Posted on 20 พฤศจิกายน 2012.
Posted in HOW TO, SKIN CAREComments (2)
Posted on 09 พฤศจิกายน 2012.
อยากได้บ้างอ่าส์ ไม่มีสิทธิ์
คนยังเล่นไม่เยอะแฟนๆเอิ๊กลองไปเล่นกันดูค่ะ <3
เอสเซนเชียล แดแมจ แคร์ ชวนสาวๆ มาเป็น 1 ใน 100 สาวผมสวยที่มีสไตล์เป็นของตั
แค่ส่งรูปหรือโหวตรูปสไตล์ผมสวย 3 สไตล์ ในกรอบสุดว้าวก็มีสิทธิ์ลุ้นกว่
http://www.facebook.com/
รางวัล
วิธีร่วมสนุก
ขั้น 1: อัพโหลดภาพทรงผมสุด stylish 3 สไตล์ 3 ทรง
ขั้น 2: เขียนเล่าว่า “เอสเซนเชียล แดเมจ แคร์ ทางออกของผมเสีย ช่วยให้ฉัน…ไม่เกิน 250 ตัวอักษร
ขั้น 3: คลิกยืนยันส่งภาพเข้าร่วมกิ
Posted in ACTIVITY, HAIRComments (0)
Posted on 09 พฤศจิกายน 2012.
ได้ร่วมงานกับ Essential Damage Care ในฐานะ BEAUTY BLOGGER
REVIEW ผลิตภัณฑ์ แล้วบอกความรู้สึกหลังใช้ว่าเป็นยังไง
โดยภาพเขาอยากให้ออกมาสวยๆ เลยถ่ายทำให้ได้ผกก. MV & โฆษณามาทำให้
ดังนั้นอย่าแปลกใจ ทำไมภาพสวย 555555 รู้เลยตัวเองต้องลดน้ำหนักเยอะมาก
เขาถ่ายสวย แต่ เราไม่ชอบตัวเราเองเท่าไหร่ อวบตามจริง 55 แต่แสงก็ช่วยให้ไบรท์เยอะ
ไปสระผมแถวที่ถ่ายทำจริงๆ พี่เขาก็งง เอาแชมพูไปให้เขาสระเฉย 555
บอกหนูต้องรีวิวผลิตภัณฑ์ และ ต้องทดสอบจริงค่ะ
ให้พูดถึงผมเสียบอกเสมอ แม้แต่ใต้คลิป ยังไงก็ได้แค่เคลือบให้มันชุ่มชื่นขึ้น แต่ยังไงผมคือเซลล์ที่ตายแล้ว
คุณต้องเล็มออกเท่านั้น 🙂 แต่เอิ๊กมีผมเสียอยู่กระจุกนึง มันเป็นฝอยแล้วก็เคลือบไว้ด้วยทรีทเมนท์
เอิ๊กชอบใช้สีส้ม เพราะสำหรับผมเสียมาก เอิ๊กรู้สึกอาการหยิกหยอยมันดีขึ้น ยังไม่อยากตัดเสียใจ
ความรู้สึกที่ใช้สูตรใหม่เขาบอกทำให้ลื่นขึ้น เอิ๊กรู้สึกว่าแชมพูมันลื่นขึ้นจริง แต่ก็มีแอบพันเพราะ
อย่างที่บอกปลายผมเอิ๊กเสียจากเคมี แต่ลื่นกว่าปกติ นุ่มนุ่มอยู่แล้ว หอมด้วย ส่วนม้วนลอนคิดว่าเด้งขึ้น
ถ้าไม่ใส่ครีมนวด มันแค่เอาโรลจับขึ้นอยู่ตัวเป็นเกลียวเลย ก็โอเคระดับนึง แต่อย่าลืมล้างให้สะอาดนะคะ
เอิ๊กไม่มีปัญหาสิวที่หลังกวนใจอีกเลย เพราะล้างด้วยน้ำสะอาดตามมากๆ
มันจะมี 2 สูตรด้วยกัน อันนี้เอาข้อมูลมาจากผลิตภัณฑ์อีกที
ใครชอบสูตรไหนคงต้องไปเทสกันเอง ส่วนตัวที่ชอบสุดคือทรีทเมนท์หมักผม 55555 เพราะผมมันดูเงาขึ้น แต่สูตรใหม่ เงาน้อยกว่าสูตรเก่าเหมือนกันนะ <3
XOXO
Posted in HAIR, REVIEWComments (0)
Posted on 07 พฤศจิกายน 2012.
ทริปสุดพิเศษนี้เป็นครั้งแรกที่ EUCERIN พาสื่อหลายแขนงไปเยี่ยมบ้านเกิดที่เยอรมัน เมืองแฮมเบิร์ก หรือ ฮัมบูร์ก [ HAMBURG ] พร้อมกับทัวร์ความเป็นมา และการทำงานของ EUCERIN แบบ EXCLUSIVE ว่ากว่าจะได้ออกมาให้เห็นแต่ละสูตรที่ทั่วโลกได้ใช้กัน มีความเป็นมาอย่างไร และ กว่าตัวนึงจะออกมาใช้เวลานานแค่ไหน ?
ซึ่งเอิ๊กได้รับโอกาสที่ดีจาก EUCERIN และ ผู้ใหญ่ใจดี ในฐานะสื่อทางด้าน BLOG
และทุกคนยังจะได้เข้าร่วมงามเปิดตัวผลวิจัยล่าสุดของ EUCERIN HYALURON FILLER
DIARY จะมีทั้งหมด 7 BLOG รอติดตามนะคะ ภาคแรก เราจะไปทัวร์ ศูนย์ R&D
ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับนานาชาติของบริษัท Beiersdorf บริษัทระดับโลก
ยักษ์ใหญ่ผู้ปลุกปั้นแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดี เช่น EUCERIN, NIVEA
อายุของบริษัทก็ไม่มากเท่าไหร่แค่เกือบ 120 ปีเท่านั้นเอง ส่วน EUCERIN
เกิดเมื่อ ค.ศ. 1900 ที่เยอรมัน เมื่อ DR. ISAAC LIFSCHTZ ค้นพบส่วนประกอบสำคัญ
และนำไปจดสิทธิบัตรโดย มีชื่อว่า ” ยูเซอริท ” ลักษณะเหมือนขี้ผึ้งสกัดจากขนแกะ และ
นำมาผสม ไว้ในรูปแบบของครีมบำรุงผิวพรรณ ที่ได้ตั้งชื่อว่า “ยูเซอริน ” แปลว่าขึ้ผึ้งที่สวยงาม
ประวัติ การพัฒนา มีให้อ่านเพิ่มเติมอีกเพียบ http://www.eucerin.com/th/about-eucerin/
คืนก่อนที่เราจะได้เดินทางไปสู่ศูนย์วิจัย&พัฒนาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมันนั้น
เราได้เข้าพักโรงแรม MARRIOTT HAMBURG ซึ่งเอิ๊กได้นอนกับคุณหมอเพ็ญคนสวย
อิอิ คนตาม SOCIALCAM คงรู้แล้ว ก็มีเป็นจดหมายเชิญทางการ และขนมน่ารักต้อนรับ
[ ภายในห้องจะอบอุ่น เป็นธีมสีเลือดหมูตามสีแบรนด์ EUCERIN เลย อิอิ
ส่วนคุณหมอคิดถึงลูกสาวตัวน้อยมากๆ เป็นคุณแม่ไอที คุย skype กับเด็กๆทุกวัน ]
และ ในวันรุ่งขึ้น เราก็เดินทางไปลุยกันถึงแล้ว ศูนย์ R&D ของ EUCERIN
ทุนสร้างประมาณ 1,500 ล้านบาท กับพื้นที่ 16,000 ตร.ม.
เราจะเห็นหอประชุมเด่นชัดก่อนเลย หรือหลายคนเรียกว่า PHILOSOPHER’S STONE
การออกแบบหอประชุมแห่งนี้ก็ถ่ายทอดอุดมการณ์อย่างมาก เพราะเป็นการจำลอง
สภาพเซลล์ผิวมนุษย์โดยขยายออกมาให้ใหญ่ขึ้น [ เพิ่งรู้ว่าเซลล์เราจะต่อๆกันแบบนี้นี่เอง ]
ที่แห่งนี้จะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆที่เกี่ยวกับผิวหนังอยู่เสมอในแง่ของ
ผลงานวิจัยของศูนย์R&Dแห่งนี้ที่เด่นๆ ผลลัพธ์เป็นที่น่านำเสนอ ก็จะส่งต่อกันที่นี่
เพื่อให้เกิดการต่อยอดงานวิจัย และ พัฒนาให้ได้ผลลัพธ์ในการค้นหาวิธีดูแลผิวหนัง
ที่ดียิ่งขึ้น และ นำไปพัฒนาเทคโนโลยีชนิดเหลวต่อไป
ขอ 3 คำ ยิ่ง ใหญ่ มาก
เข้ามาด้านในจะพบป้าย BEIERSDORF ใหญ่มาก ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเวชสำอาง
จะมีระดับศาสตราจารย์ของทาง EUCERIN เยอรมันคอยให้ข้อมูลในห้องทดลอง
และภาพนี้เป็นการรวมแพทย์ผิวหนัง 4 ท่านจาก 4 โรงพยาบาล ศิริราช บำรุงราษฎร์
สมิติเวช และ วิชัยยุทธ รวมถึงทีมผู้บริหาร EUCERIN ประเทศไทย 1 ท่าน และ
แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ EUCERIN HYALURON FILLER
คุณ พิม ซอนย่า คูลลิ่ง ชอบภาพนี้ เพราะมีแต่ผู้เชี่ยวชาญ 5555
ห้องแรกที่ได้มีโอกาสเข้าชม คือ หอประชุมที่จินตนาการเอาเซลล์ผิวหนังมนุษย์มาขยายนั้นแล
ที่นี่จะมีนักวิจัย นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันต่างๆ รวมถึงมหาลัยที่เกี่ยวข้อง มาแลกเปลี่ยน
องค์ความรู้ในด้านผิวหนังกันที่นี่ ของจริงใหญ่ปานกลาง แต่ดูตกแต่งไฮเทคมาก อย่างล้ำ
เขาบอกว่าที่ศูนย์ R&D แห่งนี้นอกจากจะยิ่งใหญ่และยังล้ำมาก
(ทันสมัย) ที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมัน หลังจากนั้น จุดไคลแมกซ์ที่อยากจะเล่าไม่มีภาพ
เพราะเขาห้ามถ่ายภาพ เล่าแล้วจินตนาการตามมานะตัวเธอว์
เราก็ได้หลุดเข้าไปยังศูนย์ทดสอบที่เป็นส่วนสำคัญของที่นี่
จากนั้นเขาก็พาทีมที่มีกัน 20 กว่าชีวิตทั้ง EUCERIN ไทย, คุณหมอ, สื่อนสพ.
