฟ้าจะง่ายลง BTS บางนา เดินย้อนมาที่ THE COAST และ ISKY หาง่ายมาก

จะอยู่ข้างสำนักงานคอนโด THE COAST เลย ส่วนตัวเอิ๊กว่ามุมนั่งรอของคนไข้อาจจะไม่เยอะ

และ ตอนกลางวันอาจจะร้อนมาก ทั้งพนักงานรวมถึงคนไข้เอง เนื่องจากทางด้านหน้าจะสู้กับ

แสงแดดที่ส่องลงมา

แต่พื้นที่ด้านในค่อนข้างกว้าง และ ลึก มีห้องTREATMENTหลายห้องรองรับคนไข้ที่มา

ใช้บริการได้หลายคนอยู่ ที่นี่ค่อนข้างบรรยากาศดีเงียบ และ สงบมาก ชอบที่อยู่ใกล้

ศูนย์กลางค้า THE COAST บางทีเดินมาทานอาหาร และ เข้าห้องน้ำได้ง่ายเพราะใน

ศูนย์อาจไม่มีห้องน้ำ

ที่นี่พึ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ผู้จัดการสาขาแจ้งว่า เฟอร์นิเจอร์กำลังนำมาลงเพื่อรอเปิด

GRAND OPENING อย่างเป็นทางการปลายเดือนมกราคม และ แน่นอนเอิ๊ก

จะไปแสดงความยินดี กับ บ้านหลังที่2 สาขา 3 ของเอิ๊กแน่นอน 55555555555

เขายังไม่เชิญแค่รู้ว่ายังไงก็จะไปเป็นกำลังใจให้ศูนย์ ISKYCENTER ทุกสาขา

ในกรุงเทพเพื่อขอบคุณที่ดูแลเอิ๊กอย่างดีมาตลอด 3 ปีทั้งผิวหน้า รูปร่างรวมถึง

ส่วนเกินต่างๆ กราบขอบพระคุณมากค่ะ

เข้ามาถึงด้านหน้าเวลาเราเดินเข้าไปจะไปกรอกประวัติ หรือ สอบถามค่ารักษา

พยาบาลได้ก่อนล่วงหน้าที่นี่ค่ะ 

มาแล้วกรอกประวัติให้เรียบร้อย ที่ต้องเพิ่มสำหรับสาขานี้ คือ “น้ำหนัก และ ส่วนสูง”

 

ที่นี่จะมี BODY TREATMENT สำหรับการดูแลเรื่องส่วนเกิน ความหย่อนคล้อย ไม่กระชับ

การระบายของเสียของต่อมน้ำเหลือง หรือ อาการบวมน้ำ และ จะมี FACIAL TREATMENT

ที่มีคนใช้บริการเยอะ รวมถึงเลเซอร์แต่อาจต้องมีการนัดหมายก่อนล่วงหน้าสำหรับการ

ทำเลเซอร์ IPL หรือ เทคโนโลยีกระชับเช่น THERMAGE บนใบหน้า ฯลฯ

 ที่นี่จะมีจ่ายยาสำหรับผิวหนังปกตินะคะ แต่จะไม่มีครีมบำรุงผิวที่ปรุงสดพิเศษตามสภาพผิ

เหมือนว่าอนาคตอันใกล้มาก จะเป็นเรื่องของการทำระบบ NUTRITION จัดหมวดหมู่

สารอาหารที่เหมาะสมให้กับร่างกายเพื่อดูแลรูปร่างคุณหมอที่เอิ๊กอยากแนะนำให้พบ

เจอที่สุดที่ศูนย์นี้ในเรื่องแรงบันดาลใจการดูแลสุขภาพ คนแรกฝ่ายหญิง คุณหมอนุสรา

และ อีกท่าน คุณหมอ วรพงษ์ หรือ ศาสตราจารย์วรพงษ์ แต่เอิ๊กไม่แน่ใจว่าสองท่านเข้า

ที่นี่ไหม อาจจะต้องโทรสอบถามเพิ่มเติม เพราะทั้งสองท่านเอิ๊กได้รู้จักในอีกมุมในการ

ดูแลรูปร่าง และ สุขภาพตัวเอง เพราะคุณหมอสองคนชอบออกกำลังกาย ส่วนคุณหมอ

นุสรา ต้องให้นิยามว่า เป๊ะมากกกกกกกกก ดูแลอาหารการทาน + วินัยการ

ออกกำลังกาย ส่วนเรื่องเทคโนโลยีแน่นอนนาทีนี้ไม่มีใครเกิน รองศาสตราจารย์

รังสิมา เพราะว่าเธอลองเองมาทุกเทคโนโลยีก็จะทราบข้อดีข้อด้อยของแต่ละตัว

แบบลึกซึ้งมาก

หลังจากที่กรอกประวัติ เราก็จะถูกเรียกมาห้อง CONSULTATION ROOM มาพบ

แพทย์เพื่อที่แพทย์จะสอบถาม ถึงปัญหา และ การดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อที่จะวางแผน

และ จัด TREATMENT ที่เหมาะสมให้ หรือ มาพบเพื่อปัญหาผิวหนัง เลเซอร์ก็ห้องนี้

เช่นกันค่ะ เนื่องจากเอิ๊กหามาทุกอย่างที่ตัวเองกังวล

ส่วนใหญ่เอิ๊กก็จะพบและให้แพทย์

ดูความคืบหน้าของ TREATMENT ที่เคยทำ หรือ ปัญหาผิวที่เกิด ส่วนใหญ่ สิว

รอยสิว ฝ้า มีแค่นั้นวนไปวนมา ถ้าส่วนรูปร่าง มีปัญหาหุ่นลูกแพร์ ก็จะให้คุณหมอ

ดูแลช่วงร่างให้สวยในสรีระที่เราทำได้ เพราะเราไม่สวย และ หุ่นช่วงล่างอวบมาก่อน

การตกแต่งเหมือน 2 สาขาแรกเลยโทนฟ้าขาวสว่าง โล่ง สบายตา และ

มีสีแดงเล็กๆ ที่โลโก้ป้ายไฟหน้าห้อง TREATMENT ทุกห้อง

ถ้าใครมีการทำอะไรบนใบหน้า หรือ ต้องล้างหน้าก็ต้องเชิญห้อง MAKEUP ROOM

อยากแนะนำให้เพิ่มไดร์ และ หวีเหมือนบางที และ อาจมีแป้งเด็กด้วย อิอิ เพราะบางที

ใส่หมวกคลุมผม ถอดออกจะไม่ได้ทรงเดิม มันเศร้ามาก จะได้ว่าศูนย์เลเซอร์ที่เกาหลีจะมีหวี

และ แป้งด้วย ^^

ที่นี่มีพิเศษคือ การเก็บภาพก่อนหลัง การทำเทคโนโลยีทุกตัวที่เกี่ยวกับ BODY

ถ้าใครทำเกี่ยวกับหน้า และ อยากถ่ายก็สามารถแจ้งได้ค่ะ จำเป็นมาก

เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง

จะถ่ายทุกมุม 360 องศา บนพื้นหลังสีเดียวกัน มีการช่างน้ำหนักด้วย

และ คนไข้ในวันนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ หลังจากดูแลผิวหน้าสาขาชิดลม และ หนองแขม

ก็เดินทางมาถึง ISKYCENTER สาขา 3 ต้องขอใช้บริการ BODY ซะหน่อย เห็นต้นขา

ของฉันไหม ……….. ผู้จัดการสาขานี้สวยเข้ม เฮฮา คุยสนุก 55555 คุณดาวจะดูแลเอิ๊ก

ตลอดเวลาเอิ๊กไป เพราะเอิ๊กจะเยอะ 555555 เยอะในเรื่องชอบถาม มีคำถามเยอะ

จำไมตลอดเวลา ดังนั้นคนตอบคำถามได้ดีสุดรองจากแพทย์ คือ ผู้จัดการสาขานะคะ

ก็ผลัดกันแลกเปลี่ยนข้อมูล เอิ๊กจะทำเทคโนโลยี ZELTIQ มาบ่อยมาก ซึ่งแพงและได้

ผลจริงในการฆ่าเซลล์ไขมันส่วนเกินสำหรับคนผอม หรือ อวบ แต่อ้วนอาจจะไม่เหมาะ

คุณดาวก็พึ่งลองเทคโนโลยี ULTRASONIC ไป ก็จะผลัดกันเล่าความเจ็บ และ เทียบ

ผลกัน เทคโนโลยีเลเซอร์ค่อนข้างแพงสำหรับ BODY หรือ แม้แต่ FACIAL เองในการ

เห็นผล แต่ที่แน่ๆ มีงานวิจัยรองรับทุกตัวที่เอิ๊กทำในเรื่องของผลลัพธ์ และ ไม่ใช่ทำจบ

ต้องดูแลตัวเองไปอีกตลอดชีวิตในเรื่องอาหาร และ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพค่ะ

 

ตัวอย่างห้อง BODY TREATMENT : MED2 เทคโนโลยีกระชับรูปร่างที่เอิ๊กเคยลอง

ผลซึ่งเห็นเลยทันทีหลังทำ เหมาะสำหรับคนน้ำเหลืองไม่ค่อยดี บวมน้ำช่วยให้ระบบภายใน

ไหลเวียนดีขึ้น แต่ถ้าให้กระชับ และ ไขมันมีขนาดเล็กลง 4-6 ครั้งน่าจะเห็นผล

ตัวนี้เสริทหาผลลัพธ์ใน GOOGLE ได้ค่ะ เคยลอง 3-4 ครั้ง แต่ก็คิดว่า

ชอบตัวอื่นที่ฆ่าไขมันไปเลยมากกว่า 55555 สำหรับเซลล์ลูไลท์ หน้าท้องย้วย

เครื่องนี้จัดการดีค่ะ

ตัวอย่างอีกห้อง กับเทคโนโลยี ULTRASOUND ฆ่าไขมันตัวล่าสุด ที่ปล่อยความร้อน

เป็นส่วน โดยมีงานวิจัยที่พุง 1 ครั้ง 1 นิ้ว แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับคนที่ชั้นไขมันต้องบีบออกมา

หนา 1 นิ้ว และ ไม่อ้วนนะจ๊ะ เอาไปว่าอ้วนมาก ออกกำลังกาย คุมอาหารให้ลงจนเหลือ

ส่วนเกิน ค่อยพึ่งเทคโนโลยี พูดจริงจัง จะได้ไม่เสียตังค์โดยใช่เหตุนะคะ เจ็บมากนะตัวนี้

ช้ำนานอยู่เป็นอาทิตย์ ข้อดีไม่มีแผลผ่าตัด แต่เอิ๊กไม่ลองเด็ดขาด ทนเจ็บไม่ไหว 😛

TRI LIPO : ใครแก้มเยอะ ไม่ชอบฉีดสารโดยที่ยังไม่ผ่านอย. อัญเชิญตัวนี้ ทำหลายครั้งอยู่

แต่ข้อดีที่ต่างคือ แก้ม และ หน้ากระชับ เพราะความร้อนไปกระตุ้นคอลลาเจน เอิ๊กลอง 2 ครั้ง

แต่ตัวเองมีปัญหาอาการบวมน้ำนี่สิ เลยคิดว่านวดหน้าด้วยเครื่องที่บ้านดีกวา

ปัญหามันอยู่ที่ร่างกายเราด้วยที่ระบบไหลเวียนของเหลวเราไม่ค่อย WORK ดังนั้น

เทคโนโลยีพวกฆ่าไขมัน กระชับอะไรถึงได้ผลบ้างบางวัน ไม่ได้บ้างบางวันเพราะตัวเราเอง

ส่วนเครื่องนี้เครื่องใหม่ ไม่เคยได้ทดสอบ ช่วยเรื่องการไหลเวียนของเหลวในร่างกาย

คุณหมอบอกว่ามาลองไหม ต้องใส่ชุดอวกาศ อิอิ แต่ทำหลายครั้งหน่อยก็อาจจะขอ

ศึกษาหลักการก่อน 🙂 ก็ทั้งหมดเป็นแค่เครื่องบางส่วนที่ไม่รวม FACIAL TREATMENT

พระเอกของที่นี่สำหรับเอิ๊ก คือ เจ้านี้ ตัววัดดัชนีมวลร่างกายที่แท้จริง เคยได้ยินไหม BMI วัดค่าหามวลไขมัน กล้ามเนื้อ น้ำในร่างกายที่ทุกสถาบันในการดูแลรูปร่างควรแสดงความรับผิดชอบแต่แรก โดยการมีเจ้านี่ในสถาบัน เพื่อแสดงความจริงใจ ซื่อสัตย์ และ จำเป็นต่อคนไข้ บางคนอ้วนไขมันจริงไหม หรือ หนักกล้ามเนื้อ หรือ บางคนหนักน้ำในร่างกายเครื่องมือนี้สำคัญมาก โดยจะวัดความหนาแน่นโดยความต่างศักย์กระแสไฟฟ้าทั่วร่างกาย โดยมีการหนีบขั้วแม่เหล็กที่มือ และ เท้า

 

 

ต่างจากเครื่องที่เราไปยืนชั่งแน่นอนให้ความแม่นยำค่อนข้างสูง แต่อาจจะต้องปัสสาวะ

ให้เรียบร้อยซักพัก และ อย่าพึ่งดื่มน้ำก่อนมาวัด ราคาเครื่องนี้ เกือบแสนห้า O.o แอบมา

สืบราคาตกใจตัวจิ๋วเดี๋ยว ราคาอลังมาก คุณภาพน้องเขาแน่น 5555

ผลก็จะออกมา เพื่อนำไปให้แพทย์เป็นคนอ่านให้ฟังนะคะ อยากดูของเอิ๊กไหม อย่างที่คิดเลย

และ รองศาสตราจารย์รังสิมา แพทย์ประจำวันก็อ่านค่าให้เอิ๊กฟัง ซึ่งผลเป็นไปตามที่เรา

เคยสงสัยกัน ในเรื่องการระบายน้ำหรือของเหลวในร่างกายของเอิ๊ก “ไม่ดี” ทำให้บางวัน

หน้าหด หน้าอ้วน ระหว่างวัน ขาเล็ก ขาใหญ่ระหว่างวัน ทางแก้ถาวรยังไม่มี เทคโนโลยี

ก็อาจจะต้องลองดูแต่ก็อยู่ได้เป็นระยะ กรณีนี้เพื่อให้เลือกเทคโนโลยีให้เหมาะสม

ซึ่งบางคนอาจไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ อย่างเอิ๊กอาจจะลองเทคโนโลยีบางตัวเพื่อให้

ระบบการไหลเวียนของเหลว ระบายดีขึ้นแต่ก็ทำหลายครั้ง เอิ๊กอาจจะตัดสินใจไม่ทำ

ก็ได้ แล้วไปเลือกวิธีบีบนวด และ ออกกำลังกายเอา

มากกว่านั้นก็เป็นเรื่องของพลังงานอาหารที่เราควรทานในวันปกติ หรือ วันที่ไม่ได้

ใช้แรง เพื่อวางแผนในการคุมอาหารในบางคน ถ้าตั้งใจลด ก็ต้องเอาพลังงานออก

เท่าไหร่ต่อวันก็ว่าไป ต้องทานน้อยแค่ไหนก็ว่าไป และ ยังบอกได้ถึงระบบการเผาผลาญ

บางคนเข้าใจว่าระบบการเผาผลาญต่ำ แท้จริงก็ปกติเพียงแต่เห็นคนทานเท่าไหร่ไม่อ้วน

ก็เอามาเทียบกับตัวเอง บางคนอาจจะเป็นไทรอยด์บางชนิดมาเช็คระบบการ

เผาผลาญต่ำจริงๆ เขาก็ต้องวางแผนการทานอาหารควบคู่ไปด้วย จุดนี้สำคัญบอกเลย

เอิ๊กหุ่นลูกแพร ไขมันน้อย กล้ามเนื้อน้อยจริง จนคุณหมอไม่อยากให้ทำอะไรแล้วแต่เอิ๊ก

เดินทางปั้นรูปร่างตัวเองมาจนใกล้นาฬิกาทรายมากกจนอยากเดินต่อให้สุด แน่นอน

เหลือช่วงล่างทำ ZELTIQ ไป อย่างที่เอิ๊กเคยบอก และ เอิ๊กมั่นใจว่าเขียนคนแรกในไทย

ว่าโครงสร้างร่างกายของเราเปลี่ยนได้ด้วยอะไรบ้างลองอ่านดูค่ะ

CLICK

คุณหมอวางแผ่นเจล แล้วนำหัวที่เหมาะสมมาวาง ใครจะทำต้นขาบอกเลยรอต้นปีหน้า

มีหัวที่ออกแบบมามีความยาวเหมาะสมที่นี่ที่แรกในประเทศไทยแน่นอนกล้าการันตี

เพราะที่นี่มีผู้หญิงคนนี้ที่ทำงานวิจัยตัวนี้อย่างจริงจังและคิดว่ากำลังจะส่งเพื่อเข้า

ตีพิมพ์บทความวิจัยในวารสารวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติเร็วๆนี้

อยากบอกว่าคุณหมอเป็นยอดหมอ เป็นอาจารย์ เป็นรองศาสตราจารย์ไฟแรงสูง

ตลอดเวลาเป็นไอดอลในการทำงานของเอิ๊ก และในการใช้ชีวิตรับใช้สังคม

ใครจะรู้บ้างว่าคุณหมอชอบช่วยคนไข้มะเร็งผิวหนัง แกถนัดผ่าตัดด้วย

และ เลเซอร์รักษาคนไข้เด็กปานโอตะแต่กำเนิดที่ไม่มีเงินรักษาที่รพ. ศิริราช

ถ้าใครรู้จักแกจะบอกว่าแกเป็นคน ACTIVE มาก ขยัน และ ชอบเรียนรู้

และ เดินทางบรรยายในหลายประเทศต่อเดือนแก่แพทย์ชาวต่างชาติ โดยมี

สไลด์บรรยายเป็นผลงานคนไข้ในงานวิจัยต่างๆของแกเอง ชอบขอแกดูเพราะ

เป็นคนไข้เป็นคนไทย เห็นแล้วจะมโนภาพตัวเองได้หากมีปัญหาใกล้เคียงกัน

แล้วคุณหมอก็สอนหนังสือข้างเตียงตามเคย เพราะเอิ๊กคือบล็อคเกอร์ขี้สงสัย 55555555

คุณหมอจะชอบพูดเล่นเสมอ รักษาคนไข้เจ็บ แต่คนไข้ก็ยิ้มและยกมือไหว้ตลอดเวลา 😀

เอิ๊กยิ้มไม่ออกหน้าเบ๊ 555 ก็ยกมือไหว้ขอบพระคุณคุณหมอที่รังสรรค์ความงามให้

ตอนนี้ ZELTIQ มีหัวสำหรับพุง แขน แต่สามารถนำมาวางกับขาได้บางจุด

แต่หัวจะออกมาใหม่สำหรับขาเลย แต่ถ้ารอบหน้าเอิ๊กขอคิดดูก่อนนะคะ เพราะรอบนี้ใกล้

กระดูกเจ็บระบมตรมตรอมไปข้างละ 1 ชั่วโมงเต็ม 555 และทุกอย่างก็กลับสู่ปกติไม่มีใครรู้

รอผล 3 เดือน เดี๋ยวเราจะกลับไปถ่ายรูป AFTER อีกครั้ง สำหรับไขมันที่ตายไป20-25%

ประเด็นตอนนี้คือ ทำยังไงกับอาการระบายของเหลวในร่างกายได้บ้างนอกจาก

ออกกำลังกาย และ รู้แล้วว่าถ้าอยากน้ำหนักน้อยควรทานแค่กี่ แคลอรี่ ต่อวัน

เปิดโลกพีรญาอีกแล้ว 26 ปีไม่เคยรู้มาก่อน แค่เดา และ พูดให้คนอื่นฟังว่า

ตัวเองเป็นคนบวมน้ำวันนี้สรุปแล้วว่า “จริง” แง แง แง แง แง แง แง

ขอบพระคุณทุกท่าน ณ ISKYCENTER ที่ดูแลเอิ๊กในวันนี้

ไว้เอิ๊กพามาทัวร์อีกรอบถ้าที่นี่เสร็จสมบูรณ์นะคะลากันไปด้วยบรรยากาศ

ยามค่ำคืน เอิ๊กมาที่นี่ที่ไหร่ไม่เคยต่ำกว่า 3-5 ชั่วโมง ตอบไม่ได้ว่าทำไม

หรือ เพราะคำถามที่ไม่มีที่สิ้นสุดของตัวเอง และ คำตอบที่ได้เยอะไม่สิ้นสุดเช่นกัน

XOXO

INFO

www.iskycenter.com

www.facebook.com/iskycenter

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASER, RADIO FREQUENCYComments (0)

REVIEW – EXILIS ll เทคโนโลยีกระชับใบหน้าตัวล่าสุด ครั้งที่ 1


 เอิ๊กมั่นใจว่าเขียนเทคโนโลยีนี้ในไทยคนแรก

ขอบพระคุณสำหรับความไว้ใจจาก ISKYCENTER

ที่ให้เอิ๊กได้ไปเก็บข้อมูลของเทคโนโลยี EXILIS II ตัวนี้ค่ะ

 

อยากทราบจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยี EXILIS II

          Monopolar radiofrequency (RF) เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับมานานกว่า 10ปีแล้วที่รู้จักกัน ซึ่งให้ผลดีของการยกกระชับและลดเลือนริ้วรอย ซึ่งจัดว่าเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ ก็มีเครื่องหลายอย่างมาก เช่น THERMAGE ซึ่งก็จะลงลึกระดับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิว แต่เทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง ก็จะมีเครื่องรุ่นใหม่มาตลอด อย่างเช่นเทคโนโลยี  ULTHERA ซึ่งใช้เทคโนโลยีUltrasound จะมีผลกับบริเวณกล้ามเนื้อส่วนบน เมื่อเทคโนโลยีกระชับตอนนี้ที่ดีสุดคงหนีไม่พ้น THERMAGE และ ULTHERA

          สำหรับ EXILIS ออกมานานประมาณ 2 ปีกว่าแล้ว เป็นการรวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับการยกกระชับใบหน้าตอนนี้ที่มีอยู่ในโลกก็คือ Monopolar radiofrequency (RF)กับUltrasoundมารวมกัน และ ก็มีการพัฒนาเรื่องของความเจ็บปวด ให้มีระบบการปรับค่าพลังงานอัตโนมัตตามความหนาบางของผิวหนัง ไม่ต้องใช้ยาชาจึงทำให้กลายเป็นตัว EXILIS ตัวนี้ขึ้นมา เมื่อเทคโนโลยีMonopolar radiofrequency (RF)บวกกับเทคโนโลยีUltrasound แน่นอนว่าก็จะไปช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างของคอลลาเจนตามธรรมชาติ ยกกระชับได้ทุกส่วนยกเว้นใบหู เพื่อทำทำให้ผิวตึงขึ้น ผิวจะดูเรียบเนียนขึ้น และ ที่สำคัญไม่ทำให้เกิดอันตราย ไม่มีแผล และ ไม่เจ็บปวดอีกต่อไป 

สื่อเมืองนอกกล่าวไว้ถึงตัว EXILIS คร่าวๆคือใช้ยกกระชับผิวได้ทุกส่วน

และกว่า 50 % เห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในการทำเพียงหนึ่งครั้ง * และต้องทำต่อเนื่อง

ในอีกสองสัปดาห์ถัดมา เราก็จะเริ่มเห็นถึงความแตกต่างภายใน 1 เดือน

 

EXILIS ตอนนี้รุ่น 2 เป็นรุ่นล่าสุด พัฒนาจากรุ่น 1 ในเรื่องอะไรบ้าง

  1. จำนวนครั้งในการที่ต้องทำต่อเนื่อง รุ่น 1 ทำ 4 ครั้งแต่ละครั้งห่าง 2 สัปดาห์ รุ่น 2 ทำแค่ 2 ครั้งแต่ละครั้งห่าง 2 สัปดาห์
  2. พลังงานจากรุ่น 1 มีค่าพลังงานอยู่ที่ 50 วัตต์ รุ่น 2 เพิ่มขึ้นไปเป็น 90 วัตต์ ผลลัพธ์ต้องดีกว่าแน่นอน
  3. ปรับพลังงานสูงต่ำแบบอัจฉริยะแบบอัตโนมัต โดยจะมีตัว Ultrasoundที่ใช้วัดอุณภูมิตามความหนาบางของผิวหนังแต่ละส่วนที่ไม่เท่ากัน และมันจะปล่อยพลังงานให้เหมาะสมทุกส่วนของอวัยวะ นี่คือ ส่วนที่จะไม่ทำให้เราเจ็บปวด เช่นถ้าปล่อยพลังงานเท่ากันทั้งหน้า บริเวณกระดูกเราจะเจ็บมาก ดังนั้นมันจะวัดและปล่อยให้เหมาะสม เราจึงไม่เจ็บ

หลักการปล่อยพลังงานของ EXILIS II

คือ ปล่อย Monopolar radiofrequency (RF)กับUltrasound พร้อมกันโดย เทคโนโลยี Ultrasound จะเป็นตัวสนับสนุนพลังงานของ Monopolar radiofrequency (RF) ซึ่งเป็นพลังงานหลัก อย่างที่เราทราบกันถึงความเจ็บปวดของการทำ THERMAGE เวลายิงลงไปที่ผิวมันจะร้อนและเจ็บ จะมีระดับในความทนได้ของคนไข้แต่ละคน แต่ยิงลงลึกได้มากพลังงานสูงได้มาก ผลมันก็ดีมากตามกัน ดังนั้นอย่าแปลกใจที่ีคนที่มีความหย่อนคล้อยมองตาเปล่าเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ในการทำ THERMAGE ต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นกับพลังงานที่เขาสามารถรับได้ด้วย EXILIS จึงใช้จุดเด่นของเทคโนโลยี Ultrasound มาคอยเสริมซึ่งจะช่วยทำให้ผิวสามารถรับพลังงาน  Monopolar radiofrequency (RF) ที่สูงขึ้นได้ หมายความว่าจะยิงด้วยพลังงาน  Monopolar radiofrequency (RF) ที่สูง ผิวก็จะรับได้เพราะมีเทคโนโลยี Ultrasound คอยเสริมโดยการสั่นสะเทือนกระจายพลังงานไปให้ทั่วทุกบริเวณพร้อมๆกัน จะทำให้กลายเป็นรู้สึกว่าเหมือนใช้หินร้อนกลมๆกลิ้งให้ความอุ่นทั่วใบหน้า ไม่มีความเจ็บปวดใดใดทั้งสิ้น แต่ก็ยังมีในเรื่องของระดับพลังงานที่เรารับได้อีกเช่นกัน เช่นความร้อนไปเราอาจจะไหวแค่เท่านี้ และ แน่นอนว่า ยิ่งพลังงานสูงมาก ผลลัพธ์ย่อมเห็นชัดกว่า

