Archive | TRAVEL

REVIEW : UBER X HOLIDAY INN EXPRESS SINGAPORE

 

สวัสดีทุกคน วันนี้มาพูดถึงอะไรที่ไม่เกี่ยวกับความงามเลย 5555

เป็นการใช้บริการรถ UBER และ การใช้บริการ HILIDAY INN EXPRESS ณ สิงค์โปร์

ทริปท่องเที่ยวของเอิ๊กและผองเพื่อน งานนี้ต้องขอบคุณ www.nightphoomin.com ที่เป็นธุระ

หารถ UBER หา ห้องในโรงแรม HOLIDAY INN EXPRESS ให้เอิ๊กได้ใช้บริการอย่างสบาย

ฟินๆ ในย่านเศรษฐกิจ อย่าง ORCHARD

 

มาเริ่มที่ UBER ใคร ที่กลัวการใช้ UBER กลัวไม่ปลอดภัย กลัวหลอกก็จะบอกว่า

  • ส่วนตัวมันปลอดภัยกว่ามาก 
  • ค่าบริการพอๆกับ TAXI ยกเว้นแต่ว่าหากเราเรียกใช้บริการยามดึก ซึ่งแต่ละคันก็จะตกลงที่การเพิ่มขึ้นของเรทต่างกัน
  • ใช้บัตรเครดิตตัดเงิน อย่ากลัวไม่มีโกง มีหน่วยงานดูแลอยู่
  • เห็นหน้าค่าตากันก่อนจะขึ้นรถอีก ให้คะแนนการบริการได้ด้วย
  • ลงรถปุ๊ป บิลขึ้นปั๊บว่าเรียกไปเท่าไหร่
  • มีหลายขนาดรถ รองรับขนาดคน ที่ใช้สูงสุด ประมาณ 5-6 คนนั่ง รถจะใหญ่นิด แพงขึ้นหน่อย
 
เวลานั่ง สบายๆ ฟินๆ แบบนี้เลย เขาไม่มีให้นั่งตักอะไรกันนะ ไม่อนุญาต ก็ต้องเลือกเป็น
UBER XL
 
 
การสมัคร UBER ก็ง่ายมาก กรอกข้อมูล ใส่เบอร์โทร สำคัญ เบอร์สำคัญ
และ ต้องใช้ข้อมูลบัตรเครดิตที่เราจะใช้ตัดค่ะ
 
 
 
ใครอยากลองนั่ง กรอก V6BH5 ได้มีให้ 300 บาท
จะไปไหน ถ้ามีรถอยู่ใกล้จะบอกเวลาที่รถแถวนั้นจะเดินทางมาหาเรา มันดีมาก
และ ถ้าเขาตกลงจะมาบริการให้เรา มันจะบอกแน่ชัดว่ากี่นาที และ อีกกี่นาทีเราจะถึงที่หมาย
 
 
 
ไปไหน กับ UBER คันไหน คนขับหน้ายังไง รถอะไร ทะเบียนอะไร
บันทึกไว้หมด ไม่ต้องห่วง
 
 
 
สามารถคลิกดูเส้นทางเก่าๆ หน้าตาคนคับได้
 
 
** ใครจะสมัคร ก็โหลด APP UBER มาลงมือถือแล้วสมัครผ่าน APP ได้เลย
 
 
มาถึงที่พัก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่พักที่ HOLIDAY INN EXPRESS แต่รอบนี้พักที่สิงค์โปร
ใกล้ห้าง PARAGON ถนน ORCHARD เลย โรงแรม MODERN ค่อนข้างสะดวก
ราคาตอนนั้นเช็ค 3000++ ต่อคืน หน้าเทศกาลด้วย
 
นายแบบต้องมา หน้าโรงแรม
ที่นี่มีทั้งหมด 221 ห้อง คือ สะอาด ของค่อนข้างใหม่ สะดวกสบาย เข้าถึงแหล่งชอปปิ้ง
สังสรรค์ คือ เดินไปได้เลย
ไม่ไกลจากสนามบินเท่าไหร่ 25-30 นาทีถึงสนามบิน
ราคาสบายๆ ถ้าหารกับเพื่อนก็คนละ 1000 – 2000 ไม่เกิน / คืน
 
 
  • WIFI ฟรี
  • อาหารเช้าดีงาม ตั้งแต่ 6.30 – 11 โมง อาหารอาจไม่ได้มีเลือกเยอะ แต่ครบ อร่อย
  • ที่นอนดี มีหมอนให้เลือก ทั้งนุ่ม และ เฟิร์ม ผ้าห่มอุ่น
  • ห้องอาบน้ำหินอ่อน ฝักบัวปรับได้เตารีดพร้อมนะเธอ

 

 
 
ยามค่ำคื่น ชั้นล่าง และ โซนที่รับประทานอาหารเช้า 
 
 

ใครกำลังมองหาที่พัก อยู่ใจกลางเมือง ในราคาเหมาะสม เป็นอีกที่ที่แนะนำนะคะ
มีลิงค์จอง EARLY BIRD มาแปะให้ด้วย
 
 
 
 
 
แปะภาพเอิ๊กให้ดูนิดนึง เผื่อลืมหน้าตอนไปเที่ยวสิงค์โปร อิอิ
 
 
ปิดท้ายด้วยภาพค่ำคืนของสิงค์โปร
 
 
วันนี้ลาไปก่อน บายๆๆๆ

Posted in TRAVELComments (0)

พาทัวร์กับแบรนด์ INNISFREE ณ เกาะเชจู

 

INNISFREE บุกประเทศไทยแล้ว สาขาแรกในประเทศไทยคือ สยามแสควร์1

อีก 1 แบรนด์ สกินแคร์ ที่คุณภาพดี ราคาสบายกระเป๋า (ที่พูดเพราะลองแล้ว)

หลายคนอาจจะรู้จัก ETUDE SULWHASOO LANEIGE ฯลฯ เป็นแบรนด์เกาหลีที่ดัง

และ มีสาขาที่มาเติบโตในประเทศไทย

ทุกแบรนด์ที่กล่าวมีบริษัทแม่คือ AMORE PACIFIC

ซึ่ง INNISFREE ที่เกาหลีถือว่ามียอดขายมาเป็นอันดับ 1 ก็เป็นของ AMORE

วันนี้จะพาไปเที่ยวที่เกาะเชจู และ ทำความรู้จักกับแบรนด์นี้ไปพร้อมๆกันค่ะ  

เอิ๊กมีโอกาสไปเกาะเชจูครั้งแรกกับแบรนด์ INNISFREE ครั้งแรกเมื่อต้นเดือน พฤษภาคม

ไปกับพี่ๆบรรณาธิการนิตยสารหลายท่าน และ พี่ๆ BEAUTY BLOGGER หลายท่านเช่นกัน

เราไปถึงก็เย็นแล้ว แต่คืนแรกก็พักที่ย่านกังนัมค่ะ ที่ JW MARRIOT GANGNAM 

วันนั้นเราเลยได้มีโอกาสรับประทานอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิมแถวนั้นกัน

 

เนื่องจากแบรนด์ค่อนข้างให้ความสำคัญกับธรรมชาติทุกการเลือกกิจกรรมจะบ่งบอก

ถึงความเป็นแบรนด์ อาหารเราก็ทานกันที่ร้านดังเลยในวันแรก อาหารหน้าตาดูคลีน

และ มีผักค่อนข้างเยอะ ถ้าใครท้องผูกมาอยู่เกาหลี อาการคุณน่าจะดีขึ้นนะ

ถ่ายหมดจด 555555

 

 

สีอาจจะไม่สดใส แต่ด้วยความหิว ทุกอย่างรสชาติดีที่เดียวค่ะ

หลังจากนั้น คืนนั้นเราก็มีโอกาสได้ไปเดินทางSHOPPING กันในชอป INNISFREE

ย่านกังนัม อย่าถามถึงความเพลิน สกินแคร์ เมคอัพ ลึ่ม !!

คอนเซ็ปต์ แนวรักษ์ธรรมชาติของแบรนด์นี้คือ

 

 

อินนิสฟรี = เกาะอันบริสุทธิ์ = เกาะเชจู

ประโยชน์ของธรรมชาติจากเกาะเชจู

 

ความงามและสุขภาพที่ดี ด้วยพลังแห่งธรรมชาติอันบริสุทธฺ์จากเกาะเชจู

อากาศที่สะอาดสดชื่น

แสงแดดอันอบอุ่น

ดินแสนอุดมสมบูรณ์

สายน้ำอันบริสุทธิ์

ด้วยสี่พลังอันบริสุทธิ์จากธรรมชาตินี้ เกาะเชจู จึงเป็นมรดกอันทรงคุณค่าของ INNISFREE

ที่บ่งบอกถึงความงามอันบริสุทธิ์และซื่อสัตย์ที่อินนิสฟรีมอบให้แก่ผู้บริโภคทุกท่าน

 

 

 

 

ในชอบของเยอะมาก เครื่องสำอาง สกินแคร์ มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ และ มีการจัดอันดับ

ตัวที่เคยดี มีการติดป้ายแนะนำ สินค้าที่เป็นตัวทอป ทำให้เรากล้าที่จะหยิบจับลองง่าย

เพราะเขาเน้นส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ แต่เอาจริงๆ นะเอิ๊กกลัวแพ้ คืนแรกลุยเล่นแต่มาส์ก

 

 

เครื่องสำอางส่วนตัวคิดว่าเป็นแนวธรรมชาติ เน้น BB CUSION สีบลัชและลิปสดใส

และ ยังมีเทียนหอม เครื่องหอมไว้ให้ชอปด้วย หอมดีค่ะ แต่ส่วนตัวกลิ่นไม่คลุ้ง

กระหน่ำ เท่ากับแบรนด์ทางยุโรป แต่นี้ก็ได้กลับมาหลายกลิ่นอยู่ ชอบจุดเทียนในห้อง

ได้บรรยากาศสุดๆ 😀

 

 

จับจ่ายกันหน้าบาน เรื่องเสียเงินเป็นเรื่องที่มีความสุขที่สุด พูดเลย

 

 

ส่วนใหญ่ซื้อมาส์กมาเยอะ ตั้งแต่หน้า มือ เท้า ใช้ดีอยู่ค่ะ แต่ยังให้ 4 เต็ม 5 นะ

เพราะเราก็มีในดวงใจอยู่ ยังไม่ถึงในดวงใจเรา แต่คุณภาพดีเลย ราคาน่ารักมากสุดๆ

1000-2500 วอน แล้วแต่สูตร แล้วแต่รุ่น

 

 

กลับมานอนในโรงแรม พร้อมขนม และ  SAMPLE SIZE ให้ลองใช้ด้วย

เนื่องจาก INNISFREE เป็นสกินแคร์อันดับ 1 ของที่นี่ ตอนนี้มีสาขาทั่วโลกทั้งหมดกว่า

1,000 สาขา ราคากำลังดีเลย ซื้อง่าย สบายๆ คุณภาพดี งานวิจัยพร้อม บริษัทองค์กรอลังการ