สื่อPR, สื่อนิตยสาร และตัวฉัน 555 เข้าไปในดินแดนมหัศจรรย์ซึ่งห้ามถ่ายภาพ
ขอเล่าแบบไม่ลงลึกนะคะ รายละเอียดเยอะจริง
กลัวเดี๋ยวเพื่อนๆจะมึน แล้วปิดหน้านี้ไปก่อน เอาพอประมาณ
หลักในการผลิตผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่มีคุณภาพของ EUCERIN
- วิจัยสูตรและส่วนผสมที่คัดเลือกสารมาจากกว่า 1,000 ชนิด
- จำลองเนื้อเยื่อของเซลล์ผิวหนังมนุษย์ขึ้นมาเพื่อทดสอบ
- เมื่อได้ผลจึงเริ่มทดสอบกับผิวมนุษย์ปกติ
- เมื่อทดสอบผิวมนุษย์ปกติ ก็จะมาทดสอบกับผิวที่แพ้ง่าย หรือ เป็นโรคทางผิวหนัง
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างสูงสุด ภายใต้สารที่ค้นคว้า วิจัย พัฒนามาแล้วว่ามีประสิทธิภาพที่สุด
✦ บรรยากาศมีแต่คนผิวดีหน่ะ เรื่องจริง ฝรั่งไร้กระอะ คิดเอา อืมอย่างนี้สิน่าเชื่อถือ เหมือนคนขายครีมแก้ฝ้า แต่ยังเป็นฝ้าอยู่ ตรงนี้มีผลมาก เอิ๊กสังเกตุผิวทีม EUCERIN เยอรมันทุกคนเลย ถึงจะอายุมากแต่ผิวสุขภาพดี มันกระจ่าง แบบโกลว์อะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะปกติเม็ดสีผิวของพวกเขาจะขึ้นจุดด่างดำง่าย นี่ไม่พบเลย
✦ มีงานวิจัย แปะ โดยรอบ เท่าที่เห็นเวลาคนเราทดสอบข้างในชั้นผิวหนังเขามักจะฉีดสีเข้าไป แล้วสังเกตุสีที่วิ่งเข้าสู่ด้านในเอา เขาไม่ผ่าชิ้นเนื้อมาเทส เหมือนกับสัตว์ที่บางบริษัทยังใช้วิจัยอยู่
✦ EUCERIN ทำน้ำตาไหล เมื่อรู้ว่า เขาไม่ทดลองกับสัตว์เลย กว่า 20 ปีที่อยู่มา เพิ่งทราบจริงๆ
✦ ห้องทดลอง ทดสอบถูกจัดเป็นส่วนๆ อยากบอกว่ามันเล็กมาก เข้า 2-3 คนน่าจะกำลังดี คงเพราะเขาน่าจะอยากให้แต่ละทีมมีสมาธิ ถ้าอยู่เยอะ อาจจะสมาธิแตกซ่านได้ [ คิดเอง ]
✦ ห้องแรกที่ไป คือ ห้องการจำลองเนื้อเยื่อมนุษย์ออกมา และ หยดสารที่ต้องการทดสอบลงไป เช่น ไวท์เทนนิ่ง และมีเนื้อเยื่อหลาย 4 ผิวด้วยกัน และ มีภาพขยายของผิวหนังที่ผิดปกติ ผิวแพ้ ผิวเป็นโรคภูมิแพ้ หรือ สะเก็ดเงินให้ดู ว่าเวลาขยายชั้นผิวหนังดู จะเป็นแบบไหน เมื่อทดสอบได้ผลดี จึงนำไปทดสอบกับผิวปกติ และ ผิวแพ้ง่าย รวมถึงผู้ที่มีโรคผิวหนัง จำนวนหนึ่งกลุ่มทดสอบต่อไป
✦ ได้ไปเห็นห้องที่เข้าใช้คัดเลือกส่วนผสมที่เยอะกว่า 1,000 สาร ใช้ตู้เก็บอย่างดี อย่างล้ำแบบเทคโนโลยีชีวภาพ
✦ เป็นห้องโถงยาวเดินสบาย กว้าง ติดกระจก มีแสงแดดสาดเข้ามา อุดมไปด้วยนักวิทยาศาสตร์ และแพทย์ผิวหนัง
ชั้นวางโชว์ผลิตภัณฑ์
✦ ผลิตภัณฑ์ EUCERIN มีทุกสูตร ตระการตามาก
ผิวพรรณของพนักงานที่นี่
✦ ทุกคนผิวดี กระจ่าง สุขภาพเปล่งปลั่งไม่ต่างจากสองโซนแรก สงสัยจะอาบ EUCERIN
การทดสอบ
✦ ตามแต่ละโต๊ะของทุกคนจะมีส่วนผสมที่ตั้งไว้ทดสอบการแปรสภาพเวลาเจอแสงเป็นเวลากี่วัน กี่เดือน ก็แล้วแต่จะกำหนด เพื่อดูว่าส่วนผสมที่ผลิตมานั้น หากเจอแสง อุณภูมิที่เย็นมาก ร้อนมากจะเกิดการเปลี่ยนแปลง และหรือ ประสิทธิภาพลดลงไหม โดยตั้งไว้ใกล้แสงแดด หลายอันเลย ดูความคงตัว หลังจากนั้นจึงนำส่วนผสมในรูปแบบครีมที่ได้ทำขึ้นมามาลอง เพื่อจะได้รู้ว่า ส่วนผสมที่ใช้ยังมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร ที่มีการทดสอบตรงนี้ เนื่องจากเอาไว้ดูเวลาขนส่งกระจายไปทั่วโลก อุณหภูมิที่ต่างกัน จะทำให้ครีมยังมีคุณภาพที่ดีอยู่ไหม ในการทดสอบก็จะเริ่มจากผิวปกติ ตามด้วยผิวแพ้ง่าย และผิวที่เป็นโรคผิวหนัง เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย
ส่วนผสมผลิตภัณฑ์
✦ เต็มไปด้วยส่วนผสมทางวิทยาศาสตร์เหมือนในหนังเลย โดยมีระบบคอมพิวเตอร์เป็นตัววัดน้ำหนักส่วนผสมทุกอย่างๆเที่ยงตรง และมีการผสมสารเพื่อทดลองกันได้เลย ณ ที่นี่ หลังจากมีคนคิดสูตร และ ก็นำมาผสมจากส่วนผสมในห้อง โดยมีมาตราฐานการวัดที่เที่ยงตรง หรือ คลาดเคลื่อนน้อยมาก ก่อนนำไปขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบครีมอีกที แล้วทิ้งใหอุณหภูมิเย็น ค่อยเติมพวกน้ำหอม หรือ ส่วนผสมบางอย่างจนเสร็จอีกที
การผสมครีมขึ้นมาทดสอบในกลุ่มตัวอย่าง
✦ มีห้องปั่นครีมด้วยอะ 5555 เวลาที่ผสมเสร็จนำมาผสมให้เป็นครีมสำเร็จ ในส่วนลอตผลิตนี้นำไปเทสกันก่อน จะเข้าสู่ระบบโรงงานการผลิตแบบเครื่องปลอดเชื้อที่ได้มาตราฐาน
ห้องนี้สำหรับผู้เชี่ยว นักวิจัย นักวิทยาซาสตร์ แพทย์ผิวหนัง
✦ มุมนี้มีแต่หัวกระทิ ที่ใส่เสื้อกราวน์ ดูเชี่ยวชาญยิ่งนัก
✦ ปล. อยากให้ทุกคนมาเห็นจัง ละเอียดละออ เยอะขั้นตอนจริงกว่าจะออกมาแต่ละตัว บางสูตรก็วิจัย พัฒนากันเป็นสิบปีขึ้นไป และ เพื่อความปลอดภัย ทั้งมนุษย์ทุกสภาพผิว ยังมีการทดสอบเรื่องอุณหภูมิ แสง ตัวแปรอื่นๆอีก มันเจ๋งจริง เขาเลยไม่ให้ถ่ายรูปเลยไง
Posted in SKIN CARE, TRAVELComments (4)
Posted on 31 ตุลาคม 2012.
เ อิ๊ ก ไ ม่ เ ค ย ส น ใ จ เ รื่ อ ง นี้ จ น ก ร ะ ทั่ ง
ส่ อ ง ก ร ะ จ ก เ เ ล้ ว พ บ ใ ต้ ต า
บั ง เ กิ ด ” ริ้ ว ร อ ย “
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมีปัญหา ขอโทษที่ลืมเขียนไป
“ เมื่อวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงานตอนต้น
จะแสดงสีหน้าแบบไหนใบหน้าก็กลับมายืดหยุ่นราบเรียบดังเดิม
พอวัยที่เพิ่มมากขึ้น คอลลาเจนเสื่อมสภาพลงไปทุกปี ชั้นหนังกำพร้าที่บางลง
การแสดงสีหน้า กลับทำให้เกิดรอยพับย่น ที่ลึกและชัดขึ้น นี่เรียกว่าเป็นริ้วรอยธรรมชาติ
ที่เกิดจากแสดงสีหน้า และ ช่วงวัยที่เพิ่มมากขึ้น “
รู้ได้อย่างไรผิวเราเริ่มเสื่อม ?