การดูแลตัวเองก่อนทำ – หลังทำ EXILIS ll

ดื่มน้ำเยอะๆก่อนเพราะเนื่องจาก Monopolar radiofrequency (RF) มันเป็นความร้อน ระหว่างทำอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื่น เราควรดื่มน้ำให้เยอะเพื่อให้ผิวหนังของเราทนกับพลังงานสูงๆได้ดีขึ้น ยิ่งดื่มน้ำมากก็จะรู้สึกยิ่งสบายผิว และแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆหลังจากที่ทำด้วย เพื่อให้ผิวอิ่มน้ำ จะไม่มีแผล ไม่เจ็บปวด แค่หน้าแดดนิดนึง และ จะหายไปเพียงไม่ถึงชั่วโมง แต่จะรู้สึกกระชับบริเวณที่ทำ ก็สามารถทากันแดด ทาครีม แต่งหน้าได้เหมือนเดิม ใช้ชีวิตกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติทันที

จำนวนครั้งที่ทำ EXILIS ll

รุ่นใหม่คอรส์นึงจะต้องทำ 2 ครั้งทั้งหมด ทำครั้งแรก และ ทิ้งระยะห่างกัน 2 สัปดาห์ ทำครั้งที่สอง เป็นอันเรียบร้อย

ผลจะคงอยู่เฉลี่ยประมาณ 12 เดือน

นอกจากความหย่อนคล้อยที่มากน้อย และ การรับพลังงานได้เป็นตัวที่จะส่งผลถึงผลลัพธ์ที่ออกมา อีกส่วนคือผลลัพธ์จะเต็มที่ๆสุด ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองเช่น ไม่ออกไปโดนแดดจัด เพราะมันจะทำลายคอลลาเจนที่มีอยู่แล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการนอนดึกที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ พูดง่ายๆ ก็คือการดูแลตัวเองหลังทำก็สำคัญมากในการใช้เทคโนโลยีกระชับ แต่โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 12 เดือนที่คงสภาพกระชับอยู่

อายุที่เหมาะสมกับการทำ EXILIS ll

คนที่เริ่มมีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของผิวก็สามารถมาทำได้เลยค่ะ เช่น แก้มห้อยย้อย ไขมันแก้มเยอะ ดังนั้นอย่าแปลกใจ ที่มีเด็กอายุยังไม่ถึง 20 แต่มีปัญหาเรื่องผิวหย่อนคล้อยก็เริ่มมาทำกัน หรือ จะเป็นที่รู้จักกันคือ เหนียง ช่วงไขมันใต้คอ

 

EXILIS ll เห็นบอกว่าทำได้ทุกส่วนยกเว้นหู

ทำได้ทุกส่วนของร่างกายจริงๆ ยกเว้นใบหู เพราะหูไม่หย่อนคล้อย ทำได้ทั้งตัว แต่ที่ฮิตเมืองนอกมากสุด คือทำยกกระชับหน้าอก เนื่องจากไม่อยากศัลยกรรม สำหรับคนที่ไม่ได้หย่อนคล้อยขนาดหนัก และ อีกส่วนที่นิยมทำคือคอ เพราะคอมีเนื้อที่บาง การใช้ THERMAGE จะเจ็บมากทนแทบไม่ไหว พอปรับพลังงานน้อย ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่คุ้มกับเงินที่เสีย EXILIS ll ปรับสูงสุดแล้วบางทีคนไข้ยังรู้สึกอุ่นสบายอยู่เลย

 ระยะเวลาในการทำ EXILIS ll

ต้องใช้เวลาในแต่ละโซนค่ะ เช่นใบหน้า ก็จะแบ่งหน้าทั้งหมด 8 โซน แล้วเราก็แบ่งทำทีละโซน โดยที่ให้พลังงานในแต่ละโซนอย่างสม่ำเสมอและใช้เวลานานพอเพราะถ้าน้อยไปมันอาจจะไม่เห็นผลดี

 

ผลพลอยได้ของ EXILIS ll

จะเป็นเรื่องของผิวที่ดูเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น อย่างที่บอกว่าหลักการกระชับนั้นจะทุ่มเทไปกับการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เกิดขึ้นแบบไม่เจ็บปวดอีกต่อไป

สรุปคือผลที่ได้จาก EXILIS ll ทั้งหมดจะมีผลลัพธ์ในด้านไหน   

  • การยกกระชับ
  • ริ้วรอยตื้นขึ้น ลดลง
  • กระตุ้นเรื่องการไหลเวียนโลหิตดังนั้นสภาพผิวโดยรวมจะดีขึ้น 
  • ปิดรูขุมขน เพราะฉะนั้นผิวก็จะเนียนขึ้น
ราคา
80,000 บาท ต่อคอร์ส [ 2 ครั้งจบ ]

 เอาละ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น สำหรับเทคโนโลยีนี้อย่างที่บอก

เน้นยกกระชับ ยิ่งหย่อนคล้อยมากยิ่งเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

แม่เป็นตัวแทนผิวหย่อนคล้อยมากในวัย 60 ปี

เอิ๊กเป็นตัวแทนเรื่องแก้มที่สามารถกระชับได้อีก 26 ปี

บอกเลยว่าก่อนทำจะไม่เห็นผลของเอิ๊กชัดเพราะเอิ๊กชัดอยู่แล้ว

มาดูแม่เอิ๊กกันคนที่ผิวหย่อนคล้อยหลังทำจะเป็นยังไง

จะมี 2 หัวนะคะ คือ สำหรับทำหน้า และ สำหรับทำตัว

นอกจากดื่มน้ำเยอะๆก่อนทำก็ต้องแปะแผ่น grounding pad

เพื่อให้เครื่องสามารถปล่อยพลังงานไปยังบริเวณที่ต้องการรักษาได้ ทั้งหลังคุณแม่ ซ้าย

และ คุณลูก ขวา

ขั้นตอนต่อมาทาเจลเย็นให้สบายเวลาปล่อยพลังงานซึ่งเราจะรู้สึกอุ่นถึงอุ่นมากและ

ทำให้การกลิ้งของหัว EXILIS ll ไหลลื่นขึ้น

แบ่งหน้าเป็นโซนๆ และเริ่มกลิ้งหัว EXILIS ll แบบช้าๆ ละเอียดๆ ให้ทั่วถึงทุกอณูของโซนนั้น

ถ้ายังรู้สึกว่าทนความอุ่นไหวก็สามารถปรับพลังงานเพิ่มขึ้นได้ เพราะเราจะเห็นผลได้ดีกว่า

แต่ถ้าไม่ไหวก็สามารถลดระดับพลังงานได้เหมือนกัน

ถ้าผู้ที่หย่อนคล้อยมากก็จะทำไล่ลงคอไปด้วย แต่เอิ๊กมีเหนียงก็มีเก็บเหนียงใต้คางนิดนึง

ทำเสร็จหน้าแม่เอิ๊กแดงมาก เพราะใช้พลังงานสูงเกือบที่สุด เอิ๊กเอาน้อย เอาแบบอุ่นสบาย

เท่าที่ไหว อีกอย่างเอิ๊กทานน้ำไม่เยอะมากเท่าไหร่ แม่ดื่มน้ำเยอะ ชีไหวตลอด ดูหน้าเอิ๊กหลังทำ

ปกติมาก ชิวไปเลย ก็แต่งหน้าได้ปกติ แต่รู้สึกหน้ามันตึงๆยังไงไม่รู้ ฮ่าๆๆๆๆ มันรู้สึกยกๆ

แม้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่มันตึงๆมุมปาก ยังกับมาส์คหน้าไว้

เอิ๊กขออนุญาตเชิญดูผลงานหน้าแม่เอิ๊กก่อนผู้ที่ต้องเห็นผลหลังทำชัดกว่าเอิ๊กแน่นอน

เพราะท่านคล้อยมาก นี่คือ ครั้งแรกหลังทำทันที ต้องทำอีกครั้งภายในสองอาทิตย์ที่จะถึง

และรอดูผลนับจากการทำครั้งสุดท้าย ไป 1 – 3 เดือน เชิญเพื่อนแม่ ติดตามผลได้

ใน 3 เดือนนับจากนี้ เอิ๊กได้เก็บผลไว้ส่วนนึงแล้ว

นี่คือภาพที่วัดให้เท่ากันตั้งแต่ตำแหน่งตา ถึง ขนาดของปากให้พอดีกันในมุมเดิม เห็นอะไรไหม

เอิ๊กเห็นแล้วตอนนี้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ เลยต้องขีดเส้นวัดอีกทีให้แน่ใจเพราะบางทีตา

อาจจะเหล่ หรือ เอียงได้

ผลคือแน่ๆ เกิดการหดตัวของคอลลาเจนทันทีหลังทำ หน้ามีขนาดแคบลง

แบบมองตาเปล่าภาพแรกก็เห็น ซึ่งวันนี้ผ่านมา 7 วัน หน้าแม่เอิ๊กดูแคบลง แต่เรื่องกระชับ

เอิ๊กต้องรอทำครั้งที่ 2 ให้เสร็จก่อน และ รอเก็บผลอีกทีภายหลัง 1-3 เดือน

ข้อดี

  • ไม่เจ็บ
  • ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
  • แต่งหน้า ทาครีม ออกแดดได้ตามปกติ
  • ยกกระชับได้เหมือนกัน รวมถึงผิวหย่อนคล้อยกับคนที่อายุยังน้อย
  • ได้ความกระชับแบบเป็นธรรมชาติ
  • ผลพลอยได้คือผิวที่ดูเรียบตึง เนียนขึ้น

ข้อด้อย 

  • ราคาสูง
  • ต้องทำ 2 ครั้งถึงจบคอร์ส
  • ยังเป็นการผสมผสานเทคโนโลยียกกระชับตัวแม่ที่อาจจะแบ่งความเจ๋งมาอย่างละส่วน แต่ไม่ทั้งหมด ผลคงสู้เทคโนโลยีอย่าง THERMAGE และ ULTHERA ไม่ได้ แต่ก็ยกกระชับได้ในระดับนึงทีเดียว
  • การคงอยู่เฉลี่ย 12 เดือน น้อยกว่า THERMAGE และ ULTHERA 
ข้อแนะนำ
  • หย่อนคล้อยไม่มาก และ กลัวเจ็บ แต่อยากหน้ากลับมาดูเรียบตึง ผิวดูเนียน ริ้วรอยดูลดลงแบบเป็นธรรมชาติ เครื่องนี้เหมาะ
  • ใครกลัวเจ็บจาก THERMAGE และ ULTHERA เครื่องนี้เหมาะ
  • อายุน้อยที่มีเหนียง หน้าแก้มคล้อย เครื่องนี้เหมาะไม่หนักจนเกินไป แต่ก็ราคาแรงอยู่พอสมควร ทางที่ดีติดตามโปรโมชั่นสำหรับคนที่อายุไม่มาก จะคุ้มมาก

ผลลัพธ์ของ EXILIS ของฝรั่งบางส่วน เห็นแล้วเอาแม่ไปจัดโดยด่วน

 

มาลุ้นผลกันอีก 3 เดือนนะคะ <3

XOXO

 

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, EYES, FACE, RADIO FREQUENCY, REVIEW, THERMAGEComments (0)

การปรับรูปร่างที่มีมาแต่กำเนิดทำได้จริง


คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน นอกจากรูปร่างหน้าตา สีผิว ผิวพรรณ

แล้วยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้คนเราต่างกันนั่นคือ “โครงร่างกาย” ที่ต่างกัน

โดยเฉพาะสาวไทยจะเห็นได้ชัดเจนมาก เมื่อคัดเลือกผู้หญิงมา 100 คน

ที่เห็นได้หลักๆ มากที่สุดจะมี โครงร่างกาย 4 รูปแบบ ได้แก่

หุ่นทรงลูกแพร

หุ่นทรงแอปเปิ้ล

หุ่นทรงนาฬิกาทราย

หุ่นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า

 

 หุ่นทรงลูกแพร

ช่วงหน้าอกจะเล็กกว่าช่วงสะโพกก้นที่จะดูผายออกอย่างชัดเจน

และ ต้นขาอาจจะใหญ่อวบอิ่ม แต่ยังมีเอวที่คอด

 

 

 

 

หุ่นทรงแอปเปิ้ล

หน้าอก ไหล่ ผายกว้างออกกว่าช่วงสะโพก

แต่ ต้นขาดูเล็กลงมา คือ ช่วงบนใหญ่ ช่วงล่างเล็ก 

 

 

 

 

 

 

 

 หุ่นทรงนาฬิกาทราย

หุ่นในฝัน เอวคอดชัด มีหน้าอก และ

สะโพกที่ดูผายกว้างสมส่วนสมดุลรับกัน

 

 

 

 

หุ่นทรงกล้วย

หุ่นทรงตรงดูเท่ากันหมด สังเกตุนางแบบ

หน้าอก เอว สะโพก จะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

เอวไม่เล็กคอด เหมือนลูกแพรและนาฬิกาทราย

 

 

 

 

 

 

หลักสังเกตุง่ายๆ จะแบ่งเป็น 3 ส่วน

1 ลำตัวช่วงบน ไหล่ หน้าอก

2 ลำตัวช่วงกลาง เอว หน้าท้อง

3 ลำตัวช่วงล่าง สะโพก ต้นขา

พอเวลาน้ำหนักมาก ส่วนโคร่งร่างที่ขยายใหญ่มักจะขยายจนเห็นได้ชัด

พอเวลาน้ำหนักน้อยลงมากๆ ก็จะเห็นโครงร่างชัดเจนมากขึ้น

แต่ถ้าเช่นหุ่นโครงร่างแบบไหน พอผอม ก็ยังเป็นโครงร่างแบบนั้นอยู่ 

 

อดีตเราอาจจะเข้าใจว่า ถ้าเราเกิดมามีโครงร่างแบบใด

เราอาจต้องอยู่กับโครงร่างเหล่านั้นไปตลอดชีวิต

สิ่งที่คิดนั้นไม่ผิดแต่อย่างใด ปัจจุบันก็มีนวัตกรรม เทคโนโลยี

ที่สามารถปรับโครงร่างของร่่างกายได้ตลอดไปเช่นกัน

แต่จะหยิบยกแต่ละวิธีที่ก็มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง

หรือ ไม่มีค่าใช้จ่ายเลยที่จะช่วยทำให้เห็นโครงร่างชัดขึ้น

และช่วยคงโครงร่างในระยะยาว

ยกมาให้เห็นถึงบางวิธีที่มีความเสี่ยง

แต่ทุกวิธีคล้ายกันคือต้องใช้เวลารอคอย

การปรับโครงร่างมนุษย์ สามารถทำได้โดยวิธีใดบ้าง

ให้เปลี่ยนจากโครงร่างหนึ่ง ไปยังอีกโครงร่างหนึ่ง    

ในฐานะที่ผ่านขั้นตอนการเปลี่ยนโครงร่างมา 3 วิธีหลัก ที่กำลังจะพูดถึงนี้

ขอบอกว่าการเปลี่ยนโครงร่างแบบที่ต้องช่วยตัวเองตลอดนั่นคือการออกกำลังกาย

สำคัญมากที่สุดในชีวิต กว่าเทคโนโลยีทั้งปวง รวมถึง อาหาร การพักผ่อนที่พอเพียง

แม้อาจไม่ได้เปลี่ยนถึงระดับเซลล์ไขมันให้ตายจากไป เพราะร่างกายที่ดี

ไม่ได้ดูแลแค่วันเดียวแล้วพอ ต้องดูแลถึงระบบที่ซับซ้อนของมันถึงข้างใน

ที่สำคัญ อารมณ์ที่ดี การมีสุขภาพจิตที่ดี จะมีแนวโน้มให้เรายอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้

โดยอาจไม่ต้องแสวงหาวิธีที่ทำให้เจ็บ หรือ เสียเงิน

ส่วนตัวยอมรับว่าเป็นมนุษย์ และ เป็นคนที่ชอบศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการดูแลตัวเองอยู่เสมอ

และ เป็นโชคดีที่มาอยู่ในวงการนี้ทำให้ได้มีโอกาสได้ใช้ ได้ทดสอบ ทั้ง 3 วิธีในแต่ละกลุ่ม

พบว่าแต่ละวิธีก็มีข้อดี ข้อด้อยที่แตกต่างกันไป ขอบพระคุณอาจารย์ และ ผู้สนับสนุน

แต่ละวิธี รวมถึงตัวเอง ที่ตั้งใจอดทนในวิธีที่เงินซื้อไม่ได้ และ ตั้งใจเก็บประสบการณ์

ที่ผ่านมาเพื่อแชร์ให้แต่ละคนฟัง ผ่านมาหมด เพื่อเป็นวิทยาทานแก่คนอื่นต่อไป

ขอเริ่มจากสิ่งที่ยากที่สุด ที่เงินซื้อไม่ได้ก่อน

 

การเปลี่ยนโครงร่างต้องเข้าใจจุดนี้ก่อน ว่าหัวใจในการเปลี่ยนโครงร่างไปตลอด

คือ“กล้ามเนื้อ” และ “ไขมัน” กล้ามเนื้อจะได้มาได้

ก็ต้องฝึกออกกำลังกายให้บ่อย

ในที่นี่จะให้ทุกคนอ่านเรื่อง การทำความรู้จักกับเซลล์ไขมันก่อน

เพราะ เราจะเปลี่ยนโครงร่างได้ เซลล์ไขมันเราต้องตายถาวร

เพราะ วิธีนี้ ออกกำลังกาย และการเผาผลาญปกติให้ไม่ได้

CLICK

จำเป็นต้องอ่านมากค่ะ 

 

 

การเปลี่ยนรูปร่างของมนุษย์(ผู้หญิง)ทำได้ 3 ประเภท

วิธีที่ไม่เจ็บตัว ไม่เสียเงิน

1. การออกกำลังกาย + การควบคุมทานอาหารที่มีประโยชน์

เหมาะสำหรับเปลี่ยนโครงร่าง : ทุกรูปร่างให้มีความกระชับ รูปร่างสมส่วน สุขภาพแข็งแรงเข้ารูป / รูปร่างทรงกล้วย ทรงตรง สำหรับคนผอมบาง ดูไม่ค่อยมีสัดส่วน โค้งเว้ารูปร่างนี้อาจใช้วิธียกเวท ทานโปรตีน เพิ่มกล้ามเนื้อให้ดูใหญ่ มีสัดส่วน มีกล้ามแขน กล้ามขา เล็กน้อย และ มีกล้ามท้องที่สวยงาม

การออกกำลังกายแม้จะเป็นการออกกำลังกายแบบเน้นอัตราการเต้นของหัวใจ [ CARDIO ] / การยกเวท เพื่อสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน / การออกกำลังกายเฉพาะท่า เพื่อลดความอ้วนเฉพาะส่วน ทั้งหมดที่กล่าวไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใย ขับถ่ายง่าย จะช่วยคงรูปร่างของเราจากการใช้เทคโนโลยีตัวอื่นๆมาเปลี่ยนโครงร่าง โดยการทำลายเซลล์ไขมันไป ให้เห็นผลได้ดียิ่งขึ้น เป็นวิธีที่ต้องทำ 

ข้อดี : ช่วยคงสภาพโครงร่างจากวิธีอื่นได้ดีมาก / สำหรับหุ่นทรงกล้วย จะทำให้เปลี่ยนโครงร่างได้อย่างชัดเจน / สุขภาพดี / ร่างกายแข็งแรง / เห็นผลเร็วสุดชัดเจน 1 เดือนถ้าทำต่อเนื่อง + คุมอาหาร / ไม่มีแผล

ข้อเสีย : เซลล์ไขมันไม่ตายไปแค่เล็กลง หากไม่ออกกำลังกาย ไม่เลือกทานอย่างดี ก็กลับมามีโครงร่างเดิมได้ / ไม่ได้เปลี่ยนโครงร่างเรา น้ำหนักลดหรือเพิ่มโครงร่างเหมือนเดิม เช่น ถ้าขาใหญ่ น้ำหนักลงก็ใหญ่น้อยลง อาจใช้ลดแบบเฉพาะจุดไม่ได้ ยกเว้นคนที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ ให้ดูมีสัดส่วนมากขึ้น แต่ วิธีนี้ ต้องอดทน ดูแลทำตลอดชีวิต

 

วิธีที่เจ็บตัวและมีแผล

1 . ดูดไขมัน

เหมาะสำหรับเปลี่ยนโครงร่าง : สาวทรงลูกแพร สาวทรงแอปเปิ้ล สาวทรงนาฬิกาทราย / ลูกแพรอาจเอาเฉพาะขากับสะโพกออก , แอปเปิ้ล อาจเอาต้นแขนออก แล้วใส่เซลล์ไขมันบริสุทธิ์ตัวเองกลับไปที่สะโพก

หากจะให้พูดถึงวิธีที่HOT HITที่สุด และ เห็นผลชัดเจนที่สุด สามารถทำได้ทั้งกับคนอ้วน และ คนมีส่วนเกิน แน่นอนคงหนีไม่พ้น การดูดไขมันส่วนเกิน ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ และการใช้เทคโนโลยีมีเทคโนลีมากมาย แต่ลักษณะคล้ายกันคือจะใช้อุปกรณ์มรามีปลายด้ามเป็นเข็มยาวขนาด 1 ฟุตกว่า เจาะลงไปตามจุดที่มีเซลล์ไขมันรวมตัวอยู่ แล้วใช้ปลายเข็มกระทุ้งเซลล์ไขมันเพื่อดูดออกมาอย่างรวดเร็ว การดูดไขมันนอกจากเซลล์ไขมันที่ออกมาก็จะมีทั้งน้ำในร่างกาย เลือด น้ำเหลือง ปนออกมาด้วย บางเทคโนโลยี สามารถแยกเซลล์ไขมันบริสุทธิ์ออกมาได้ และ บางครั้งอาจมีการฉีดกลับเข้าไปในร่างกาย เพื่อเติมเต็มส่วนที่เป็นริ้วรอย หรือ อวัยวะบางอย่างให้เต่งตึง เช่น เสริมจมูก เสริมหน้าอก เติมเต็มร่องแก้ม ร่องใต้ตา ทำให้โอกาสแพ้มีน้อยมากเนื่องจากเป็นไขมันในร่างกายตัวเอง

ข้อดี : เซลล์ไขมันตายถาวร ทำในคนไม่อ้วนแต่มีส่วนเกิน หรือ อวบ จนกระทั่งอ้วนได้หมด / ทำครั้งเดียวเห็นผลชัดเจนมาก / เซลล์ไขมันตายไม่กลับมาอีก / สามารถนำมาฉีดกลับเข้าไปในร่างกายได้

ข้อเสีย :  ผิวหนังช้ำเห็นได้ชัดเจนเป็นเดือน / เจ็บมาก / มีแผลเป็น บางคนอาจเป็นคียลอยด์ แต่มีขนาดไม่ใหญ่มากประมาณหัวเข็มยักษ์ที่แทงลงไปที่ผิว / ต้องทำโดยคนที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญสูงมาก / รอผลเข้าที่ประมาณ 3 เดือน

[ ภาพการดูดไขมันที่ รพ วิชัยเวช ฯลฯ หนองแขม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 20 กว่าปีจากสวิตเซอร์แลนด์ เอิ๊กเข้าไปดูด้วย] 

 2. ศัลยกรรม การศัลยกรรมเพื่อประเปลี่ยนรูปร่างอวัยวะให้มีขนาดเล็กลง เช่น กระเพาะอาหาร หรือ เสริมให้ส่วนที่แบนราบมีส่วนนูน โค้ง มีมิติ เช่น ซิลิโคน เสริมสะโพก หน้าอก ซึ่งตอนนี้ ทั้งหญิง และ ชายก็เสริมได้ ให้ดูมีสัดส่วนที่น่ามองมากขึ้น

เหมาะสำหรับเปลี่ยนโครงร่าง : แอปเปิ้ล เช่น ซิลิโคนเสริมสะโพกให้ดูสมส่วนกับหน้าอกที่มีเยอะ / ลูกแพร เสริมนม เพื่อให้ดูสมส่วนกับสะโพกที่มีเยอะ ทั้งสองรูปแบบจะกลายเป็นหุ่นนาฬิกาทรายได้

ข้อดี : เห็นผลชัดเจนทันทีหลังทำ / เสริมสร้างความมั่นใจ / ปรับเปลี่ยนโครงรูปร่างแบบลงทุนในระยะยาว

ข้อเสีย : เป็นการผ่าตัดที่อาจจะเกิดแผลและบางทีเห็นได้ชัด สำหรับบางกรณี ก็ต้องรักษาแผลเป็นกันไป / มีการดมยาสลบ บางคนอาจแพ้ได้ / ต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูงมาก เพราะในร่างกายมีเส้นประสาท และ อวัยวะน้อยใยที่สำคัญ / อาจต้องรับกับผลข้างเคียงบางอย่างที่อาจเกิดขึ้น / อุปกรณ์ทุกชิ้นที่เสิรมลงไป ไม่รับประกันว่าจะอยู่ตราบชั่วชีวิต อาจต้องมีการเอาออก หรือ ปรับเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา ณ จุดนึง

[ ผู้ชายก็อยากจะมีเนินหน้าอก เท่ห์ไหมละ ]

[ สาวอกเล็ก เลิกกังวลได้ ซิลิโคน และ น้ำเกลือ และ คุณหมอพร้อมช่วยคุณเสมอ ]

วิธีที่เจ็บน้อยแต่ไม่มีแผล

1 เทคโนโลยีที่ใช้ความร้อนแบบ ULTRASOUND

ลงลึกชั้นไขมัน ใช้เทคโนโลยี HIGH INTENSITY FOCUS ULTRASOUND เป็นความร้อนยิงปล่อยลงไปในลักษณะสามเหลี่ยมเพื่อไปฆ่าเซลล์ไขมัน ต้องเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมด้วย และ บริเวณที่ยิงจะถูกทำลายด้วยความร้อน นั่นคือเหตุผลทำไมคนที่คิดจะทำวิธีนี้ต้องเป็นคนที่มีชั้นไขมันที่หนามากเพื่อที่จะไม่ให้เกิดอันตรายต่อกล้ามเนื้อ หรือ อวัยวะภายใน เหมาะกับ รูปร่างอ้วน มีน้ำหนัก มีไขมันเยอะ และ มีพื้นที่ที่มีชั้นไขมันหนาใหญ่ วิธีสังเกตุบีบเนื้อบริเวณที่จะทำแล้วเจอชั้นไขมันหนาประมาณ 1 นิ้วขึ้น ไปงั้นอาจทำให้มีผลกระทบต่อระบบอวัยวะภายในซึ่งอาจบาดเจ็บได้

เหมาะสำหรับเปลี่ยนโครงร่าง : สาวลูกแพรอาจเอาเฉพาะขากับสะโพกออก , สาวแอปเปิ้ล อาจเอาต้นแขนออก , สาวกล้วยอาจจะเอาช่วงไขมันเอวออก

ข้อดี : เซลล์ไขมันตายจริงและไม่กลับมาอีก /แพงมากมาก / ดูดไขมันพื้นที่ใหญ่ๆได้ดี / ไม่ต้องทำหลายครั้งมาก

ข้อเสีย : ดูดไขมันส่วนเกินบริเวณพื้นที่เล็กๆไม่ได้ / เจ็บมาก / ถ้าชั้นไขมันไม่หนาพอ อาจทำให้เกิดผลกระทบที่อันตรายต่อระบบอวัยวะภายใจ / ถ้าปรับพลังงานมากก็อาจไหม้ผิวได้ / รอประมาณ3 เดือนจะเห็นผลการจัดเรียงตัวของชั้นไขมันใหม่