คือ คุณภาพคับแก้ว นี่ไม่ได้อวย เพราะไปชมสถานที่มาแบบเจาะลึก ตาลุกวาวเลย

บางตัวขายดี 1 ล้านชิ้นต่อปีขึ้น เช่น เซรั่มเมล็ดชาเขียว มาส์กโคลนภูเขาไฟเชจู

 

 

วันที่ 2 มาเยี่ยม ออฟฟิศ INNISFREE นี่คือ DISPLAY ที่ทำมาจากขวดเซรั่มชาเขียวของเขา

มีแคมเปญรณรงค์รักสิ่งแวดล้อม มีการนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วมา RECYCLE และทำเป็น

อุปกรณ์ตกแต่งสถานที่ เช่น โคมไฟ ไอเดียดี มองไกลๆ นี่เดาไม่ออก แต่รู้ว่าทันสมัย

แนวคิดการสร้างแบรนด์ของ INNISFREE คือ GREEN LIFE

เคารพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พูดง่ายๆ ใช้และสร้างขึ้นใหม่

พร้อมดูแลมันด้วย อันไหนเอามา RECYCLE ได้ก็ทำ

 

 

ออฟฟิศเขาเหมือนในซีรีย์เลยค่ะ นั่งข้างๆกัน แต่จุดเด่น คือมีต้นไม้ที่แต่ละคนดูแลปลูก

ติดชื่อไว้ของใครของมัน มีสวนธรรมชาติให้มานั่งดู

 

 

และ นี่คือ สาวงามทั้ง 5 ที่พวกนางขายดีเลิศที่สุดใน INNISFREE นี่ซื้อมาสองตัว

เซรั่มชาเขียว กับ มาส์กภูเขาไฟเชจู มีคนมากระซิบ บอกสีม่วงไลน์กล้วยไม้ดีมาก

แง แง เพิ่งมาบอกตอนอยู่ไทย โถ่ ไม่ได้หยิบมา !!

[The Green Tea Seed Serum] (เซรั่มเมล็ดชาเขียว)

เซรั่มบำรุงผิวขั้นตอนแรก ที่มีน้ำมันสกัดเข้มข้นจากเมล็ดชาเขียว จากต้นชาเขียวบนเกาะเชจูที่เติบโต ตามหลักแนวทางแบบเกษตรอินทรีย์ ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความกระจ่างใสให้แก่ผิว

[Super Volcanic Pore Clay Mask] (มาส์กโคลนภูเขาไฟรุ่นซุปเปอร์)

มาส์กโคลน ที่มีส่วนผสมแคปซูลหินภูเขาไฟเชจู ซึ่งมีพลังการดูดซับน้ำมันและกระชับรูขุมขน

[Eco Science Wrinkle Spot Essence]

เอสเซนส์ลดเลือนริ้วรอยเฉพาะจุด ด้วยเรตินอลที่ได้จากสารสกัดพืชทะเลเชจูอันบริสุทธิ์ ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้จางลง

[Whitening pore synergy serum]

การผสมผสานกันของเซรั่มและแอมพูล ที่ช่วยแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอและไม่เรียบเนียน ด้วยการลดเลือนจุดด่างดำต่างๆ และบำรุงผิวให้ขาวสว่าง กระจ่างใส

[Orchid Enriched Cream]

ครีมบำรุงผิวเข้มข้น ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น พร้อมทั้งลดเลือนปัญหาริ้วรอยแห่งวัย 

 

 

ก่อนออกจากออฟฟิศ นี่ก็ตากล้องสอนให้ทำท่า MINI HEARTED ส่งหัวใจ เหอะๆๆๆๆ

#ผมก็ส่งทั้งวันเลยครัช น่ารักมุ๊งมิ๊งอีกและ

 

 

ถ่ายรูปหมู ก่อนไปเยี่ยมบริษัท AMORE PACIFIC

 

การได้เข้ามาชม AMORE PACIFIC ครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่าเขาพยายามมานานมาก

เป็นค่ายเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในเกาหลี เขาไม่ให้ถ่ายรูป เลยได้มาฝาก

จากตู้ถ่ายรูปคู่กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเขา แบบ HOLOGRAM ให้ดูแทน

ล้ำด้วยเทคโนโลยี การนำเสนอให้เข้าถึงหัวใจของการสร้างแบรนด์ของเขา

และ มีคุณภาพการผลิตค่อนข้างสูงมาก ไม่แพ้โรงงานในยุโรปแบรนด์ดังที่เอิ๊กเคยไปดูมาเลย

อยากเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางที่ใหญ่แบบนี้บ้าง ไฮ คลาสสสสสมากกกก

และเราก็บินไปเชจูกันภายในวันนั้นเอง และ เราก็มาทานอาหารกันข้างนอก

พักที่ SHILLA HOTEL ของเชจู ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ คือ โรงแรมดัง แต่คนเยอะมากข่า

เป็นโรงแรมที่วิวสวยมาก ขออภัยไม่ทันได้ถ่ายมาให้ดู กลับมาก็มืด ตื่นก็ไม่ทัน 555

เอาอาหารไปดูก่อนนะ

 

 

ตอนค่ำเย็นรับประทานอาหารทะเล และ ผักอีกเช่นเคย วันนี้มีหลายอย่างที่เคยกินครั้งแรก

แม้หน้าตาไม่สวยงาม แต่รสชาติดีเช่นเคยค่ะ อิอิ

 

 

ภารกิจของทุกคืนมาส์กหน้า แถมหน่อย คืนนี้ลองสกินแคร์ SAMPLE

ของ INNISFREE คืนแรก โอยยยชอบบ จุดเทียน ลอยน้ำในอ่าง ฟินนาเล่

 

 

เช้าวันต่อมา กับ ภารกิจที่ทำให้เอิ๊กเปิดใจหันมาสนใจ INNISFREE อย่างจริงจังเพราะ

เรามีโอกาสได้คุยกับบุคคลสำคัญทางการวิจัย ของ INNISFREE รุ่นบุกเบิกเลย

พามาแลปของเขา กับ การมาดูไร่ชาเขียวที่ใหญ่ที่สุดติด 1 ใน 3 ของโลก

ที่เขาใช้เป็นหนึ่งในส่วนผสมหลักในการสร้างผลิตภัณฑ์ของ INNISFREE

ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

 

 

ห้องแลปเรียบง่าย สะอาด สบายตา มีการสอนให้ทำความเข้าใจโครงสร้างผิว

และ การเล่าถึงประวัติได้อย่างน่าสนใจ 

หัวใจหลักของ INNISFREE

 

 

มีการทดสอบการต้านอนุมูลอิสระของชาเขียวให้ดู ว่าผลดีมากขนาดไหน

ว่าแล้วตอนนี้ถ้าไปร้านอาหาร ญี่ปุ่น เอิ๊กจะดื่มชาเขียวร้อน ในอุณหภูมิ 70  องศา

และ พยายามจะหามาทานค่ะ อยากแก่ช้าค่ะ

 

 

มาดูความเริงร่าของชาเขียวกัน สดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อีกอย่างที่เป็นส่วนผสมหลักของบริษัท AMORE PACIFIC คือ ดอกคามิเลียสีแดงงงง

 

แต่งตัวเข้ากับธรรมชาติสุดๆ กลมกลืน

เอาละเดินข้ามฝั่งมา จะพามาสถานที่ๆห้ามพลาด มีร้านขายชาเขียวแบรนด์ o’sulloc 

แบรนด์ชาเขียวไฮโซของที่นี่ และ INNISFREE JEJU HOUSE 

ที่ๆห้ามพลาด ถ้าใครชอบความเป็นธรรมชาติ อาหารฟิวชั่นธรรมชาติเก๋ ขนมหวานน้ำแข็งใส

และ การชอปปิ้งเครื่องสำอาง INNISFREE กับบางไอเท็มที่ไม่มีขายทั่วไป คือ ต้องมาอะ

 

 

มีจุด D.I.Y สบู่ด้วย เด็กๆ วัยรุ่นจะชอบกันมาก มาปั้นเป็นรูปไรก็ได้ พิมพ์ชื่อได้ ใช้ได้จริง

สนุกสนานกันไป คนไม่ค่อยมีแรงไม่ค่อยแนะนำ 5555 เอิ๊กอะ ปั้นไม่เนียนเลย ไม่มีแรงทุบ

 

ได้เวลากินค่ะ อาหารเก๋ๆ ฟิวชั่น คลีนๆ ดีต่อสุขภาพ

 

อากาศดีมาก ทัวร์จีนลง ถือไม้เซลฟี่ เดินถ่ายกันเต็มเลย และ สุดท้ายก็เดินมาชม

เขาโชว์การทำชาเขียวจากใจด้วยมือทุกใบ กลิ่นนี่ติดจมูกเลยค่ะ

 

หลังจากนั้นกิจกรรมสำคัญ สอนการชงชา จิบชาแบบผู้ดีเลย และ กินให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ชอบๆ สนุกมาก ชาเขียวที่นี่มีหลายกลิ่นมาก เกิน 20 กลิ่นอะ เลือกไม่ค่อยจะถูกเลย

เลยไปเปิดดมทุกกลิ่น ไว้คราวไหนไปซื้อจะได้ซื้อถูกใน O’SULLOC

 

 

ของว่างชาเขียวเย็นกลิ่นหอมสดชื่น กับ เค้กไอศกรีมชาเขียว อร่อยค่ะ ทานหมดคนเดียวเลย

 

 

ดูกลิ่นชาเขียวละกัน เยอะมาก 555555 เลือกไม่ค่อยจะถูก สนุกดีค่ะ

 

และเราก็มาผจญภัยไร่ส้มกันต่อ ตัดและกินได้เลย แต่โคตรเปรี้ยว พี่นี่ไม่ไหวจะทน 555  

คำเดียวถ่ายรูปสวยๆ แต่ไม่มีแมลงเลยค่ะ สวนส้มสวยมาก

 

เย็นวันนี้ทานอาหารที่ SHILLA HOTAL อาหารชั้นเลิศ สไตล์ยุโรป ตับห่าน หอย

กุ้งล็อปสเตอร์ ซุปครีม ขนมหวาน มาการอง และ อีกมากมาย บรรยากาศอยู่ในเต้น

มันยอดเยี่ยมมากจริงๆค่ะ เขามีไวน์ก็ไม่มีโอกาสได้จิบ เพราะไม่ดื่ม 555

 

 

ภารกิจจะเหนื่อยเคไหน ของเล่นใหม่ซื้อมาจาก INNISFREE JEJU HOUSE

มีขายที่นี่ที่เดียว เลยเสร็จเอิ๊ก เล่นก่อนนอนสบายใจ

 

มาส์กที่เราผสมได้เอง สนุกสนาน มีความสุข สดชื่น คุณภาพให้ 3.8 แล้วกัน

มันเก็บได้ไม่นาน สนุกเวลาละเลง มาจากธรรมชาติ ใส่ส่วนผสมที่ต้องการ หน้านิ่มดีค่ะ

 

 

ถึงวันกลับแล้ว อยากอยู่อีกนิด ก็มาทานอาหารร้านนี้ก่อนกลับ อร่อยมากกกกอีกแล้ว

อร่อยทุกวัน อร่อยทุกอย่าง

 