สำหรับใครที่ลองนอนตะแคง นอนเอามือกดทับบนใบหน้า นอนคว่ำ นอนซุกหมอน พอตื่นมาพบว่าใบหน้ามีรอยยับ ซึ่งไม่กลับคืนสู่สภาพปกติ เป็นเวลานาน นั่นหมายความว่า คอลลาเจนเริ่มเสื่อม ผิวเริ่มมีอายุ
ถึงแม้ว่าจะใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ แต่ความแก่และริ้วรอยก็เป็นเรื่องธรรมชาติ และคนเราย่อมต้องแก่เข้าซักวันถึงแม้จะพยายามอย่างที่สุดแล้ว เราคงไม่มีทางหยุดอายุหน้าให้อยู่ที่ 20 ได้ตลอดไป จึงควรพอใจแล้วถ้ามีคนทักว่า หน้าอ่อนกว่าอายุจริง อยากสวยอย่างธรรมชาติ ก็ต้องยอมมีริ้วรอยอย่างธรรมชาติบ้าง เพราะผิวหน้าก็ยังเป็นหน้า ไม่ใช่พลาสติก จะได้เรียบเนียนได้ 100% via @DrRungsima Twitter
สาเหตุของริ้วรอย
การป้องกันริ้วรอย
ข้อดีการฉีดโบทูลินูมทอกซิน รักษาริ้วรอยสำหรับการแสดงสีหน้าได้ดี และป้องกันการเกิดริ้วรอยที่เป็นอยู่ได้อย่างเห็นผลลัพธ์
ข้อเสียการฉีดโบทูลินูมทอกซิน ไม่ถาวร ต้องรับการฉีดซ้ำทุก 3 – 4 เดือน ถ้าฉีดมากไปก็จะไม่เป็นธรรมชาติ หรือแม้กร่ะทั่งฉีดไปโดนกล้ามเนื้อที่เราไม่ต้องการ เช่นยาไปไหลลงกล้ามเนื้อตรงเปลือกตาทำให้ตาตก หรือตาปิดได้ หรือปิดตาไม่สนิท ถ้าบางคนฉีดแก้ม ก็อาจหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว จึงต้องฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านมัดกล้ามเนื้อบนใบหน้า [ Anatomy ]
ข้อดีการฉีดสารฟิลเลอร์ รักษาริ้วรอยและร่องลึกที่เห็นชัดแม้ไม่แสดงสีหน้่ได้ดี อาทิ ร่องแก้ม ร่องลึกริ้วรอยข้างดวงตา แต่มีข้อเสียคือไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 6-12 เดือน และต้องฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญ
ข้อเสียการฉีดสารฟิลเลอร์ ไม่ถาวร ต้องรับการฉีดซ้ำทุก 6-12 เดือน โอกาสแพ้มีเหมือนกัน แต่พบได้น้อยมาก เช่นสาร hyaluronic acid รุ่นใหม่ โอกาสแพ้คือ 1 ใน 2000 ราย ความปลอดภัยรุ่นใหม่จะค่อนข้างสูง การฉีดฟิลเลอร์เป็นเทคนิคการฉีดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่าน เรื่องของมีอาการฟกช้ำดำเขียวบวม เป็นเรื่องปกติที่จะหายไปเอง 3-7 วัน แต่ถ้าฉีดมากไปไม่เป็นธรรมชาติ อาจจะเป็นก้อนปูดนูน หรือว่าใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ถูกต้อง เช่นร่องเล็กๆ แต่ไปใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลใหญ่ฉีดไปก็อาจเกิดตะปุ่มตะป่ำ เป็นก้อนเป็นไต อีกทั้งถ้าเทคนิคการฉีดที่ไม่สะอาด ก็จะเกิดการติดเชื้อ เป็นหนอง อาจจะเน่าได้ ถ้าบางคนแพ้จะพบรอยแดงจนกว่าฟิลเลอร์จะหมดฤทธิ์ อีกเรื่องนึงก็คือถ้าฉีดเข้าไปในเส้นเลือด ถ้าฉีดไม่ระวังแล้วไปเข้าเส้นเลือดก็อันตราย เพราะฟิลเลอร์เวลาฉีดมันเป็นเจลใสๆ ถ้าเราฉีดมันจะเข้าไปในเส้นเลือดก็จะอุดตัน ถ้าเกิดเป็นเส้นเลือดแดงจะสำคัญมาก เช่นดั้งจมูก ยาจะเข้าไปในเส้นเลือด ทำให้ตาบอดได้ ถ้าฉีดเทคนิคไม่ดี อาจทำให้ผิวหนังเป็นคลื่นลอนได้
ข้อดีของการทำเลเซอร์ เลือกกรอผิวที่เป็นริ้วรอยได้สำหรับส่วนที่ต้องการให้เรียบเนียนได้ตรงจุด ความร้อนจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มเติม ผลที่เห็นชัดเจน ยาวนานกว่า
ข้อเสียของการทำเลเซอร์ ราคาสูง ต้องทำหลายครั้ง แพทย์ต้องมีความชำนาญและประสบการณ์ที่มากพอ ผลกระทบหลังทำมีรอยแดงที่จะหายไปเอง และ บางคนถ้าผิวสีคล้ำมาก การกรอผิวอาจทำให้เกิดรอยดำหลังทำได้โดยภายหลังอาจรักษารอยดำนั้นให้หายได้ ผิวที่ขาวอาจทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นหลังตกสะเก็ดเป็นสีชมพูที่อาจหายไปเองตามวันและเวลา ซึ่งบางทีก็นานเป็นปีระหว่างเนื้อเยื่อสร้างใหม่ขึ้นมา และ บางรายเกิดการด่างขาว จึงจำเป็นต้องใช้ทักษะในการทำมากพอสมควร ความลึกของการลอกผิวได้ในการกรอก็ขึ้นกับเครื่องของเลเซอร์ ถ้าลอกมากๆอาจจะมีเลือดซึมๆ หรือแผลสด มีการแสบร้อนซึ่งต้องทายาชาก่อนทำ เลเซอร์กรอผิว เช่น CO2/Erbium Yag/C&B
ข้อดีของการทำคลื่นความถี่วิทยุ [ RF ] ปัจจุบัน RF สามารถปล่อยพลังงานความร้อนรวมถึงทำการกรอผิวได้ โดยที่แผลเล็กมากแทบมองไม่เห็นตกสะเก็ด และ หลุดออกไป RFสามารถลงลึกถึงชั้นไขมัน นอกจากจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้อย่างดี ยังช่วยกระชับผิว ขับน้ำมันในเซลล์ไขมันให้ออก นอกจากแผลเล็ก หายไว ไม่เกิดผลกระทบ ไหม้ ดำ ด่างขาว ยังช่วยกระชับผิวได้ดี เช่น THERMAGE ULTHERA
ข้อเสียของการทำคลื่นความถี่วิทยุ [ RF ] ราคาสูง ต้องทำหลายครั้ง อาจจะรู้สึกร้อนๆใต้ผิว ไม่กี่ชั่วโมงจะหายไปเอง
ข้อแนะนำในการรักษาริ้วรอย
จะเห็นว่าทุกวิธีล้วนมีข้อดี และ ข้อเสีย
เราควรจะต้องศึกษาหาความรู้เบื้องต้นก่อนว่าริ้วรอยที่เกิดขึ้นนั้นเป็นริ้วรอยประเภทใด และ จะทำการรักษาด้วยวิธีไหนให้เหมาะสม แม้กระทั่งก่อนพบแพทย์ ก็จะต้องตรวจสอบประวัติแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงสถานที่รักษาพยาบาลที่ผ่านการตรวจสอบได้รับใบอนุญาตการรับรองจากกระทรวงสาให้เรียบร้อย
แล้วส่วนตัวคุณหมอนุสราใช้วิธีไหน เพราะยังดูอ่อนกว่าวัย และ ผิวพรรณดูกระชับทุกสัดส่วน
หาข้อมูลทำด้วยเกือบ 4 วันเพราะกลัวแก่ วันนี้ลาไปก่อน กับเอิ๊ก – เอิ๊ก ตอน 80 ปีค่ะ 5555
ต้องขอขอบพระคุณเนื้อหาจาก
– เทปสัมภาษณ์แพทยหญิงนุสรา วงศ์รัตนภัสสร แพทย์ที่ปรึกษา ISKYCENTER
– @DrRungsima Twitter
รูปภาพประกอบจาก
http://dvdetectiveconsultor.tumblr.com/
beautified.co
Posted in FACE, SKIN, WRINKLEComments (0)
Posted on 28 ตุลาคม 2012.
สิวในตำแหน่งต่างๆของร่างกายบอกอะไร ?