2 เทคโนโลยีที่ใช้ความเย็นที่จุดเยือกแข็ง แช่ และ ฆ่าเซลล์ไขมันไป

เทคโนโลยีที่ไม่จำเป็นต้องมีไขมันเยอะก็ทำได้ คนที่ เหมาะกับ คนที่มีไขมันส่วนเกิน และ คนที่ไม่อ้วนมาก (อวบ) หรือคนผอมที่มีความต้องการทำลายเซลล์ไขมันในบริเวณที่เป็นส่วนเกินออก ตามแนวเสื้อชั้นใน ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง

เหมาะสำหรับเปลี่ยนโครงร่าง : ลูกแพร ลดต้นขน สะโพก พุง / แอปเปิ้ล ลดต้นแขน / กล้วย ลดเอวทั้งสองข้าง

ข้อดี : เซลล์ไขมันตายจริงและไม่กลับมาอีก / มีงานวิจัยรองรับ ผลลัพธ์ /คนตัวเล็กแต่มีส่วนเกินที่การออกกำลังกายเอาออกไม่ได้แต่วิธีนี้ใช้การได้

ข้อเสีย : แพงมาก / ต้องทำหลายครั้งเพราะหัวดูด [CYCLE] พื้นที่เล็ก / แต่ละครั้งค่อยๆลดลงประมาณ 20-25% / ใช้ได้แต่คนที่ผอมแต่มีส่วนเกิน หรือ อวบไม่มาก ใช้กับคนอ้วน เนื้อเยอะ ไขมันเยอะมากไม่ได้

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีที่เอิ๊กเอามาฝากกัน เอิ๊กเป็นสาวทรงลูกแพรบนเล็กร่างใหญ่

เป็นคนอวบง่ายลงพุง ลงก้น ลงต้นขาก่อน หุ่นจะแบบดูเด็กๆ พุงโตๆ ขาป้อมๆ ฮ่าๆ

ทั้งหมดลองมา 3 ประเภทครบที่เหมาะกับตัวเอง ทั้งไม่เจ็บ เจ็บ และ เจ็บน้อย

ตอนนี้ที่อยากเอาออกเพิ่มอีก คือ พุง ก้น ต้นขา หุ่นถึงจะใกล้เคียงเปลี่ยนโครงร่างไปเลย

และ คงสภาพด้วยการออกกำลังกาย จึงเขียนมาฝากกัน

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

วันนี้ก็จะมา REVIEW การเปลี่ยนโครงร่างด้วยวิธีที่เจ็บน้อยแต่ไม่มีแผลกันก่อน

คือ การฆ่าไขมันด้วยความเย็น

ออกกำลังกายต้นเดือนหน้า และ ศัลยกรรม เดือนนี้ละ 555555555 สรุปก็ยังห่างไกล

จากนาฬิกาทรายสำหรับช่วงสะโพกอยู่ 2.5 นิ้ว เอิ๊กก็จะมีโครงร่างที่เปลี่ยนไปจากกำเนิด

แรงบันดาลใจให้อยู่ก็คิดเรื่องบทความนี้ ต่อยอดจากบทสัมภาษณ์ และ งานวิจัย

ของอาจารย์พี่ที่เคารพรักของเอิ๊ก ซึ่งเอิ๊กเอามารวมกับประสบการณ์ด้านออกกำลังกาย

และ ศัลยกรรมของตัวเอง วิธีที่อาจารย์พี่ไม่ชอบ 55555 แต่ก็นำมาเป็นส่วมผสมที่ลงตัว

เกิดบทความ TRANSFORMER รูปร่างตั้งแต่ต้นกำเนิดขึ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รังสิมา วณิชภักดีเดชา

เอิ๊กอยู่กับเธอมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เราเจอกันเฉลี่ยเดือนละครั้ง เธอมีพฤติกรรม

ทานขมมหวานเก่งมาก ชอบชีส ชอคโกแลต อะไรที่อวบอาจารย์พี่เอิ๊กจะทานเก่งมาก

แต่ด้วยความที่เป็นอาจารย์แพทย์ผิวหนัง รวมถึง INTERNATIONAL SPEAKER

ระดับประเทศ เดินทางไปแลกเปลี่ยน และ ให้ความรู้ นวัตกรรมผิวหนังให้กับต่างชาติบ่อยมาก

ซึ่งจะเห็นว่า เธอไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ทำงาน 1-6 วัน อีกวันก็เป็นวันเที่ยวเพื่อครอบครัว

นอนน้อยมาก เคยนอนด้วยกันตอนทริปดูงานผิวหนังแบรนด์นึง เอิ๊กพบว่าแกให้ความสำคัญ

กับทุกสิ่งรอบตัว อาจจะเป็นเหตุให้ผอมลงรึเปล่าไม่รู้ แต่นน.จากเกือบ 60 ตอนนี้

เธอน้ำหนักเท่าเอิ๊กหรืออาจจะน้อยกว่าเอิ๊กในเร็วๆนี้ ก็แอบถามตลอดทำอะไรๆ

เธอก็จะบอกลองเครื่องนู่น นี่ เพื่อทำงานวิจัย แต่เท่าที่เห็นมาปีกว่า เธอเล่นกับเครื่องนี้

ZELTIQ COOL SCULPTING ซึ่งเอิ๊กลองตามแกบอกตรงๆ ก็พบว่าลด แต่ลดทีละน้อย

เพราะเหมาะกับคนตัวเล็ก อวบ แต่มีส่วนเกิน คนอ้วนไม่เหมาะ

วิธีการทำงานอย่างละเอียด ของเครื่องสลายไขมันด้วยความเย็น

 

 

คุณหมอรังสิมาเป็นคนทำวิจัยเรื่องนี้เองหลังจากทดสอบผ่านมา 1 ปี และ มีหัว CYCLE

สำหรับดูดต้นแขน ต้นขา เพิ่ม อดีตมีแค่หน้าท้อง เอว เนื้อใต้เสื้อใน บริเวณกว้างๆ

 ขนาดทำอยู่คุณหมอก็สอนตลอด จนเกิดบทความอันนี้ขึ้น เพราะเราสงสัยกัน

ว่าปรับสรีระโครงร่างได้ตลอดไปไหมก็เลยมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ฮี่ๆ

ที่ ISKYCENTER ได้รับหัวที่ใช้กับ แขน ขา เป็นที่แรกในประเทศ เพราะคุณหมอเป็น

KEY OPINION LEADER

ในวงการผิวหนัง เอิ๊กเลยโชคดีไปด้วยที่จะได้เรียนรู้เทคโนโลยีนี้ก่อนใคร และทดสอบกับ

ตัวเอง 6 CYCLE หรือ 6 จุดแล้ว หน้าท้อง 2 ต้นขาด้านใน 2 ครั้ง เอิ๊กเห็นความเปลี่ยนแปลง

ของตัวเองที่ไม่ใช่จากงานวิจัยคุณหมอ เลยต้อง REVIEW ก่อน

หัวนี้แกถือ แล้วบอก “พี่ได้คนแรกเลย เพราะใช้เยอะสุด นี่ออกงานวิจัยแล้วด้วย”

เอิ๊กภูมิใจกับแกมาก เอิ๊กอยากมีวินัย ขยัน เหมือนแก ที่ทำบนพื้นฐานความปลอดภัย 

และต้องพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์ได้ แกจึงถ่ายทอดออกมาในทางที่ถนัดคุณหมอชอบทำวิจัยมาก

แกเป็นคนสร้างการประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยตัวเอง 🙂

รางวัลล่าสุด ขออวดหน่อย (ไม่ใช่ของตัวเอง) อิอิ แต่ภูมิใจกับความสำเร็จของคนที่เรารัก

ดังนั้นไม่แปลก ถ้าเอิ๊กจะบอกว่าเอิ๊กรักพี่เขามากที่สุด เขาเป็นผู้หญิงคนนึงที่มีอิทธิพลในชีวิตเอิ๊ก

มีอีกหลายเรื่องที่ไม่อาจเล่าได้ พี่เขาเป็นผู้มีพระคุณในชีวิตเอิ๊ก อาจารย์ใคร ใครก็รัก

อย่างน้อยเขาทำให้เอิ๊กหมดกังวลเรื่องที่ใหญ่อีกหนึ่งเรื่อง คือ เกี่ยวกับผิวหนังบนหน้า

เอิ๊กแทบจะดูแล คิด และ เลือกใช้ สกินแคร์จนมีผิวที่มีสุขภาพดี มานั่งเขียนถ่ายทอดความรู้

ผิวหนังบอกเลยว่าเพราะคุณหมอทุกคนใน ISKYCENTER สำหรับความรู้ทุกอย่าง 

เอิ๊กอาจไม่ได้ลองเป็นคนแรกในไทย แต่เอิ๊กดีใจที่เป็นส่วนหนึ่ง เอิ๊กทำสองครั้งต้นขาบนล่าง

ที่เคยทำความแตกต่างหลังทำเสร็จของพุงกับขา ต้องนวดๆๆจะได้ผลดี

 อ่านขั้นตอนละเอียดที่นี่

 

งานวิจัยคุณหมอ คนไข้เป็นคนไทย ทำ 1 ครั้งที่ต้นแขน

ทำหนึ่งครั้งต้นขาด้านใน รอผล 3 เดือน น้ำหนักเท่าเดิม สัดส่วนขาลง และ ดูเรียบขึ้น

ทำหนึ่งครั้งต้นขาด้านใน รอผล 3 เดือน น้ำหนักเท่าเดิม สัดส่วนขาลง และ ดูเรียบขึ้น

เอาละคราวนี้มาชมของเอิ๊กบ้าง 555555 น้ำหนักขึ้นปกติขาจะไม่มีช่องว่างตรงกลางเลย

โครงร่างขาเปลี่ยนเลย จนตอนนี้ อยากบอกว่าสะโพกความหวังอยู่ที่ ZELTIQ อ๊าคคคคคค

น้ำหนักขึ้นด้านข้างออก แต่ต้นขาด้านใน ดูหดกว่าเดิมด้วย 

ข้อด้อยที่เห็นอีกอย่าง มันเป็นการเอาไขมันออก เป็น SHAPE รูปหัว CYCLE

ที่ใช้ดูดเลย 555 ชัดมาก ต้องทำอีกให้เรียบเท่ากัน

 

และดูอาจารย์พี่สาวสุดที่รักของข้าพเจ้าลองคนเดียว

ทั้งต้นขาด้านใน ด้านนอก ด้านหลัง ด้านข้าง ท้องอีก 3 รอบ

ตอนนี้ท้องที่เคยห้อยตอนมีน้อง เรียบแปลื แกเป็นคนหุ่นลูกแพร

หน้าอกเล็ก ขาใหญ่มาก แล้วดูตอนนี้สิ WHAT!! พี่ทิ้งหนูไปแล้วค่ะ รอบเอวเล็กกว่าเอิ๊ก

ขาพอกันแล้ว น้ำหนักเท่ากันแล้ว แต่พี่สูงกว่าหนู

สรุปจะทำต่อแน่นอนกับ ZELTIQ แต่เอิ๊กจะทำขา และ สะโพก และ พุง ค่อยเป็นค่อยไป

เพราะครั้งนึงใช้เวลานานมาก จุดละ 1 ชม หมายความว่าขาต้องมี 2 ชม ถึงทำครบ

คิดว่าแพงมากจุดละ 30,000 บาท ขึ้นกับโปรโมชั่นด้วย จะถูกมาก 10000 กว่าบาท

ดังนั้น ควรออกกำลังกาย คุมอาหาร

โครงรูปร่างคุณจะเปลี่ยนไปตลอดชีวิต สำหรับคนมีส่วนเกินตั้งแต่หน้าท้อง

ต้นแขน ต้นขา ใครจะดูดนมก็ได้นะ ถ้านมใหญ่ 5555555

หรือ ยกเว้นใครจะทำตัวแบบคุณหมอทำงานทุกวั

กินขนมหวานบ่อย อารมณ์ดีเยอะๆ ก็ผอม แต่ตอนนี้แนะนำให้แกออกกำลังกายอยู่

คนที่เรารักเราก็อยากให้อยู่กับเรานานๆ

ขอบพระคุณ ISKYCENTER และ คุณหมอเพ็ญ อาจารย์พี่สุดที่รักสำหรับข้อมูลฮะ

ฝากเพจด้วยฮะ งานนี้ไม่มีค่าจ้าง ไม่ต้องคิดว่าอวย แต่เห็นว่ามีประโยชน์

อยากเขียน และ มันเกิดขึ้นจริงเลยมาเล่าสู่กันฟังฮะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่รูปภาพ

www.iskycenter.com

http://tengroupblog.blogspot.com/2013/03/swimwear-body-shape-guide.html

ที่มาข้อมูล

– สัมภาษณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รังสิมา วณิชภักดีเดชา

– ประสบการณ์ตรงของตัวเองล้วนๆ

 

Posted in HOW TOComments (0)

BEAUTY TALK – เทคนิคการฉีดโบทูลินูมทอกซินแนวกรามสำหรับคนที่ฉีดบ่อย


ISKYCENTER ขณะที่กำลังจัดการกับกล้ามเนื้อกรามที่เคี้ยวข้าวให้ฟีบลง

แก้มก็อาจจะไม่เกี่ยวเพราะเป็นไขมัน วันนี้ึคุณหมอรังสิมา อาจารย์แพทย์

และเป็นอาจารย์ของเอิ๊ก ก็ทำการฉีดโบทูลินูมทอกซินให้เหมือนเคย รอบนี้มากับความรู้ใหม่

” เวลาที่คนไข้ฉีดโบทูลินูมทอกซินบริเวณแนวกรามบ่อย

บางครั้งเราอาจจะคลำไม่เจอกล้ามเนื้อแนวกราม เพราะกรามเล็กลง “

เป็นการให้ความรู้ ที่คุณหมอได้บอกเอิ๊กไว้ว่ามันเป็นเทคนิคส่วนตัวของคุณหมอคือ

จะใช้นิ้วดันขอบกล้ามเนื้อกรามไว้ ดังภาพให้คนไข้กัดฟัน กล้ามเนื้อกรามจะแข็งขึ้นมานิดนึง

แล้วจึงทำการฉีดโบทูลินูมลงไป เพื่อให้เกิดความแม่นยำ ได้ประสิทธิผลดี

เพราะการกดบางที ถ้ามีทั้งไขมัน และ กล้ามเนื้ออาจจะคลำพบได้ยาก

(คุณหมอว่าหนูรึเปล่าคะ 555555555555 หนูไขมันเยอะ)

จึงใช้นิ้วดันประคองไว้ขอบกระดูกไว้ เพราะกล้ามเนื้อมักจะยึดเกาะกับกระดูกเสมอ

จึงปลอดภัย ถูกตำแหน่งที่ต้องการ และไม่เกิดอันตราย หรือ ผลข้างเคียงเช่น ปากเบี้ยวตามมา

ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ

^______________^

Posted in BOTOX, HOW TOComments (0)

เซลล์ไขมันเล็กลงกระชับสัดส่วนด้วย FREEZE VENUS


หาวิธีลดแก้มมาได้อีก 1 อะฮี่อะฮี่ 5555555
lol [ ขำแบบถูกอกถูกใจ ]

เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ RF แบบ 4 – 8 ขัั้ว
โดยปล่อยพลังงานความร้อนวิ่งกระจายแบบทั่วถึงสลับขั้วไขว้กันไปมาได้
และ ลงลึกกว่า ปกติเคยแนะนำการทำ TRILIPO [ RF แบบ 3 ขั้ว ]
ในการทำให้เซลล์ไขมันเล็กลง สำหรับ 3 ขั้วนั้นดีอยู่แล้ว
เพียงแต่ความร้อนของ 3 ขั้วจะวิ่งหากันเป็นขั้วต่อขั้วเท่านั้น
จะไม่สลับขั้วไขว้กันไปมา ทำให้เหลือพื้นที่ด้านในตรงกลาง
ที่ความร้อนไม่ได้ส่งผ่านไปถึง จึงทำให้เกิดเทคโนโลยี FREEZE
ที่เป็น 6-8 ขั้ว ส่งพลังงานได้ทั่วถึงสลับขั้วไขว้กันไปมาได้
ความร้อนจึงกระจายตัวทั่วโดยรอบ และ ลงลึกกว่า
ผลลัพธ์ย่อมเห็นผลชัดเจนดีกว่า
 
หลักการ TRILIPO ส่งผ่านความร้อน 3 ขั้วโดยจะมีตัว MUSTLE
ที่ช่วยยกชั้นไขมันขึ้นมาเพื่อปล่อยความร้อนให้เซลล์ไขมันเกิดการเผาผลาญจนขนาดเล็กลง
และ เมื่อการจัดเรียงตัวใหม่ รูปหน้าก็จะกระชับ
และมีขนาดเล็กลงเนื่องจากเซลล์ไขมันมีขนาดเล็กลง CLICK อ่านเพิ่มเติม
 
หลักการ FREEZE ซึ่งถูกออกแบบมาแบบ 6-8 ขั้วโดยผสมผสาน
กับELECTRO MAGNETICหรือคลื่นแม่เหล็กช่วยสามารถกระตุ้นการทำงาน
ของผิวบริเวณนั้นให้เซลล์พัฒนาการทำงานได้ดีขึ้น และจุดเด่นสุดคือ
ให้วิ่งแบบสุ่มไขว้กันสลับขั้วไปมาให้ส่งผ่านความร้อนขั้วต่อขั้วด้วย
และวิ่งสลับขั้วไปมาจนไม่เหลือพื้นที่ว่างจุดไหนที่ไม่เกิดความร้อน
ดังนั้นตรงกลางก็ถูกความร้อนเต็มๆทั้งร้อนเร็ว และ ร้อนเยอะในวงกว้างกว่า
การรักษาจึงเจ็บน้อย และ คงความร้อนให้ทำงานได้นานกับเซลล์ไขมัน
ผลลัพธ์จึงดีกว่ามาก
8 ขั้วทำบริเวณใบหน้า – ลำตัว
4 ขั้วทำบริเวณดวงตา
 
บริเวณที่สามารถทำได้
  • รอบดวงตา
  • ใบหน้า
  • ลำตัว
 
ข้อดี
  • การวิ่งของพลังงานคลื่นวิทยุให้ความร้อนทำให้เกิดผลหลายอย่าง กระชับ ลดริ้วรอย สร้างคอลลาเจน ลดขนาดเซลล์ไขมัน ลดเซลล์ไลท์ ทำให้ผิวเรียบเนียน ยืดหยุ่น มีสุขภาพดีขึ้น กระชับสัดส่วน
  • มีการผสมผสานคลื่นแม่เหล็กช่วยให้เซลล์พัฒนาการทำงานดีขึ้น
  • ผลลัพธ์เห็นชัดตั้งแต่ครั้งแรกในบริเวณที่ไม่ใหญ่มากเช่นไขมันบนใบหน้า
  • ความร้อนของคลื่นวิทยุสามารถส่งผ่านได้ทั่วถึง เร็ว
  • ไม่มีแผล กลับบ้านได้ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีใครรู้ว่าไปทำอะไรมา
 
ข้อด้อย
  • ร้อนกว่า TRILIPO หลายเท่า
  • ถ้าตั้งค่าไม่ดีมีโอกาสไหม้ได้
  • ต้องทำบ่อย ต่อเนื่องเพื่อคงสภาพ
  • ไม่สามารถกำจัดเซลล์ไขมันได้ แค่ช่วยลดขนาดให้เล็กลง
  • ไม่สามารถแทนการออกกำลังกาย
ผลลัพธ์
บริเวณไม่ใหญ่ก็สามารถสังเกตุได้ตั้งแต่ครั้งแรก สามารถทดสอบโดยการทำครึ่งนึง ไม่ทำครึ่งนึง แล้วเปรียบเทียบกัน
 
อายุ
เริ่มตั้งแต่ 20 เป็นต้นไปที่เริ่มมีส่วนสะสมของไขมัน ส่วนเกิน ส่วนที่ไม่กระชับ หรือ หย่อน คล้อย ตามใบหน้า ลำตัว
 
ความต่อเนื่อง
4-6 ครั้งต่อเดือน หลังจากนั้นลดปริมาณลงได้ 10 ครั้งก็จะเริ่มเห็นผลที่ชัดเจนขึ้น
 
ไม่รู้จะพูดอะไรหลักจากทำบทความนี้จบ นอกจากคำว่าอยากทำ เพราะไม่อยากให้เอาเซลล์ไขมันออกไป แค่อยากให้มันกระชับ และ เล็กลงได้ชั่วคราว เพราะถ้าเอาออกกลัวใบหน้าฟีบ และ เปลี่ยนไป 🙂
 
ที่มาข้อมูล
  • เทปสัมภาษณ์แพทย์หญิง นุศรา วงศ์รัตนภัสสร แพทย์ที่ปรึกษา ISKYCENTER
ที่มารูปภาพ
  • http://beatitudemedspa.com/venus-freeze-skin-tightening.html,americanhealthandbeauty.com,4everyoungclinic.com,medishape.com.my,http://www.cosmediclist.com/
 

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, CHEEKS, CHIN, FACE, LIPO, RADIO FREQUENCYComments (0)

ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์เป็นคลื่นและวิธีการแก้ไขให้ดีขึ้น


ทุกวิธีที่กำลังจะกล่าวไม่ได้การันตีว่าจะช่วยได้ 100% แต่จะดีขึ้นได้
ยกเว้นแต่ฉีดเข้าไป และ ฉีดสลายทีละนิดทันทีก็อาจจะทำให้
ฟิลเลอร์สลายไปได้รวดเร็วมากกว่าค้างอยู่ใต้ผิวหนังและรอวันสลาย
ความจริงไม่อยากกล่างถึงเรื่องนี้ แต่เผื่อคนที่ได้ประสบปัญหาเดียวกัน
อาจจะพอเป็นแนวทางให้ได้ลองเป็นข้อมูล เอิ๊กเกิดปัญหาบริเวณคาง
เหตุผลที่ฉีดฟิลเลอร์ประเภทHYALURONเข้าไปเพราะมันจะสลายไปเอง
เมื่อถึงเวลาของมัน โดยที่เอิ๊กก็ไม่ทราบถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นได้
และ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่อย่างน้อยรู้สึกโชคดีที่ทำแค่คาง
ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ฉีดคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อได้บ้าง
เห็นเงาดำๆเทาๆไหม นั่นเลย T_T ตอนนี้มันเกิดขึ้น 2 จุดแล้ว
 
ผลข้างเคียงหนึ่งที่อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ประเภทสารไฮยารูรอนิคเอซิด คือการทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดไม่เรียบเนียน เป็นคลื่น ขรุขระ หรือ บุ๋มลงไป วันนี้จะมาพูดถึงการแก้ไขปัญหานี้โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา
การเกิดคลื่นบริเวณผิวที่ฉีดฟิลเลอร์เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้างคะ ? 
1. เทคนิคการฉีดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านอาจไม่เหมือนกัน สาเหตุนี้อาจเกิดจากบางท่านฉีดแล้วก็ปล่อย ฉีดแล้วก็ปล่อย (ไม่ได้ฉีดครั้งเดียว คล้ายกับฉีดทีละลูกแล้วปล่อย แล้วฉีดเข้าไปอีกลูกแล้วปล่อย) พอฟิลเลอร์เข้าไปเป็นก้อน มันก็อาจทำให้เกิดเป็นคลื่นตั้งแต่ครั้งแรก
2 การฉีดฟิลเลอร์ซ้ำเข้าไป ในกรณีที่ฟิลเลอร์เก่ายังสลายไม่หมด เป็นการฉีดซ้ำในเวลาที่เร็วเกิน ในขณะที่คลื่นบริเวณที่เกิดขึ้นครั้งแรกกำลังสลาย (ที่ยังคงเหลืออยู่ที่บริเวณนั้น) ก็อาจทำให้เห็นเป็นก้อนคลื่นได้
3 การฉีดใกล้กล้ามเนื้อบริเวณที่ตื้น เช่น บริเวณผิวหนัง บริเวณคาง พอเวลาเกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อก็อาจจะเห็นเป็นคลื่นได้
 
การแก้ไขให้ผลข้างเคียงดีขึ้นได้บ้าง
จะพิจารณาจากการที่รู้ว่าคลื่นนั้นเกิดด้วยสาเหตุอะไร และ คนไข้ต้องการปล่อยฟิลเลอร์นั้นไว้ หรือ ต้องการจะนำออก
 
วิธีที่1
ยาชื่อว่า HYALURONIDEAD สามารถใช้ตัวยาฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ทันที ถ้าเกิดว่าฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแล้วเกิดเป็นลูก  ฉีดภายใน15-20 นาทีแรกจะสลายไป 60-70% หลังจากนั้นที่เหลือจะสลายไปภายในอาทิตย์นึง
  • ข้อดี สลายฟิลเลอร์ได้ทันที
  • ข้อด้อย ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ในบางคน เกิดผื่น หรือ หอบแน่นหายใจไม่ออก , เราไม่สามารถสั่งให้ยาสลายได้แค่HYALURONIC ACID ในผิวที่เกิดจากฟิลเลอร์ได้เพียงอย่างเดียว เพราะเวลาฉีดลักษณะจะเป็นเจลใสกระจายคล้ายรากต้นไม้ซึมลงไปสู่ผิวชั้นหนังแท้ ดังนั้นเวลาสลายอาจจะทำให้ HYALURONIC ACID ของผิวจริงสลายไปด้วยได้ , ถ้าคนไข้เกิดไปฉีดฟิลเลอร์ประเภทอื่นที่ไม่ใช่ HYALURONIC ACID แต่เป็นฟิลเลอร์ประเภทอื่นเช่น ซิลิโคน ถ้าเราฉีดยาตัวนี้เข้าไปก็จะสลายฟิลเลอร์ประเภทนี้ไม่ได้ , ถัาฉีดมากเกินไปก็อาจจะทำให้ผิวหนังเป็นคลื่นเพราะ HYALURONIC ACID ชองผิวหนังอาจจะหายไปบางบริเวณ เทคนิคผู้เชี่ยวชาญบางท่านจึงจะฉีดสลายแต่ปริมาณน้อย และ นัดมาตรวจผลบ่อยๆประมาณ 1-2 ครั้งภายใน1เดือน เพื่อให้ปริมาณยาครั้งต่อไปหากสลายยังไม่หมด
 
วิธีที่2
การใช้ความร้อนสลายฟิลเลอร์ เหมือนดังเวลาที่ฉีดฟิลเลอร์ประเภทHYALURONIC ACIDแพทย์จะสั่งให้เราหลีกเลี่ยงการซาวน่า งดอาบน้ำอุ่นน้ำร้อนซัก 1 เดือน หรือแม้แต่การนวดคลึงบริเวณนั้น ถ้าเราต้องการทำให้ผิวบริเวณที่ขรุขระ เรียบเนียนขี้นได้บ้าง อาจใช้คลื่นวิทยุส่งความร้อน อาจทำให้ฟิลเลอร์ของผิวหนังบริเวณนั้นมันสลายส่งผลให้ผิวหนังเรียบเนียนขึ้นได้ อาจจะเห็นเป็นคลื่นน้อยลง หรือ บริเวณที่บวม เราอาจเห็นเป็นคลื่นน้อยลงได้
  • ข้อดี ไม่เจ็บ
  • ข้อด้อย ต้องทำบ่อยต่อเนื่องจนกว่าจะสลาย / มีค่าใช้จ่ายสูงอาจจะมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์เพราะต้องทำต่อเนื่อง 
 