 

ได้เวลาจะบินกลับไทย ก็ขอเก็บบรรยากาศภาพนี้ไว้ ก่อนจะพบกันใหม่อีกครั้งที่เชจู

 

ติดตามเรื่องราวดีดีของ INNISFREE ได้ที่นี่เลยค่ะ ขอแสดงความยินดีด้วยกับสาขาแรกใน

ประเทศไทย 29 พค. นี้แล้ว

https://www.facebook.com/innisfreeTH?fref=ts


Posted in TRAVELComments (0)

CECI MAGAZINE ภารกิจสุดยอด SM TOWN / CLIO / HERA / IOPE / NATURE REPUBLIC

 

 

 

 

บินมาเกาหลีกับนิตยสาร CECI THAILAND

ปีนี้เหงามาก เขาเลือก BEAUTY BLOGGER แค่คนเดียว

เลือกผู้โชคดีจากนิตยสาร 1 คน และ มากับ BEAUTY EDITOR

จากทาง CECI THAILAND อีกคน เลยรักกันอยู่ 3 คน

ปีหน้าเห็นบอกว่าจะให้ BEAUTY BLOGGER จากไทยมาเยอะๆเหมือนเคย

บอกเลยว่าควรค่าค่ะ ! บล็อคเกอร์เราทำงานไม่แพ้ชาติไหนในโลกนะคะ CONFIRM

 

เอาล่ะ มา 3 คน มาทำอะไรกันบ้าง จะพาทัวร์ ณ บัดนาวววววววววววววววว

ยินดีกับนิตยสาร CECI ด้วยนะคะครบรอบ 21 ขวบแล้ว

 

มาวันแรกก็เย็นซะแล้ว เราก็มาเจอกันเพื่อเห็นหน้าค่าตาของ BLOGGER & EDITOR

อีก 2 ชาติ ก็ได้แก่ จีน และ เกาหลีนั่นเอง BEAUTY BLOGGER ของเกาหลีน่ารัก

เป็นกันเองมาก อาจเพราะบางคนพูดภาษาอังกฤษได้ ทำให้พอทักทาย

คุยเล่นกันได้บ้างส่วนภาษาจีนไม่ถนัดกันเลย เลยไม่ได้คุยกับชาติจีนเท่าไหร่

และ เราก็มาทานมือเย็นแบบเบาๆกัน

 

เป็นเวลา 5 คืน 4 วันเราจะพักโรงแรมหรูที่นี่นะคะ

INTERCONTINENTAL GRAND SOUL PARNAS ราวๆ 10000 บาทต่อคืน

อุปกรณ์ครบครัน การตกแต่งเป็นหิน และ ออกแบบอย่างเก๋ กระจกแทบจะทั่วห้อง

ติดวิวถนนใหญ่ ย่านกังนัม เสียอย่างเดียว ไม่มีอ่างอาบน้ำ นอกนั้น PERFECT มาก

ไอเราก็ชอบมากลงอ่าง >< อดเลยยยยยยย

 

IOPE MISSION

เช้าวันนี้เราก็ตื่นกันค่อนข้างเช้า เพื่อไป WORKSHOP แบรนด์ IOPE หลายคนคุ้นเคยดี

อากาศเย็นใช้ได้ประมาณ 10 กว่าองศา

 

เป็นแบรนด์ประวัติศาสตร์ที่ออก CUSHION ยอดนิยมมาตั้งแต่ปี 2008 เจ้าแรกก่อนใคร

แน่นอนว่าแบรนด์นี้มีหลายสูตรมาก ได้แก่สูตร แมท ชิมเมอร์ ธรรมชาติ ปกปิด

 

 

แบรนด์นี้มี CUSHION ที่เป็น บลัชออนด้วย สีส้ม กับ ชมพู คือที่นี้

แทบจะมี CUSHION สำหรับทุกส่วนของการแต่งหน้าเลย ลิปสติกก็มี

มันเป็นเทรนด์ที่มาหลายปีแล้วก็จริง เกือบ 7 ปี แต่กลับทำให้ยุโรป

หันมาผลิตอะไรแบบนี้เหมือนกัน แต่ต้นกำเนิดคือเจ้าแบรนด์นี้ละ สูตรเลยเยอะ

เป็นพิเศษ สีแก้ม ก็คล้ายครีมบรัช ต่างหน่อย คือ มันจะเย็นๆ สีจะน่ารักๆ

 

 

นี่ก็หยิบมาปาดให้ดูรุ่น COVER แต่อากาศมันแห้งมาก ประกอบกับทาครีมหลายชั้น

เดี๋ยวทดสอบผลใหม่อีกที แล้วจะรีบรายงานผลนะคะ 😀

 

 

พิเศษสุด ช่างแต่งหน้า คุณจอง ลี คนที่แต่งหน้าให้จางกึนซอกบ่อยๆ มาสาธิตวิธีการใช้เองเลย

แน่นอนข้อดีของรองพื้นในเนื้อน้ำลักษณะนี้คือ ให้ความชุ่มชื้น หน้าจะดูฉ่ำวาว มีน้ำมีนวล

เบา ที่สำคัญ เหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องการความเร็วในการแต่งหน้า แค่ลงรองพื้นแบบนี้

นานสุดไม่เกิน 5 นาที แต่งนิดหน่อยก็ออกจากบ้านได้

 

 

แล้ว WORKSHOP แรกของเราก็จบลงไปด้วยความประทับใจ ขอชักภาพซักนิด อิอิ

แล้วเราก็ได้ไปทานอาหาร และ SHOPPING กันต่อ

 

 

พี่ปรายคนสวยจาก CECI THAILAND และ น้องเบสท์ คนสวยจากประเทศไทยเช่นกันค่ะ

แต่วันนี้ยังไม่จบแค่นี้

 

SM TOWN MISSION

หลายคนที่เป็นแฟนเกาหลี คนจะอยากมามากที่นี่ SM TOWN ที่ๆศิลปินดังๆสังกัดอยู่อาทิเช่น

SNSD / EXO / SHINEE เป็นต้น ล่าสุดน่าจะเป็น RED VELVET

วันนี้พาทัวร์เล็กน้อย บางจุดไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพค่ะ

 

คือ แบบใกล้โรงแรมพี่มากกกกกกกกกกก

 

 

บรรยากาศการตกแต่ง จะมีแต่รูปศิลปิน ถ่ายขาวดำตามทางขึ้น ผนัง กำแพง

บริเวณชั้นแรกๆ หลายคนถึงขั้นกับกรี๊ดสลบเลย คือ ภาพสวยๆ อาร์ตๆ เพียบ

 

มาต่อ SM POP UP CAFE ตกแต่งหน้ารัก เก๋ๆ คนก็เยอะอยู่ค่ะ ขนมหน้าตาเก๋ๆเพียบ

ก็ประยุกต์มาจาก ศิลปิน นักร้องคนโปรดของเรานั่นแหละ

 

 

ZONE ร้านของที่ระทึกของเหล่าซุปตาร์ หลายคนอยากพังร่างเข้ามาคือ

ให้ถ่ายรูปได้ 5 นาที เลยได้มาเท่านี้ค่ะ

 

 

ในตอนนี้ที่เขาไปดู PRESENTATION แบบ HOLOGRAM คือ ไม่สามารถถ่ายได้แต่ฟินโฮก

มีแบบตู้ถ่ายและสามารถปรินท์รูปคู่กับศิลปินที่เราชอบได้ เป็นกระดาษมาให้เราเก็บไว้ฟินระทึก

เขาทำอลังมากค่ะ ดูแล้วดีกว่า 3 มิติ จอฉายรอบทิศทางเลยทีเดียว

 

และแล้วก็มาถึง เซอร์ไพรส์หมู่คนไทย ให้แต่งตัว COVER ศิลปินเกาหลีในค่าย

และ ถ่ายแบบ เสื้อผ้าที่เราใส่คือชุดที่ศิลปินใส่จริงๆ

 

 

ระหว่างที่เราเดินมาถ่าย ก็แอบเห็นสมาชิกวง SHINEE กำลังถ่ายอยู่อีก STUDIO นึงที่นี่

มีทั้งที่ซ้อมเต้น อัดเสียง สตูดิโอถ่ายภาพ มีหมด พร้อมสนับสนุนบรรดาศิลปิน

 

 

ละลานตามากมาย รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ เอิ๊กต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่

แต่ระหว่างรอ เลยไปแอบแต่งหน้าก่อน คือ เห็นหน้าเงียบๆ

แต่งหน้าโคตรเก่งเลยครัช 55555555555 ทำให้หน้าที่ไม่เนียน เนียนได้ขั้นสุด

ลงผสมครีม ผสมอะไรวุ่นเลย และ ตบเบาๆด้วยฟองน้ำ

แต่งหน้าทำผมได้พร้อมกัน มือเบากันมาก ทำกันเก่งสุโค่ยจริงๆ 

 

 

ได้เวลาที่ผมต้องแปลงโฉมให้เข้ากับหน้า

ท๊าดาาาาาาาา ~~~

 

 

ขาใหญ่ขอหนีบซักนิด 5555555555 ได้เวลาไปถ่ายแบบแล้ว

 

 

พี่รู้สึกพิเศษมาก รุมกันใหญ่ พักหน่อย ซับหน้าทำผม มีทาครีมที่ขาให้พี่ด้วย คือ พี่เขิลมาก

 

 

COVER เป็นใครกันบ้าง ไปส่องกันเองงงงงง 😛

เป็นประสบการณ์ที่สะพรึงมาก ไม่ทันได้ถ่ายเครื่องสำอางที่ใช้ถ่ายศิลปินมา

กราบขออภัยจริงๆ ได้มาเท่านี้ กระจก และ เครื่องสำอางวางเรียงราย พร้อม

ช่างแต่งหน้า และ ช่างทำผม เขาจำเป็นต้องมีผู้ช่วยหยิบของ หรือ ช่วยทำด้วยนะคะ

 

 

เสร็จแล้วก็แยกย้ายไปพักผ่อน

 

 

หนาวๆ แบบนี้ มีมาม่าติดห้องไว้ อุ่นใจ กระป๋องเหลืองอร่อยมากกกกกกกก

 

 

เริ่มต้นวันใหม่ ผมทานข้าวเช้าไม่ทันอีกแล้ว ข้างทางสินะ เช้านี้มาเดินแถวๆโรงแรม

COEX เห็น เฟรนฟรายร้านนี้น่าจัดมาก จัดไป 1 ถ้วย ราดชีท 5000 กว่าวอนนะ

 

 

 

วันนี้หน้าแห้งอีกแล้ว ผมละเซ็ง คราบชอบมาเยือน

 

 

จะบอกว่ามานี่ มีสปอนเซอร์ WIFI แบบ POCKET ด้วย ที่เห็นอัพคลิป อัพรูปไวไว

 

http://www.easykoreawifi.com/ 390 บาทต่อวัน

แชร์ได้ 10 คน อยู่นานมาก แบตอึด 10 ชม. อัพโหลดเร็วโคตร พี่นี่กราบขอบคุณคับ

มากับเพื่อนแชร์กันคุ้มกว่า วีดีโอทางไกลไม่ค่อยสะดุด โทรระหว่างทางพอไหว 😀 ยิ้มเลย

 