ศาสตร์เรื่องสิวมีหลายตำรามาก อันนี้ยกมาตำรานึงที่พูดถึงปัญหาสุขภาพ เพื่อใครที่เป็นสิวเรื้อรังขึ้นบริเวณเดิมๆ ลองดูสิ ว่ามีปัญหาภายในอะไรรึเปล่า ไม่นับสิวฮอร์โมนนะจ๊ะ อันนั้นขึ้นบริเวณเดิม ตำแหน่งเดิมปกติอยู่แล้ว และสิวที่เราจะมาพูดในวันนี้จะบอกถึงปัญหาสุขภาพภายในได้แม่นยำขนาดไหนต้องลองอ่าน และ อาจจะสังเกตุดูค่ะ
ส่วนที่ 1 สิวบริเวณใบหน้า
ตำแหน่งต่างๆบอกว่าเราอาจจะมีปัญหาสุขภาพภายใน
[ ภาพจากเว็บพี่บีม MarryBeam ผู้เชี่ยวชาญการรักษาสิวภายใน ]
– บริเวณหน้าผาก ( โซนที่ 1 และ 3 )
การเกิดสิวในบริเวณนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และต่อมหมวกไต
สาเหตุ มาจากการมีความเครียดสูง / การทารองพื้นที่หนาเกินไปและการแต่งหน้าบริเวณคิ้วมากไปแล้วล้างเครื่องสำอางค์ไม่สะอาด ก่อให้เกิดเป็นสิวขึ้นบริเวณนี้ได้เช่นกัน
วิธีการแก้ไข
– บริเวณกลางหน้าผากระหว่างคิ้ว ( โซนที่ 2 )
ปัญหาหลักอาจเกิดจากระบบการทำงานของตับ รวมไปถึงปัญหาของการย่อยสารอาหารจำพวกแลกโตส ซึ่งอยู่ในนมวัวหรืออาหารที่มีส่วนผสมของนมวัว
สาเหตุ เกิดจากการทานอาหารรสจัด และการทานอาหารดึกเกินไป รวมถึงรับประทานอาหารผลิตภัณฑ์นมวัวเพราะย่อยยากกว่าพวกนมถั่วเหลือง
วิธีการแก้ไข
– บริเวณหูทั้งสองข้าง ( โซนที่ 4 และ 10 )
การเกิดสิวในบริเวณนี้เกิดขึ้นจากปัญหาเรื่องการทำงานของไต และอุณหภูมิในร่างกายที่สูงเกินไป
สาเหตุ เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม กาแฟหรือการกินเนื้อสัตว์มากเกินไป นอกจากนี้ยังเกิดจากการล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด รวมไปถึงการใช้โทรศัพท์มือถือที่มากเกินไปก็มีส่วนดังนั้นควรทำความสะอาดโทรศัพท์ หรือ มือถือเป็นประจำ
วิธีการแก้ไข
– บริเวณแก้มทั้งสองข้าง ( โซนที่ 5 และโซนที่ 9 )
สิวบริเวณนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ ไซนัสและปอด
สาเหตุ มาจากการสูบบุหรี่จัดหรือการแพ้ควันบุหรี่ มีอาการภูมิแพ้หรือหวัดเรื้อรัง การเลือกใช้รองพื้นที่ไม่เหมาะสม หรืออาจเกิดจากการแพ้อาหารทะเล รวมถึงการแพ้ปอกหมอน
วิธีการแก้ไข
– บริเวณรอบดวงตาซ้ายและขวา ( โซนที่ 6 และโซนที่ 8 )
ปัญหาการเกิดสิวในบริเวณนี้เกิดจากการความผิดปกติของไต ปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้
สาเหตุ มาจากการเลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือการใส่แว่นตาที่มีการเสียดสีกับรอบดวงตาจนเกิดเป็นสิวขึ้น การมีสารตกค้างในร่างกายมากเกินไป การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงการระคายเคืองที่เกิดจากอาการภูมิแพ้และการการขาดสารอาหารที่จำเป็น
วิธีการแก้ไข
– บริเวณจมูกและริมฝีปาก ( โซนที่ 7 )
มีผลมาจากปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ ระบบสืบพันธุ์ (การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน) ซึ่งหากมีมีผิวสีแดงเข้มที่จมูก อาจส่งผลมาจากระดับความดันเลือดสูงผิดปกติ
สาเหตุ มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน และช่วงตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด นอกจากนี้ยังเกิดจากการแพ้ลิปสติกหรือยาสีฟัน
วิธีการแก้ไข
– บริเวณด้านข้างของคางหรือช่วงกราม ( โซนที่ 11 และ 13 )
เกิดจากปัญหาเรื่องของระบบฟันและโดยเฉพาะกรามฟัน
สาเหตุ อาจเกิดจากการขาดวิตามิน หรือเกิดจากหลังจากการทำฟัน หรืออยู่ในช่วงของการปรับเปลี่ยนฮอร์โมน
วิธีการแก้ไข
– บริเวณปลายคาง ( โซนที่ 12 )
มีผลมาจากระบบลำไส้เล็กและระบบการย่อยของกระเพาะอาหาร
สาเหตุ การเกิดสิวบริเวณนี้เกิดจากการเลือกทานอาหารที่มีรสจัดจนลำไส้เป็นแผล และปัญหาการดูดซึมอาหารของกระเพาะอาหาร
วิธีการแก้ไข
– บริเวณใต้คาง ( โซนที่ 14 )
สิวบริเวณนี้เกิดจากเรื่องของความเครียดเป็นหลัก รวมไปถึงความสะอาดของบริเวณดังกล่าว
สาเหตุ มาจากความเครียดของผู้เป็นสิว และการล้างเครื่องสำอาง หรือการล้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดผิวไม่สะอาด
วิธีการแก้ไข
ส่วนที่ 2 สิวบริเวณลำตัว
– สิวที่แผ่นหลัง
การเกิดสิวที่หลังมีผลเกี่ยวเนื่องมาจากระดับฮอร์โมนในร่างกาย การอับชื้น การระคายเคืองของผิวหนังและปัจจัยสำคัญในการเกิดสิวอีกอย่างคือ การใช้ชีวิตประจำวันของเราเอง
สาเหตุ เกิดมาจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนของร่างกายโดยตรง เพราะแผ่นหลังเป็นจุดที่ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันทำงานหนัก จึงง่ายต่อการเกิดสิว นอกจากนี้การใช้ชีวิตประจำวัน การไม่รักษาความสะอาดก็ก่อให้เกิดสิวที่แผ่นหลังได้ง่ายเช่นกัน เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่สะอาด การใช้ผ้าปูที่ไม่สะอาด เป็นต้น เมื่อเกิดความไม่สะอาดสะสมที่บริเวณแผ่นหลังจึงก่อให้เกิดการหมักหม่มของของเสียที่ขับออกมาได้ ทำให้เกิดเป็นสิวขึ้น อาจเกิดมาจากกรรมพันธุ์ได้อีกสาเหตุหนึ่งด้วย
วิธีการแก้ไข
การรักษาสิวที่แผ่นหลังสามารถทำได้หลายวิธี โดยอันดับแรกต้องหาสาเหตุของการเกิดสิวที่หลังให้ได้ก่อนว่าเกิดจากอะไร เพื่อให้ง่ายต่อการรักษา เมื่อรู้สาเหตุแล้วก้อควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด ตัวอย่างเช่น หากเกิดสิวเพราะความสกปรกหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ควรรักษาความสะอาดของร่างกายสม่ำเสมอ หมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอน หรือสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ไม่ว่าจะเป็นแชมพู หรือครีมนวดผม รวมไปถึงสบู่ก้อควรล้างให้สะอาดด้วย ไม่ให้ตกค้างที่แผ่นหลัง
หากสิวที่แผ่นหลังเกิดจากปัญหาเรื่องของฮอร์โมน ก็ควรเลือกรักษาให้ตรงจุด ซึ่งการใช้เลือกรักษานั้นมีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาในการรักษา คือ ยาที่ใช้ทาหรือพ่นบริเวณที่เกิดสิว การทานยาเพื่อช่วยลดระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งการเป็นสิวที่แผ่นหลังนั้นสามารถรักษาโดยใช้ยาแบบเดียวกับที่ใช้บริเวณใบหน้า ซึ่งการรักษานี้สามารถทำได้หลายวิธี แต่หากรักษาด้วยตนเองแล้วไม่ดีขึ้น ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
ส่วนตัวเอิ๊กเองเวลารักษาสิวที่หลังและหน้าอก
ที่มา
http://bye-bye2acne.blogspot.com/
http://www.skinacea.com/acne/acne-face-map.html#.UI6YoG8j6So
Posted in ACNEComments (4)
Posted on 22 ตุลาคม 2012.
Posted in BEAUTY NEWS, MAKE UP, SKIN CAREComments (0)
Posted on 17 ตุลาคม 2012.
ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นเพราะเอิ๊กเองได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์บริเวณปลายคางจึงอยากเล่าสู่กันฟัง
จุดประสงค์ในการฉีดเนื่องจากใบหน้าที่สั้น กลม แก้มเยอะ อยากทำให้ดูมีคางเพราะหน้าจะได้ดูยาวขึ้น เป็นผู้หญิงที่อยากสวยแต่กลัวเจ็บตัว กลัวการผ่าตัด เลยเลือกการฉีดฟิลเลอร์ ประเภทไฮยาลูลอน ที่มีในร่างกายและสลายไปได้เองในระยะเวลาไม่ยาวนานมากนัก เผื่อวันนึงชอบตัดสินใจทำคางจริงๆก็ยังไม่สาย ไม่ได้ANTYการศัลยกรรม แต่กลัว 555 คนทำสวยเราก็ว่าสวยดี บางคนงานล้นเลย ดังในพริบตา แต่เราคิดว่าในชีวิต อยากทำแค่ 2 สิ่ง คือ คาง และ … ไม่บอก 5555 ตอนนี้ก็ทำใจไปเรื่อยๆก่อน ยิ่งเกิดเหตุการณ์ฟิลเลอร์ส่งผลข้างเคียงนี้อยากจะบอกว่า ตอนนี้ในใจไม่อยากทำอะไรอีกเลย อยากได้คางเก่าคืนมาก่อน อยากเอาคางสั้นๆแบบเดิมกลับมา ในหัวมีแต่ความกลัว บอกตรงๆ ….. อยากสวยจนได้เรื่องสิน่า ……

ก่อนฉีดวิเคราะห์รูปหน้า : ดูมีแก้ม คางดูสั้น แต่ไม่ได้สั้นมาก ความอยากในใจ อยากคางยาวกว่านี้ เผื่อหน้าจะดูยาวขึ้น