วืธีที่3 การฉีดโบทูลินูมทอกซินบริเวณผิวหนังกล้ามเนื้อตื้นที่เป็นคลื่น เพราะส่วนนึงเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ อาทิ บริเวณหน้าผาก บริเวณคาง อาจทำให้ผิวด้านบนเรียบขี้นได้ หลอกตาทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ตัวฟิลเลอร์จริงๆ 
  • ข้อดี ช่วยพลางสายตา และ ทำให้กล้ามเนื้อที่หดคลายตัว ดูเรียบเนียนตื้นขึ้น
  • ข้อด้อย อยู่ได้ไม่นานเป็นแค่การคลายกล้ามเนื้อชั่วคราว หมดฤทธิ์ต้องทำใหม่
 
ทั้ง 3 วิธีจึงไม่สามารถแก้อาการผิวเป็นคลื่นจากการฉีด HYALURONIC ACID ให้หายเป็นปกติ หรือทำให้ผิวหนังเรียบเนียนได้ 100% คงต้องรอฟิลเลอร์สลายไปจนหมดเองตามธรรมชาติ ยกเว้นการฉีด HYALURONIC ACID และฉีดสลายด้วย HYALURONIDEAD จะสามารถสลายได้เกือบ 100% 
 
ผิวหนังที่เป็นคลื่นกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม ?
ขี้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ประเภทHYALURONIC ACIDนั้นๆ จะสลายไปเอง ถ้าเกิดสลายเป็นแล้วยังเป็นคลื่นเช่นบริเวณผิวหนังตื้นๆที่เป็นกล้ามเนื้อก็อาจใช้โบทูลินูม ทอกซินช่วยได้
 
คำแนะนำ
  • เลือกผู้เชี่ยวชาญก่อนฉีดฟิลเลอร์ถ้าหมอที่เชี่ยวชาญหากเกิดผลข้างเคียงด้วยประสบการณ์ก็จะแก้ไขได้อย่างเร็วและทันท่วงที
  • เลือกประเภทฟิลเลอร์HYALURONIC ACIDที่ใช้ควรผ่านการร้บรองจากองค์การอาหารและยา ทางที่ดีสามารถขอดูกล่อง และขอบรรจุภัณฑ์กลับมาเก็บไว้ที่บ้านได้ หากฉีดอีกรอบจะได้เสมือนเป็นการเก็บประวัติตัวยาและปริมาณที่เคยใช้
  • เลือกสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงหมอกระเป๋าหรือผู้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากเกิดปัญหาในสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองก็จะช่วยได้ทันท่วงที รวมถึงการแก้ปัญหาของผลข้างเคียง
XOXO

Posted in FACEComments (0)

E-PRIME เทคโนโลยียกกระชับผิวหย่อนคล้อยที่ล้ำกว่า THERMAGE


E-PRIME เทคโนโลยี RF คลื่นวิทยุยกกระชับลดความหย่อยคล้อย
ที่ล้ำกว่า THERMAGE
ปัจจุบันถ้าให้พูดถึงเทคโนโลยียกกระชับที่ได้ความเป็นธรรมชาติมากกว่าการศัลยกรรมผ่าตัดดึงใบหน้าคลื่นวิทยุขั้วเดียว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์รองลงมาจากการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นย่อมน้อยกว่ามาก ระยะเวลาการเห็นผลนานกว่าแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างน้อยสำหรับ THERMAGE เองใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนขึ้นกับช่วงอายุและริ้วรอยจึงจะมองเห็นผลที่ค่อยๆชัดขึ้น และ อยู่ยาวนานประมาณ 12-18-24 เดือน แต่ด้วยทำไมถึงยังคงเป็นทางเลือกสูงอีกหนึ่งตัวเลือก เพราะให้ความเป็นธรรมชาติ ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าไปทำอะไรมา ไม่มีแผลเป็น และ เมื่อทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ ไม่ต้องพักฟื้น แต่งหน้าได้ตามปกติ และไม่ใช่การผ่าตัดที่ทำให้เกิดบาดแผล สำหรับคนไม่สะดวกในการผ่าตัด
 
ก่อนจะเกิด E-PRIME ได้มีงานวิจัยที่ทางรพ.ศิริราชได้จัดทำขึ้น เกี่ยวกับการเสียบเข็มลงไปบนผิวหนัง ว่าหากเสียบลงไปเฉยๆ จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ กระตุ้นคอลลาเจน หรือ ยกกระชับอะไรได้บ้าง ปรากฎว่าไม่มีผลลัพธ์ใดๆเกิดขึ้ เมื่อตัดชิ้นเนื้อออกมาดู คราวนี้จึงมีการทำวิจัย โดยการเสียบปลายเข็มลงบนผิวหนัง และ ปล่อยความร้อนลงสู่ปลายเข็ม ผลปรากฎว่า เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนจีงเกิดการกระชับของผิวขึ้นได้
 
www.erk-erk.com
หลักการทำงาน E-PRIME
www.erk-erk.com
 เหตุผลที่ E-PRIME ออกมา เนื่องจากผลลัพธ์ที่เกิดผลของ THERMAGE
อาจจะใช้เวลาหลายเดือน จึงเกิดแนวคิดทำให้ความร้อนลงไปลึกขึ้นผ่านปลายเข็ม
แต่หลักการทำงานนั้น COPY Thermage มาเลยเพียงแต่ลงลึกและ เห็นผลดีกว่า
เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ ที่ทำให้เกิดความร้อนผ่านปลายเข็มที่สอดลงไปใต้ผิวหนัง
และความร้อนโดยคลื่นวิทยุนั้นจะถูกส่งผ่านลงลึกไปยังชั้นหนังแท้ส่วนลึก
เพื่อทำให้คอลลาเจนที่มีอยู่กระชับตัว และช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วย  
ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น เรียงตัว กระชับได้รูปขึ้น มีสุขภาพผิวดีขึ้น
สุขภาพผิวแข็งแรงขึ้น และผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลงได้
ทั้งนี้ขึ้นกับความลึกของริ้วรอย ความหย่อนคล้อยของผิว
อายุ และการตอบสนองของผิว ซี่งจุดเด่นจะอยู่ที่การเห็นผลดีกว่า
และ เร็วกว่า THERMAGE 1-2 เท่า และก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ในค่าใช้จ่ายที่เท่าๆกัน
เพียงแต่จุดด้อยที่มองเห็นตอนนี้ คือ ความเจ็บที่มากกว่าเนื่องจาก
ต้องมีการสอดเข็มลงไป และ ก่อนการทำต้องมีการฉีดยาชาลงไป 
www.erk-erk.com
www.erk-erk.com

Microneedle RF จะเป็นเข็มขนาดเล็กมากๆ จำนวน 5 คู่แต่ละคู่จะแบ่งเป็นสองขั้ว คือขั้วบวก กับขั้วลบ จิ้มลงไปในชั้นผิวที่ระดับความลึกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร แล้วปล่อยพลังงานความร้อนลงไปที่ปลายเข็ม ทั้งนี้ในเข็มแต่ละขั้วจะมี Feedback Control เพื่อควบคุมให้ได้อุณหภูมิตามที่ตั้งไว้เพื่อให้ได้ค่าที่เท่ากันทุกเล่ม ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้อุณหภูมิที่ประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

www.erk-erk.com

www.erk-erk.com
 
อายุที่เหมาะสม
35 – 60 ปี คือเริ่มมีริ้วรอย และ ความหย่อนคล้อยเกิดขึ้น บริเวณร่องแก้ม ปาก แนวกราม เหนียง
 
เพศ
ได้ทั้งชาย และ หญิง
 
ผลลัพธ์
มักจะเริ่มปรากฎเดือนแรก เต็มที่คือหกเดือนแรก และ อยู่ยาวถึง 2 ปี
www.erk-erk.com
 
ข้อดี
  • ได้ความเป็นธรรมชาติในการยกกระชับ
  • ไม่มีใครดูออกว่าไปทำอะไรมา
  • เห็นผลรวดเร็วกว่าเทคโนโลยี RF ตัวอื่น
  • ผลลัพธ์อยู่ประมาณ 2 ปี 
  • ความร้อนให้ผลพลอยได้คือผิวดูแข็งแรง ยืดหยุ่นและดูมีสุขภาพดี
  • ไม่ต้องผ่าตัด ดมยาสลบ 
 
ข้อด้อย
  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก
  • ไม่กระชับเท่าการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า
  • เจ็บ ต้องฉีดยาชา และ ปล่อยพลังงานลงผ่านปลายเข็ม
  • อาจมีอาการบวมอยู่ซักระยะ
ที่มาข้อมูล
  • เทปสัมภาษณ์ พญ.นุสรา วงศ์รัตนภัสสร

ที่มารูปภาพ

  • mapperleypark.co.uk,stclaircosmetic.com,syneron-candela.co.uk,Iskycenter.com,americanhealthandbeauty.com

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, FACE, LASER, THERMAGEComments (0)

รังแคกับวิธีดูแล&แก้ไข


รังแค “เจ้าขลุยขาวๆที่อยู่บนหนังศีรษะมักทำให้เสียบุคลิก”
บางครั้งอาจมีอาการคันหนังศีรษะร่วมด้วย รักษาแล้วเมื่อหายไป
ก็อาจมีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ตลอดเวลา
เนื่องจากหนังศีรษะก็จะมีเซลล์ที่ตายแล้ว
ถูกผลัดออกเหมือนผิวอยู่ตลอด แต่จะมีขนาดเล็กมากจนเราอาจมองไม่เห็น
สำหรับคนที่เป็นรังแคอาจเกิดจากเซลล์ผิวหนังบริเวณหนังศีรษะ
นั้นหลุดลอกเร็วกว่าปกติ
เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เรามาดูกันดีกว่าว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง
ขอบพระคุณข้อมูลจากผศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา รพ.ศิริราช
 
สาเหตุของรังแค
รังแคนั้นอาจเกิดได้หลายสาเหตุ
1. สาเหตุแรก เกิดจากอาการแห้ง หรือ ระคายเคืองของหนังศีรษะหนังศีรษะก็เหมือนผิว พอหนังศีรษะแห้งก็จะทำให้เกิดเป็นขลุยเหมือนผิวแห้งเป็นขลุยและถ้าหนักมากก็จะลอกเป็นแผ่นและหลุดออกมาเรื่อยๆ บางครั้งอาจเป็นสะเก็ด ถ้าเป็นบนหนังศีรษะเราก็จะเรียกมันว่ารังแค หนังศีรษะแห้งอีกสาเหตุนึงที่เกิดขึ้นได้ คือ การสระผมด้วยน้ำอุ่น หรือ น้ำร้อน สระผมบ่อยเกินไป
 
2. สาเหตุสอง โรคผิวหนังที่มีอาการระคายเคืองของหนังศีรษะ 
เช่น เซปเดิร์ม (seborrhoeic dermatitis) หนังศีรษะก็จะแห้ง คิ้วก็จะแห้งเป็นขุย ร่องแก้มแห้ง ผื่นบนใบหน้าร่วมด้วย , โรคสะเก็ดเงินจะมีลักษณะหนังศีรษะแห้ง หรือ อาจมีผื่นตามตัว ตามข้อศอก หัวเข่า และอาจมีเล็บที่ขรุขระ
 
3. สาเหตุสาม เชื้อราบนหนังศีรษะ 
เกิดจากการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ จะรักษาได้ดีกับแชมพูที่รักษาเชื้อราบนศีรษะโดยเฉพาะ
 
วิธีรักษา
ถ้าเกิดจากสาเหตุ หนังศีรษะแห้ง หรือ ระคายเคือง
1. อย่าสระผมบ่อยเกินไปวันเว้นวัน สองวันสระครั้งนึง
2. อย่าใช้แชมพูหรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่รุนแรงเกินไป
3. อย่าใช้น้ำร้อน น้ำอุ่นสระผม
4. อย่าใช้สารเคมีหนักกับหนังศีรษะโดยไม่จำเป็น เช่น น้ำยาย้อมผม น้ำยาดัด น้ำยายืด
ถ้าเราดูแลหนังศีรษะดี อาการเหล่านี้จะหายไปเอง
5. อย่าขูดหรือเกาหนังศีรษะเวลาสระผม
www.erk-erk.com
ถ้าเกิดจากสาเหตุ โรคผิวหนังบนหนังศีรษะ
เรามักจะพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการวินิจฉัยก่อนและรักษาตามโรคเฉพาะนั้นๆอย่างสม่ำเสมอ เพราะอาจไม่หายขาด แต่สามารถใช้ยาเพื่อควบคุมอาการได้ เช่น ถ้าเราเป็นโรคเซปเดิม เราต้องนอนให้เพียงพอ รักษาอารมณ์จิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ ทำร่างกายให้แข็งแรง และ บางโรคก็อาจต้องทายา ทานยาร่วมด้วย
www.erk-erk.com
 
ถ้าเกิดจากเชื้อราบนหนังศีรษะ
อาจจะใช้ตัวยาที่รักษาเชื้อราโดยเฉพาะซึ่งมีขายทั่วไปก็จะดีขึ้นได้ เช่น เซเลเนี่ยม ซัลไฟด์ (selenium sulfide) , ซิงค์ ไพรีตั้น (zinc pirition) หรือ คีโตโคนาโซล (ketoconazole)  ซิงค์ไพริไทออน (zinc pyrithione) หรือทาร์ (tar) เป็นต้น
www.erk-erk.com
ที่มาข้อมูล
  • เทปสัมภาษณ์ ข้อมูลจากผศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา รพ.ศิริราช
ที่มารูปภาพ
  • sportsbycolin.com,quicktop10.com,hardinmd.lib.uiowa.edu,nhs.uk,various-home-remedies.com,hairloss.com,thaifittips.com,thaihealthinfo.com

Posted in HAIR, SKINComments (0)

ELECTROPORATION ผลักวิตามินลงสู่ผิว


 

การนำส่งตัวยา วิตามิน สารอาหารทางผิวหนังเป็นอีกทางเลือก นอกเหนือจากการรับประทานยา และ ฉีดยา เป็นวิธีที่สะดวก ไม่เจ็บเหมือนการใช้ยาฉีด และเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกทำลายยาจากกรดและน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหารเวลาเราทานเข้าไป ข้อจำกัดคือ ต้องเป็นตัวยาที่มีเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถซึมผ่านผิวหนังและมีประสิทธิภาพในการรักษา ความจริงวิธีการส่งผ่านสารอาหาร วิตามิน ลงสู่ผิวหนังนั้นเราทำได้หลายวิธี แต่วันนี้จะเลือกวิธี ELECTROPORATION มาเล่าสู่กันฟัง เพราะ สามารถในการเพิ่มสารอาหาร หรือ วิตามิน ผ่านผิวหนังได้อย่างชัดเจน ใช้ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นใช้กับตัวสารอาหารที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันได้หลายชนิด เช่น Q10,Hormone, DNA, Vaccine และ Peptide และ การกระตุ้นกระแสไฟฟ้าเป็นจังหวะก็สามารถทำให้สารอาหารผ่านผิวหนังได้อีกเป็นเวลานาน สามารถควบคุมปริมาณยาได้

Electroporation

Electroporation เป็นวิธีการส่งผ่านสารอาหารที่จำเป็นต่อผิวแม้สารที่มีโมเลกุลใหญ่ก็ทำได้ เช่น คอลลาเจน,วิตามินC,Hyaluronic Acid,Q10 เข้าสู่ผิว ส่งผลให้ ผิวหน้าสดใสและมีสุขภาพดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยมีความปลอดภัยสูง จะผลักลงผิวโดยผ่านสารที่มีประจุไฟฟ้าในรูปไอออน + และ ไอออนลบเข้าสู่ผิว ส่งผลให้โครงสร้างชั้นไขมันที่เนื้อเยื่อหุ้มเซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงชั่วขณะโดยเปิดช่องว่างชั่วคราวประมาณ 1-2 วินาที เมื่อผิวชั้นบนสุดเกิดรูทำให้เพิ่มการซึมผ่านของผิวจึงลงลึกและดีกว่ามือทา ผลได้พอๆกับการฉีดสารอาหารลงบนผิว “อารมณ์เปิดผิวชั่วคราว” เปิดแล้วใส่สารอาหารดีดี แล้วมันก็ปิดเองหลังจากใส่เสร็จ ลงลึกกว่ามือทาประมาณ 95% เพราะผิวไม่ยอมให้อะไรซึมผ่านลงไปง่าย ประสิทธิภาพจะชัดเจน และ เห็นผลไวกว่ามือทามาก วิตามินสามารถส่งผ่านไปภายในเซลล์ และระหว่างเซลล์ได้มากขึ้น ไม่ทำให้ค่า PH ของผิวเปลี่ยน ไม่ทำให้ผิวบาง

 

การเตรียมตัวก่อนทำ

ถ้าสภาพผิวแข็งแรงอยู่แล้วก็สามารถปรึกษาแพทย์ผิวหนังและทำได้เลยทันที หลังจากทำความสะอาดใบหน้าให้เรียบร้อยหมดจด ไม่ทาอะไร เวลาทำ จะรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อมันกำลังออกกำลังกาย คล้ายมันกำลังหดตัวยืด หดตัวยืด ไม่เจ็บ ระยะเวลาประมาณ 30 นาที การทำก็ประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ครั้งแรกเราจะเริ่มรู้สึกได้ว่าผิวดูชุ่มชื่น ดูมีน้ำมีนวล สุขภาพดี เพราะมันผลักลงไปลึก โดยแพทย์ผิวหนังจะตรวจสภาพผิวหน้าและเลือกวิตามิน หรือ สารบำรุงผิวให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าและปัญหาที่ต้องการแก้ไขของแต่ละบุคคล

 

ข้อดี

  • เปิดผิวออกชั่วคราวเพื่อให้ตัวยาซึมผ่างลงสู่ใต้ผิวได้ลึกกว่ามือ
  • ไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนกับการฉีดสารอาหารลงสู่ผิว
  • ช่วยดูแลปัญหาผิวพรรณหลายจุด เช่น จุดด่างดำ ปัญหาผิวแห้ง ริ้วรอยเล็ก
  • ประสิทธิภาพดี เห็นผลไวกว่าการทาครีมลงสู่ผิว
  • เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • ช่วยให้ออกซิเจนไปเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น
  • ผิวสุขภาพดี ยืดหยุ่น นุ่มนวลขึ้น
  • ผลักสารโมเลกุลใหญ่ได้
ข้อด้อย
  • การซึมของตัวสารอาหารวิตามิน อาจลงลึกไม่เท่ากับการฉีดลงไป

 

Derma Pore

[ ภาพ : http://www.akaraclinic.com/derma-pore.php ]

วิธีการส่งตัวยา สารอาหาร หรือ วิตามิน ของ ELECTROPORATION / PHONO/IONTO
ELECTROPORATION จะส่งสารอาหารโดยการเปิดรูทางเดินตั้งแต่ชั้นขี้ไคลถึงระดับเซลล์ทำให้ตัวยาซึมผ่านลงไปได้ขณะที่ Ionto และ Phono ไม่มีการเปิดทางเดินของยาก่อน ดังนั้นตัวยาจึงสามารถผ่านลงไปใต้ผิวเล็กน้อยเท่านั้น – akaraclinic –

 

ประเภทของสารอาหาร หรือ วิตามิน หรือ ตัวยาที่ใช้ส่งผ่าน
ELECTROPORATION สามารถส่งผ่านตัวยาได้ทุกประเภทไม่ว่าจะโมเลกุลเล็กหรือใหญ่ ทั้งที่มีประจุหรือไม่มีประจุในขณะที่ IONTO สามารถส่งผ่านตัวยาที่มีประจุเท่านั้นและ PHONO ไม่สามารถส่งผ่านตัวยาที่มีขนาดใหญ่มากได้
การดูแลหลังการทำELECTROPORATION

  • ไม่มีอาการบวมแดง
  • แต่งหน้า ทาครีม ได้ตามปกติ
  • ทากันแดดสม่ำเสมอเป็นประจำ

 

ELECTROPORATION จะใช้ผลักสารที่ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

  • หน้าขาวกระจ่างใสขึ้น
  • ลดรอยคล้ำจากฝ้า และกระ ปรับสีผิวให้เนียนเรียบเสมอกัน
  • ยกกระชับใบหน้า และลำคอ

ผลลัพธ์
  • ลบเลือนผิวแตกลาย
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • เพิ่มการไหลเวียนของเลือด นำพาวิตามินและสารอาหารที่จำเป็น ต่อผิวให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้โดยตรง
  • เพิ่มความสดใสและขาวเนียนของใบหน้า
  • ควรทำต่อเนื่องทุก 2-4 อาทิตย์ 5-10 ครั้ง

 

ส่วนตัวเคยทำทั้ง PHONO และ IONTO แต่ตัวนี้ไม่เคยลอง รู้สึกว่าแค่ PHONO ผิวก็ดีขึ้นมากเลย เขาบอกอันนี้ดีกว่า PHONO หลายเท่า แล้วจะมารายงานผลนะคะ 😀 เอิ๊กว่าเอิ๊กเหมาะกับการทำทรีทเมนท์ตัวนี้ เพราะตอนนี้ผิวแข็งแรงในระดับนึงแล้ว ฮ่าๆๆๆ

 แหล่งข้อมูล

– www.iskycenter.com

– Akara Clinic

 

 

 

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, SKINComments (0)

เส้นเลือดขอดกับแนวทางการรักษาจากแพทย์ผิวหนัง


 

 

 

 

 

เส้นเลือดขอด อีกปัญหาผิวหนังที่กวนใจ

วิธีการรักษาอาจเลือกจากขนาดของเส้นเลือดเป็นหลัก

ว่าจะฉีดยา เลเซอร์ หรือ ผ่าตัด รวมถึงใช้ทุกวิธีผสมผสาน

เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด และ เหมาะสมถูกต้อง

เส้นเลือดขอดเกิดจาก

หลอดเลือดดำโป่งพองขึ้นจนเห็นว่าปูดขึ้นมา บางครั้งมีอาการปวดร่วมด้วย และมีหลายขนาดตั้งแต่เล็ก ๆ ฝอยๆ จนถึงขนาดเท่านิ้วโป้ง เพราะปกติหลอดเลือดดำนำเลือดกลับไปสู่หัวใจในทิศทางเดียวเหมือนถนนวิ่งทางเดียว (ONE WAY) โดยมีลิ้นหลอดเลือดดำบังคับให้เลือดเดินทางเดียว แต่ในคนที่มีเส้นเลือดขอดเกิดจากการที่ลิ้นเหล่านี้เสีย มีการทำงานที่ผิดปกติ หรือ อ่อนแอลง จึงทำให้มีหลอดเลือดดำไหลย้อนกลับมา ส่งผลให้มีความดันสูงขึ้นในหลอดเลือดดำที่ขาและทำให้มีการโป่งพองในหลอดเลือดดำ โรคเส้นเลือดขอดมักพบได้ในผู้หญิงและสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ จะพบเป็นมากหลังตั้งครรภ์ รวมถึงการยืนมาก และ การมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจนขาอาจจะรับน้ำหนักไม่ไหว คนที่ชอบยกของหนักเป็นประจำ

เส้นเลือดขอดพบได้บริเวณไหนบ้าง

ชัดเจนที่พบบ่อยบริเวณน่อง แขน ขา สะโพก

วิธีป้องกันเบื้องต้น

 งดใส่เสื้อผ้าแน่นคับรัดติ๊ว โดยเฉพาะบริเวณเอว และ ต้นขา ขา น่อง เพราะมันกดเส้นเลือดดำที่ขา ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ไม่รัดเข็มขัดแน่นไป ไม่ใส่กางเกงชั้นในรัดเกินไป ไม่ให้รัดทั้งสะโพก ไม่ให้รัดทั้งต้นขา

 อย่ายืน นั่งนานๆ ควรขยับบ้าง เช่นเดินบ้าง ขยับร่างกายบ้าง ไม่นั่งไขว้ขา มีผลต่อการไหลเวียนเลือดช้าลง 

❤ ออกกำลังกายกล้ามเนื้อน่อง ยืนตรง เขย่งเท้าขึ้นลงช้า 30 ครั้ง ขึ้นบรรไดแทนการใช้ลิฟต์ เดินเร็วๆสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และ เพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการออกกำลังกายอื่นด้วย เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ให้ร่างกายส่วนร่างมีเพิ่มระบบไหลเวียนเลือดได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการหายใจเข้า ออก ให้ถูกต้องขณะออกกำลังกาย

 ถุงน่อง ที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพ รัด กด เส้นเลือดดำให้แฟบลงได้ แพทย์สามารถแนะนำได้ว่าเป็นชนิดไหน บางครั้งใส่หลังการรักษาเส้นเลือดขอดด้วยเพื่อไม่ให้เส้นเลือดขอดกลับมาอีก

 นอนยกเท้าสูงเหนือหัวใจ ทำครั้งละ 10-15 นาที ทำให้เส้นเลือดดำไหลกลับมาส่วนบนของร่างกายได้ดีขึ้น หากไม่มีโอกาสนอน ก็ใช้เท้าวางบนม้านั่งหรือที่พักเท้าแทนได้ในระดับหนึ่ง

 อย่าปล่อยให้น้ำหนักตัวมากเกินไป โดยเฉพาะบุคคลที่มีรูปร่างช่วงล่างเล็ก นอกจากจะทำให้คุณปวดขา และ ยังเพิ่มโอกาสการเป็นเส้นเลือดขอดได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ใส่รองเท้าที่แบน เตี้ย ลดการเกร็งตัวของบริเวณน่อง ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น

 ดื่มน้ำสะอาดตลอดวัน ช่วยคุมน้ำหนัก 

อาบน้ำเย็น เลี่ยงน้ำอุ่น น้ำร้อน หันมาใช้น้ำเย็นในการอาบน้ำ ช่วยให้หลอดเลือดดำหดตัว 

วิธีรักษา

  1. เลเซอร์ เหมาะกับการรักษาเส้นเลือดขอดที่มีขนาดไม่เกิน 3 มล. หรือพูดง่ายๆเส้นเลือดเล็กๆ หรือ ระดับเส้นเลือดฝอย ชนิดเลเซอร์ที่ใช้ เช่น GENTLE YAG / VBEAM
  2. ฉีดยา หรือ Sclerotherapy เหมาะกับการรักษาเส้นเลือดขอดขนาดเท่าไส้ดินสอ 
  3. ผ่าตัด เหมาะกับการรักษาเส้นเลือดขอดที่มีผลข้างเคียง บวม ปวด ผื่นขึ้น มีแผล อักเสบ เลือดออก อาการใดอาการหนึ่ง ก็มีตั้งแต่ผ่าบริเวณขาหนีบหรือหลังเข่าเพื่อตัดและผูกเส้นเลือด อีกวิธีตัดเส้นเลือดดำที่ลิ้นในหลอดเลือดผิดปกติทั้งเส้น เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ วิธีสุดท้ายผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดที่ลึกออกทั้งเส้น 