 

NATURE REPLUBLIC MISSION

ทำทรีทเมนท์ผมด้วยผลิตภัณฑ์ของ NATURE REPUBLIC ซึ่งเป็น ARGAN OIL

แน่นอนออกมาทุกสิ่งอย่าง แชมพู ครีมนวด หมักผม สเปรย์ จัดแต่งส่งผม

เพิ่มความชุ่มชื่น มาส์คแบบแผ่น อีกมากมาย วันนี้ก็มาลองทำซักตัวสองตัวที่เด่น

 

 

แขกรับเชิญ สุดพิเศษนี้ ก็เป็นช่างทำผมชื่อดัง เขาทำผมให้แทยอน SNSD อีกแล้วครับท่าน

ไม่ต้องบรรยายเนอะว่า ARGAN OIL อัศจรรย์ขนาดไหน เขาบอกว่าขายดีมาก

ได้รางวัล 2015 ปีนี้ด้วย เอาล่ะ ไปลองกันดีกว่า

 

 

ก่อนจะทำเราก็ชอบทรงที่เราทำอยู่แล้วนะ 55555555 ไหนๆก็ไหนๆ

ทรีทเมนท์ครั้งนี้ราคาประมาณ 10,000 บาทไทย ส่วนตัวคิดว่าแพงมากเกินไปซักนิด

แต่ว่าคนเยอะ อาจจะเป็นค่าบริการร้านที่หรูขนาดนี้

 

 

เวลาสระผม เนื่องจากเราไม่ได้พูดภาษาเกาหลี เขาก็อังกฤษไม่ได้ ก็ใช้มือดันหัวเราเอา 55

 

 

เสร็จแล้วสไตล์ทำผมแบบ แทยอน ที่เขาเคยทำ ดูเกาหลี๊ เกาหลี ผมนิ่ม ลื่น เงา ดีค่ะ

 

 

เกาหลีทุกคน ขอแชะภาพกับ อาจารย์ทำผมหน่อยค่ะ อิอิ

 

และภารกิจวันนี้ก็จบสิ้นไป ก่อนที่มือถือจะโดนขโมยข้างร้าน LINE FRIENDS

เศร้าใจมาก เลือกแว่นอยู่ร้านแว่นข้างทางวางแปปเดียว หยิบเงินจ่ายไม่แน่ใจว่า

เกาหลีคู่ที่ทำมาดูแว่น ขโมยหรือร้านแว่น เก็บได้ไม่บอก แต่อย่าโทษใครเราประมาทเอง

มือถือก็ไม่ได้ลอค น้ำตาไหล เสียใจมากจริงๆ ย่าน GAROSUGIL แท้ๆ

พอเราเดินกลับไป บอกว่าให้แนะนำแจ้งตำรวจ ร้านแว่นก็ชี้ไปข้างหน้าพร้อมรีบเก็บร้าน

อีกวันมันไม่มาแล้ว อืมมมมมมมมมมมมมมม เตือนทุกคนที่จะเที่ยวนะคะ

ทุกที่ก็มีคนหลายแบบปะปนกัน ระมัด ระวังกันด้วย งานนี้ได้พี่ปลายมาช่วย รักพี่ปลายมาก

ช่วยพูดกับตำรวจ แม้มันไม่มีหวัง ตำรวจก็อังกฤษไม่แข็งแรง แต่ก็ดูมีน้ำใจค่ะ

เฮ้อ .. มันผ่านไปแล้ว

ก่อนมือถือจะหาย ก็อยู่ในร้าน LINE FRIENS ย่าน GUROSUGIL ค่ะ

กลับโรงแรมละ วันนี้

 

CLIO MISSION

พยายามทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม วันนี้เราก็มาเริ่ม WORKSHOP แบรนด์ CLIO

แบรนด์นี้ใช้ดีหลายอย่างนะคะ แต่ตอนนี้ออกใหม่คือ CUSHION รุ่น KILL COVER

อีกแล้ว เด็ดๆก็ ลิปสติก อายไลเนอร์ เขียนคิ้ว ฯลฯ

 

 

แขกรับเชิญวันนี้ก็คนดังเหมือนเคย คือ ช่างแต่งหน้าที่แต่งให้ดาราพรีเซนเตอร์ CLIO

วันนี้มาแชร์เทคนิคสวยได้ใน 3 ชิ้น เหมือนเอิ๊กแต่งเลย 55555555 สวยใส แบบ

พระเอกคือ CUSHION และ ลิปสีสด

 

 

เพื่อนเกาหลีเอิ๊กสวยใสกว่าเดิมเลยทีเดียว เขาสวยอยู่แล้ว สวยอี๊ก แค่รองพื้น คิ้ว ลิปสติก

3 ชิ้นเอาอยู่

 

 

จบภารกิจ ด่านแรก ก็เดินเล่นกัน ถ่ายรูปกัน หน้ามหาลัยหญิงชื่อดังแถวนี้

 

HERA MISSION

คือ โชคดีมากวันนี้ JUN JU HYUN มา คือ แบบ กรี๊ด ยืนรอเบียดเข้าไปถ่ายรูปทันที

เธอเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ HERA

 

30 กว่ายังน่ารัก ละมุน ไม่เปลี่ยน รักเธอออออออออออ

แล้วเธอก็หายไป เราก็เลยต้องไปเข้า WORKSHOP ต่อชั้นบน

ช่างแต่งหน้าชื่อดังที่แต่งให้พรีเซนเตอร์ก็มาอีกแล้วค่ะ

 

 

แบรนด์ HERA นี่เป็นแบรนด์ HIEND คอลเลคชั่นใหม่ออกแบบโดยศิลปินดังโดยเฉพาะ

เหมือนแว่วจะมาจากเยอรมัน คือ มีวิงค์ๆ แพคเกจสีทอง ไฮโซอู้ฟู้มาก และ ก็มี CUSHION

อีกแล้ว มาดูความสวยงามแบบเต็มๆกันค่ะ

 

 

เป็นแบรนด์เดียวที่ยังไม่กล้าเปิดถุงมาใช้ มันสวยยยยยมาก

 

 

เลยขอ TOUCH UP เบาๆ ซะหน่อย

 

 

ภารกิจวันนี้ของเราก็จบลงอย่างสวยงาม พรุ่งนี้มีอีก 1 WORKSHOP ก่อนที่เราจะกลับ

วันนี้มือเย็นพวกเราอร่อยมาก ไก่ทอด + เบียร์สาวเกาหลีดื่มกันเก่งมาก แต่เราไม่ดื่มไม่อร่อย

ถ้าใครมา มาหาร้านนี้ทานนะคะ อร่อยมากจริงๆ สำหรับคนชอบกินไก่

 

 

NATURE REPUBLIC MISSION

วันสุดท้าย ตื่นเช้าไปหน่อย ง่วงกันมาก แต่วันนี้เทคนิคแต่งหน้าที่เราได้แพรวพราวมาก

 

วันนี้พูดถึง 2 ตัวใหม่คือ GINSENG ROYAL SILK

และ AQUA SUPER AQUA MAX ตัวนึงเพื่อริ้วรอย ตัวนึงเพื่อเติมความชุ่มชื่น

คือ ฟังจบก็สอยมาฝากแม่ด้วย กระปุกละ 2000 กว่าบาท

 

 

ตัว GINSENG ROYAL SILK ถ้าใช้แล้วนวดหน้าด้วยท่าเฉพาะไปด้วยก็ชะลอริ้วรอยได้

ขอโทษที่ไม่ได้จำมาหมด พี่ง่วงอะ 555555555 เอาเป็นว่าไปหาวิธีดูนะฮะ

 

 

พี่ตื่นเต้นกับ ช่างแต่งหน้าของ แทยอน SNSD มากกว่า วันนี้เขาใช้ 

AQUA SUPER AQUA MAX ผสมเบส รองพื้น ก่อนลงหน้านางแบบ ผสมลิปให้ปากชุ่มชื้นง

วิธีเขียนคิ้ว ใช้แบบฝุ่นก่อน แล้วใช้ดินสอ เขียนเส้นต่อเส้น

เขียนแบบเส้นขนคิ้วจะธรรมชาติกว่า

และ ลงแป้งฝุ่นก่อนเขียนคิ้วนะ ลงรองพื้นเสร็จก็แป้งฝุ่นกดเบาๆด้วยแปรง คือ

แต่งตาตกยกทันใด พี่นับถือ จำมาไม่หมด พี่ก็จะหลับบ้างไม่หลับบ้าง แต่เธอเก่งจริงๆ

คือกลับมา รีบใช้ NATURE REPUBLIC เลยหน้าใช้มากสุดๆ

เสร็จแล้วเขาก็ให้ SHOPPING 150000 วอน คือ ไม่พอ เราก็จ่ายเพิ่มอีก

ของเขาน่าใช้มาก พี่โดนล่อลวง 5555555555 เอาละ ใกล้กลับบ้านละ

ร่ำลากันเรียบร้อย

 

ไปต่อกันกับกินบุฟเฟ่ต์สตอเบอรี่ที่

INTERCONTINENTAL SOUL COEX หัวละ 1600 บาท

 

อย่าร้องไห้นะ อร่อยจริงๆ พี่มีวีดีโอมายืนยัน 😛

 

 

มีความสุขมากค่ะ กับ ทริปนี้ (ไม่นับเรื่องมือถือ) ขอบพระคุณ CECI THAILAND

CECIKOREA ใครอยากติดตามบรรยากาศจากคนอื่นๆ เข้าไปชมที่ TAG

#KBEAUTYFESTIVAL ได้ทาง INSTAGRAM นะคะ <3

ขอบพระคุณ IOPE CLIO HERA NATURE REPUBLIC SM TOWN  

และ SULWHASOO มาก สำหรับ WORKSHOP พิเศษ

ให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับความงามของสาวเกาหลี

พบกันใหม่บล็อคหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ

 


Posted in TRAVEL, WORKSHOPComments (0)

TRIP : เที่ยวห้าง LOTTE WORLD MALL เกาหลีกันเถอะ

안녕하세요.