หลังฉีดครั้งแรก : ฉีดครั้งแรกผ่านไปไม่ถึง 3 เดือน ไม่มีผลข้างเคียงใดใด ขึ้นนิดนึงทำให้หน้าดูยาวขึ้นนิดนึงกว่าก่อนฉีด เพราะคุณหมออยากให้ธรรมชาติ อาจจะธรรมชาติมาก 555 แล้วก็ยุบจากไปเร็วมากมาก ทำให้เรายังรู้สึกว่าไม่พอใจกับผลที่ได้ แต่รู้สึกดีใจที่ เออ ฟิลเลอร์ ฉีดแล้วมันก็ยุบได้เลยนะ ไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลย หลังฉีดแค่บวมนิดนึงซัก 3 วัน นั่นเป็นเหตุผลที่ ครั้งแรกนี้เอิ๊กฉีดกับ ผศ.พญ. รังสิมาที่ ISKYCENTER หนองแขม
หลังฉีดครั้งที่สอง : คางเรียวยาวเป็นสามเหลี่ยม ในชีวิตตอนนี้คิดว่าหน้าตาตอนนี้ดีที่สุด (หลายคนอาจจะบอกไม่จริง original ดีที่สุด) ตอนนี้รู้สึกดีมาก ก.ไก่ อีกล้านตัวเลย แต่ผลข้างเคียงอันดับแรกของเอิ๊กที่ปัจจุบันยังไม่หาย คือ การเปลี่ยนสีของบริเวณที่ฉีด เป็นสีแดงตลอดเวลา เนื่องจากเส้นเลือดฝอยมารวมตัวกัน ประเมินจากคุณหมอได้คร่าวๆว่า อาจจะมาจากการแพ้ฟิลเลอร์ของเอิ๊ก ให้แก้โดยการยิงเลเซอร์กำจัดเส้นเลือดฝอย ซึ่งเอิ๊กก็ทำ ก็ดีขึ้นแต่ไม่หายสนิท คุณหมอบอกว่าฉีด filler Perlane ในขนาด 1 หลอด ซึ่งผลหลังฉีดจะดูบวมยาวกว่าของจริงประมาณ 2-3 วัน ค่อยเข้ารูปพอใจมากๆ อยากให้หน้าดู V-SHAPE สมใจเลย และเทคนิคการฉีดเข้าไปประมาณ 3 ครั้ง ก่อนปั้นให้เข้ารูป ฉีดตรงกลาง ข้างซ้าย ข้างขวา และเอิ๊กก็กินน้ำน้อยเหมือนเดิม ไม่รู้เพราะสาเหตุนี้รึเปล่า เกิดผลข้างเคียงใหม่ตามมาคือ “คางบุ๋มเฉพาะที่” เนื่องจากปรึกษากับคุณหมออีกท่าน พบว่ามันสลายบางส่วน อาจจะเป็นจากเทคนิคการฉีด 3 ส่วนด้วย เพราะมีโอกาสที่พื้นที่ส่วนใดส่วนนึงจะสลายไปก่อน ส่วนที่ไม่สลายจึงดูสวยอยู่ก็เป็นได้ ครั้งนี้ฉีดกับ นพ. อภิรุจ THE KLINIQUE เอิ๊กชอบผลลัพธ์มาก แต่ก็ผลข้างเคียงที่เกิดอาจจะเกิดที่ตัวเอิ๊กเองทานน้ำน้อยกระมัง เท่าที่อ่านหลายท่านก็บอกเพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ
คางปัจจุบัน
ส่วนที่เปลี่ยนสี แท้จริงคือมันบุ๋มลงไปค่ะ ขนาดยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งถ้าเอิ๊กพูดจะเห็นเลยว่าคางเอิ๊กข้างนึงบุ๋ม
มันสร้างความวิตกกังวลกับเอิ๊กมาก เมื่อวันที่พบเห็นคือเมื่อช่วงตุลาคมที่ผ่านมากตอนไปเยอรมัน
ระหว่างอัด SOCIAL CAM รู้สึกมันเหมือนเป็นเงาเกิดขึ้นบริเวณคาง พอมองแล้ว โอว คางดิฉันบุ๋ม
ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอิ๊กอยากรู้ว่าเป็นเราคนเดียวหรือไม่ที่ฉีดฟิลเลอร์ผ่านอย.แล้วได้รับผลข้างเคียง
เลยลองโพสถามในแฟนเพจ erk-erk.com ปรากฎว่า
ก็มีบางคนที่พบ จึงอยากแชร์สู่กันฟัง
ล่าสุดเอิ๊กเดินทางไปเยอรมันกับ ผศ.พญ รังสิมา วณิชภักดีเดชา ซึ่งคุณหมอท่านฉีดฟิลเลอร์มากที่สุดคนนึง
ในบริเวณย่านฝั่งธนบุรี เอิ๊กก็กังวลใจ จึงขอปรึกษาทางแก้ คุณหมอบอกว่า
- ไม่ให้ฉีดสลาย เพราะอาจจะสลายเนื้อเยื่อส่วนดีของเราไปด้วย
- ใช้คลื่นความถี่วิทยุปล่อยความร้อนให้สลายเร็วขึ้น
- ฉีดโบทอกคลายกล้ามเนื้อ ลดการหดตัวที่ทำให้เกิดคลื่น
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงขออนุญาตแชร์ผลข้างเคียงของการฉีด Filler ที่ได้หาข้อมูลมา มีตั้งแต่อาการที่รุนแรงไม่มาก ที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็กลับมาหายเป็นปกติ จนกระทั่งถึงผลข้างเคียงที่มีอาการรุนแรงมากจนไม่สามารถกลับมาปกติเหมือนเดิม แต่การฉีดนั้นจะมีผลข้างเคียงที่มีระดับความรุนแรงมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยในการฉีด Filler เช่น
- ชนิดของ Filler
- ประสบการณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ฉีด Filler
- เทคนิคการฉีด Filler
- การตอบสนองร่างกายคนไข้ในการฉีด Filler
- สถานที่ให้รับบริการฉีด Filler ความสะอาด การฆ่าเชื้อ
คนส่วนใหญ่ถ้าผ่านการเลือกตั้งแต่ชนิด Fillerที่ผ่านอย. แพทย์ เทคนิคแพทย์ ร่างกายตอบสนองดี ก็จะมีอาการปกติหลังฉีด คือ บวมไม่กี่วันแล้วก็หาย แต่คนส่วนน้อย เช่นเอิ๊ก ถือว่าเป็นผลข้างเคียงระดับน้อยถึงปานกลาง อย่างที่เล่าไปข้างต้น
จะลองแบ่งประเภทของผลข้างเคียงคหลังจากฉีด Filler เป็น 3 ระดับ ในความรู้สึกเอิ๊กนะคะในกรณีคนไข้
1. ผลข้างเคียงระดับน้อย
– มีรอยเขียวจากเข็ม อาจจะเป็นจ้ำเลือด รวมถึงอาการบวมบริเวณที่ฉีดไม่กี่วันก็หาย
– แพ้มีเส้นเลือดฝอยรวมกันอยู่เป็นกระจุดบริเวณที่ฉีด ผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นสีแดง
– มีผื่นแดงขึ้น
2. ผลข้างเคียงระดับปานกลาง
– คลำไปเป็นก้อนขรุขระ เป็นคลื่น ผิวหนังไม่เรียบ พอแสดงสีหน้าก้อนฟิลเลอร์ก็นูนขึ้นมา
– หลังฉีดFillerไปซักพักพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างฟิลเลอร์มีการไหล รูปทรงเปลี่ยน รูปร่างเปลี่ยน
– ฉีดมาซักระยะอาจเกิดอาการแพ้ทำให้เป็นก้อน แดง นูน อักเสบ
– ผิวหนังรอบดวงตา เปลี่ยนสี อาจจะออกเป็นสีฟ้าๆ เทาๆ หรือม่วง
– หลังฉีด Filler อาจจะไม่สามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้เหมือนปกติ
– หลังฉีด Filler อาจจะแสดงสีหน้าไม่ธรรมชาติเหมือนก่อนฉีด เช่น เวลายิ้มถ้าฉีดคางคางก็ย้อยเป็นก้อนดูเกร็งๆ แข็งๆ
– มีอาการคันที่รุนแรง และอาจจะมีลมพิษขึ้นตามมาด้วย
3. ผลข้างเคียงที่มีความรุนแรงในระดับมาก
– หลังฉีด Filler มีอาการติดเชื้อ บางทีแพทย์จึงสั่งให้ทานยาปฎิชีวนะหลังฉีดเสร็จเพื่อป้องกัน
– หลังฉีด Filler พบว่าผิวหนังบริเวณนั้นตายรวมถึงผิวหนังบริเวณรอบๆด้วย สาเหตุมาจากสาร Filler เข้าไปอุดในบริเวณปลายเส้นเลือดที่จะนำเลือดไปเลี้ยงบริเวณผิวหนังบริเวณนั้น หรือ ในกรณีที่ปริมาณสาร Filler มากเกิน ก็จะไปกดเบียดบริเวณปลายเส้นเลือดให้ตีบลง จึงเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังตายได้
– หลังฉีด Filler ตาบอด เพราะสาเหตุสาร Filler เข้าไปอุดตันในบริเวณเส้นเลือดทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงที่จอประสาทตา จึงทำให้ตาบอด
– อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
นี่คือเหตุผลที่ต้องออกมาเขียนเรื่องนี้เพื่อให้ทุกคนพยายามหาข้อมูลให้มากและดียิ่งขึ้นค่ะ
แหล่งข้อมูล :
– ทวิตเตอร์ @DrRungsima
– ผศ.พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา
– http://www.realself.com/files/528337-504567.JPG
– http://www.guardian.co.uk/lifeandstyle/2010/jul/18/cosmetic-surgery-cowboys-face-lawsuits
– http://www.livestrong.com/article/138088-side-effects-wrinkle-fillers/
– http://gamesbbclinic.blogspot.com/2012/04/filler.html
– ประสบการณ์ตรง
Posted in FACEComments (2)
Posted on 08 ตุลาคม 2012.
ช่วงลดน้ำหนักจริงจังสมัยมหาลัยทำยังไง ?
Posted in BODY, D.I.Y, HOW TOComments (0)
Posted on 04 ตุลาคม 2012.
ขอบพระคุณข้อมูล
จากทวิตเตอร์ @DrWoraphong @DrRungsima คุณหมอผิวหนังสุดฮอตในทวิตเตอร์ค่ะ
Photo Reference : bloggang.com, jaranskinclinic.com, doctorcosmetics.com, kajabbi.com,nomoremelasma.blogspot.com, n3k.in.th, petcharatbeauty.com, hnzic.blogspot.com, health.kapook.com, torojunior.blogspot.com, board.postjung.com, toonne.com, chaoprayanews.com, kvamsook.com, xn--12ca1ducec1gdtz3j6d.com, komwit.com, lauvenzee.com, beautysecret.co.th, imarm.com, boojazzy.com, exteen.com, weloveshopping.com,ir-beautina.info, globalfashionreport.com, morebeautybypim.tarad.com, dek-d.com, augustzarisa.exteen.com, learners.in.th, kvamsook.com,health.ladytips.com, variety.teenee.com, women.thaiza.com,toptenthailand.com, crostbello.com, health.kapook.com, catninelifecanter.blogspot.com, women.mthai.com, xn--12cf3caxc5cp3ei6dr4a6o9a2g.com, health.kapook.com, globalfashionreport.com, charming-house.com, zazana.com
Posted in BEAUTY, SKINComments (0)
Posted on 01 ตุลาคม 2012.