❤ เลเซอร์

วิธีนี้ก็จะรักษาเส้นเลือดขอดขนาดเล็ก ฝอย เส้นผ่าศูนย์กลาง  1-3 มิลลิเมตรไม่เกิน จะยิงเลเซอร์ที่ใช้รักษาเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงปล่อยพลังงานลงไปทำลายเส้นเลือดขอดที่เราไม่ต้องการ ไม่เจ็บ ไม่มีแผลหลังทำแต่อาจจะดูแดงๆซักไม่กี่ชั่วโมง รอยแดง ก็จะหายไป

❤ ฉีดยา SCLEROTHERAPY ขนาดต้องไม่ใหญ่มากประมาณไส้ดินสอ จะฉีดตัวยาบางอย่างที่ผสมกันแล้ว ฉีดเข้าไปยังขั้วเส้นเลือดขอดที่มีปัญหา หลังจากนั้นตัวยาจะไหลจากต้นขั้วไปยังรากที่แตกแขนง กระจายตัวไปจนสุดทำให้บางเส้นหายไปในทันที บางเส้นอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นว่าเส้นเลือดขอดลีบเล็กลง แล้วอาจจะต้องกลับมาฉีดซ้ำซัก 1-2 ครั้ง เส้นเลือดขอดก็จะหายไป วิธีนี้ อาจจะต้องใส่ถุงน่องเฉพาะที่เอาไว้รัด ไม่ให้เกิดการกลับมาของเส้นเลือดขอดเป็นระยะเวลา 3 วัน ฉีดแล้วหายไปเลย ใช้เวลาทำนานมาก แพทย์จะต้องใช้การเพ่งสายตาเพื่อฉีดเข้าไปทีละเส้น เจ็บ และมักจะไม่มีการฉีดยาชา

❤ ผ่าตัด

1. Surgical Exploration ผ่าบริเวณขาหนีบหรือหลังเข่าเพื่อตัดและผูกเส้นเลือด

2. Surgical Stripping ตัดเส้นเลือดดำที่มีลิ้นในหลอดเลือดผิดปกติออกทั้งเส้น เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

3. Surgical Removal ผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดที่ลึกออกทั้งเส้น

4. การผ่าตัดด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ความเจ็บปวดจากการผ่าตัดปกติน้อยลง และ ผลข้างเคียงน้อยลง

 

 

❤ รับประทานอาหารเสริมสมุนไพรสกัด อาทิ เปลือกสน เมล็ดองุ่น เป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เนื้อเยื่อหลอดเลือดแข็งแรง ลดอาการปวดบวมของเส้นเลือดขอด เพิ่มการไหลเวียนเลือด

 

❤ สวมถุงนุ่งที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรัดขาเพื่อป้องกันเส้นเลือดขอด ลดการปวด บวม บวมน้ำ และ ป้องกันปัญหาเส้นเลือดของกลับมาเกิดใหม่ได้ ซึ่งกรณีสวมถุงน่องนี้ อาจจะต้องได้รับคำแนะนำปรึกษาจากแพทย์ว่าเหมาะสมกับการใส่ไหมสำหรับเส้นเลือดขอด และ ขนาดที่เป็นอยู่ มีทั้งสองขนาด ขนาดที่ส่วนถึงเข่า หรือ สูงถึงต้นขา และควรสวมใส่ตั้งแต่ตอนเช้า ก่อนขาจะค่อยๆบวมน้ำเหลืองขึ้นในตอนเย็น


 

ถ้ากรณีเป็นมาก มีหลากหลายขนาด อาจใช้หลายวิธีผสมผสานกัน

และ อาจมีการทำ อัลตราซาวนด์เพิ่มด้วยเพิ่มให้การมองเห็นภาพเส้นเลือดมันชัดลึกลงไปใต้ผิว

ทั้งสำหรับเส้นเลือดขอดที่ลึกลงไป หรือ ดูการกระจายตัวของเส้นเลือดขอด

ทำให้การรักษาแม่นยำขึ้น อาจทำทั้งก่อน และ หลังทำ

แหล่งข้อมูล
– เทปสัมภาษณ์ พญ. นุสรา วงษ์รัตนภัสสร
– nuvelaesthetica.com,harbinclinic.com,http://www.miamivascular.com/,
http://www.varistop.com/foamsclerotherapy/,drgouletveinclinic.com,

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, LASERComments (0)

Microdermabrasion การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี


อยากผลัดเซลล์ผิวหน้าให้เรียบ เนียน นุ่ม

ริ้วรอยเล็กดูตื้นขึ้น

ฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูสดใสแบบประหยัด

ถ้าไม่ต้องการเลเซอร์ ไม่ต้องการผ่าตัด แต่อยากทำให้ใบหน้าดูกระจ่างขึ้น

ผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป สีผิวจะดูสม่ำเสมอขึ้น รวมถึงริ้วรอยตื้นๆ

ทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น

วิธีการ

ใช้เกล็ดอัญมณีเล็กๆมาใส่ลงในเครื่องพ่นชนิดมือถือจับได้ แล้วก็พ่นเกล็ดอัญมณีเล็กละเอียดด้วยระบบสูญญากาศลงบนใบหน้าให้ทั่วเพื่อขัด ความรู้สึกจะเจ็บเล็กๆ เหมือนอะไรมาข่วนเบาๆที่หน้า ไม่ต้องทายาชา ใช้เวลาไม่นานประมาณ 1/2 ชั่วโมง ขจัดเซลล์ผิวหนังกำพร้าที่ตายแล้วให้หลุดออก 30%-50% ระบบสูญญากาศช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด

ผลข้างเคียง

ความรู้สึกระคายเคือง เจ็บนิดๆเหมือนอะไรขูดผิว หน้าแดงหลังทำ หรืออาจจะแห้งลอกเป็นขุย ผิวจะไวแดดมาก

การรักษา

อาจทำต่อเนื่องเดือนละ 1-2 ครั้งก็พอ

ผลลัพธ์

  • กำจัดจุดด่างดำ
  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ริ้วรอยแรกเริ่มที่มากับอายุที่เพิ่มขึ้น
  • สิวหัวดำด้านบน
  • ผลัดเซลล์ผิว
  • ฟื้นฟูสุขภาพผิวให้ยืดหยุ่น
  • ลดขนาดรูขุมขนชั่วคราว
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • รอยแผลเป็นตื้นๆ


ทั้งนี้ผลการรักษาอาจจะต้องทำ 6 ครั้งขึ้นไป และ ต้องจะดีหรือไม่ขึ้นกับสภาพผิว และ อายุเป็นสำคัญ เราสามารถทราบถึงผลลัพธ์ได้หลังทำครั้งแรก จะเห็นว่าสุขภาพผิวดีขึ้น

ข้อดี

  • ประหยัด
  • ให้ผลลัพธ์กับผิวที่ไม่มีปัญหามากในการฟื้นฟูผิวได้เป็นอย่างดี
  • ทำเสร็จสามารถทำกิจกรรมอื่นต่อได้
  • ผิวดูกระจ่างใสขึ้นสี
  • ผิวดูสม่ำเสมอ
  • ผิวสุขภาพดี ยืดหยุ่นขึ้น


ข้อด้อย

อย่างไรก็ตามการขัดผิวในลักษณะนี้ อาจจะช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์บริเวณชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น แต่จะไม่ได้มีความร้อนลงมาสู่ผิวชั้นหนังแท้ หรือ ชั้นหนังกำพร้าที่ลึกลงมา รวมถึงไขมัน เหมือนเลเซอร์ที่จะมีความร้อนมาช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน แต่สำหรับคนไม่ได้มีปัญหาผิวหน้า อายุไม่ได้มาก แต่อยากพื้นฟูผิว และไม่จำเป็นต้องเสียเงินแพงเหมือนทำเลเซอร์แต่ได้วิธีที่ทำให้หน้ากระจ่าง สุขภาพดีขึ้นวิธีนี้เป็นอีกวิธีที่เหมาะมาก แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว รู้สึกไม่สบายผิว เจ็บเหมือนโดนข่วนตอนทำทั้งหน้า เลยไม่ค่อยชอบ และ ผิวแดงลอกด้วย แต่โดยรวมเป็นการขัดเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกให้ผิวใหม่ที่ดูสุขภาพดีกว่าขึ้นมาแทน

 

แหล่งข้อมูล

– พญ. นุสรา วงษ์รัตนภัสสร แพทย์ที่ปรึกษา ISKYCENTER

– health.howstuffworks.com

– http://www.americanlaser.com/Results/Microdermabrasion.aspx

Posted in SKINComments (0)

ขี้แมลงวัน & ไฝ เกี่ยวอะไรกับมะเร็งไฝ


ขี้แมลงวัน & ไฝ

คนไทยชอบเอาออกโดยเฉพาะบนใบหน้าเพราะ

  1. ทำให้ภาพรวมรูปลักษณ์ดูไม่ดีเท่าที่ควร
  2. คนไทยเชื่อเรื่องดวง
ขณะนี้มี 2 วิธีหลักที่จะนำออก
  1. กรดTCA
  2. เลเซอร์
ทั้งสองวิธีมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน
กรด ดี ถูก เสีย อาจทำให้เป็นแผลเป็น และ เกิดแผลในวงกว้างมากกว่าเดิม เป็นหลุม
เลเซอร์ ดี สามารถเลือกบริเวณเอาออกได้แม่นยำ ด้อย ต้องเป็นแพทย์ผู้ชำนาญเพื่อเลี่ยงการตั้งค่าพลังงานพลาด เพราถ้าพลาดจะทำให้เกิดการไหม้ หรือ ถ้าเอาออกมากไปเป็นหลุม
คุณหมอ นุสรา วงษ์รัตนภัสสร บอกว่าไฝ หรือ ขี้แมลงวันเกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเหมือนกันในทางการแพทย์ ไฝอาจจะนูน ขี้แมลงวันอาจจะเล็กและเรียบ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาออก เพราะจะได้ไม่เสี่ยงต่อแผลเป็นโดยไม่จำเป็น ขี้แมลงวันเราอาจจะไม่ได้เห็นผลข้างเคียง แต่ไฝเม็ดใหญ่ และ นูนอาจจะมีรากไฝที่ลึกกว่าการเอาออกอาจจะทำให้เกิดแผลเป็นได้ง่าย โดยเฉพาะตามลำตัว อาจจะทำให้เกิดแผลเป็น คียลอยด์ ส่วนที่ต้องระวังของไฝที่มีอยู่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะนั่นอาจเป็นที่มาของมะเร็งไฝ

 

มะเร็งไฝ Melanoma

เกิดจากเซลล์สร้างสีผิว melanocyte การที่จะเข้าใจโรคนี้ท่านจะต้องเข้าใจโครงสร้างของผิวหนัง เป็นมะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่งที่แพร่กระจายเร็วมาก

โครงสร้างของผิวหนัง 

  • ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มร่างกายทำหน้าที่ป้องกัน ความร้อน แสง การติดเชื้อ ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย และสร้างวิตามินดีผิวหนังประกอบด้วยเซลล์สองชั้น

  • ชั้น epidermis เป็นชั้นนอกสุดประกอบด้วยชั้นบนสุดเป็น squamous เซลล์รองลงมาได้แก่ basal cell โดยมี melanocyte อยู่ใต้ subcutaneous

  • ชั้น dermis เป็นชั้นที่อยู่ของ ต่อมขน ต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน หลอดเลือด

 

Melanocyte และ ไฝ Mole

melanocyte เป็นตัวสร้างสีผิว melanin เมื่อผิวถูกแสงทำให้สีผิวเข็มขึ้น ไฝเป็นกลุ่มของ melanocyte ที่อยู่รวมกันมักเกิดในช่วงอายุ 10-40 ปี อาจจะแบน หรือนูน สีอาจเป็นสีชมพู หรือสีน้ำตาล รูปร่างกลม หรือวงรีไฝมักจะไม่เปลี่ยนแปลงขนาดหรือสีตัดออกแล้วไม่กลับเป็นซ้ำ

 

Melamoma

เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ melanocyte ที่แบ่งตัวนอกเหนือการควบคุมของร่างกาย ถ้าเกิดที่ผิวหนังเรียก cutaneous melanoma เกิดที่ตาเรียก ocular melanoma โดยทั่วไปเกิดบริเวณลำตัว ขา ถ้าคนผิวดำมักเกิดที่เล็บ โดยทั่วไปมะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองและอาจพบที่อวัยวะอื่นๆได้เรียก metastasis melanoma


ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง

  • ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไฝ จะมีความเสี่ยงเพิ่มมากกว่า 2 เท่าดังนั้นสมาชิกในครอบครัวควรได้รับการตรวจจากแพทย์
  • Dysplastic nevi ไฝที่มีลักษณะชิ้นเนื้อแบบนี้จะมีโอกาสเป็นมะเร็งสูง
  • เคยเป็น melanoma
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น AIDS
  • มีไฝจำนวนมาก เช่นมากกว่า 50 เม็ดจะมีโอกาสเป็นมะเร็งมาก
  • แสง ultraviolet ควรสวมเสื้อแขนยาวและหมวกเพื่อกันแสง ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดเวลา 10-16.00 น.ควรทาครีมกันแสงร่วมด้วย
  • เคยถูกแสงจนไหม้เมื่อวัยเด็ก ดังนั้นควรป้องกันไม่ให้เด็กสัมผัสแสงแดด
  • สีผิว ผิวขาวมีโอกาสเกิดมะเร็งได้ง่ายกว่าผิวคล้ำ
4 ข้อสังเกตไฝดีหรือร้าย จากสัญลักษณ์จำง่าย ๆ A B C D 
มาจาก Asymmetry เป็นการสังเกตความสม่ำเสมอของสีไฝ หากในเม็ดเดียวกันมีทั้งสีเข้มและอ่อนควรเข้าพบแพทย์

B คือ Border เปรียบให้เป็นการสังเกตขอบเขตของเมลาโนมา แม้จะปรากฏให้เห็นไม่ค่อยชัดเจน แต่ให้พยายามดูว่ามีรอยหยัก รอยนูน ที่สูงต่ำไม่เท่ากันหรือไม่

C ย่อจาก Color ให้สังเกตลักษณะสี ถ้าเข้มมาก หรือดำมาก จัดว่าเป็นอันตราย

D หรือ Diameter ต้องดูขนาด หากขยายใหญ่เกิน 6 มิลลิเมตร จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการรักษา แพทย์จะวินิจฉัยจากการตัดชิ้นเนื้อหรือไฝไปตรวจทางพยาธิวิทยา หากพบว่า เป็นมะเร็งไฝ แพทย์จะการกระจายของเมลาโนมาต่อไป ก่อนทำการผ่าตัดรักษา.

อาการของมะเร็งไฝ

อาการเริ่มแรกมักเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ขนาด สี รูปร่าง ขอบ บางรายอาจมีอาการคัน มีขุยหากเป็นมากขึ้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงของความแข็ง หากพบมะเร็งเริ่มต้นการรักษาจะหายขาด แต่หากรุกลามเข้าใต้ผิวหนังมะเร็งอาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น

 

 


หากแพทย์สงสัยว่าไฝที่เห็นว่าจะเป็นมะเร็งแพทย์จะตัดก้อนนั้นส่งพยาธิแพทย์ตรวจด้วยกล้องจุลทัศน์ หากก้อนนั้นใหญ่มากแพทย์จะตัดเพียงบางส่วนส่งตรวจ ถ้าพบเซลล์มะเร็งแพทย์จะตรวจพิเศษเพิ่มเพื่อตรวจดูว่ามะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นหรือยังการวินิจฉัย

การรักษา

หลังจากวินิจฉัยและทราบการแพร่กระจายของโรคแพทย์จะวางแผนการรักษา ก่อนการรักษาควรจดบันทึกคำถามเพื่อถามแพทย์ดังตัวอย่าง

  • การวินิจฉัยของแพทย์
  • มะเร็งแพร่กระจายไปหรือยัง
  • ควรจะรักษาด้วยวิธีใดดีที่สุด และแพทย์เลือกวิธีใด
  • โอกาสที่จะประสบผลสำเร็จมีมากหรือไม่
  • เราจะทราบอย่างไรว่าการรักษาได้ผล
  • การรักษาจะสิ้นสุดเมื่อใด
  • จะดูแลตัวเองระหว่างการรักษาอย่างไร
  • ผลข้างเคียงของการรักษามีอะไรบ้าง
  • จะเจ็บปวดหรือไม่ และจะใช้ยาอะไรในการควบคุม
  • หลังการผ่าตัดต้องรักษาอย่างอื่นหรือไม่

วิธีการรักษา

  1. การผ่าตัด เป็นการรักษามาตรฐานแพทย์จะพยายามตัดเนื้อร้ายออกให้หมดร่วมทั้งต่อมน้ำเหลืองที่ใกล้เนื้อร้าย ถ้ามะเร็งแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นแพทย์จะให้การรักษาอย่างอื่น
  2. เคมีบำบัด เป็นการให้สารเคมีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งโดยอาจเป็นยากินหรือยาฉีด
  3. รังสีรักษาเป็นการฆ่ามะเร็งเฉพาะที่โดยเฉพาะมะเร็งที่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น สมอง ปอด ตับ
  4. การสร้างภูมิคุ้มกัน อาจให้ภูมิโดยการฉีด เช่นการให้ interferon หรือ interleukin โดยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิขึ้นมาเช่นการฉีดวัคซีน

ผลข้างเคียงของการรักษา

  1. การผ่าตัด อาจทำให้เกิดแผลเป็นบางรายเกิด keloid การตัดต่อมน้ำเหลืองอาจทำให้ขาหรือแขนบวม
  2. เคมีบำบัด การให้เคมีบำบัดอาจให้เกิดโลหิตจาง ติดเชื้อง่าย หรือเลือดออกง่าย ผมร่วง
  3. รังสีรักษา ทำให้ผมบริเวณที่ฉายรังสีร่วง อาจมีอาการอ่อนเพลีย
  4. การสร้างภูมิคุ้มกัน อาจมีอาการปวดเมื่อตามตัวเบื่ออาหาร ท้องร่วง

 

แหล่งข้อมูล 

สัมภาษณ์ พญ. นุสรา วงษ์รัตนภัสสร

http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/cancer/melanoma.htm

ญ.พู่กลิ่น ตรีสุโกศล แพทย์ผิวหนังและภูมิแพ้ โรงพยาบาลพญาไท 2

Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, SKINComments (0)

สิวตามตำแหน่งต่างๆบนใบหน้าบอกอะไรเอ่ย ?


สิวในตำแหน่งต่างๆของร่างกายบอกอะไร ?

ศาสตร์เรื่องสิวมีหลายตำรามาก อันนี้ยกมาตำรานึงที่พูดถึงปัญหาสุขภาพ เพื่อใครที่เป็นสิวเรื้อรังขึ้นบริเวณเดิมๆ ลองดูสิ ว่ามีปัญหาภายในอะไรรึเปล่า ไม่นับสิวฮอร์โมนนะจ๊ะ อันนั้นขึ้นบริเวณเดิม ตำแหน่งเดิมปกติอยู่แล้ว และสิวที่เราจะมาพูดในวันนี้จะบอกถึงปัญหาสุขภาพภายในได้แม่นยำขนาดไหนต้องลองอ่าน และ อาจจะสังเกตุดูค่ะ

 

ส่วนที่ 1 สิวบริเวณใบหน้า

ตำแหน่งต่างๆบอกว่าเราอาจจะมีปัญหาสุขภาพภายใน

[ ภาพจากเว็บพี่บีม MarryBeam ผู้เชี่ยวชาญการรักษาสิวภายใน ]            

 

–  บริเวณหน้าผาก ( โซนที่ 1 และ 3 )

การเกิดสิวในบริเวณนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และต่อมหมวกไต                       

สาเหตุ มาจากการมีความเครียดสูง  / การทารองพื้นที่หนาเกินไปและการแต่งหน้าบริเวณคิ้วมากไปแล้วล้างเครื่องสำอางค์ไม่สะอาด ก่อให้เกิดเป็นสิวขึ้นบริเวณนี้ได้เช่นกัน

วิธีการแก้ไข 

  1. ควรผักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ตับทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น 
  2. ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพราะการดื่มน้ำจะช่วยเรื่องของการขับถ่ายและย่อยอาหาร
  3. ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 20-30 นาที รวมถึงหากิจกรรมต่างๆเพื่อคลายความเครียด
  4. ล้างเครื่องสำอางหรือแชมพูสระผมให้สะอาด หากมีการใส่หมวกเป็นประจำควรมีการทำความสะอาดหมวกให้สะอาดอยู่เสมอ

 

บริเวณกลางหน้าผากระหว่างคิ้ว ( โซนที่ 2 )

ปัญหาหลักอาจเกิดจากระบบการทำงานของตับ รวมไปถึงปัญหาของการย่อยสารอาหารจำพวกแลกโตส ซึ่งอยู่ในนมวัวหรืออาหารที่มีส่วนผสมของนมวัว

สาเหตุ เกิดจากการทานอาหารรสจัด และการทานอาหารดึกเกินไป รวมถึงรับประทานอาหารผลิตภัณฑ์นมวัวเพราะย่อยยากกว่าพวกนมถั่วเหลือง

วิธีการแก้ไข

  1. หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด หรือการทานอาหารในช่วงดึก
  2. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่

 

บริเวณหูทั้งสองข้าง  ( โซนที่ 4 และ 10 )

การเกิดสิวในบริเวณนี้เกิดขึ้นจากปัญหาเรื่องการทำงานของไต และอุณหภูมิในร่างกายที่สูงเกินไป 

สาเหตุ เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม กาแฟหรือการกินเนื้อสัตว์มากเกินไป นอกจากนี้ยังเกิดจากการล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด รวมไปถึงการใช้โทรศัพท์มือถือที่มากเกินไปก็มีส่วนดังนั้นควรทำความสะอาดโทรศัพท์ หรือ มือถือเป็นประจำ

วิธีการแก้ไข

  1. หลีกเลี่ยงอาการที่มีไขมันสูง เช่น ของทอด อาหารประเภท fast food, junk food ต่างๆ
  2. ทานผัก ผลไม้ที่ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย เพิ่มกากใยช่วยย่อยทำให้ร่างกายขับของเสียและความร้อนออก เช่น  แตงกวา แตงโม น้ำเต้า เป็นต้น
  3. รักษาความสะอาดบริเวณใบหูอย่างดี ล้างแชมพูและสบู่ให้หมดจด รวมไปถึงงดการใช้โทรศัพท์เป็นเวลานานเมื่อเกิดสิวบริเวณดังกล่าว

 

บริเวณแก้มทั้งสองข้าง ( โซนที่ 5 และโซนที่ 9 )

สิวบริเวณนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ ไซนัสและปอด 

สาเหตุ มาจากการสูบบุหรี่จัดหรือการแพ้ควันบุหรี่ มีอาการภูมิแพ้หรือหวัดเรื้อรัง การเลือกใช้รองพื้นที่ไม่เหมาะสม หรืออาจเกิดจากการแพ้อาหารทะเล รวมถึงการแพ้ปอกหมอน

วิธีการแก้ไข

  1. ลดการสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่แออัด เสี่ยงต่อการสัมผัสฝุ่นละอองและควันบุหรี่
  2. หลีกเลี่ยงการทานอาหารประเภทที่มีน้ำตาลและน้ำอัดลม
  3. ฝึกการออกกำลังกายเพื่อบริหารปอด เช่น การเต้นแอโรบิค ในช่วงเวลา 19.00-21.00 เพราะเป็นช่วงเวลาที่ปอดทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
  4. พยายามฝึกการขับถ่ายให้เป็นระบบและเป็นเวลา
  5. ดูแลความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าอื่นๆให้สะอาดอยู่เสมอ
  6. หากรู้สึกว่าสิวเกิดขึ้นหลังจากการรับประทานอาหารทะเล ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
  7. ทำความสะอาดปลอกหมอนอย่างสม่ำเสมอ

 

บริเวณรอบดวงตาซ้ายและขวา ( โซนที่ 6 และโซนที่ 8 )

ปัญหาการเกิดสิวในบริเวณนี้เกิดจากการความผิดปกติของไต ปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้

สาเหตุ มาจากการเลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือการใส่แว่นตาที่มีการเสียดสีกับรอบดวงตาจนเกิดเป็นสิวขึ้น การมีสารตกค้างในร่างกายมากเกินไป การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงการระคายเคืองที่เกิดจากอาการภูมิแพ้และการการขาดสารอาหารที่จำเป็น

วิธีการแก้ไข

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินสูงจำพวก ผลไม้
  2. เลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิว
  3. ทำความสะอาดแว่นตาที่ใช้สม่ำเสมอ

 

บริเวณจมูกและริมฝีปาก ( โซนที่ 7 )

มีผลมาจากปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ ระบบสืบพันธุ์ (การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน) ซึ่งหากมีมีผิวสีแดงเข้มที่จมูก อาจส่งผลมาจากระดับความดันเลือดสูงผิดปกติ

สาเหตุ มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน และช่วงตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด นอกจากนี้ยังเกิดจากการแพ้ลิปสติกหรือยาสีฟัน

วิธีการแก้ไข

  1. งดอาหารที่มีรสจัดและมีส่วนผสมของเครื่องเทศและกระเทียม
  2. ทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ให้น้อยลง
  3. ดื่มน้ำในอุณหภูมิปกติ ( ไม่อุ่นหรือแช่เย็น )
  4. เลือกทานอาหารที่มีวิตามินบีสูงในระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  5. เปลี่ยนลิปสติกหรือยาสีฟันที่ใช้เป็นประจำ

 

บริเวณด้านข้างของคางหรือช่วงกราม ( โซนที่ 11 และ 13 )

เกิดจากปัญหาเรื่องของระบบฟันและโดยเฉพาะกรามฟัน 

สาเหตุ อาจเกิดจากการขาดวิตามิน หรือเกิดจากหลังจากการทำฟัน หรืออยู่ในช่วงของการปรับเปลี่ยนฮอร์โมน

วิธีการแก้ไข

  1. แปรงฟันและดูแลสุขภาพฟันให้สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการทำฟัน
  2. กินผักและผลไม้มากขึ้น
  3. มั่นตรวจสอบความผิดปกติของฮอร์โมน เมื่อมีสิวขึ้นบริเวณดังกล่าวผิดปกติ

 

บริเวณปลายคาง ( โซนที่ 12 )

มีผลมาจากระบบลำไส้เล็กและระบบการย่อยของกระเพาะอาหาร

สาเหตุ การเกิดสิวบริเวณนี้เกิดจากการเลือกทานอาหารที่มีรสจัดจนลำไส้เป็นแผล และปัญหาการดูดซึมอาหารของกระเพาะอาหาร

วิธีการแก้ไข

  1. ลดการทานอาหารที่มีรสจัด
  2. เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืนเพื่อง่ายแก่การย่อยของกระเพาะอาหาร 

 

บริเวณใต้คาง ( โซนที่ 14 )

สิวบริเวณนี้เกิดจากเรื่องของความเครียดเป็นหลัก รวมไปถึงความสะอาดของบริเวณดังกล่าว

สาเหตุ มาจากความเครียดของผู้เป็นสิว และการล้างเครื่องสำอาง หรือการล้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดผิวไม่สะอาด

วิธีการแก้ไข

  1. หากิจกรรมคลายเครียดหรือหลีกเลี่ยงเรื่องที่จะก่อให้เกิดความเครียด
  2. ล้างเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวให้สะอาด ไม่ให้ตกค้างในผิว