อันยองฮาเซโย สวัสดีคับผม 🙂 มาดามเมิ๊กได้รับเชิญ

ไปเดิน เล่น กิน เที่ยว นอนในห้าง LOTTE WORLD MALL

เจ้ย !! นอนบริเวณโรงแรมแถวห้างใหม่พึ่งเปิดเมื่อเดือนตุลาคม 2557 /2014 คือใหม่มาก

เราจะไปชมความดีงามทรามวัยพร้อมๆกัน ไปแค่ 2 คืน 3 วัน คือ ไปทัวร์แบบละเอียด 1 วัน

นอกนั้นปล่อยฟรี ที่ไปเอาตรงๆ เพราะเป็น 2 คนไทยผู้โชคดี ไปรวมกันอีก 9 ประเทศ

รวม 18 ชีวิต คือ หลัก ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงค์โปร ไทย ออสเตรเลีย ฯลฯ งานกาชาติ

เอ้ย งานนานาชาติก็ไปซะหน่อย อยากได้เพื่อนใหม่ในสายงานเดียวกัน ฮี่ฮี่ <3

[ พ่อไปส่งบอกรักพ่อหน่อย กร๊ากกกกกกกกกก ไปกับหนูน้อยนีน่า ไซส์ความสูงนี่มันใช่เลย ]

อากาศหนาวมาก แวะ มาส์คหน้าในสนามบินนิดนึง คนคงไม่ตกใจ เพราะคนศัลยกรรม

ก็เพ่นพ่านเป็นธรรมชาติ แค่นี้คงธรรมดา เพราะอากาศหน้า ผิวแห้งอยู่ ก็เตรียมโค้ทมาเยอะ

พอถึงก็ได้เพื่อนใหม่ [ เพื่อนใหม่นีน่า น้องเด็กนอก พี่นั่งทานขนมค่ะ อร่อย 55 ] คือ เขาเป็น

FASHION BLOGGER นามว่า WILLABELL ONG อายุ 20 ปี ทำงานนี้มา 3 ปี เก่งมาก

สวย คือ น้องดูโตเร็วมาก ไปอยู่ออสเตรเลีย 6 ปีแล้ว หมายความว่า ถือว่าเป็น

แฟชั่นบล็อคเกอร์ที่ออสเตรเลีย [ เป็นคนสิงค์โปร ]

โรงแรม 6 ดาว เรานอนที่ LOTTE HOTEL SEOUL คือ ขโมยรูปเขามา ไม่ได้ถ่าย

ขอบคุณเจ้าของภาพ เรานำภาพมาจาก GOOGLE ค่ะ ที่นอนแบบนี้เป๊ะ สบายตูด

เอ้ยสบายมาก ห้องน้ำมีที่ฉีดอัตโนมัต รักมากกกกกกไม่นอกใจพูดเลอ มีอ่างให้โดดน้ำ 55

คืนละ 7000+ บาท

เดินทาง 5 ชั่วโมงคับถึงเช้ามาก พอมาถึงวันแรก ปล่อยฟรี พร้อมมีถุงของที่ระลึกเป็นอะไร

ที่มีขายในห้าง และ อุปกรณ์อินเทรนด์ ไม้ SELFIE ได้มาอันที่สองแล้วสินะ เจริญ เล่นซะหน่อย

มาพร้อม รีโมท แชะ แชะ แชะ ของนอกนั้นก็มีแก้วออกแบบโดยดีไซเนอร์ดัง

และของจากร้านความงามดังของห้าง  คล้ายWATSONS BOOTS บ้านเรา

แต่มีแต่ของสวยๆงามๆสุขภาพ ที่นั่นใช้ชื่อว่า LOHB 

ไม้เซลฟี่ทำงานค่ะ

และ วันแรกที่ปล่อยฟรี มื้อเย็นของเอิ๊ก และ น้องนีน่า คือ แท่น แท๊น แท้นนนน ซูชิ ชั้น 5

ถูก ดี อร่อย สด เร็ว คือ กินหลายจานกว่านี้ จ่ายประมาณ 500 + บาทไทย จำชื่อร้านไม่ได้

ความพิเศษ ราคาตามสีจาน เราก็คำนวณก่อนได้ มีชาเขียนเย็น ร้อน ทานฟรี ร้านสะอาด

วัตถุดิบดี ขายดีแน่นอน ให้ลูกค้าขนาดนี้ เจริญ เจริญ แล้วก็กลับโรงแรมนอน

มีปฐมนิเทศ แนะนำ หัวหน้าคณะที่พาเรามาเที่ยวครั้งนี้ที่ร้าน VILLA DE CHARLOTTE

เค้ก ขนมหวาน นม กาแฟ หรูหรา ฮิโซ อร่อยนะฮะ พูดเลอออออ ชั้นล่างทางเชื่อมจากโรงแรม

เขาก็เล่าคร่าวๆถึง LOTTE WORLD MALL ถึงความอลังการแน่นอนว่าเป็นกิจการนึง

ของ LOTTE ซึ่ง LOTTE เป็นธุรกิจที่มีความหลากหลายมากตั้งแต่ สวนสนุก โรงแรม ห้าง

ในสนามบินก็จะเห็นชอป LOTTE ยังมีมาร์ทซุปเปอร์มาเก็ต ฯลฯ เป็นธุรกิจที่สร้าง

มาได้อย่างมีคุณภาพในทุกด้านที่กล่าวมา ทั้งภาพลักษณ์ คุณภาพของ จากประสบการณ์

ส่วนตัว เพราะ ที่พูดมาข้างบน ผ่านมาหมดแย้ววว

หน้าตาตึกยาวสูงเสียดฟ้าคือ LOTTE TOWER ซึ่งจะมีทางเชื่อมติดกับห้าง

LOTTE WORLD MALL ที่เห็นในภาพคือธุรกิจเขาเยอะจริงๆ

แบรนด์ที่จะมีขายในห้างเกือบ 1,000 แบรนด์ และจุดเด่นจะมีแบรนด์หรูของดีไซเนอร์เกาหลี

มาเปิดขายประมาณ 50 แบรนด์ครั้งแรกในเกาหลี ชอบความคิดนี้เขามากดันประเทศ

ตัวเองสุดๆ เอิ๊กก็ได้ของแบรนด์หรูเกาหลีมา 1 ชิ้นที่ภูมิใจ คือ มันมีน้อย แฮนด์เมด แพคเกจดี

ราคาแตะต้องได้หลายอย่าง

เรามาถึงในห้างที่น่าจะเรียกลูกค้าต่างประเทศได้อีกอย่าง คือ ห้างมี 2 ฝั่ง คือ

LOTTE WORLD MALL มีแบรนด์สากลทั่วไป มีแบรนด์เกาหลีบ้าง

มีของขายทุกประเภท มีAQUARIUM MART รวมถึงโรงหนัง และ ร้านอาหาร

AVENUEL มีแบรนด์เนมสากล33แบรนด์ และ HI-END

แบรนด์ของดีไซเนอร์เกาหลี เน้นแฟชั่น

น่าเดินสองฝั่งเลย ฝั่งละประมาณ 6 ชั้น เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเขา มันเจ๋งมาก

คุณต้องไปถ้าคุณมีโอกาสไปเกาหลีพูดจริงจากใจ

ดิฉันขอพาทุกท่านทัวร์ฝั่ง AVENUEL คร่าวๆก่อนนะคะ

การตกแต่งหรูหรา อลังการ มาก คงไม่ต้องบอกทำไมดิฉันชอบ สีทองค่ะคุณ 55555

บ้านในฝันที่คิดไว้ก็แนวๆนี้ 555555555

ฝั่งนี้จัด DISPLAY แบบทุ่มทุนมาก 3 มิติ ของจริงกันเลย เล่นใหญ่เลย มันเป็นเรื่องราว

แต่ละโซนเลยขอบอก อยากจะเข้าไปหยิบกลับบ้านซักใบนึงหน่ะแก้ว เกรงใจยามหรอก 😛

ฝั่งนี้รวมตัวแบรนด์เนม แบรนด์อมตะทั้งหลาย

การตกแต่ง เลิศเว่อร์ เว่อร์มากกกก 555555555 ขอกวางเขาทองไปขี่เล่นซักตัว สวยไหมคะ

เอาละ เบาเบาฝั่งนี้ ประมาณ 0.25% เต็ม 100% ที่เอามาให้ชม ไปดูกันเอง

เรามาต่ออีกฝั่งกันที่ LOTTE WORLD MALL เบาเบา

การตกแต่งแบ่งแยกแต่ละชั้นเป็นหมวดหมู่ มีกิจกรรม ดิสเพลย์แทบทุกชั้น เดินสบาย

คนจะเยอะกว่าอีกฝั่งแน่นอน ฝั่งนี้มีของกิน โรงหนัง พร็อพถ่ายรูปก็มี ไม่หรูหราเท่าฝั่งนู้น

แต่สวยงาม และ ยังอลังการเหมือนเดิม ดูอยากดิสเพลย์ รถไฟด้านบน ใครเดินผ่าน

ต้องพากันไปห้อยโหนหน้าประตู 555555 หรือ จะมงกุฎทอง เอาเป็นว่า มันไม่เคยว่างเลย

เราก็เดินกันจนเที่ยงกว่าๆ ทานข้าวค่ะ ร้านชั้น 5 จำชื่อไม่ได้ อาจจะเป็น “แดจังกึม” มั๊ง 😛

แพง อาหารพวกเส้นอร่อยทุกอย่าง แต่ปลา และ ซุปของเอิ๊กให้น้อย และ ปลามันแห้งแข็ง

ไม่ได้รสชาติเลย เศร้าใจ เส้นอร่อยจริงๆ ถ้ามีโอกาสจะทานอีกไม่ ร้านนี้อาจจะไม่ค่ะ

ขอบพระคุณที่พาไปทาน และ อยู่ในบรรยากาศที่นี่ พนังงานบริการดีมาก ยิ้มแย้ม เสียใจ

แค่เมนูของเรามันไม่โดน ทำให้เราทานไม่ได้มาก เลยหิวต่อค่ะ

ตะกี้บอกแล้วว่าหิว หลังจากนั้นเอิ๊กก็ได้เวลามาหาอะไรกินต่อใน AQUARIUM ค่ะ

[ เพื่อนชาวจีนนี่ก็เก่งไม้ SELFIE มาก คุณจะเจอพวกเขาถือกล้องฟรุ๊งฟริ๊ง และ ไม้ตลอดเวย์ ]

เลือกกินไม่ถูกเลยค่ะ 555 ไม่รู้เราจะกินมัน รึมันจะกินเรา แต่ละตัวดูน่ารักนะคะ

จำได้แค่พยูน กับ ปลากระเบน พยูนนี่ใหญ่มาก และ บางตัวก็อ้วนกลมน่ารักสุดๆเลยค่ะ 🙂

มีฉลาม มีปูควาย เอ้ย ปูยักษ์ตัวใหญ่ วาฬตัวใหญ่มหึมา สองสามตัว มาพ่นน้ำใส่คนดู

กินปลาเป็นกระบุงเลยค่ะ 555 ไม่กล้าเข้าใกล้ มันคงกินเอิ๊กได้ 5 คน ใหญ่จริงเชียว

ปลาดาวสร้างให้เด็กเอามือลงไปจับได้ ปลาดาวน่าจะปลอม ส่วนปลาของจริง 

ฝูง NEMO ตามหาพ่อ และ แมงกระพรุนหลายสายพันธุ์ค่ะ ก็ใช้ไฟสีมาตกแต่งสวยดีค่ะ

HILIGHT ที่นี่แน่นอน เราจะได้ดื่มด่ำ บรรยากาศ ตู้ปลาไซส์มมโหฬาร บางทีก็มีไกด์

แนะนำปลาแต่ละสายพันธุ์ที่พากันแหวกว่ายอยู่ ส่วนตัวเห็นวาฬแล้วชอบมาก ใหญ่สะใจ

อุโมงค์ใต้น้ำยอดนิยม และ สัตว์น้อยน่ารัก มีแพนกวิน ปลาซาดีน และ เหมือน นกเป็ดน้ำเลย