อยากให้แก้มลดลงแต่ไม่เคยคิดว่าจะมาลงเอยด้วยวิธีนี้
บอกตรงๆว่าไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าจะได้ผลกับใบหน้า ทั้งที่มันมีหัวไว้ทำกับใบหน้าและดวงตา
TRILIPO คือ คลื่นวิทยุ RFที่มี 3 ขั้ว ไว้ปล่อยพลังงานความร้อนเพื่อกระชับ
ช่วยกระชับสัดส่วนทั่วร่างให้ผลดีรองจากหัวเดียวซึ่งราคาก็ถูกกว่าหัวเดียวมาก
คลื่นวิทยุดังๆในเรื่องยกกระชับคือ THEMAGE แต่แพงกว่าเกือบยี่ิสิบเท่า
” หลักการทำงาน “ ปล่อยคลื่นความถี่วิทยุเป็นความร้อนไปทำหน้าที่ออกกำลังกายกระชับกล้ามเนื้อชั้นลึก ไขมันเมื่อโดนความร้อน โดนกระชับเซลล์ในไขมันก็แตกตัว ทำให้น้ำในเซลล์ไขมันถูกขับออกมา ภายหลังเกิดการจัดเรียงตัวของไขมันใหม่ ก็จะกระชับขึ้น หลักการของมันมีประมาณนี้ ความร้อนของ RF ลงไปลึกมากถึงชั้นไขมัน ซึ่งเลเซอร์หลายตัวลงไปไม่ถึง ที่เป็นจุดเด่นคือไม่มีแผล ไม่เจ็บ แต่เห็นผลเหมือนกัน
หน้าที่มีทั้งหมด 3 อย่าง
- ออกกำลังกายกล้ามเนื้อ
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- เร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันเฉพาะส่วน
หน้าตาของ TRILIPO มีหลายขนาด ไว้ทำตัว ทำหน้า ทำตา ก็จะมีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ
หมอทำให้ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายนะคะ เอิ๊กก็ไม่ทำ เพราะอย่างที่บอกดูหน้าตาก็ไม่หน้าจะทำได้อันแค่เนี๊ยะลดแก้มได้ 555 (สมัยความรู้เรื่อง RF ยังไม่มี) จนพี่คนนึงเป็นลูกค้า มาชมให้ฟังว่าซื้อสองคอร์สแล้ว แต่เขาซื้อตอนโปร ทำได้ถูกมากเปรียบลด 50% ราคาตอนลดอยู่ที่ประมาณครั้งละ 1600 ทั่วใบหน้า คือแบบว่า ถูกกว่าฉีด LIPO MESO บลาบลาๆ ซึ่งเจ็บมาก แต่หลักการเดียวการ ต้องทำต่อเนื่อง หลายครั้งเหมือนกัน คือถ้าปล่อยให้อ้วนมันก็กลับมาใหม่ เขาพูดรอบแรกเราก็เฉย พี่เขาหล่อ หน้าเรียวเล็กอยู่แล้ว จนเห็นพี่สาวสุดที่รักทำ ตกใจนึกว่าศัลยกรรม 5555 หน้ามีแก้ม แฟบไปเลย แต่เขาทำต่อเนื่อง ส่วนเอิ๊กขอลองความรู้สึก และ อยากรู้ไขมันช่วงแก้มเราตอบสนองรึเปล่า เลยลองไป 1 ครั้ง
ทำที่ ISKYCENTER ที่เก่าเวลาใหม่ 555 ทำกับคุณนุชค่ะ เขาบอกว่าเก่งสุดแล้วสำหรับ TRILIPO
ขอโทษที่จำไม่ได้ว่ากี่นาทีเพราะหลับอะ 555 นอนกรนเก๋ๆ เขาจะทำความสะอาดใบหน้าให้เราด้วยคลีนซิ่งสำหรับผิวเรา (ของเอิ๊กแพ้ง่าย) แล้วมีเจลสองตัวให้เลือกคือ กลีเซอรีน กับ เจลก่อนลง IPL เอิ๊กใช้ตัวหลัง แต่ยังไงผิวเอิ๊กยังมีการระคายเคืองขึ้นหลังทำไม่ เจล ก็ คลีนซิ่ง หน้าเอิ๊กแพ้ง่ายจริงๆ บางทีจะบอกว่าไปทำอะไรที่ศูนย์ความงาน คลินิค หรือ เลเซอร์ ถ้าผิวแพ้ง่ายเตรียมอุปกรณ์ล้างหน้าไปเลย หรือไปเวิร์คช็อปแต่งหน้าที่ไหนก็ตามพกไป !!!!
- ทำความสะอาดใบหน้า ใต้ตา บริเวณที่จะทำ
- ลงเจล IPL ให้เครื่องไหลลื่น และ ปล่อยพลังงานได้ไม่มีสะดุด
- วนไปให้ทั่วใบหน้า
- วนไปใต้ดวงตา ถ้าทำดวงตาด้วย
- ซับหน้าด้วยกระดาษทิชชู่
Posted in BODY, CHEEKS, RADIO FREQUENCY, THERMAGEComments (3)
Posted on 30 กันยายน 2012.
ขอบพระคุณข้อมูลจาก ผศ.พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา
ขอบพระคุณข้อมูลจาก อีเวนท์ DAVINES ให้เราได้นำมาแชร์ต่อ
Posted in HAIRComments (0)
Posted on 30 กันยายน 2012.
ฝ้า หรือ รอยดำขนาดใหญ่ที่อยู่บนหน้า จะรักษายังไงติดตามกัน 🙂
ฝ้าเกิดจากอะไร
ลักษณะฝ้า
ขึ้นเป็นรอยน้ำตาล หรือ ดำ หรือ เทาปนน้ำเงิน เป็นเงากว้าง เช่นตามโหนกแก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปาก
ฝ้ามี 3 ประเภท
ฝ้าเกิดขึ้นเมื่ออายุเท่าใด
20 ปลายๆขึ้นไป เพราะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน / และการโดนแสงแดดมาเป็นเวลานานเริ่มส่งผล
สีผิวกับการเกิดฝ้า
คนที่มีสีผิวคล้ำมีโอกาสเกิดฝ้ามากกว่าคนที่มีสีผิวขาว เราจึงพบฝ้าในคนเอเชียมากกว่า คนแถบตะวันตก
การรักษาฝ้า
เริ่มต้นด้วยตัวเอง คือ ทากันแดด และ พบแพทย์เพื่อทายาที่แพทย์สั่งจ่ายได้เท่านั้น
การทายารักษาฝ้ามีข้อควรระวัง เนื่องจากสารควบคุมที่ใช้รักษา อาจมาในรูปแบบสารไฮโดรควิโนน หรือ ปรอท ไฮโดรควิโนนนั้นแพทย์เท่านั้นถึงสั่งจ่ายได้เท่านั้น แต่ยังมีจำหน่ายกันอยู่ซึ่งอาจอยู่ในปริมาณที่สูงเกินกว่า อย. กำหนด และบางครั้งอาจเป็นปรอทผสม ซึ่งดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยง่ายเป็นพิษกับตับและไต รวมถึงกล้ามเนื้อ ถ้าสะสมในร่างกายเป็นเวลานานอาจทำให้เสียชีวิต ดังนั้น หากอยากซื้อยาทาฝ้าเอง เช็คเลขที่จดแจ้งขึ้นทะเบียนกับ อย. เป็นสำคัญ และกรุณานำเลขนั้นมาเช็คได้ในเว็บ FDA ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ยาทาฝ้า
การรักษาฝ้าให้ได้ผลดีที่สุด คือ การทากันแดด และ หลบแดดไปตลอดชีวิต ไม่ว่าฝ้า กระ มีสิทธิ์กลับมาได้ใหม่ตลอดเวลา รวมถึงใบหน้าที่ดูอายุมากกว่าอายุจริง เพราะ UVA ทำลายลึกไปยังเซลล์ผิวชั้นลึก ควรหัดทากันแดดทุกวันให้เป็นนิสัยค่ะ 🙂 EE
เขียนและเรียบเรียงโดย erk-erk.com
ขอบพระคุณเนื้อหา
– แกะเทปสัมภาษณ์ ผศ. พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา
– รูป laskinmd dot com
– pharmacy.mahidol.ac.th/thai/knowledgeinfo.php?id=14
Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, FACEComments (0)
Posted on 17 กันยายน 2012.
หลังจากที่ดูภาค 1 ของคุณหมอ อภิรุจ กันแล้ว
ภาค 2 ขอเป็นตัวเอิ๊กเอง และ สัมภาษณ์จากคุณหมอ รังสิมา อีกท่าน
ขอบพระคุณคุณหมอทุกท่านด้วยค่ะ
บทความนี้ขออนุญาตแนะนำตามสไตล์คนไข้ และ สิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากคุณหมอทุกท่านนะคะ รวมถึงวิธีการใหม่ๆที่จะนำมาเล่าด้วยค่ะ 🙂 ไม่ได้สนับสนุนให้ใครทำ แต่เป็นการแชร์ประสบการณ์ที่เราได้ผ่านมาและมีความสุขขึ้นกับมันอย่างปลอดภัยค่ะ
ในอดีตการอยากทำหน้าเรียวคงไม่ได้แพร่หลาย และ วิธีการก็ไม่ได้มากมายเหมือนอย่างตอนนี้ ใครที่อยากหน้าเรียวก็คงหมดสิทธิ์ ใครอยากทำจริงก็คงต้องศัลยกรรมตัดกรามอย่างเดียว หรือ ไม่ก็จัดฟัน ถอนเยอะๆ พอขยับฟันให้เข้าไป หน้าก็ดูเรียวเล็กขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถตัดกระดูกแนวกรามได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีกระดูกแนวกรามขนาดใหญ่ และไม่ใช่ทุกคนที่จะถอนฟันออกเยอะได้ เพราะบางคนก็ฟันน้อยอยู่แล้ว สังเกตุได้ง่ายๆ ฟันบางคนถอนแล้ว พอดัดเสร็จคล้ายคนแก่ ฟันงุ้มเข้าไปเยอะ ซึ่งไม่ค่อยจะคุ้มเท่าไหร่ โชคดีที่เอิ๊กรอ 55555555555 รอเป็นสิบปี เดี๋ยวจะรออีก คิดว่าต้องมีวิธีที่ง่ายและไม่เจ็บและเหมาะกับเอิ๊กแน่นอน
วัตถุประสงค์เอิ๊กคือ ทำยังไงก็ได้ให้แก้มดูน้อยลง ปกติแก้มเยอะขั้นอืด หน้าอืด และ อยากให้หน้าดูเรียว คางดูยาวกว่านี้
สภาพร่างกายเอิ๊กเป็นคนที่บวมน้ำง่าย จะออกหน้า ออกขา ดังนั้น เช้าบวม-เย็นหด เช้าหด-เย็นบวม นี่คือข้อจำกัดของร่างกายเอิ๊ก ทางแก้หากร่างกายเยอะ แสดงว่าทานน้ำน้อย และ ทานโซเดียม หรือ ขอรสจัด เค็ม ผงชูรสเยอะ ต้องรีบทานน้ำ หน้าจะหดลงกลับสู่สภาพปกติ ดังนั้นจะทำวิธีไหนก็ไม่ถาวรภายในวันเดียวกัน 5555555 เศร้านะ
เมื่อทราบสิ่งที่ต้องการ – ข้อจำกัดของร่างกายของแต่ละคน สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทราบ ..