 

ส่วนที่ 2 สิวบริเวณลำตัว

 

สิวที่แผ่นหลัง

การเกิดสิวที่หลังมีผลเกี่ยวเนื่องมาจากระดับฮอร์โมนในร่างกาย  การอับชื้น การระคายเคืองของผิวหนังและปัจจัยสำคัญในการเกิดสิวอีกอย่างคือ การใช้ชีวิตประจำวันของเราเอง

สาเหตุ เกิดมาจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนของร่างกายโดยตรง เพราะแผ่นหลังเป็นจุดที่ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันทำงานหนัก จึงง่ายต่อการเกิดสิว นอกจากนี้การใช้ชีวิตประจำวัน การไม่รักษาความสะอาดก็ก่อให้เกิดสิวที่แผ่นหลังได้ง่ายเช่นกัน เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่สะอาด การใช้ผ้าปูที่ไม่สะอาด เป็นต้น เมื่อเกิดความไม่สะอาดสะสมที่บริเวณแผ่นหลังจึงก่อให้เกิดการหมักหม่มของของเสียที่ขับออกมาได้ ทำให้เกิดเป็นสิวขึ้น  อาจเกิดมาจากกรรมพันธุ์ได้อีกสาเหตุหนึ่งด้วย

วิธีการแก้ไข

การรักษาสิวที่แผ่นหลังสามารถทำได้หลายวิธี โดยอันดับแรกต้องหาสาเหตุของการเกิดสิวที่หลังให้ได้ก่อนว่าเกิดจากอะไร เพื่อให้ง่ายต่อการรักษา เมื่อรู้สาเหตุแล้วก้อควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด ตัวอย่างเช่น หากเกิดสิวเพราะความสกปรกหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ควรรักษาความสะอาดของร่างกายสม่ำเสมอ หมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอน หรือสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ไม่ว่าจะเป็นแชมพู หรือครีมนวดผม รวมไปถึงสบู่ก้อควรล้างให้สะอาดด้วย ไม่ให้ตกค้างที่แผ่นหลัง

หากสิวที่แผ่นหลังเกิดจากปัญหาเรื่องของฮอร์โมน ก็ควรเลือกรักษาให้ตรงจุด ซึ่งการใช้เลือกรักษานั้นมีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาในการรักษา คือ ยาที่ใช้ทาหรือพ่นบริเวณที่เกิดสิว การทานยาเพื่อช่วยลดระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งการเป็นสิวที่แผ่นหลังนั้นสามารถรักษาโดยใช้ยาแบบเดียวกับที่ใช้บริเวณใบหน้า ซึ่งการรักษานี้สามารถทำได้หลายวิธี แต่หากรักษาด้วยตนเองแล้วไม่ดีขึ้น ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาต่อไป

ส่วนตัวเอิ๊กเองเวลารักษาสิวที่หลังและหน้าอก

  1. อาบน้ำเช็ดตัวให้สะอาดก่อนใส่เสื้อผ้า
  2. สระผมอย่าให้โดนแผ่นหลัง หรือ หน้าอก ให้ก้มหัวสระ
  3. สระผมก่อนแล้วค่อยถูสบู่เป็นลำดับสุดท้ายล้างน้ำเปล่าให้มากๆ
  4. เมื่อเช็ดตัวแห้งแล้วทายารักษาสิวทั้งหน้าอกหรือหลัง แล้วรอให้แห้ง
  5. หลีกเลี่ยงกันแดดที่อุดตัน หรือ ครีมบำรุงผิวที่อุดตัน
การรักษาสิวที่แผ่นหลังอาจไม่หายถาวร ขึ้นกับการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ การมีสิวที่หลังไม่ได้หมายความว่ารักษาความสะอาดไม่ดีพอ เพราะอาจเป็นส่วนผสมจากน้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือ ครีมนวดผมที่ตกค้างอยู่บนเส้นผม ผสมเหงื่อก็ทำให้กลับมาเป็นอีกได้

 

 

ที่มา

http://bye-bye2acne.blogspot.com/

http://www.skinacea.com/acne/acne-face-map.html#.UI6YoG8j6So

http://webboard.ladytips.com/topic/9034

Posted in ACNEComments (4)

BEAUTY TALK – ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์


ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นเพราะเอิ๊กเองได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์บริเวณปลายคางจึงอยากเล่าสู่กันฟัง

จุดประสงค์ในการฉีดเนื่องจากใบหน้าที่สั้น กลม แก้มเยอะ อยากทำให้ดูมีคางเพราะหน้าจะได้ดูยาวขึ้น เป็นผู้หญิงที่อยากสวยแต่กลัวเจ็บตัว กลัวการผ่าตัด เลยเลือกการฉีดฟิลเลอร์ ประเภทไฮยาลูลอน ที่มีในร่างกายและสลายไปได้เองในระยะเวลาไม่ยาวนานมากนัก เผื่อวันนึงชอบตัดสินใจทำคางจริงๆก็ยังไม่สาย ไม่ได้ANTYการศัลยกรรม แต่กลัว 555 คนทำสวยเราก็ว่าสวยดี บางคนงานล้นเลย ดังในพริบตา แต่เราคิดว่าในชีวิต อยากทำแค่ 2 สิ่ง คือ คาง และ … ไม่บอก 5555 ตอนนี้ก็ทำใจไปเรื่อยๆก่อน ยิ่งเกิดเหตุการณ์ฟิลเลอร์ส่งผลข้างเคียงนี้อยากจะบอกว่า ตอนนี้ในใจไม่อยากทำอะไรอีกเลย อยากได้คางเก่าคืนมาก่อน อยากเอาคางสั้นๆแบบเดิมกลับมา ในหัวมีแต่ความกลัว บอกตรงๆ ….. อยากสวยจนได้เรื่องสิน่า ……

ก่อนฉีดวิเคราะห์รูปหน้า : ดูมีแก้ม คางดูสั้น แต่ไม่ได้สั้นมาก ความอยากในใจ อยากคางยาวกว่านี้ เผื่อหน้าจะดูยาวขึ้น

หลังฉีดครั้งแรก : ฉีดครั้งแรกผ่านไปไม่ถึง 3 เดือน ไม่มีผลข้างเคียงใดใด ขึ้นนิดนึงทำให้หน้าดูยาวขึ้นนิดนึงกว่าก่อนฉีด เพราะคุณหมออยากให้ธรรมชาติ อาจจะธรรมชาติมาก 555 แล้วก็ยุบจากไปเร็วมากมาก ทำให้เรายังรู้สึกว่าไม่พอใจกับผลที่ได้ แต่รู้สึกดีใจที่ เออ ฟิลเลอร์ ฉีดแล้วมันก็ยุบได้เลยนะ ไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลย หลังฉีดแค่บวมนิดนึงซัก 3 วัน นั่นเป็นเหตุผลที่  ครั้งแรกนี้เอิ๊กฉีดกับ ผศ.พญ. รังสิมาที่ ISKYCENTER หนองแขม

หลังฉีดครั้งที่สอง : คางเรียวยาวเป็นสามเหลี่ยม ในชีวิตตอนนี้คิดว่าหน้าตาตอนนี้ดีที่สุด (หลายคนอาจจะบอกไม่จริง original ดีที่สุด) ตอนนี้รู้สึกดีมาก ก.ไก่ อีกล้านตัวเลย แต่ผลข้างเคียงอันดับแรกของเอิ๊กที่ปัจจุบันยังไม่หาย คือ การเปลี่ยนสีของบริเวณที่ฉีด เป็นสีแดงตลอดเวลา เนื่องจากเส้นเลือดฝอยมารวมตัวกัน ประเมินจากคุณหมอได้คร่าวๆว่า อาจจะมาจากการแพ้ฟิลเลอร์ของเอิ๊ก ให้แก้โดยการยิงเลเซอร์กำจัดเส้นเลือดฝอย ซึ่งเอิ๊กก็ทำ ก็ดีขึ้นแต่ไม่หายสนิท คุณหมอบอกว่าฉีด filler Perlane ในขนาด 1 หลอด ซึ่งผลหลังฉีดจะดูบวมยาวกว่าของจริงประมาณ 2-3 วัน ค่อยเข้ารูปพอใจมากๆ อยากให้หน้าดู V-SHAPE สมใจเลย และเทคนิคการฉีดเข้าไปประมาณ 3 ครั้ง ก่อนปั้นให้เข้ารูป ฉีดตรงกลาง ข้างซ้าย ข้างขวา และเอิ๊กก็กินน้ำน้อยเหมือนเดิม ไม่รู้เพราะสาเหตุนี้รึเปล่า เกิดผลข้างเคียงใหม่ตามมาคือ “คางบุ๋มเฉพาะที่” เนื่องจากปรึกษากับคุณหมออีกท่าน พบว่ามันสลายบางส่วน อาจจะเป็นจากเทคนิคการฉีด 3 ส่วนด้วย เพราะมีโอกาสที่พื้นที่ส่วนใดส่วนนึงจะสลายไปก่อน ส่วนที่ไม่สลายจึงดูสวยอยู่ก็เป็นได้ ครั้งนี้ฉีดกับ นพ. อภิรุจ THE KLINIQUE  เอิ๊กชอบผลลัพธ์มาก แต่ก็ผลข้างเคียงที่เกิดอาจจะเกิดที่ตัวเอิ๊กเองทานน้ำน้อยกระมัง เท่าที่อ่านหลายท่านก็บอกเพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ

คางปัจจุบัน

ส่วนที่เปลี่ยนสี แท้จริงคือมันบุ๋มลงไปค่ะ ขนาดยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งถ้าเอิ๊กพูดจะเห็นเลยว่าคางเอิ๊กข้างนึงบุ๋ม

มันสร้างความวิตกกังวลกับเอิ๊กมาก เมื่อวันที่พบเห็นคือเมื่อช่วงตุลาคมที่ผ่านมากตอนไปเยอรมัน

ระหว่างอัด SOCIAL CAM รู้สึกมันเหมือนเป็นเงาเกิดขึ้นบริเวณคาง พอมองแล้ว โอว คางดิฉันบุ๋ม

ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอิ๊กอยากรู้ว่าเป็นเราคนเดียวหรือไม่ที่ฉีดฟิลเลอร์ผ่านอย.แล้วได้รับผลข้างเคียง

เลยลองโพสถามในแฟนเพจ erk-erk.com ปรากฎว่า

ก็มีบางคนที่พบ จึงอยากแชร์สู่กันฟัง

ล่าสุดเอิ๊กเดินทางไปเยอรมันกับ ผศ.พญ รังสิมา วณิชภักดีเดชา ซึ่งคุณหมอท่านฉีดฟิลเลอร์มากที่สุดคนนึง

ในบริเวณย่านฝั่งธนบุรี เอิ๊กก็กังวลใจ จึงขอปรึกษาทางแก้ คุณหมอบอกว่า

  • ไม่ให้ฉีดสลาย เพราะอาจจะสลายเนื้อเยื่อส่วนดีของเราไปด้วย
  • ใช้คลื่นความถี่วิทยุปล่อยความร้อนให้สลายเร็วขึ้น
  • ฉีดโบทอกคลายกล้ามเนื้อ ลดการหดตัวที่ทำให้เกิดคลื่น
ปัจจุบันทำวิธีใช้คลื่นวิทยุ RF เป็นตัว TRILIPO มาคลึงที่คาง ผลคือคางเรียบขึ้นแต่ไม่หายบุ๋ม คิดว่าน่าจะบุ๋มกว่านี้ เพราะถ้ามันทำให้สลายจริงมันก็จะสลายและบุ๋มลงเรื่อยๆ ตอนนี้จึงต้องดูแลกันไปก่อน ทนจนกว่าสลาย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงขออนุญาตแชร์ผลข้างเคียงของการฉีด Filler ที่ได้หาข้อมูลมา มีตั้งแต่อาการที่รุนแรงไม่มาก ที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็กลับมาหายเป็นปกติ จนกระทั่งถึงผลข้างเคียงที่มีอาการรุนแรงมากจนไม่สามารถกลับมาปกติเหมือนเดิม แต่การฉีดนั้นจะมีผลข้างเคียงที่มีระดับความรุนแรงมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยในการฉีด Filler เช่น

  • ชนิดของ Filler 
  • ประสบการณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ฉีด Filler
  • เทคนิคการฉีด Filler
  • การตอบสนองร่างกายคนไข้ในการฉีด Filler
  • สถานที่ให้รับบริการฉีด Filler ความสะอาด การฆ่าเชื้อ 

คนส่วนใหญ่ถ้าผ่านการเลือกตั้งแต่ชนิด Fillerที่ผ่านอย. แพทย์ เทคนิคแพทย์ ร่างกายตอบสนองดี ก็จะมีอาการปกติหลังฉีด คือ บวมไม่กี่วันแล้วก็หาย แต่คนส่วนน้อย เช่นเอิ๊ก ถือว่าเป็นผลข้างเคียงระดับน้อยถึงปานกลาง อย่างที่เล่าไปข้างต้น
จะลองแบ่งประเภทของผลข้างเคียงคหลังจากฉีด Filler เป็น 3 ระดับ ในความรู้สึกเอิ๊กนะคะในกรณีคนไข้

1. ผลข้างเคียงระดับน้อย

– มีรอยเขียวจากเข็ม อาจจะเป็นจ้ำเลือด รวมถึงอาการบวมบริเวณที่ฉีดไม่กี่วันก็หาย

– แพ้มีเส้นเลือดฝอยรวมกันอยู่เป็นกระจุดบริเวณที่ฉีด ผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นสีแดง

– มีผื่นแดงขึ้น

2. ผลข้างเคียงระดับปานกลาง

– คลำไปเป็นก้อนขรุขระ เป็นคลื่น ผิวหนังไม่เรียบ พอแสดงสีหน้าก้อนฟิลเลอร์ก็นูนขึ้นมา

– หลังฉีดFillerไปซักพักพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างฟิลเลอร์มีการไหล รูปทรงเปลี่ยน รูปร่างเปลี่ยน

– ฉีดมาซักระยะอาจเกิดอาการแพ้ทำให้เป็นก้อน แดง นูน อักเสบ

– ผิวหนังรอบดวงตา เปลี่ยนสี อาจจะออกเป็นสีฟ้าๆ เทาๆ หรือม่วง

– หลังฉีด Filler อาจจะไม่สามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้เหมือนปกติ

– หลังฉีด Filler อาจจะแสดงสีหน้าไม่ธรรมชาติเหมือนก่อนฉีด เช่น เวลายิ้มถ้าฉีดคางคางก็ย้อยเป็นก้อนดูเกร็งๆ แข็งๆ

– มีอาการคันที่รุนแรง และอาจจะมีลมพิษขึ้นตามมาด้วย

3. ผลข้างเคียงที่มีความรุนแรงในระดับมาก

– หลังฉีด Filler มีอาการติดเชื้อ บางทีแพทย์จึงสั่งให้ทานยาปฎิชีวนะหลังฉีดเสร็จเพื่อป้องกัน

– หลังฉีด Filler พบว่าผิวหนังบริเวณนั้นตายรวมถึงผิวหนังบริเวณรอบๆด้วย สาเหตุมาจากสาร Filler เข้าไปอุดในบริเวณปลายเส้นเลือดที่จะนำเลือดไปเลี้ยงบริเวณผิวหนังบริเวณนั้น หรือ ในกรณีที่ปริมาณสาร Filler มากเกิน ก็จะไปกดเบียดบริเวณปลายเส้นเลือดให้ตีบลง จึงเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังตายได้

– หลังฉีด Filler ตาบอด เพราะสาเหตุสาร Filler เข้าไปอุดตันในบริเวณเส้นเลือดทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงที่จอประสาทตา จึงทำให้ตาบอด

– อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

นี่คือเหตุผลที่ต้องออกมาเขียนเรื่องนี้เพื่อให้ทุกคนพยายามหาข้อมูลให้มากและดียิ่งขึ้นค่ะ

แหล่งข้อมูล :

– ทวิตเตอร์ @DrRungsima

– ผศ.พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา

– http://www.realself.com/files/528337-504567.JPG

– http://www.guardian.co.uk/lifeandstyle/2010/jul/18/cosmetic-surgery-cowboys-face-lawsuits

– http://www.livestrong.com/article/138088-side-effects-wrinkle-fillers/

– http://gamesbbclinic.blogspot.com/2012/04/filler.html

– ประสบการณ์ตรง

Posted in FACEComments (2)