พวกเราหิวค่ะ มาส่องหาปลากิน [ บล็อคเกอร์เอเชีย ความสูงไซส์เดียวกันเลย 555 ]

จบแล้วก็มาแวะส่องของเล่นใน AQUA SHOP ซะหน่อย

ก่อนที่จะไปต่อ LOTTE MART

เป็นมาร์ทที่มีสักกะเบือยันเรือรบ มีทุกอย่างคล้ายมาร์ทปกติ แต่ที่ไม่ปกติ คือ มีสัตว์

ขายสัตว์กันในมาร์ท สัตว์ก็มีหลายประเภท หมา แมว นี่ก็มี ที่ถ่ายเพิ่ม คือ กระต่าย

อีน่ากลัว และ กระรอกพันธุ์พิเศษ และ มีอีกหลายอย่าง คือ ส่วนตัวแอบสงสารในส่วนนี้

ใครผ่านไปผ่านมาก็จ้องดูมัน บางตัวหลับไม่สนใจ บางตัวสายตาระแวดระวัง และ

ที่ HILIGHT บรรดาโสมยอดฮิตของที่นั่นในมาร์ทก็มีขายค่ะ

ก่อนจะออกพวกเราได้เงินไป SHOPPING ตามภารกิจที่ทุกคนจะได้แตกต่างกัน

เอิ๊กได้ INTERIOR คำถาม หน้าเอิ๊กเหมาะมากใช่ไหม 555555555 จะบ้าตาย

ได้เงินโอเคนะ เดี๋ยวไปดูกันเอิ๊กจะหา INTERIOR ของตกแต่งบ้านออกมายังไง 55555

สำคัญคือไปคนเดียว ซึ่งเป็นคนขี้เขิลมากกกกก สรุป ร้าน INTERIOR ปกติไม่ได้ไป

ไปร้านของกระจุ๊กกระจิ๊ก ที่เราชอบสไตล์ และ ถ้าเอามาแต่งบ้าน ก็คงบ้านแนวครีเอทีฟ

กับ น่ารักดุ๊กดิ๊ก ประเดิมร้านแรก

 

AQUA SHOP

แนวที่เอิ๊กมองเห็นน่าจะเอาไปแต่งบ้านได้คงเป็นตุ๊กตากระดาษ การ์ตูนดังในตำนาน

ที่ชอบสุดเทพบุตร MARVEL ทุกตัว รักทุกคน เอ้ยทุกตัวค่ะ มันซื้อมาให้เด็ก ซื้อให้นักสะสม

ต่อเสร็จ ประดับชั้นวาง เก๋ๆ น่ารักนะคะ ราคาไม่แพง แต่อาจไม่ทน และ ปลิวหายได้

ถ้าไม่หนักพอ

 

ART BOX

ร้านของเก๋ๆสุดฮิฟ แนวครีเอทีฟ ร้านดังของประเทศเกาหลี มีหลายสาขา หลายที่

ของตกแต่งแนวคล้ายกันโมเดลน่ารักจิ๋วๆ ตุ๊กตาโป๊ยอดฮิต คิตตี้ซารีโอ้โมเดล

หรือ จะเป็นพวกเลโก้สัตว์ เหมาะกับนักสะสมมาก

ต้นไม้จิ๋ว เครื่องพ่นไอน้ำให้ความชุ่มชื่นตั้งโต๊ะทำงาน เกมส์กระดานเจ๋งๆ

โทรศัพท์แปลกๆ ตู้เซฟจิ๋ว เครื่องหอมแบบเก๋ๆติดบ้านได้ เป็นของตกแต่งได้

 

LIFE STYLE MAKI

ถ้าชอบของตกแต่งบ้าน ของใช้แนวครีเอทีฟเชิญแวะร้านนี้

หน้าร้านก็เป็นของประดับเล็กๆปกติ เทียนหอม ด้านในจะมีอะไรครีเอท เช่นตราชั่งเก๋ๆ

ชั่งอาหาร ที่ปั่นผลไม้เล็กๆ ที่ใส่คอนแทคเลนส์รูปตา ที่เปิดขวดซุปเปอร์ฮีโร่ ซ่อมจิ้มขนม

 

STUDIO GHIBLI COLLECTION

ทาสแมว ทาสการ์ตูนแมวหลายเรื่อง ขออภัยจำชื่อไม่ได้ แต่คุณต้องแวะอะร้านนี้น่าร๊ากก

แมวเพียบ เอาไว้ประดับบ้าน สีสันสดใส ดึงดูดเด็ก และ วัยรุ่นมาก

 

BANDI/LUNI’S

โปรดจึงนึกถึง B2S บ้านเราคล้ายๆกัน เครื่องเขียน หนังสือ แต่โจทย์ให้หาของตกแต่งบ้าน

เอิ๊กจึงขอนำเสนอแต่ของที่เอิ๊กล่ามาเพื่อภารกิจ อันแรกตุ่มสีเป็นตุ่มไว้กั้นสายไฟเวลาเรา

ชาร์ตแบทระโยง ระยางบนโต๊ะ มันเอาไว้ไขว้สายไฟไม่ให้ตกหล่น โดนเหยียบ

ถัดมา ที่ปล่อยไอน้ำให้ความชุ่มชื่นตั้งโต๊ะ ที่ติดกับประตูมีไฟเวลากลางคืนให้เราเดินมาเจอ

ประตูเวลาเราจะออกมาข้างนอกกลางดึก เช่น เข้าห้องน้ำ โคมไฟจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือ

กล่องดนตรี ที่หนีบรูปภาพประดับห้อง โต๊ะทำงาน

ที่คั่นหนังสือ ที่ห้อยของจิ๋วบนโต๊ะทำงาน ที่ทำความสะอาดเศษผงบนโต๊ะทำงานเป็นรถคันจิ๋ว

โมเดลตั้งโต๊ะ กระดาษโน๊ตแบบตั้วให้เห็นได้ชัดเจน ที่หนีบเรื่องราวสำคัญ

โมเดล LOTTE WORLD MALL เผื่อใครชอบโมเดล ตึกสถานที่อาหาร คือ ของครีเอทีฟ

เยอะอยู่ ชอบๆในนี้ ราคาสบายใจจะจ่าย 5555

 

ภารกิจจบรอข้าวเย็นไม่ไหว ลืมบอก เป็นน้ำแข็งใสที่ควรลอง น้ำแข็งใสเกาหลี BING SU

ปุย ละลายในปาก ร้านนี้ชั้น 3 CAFE BING BING BING กิน 2 วันติด วันนี้ทานคนเดียว

ชาเขียวไม่อร่อยเลยด้านนอก แต่พอทะลุด้านในโอววววว จ๊อด ฉ่ำนมมมมมมมม ฉันชอบรสนี้

 

 ได้เวลารวมตัวกันนะร้าน VIKING’S WHARF

บุฟเฟ่ต์อาหารทะเล และ เด็ดคือกุ้ง LOBSTER หัวละ 1,000 US DOLLAR ที่แรกของเกาหลี

มีอาหารทะเลราคาแพงหลายอย่าง ปลาหมึกยังไม่ตาย กุ้งล็อบสเตอร์ ปูอลาสก้า หอยนางรม

มีซูชิ มีเค้ก น้ำผลไม้คั้นสด ของหวาน คือ มีหลายอย่างไฮไซมาก ราคาถือว่าไม่แพงเลย

เพราะอาหารทะเล และ ทุกอย่างไม่อั้น แค่มีเวลาจำกัด 1 ชั่วโมงโดยประมาณ

ไม่ต้องกลัวว่าจะกินไม่เป็นมีกระไกล ถุงมือ กระบะ ไม้แงะ เตรียมพร้อม ตัด แคะ แงะ อร่อย

สบาย เสียใจที่ทานน้ำแข็งใสมา เอิ๊กทานได้น้อยมาก 5555

กุ้ง ปู อร่อยมาก แนะนำคนไทย ถ้าจะมา หอบน้ำจิ้มซีฟูดมาด้วย ที่นี่ให้จิ้ม เนยเหลวกับจิ๊กโช๋ว

มันทำให้เอิ๊กทานไม่ได้มากด้วย แต่ปู กุ้ง เนื้อแน่น อร่อยทุกอณู ชอบมากๆเลยค่ะ

นัดกันแต่งตัวสินะ 555555 นายกุ้งสุดที่รัก

บรรยากาศยามค่ำคืนของ LOTTE WORLD MALL คืนนี้พวกเราเหนื่อยกันมาก

เต็มที่ใช้เวลากันทุกนาทีคุ้มสุดๆ เพื่อพาทุกคนที่มาอ่านเที่ยวไปด้วยกัน ขาลากเลยจ๊ะ

พรุ่งนี้เราก็กลับไทยกันแล้ว

อำลาร้านสุดท้ายที่ CHICKEN RESTUARENT ถูก ดี ถ้ามามาลองนะคะ

อร่อย มีประโยชน์ร้านนี้ไก่น้ำซุปโสมมีข้าวยัดไส้ในตัวไก่ อร่อยและมีประโยชน์มากค่ะ

เนื่องจากเอิ๊กทานบ่อยวันนี้เลยชิมข้าวต้มหนึบๆซีฟูดอร่อยมาก

เครื่องเคียงอร่อยด้วยกิมจิไช้เท้า น้ำซุปประแล่มๆ 555  และ ไก่ทอด เสริฟพร้อม

ซอสเปรี้ยวหวาน ไม่แพงค่ะ ประมาณราคาเท่ากับ FUJI หรือ ZEN บ้านเราเพียงแต่เมนู

เน้นไก่เป็นส่วนใหญ่

 ปิดท้ายด้วยหนูน้อยเกาหลีในร้าน เด็กเกาหลีน่ารักจริงๆค่ะ ชอบมาก

ขอบคุณ LOTTE WORLD MALL ที่เชิญไปนะคะ ขอบคุณบางภาพจากตากล้อง KIM

ส่วนใหญ่รูปในกล้องเอิ๊กค่ะ

 

Posted in SHOPPING, TRAVELComments (0)

AIR ASIA พาไปไห้วพระที่ HONGKONG

 

AIR ASIA เชิญไปทำบุญในประเทศที่ศักดิ์สิทธิ์อีกที่คือ ” ฮ่องกง ”

อยากไปไหว้พระ และ อยากไปเที่ยวกับพี่ๆเพื่อนๆ BEAUTY BLOGGER ด้วย

ไปสนุกสนานกัน ผู้ร่วมเดินทางก็มีหลายท่าน แต่สำหรับ BEAUTY BLOGGER

หลายคนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี นำขบวนโดยหัวหน้าแก๊งค์