อยากหน้าเรียวโครงสร้างใบหน้าเราเป็นแบบไหนหน้าถึงไม่เรียว
1. กระดูก โหนกสูง กระดูกกรามใหญ่
2. กล้ามเนื้อช่วงมัดแนวกรามใหญ่
3. คางสั้น หน้าเลยดูสั้น
4. ไขมันกระพุ้งแก้มเยอะ
จะมี 4 สาเหตุนี้ที่ทำให้เราเองอาจจะรู้สึกไปเองว่าหน้าดูไม่เรียว ทั้งนี้จะดูเรียวขึ้นมากน้อยขึ้นกับหน้าของแต่ละคน และวิธีการที่เลือก รวมถึงปริมาณในการทำของแต่ละวิธี เมื่อทราบแล้ว เราไปดูกันดีกว่า สาเหตุ 1-4 เราจะใช้วิธีไหนได้บ้าง บางคนวิธีเดียวจบ บางคนต้องผสมผสานกันหลากหลายวิธี
1. กระดูก โหนกสูง กระดูกกรามใหญ่
หากเป็นสาเหตุนี้จะต้องใช้วิธีศัลยกรรมปรับแต่งกระดูก ไม่ว่าจะตัด เหลา
ข้อดี หน้าเราก็จะดูเรียวลงแบบเห็นได้ชัด / ค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียวผลถาวรตลอดไป
ข้อด้อย หากเราไม่ชอบเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นแบบเดิมได้ / ต้องได้แพทย์ที่เก่งและเข้าใจสรีระโครงสร้างใบหน้าเราดีพอ รู้ว่าจุดไหนที่สามารถที่ทำให้เราพอใจ / ราคาสูง
2. กล้ามเนื้อช่วงมัดแนวกรามใหญ่
วิธีนี้ปัญหาจะอยู่ที่บริเวณกล้ามเนื้อมัดแนวกราม หากเอามือวางแนบสนิทบนใบหน้าแล้วลองกัดฟันแน่นๆ พบว่ามีกล้ามเนื้อปูดขึ้นมาจนรู้สึกและคลึงโดนได้ กล้ามเนื้อบริเวณแนวกรามช่วงนี้ จะสามารถฉีดโบทูลินูมทอกซินให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ลีบเล็กลง หรือ เป็นอัมพาตชั่วคราวได้ ใบหน้าก็จะเรียวลง เพราะกล้ามเนื้อมัดนั้นฟีบเล็กลงไป
ข้อดี หากไม่ชอบใบหน้าที่เล็กชอบแบบเดิมปล่อยไว้ 3-6 เดือนก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม / ราคาสูงหลักพันถึงหมื่นกว่าๆ แต่ไม่เท่าผ่าตัด
ข้อด้อย กว่าจะเห็นผล 1-1.30 เดือน เต็มที่ 3 เดือน / ต้องได้แพทย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องกล้ามเนื้อบนใบหน้าจริงๆ เพราะว่าบางคนฉีดแล้วปากเบี้ยว มุมปากตก (เอิ๊กเคย) / ต้องฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน จากนั้นถ้าฉีดบ่อยอาจอยู่นานขึ้นเป็นปี
3. คางสั้น หน้าเลยดูสั้น
วิธีนี้จบลงด้วยการศัลยกรรมคางให้ดูยางไม่ว่าจะเป็นด้วยซิลิโคน กระดูกตัวเอง หรือ ฉีดฟิลเลอร์
ศัลยกรรม
ข้อดี ราคาไม่ได้แพงมากไปกว่าการทำฟิลเลอร์มากนัก / เจ็บครั้งเดียวก็จะอยู่นานซึ่งขึ้นกับการดูแล / การเสริมด้วยกระดูกตัวเองอาจจะแพงกว่า แต่ความเนียนจะดี และ ธรรมชาติกว่าซิลิโคน
ข้อด้อย เกิดการผ่าตัด / เจ็บ / ต้องพักฟื้น / ถ้าไม่พอใจ หรือ เกิดปัญหาอาจจะต้องผ่าตัดเอาออก
ฟิลเลอร์
ข้อดี ปั้นรูปทรงได้ตามชอบ / ไม่ต้องพักฟื้น / ไม่ชอบก็ปล่อยให้สลายไปเองถ้าเป็นฟิลเลอร์ชนิดไม่ถาวร / ธรรมชาติกว่าเมื่อเวลาผ่านไป 1-3 เดือนจะเริ่มเข้ารูป / ไม่เจ็บเท่าศัลยกรรม
ข้อด้อย สลายไปภายในเวลา 6-12 เดือน / บางทีถ้าเราอยากทำศัลยกรรม บริเวณที่เราทำฟิลเลอร์ต่อให้เมื่อสลายไปหมด แต่เวลาที่ฟิลเลอร์อยู่อาจมีการสร้างพังผืดของเนื้อเยื่อในร่างกายเราขึ้น เราจึงต้องขูดมันออกก่อนทำศัลยกรรมจริง / ถ้าต้องฉีดบ่อยตลอดถือว่าแพงกว่าการทำศัลยกรรม
4. ไขมันกระพุ้งแก้มเยอะ
สัญลักษณ์ของความเป็นเด็ก ความอ่อนเยาว์ ซึ่งหลายๆคนชอบ แต่บางคนคงอยากมีช่วงเวลาโตเป็นสาวกันบ้าง 555 ก็ไม่ได้เอาออก แต่เราทำให้มันเล็กลงได้แบบถาวรถ้าเราไม่อ้วนขึ้น และ ไม่ถาวร ทำได้ 4 วิธี 1. ลดน้ำหนัก 2. คลื่นวิทยุ RF 3. ดูดเซลล์ไขมันออก (ACCULIFT) 4. ผ่าตัดเอาถุงไขมันช่วงแก้มออก buccal fat
ลดความอ้วน หากใครเมื่อผอมลงหน้าก็เล็กลงก็ลดน้ำหนักซะ
ข้อดี ไม่เสียเงิน / ถ้าลดถูกวิธีก็ได้เรื่องสุขภาพดี / ใส่เสื้อผ้าได้หลากหลาย / คล่องตัวมั่นใจขึ้น
ข้อด้อย ถ้าลดหักโหม จากสวยจะกลายเป็นซูบ
คลื่นวิทยุ RF หากใครตัวเล็กแต่หน้าใหญ่ลดน้ำหนักก็ไม่ลง แสดงว่าไขมันกระพุ้งแก้มคุณเยอะ buccal fat คลื่นวิทยุมีหลายตัวล่าสุดเพิ่งลอง trilipo เป็นคลื่นวิทยุสามขั้ว สามหัว อาจไม่ดีเท่าหัวขั้วเดียว แต่ถูกกว่า และ ถ้าหน้าไม่ได้หย่อนคล้อยคอลลาเจนเสื่อม แต่มีปัญหาแค่ไขมันจะกำลังดี
ข้อดี ไม่เจ็บเลย ไม่เหมือนฉีดสลายไขมันอันนั้นยังไม่ผ่าน อย. และ FDA / อาจแพ้เจลได้
ข้อด้อย ต้องทำบ่อย / ทำบ่อยจะเริ่มเห็นผลชัดขึ้น 4-10 ครั้งขึ้นไป / อ้วนอีกก็กลับมาอีกได้ ไม่ถาวร
ดูดไขมัน ACCULIFT ดูดเซลล์ไขมันออกไปเลย จะสอดเข็มเล็กๆมากๆเข้าไปแล้วดูด มักใช้ในคนอายุ 40 ขึ้นไปที่สภาพใบหน้าหย่อนคล้อยร่วมด้วย
ข้อดี เซลล์ไขมันน้อยลงถาวร ถ้าอ้วนอีก ก็ไม่กลับมาอีกเท่าตอนเซลล์ไขมันเยอะ
ข้อด้อย เจ็บ / หน้าบวมเป็นเดือน / เข็มไม่สะอาด อาจจะติดเชื้อ / ความชำนาญของแพทย์สำคัญมาก
ศัลยกรรมผ่าตัด เอาถุงไขมันกระพุ้งแก้มออก
ข้อดี ถุงไขมันออกไปขนาดใหญ่ในคราวเดียว / ผลชัดเจนแจ่มแจ้ง / แผลด้านในปาก
ข้อด้อย แพง เสี่ยงต่อการใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน โอกาสสะสมใหม่มี
ราคา ค่าใช้จ่ายคิดว่าหลายคนอยากรู้แต่ขอโทษที่ไม่ได้ถามมาให้เพราะแต่ละที่ราคาไม่เหมือนกันเลย นำไปเสริทหาข้อมูลเรื่องราคาต่อเอานะคะ ส่วนเอิ๊กเองทำแค่ 3 อย่างคือ เป็นคนกล้ามเนื้อกรามใหญ่ ใช้วิธีโบทูลินูม ทอกซิน ซึ่งทำติดต่อกันเรื่อยมา / คางสั้น ฟิลเลอร์ แค่ครั้งเดียว/ แก้มยุ้ย เคยทั้งฉีดและTRILIPO ตอนหลังคิดว่าคงจะทำแค่คลื่นวิทยุ RF อย่างเดียวเพราะไม่เจ็บ เคยทำครั้งเดียวแล้วชอบมาก วันนี้เลยนำมาแชร์แต่วิธีที่ปลอดภัยแล้วกันนะคะ อยากอ่านต่อว่าทำที่ไหนกับใครเสริทกลางบล็อคerk-erk.com ว่าหน้าเรียว เอิ๊กบันทึกไว้ทุกท่าน ตั้งแต่คุณหมอรังสิมา คุณหมออภิรุจ คุณหมอเจี๊ยบ ทั้งสามท่านทำดีหมด ทุกคนมีศิลปะเป็นของตัวเอง สไตล์ของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ชอบทุกคน เพราะทุกคนแก้ปัญหาให้เอิ๊กได้แบบปลอดภัยหมด ดังนั้นอย่าถามว่าที่ไหนดีกว่ากัน ดีหมด แต่เลือกเอาแบบเดินทางสะดวก และ อยากทำกับใครดีกว่า หวังว่าคงได้ประโยชน์กัน ทั้งนี้จะได้ผลมากน้อยขึ้นกับแต่ละคน และไม่อยากให้คนที่ยังขอสตางค์คุณพ่อคุณแม่รีบร้อนนัก รอเราทำงาน หาข้อมูล เตรียมใจ เตรียมสตางค์พร้อมไม่เดือนร้อนใครแล้วค่อยลงมือดีกว่า มาแชร์ไม่ได้ชวนเสียตังค์นะ 5555 แค่อยากแบ่งปันประสบการณ์ที่ตัวเองรู้สึกดี ทุกวันนี้ใครจะชอบเอิ๊กแบบไหน แต่เอิ๊กชอบที่เอิ๊กเป็นเอิ๊กในวันนี้ เอิ๊กที่เป็นคนที่พัฒนาตัวเองขึ้นกว่าเมื่อวานในทุกๆด้าน เลี้ยงดูครอบครัว เป็นคนดีของแม่ เอิ๊กโอเคกับชีิวิตละ 😀 สวยอย่างปลอดภัย ก็ขอให้ไม่เดือดร้อนใครด้วยค่ะ <3
2010 ด้านบน
2012ด้านล่าง
XOXO
Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, BOTOX, CHIN, HOW TOComments (4)
Posted on 02 กันยายน 2012.
วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องรับทานคอลลาเจน ทาคอลลาเจน อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับคอลลาเจน
ว่าความจริงมันได้ผลหรือไม่ เรื่องนี้เอิ๊กไม่เชี่ยวชาญ ดังนั้นต้องอัญเชิญ
แพทย์ผิวหนังผู้ทรงคุณวุฒิตอบคำถามข้อนี้ค่ะ 🙂
คอลลาเจนเอ๋ยเจ้าคืออะไรกันหนอ ?
คอลลาเจนคือเส้นใยโปรตีนชนิดนึงในร่างกายของเรา ทำหน้าที่เชื่อมเซลล์แต่ละเซลล์เข้าด้วยกัน เนื่องจากคอลลาเจนมีประมาณ 1 ใน 3 ของโปรตีนภายในร่างกายจึงมีแรงสปริงตัวทำให้ผิวหนังกระชับ เต่งตึง แข็งแรง เรียบเนียน ยืดหยุ่น คอลลาเจนพบได้ในผิวชั้นหนังแท้ และ พบได้ในอวัยวะด้วยเช่น ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน (cartilage), เส้นเอ็น (ligaments), ข้อต่อ (tendons),กระดูก (bone)
หน้าตาเจ้าคอลลาเจน ดูเป็นเส้นใยระโยงระยางระยวยเต็มไปหมด
คอลลาเจนมีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ
เมื่อเราเกิดมาก็มีการสร้างคอลลาเจนในร่างกายตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่คอลลาเจนนั้นก็เป็นไปตามสังขารมนุษย์ เมื่ออายุที่เพิ่มมากขึ้นเลย 20-25-30 ปี การผลิตก็จะลดน้อยลงทีละนิดทีละนิด อย่างช้าๆทุกปี ทำให้เราเห็นตามวัฎจักรมนุษย์ เมื่อทุกคนเกิด ทุกคนโต ทุกคนก็ต้องแก่ และตายไปในที่สุด แม้เราพยายามยึดวัยมากเท่าไหร่ เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายเราก็จะกระตุ้นได้ยากมากขึ้นเท่านั้น
ปัจจัยที่เร่งให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ
ตัวการที่ร้ายแรงที่สุด คือ แสงแดด โดยเฉพาะ UVA จะลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระทำลายเส้นใยคอลลาเจน มิหนำซ้ำ กระ ฝ้า เม็ดสี สีผิวไม่สม่ำเสมอก็ตามมา และเมื่อคอลลาเจนเสื่อมเราก็แค่แก่เร็วขึ้นเท่านั้นเอง
คอลลาเจนเสื่อมรู้ได้ยังไง ?
ผิวหนังแท้ของเราจะแบ่งเป็น 2 ระดับ หนังแท้ชั้นตื้น หนังแท้ชั้นลึก ชั้นตื้นจะมีคอลลาเจนน้อยกว่าชั้นลึก จุดสังเกตุแรก หากคอลลาเจนหนังแท้ส่วนตื้นเสื่อม ริ้วรอยจะมา รูขุมขนกว้างมากๆทั้งที่ไม่ได้หน้ามัน นอนดึก แต่กว้างแบบสุดพลังก็เกี่ยว หากคอลลาเจนเสื่อมที่ผิวหนังชั้นลึก ผิวพรรณของเราที่เคยจับแล้วดึ๋ง เต่งตึง ก็จะจับแล้วยวบยาบ กดแล้วยุบย้วย กว่าจะคืนสู่สภาพต้องใช้เวลา ยกตัวอย่างคุณย่า คุณตา คุณปู่ คุณยายของพวกเรา ผิวพรรณจะเริ่มไม่เรียบตึง
อยากสร้างคอลลาเจนใหม่อยากแก่ช้าทำไง ?1. ฉีดสารคอลลาเจน [ แต่โอกาสแพ้สูง ] & ฉีดสารHyarulonic acid ให้อุ้มน้ำ ผิวจะดูอิ่ม เต่งตึงทันที
2. กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ เช่น ให้ความร้อนลงไปยังชั้นหนังแท้ [ เลเซอร์ ] , ทำให้ผิวเกิดแผลเล็กๆ , ลอกผิวด้วยสารเคมี
แล้วการทาน & ทาคอลลาเจนล่ะ ?
จากใจนะ จะทานอะไร จะทาอะไรหาข้อมูลให้ดี โดยเฉพาะข้อมูลทางวิชาการ โดยเฉพาะอะไรที่นำเข้าสู่ร่างกายและในความรู้สึก ” การออกกำลังกายนั้น ไม่ว่าในรูปแบบไหน ชะลอวัยได้เรื่องจริง “อ่าน ฟัง หาข้อมูล แล้วเขียนเอง หากผิดพลาดประการใดติได้ค่ะ <3
Posted in BEAUTY TECHNOLOGY, SKINComments (0)
Posted on 25 สิงหาคม 2012.
การกดสิวที่ไม่ถูกวิธีนอกจากจะทำให้เกิดการอักเสบแล้วยังมีโอกาสทำให้เกิดแผลเป็นตามมา รวมถึงการลุกลามของสิวเม็ดข้างเคียงของบริเวณที่กด ดังนั้นรู้หลัก อยากกดต้องศึกษาวิธีที่ถูกต้องค่ะ
Erk-Erk
สิวที่เราสามารถกดได้จะมีทั้งหมดประมาณ 3 ประเภท
นอกนั้นห้ามเด็ดขาดค่ะ เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพผิว
ทำไมต้องกดสิว ?
บางคนการกดสิวอาจจะทำให้สิวหายเร็วขึ้นเช่นคนผิวมันมีสิวอุดตันอยู่เยอะและมีโอกาสที่สิวจะหลุดไปเองยากกว่าคนผิวแห้งเพราะน้ำมันใต้ผิวผลิตออกมาตลอดเวลา ถ้าไม่กดทั้งสิวหัวปิด หัวเปิด ก็อาจจะพากันอักเสบ เป่ง ช้าง ให้เครียดกันอีก บางคนชอบใช้มือกดเค้นไปเค้นมาห้อเลือดทันทีบวมเป่ง พอหายหลุมสิวมาเยือนรักษาอาจจะไม่หาย 100%
โดยส่วนตัวเคยใช้คัตตัลบัตเค้นจนเลือดออกแล้วยังเค้นอยู่จึงห้อเลือดและมีหลุมตามมา ดีที่ตื้น ยิงเลเซอร์ด้วยความร้อนปกติมันก็ฟูขึ้นมา ดังนั้นการเอาคอมีโดนจากสิวออก หรือกดสิวถ้ามีเลือดออกต้องหยุด อย่าไปต่อ !!!
อุปกรณ์กดสิวที่สำคัญ
1. ไม้กดสิวแสตนเลสสามารถซื้อตามร้านขายยา หรือ ร้านขายเครื่องมือแพทย์
2. แอลกอฮอล์
3. สำลี
4. ถุงมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อ
5. เข็มฆ่าเชื้อใช้แล้วทิ้ง สำหรับสิวอุดตันหัวปิด / สิวหัวหนอง
ส่วนตัวกดเอง มีผงพิเศษ + น้ำเกลือ อิอิ
วิธีการกดสิวที่ถูกต้องมี 2 วิธีตามเทคนิคแพทย์
ขั้นตอนการกดสิ
1. เช็ดแอลกอฮอล์รอบๆผิวหนังที่ต้องการกดสิว
2. ใช้เข็มสะอาดเจาะกรณีที่เป็นสิวอุดตัน สิวหัวปิด
3.ใช้ที่กดสิววางทาบลงไปแล้วใช้เทคนิค 1 หรือ 2 (ในภาพใช้วิธีที่2ทำมุม 45องศา ดันข้างสิว)
4. กดห้ามเลือดด้วยสำลี แล้วทาตามด้วยยาฆ่าเชื้อ (ส่วนตัวใช้สำลีชุบน้ำเกลือกด)
จากประสบการณ์ส่วนตัว ให้แพทย์กดเป็นสิ่งที่ควรทำ หรือ ถ้าตัวเองเชี่ยวชาญพอก็ลองดูได้ แต่อย่ากดทีเดียวเยอะ กดซัก 2-3 เม็ดรอดูผล ส่วนใหญ่กดเองมักมีแผลรอยดำตามมา แพทย์ทีกดเก่งมากๆ ไม่รู้สึกเจ็บ ไว หายเร็ว สิวออกหมดเกลี้ยง รอยแดง 2-3 ชม.หาย แต่ตอนนั้นกดแพงมาก หลังๆเลยกดเอง 5555 ถ้าใครไม่ถนัดให้แพทย์เถอะค่ะ แผลเป็นไม่คุ้มเลย 😀
Posted in ACNE, HOW TOComments (6)