BEAUTY SKIN TIPS – รวม 100 เคล็ดลับสำหรับผิวสุขภาพดี


  1. การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ผิวก็จะสูญเสียน้ำตามไปด้วย ทำให้ผิวแห้งกร้าน และอาจมองเห็นรูขุมขนชัดขึ้นได้
  2. เมื่อรูขุมขนกว้าง ร่วมกับมีน้ำมันถูกขับผ่านรูขุมขนมากขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย คนที่รูขุมขนกว้าง จึงมักมีหน้ามันและมีสิวอุดตันตามมา
  3. รูขุมขนกว้าง ถ้าพบในคนอายุน้อย มักจะเป็นคนที่มีผิวมัน แต่ถ้าพบตอนอายุมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณหนึ่งที่แสดงว่าคอลลาเจนที่ผิวเริ่มเสื่อมสภาพ
  4. ข้อดีของการมีรูขุมขนกว้างคือ เวลาทาอะไรลงบนผิวหน้าแล้ว ยา ครีม หรือโลชั่นจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีกว่า
  5. ข้อดีของคนผิวคล้ำคือ มีโอกาสเกิดริ้วรอยย่นได้น้อยกว่า แก่ช้ากว่า มีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังน้อยกว่าคนขาว
  6. คนขาวก็มีปัญหาของตัวเอง เช่น จะทนแดดได้สั้นกว่าคนคล้ำ โดนแดดนิดหน่อยผิวก็จะแสบ แดง มีอาการไหม้ ลอก ได้ง่าย
  7. การลดความอ้วน ทำให้ขาดสารอาหาร ผิวหนังจะแห้งกร้าน ผมร่วง เล็บจะเปราะบางฉีกขาดง่าย
  8. การเจ็บป่วยเรื้อรังเป็นเวลานานเกิน 3 เดือน การผ่าตัดใหญ่ คลอดบุตร ทำให้ผมร่วงได้
  9. การป่วยเป็นโรคโลหิตจาง ทำให้สีผิวดูซีดลง ริมฝีปากสีอ่อนลงได้
  10. การแพ้เครื่องสำอางมักเกิดจากการแพ้น้ำหอม และสารกันเสียในเครื่องสำอางมากที่สุด
  11. การเกิดสิวหลังทาครีมกันแดด ไม่ถือว่าเป็นการแพ้ครีมกันแดด แต่เป็นเพราะครีมกันแดดทำให้เกิดสิวอุดตันได้ต่างหาก
  12. การบีบ แคะ แกะ หรือกดสิว อาจทำให้เกิดสิวอักเสบ มีรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวตามมา
  13. รอยแดงสิวไม่มีครีมหรือยาทาชนิดไหนช่วยได้ นอกจากรอ 6-9 เดือนให้หายไปเอง หรือทำเลเซอร์ 3-4 ครั้งถึงจะจางลง
  14. สีของลิปสติกที่มีโอกาสแพ้บ่อยที่สุดคือ สีแดง ซึ่งเป็นสียอดนิยม
  15. คนที่มีผื่นคันรอบดวงตา อาจเกิดจากการแพ้ eyeshadow หรือ ยาทาเล็บ
  16. คนที่มีประวัติแพ้พลาสเตอร์ จะมีโอกาสแพ้ mascara eyeliner และลิปสติกได้บ่อย
  17. ถั่วเหลืองนี่ดีต่อสุขภาพจริง ๆ กินก็ได้ประโยชน์ สารสกัดจากถั่วเหลืองเมื่อเอามาทาลงบนผิวก็ให้ความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยได้
  18. การดูแลผิวให้สวยสดใส ไม่จําเป็นต้องซื้อวิตะมินหรือคอลลาเจนแพงๆ มากิน แค่กินผักผลไม้ ปลาและอาหารให้ครบ 5 หมู่ และนํ้าเยอะๆ ก็พอ
  19. คนนอนดึก ถ้าตื่นมาแล้วใต้ตาคล้ำ ให้เอาถุงชา (แบบชงดื่มเสร็จแล้ว) ชุบน้ำแช่เย็นจัดมาโปะตา 10-15 นาที รอยคล้ำจะจางลง
  20. การรักษาหลักของฝ้าคือการทายาและครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง เลเซอร์สำหรับรักษาฝ้าจะใช้ในกรณีที่ดื้อต่อการรักษาด้วยยาเท่านั้น
  21. การโกนขนไม่ได้ทำให้ขนดำขึ้น แข็งขึ้น หรือมากขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่ขนที่พึ่งขึ้นใหม่หลังโกนจะมีปลายตัดทำให้ดูเห็นชัดขึ้น
  22. ยิ่งล้างหน้าบ่อย หน้าจะยิ่งมัน เพราะเมื่อความมันถูกล้างออก ต่อมไขมันจะยิ่งผลิตน้ำมันขึ้นมาชดเชย ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
  23. การแต่งหน้าจัดไม่ทำให้หน้าแก่เร็ว แค่ทำให้ดูแก่ขึ้นเท่านั้น
  24. ไม่ควรใช้เครื่องสำอางหรืออุปกรณ์แต่งหน้าร่วมกับคนอื่นหรือลองใช้เครื่อง สำอางตามเคาน์เตอร์ เพราะถ่ายทอดเชื้อโรคสู่กันได้ โดยเฉพาะเชื้อเริม
  25. อุปกรณ์แต่งหน้า เช่น ฟองน้ำหรือแปรง ควรทำความสะอาดเดือนละครั้งด้วยน้ำอุ่นและสบู่ เพราะเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย
  26. การเก็บเครื่องสำอางในตู้เย็นไม่ดีเสมอไป เพราะความชื้นในตู้เย็นจะทำให้เครื่องสำอางเนื้อแป้งเสียคุณสมบัติ เนื้อครีมแยกขั้นได้
  27. เครื่องสำอางจะหมดอายุเร็วถ้าอยู่ในที่ร้อน หรือถูกแสงแดด เพราะจะทำให้วัตถุกันเสียหรือส่วนผสมของเครื่องสำอางเสื่อมสภาพเร็ว
  28. การทารองพื้นลงบนหน้า ไม่จำเป็นต้องรอ 10-15 นาทีหลังทาครีมกันแดด เพราะรองพื้นจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหน้าอยู่แล้ว จึงสามารถทาได้ทันที
  29. ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวผู้ชาย จะต้องเน้นเรื่องการทำความสะอาด ลดความมันและควบคุมความมันของใบหน้า และมีส่วนผสมของน้ำมันน้อยกว่า
  30. การนอนเปิดไฟทำให้ผิวหน้าคล้ำ มีจุดด่างดำได้ เพราะแสงไฟจะมี UVA ซึ่งมีผลทำให้หน้าดำ เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้
  31. การนอนโดยไม่ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนเข้านอน เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวอุดตัน
  32. การนอนอ้าปากทำให้ริมฝีปากแห้ง แตกง่าย เกิดรอยย่นที่ริมฝีปากได้
  33. การนอนน้ำลายไหล ทำให้เกิดเชื้อราที่มุมปากและแก้มได้
  34. การนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งเป็นประจำ จะทำให้ใบหน้าข้างนั้นมีริ้วรอย และร่องแก้มมากกว่าใบหน้าอีกข้างหนึ่ง
  35. พฤติกรรมบางอย่างก็ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เช่น เวลานอน ถ้าชอบนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่ง ร่องแก้มข้างนั้นจะลึกกว่าอีกข้างนึง
  36. ไม่ควรรีบทาครีมหรือยาเพื่อป้องกันแผลเป็น เพราะยาต่าง ๆ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองแผล หรือทำให้แผลหายช้าได้
  37. ถ้ามีอาการแสบร้อน อาจใช้ยาสีฟันหรือครีมโกนหนวดทาลงบนแผลก่อนได้ แต่ควรระวังในขณะทายา ไม่ควรถูหรือป้ายยาลงบนแผลแรงเกินไป
  38. ปริมาณของครีมกันแดดที่กันแดดได้ดีทีสุดคือ ความยาวของครีมที่บีบเท่ากับ 2 เท่าของความยาวข้อปลายนิ้วชี้
  39. เพื่อถนอมผิวจากอันตรายจากแดด ควรหลีกเลี่ยงการออกกลางแจ้งในช่วง 10.00-16.00 น. เพราะเป็นช่วงของวันที่แดดแรงที่สุด
  40. ไม่ควรผสมครีมบำรุงผิวกับครีมกันแดดเข้าด้วยกันก่อนทาลงบนผิว เพราะจะทำให้ ครีมกันแดดเจือจาง ประสิทธิภาพของครีมกันแดดในการปกป้องผิวจะลดลง 
  41. เครื่องกำบังแดดที่ดีคือ ร่มเงาของชายคา สวมหมวกปีกกว้าง กางร่มกันUV สวมเสื้อเนื้อผ้าแน่นและสีเข้ม 
  42. การชอบขยี้ตา มักทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตา คนสายตาสั้นที่ไม่ยอมใส่แว่น มักจะมีรอยขมวดคิ้ว เพราะต้องเพ่งสายตาเพื่ออ่านหนังสือ
  43. การชอบแสดงสีหน้าบางอย่างก็เป็นกรรมพันธุ์ เช่น ครอบครัวที่ชอบขมวดคิ้ว ก็จะขมวดคิ้วกันทั้งบ้าน มีรอยย่นหว่างคิ้วเมื่อแก่กันทุกคน
  44. รอยย่นบนใบหน้ามีสาเหตุหลัก 2 ประการคือ ความแก่ของผิว (ทั้งจากอายุที่เพิ่มขึ้นและแสงแดด) และการแสดงสีหน้า
  45. ริ้วรอยที่เห็นเฉพาะเวลาแสดงสีหน้า เช่น ตอนยิ้มเห็นตีนกา แต่เวลาไม่ยิ้มก็จะไม่เห็นตีนกา ริ้วรอยชนิดนี้รักษาได้โดยการฉีด botulinum toxin 
  46. ไม่ควรนำครีมหลายตัวมาผสมกันแล้วทาลงบนผิวพร้อมกัน เพราะสารในครีมอาจ ทำปฏิกิริยากันทำให้เกิดผลเสีย เสื่อมฤทธิ์ หรือแย่งการดูดซึมสู่ผิวได้
  47. การทาครีมหลายตัวทับกันในเวลาสั้น ผิวหนังจะไม่สามารถดูดซึมครีมหรือยาได้ ทั้งหมด ทำให้ประสิทธิภาพของครีมหรือยาที่ทาลดลงเพราะถูกดูดซึมน้อย
  48. การทายาหรือครีมลงบนผิวหนัง ทาไม่เกินวันละ 2 ครั้งก็พอ ถึงแม้ทามากกว่าวันละ 2 ครั้ง ประสิทธิภาพในการดูดซึมยาหรือครีมไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก
  49. ครีมทามือหรือทาเท้า ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพดี ควรทาก่อนนอน แล้วใส่ถุงมือ ถุงเท้าคลุมเอาไว้ จะเพิ่มการดูดซึมของครีมได้ดียิ่งขึ้น
  50. กลิ่นตัวของคนเราจะถูกกำหนดด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารที่รับประทานเข้าไป ลักษณะการใช้ชีวิต เพศ อายุ สุขภาพ การรับประทานยาต่างๆ
  51. อย่ารักษารอยคล้ำด้วยวิธีขัดถูแรงๆ หรือสคับแรงๆ เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดสีคล้ำเข้มมากขึ้น
  52. การขัดถูผิวหน้าหรือสครับหน้าแรงๆทำให้ผิวหยาบกระด้าง และอาจทำให้เกิดตุ่มสีขาวเล็กๆที่ดูคล้ายสิวอุดตัน
  53. ยาทาที่ใช้สำหรับรอยคล้ำสิวและรอยคล้ำจากยุงกัดที่ได้ผลดี เช่น ไฮโดรควิโนด กรดวิตะมินเอ กรดผลไม้
  54. การบีบ แกะ และกดสิวทำให้ผิวเกิดการอักเสบมากขึ้นส่งผลให้เกิดรอยคล้ำตามมา ฉะนั้นเป็นสิวอย่าบีบ แกะ หรือเค้นเด็ดขาด
  55. ปกติรอยคล้ำที่เกิดตามหลังผิวอักเสบบริเวณหน้าจะจางเร็วกว่าที่ลำตัว แต่ที่แขนขาจะหายช้าที่สุด อาจใช้เวลาเป็นปี
  56. การหลบแดดและทาครีมกันแดดช่วยให้รอยคล้ำจากสิวจางเร็วขึ้นด้วย
  57. ไม่ควรใช้เลเซอร์ในการรักษารอยดำสิว หรือรอยดำจากการอักเสบอื่น ๆ เนื่องจากเสี่ยงต่อการทำให้เกิดรอยดำมากขึ้น
  58. หลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าสิวเสี้ยนที่จมูกคือสิว และใช้ยาทาสิวรักษา แล้วจะไปหายได้อย่างไงล่ะครับ
  59. สิวเสี้ยนเห็นเป็นจุดดำเล็กๆที่จมูก ที่จริงจุดดำนั้นคือเส้นขนหลายเส้นที่แทงออกมาจากรูเดียวกัน เลเซอร์กำจัดขนรักษาสิวเสี้ยนได้
  60. ท่านที่มีปัญหาเรื่องผมร่วงควรไว้ผมทรงสั้นจะดีกว่า เพราะการไว้ผมยาวจะเพิ่มโอกาสผมร่วงจากการถูกดึงรั้งมากกว่าในขณะสระผมหรือหวีผม
  61. ผมบนศีรษะเหมือนใบไม้ ผมเส้นเก่าต้องรวงเพื่อให้เส้นใหม่งอกขึ้นมา ปกติผมจะร่วงวันละ 100-150 เส้น วันที่สระผมหรือหวีบ่อยๆผมจะร่วงมากขึ้น
  62. ความเชื่อที่ว่าหวีผมวันละ 100 ครั้งจะทำให้ผมงอกดกและยาวเร็วไม่เป็นความจริง ยิ่งหวีมากยิ่งร่วงมากต่างหาก
  63. คนผมบาง/ศีรษะล้านควรสวมหมวกเพื่อป้องกันแดดเวลาออกกลางแจ้งแดดจัดหรือเวลา เล่นกีฬากลางแจ้งโดยเฉพาะก๊อล์ฟ เพราะไม่มีเส้นผมป้องกันหนังศีรษะจากแดด
  64. สารปรอทเป็นโลหะหนักที่มีพิษสะสมในร่างกายแม้ได้รับในปริมาณน้อย ก็สามารถทำให้ผู้ใช้ครีมมีผิวบางลง ผิวจะมีความไวต่อแสงมากขึ้น
  65. ครีมกันแดดช่วยป้องกันรือชะลอการเกิดริ้วรอย กระแดด กระเนื้อ และฝ้า
  66. กระแดด กระเนื้อ ฝ้า ไฝ ขี้แมงวัน เป็นรอยคล้ำที่กระตุ้นจากแสงแดดทำให้หน้าหมองคล้ำ ไม่ใส
  67. การรักษาฝ้าต้องหลบแดดและทากันแดดอย่างเคร่งครัว เพราะถึงแม้จะรักษาฝ้าได้จางแล้ว ก็จะกลับมาเป็นใหม่ได้อีกถ้าโดนแดด 
  68. ปัญหาของการโกน ถอน และแว๊กซ์คือการเกิดรูขุมขนอักเสนเห็นเป็นจุดแดงหรือตุ่มหนองรอบๆรูขุมขน เลเซอร์กำจัดขนช่วยแก้ปัญหานี้ได้
  69. ตำแหน่งที่คนไข้ชายนิยมกำจัดขนได้แก่ 1. หน้าอก 2. หลัง 3. บริเวณเคราในคนเคราดก เพราะการโกนขน/หวดบ่อยๆจะทำให้เกิดรูขุมขนอักเสบเห็นเป็นตุ่มแดงๆ
  70. ตำแหน่งที่คนไข้ผู้หญิงนิยมกำจัดขนคือ 1. รักแร้ 2. หน้าแข้ง 3. ไรหนวดอ่อน 4. ขอบบิกืนี่
  71. การทำเลเซอร์กำจัดขน 1 ครั้ง ขนจะหายไป 10-15% หากทำซ้ำที่เดิมทุกเดือนติดต่อกัน 7-8 ครั้ง ขนหายเกือบ 100%
  72. แสงแดดไม่ใช่ทำลายแต่ผิวหนังอย่างเดียว กระตกตาถ้าถูกแดดนานๆทำใ้ดกิดต้อกระจกได้ เวลาออกแดดควรสวมแว่นตากันแสง UV ด้วย
  73. ส่วนที่คนมักลืมทาครีมกันแดดคือ ใบหู คอ และส่วนที่เสื้อไม่ปิดเช่น หน้าอกตอนบน หลังมือและหลังแขน
  74. แสงแดด UVA สามารถทะลุผ่านกระจกได้ ใครนั่งทำงานริมน้าต่างต้องระวังโดยปิดม่าน UVA ทำลายคอลลอเจนทำให้เกิดรอยเหี่ยวและหนังยาน
  75. หากผิวไหม้แดดและมีผื่นแดงแสบร้อนให้ประคบด้วยผ้าชุบน้ำเย็นบ่อยๆ
  76. เชื้อราที่ผิวหนังรักษาได้ด้วยยาทา อาจต้องกินยาหากเป็นหลายตำแหน่ง
  77. ขี้กลากเป็นการติดเชื้อราชนิดหนึ่งที่ผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่ติดมาจากสัตว์สู่คน
  78. การสวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำทำให้เกิดตาปลาเพราะน้ำหนักตัวจะถูกเทไปอยู่เฉพาะเท้าส่วนหน้า และนิ้วเท้าด้านบน
  79. วิธีรักษาตาปลาคือ การทายา และการฝาน ห้ามรักษาโดยการผ่าตัดหรือจี้ไฟฟ้าและเลเซอร์เพราะอาจเกิดแผลเป็นเวลาเดินจะปวดตลอด
  80. การใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำเป็นสาเหตุให้เกิดการปวดหลังเพราะแนวกระดูกสันหลังเกิดการแอ่นมากผิดปกติ
  81. ชายที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจนติดอาจมีหน้าอกโตเพราะมีการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) ในร่างกาย
  82. แอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดที่ผิวขยายตัวและแตกง่าย สังเกตุว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์จะหน้าแดงง่ายและเห็นเป็นเส้นเลือดฝอยที่หน้าและอก
  83. การขาดวิตะมินเอบวกกับผิวขาดน้ำเป็นตัวเร่งทำให้ผิวแก่ก่อนวัย คนที่ดื่มเป็นประจำจะดูแก่ก่อนวัย
  84. การกดสิวทำโดยใช้ปลายเข็มขนาดเล็กสะกิดผิวตื้นๆแล้วใช้อุปกรณ์กดหัวสิวกดออก
  85. การกดสิวทำโดยใช้ปลายเข็มขนาดเล็กสะกิดผิวตื้นๆแล้วใช้อุปกรณ์กดหัวสิวกดออก
  86. การนอนคว่ำหรือนอนตะแคงผิวหน้ามีโอกาสยับ ถูกทับ ถูไถและเสียดสีไปกับปอกหมอน ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มได้ตลอดเวลา
  87. วิธีลดรอยย่นจากการนอนแบบง่ายๆ เช่น ใช้หมอนที่นุ่ม เลือกปอกหมอนผ้าปูที่เป็นผ้าซาตินเลี่ยงผ้า cotton หรือฝึกนอนหงาย
  88. คนที่ชอบนอนหงายจะเป็นริ้วรอยบนหน้าน้อยกว่าคนที่ชอบนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ
  89. คนที่ชอบล้างมือบ่อยๆหรือทำงานที่มือต้องแช่น้ำบ่อยๆ มักจะมีอาการบวมแดงของจมูกเล็บดังรูปเพราะเป็นเชื้อรา
  90. การหยุดสูบบุหรี่ไม่ได้ทำให้ริ้วรอยจากการสูบเดิมหายไป แต่จะช่วยลดการเสื่อมสลายของผิวให้น้อยลง
  91. สารในควันบุหรี่ยังเร่งกระบวนการทำลายเส้นใยคอลลาเจนในผิว ลดปริมาณวิตะมิน A และ C ในผิว
  92. ผลเสียของควันบุหรี่ต่อผิวที่สำคัญมี 2 อย่างคือ ทำให้แก่เร็วกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันและทำให้แผลหายช้า
  93. เมื่อทาครีมแล้วเกิดอาการผื่นบวมแดงและคันแสดงว่าอาแพ้ครีมให้ล้างออกด้วยการฟอกสบู่อ่อนแล้วล้างน้ำและไปพบแพทย์ถ้าไม่ดีขึ้น
  94. การทาครีมหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆจะทำให้ครีมซึมลงผิวได้มากกว่าผิวปกติ
  95. ปริมาณครีมทาบนผิวหนังที่เหมาะสมคือการใช้ครีมปริมาณที่น้อยที่สุดที่สามารถครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการทา
  96. ก่อนทาครีมบนผิวควรซับผิวให้แห้งเพราะน้ำที่อยู่บนผิวจะเจือจางความเข้มข้นของครีม
  97. การทาครีมบริเวณที่ผิวอ่อนเช่นรอบดวงตา,ซอกพับ,ขาหนีบ,อวัยวะเพศควรใช้ครีมปริมาณน้อยเพราะเกิดการระคายเคืองง่าย
  98. ขอเตือนท่านที่คิดจะไปฉีดฟิวเลอร์เพื่อเสริมดั้ง ควรเลือกฉีดกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพราะผลข้างเคียงที่อันตรายคือ ตาบอด หากฉีดเข้าไปในเส้นเลือด
  99. ผิวหนังรอบดวงตาบริเวณที่มีผิวหนังค่อนข้างบอบบางหากเทียบกับผิวหนังบริเวณ อื่นของร่างกาย และมีโอกาสเกิดการแพ้และเกิดแผลเป็นได้ง่ายกว่า
  100. ตีนกาเกิดจากการที่กล้ามเนื้อหดตัวแล้วคลายตัวไม่หมด ทำให้เห็นเป็นรอยเท้ากาคาไว้ข้างตา

ขอบพระคุณข้อมูล

จากทวิตเตอร์ @DrWoraphong @DrRungsima คุณหมอผิวหนังสุดฮอตในทวิตเตอร์ค่ะ 

Photo Reference : bloggang.com, jaranskinclinic.com, doctorcosmetics.com, kajabbi.com,nomoremelasma.blogspot.com, n3k.in.th, petcharatbeauty.com, hnzic.blogspot.com, health.kapook.com, torojunior.blogspot.com, board.postjung.com, toonne.com, chaoprayanews.com, kvamsook.com, xn--12ca1ducec1gdtz3j6d.com, komwit.com, lauvenzee.com, beautysecret.co.th, imarm.com, boojazzy.com, exteen.com, weloveshopping.com,ir-beautina.info, globalfashionreport.com, morebeautybypim.tarad.com, dek-d.com, augustzarisa.exteen.com, learners.in.th, kvamsook.com,health.ladytips.com, variety.teenee.com, women.thaiza.com,toptenthailand.com, crostbello.com, health.kapook.com, catninelifecanter.blogspot.com, women.mthai.com, xn--12cf3caxc5cp3ei6dr4a6o9a2g.com, health.kapook.com, globalfashionreport.com, charming-house.com, zazana.com

Posted in BEAUTY, SKINComments (0)

ลดแก้มด้วยวิธีที่ 3 – TRILIPO คลื่นความถี่วิทยุแบบ 3 ขั้ว


อยากให้แก้มลดลงแต่ไม่เคยคิดว่าจะมาลงเอยด้วยวิธีนี้

บอกตรงๆว่าไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าจะได้ผลกับใบหน้า ทั้งที่มันมีหัวไว้ทำกับใบหน้าและดวงตา

TRILIPO คือ คลื่นวิทยุ RFที่มี 3 ขั้ว ไว้ปล่อยพลังงานความร้อนเพื่อกระชับ

ช่วยกระชับสัดส่วนทั่วร่างให้ผลดีรองจากหัวเดียวซึ่งราคาก็ถูกกว่าหัวเดียวมาก

คลื่นวิทยุดังๆในเรื่องยกกระชับคือ THEMAGE แต่แพงกว่าเกือบยี่ิสิบเท่า

” หลักการทำงาน “ ปล่อยคลื่นความถี่วิทยุเป็นความร้อนไปทำหน้าที่ออกกำลังกายกระชับกล้ามเนื้อชั้นลึก ไขมันเมื่อโดนความร้อน โดนกระชับเซลล์ในไขมันก็แตกตัว ทำให้น้ำในเซลล์ไขมันถูกขับออกมา ภายหลังเกิดการจัดเรียงตัวของไขมันใหม่ ก็จะกระชับขึ้น หลักการของมันมีประมาณนี้ ความร้อนของ RF ลงไปลึกมากถึงชั้นไขมัน ซึ่งเลเซอร์หลายตัวลงไปไม่ถึง ที่เป็นจุดเด่นคือไม่มีแผล ไม่เจ็บ แต่เห็นผลเหมือนกัน

หน้าที่มีทั้งหมด 3 อย่าง

  1. ออกกำลังกายกล้ามเนื้อ
  2. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  3. เร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันเฉพาะส่วน

 

หน้าตาของ TRILIPO มีหลายขนาด ไว้ทำตัว ทำหน้า ทำตา ก็จะมีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ

หมอทำให้ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายนะคะ เอิ๊กก็ไม่ทำ เพราะอย่างที่บอกดูหน้าตาก็ไม่หน้าจะทำได้อันแค่เนี๊ยะลดแก้มได้ 555 (สมัยความรู้เรื่อง RF ยังไม่มี) จนพี่คนนึงเป็นลูกค้า มาชมให้ฟังว่าซื้อสองคอร์สแล้ว แต่เขาซื้อตอนโปร ทำได้ถูกมากเปรียบลด 50% ราคาตอนลดอยู่ที่ประมาณครั้งละ 1600 ทั่วใบหน้า คือแบบว่า ถูกกว่าฉีด LIPO MESO บลาบลาๆ ซึ่งเจ็บมากต่หลักการเดียวการ ต้องทำต่อเนื่อง หลายครั้งเหมือนกัน คือถ้าปล่อยให้อ้วนมันก็กลับมาใหม่ เขาพูดรอบแรกเราก็เฉย พี่เขาหล่อ หน้าเรียวเล็กอยู่แล้ว จนเห็นพี่สาวสุดที่รักทำ ตกใจนึกว่าศัลยกรรม 5555 หน้ามีแก้ม แฟบไปเลย แต่เขาทำต่อเนื่อง ส่วนเอิ๊กขอลองความรู้สึก และ อยากรู้ไขมันช่วงแก้มเราตอบสนองรึเปล่า เลยลองไป 1 ครั้ง

ทำที่ ISKYCENTER ที่เก่าเวลาใหม่ 555 ทำกับคุณนุชค่ะ เขาบอกว่าเก่งสุดแล้วสำหรับ TRILIPO

ขอโทษที่จำไม่ได้ว่ากี่นาทีเพราะหลับอะ 555 นอนกรนเก๋ๆ เขาจะทำความสะอาดใบหน้าให้เราด้วยคลีนซิ่งสำหรับผิวเรา (ของเอิ๊กแพ้ง่าย) แล้วมีเจลสองตัวให้เลือกคือ กลีเซอรีน กับ เจลก่อนลง IPL เอิ๊กใช้ตัวหลัง แต่ยังไงผิวเอิ๊กยังมีการระคายเคืองขึ้นหลังทำไม่ เจล ก็ คลีนซิ่ง หน้าเอิ๊กแพ้ง่ายจริงๆ บางทีจะบอกว่าไปทำอะไรที่ศูนย์ความงาน คลินิค หรือ เลเซอร์ ถ้าผิวแพ้ง่ายเตรียมอุปกรณ์ล้างหน้าไปเลย หรือไปเวิร์คช็อปแต่งหน้าที่ไหนก็ตามพกไป !!!! 

  • ทำความสะอาดใบหน้า ใต้ตา บริเวณที่จะทำ
  • ลงเจล IPL ให้เครื่องไหลลื่น และ ปล่อยพลังงานได้ไม่มีสะดุด
  • วนไปให้ทั่วใบหน้า
  • วนไปใต้ดวงตา ถ้าทำดวงตาด้วย
  • ซับหน้าด้วยกระดาษทิชชู่
รอผลลัพธ์ซัก 1 เดือน บางคนก็เห็นเลย  ของเอิ๊กเป็นแบบนี้ ….
ก่อนทำก็ไม่ได้ใหญ่แต่ช่วงข้างแก้มห้อย 5555 แก่แล้วก็แบบนี้แหละ ที่รู้สึกได้ ใต้ตาเรียบไปเลยเป็นอาทิตย์ก่อนจะกลับมาเหมือนเดิม เพราะไม่ได้ซ้ำ การทำซ้ำต้องเดือนละ 4 ครั้ง ซักระยะ ค่อยทิ้งช่วงเดือนละครั้งสองครั้งได้ นี่ทำครั้งเดียวคิดว่ามันเลยเห็นผลทันทีไม่ชัด
หลังทำ 1 เดือน อย่างที่เคยบอกเอิ๊กมีปัญหาเรื่องระบบหน้าบวมน้ำ วันดีคืนดี เช้าหน้าใหญ่ เย็นหน้าเล็ก เช้าเล็ก กลางวันอืด เย็นเล็ก คือถ้าทานโซเดียมเยอะมันขึ้นอืดทันที ดังนั้น ตอน1เดือนยังวัดไม่ได้ ความรู้สึกคือ ส่วนห้อยข้างแก้ม ดูไม่ห้อย แต่อืดนี่โซเดียมจัดช่วยไม่ได้ล๊า ~
1 เดือน 6 วัน วันนี้หน้าเรียวขึ้นนะ 5555 บอกแล้วแล้วแต่วัน แต่นอนตะแคงเลยย้อย
สรุปดูเอาเอง .. ไม่รีทัชรูปร่างนะคะ ขยายกันไปเลย
[ปล . ขอร้องโปรดอย่านำรูปไปทำอะไรในเชิงพาณิชย์ ขึ้นโรงพักบ่อยไปแจ้งความก่อนขึ้นศาลมันเหนื่อยจ๊ะที่รัก]
เอิ๊กว่ามันดูไข่มากขึ้น ความห้อยด้านข้างลดลง แต่หน้าดูเต็มๆมากกว่ารูปแรก สำหรับ 1 ครั้งทั้งที่ควรจะทำหลายครั้ง คุณหมอบอกให้มาซ้ำๆๆๆ 5555 ยังเลย ยังไม่มีเวลา เอิ๊กว่ามันเก็บที่ห้อยได้ดีนะ
วันนี้ทำงานหนักไม่ได้ทานข้าว หน้าหันข้างนี่แบบ ลืมหน้าเก่าไปเลย 😀 ปลื้มมมมลึ่ม แค่นี้ละพอล่ะ
เต็มตัวก่อนไปอีกซักรูป เพื่อให้ดูโดยรวมของใบหน้าค่ะ
สรุป สำหรับใบหน้าครั้งละ 4000 บาท / ครั้ง ซื้อเป็นคอร์สก็ถูกกว่าหน่อย ถ้าซื้อตอนโปรสบายตัวสุด แต่ยังไม่มีวี่แว่วจะกลับมา 55
ข้อเสีย ต้องทำบ่อยหลายครั้ง / ค่าใช้จ่ายสูง 4,000 บาท แต่ละครั้งไม่รวมดวงตา / ต้องเสียเวลา / ไขมันที่ออกไปแค่ทำให้เซลล์ไขมันเล็กลง ไม่ได้หายไป ถ้าอ้วนก็กลับมาใหม่ / ทำช่วงโบทูลินูมทอกซินไปแล้วไม่ได้ ความร้อนทำให้สลายไว
ข้อดี ไม่เจ็บ สบายที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น / ผ่าน FDA ทั้งไทยและเทศ / ลงลึกถึงชั้นไขมัน / บางคนเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก / คิดว่าถ้าทำต่อเนื่อง ไขมันฟีบแน่ๆ / ทำได้ทั้งตัว / ลดเฉพาะส่วนที่อยากลด
 
XOXO
ไว้คราวหน้าลองลดต้นขา 5555 บางวันบวม บางวันไม่บวม โอยร่างกายฉัน ยังไงกันเนี่ย
ปล. ดูเป็นแนวทาง อย่าถึงขนาดเดือดร้อนแล้วมาทำเลยนะคะ โดยเฉพาะน้องๆหนูๆ น๊า <3

Posted in BODY, CHEEKS, RADIO FREQUENCY, THERMAGEComments (3)

วิธีดูแลผมร่วงให้ร่วงน้อยลง / วิธีดูแลเส้นผมให้ถูกต้อง BEAUTY TIPS


ขอบพระคุณข้อมูลจาก ผศ.พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา

ขอบพระคุณข้อมูลจาก อีเวนท์ DAVINES ให้เราได้นำมาแชร์ต่อ

Posted in HAIRComments (0)

สิวฮอร์โมน รักษายังไง ?


” สิวฮอร์โมน เป็นเรื่องภายใน ไม่ใช่ภายนอก การรักษาจึงยากกว่าสิวประเภทอื่นๆมาก

* ทั้งกรรมวิธีที่เยอะ และ ที่สำคัญยาวนาน “

via @DrRungsima

สิวฮอร์โมนเกิดจาก

ภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ในที่นี่หมายถึง ” ฮอร์โมนเพศ “

เราทุกคนจะมีฮอร์โมนทั้งเพศชาย เพศหญิงอยู่ในร่างกาย และ มีสัดส่วนที่ต่างกันในคนแต่ละคน

เช่น เพศหญิง จะมีฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายเยอะกว่าสัดส่วนฮอร์โมนเพศชาย

       เพศชาย จะมีฮอร์โมนเพศชายในร่างกายเยอะกว่าสัดส่วนฮอร์โมนเพศหญิง

การที่ผู้หญิงเกิดสิว อาจเพราะฮอร์โมนเพศชายในร่างกายของเพศหญิงมีสัดส่วนที่สูงกว่าปกติ

ทำให้เกิดลักษณะบางประการที่มีผลกระทบต่อผิวหนัง เช่น การที่เพศหญิงมีฮอร์โมนเพศชายในปริมาณสัดส่วนที่สูง ส่งผลให้

  • ผิวมัน
  • รูขุมขนกว้าง
  • ต่อมไขมันขนาดใหญ่
  • ก่อนเริ่มรักษาสิวฮอร์โมน

ต้องแน่ใจว่าเป็นสิวฮอร์โมนที่เกิดจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในร่างกาย เพราะการเกิดสิวลักษณะนี้ดูภายนอก อาจจะยังวัดไม่ได้ว่าเป็นจากฮอร์โมนหรือไม่

ลักษณะที่เด่นชัดของสิวฮอร์โมน

  • สิวจะขึ้น หรือ เห่อทุกครั้งเวลาที่เข้าสู่ช่วงมีประจำเดือน
  • ตำแหน่งสิวฮอร์โมน สิวจะขึ้นรอบปาก , คาง , กราม , ข้างแกม
  • ตุ่มสิวอักเสบ ขนาดใหญ่ รุนแรง เกิดเยอะ
ลักษณะของฮอร์โมนที่ไม่สมดุลที่เป็นได้ทั้งวัยรุ่น วัยทอง และอาการมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ
  • รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยเป็นประจำ
  • รู้สึกร้อนวูบวายภายในร่างกาย
  • รู้สึกจิตใจหดหู่ วิตกกังวล ความจำไม่ค่อยดี
  • รู้สึกปวดศีรษะ
  • น้ำหนักขึ้นหรือลงเร็ว
  • ภาวะบวมน้ำในร่างกาย
  • ผมร่วง
  • เป็นสิว
  • มีอาการก่อนมีประจำเดือน
  • คัดหน้าอก
  • อารมณ์แปรปรวน
  • ไม่มีอารมณ์ทางเพศ


ดังนั้นก่อนการรักษา สิวฮอร์โมนที่เรื้อรังไม่หาย อาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากภายในจำเป็นต้องมีการวินิจฉัยว่าฮอร์โมนที่ไม่สมดุลนั้นเกิดจากอะไร ?