เจ๊มด CINNAMONGAL

พี่เป้ PUPESOSWEET

พี่แป้ง KIRARISTA

พี่ตูน TUNIEZ83

ทราย หมูน้อย MHUNOIII

ตัวแม่ของวงการความงามทั้งนั้น ไปตามกันได้ เอาละมาเข้าเรื่องกัน

พวกเราออกเดินทางกันในวันที่ 10 ไฟล์ท FD504 ประมาณ 4 โมงถึงฮ่องกงเกือบ 2 ทุ่ม

โดยที่ทราย หมูน้อยตามมาอีกที มาเจอกันที่สนามบินดอนเมือง ปล.ที่จอดรถน่าจะอยู่ระหว่าง

พัฒนาปรับปรุงช่วงนี้ทำให้จอดรถเดินไกลมาก ไกลมากกกกก ขอให้พัฒนาเสร็จเร็วๆ

รองรับลูกค้า AIR ASIA ได้อีกเยอะๆ มันจะทำให้คนอยากมาอีกเยอะ ฮ่าฮ่า

 

ช่วงนี้อุณหภูมิค่อนข้างใกล้เคียงบ้านเรา ต่างที่มีฝนตก จะแฉะหน่อย ก็ลืมเช็คอากาศไป

เลยแต่งตัวไปอย่างที่เห็น 5555

AIR ASIA จัด HOT SEAT ไว้ให้ พวกเราก็จะอาศัยกันอยู่แถวหน้า

อยากจะบอกอาหารอร่อยมาก ข้าวผัดกระเพรา ข้าวเหนียวมะม่วง ถั่วต้มยำ เป็นชั้นประหยัด

ที่เครื่องค่อนข้างใหม่ แม้จะดูเล็ก แต่ดูสะอาด และอบอุ่นเป็นพิเศษ อิอิ

นั่งหลับเป็นจูออนได้ไม่นานก็มาถึงฮ่องกง เวลาเร็วกว่าไทย 1 ชม. อยู่ประมาณ 2 ทุ่ม

ทาง AIR ASIA พามาทานอาหารที่  LUNG TANG Restaurant (龍騰海鮮酒樓)

บริการดีมาก อาหารทะเลสด ไว อร่อย หิวด้วย อร่อยด้วย กินกันพุงกางไปเลย

สัตว์น้ำทะเล ตัวใหญ่มาก ใจนึงก็สงสาร นานๆทานทีพรุ่งนี้ทำบุญให้นะคับ

นั่งข้างคนสวย นอนด้วยกัน พี่แป้งเป็นผู้หญิงที่สวย เพอร์เฟค บุคลิคดี และ ระเบียบมาก 555

นอนไปเกร็งไป ต้องเรียบร้อยนิด มันมีความเกรงใจผุดขึ้นมาในหัวโดยปริยาย

เราควรทำให้ผู้อยู่ด้วยสบายใจ กลายเป็นคนต้องมีความรับผิดชอบใน

ทุกๆอิริยาบทขึ้นมาทั้นใด ข้อดี พี่เแป้งเป็นเด็กอนามัย จะเข้านอนเร็ว เป็นเวลา

เข้าห้องน้ำดูแลตัวเองก่อน และ เข้านอนอย่างเรียบร้อยเป็นระเบียบ

เป็นการฝึกระเบียบไปในตัว จะต่างเวลานอนกับ เจ๊มด 55555555

เราทั้่งคู่จะเหวี่ยง อาบน้ำกันโคตรนาน นอนกันตื่นกันมึนๆ วุ่น

อยู่กับพี่แป้ง ONTIME การ์ดห้อง เตรียมพร้อมเรียบร้อย ก็คนละฟีล 55

 

และเราก็เดินทางมาถึงโรงแรม HOLIDAY INN ย่านจิมซาจุ่ย

สบาย ไฮโซ โอ่อ่า อลัง แต่ไม่มีที่ฉีดน้ำในห้องน้ำ ให้ 4 ดาวเพราะเหตุผลนี้ 55g

เป็นทริปที่ต้องตื่นเช้ามาก เพราะเราตั้งใจมาไว้พระ ตื่น 6-7 โมงทุกวัน

ปรับตัวง่าย เพราะเวลาไม่ต่างจากไทย

มาเที่ยวรอบนี้กลัวเป็นภาระใคร เลยทาปากสีสด จบ ไม่แต่งตา ชีวิตที่เร่งรีบ

ก็ง่ายดายขึ้น ไม่ทำให้ใครต้องรอมาดามเมิ๊กอีกต่อไป เสร็จจบปึ๊ง ตรงเวลา

ลงมาพร้อมกับสาวงามตรงเวลา พูดเลอ ทุกวันตรงเวลาเป๊ะ เปรี๊ยะ ปัง !

เช้าวันใหม่ที่ภัตตาคารอาหารจีน ทานโจ๊ก หมี่กรอบ ติ่มซำ บางอย่างมีให้พอดีคน

ดังนั้นต้องทานแบบเป็นระบบนิดนึง อย่าเพิ่งรีบเบิ้ลก่อน คนยังทานไม่ครบเดี๋ยวคนอื่นจะอด

เมนูที่ทุกคนรอที่นี่คงเป็น ซาลาเปาไส้ไหล 555

แล้วพวกเราก็นั่งรถบัสมาที่ Repulse Bay เจ้าแม่กวนอิม ทุกคนทราบดีคือเทพเจ้า

ทางจีนที่ศักดิ์สิทธิ์มา ทริปนี้ มีคุณโอ๋ เป็นซินแสชื่อดังประจำประเทศไทยคอยบอก

ให้เราแต่ละคนต้องไหว้ ต้องสวดอะไรบ้าง และ มีคุณนานา ไกด์คนไทย

คอยแนะนำมุมสักการะต่างๆ

เป็นที่แรกที่เรามาไหว้ขอโชคขอลาภ ขอพรการงาน การเงิน สุขภาพกันอย่างเต็มที่

ทุกคนตั้งใจมาก และ ที่ต่อไปรอเราอยู่แล้ว เราไปกันที่ “Che Kung Temple” วัดกังหัน

มาปัดเป่าสิ่งโชคร้าย มาไหว้เทพประจำพศ.เกิด เพื่อสะเดาะเคราะห์ และ เอาสิ่งที่ชง

หรือ ไม่ดีออกไป เอิ๊กจะพูดไปก็เชื่อการกระทำตัวเอง แต่ก็ไหว้เพื่อความเป็ยสิริมงคล

เดินจนเหนื่อยมาทานอาหารร้านแถวถนน แต่ชื่อดังข้างทาง

มีเมนูทั้งฮ่องกง และ ฝรั่ง ก็ไม่ได้จานใหญ่มาก คือ สั่งมาก็หมดนะ

สั่งคนละเมนู มาแชร์กันทาน ให้อิ่มท้องเพื่อให้มีแรงเดินต่ออีกวัด

ภารกิจของเราทุกเวลาแน่นอน เดินก็ถ่าย กินก็ถ่าย ก่อนนอนก็จะถ่าย ถ่ายรูปหน่ะ

อย่าตกใจที่เห็นภาพเหมือนๆกันเวลาที่ BEAUTY BLOGGER แต่ละท่านแชร์

เพราะเรามาแชร์ประสบการณ์กัน เราก็แชร์ทุกอย่างที่เรามีร่วมกัน

ภาพ อาหาร เครื่องดื่ม ฯลฯ MOMENT นี้ ถึงบอกว่าเป็น MOMENT ที่ดี มีความสุขนะ

ถัดมาอีกที่ Sik Sik Yuen Wong Tai Sin Temple (หวังต้าเซียน) 

ความเชื่อเรื่องโชคราง ฮวงจุ้ย ต้องไม่พลาดอีกหวังดัง ณ ฮ่องกง มาไหว้เทพเจ้าหวังต้าเซียน

และเทพเจ้าประจำปีนักษัตรที่เราเกิด ขอพรให้เป็นที่เรียบร้อยมาที่นี่

ไหว้ขอพรให้ทุกคนเลยจ๊า ตั้งแต่ลูกค้า คนที่เคยอุปถัมภ์ค้ำชู พ่อแม่เรา พ่อแม่คนที่เรารัก

สุดท้ายเราก็มาแวะขอพรที่ Kwun Yam Temple ที่ฮองฮัม ก่อนจะแยกย้ายไป

SHOPPING กันช่วงเวลาที่เรารอคอยมาถึงแล้วววววววว 555

วันนี้ลุคเดิมฮะ ปากสด แดงไว้ก่อน พี่มดบอกว่าเดี๋ยวเทพเจ้ามองไม่เห็น เอิ๊กเลยจัดหนักเลย

เอาให้จำหน้า ให้พรเอิ๊กถูกคนไม่ลืมเลือน 5555

เราก็เดินทางกันไปยัง Habour City เจ๊มดเลี้ยงมากาลองทั้งกล่อง

แบรนด์ Pierre Herme

ชิ้นละ 120 บาท รองท้องคนละ 2 ชิ้น ก่อนอาหารค่ำที่ภัตตาคารสุดไฮโซ

เราก็เดินกันอยู่พักนึงที่ห้างคนเยอะมาก ใกล้ได้เวลาทานอาหาร เลยเดินกางร่ม

กอดกันมาเป็นคู่เพื่อมารับประทานอาหารทุกจานอย่างที่ทุกท่านเห็น โคตรอร่อย อร่อยมาก

Budaoweng Hotpot Cuisine ตึก ISQUARE ชั้น 23 เฮ้ยต้องมาให้ได้นะ

อร่อยมากเพคะ สด เนื้อเป็นเนื้อ หมูเป็นหมู ปลาดิบ กุ้ง หอย สด สด สด

โต๊ะใหญ่มาก อิ่มอร่อยมีความสุขมาก

กลับบ้านมาอาบน้ำนอนกันนะ วันนี้ก็เหนื่อยมาก นอนไม่ค่อยหลับ

เอิ๊กไม่ชินกับที่นอนต่างถิ่นเท่าไหร่ รีบนอนพรุ่งนี้จะกลับบ้านแล้ว

ตื่นเช้าสถานการณ์เดิม ภัตตาคารจีน ติ่มซำที่เราทานไป และ ก็ STARBUCKS กันคนละแก้ว

วันนี้เราจะไปลอยฟ้ากัน เป็นอีกที่ ที่ต้องมา เพราะหลังจากลอยฟ้า

เราก็จะไปไหว้พระองค์ใหญ่ ที่ Ngong Ping บนภูเขาสูงกัน

 