  • คนไข้ผู้หญิงบางคน อาจมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • คนไข้ผู้หญิงบางคน อาจมีขนขึ้นเยอะกว่าปกติ เช่น หนวด ขนหน้าแข้ง
  • คนไข้ผู้หญิงบางคน อาจมีผิวมันมากกว่าปกติ เป็นสิวอักเสบได้ง่าย และ เยอะ
  • หรือ คนไข้ผู้หญิงบางคน อาจมีถุงน้ำที่รังไข่อยู่เยอะ (ซีสต์)

กรณีสุดท้ายทำให้บางคนจึงอาจต้องทำอัลตราซาวน์ระบบภายในบริเวณช่องท้องด้านล่างโดยสูติแพทย์ เขาจะพิจารณาขนาดของซีสต์ หรือ ถุงน้ำด้านล่าง เขาจะให้ยาปรับสมดุลฮอร์โมนให้รับประทาน ก็เป็นการรักษาถุงน้ำ และ สิวฮอร์โมนไปด้วย แต่ถ้าสุติแพทย์วินิจฉัยว่าถุงน้ำเล็กมากจนไม่ต้องรับประทานยา จึงส่งตัวกลับมารักษาวิธีปกติของสิวฮอร์โมนต่อไป

 

การรักษาสิวฮอร์โมนมีดังนี้

  • ทายาที่ขึ้นกับลักษณะสิวแต่ละแบบในเวลานั้น ทายาต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนขึ้นไป
  • ทานยาปฎิชีวนะที่ต้องทานติดต่อกัน 3-6 เดือน เพื่อป้องกันเชื้อสิวเกิดการดื้อยา และ ไม่สามารถหยุดยาได้เร็ว ต้องค่อยๆลด
  • ทานยากรดวิตามินเอ รักษาสิวอักเสบ ข้อดี สิวยุบเร็ว ข้อเสีย สิวเห่อช่วงแรกๆ และ ผลข้างเคียงตับ ไต ไขมันในเลือดสูง ตาแห้ง ปากแห้ง มีผลต่อการพิการของเด็กในครรภ์
  • ทานยาคุม เพื่อปรับฮอร์โมนให้สมดุลควรปรึกษาแพทย์เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงเช่นฝ้า มะเร็งที่กระตุ้นด้วยฮอร์โมน เช่น มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม
  • การฉายแสง หรือ เลเซอร์ สำหรับคนไข้ที่ไม่ตอบสนองต่อยาทา และ ยาทานหรือดื้อต่อการรักษาวิธีอื่น วิธีนี้จะทำให้สิวอักเสบ รวมถึงรอยแดงสิวลดลง เช่น การฉายแสง PHOTODYNAMIC THERAPY,LED,เลเซอร์ IPL โดยจะทาสารบางชนิดที่ชื่อ ALA เพื่อให้เกิดการดูดซับพลังงานแสง ซึ่งมีผลทำให้ฆ่าเชื้อสิว P.ACNE ได้ ทำให้สิวอักเสบยุบลงรวดเร็ว และช่วยลดการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันได้ ข้อดี เห็นผลเร็วภายใน 2 สัปดาห์ ไม่เจ็บ ไม่มีผลข้างเคียงกับการทานยา หรือ ทายา ข้อเสีย เสียเดินทางไปทำนานเป็นชม.ๆ แพง ต้องทำบ่อยเดือนละประมาณ2ครั้ง เพราะเชื้อสิวจะเจริญเติบโตกลับมาอีกภายใน 1 สัปดาห์ และ ผิวเราจะกลับมามันอีกครั้งเป็นปกติ หากทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน
  • ปรับวิถีชีวิตใหม่ – วิธีที่ถ้าทำได้ยั่งยืน ดีต่อสุขภาพ ประหยัด ทานอาหารสดให้มาก (ออแกนิค), เน้นทานอาหารที่มีประโยชน์, ทานกระเทียม, ทานอาหารต้านอนุมูลอิสระ, ทานให้ได้สารอาหารครบ5หมู่ต่อวัน,ทานพืชผักผลไม้เยอะเพื่อเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนและได้ประโยชน์ต่อร่างกาย, ทานกรดไขมันที่จำเป็นที่ให้โอเมก้า3และ6อย่างเพียงพอ, ลดการทานน้ำตาลและไขมันที่เยอะเกินไป ,ลดน้ำหนักให้อยู่เกณฑ์ที่พอดีอย่าให้น้ำหนักมากไป เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนและพิษส่วนเกินฝังตัวอยู่ในเซลล์ไขมัน,นอนไม่ดึก,ไม่เครียด,ทานอาหารให้ถูกเวลา,ขับถ่ายทุกวัน,ออกกำลังกาย,ใช้ยาทุกประเภทด้วยความจำเป็นเท่านั้นเพื่อลดการทำงานของตับ และ ไต และไม่ให้เกิดพิษสะสม

 

สิวฮอร์โมนจะหายได้ไหม

สิวฮอร์โมนจะหายได้ก็ต่อเมื่อฮอร์โมนปรับเข้าสู่ภาวะสมดุลซึ่งเป็นได้เนื่องจาก

  • อายุที่เพิ่มขึ้นมากฮอร์โมนปรับเข้าสู่ภาวะสมดุลก็หายไปเอง

การรักษาสิวฮอร์โมนจึงเป็นแค่การประคับประครองดูแลในระหว่างที่ร่างกายมีภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลจากช่วงอายุนึงที่กำลังปรับฮอร์โมนให้อยู่ในภาวะสมดุลเมื่ออายุที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะ ทายา ทานยา เลเซอร์ ฉายแสง รักษาแผลเป็นสิว ป้องกันการเกิดแผลเป็นสิว หรือ การปรับวิถีชีวิตใหม่เพื่อสุขภาพที่ดียั่งยืนตามแบบศาสตร์ตะวันตก

 

ไม่อยากพบแพทย์ มีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรเกี่ยวกับ สิวฮอร์โมน

  • หากรู้ว่าช่วงไหนมีประจำเดือนและสิวจะเห่อก็เตรียมยาแต้มสิวให้เรียบร้อย สิวเริ่มขึ้นก็รีบแต้ม

สิวฮอร์โมนอย่าปล่อยทิ้งไว้ให้เห่อ เมื่อสิวมาให้รีบแต้มยา เพื่อลดปัญหาการเกิดแผลเป็นสิว หลุมสิว หรือ สิวไตๆแข็งๆ ถ้าเห่อน้อยกว่า 10 เม็ดเราอาจจะรักษาเองได้ หากเกินแนะนำให้พบแพทย์

เขียนและเรียบเรียงโดย erk-erk.com

 

ขอบพระคุณเนื้อหา

– แกะเทปสัมภาษณ์ ผศ. พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา

– เนื้อหา การดูแลระบบภายในจาก คุณบีม http://bye-bye2acne.blogspot.com/2011/05/blog-post.html

 

Posted in HOW TOComments (2)

advert




BEAUTY MENU

มาคุยกับเอิ๊กได้ที่นี่ทุกวัน ถ้าว่างรีบตอบทุกคำถามค่ะ

ติดตามบล็อค erk-erk.com อย่างใกล้ชิด

เพียงกรอก Email ตรงนี้เลย

LINE

เพิ่มเพื่อน

Instagram Feed

Something is wrong. Response takes too long or there is JS error. Press Ctrl+Shift+J or Cmd+Shift+J on a Mac.
<ul><li><strong>woo_about_bio</strong> - </li><li><strong>woo_about_gravatar</strong> - </li><li><strong>woo_about_readmore</strong> - </li><li><strong>woo_ads_rotate</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_250_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_250_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-250x250.gif</li><li><strong>woo_ad_250_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_300</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_300_bot</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-2.gif</li><li><strong>woo_ad_300_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_block_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_block_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-1.gif</li><li><strong>woo_ad_block_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_content</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_content_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_content_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_header</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_header_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_header_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_home</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_image_1</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_2</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_3</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_4</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_5</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_image_6</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f</strong> - true</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-728x90-2.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_mpu_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_mpu_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_mpu_image</strong> - http://www.erk-erk.com/blog//2013/12/jjj1.jpg</li><li><strong>woo_ad_mpu_url</strong> - http://www.erk-erk.com/awards/</li><li><strong>woo_ad_page</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_ad_top</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_adsense</strong> - <iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/UQzrTlTnkGk\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe><iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/_vhnOHzZRMI\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe><iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/hQT1rDfb47E\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe></li><li><strong>woo_ad_top_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/468x60a.jpg</li><li><strong>woo_ad_top_url</strong> - http://www.erk-erk.com/</li><li><strong>woo_ad_url_1</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_2</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_3</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_4</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_5</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_6</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_also_slider_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_also_slider_image_dimentions_height</strong> - 144</li><li><strong>woo_alt_stylesheet</strong> - default.css</li><li><strong>woo_archives</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_archive_height</strong> - 90</li><li><strong>woo_archive_page_image_height</strong> - 220</li><li><strong>woo_archive_page_image_width</strong> - 200</li><li><strong>woo_archive_width</strong> - 140</li><li><strong>woo_asides_category</strong> - FACE</li><li><strong>woo_asides_entries</strong> - 5</li><li><strong>woo_author</strong> - true</li><li><strong>woo_auto_img</strong> - true</li><li><strong>woo_bgr</strong> - pink.css</li><li><strong>woo_blog_subnavigation</strong> - true</li><li><strong>woo_body_color</strong> - #ffe0ff</li><li><strong>woo_body_img</strong> - </li><li><strong>woo_body_pos</strong> - top left</li><li><strong>woo_body_repeat</strong> - no-repeat</li><li><strong>woo_breadcrumbs</strong> - true</li><li><strong>woo_button_color</strong> - </li><li><strong>woo_cats_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_cat_box_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_27</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_box_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_27</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_ex</strong> - </li><li><strong>woo_cat_list</strong> - 15</li><li><strong>woo_cat_list_footer</strong> - Select a number:</li><li><strong>woo_cat_menu</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_nav</strong> - true</li><li><strong>woo_centered</strong> - true</li><li><strong>woo_comments</strong> - both</li><li><strong>woo_comment_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_contactform_email</strong> - </li><li><strong>woo_contact_page_id</strong> - </li><li><strong>woo_content</strong> - false</li><li><strong>woo_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_content_feat</strong> - false</li><li><strong>woo_content_left</strong> - false</li><li><strong>woo_custom_css</strong> - </li><li><strong>woo_custom_favicon</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png</li><li><strong>woo_custom_seo_template</strong> - a:4:{i:0;a:5:{s:4:"name";s:10:"seo_follow";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"label";s:21:"SEO - Remove Nofollow";s:4:"type";s:8:"checkbox";s:4:"desc";s:59:"Make link from this post/page followable by search engines.";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:9:"seo_title";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:23:"SEO - Custom Page Title";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:38:"Add a custom title for this post/page.";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:15:"seo_description";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:24:"SEO - Custom Description";s:4:"type";s:8:"textarea";s:4:"desc";s:49:"Add a custom meta description for this post/page.";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:12:"seo_keywords";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:21:"SEO - Custom Keywords";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:64:"Add a custom meta keywords for this post/page. (comma seperated)";}}</li><li><strong>woo_date</strong> - d. M, Y</li><li><strong>woo_excerpt_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_footer</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_main</strong> - </li><li><strong>woo_ex_cat_footer</strong> - false</li><li><strong>woo_featured</strong> - false</li><li><strong>woo_featured_cat</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_category</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_heading</strong> - Featured Posts</li><li><strong>woo_featured_image_dimentions_height</strong> - 371</li><li><strong>woo_featured_layout</strong> - large_no_ad.php</li><li><strong>woo_featured_limit</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_sidebar_image_dimentions_height</strong> - 78</li><li><strong>woo_featured_tag</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tags</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tag_amount</strong> - 3</li><li><strong>woo_feat_alt_height</strong> - 85</li><li><strong>woo_feat_alt_width</strong> - 130</li><li><strong>woo_feat_entries</strong> - 19</li><li><strong>woo_feat_image_height</strong> - 230</li><li><strong>woo_feat_image_width</strong> - 458</li><li><strong>woo_feedburner_id</strong> - </li><li><strong>woo_feedburner_url</strong> - </li><li><strong>woo_feed_url</strong> - </li><li><strong>woo_flickr_entries</strong> - 8</li><li><strong>woo_flickr_id</strong> - erk-erk</li><li><strong>woo_flickr_url</strong> - http://www.flickr.com/photos/erk-erk</li><li><strong>woo_footer_aff_link</strong> - </li><li><strong>woo_footer_left</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_left_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_footer_logo</strong> - </li><li><strong>woo_footer_logo_enabled</strong> - true</li><li><strong>woo_footer_right</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_right_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_framework_template</strong> - a:12:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:17:"Framework Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:34:"Disable options panel ouput option";s:4:"desc";s:121:"Disable the ability to show your Woo Options. You can view the themes option by URL e.g. http://yoursite.com/?options=woo";s:2:"id";s:26:"framework_woo_show_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:21:"Theme Version Checker";s:4:"desc";s:101:"This will enable notices on your theme options page that there is an update available for your theme.";s:2:"id";s:35:"framework_woo_theme_version_checker";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Disable Buy Themes Tab";s:4:"desc";s:110:"This disables the 'Buy Themes' tab. This page lists the latest availabe themes from the WooThemes.com website.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_buy_themes";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:6:{s:4:"name";s:13:"Super User ID";s:4:"desc";s:181:"Add the User ID to this field to hide the Framework Settings panel from other users. Can be reset from the <code>wp-admin/options.php</code> under <em>framework_woo_super_user</em>.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_super_user";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:4:"mini";s:4:"type";s:4:"text";}i:5;a:2:{s:4:"name";s:8:"Branding";s:4:"type";s:7:"heading";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:20:"Options panel header";s:4:"desc";s:50:"Change the header image for the WooThemes Backend.";s:2:"id";s:34:"framework_woo_backend_header_image";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:18:"Options panel icon";s:4:"desc";s:56:"Change the icon image for the Wordpress backend sidebar.";s:2:"id";s:26:"framework_woo_backend_icon";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:8;a:2:{s:4:"name";s:14:"Import Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:9;a:5:{s:4:"name";s:46:"Import options from another WooThemes instance";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_import_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:10;a:2:{s:4:"name";s:14:"Export Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:11;a:5:{s:4:"name";s:66:"Use the code below to export this themes settings to another theme";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_export_options";s:3:"std";s:1640:"YToyODp7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzEiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjE0OiJ3b29fYWRfaW1hZ2VfMiI7czo0MToiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy8xMjV4MTI1Yi5qcGciO3M6MTQ6Indvb19hZF9pbWFnZV8zIjtzOjQxOiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20vYWRzLzEyNXgxMjViLmpwZyI7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzQiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjExOiJ3b29fYWRfcGFnZSI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfMSI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjEyOiJ3b29fYWRfdXJsXzIiO3M6MjQ6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbSI7czoxMjoid29vX2FkX3VybF8zIjtzOjI0OiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20iO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfNCI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjE4OiJ3b29fYWx0X3N0eWxlc2hlZXQiO3M6ODoicGluay5jc3MiO3M6MTI6Indvb19hcmNoaXZlcyI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hdXRvX2ltZyI7czo1OiJmYWxzZSI7czoxNDoid29vX2N1c3RvbV9jc3MiO3M6MDoiIjtzOjE4OiJ3b29fY3VzdG9tX2Zhdmljb24iO3M6MDoiIjtzOjIxOiJ3b29fZmVhdHVyZWRfY2F0ZWdvcnkiO3M6NjoiSE9XIFRPIjtzOjE3OiJ3b29fZmVlZGJ1cm5lcl9pZCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mZWVkYnVybmVyX3VybCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mbGlja3JfZW50cmllcyI7czoxOiI4IjtzOjEzOiJ3b29fZmxpY2tyX2lkIjtzOjc6ImVyay1lcmsiO3M6MTQ6Indvb19mbGlja3JfdXJsIjtzOjM2OiJodHRwOi8vd3d3LmZsaWNrci5jb20vcGhvdG9zL2Vyay1lcmsiO3M6MjA6Indvb19nb29nbGVfYW5hbHl0aWNzIjtzOjA6IiI7czoxMDoid29vX2xheW91dCI7czo1OiJmYWxzZSI7czo4OiJ3b29fbG9nbyI7czowOiIiO3M6MTc6Indvb19vdGhlcl9lbnRyaWVzIjtzOjI6IjEyIjtzOjEwOiJ3b29fcmVzaXplIjtzOjU6ImZhbHNlIjtzOjEzOiJ3b29fcnNzX3RodW1iIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTQ6Indvb19zaG93X3ZpZGVvIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTg6Indvb192aWRlb19jYXRlZ29yeSI7czoxOToiWU9VVFVCRSBSRUNPTU1FTkRFRCI7fQ==";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_framework_version</strong> - 2.8.1</li><li><strong>woo_google_analytics</strong> - <script type=\"text/javascript\">

  var _gaq = _gaq || [];
  _gaq.push([\'_setAccount\', \'UA-11956359-1\']);
  _gaq.push([\'_trackPageview\']);

  (function() {
    var ga = document.createElement(\'script\'); ga.type = \'text/javascript\'; ga.async = true;
    ga.src = (\'https:\' == document.location.protocol ? \'https://ssl\' : \'http://www\') + \'.google-analytics.com/ga.js\';
    var s = document.getElementsByTagName(\'script\')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s);
  })();

</script></li><li><strong>woo_header_layout</strong> - ad468x60.php</li><li><strong>woo_highlights_show</strong> - true</li><li><strong>woo_highlights_tag</strong> - </li><li><strong>woo_highlights_tag_amount</strong> - 6</li><li><strong>woo_hightlights_image_dimentions_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_home</strong> - true</li><li><strong>woo_home_arc</strong> - false</li><li><strong>woo_home_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_home_heading</strong> - Welcome to กำลังปรับปรุง รบกวนเข้าหน้า http://www-erk-erk-com.blogspot.com</li><li><strong>woo_home_link</strong> - true</li><li><strong>woo_home_link_desc</strong> - </li><li><strong>woo_home_link_text</strong> - Home</li><li><strong>woo_home_one_col</strong> - false</li><li><strong>woo_home_post_heading</strong> - true</li><li><strong>woo_home_text</strong> - Add you text here. Leave this and the heading blank to remove this completely.</li><li><strong>woo_home_thumb_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_home_thumb_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_image_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_image_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_image_height</strong> - 170</li><li><strong>woo_image_single</strong> - true</li><li><strong>woo_image_width</strong> - 430</li><li><strong>woo_large_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_large_thumb_h</strong> - 185</li><li><strong>woo_layout</strong> - false</li><li><strong>woo_link_color</strong> - </li><li><strong>woo_link_hover_color</strong> - </li><li><strong>woo_logo</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg</li><li><strong>woo_logo_left</strong> - false</li><li><strong>woo_manual</strong> - http://www.woothemes.com/support/theme-documentation/gazette-edition/</li><li><strong>woo_nav_about</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_contact</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_nav_home</strong> - http://www.erk-erk.com</li><li><strong>woo_nav_subscribe</strong> - #</li><li><strong>woo_options</strong> - a:28:{s:18:"woo_alt_stylesheet";s:9:"green.css";s:8:"woo_logo";s:0:"";s:18:"woo_custom_favicon";s:0:"";s:20:"woo_google_analytics";s:0:"";s:18:"woo_feedburner_url";s:0:"";s:17:"woo_feedburner_id";s:0:"";s:14:"woo_custom_css";s:0:"";s:12:"woo_archives";s:14:"Select a page:";s:10:"woo_layout";s:5:"false";s:17:"woo_other_entries";s:2:"12";s:21:"woo_featured_category";s:6:"HOW TO";s:14:"woo_show_video";s:4:"true";s:18:"woo_video_category";s:19:"YOUTUBE RECOMMENDED";s:13:"woo_flickr_id";s:7:"erk-erk";s:18:"woo_flickr_entries";s:1:"8";s:14:"woo_flickr_url";s:36:"http://www.flickr.com/photos/erk-erk";s:10:"woo_resize";s:4:"true";s:12:"woo_auto_img";s:5:"false";s:13:"woo_rss_thumb";s:4:"true";s:11:"woo_ad_page";s:14:"Select a page:";s:14:"woo_ad_image_1";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_1";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_2";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_2";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_3";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_3";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_4";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_4";s:24:"http://www.woothemes.com";}</li><li><strong>woo_other_entries</strong> - 12</li><li><strong>woo_other_headlines</strong> - 5</li><li><strong>woo_pageheading_404</strong> - uh oh!</li><li><strong>woo_pageheading_archives</strong> - archives</li><li><strong>woo_pageheading_author</strong> - author archive</li><li><strong>woo_pageheading_home</strong> - home</li><li><strong>woo_pageheading_index</strong> - index</li><li><strong>woo_pageheading_prefix</strong> - // </li><li><strong>woo_pageheading_search</strong> - here you go</li><li><strong>woo_pageheading_single</strong> - you’re reading...</li><li><strong>woo_pages_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_pis_hard_crop</strong> - true</li><li><strong>woo_popular_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_post_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_post_content_home</strong> - false</li><li><strong>woo_post_image_support</strong> - true</li><li><strong>woo_recent_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_recent_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_recent_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_related</strong> - true</li><li><strong>woo_resize</strong> - true</li><li><strong>woo_rss_thumb</strong> - true</li><li><strong>woo_seo_template</strong> - a:31:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:6:"Basics";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:3:{s:4:"name";s:11:"Please Read";s:4:"type";s:4:"info";s:3:"std";s:352:"Welcome to the WooSEO feature. <br /><small>Here we help you take control of your search engine readiness with some in-built theme options. Our themes do however support two of WordPress.org's most commonly used SEO plugins - <strong>All-in-One SEO</strong> and <strong>Headspace 2</strong>. Use the checkbox below to use 3rd party plugin data.</small>";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:25:"Use 3rd Party Plugin Data";s:4:"desc";s:198:"Meta data added to <strong>custom fields in posts and pages</strong> will be extracted and used where applicable. This typically does not include Homepages and Archives, and only Singular templates.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_use_third_party_data";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Hide SEO custom fields";s:4:"desc";s:82:"Check this box to hide the input fields created in the post and page edit screens.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_hide_fields";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:2:{s:4:"name";s:10:"Page Title";s:4:"type";s:7:"heading";}i:5;a:5:{s:4:"name";s:9:"Separator";s:4:"desc";s:54:"Define a new separator character for your page titles.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_seperator";s:3:"std";s:1:"|";s:4:"type";s:4:"text";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:10:"Blog Title";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:8:"blogname";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:16:"Blog Description";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:15:"blogdescription";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:8;a:6:{s:4:"name";s:18:"Enable woo_title()";s:4:"desc";s:153:"woo_title() makes use of WordPress's built in wp_title() function to control the output for your page titles. It's also recommended for use with plugins.";s:2:"id";s:16:"seo_woo_wp_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:9;a:6:{s:4:"name";s:21:"Disable Custom Titles";s:4:"desc";s:130:"If you prefer to have uniform titles across you theme. Alternatively they will be generated from custom fields and/or plugin data.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_wp_custom_field_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:10;a:6:{s:4:"name";s:14:"Paged Variable";s:4:"desc";s:64:"The name variable that will appear then paging through archives.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_paged_var";s:3:"std";s:4:"Page";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:4:"text";}i:11;a:7:{s:4:"name";s:23:"Paged Variable Position";s:4:"desc";s:57:"Change the position where the paged variable will appear.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_paged_var_pos";s:3:"std";s:6:"before";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:2:{s:6:"before";s:6:"Before";s:5:"after";s:5:"After";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:12;a:7:{s:4:"name";s:21:"Homepage Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_home_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:28:"Blog title; blog description";s:1:"b";s:10:"Blog title";s:1:"c";s:16:"Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:13;a:7:{s:4:"name";s:19:"Single Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_single_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:14;a:7:{s:4:"name";s:17:"Page Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_page_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:15;a:7:{s:4:"name";s:20:"Archive Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_archive_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:16;a:2:{s:4:"name";s:13:"Indexing Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:17;a:6:{s:4:"name";s:16:"Archive Indexing";s:4:"desc";s:128:"Select which archives to index on your site. Aids in removing duplicate content from being indexed, preventing content dilution.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_indexing";s:3:"std";s:8:"category";s:4:"type";s:10:"multicheck";s:7:"options";a:5:{s:8:"category";s:17:"Category Archives";s:3:"tag";s:12:"Tag Archives";s:6:"author";s:12:"Author Pages";s:6:"search";s:14:"Search Results";s:4:"date";s:13:"Date Archives";}}i:18;a:5:{s:4:"name";s:49:"Add meta for Posts & Pages to 'follow' by default";s:4:"desc";s:143:"By default the woo_meta(); adds a 'nofollow' meta to post and pages, meaning search engines will not index pages leading away from these pages.";s:2:"id";s:26:"seo_woo_meta_single_follow";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:19;a:2:{s:4:"name";s:16:"Description Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:20;a:6:{s:4:"name";s:20:"Homepage Description";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_meta_home_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"b";s:24:"From WP Site Description";s:1:"c";s:32:"From Custom Homepage Description";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:21;a:5:{s:4:"name";s:27:"Custom Homepage Description";s:4:"desc";s:47:"Add a custom meta description to your homepage.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_meta_home_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:22;a:6:{s:4:"name";s:28:"Single Page/Post Description";s:4:"desc";s:79:"Add your post/page description from custom fields. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:24:"seo_woo_meta_single_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Customs Field and/or Plugins";s:1:"c";s:36:"Automatically from Post/Page Content";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:23;a:6:{s:4:"name";s:29:"Custom Post/Page Descriptions";s:4:"desc";s:240:"Add a custom meta description to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this description still be added to your site.";s:2:"id";s:33:"seo_woo_meta_single_desc_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:24;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:54:"Add a custom meta description to your posts and pages.";s:2:"id";s:31:"seo_woo_meta_single_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:25;a:2:{s:4:"name";s:12:"Keyword Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:26;a:6:{s:4:"name";s:17:"Homepage Keywords";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_home_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:2:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"c";s:29:"From Custom Homepage Keywords";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:27;a:5:{s:4:"name";s:24:"Custom Homepage Keywords";s:4:"desc";s:58:"Add a (comma separated) list of keywords to your homepage.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_meta_home_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:28;a:6:{s:4:"name";s:25:"Single Page/Post Keywords";s:4:"desc";s:75:"Add your post/page keywords from custom field. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:23:"seo_woo_meta_single_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Custom Fields and/or Plugins";s:1:"c";s:45:"Automatically from Post Tags &amp; Categories";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:29;a:6:{s:4:"name";s:25:"Custom Post/Page Keywords";s:4:"desc";s:234:"Add a custom meta keywords to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this keywords still be added to your site.";s:2:"id";s:32:"seo_woo_meta_single_key_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:30;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:51:"Add a custom meta keywords to your posts and pages.";s:2:"id";s:30:"seo_woo_meta_single_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_advanced_options</strong> - yes</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_version</strong> - 1.0.19</li><li><strong>woo_shortname</strong> - woo</li><li><strong>woo_show_asides</strong> - true</li><li><strong>woo_show_carousel</strong> - true</li><li><strong>woo_show_featured</strong> - true</li><li><strong>woo_show_video</strong> - false</li><li><strong>woo_single_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_single_h</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_height</strong> - 150</li><li><strong>woo_single_image_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_image_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_post_image_height</strong> - 380</li><li><strong>woo_single_post_image_width</strong> - 280</li><li><strong>woo_single_w</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_width</strong> - 150</li><li><strong>woo_slider_auto</strong> - false</li><li><strong>woo_slider_heading</strong> - Also in this site</li><li><strong>woo_slider_interval</strong> - 4</li><li><strong>woo_slider_speed</strong> - 0.6</li><li><strong>woo_small_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_small_thumb_h</strong> - 60</li><li><strong>woo_small_thumb_w</strong> - 60</li><li><strong>woo_subscribe_email</strong> - </li><li><strong>woo_suckerfish</strong> - true</li><li><strong>woo_tabs</strong> - false</li><li><strong>woo_texttitle</strong> - true</li><li><strong>woo_themename</strong> - Gazette</li><li><strong>woo_thumb_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_thumb_h</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_height</strong> - 64</li><li><strong>woo_thumb_image_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_image_width</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_single</strong> - true</li><li><strong>woo_thumb_w</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_width</strong> - 64</li><li><strong>woo_twitter</strong> - erk_erk</li><li><strong>woo_updates_heading</strong> - Updates</li><li><strong>woo_updates_limit</strong> - 5</li><li><strong>woo_uploads</strong> - a:11:{i:0;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg";i:1;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/12-www.jpg";i:2;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/11-www.jpg";i:3;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/10-www.jpg";i:4;s:75:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/9-bannererkerknewpinkcopy.jpg";i:5;s:65:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png";i:6;s:62:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/7-faviconerk.png";i:7;s:72:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/6-bannererkerknew_copy.jpg";i:8;s:61:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/5-bannernew.jpg";i:9;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/4-www-erk-erk-com.png";i:10;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/3-www-erk-erk-com.png";}</li><li><strong>woo_video_category</strong> - Select a category:</li></ul>