มีความสุขอยู่บนกระเช้า 55555 ถ่ายกันตลอด วิวเวิว ไม่ได้ดูกัน 555555

วันนี้ปากสดอีกแล้วจ๊ะ อิอิ

ก็ลอยเท่งเต้งกันมาไม่นานถึงอีกฝั่ง เลยเตรียมตัวเดินไปไหว้พระกันอากาศร้อนมาก

เอิ๊กรู้ตัวเลยว่าตัวเองไม่ค่อยแข็งแรง เดินขึ้นเขา หัวใจจะวาย เหนื่อยมาก 555555

เพราะมีแดด ด้วยก็ไม่ชินอะนะคะ ไปถึงก็ไปแอบสวดมนต์ ตรงที่ขายของชำร่วย

แอร์หลุดออกมา 55555555 พระคงไม่ว่าหนูนะคะ หนูทนความร้อนไม่ได้ จะเหี่ยวตาย

ภารกิจขึ้นเขาไหว้พระของเราก็ได้สิ้นสุดลง เอิ๊ก – เอิ๊ก เยี่ยมมาก

ปิดท้ายด้วยอาหารสุดสะพรึง เป็ดปักกิ่งอันโอชะ ที่  LEI GARDEN 

สาขา Elements Mall อร่อยตายไปเลย อร่อยมาก

ขากลับก็แวะช๊อป HARBOUR CITY นิดนึง เอิ๊กไม่ได้ SHOPPING

เพราะมีปัญหากับบัตรนิดหน่อย ไม่อยากยืมใคร 5555 มีแต่เงินไทย

และ หมดอารมณ์จะช๊อป  เลยไปถ่ายรูปเล่นมาให้ดูในห้าง การจัด DISPLAY เค้าดี

และ เราก็หมดแรง เดินทางกลับบ้านโดย AIR ASIA โดยสวัสดิภาพ ขอบพระคุณ

AIR ASIA คุณทอปัฐ คุณนิน ที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดีมากๆ คุณนานา

และพี่เล็ก คุณชุจาก CTRUE ขอบพระคุณในความมีน้ำใจที่มอบให้ค่ะ

ไว้พบกันใหม่บลอคหน้าว่า AIR ASIA จะพาเราไปเที่ยวไหนกันอีกนะ อิอิ

ปล. ภาพอาหารสวยๆ รูปภาพหมู่สวยๆ จากกล้องพี่มด พี่ปูเป้ หมูน้อย

ขอบคุณทุกๆคนมาณที่นี้ด้วยค่ะ

Posted in TRAVELComments (2)

LONDON TRIP WITH BOOTS AND NO7

เป็นทริป LONDON ของปี 2013 ที่น่ากลัว และ ตื่นเต้นที่สุด !!

เมื่อ Erk-Erk เป็น Beauty Blogger ตัวแทนประเทศไทยไปทำความรู้จักกับ BOOTS

NO.7 รวมถึง BEAUTY BLOGGER อีก 6 ประเทศ

และ เป็นอีกหนึ่งทริปที่วิเศษที่สุดของปี 2013

ภารกิจที่ติดตามได้ด้วย TAG #SHARETHEFEELING

ปี 2013 เอิ๊กไปทั้งหมด

สิงค์โปร เกาหลี(4รอบ) ญี่ปุ่น ฮ่องกง และ ลอนดอน ทุกทริปความงาม

ล้วนเป็นทริปที่วิเศษทุกทริป วันนี้จะมาพูดถึงทริป LONDON นี้ก่อน

ชื่อทริปดูเหมือนสวยหรู แต่ความจริง เป็นทริปที่เอิ๊กกลัว และ ตื่นเต้นมากที่สุด

ตั้งแต่ได้รับสายจากคุณหนึ่ง BOOTS THAILAND เอิ๊กก็ตื่นเต้นมาก

ยิ่งพอรู้ว่าต้องไปคนเดียว ย้ำบินคนเดียว !!! ไปคนเดียว ไปเจอกับอีก 6 ชาติ

เนเธอแลนด์ สวิซเซอร์แลนด์ ฮ่องกง ดูไบ อเมริกา สวีเดน ไม่รวมเอเจนซี่ JAM จากอังกฤษ

เอิ๊กก็เงียบไป … ที่เงียบไม่ใช่ไม่อยากไป แต่ทักษะการฟังอังกฤษเอิ๊กไม่ดี

ตอนเด็กๆไม่ตั้งใจเรียน ด้วยความที่สนใจ และ ต้องการจะไปเลยกล้าหาญขอล่ามเขา

ฮ่า ฮ่า ฮ่า และ เขาก็บอกเขางบน้อย 555 เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นค่ะ 

และ ก็รอผลหลายวันลุ้นมาก 55555555555555555

สุดท้ายต้องขอขอบพระคุณที่ไว้ใจให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเดินทางในครั้งนี้ค่ะ

ทริปลอนดอนเป็นทริปที่เอิ๊กต้องกลับมาจากฮ่องกงในวันนั้นเพื่อรอบินต่อไปลอนดอน

ดังนั้นเอิ๊กจัดกระเป๋าไว้ก่อนหน้านั้นล่วงหน้าหลายวัน และ ของเยอะมา เพราะเราก็อยาก

เป็นตัวแทนประเทศที่เต็มที่ และ มีของพร้อมรบอยู่เสมอ  555 กระเป๋า 3 ใบ

เสื้อผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์ไอที อุปกรณ์ทำผม อุปกรณ์ประทินโฉม บอกเลยว่าแน่นตัว

ก่อนไปเพื่อนสาวคนสนิทมาส่ง แฟนมาส่งก่อนหายไปอีกหลายวัน ร่ำลากันจนวินาทีสุดท้าย

คนนี้ก็มาส่งทุกการเดินทางทั้ง ใน และ นอกประเทศจริงจัง ประทับใจ รัก รัก รัก

ขอบพระคุณมากค่ะ

NO.7 ให้ขึ้น FIRST CLASS ขาไป BUSINESS CLASS ขากลับ เพราะตั๋วน่าจะเต็ม

เลี้ยงดูขุ่นพร้อมรบอย่างดีบนเครื่อง เปลี่ยนชุดนอน กินๆๆๆๆ แล้วก็หลับ ตื่นอีกทีก็ถึงละ

– – ” อะไรคือความคุ้ม เอาละใกล้ลงแล้ว ตื่นเต้นมากกกกกกกกกก กลัวมากกกกกก

พี่สาวต้องส่งข้อความมาบอกว่า “ไม่ต้องกลัวน้องรัก เดี๋ยวพี่ดูแลเอง” ก็ฝากเขาซื้อซิม

ที่อังกฤษ และ มารับน้องหน่อย เพราะวันแรก ยังไม่ได้เจอล่าม น้องจะฟังเขาไม่ได้

มาถึงเดินๆ ตามเขามา คอยถ่ายรูปถามพี่สาว ทางไหนต่อ ทางไหนใช่

โดยเปิด WIFI สนามบิน [เพิ่งรู้ว่ามีตอนต่อเน็ตไปถามพี่แล้วพี่บอกมี WIFI

ให้LOG INด้วยชื่อตัวเองให้ถูกต้อง] ตม. เป็นแขกไง เอิ๊กเนี่ยตัวเล็กสเปคอาบัง

ถามยาวมากมาทำอะไร มากับเพื่อนเหรอ พักไหน อยู่ไหน อยู่ที่ไหนของประเทศไทย

ฉันชอบประเทศไทย ฉันเคยไป ……. บลา บลา แต่เขาพูดเราฟังเขารู้เรื่อง เพียงแค่

ถามนานเกินไป เพราะแถวยาวมาก หายใจลึกๆ ค่อยๆฟัง และ ตอบคำถาม

ทางที่ดีติดเอกสาร สถานที่พัก และ ทุกอย่างไปให้เรียบร้อย และ สุดท้ายก็เดินออกมา

คนเพียบ และแล้วพี่สาวของเราก็เดินเข้ามา เฮ้อ โล่งอก ขอบพระคุณมากๆนะคับบบบ <3

ทาง NO.7 ส่งคนขับมารับ ก็ไปรออยู่ไกลมาก แต่สุดท้ายก็หากันจนเจอ

ด้วยความช่วยเหลือพี่สาว พี่สาวเคยเรียนอังกฤษ อิอิ เขามาเที่ยวกับแม่

ยังอุตส่าห์เป็นห่วงน้อง แวะมาดูแลน้อง

ปล. คนขับรถเนี๊ยบมาก สุภาพมากกกกกกก

และเราก็มาถึงหน้าโรงแรมสุดฮิป BOUNDARY HOTEL

กันในไม่กี่นาทีต่อมา มาเป็นคนที่สอง ประเทศแรกคือ

ฮ่องกง เขามีห้องรับรอง เพราะห้องเดี่ยวยังเคลียร์ไม่เสร็จ พี่สาวมาผูกมิตร และ ลากลับ

เราเลยได้อยู่กับ BEAUTY BLOGGER จาก HONGKING คุณ มีเหล๊ง MEI LENG

อาบน้ำแปลงร่างเสียหน่อย เพราะเห็นเอเจนซี่เจอหน้าแล้วทำหน้าตางงๆ

นี่ BEAUTY BLOGGER จริงเร๊อะ ? สภาพมาราธอนมาก

ไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวาน แถมใส่รองเท้าแตะที่ใช้เดินในบ้านขึ้นเครื่อง สภาพโสโครกมาก

แต่ไม่มีเวลาอาบจริงๆ เพราะกลับมาจากฮ่องกง ต้องบินต่อเลย T________T

สงสารคนหอมก่อนมา 555555555

อาบน้ำ แต่งตัว เปิดกระเป๋า แต่งหน้า แต่งตัวแปรงร่างซักกะหน่อย

ขอบคุณโลกนี้ที่มีเครื่องสำอาง อากาศเย็นเลยใส่เชิต และ คลุมด้วยผ้าพันคออีกที ฟินนน

ชวิงงงงงค์ เขาบอกจะพามาเดินตลาดเลยใส่ผ้าใบมาเพราะกลัววิ่งตามเพื่อนๆมะทัน

หน้าโรงแรมมีแต่ร้านฮิพฮิพ อากาศดีโพดดดดดดดด

หน้าโรงแรมมีร้านขายสกินแคร์เพียบ AESOP ใช้ดีและดังมากจากคำบอกเล่าของ

HONGKONG BEAUTY BLOGGER ที่เดินมาด้วยกัน

มีแต่ร้านขายของหน้ารักแถวตลาด ส่วนตลาดวันนี้มีขายดอกไม้เพียบเลย

ร้านขายขนมที่ดังที่สุดแถวนั้น LILLY VANILLA ไปแถวนั้นต้องไปให้ได้

อย่าถามว่าอร่อยไหม เพราะลดน้ำหนักอยู่ เลยไม่ได้ทานอะไรเยอะ

นอกจากนมชอคโกแลตอุ่นๆ

แนะนำเพื่อนๆให้รู้จักกันหน่อยจากซ้ายไปขวา

น้อง GEMMA [ เจมม่า ] จาก AGENCY GEM จากอังกฤษ

พี่ LAURA [ ลอร่า ] จาก AGENCY GEM จากอังกฤษ

พี่ MEI LENG [ มีเหล๊ง ] BEAUTY BLOGGER จากฮ่องกง

พี่ JEN [เจน ] BEAUTY BLOGGER จากอเมริกา

ตอนนี้คือเรารอ BEAUTY BLOGGER จากประเทศที่เหลืออยู่เราเลยมาเดินเล่นกันก่อน

งาน ART ต้องยกให้ LONDON ของน่ารักเต็มไปหมดเลย

เดินกันพอหอมปากหอมคอ เหมือนฝนจะลงเล็กๆ อากาศช่วงเย็นก็จะเริ่มเย็น

เราได้รับโทรศัพท์ที่โรงแรมว่าห้องทุกคนเสร็จแล้ว เย่ เย่ เย่ กลับไป BOUNDARY กัน

เปิดห้องเอิ๊กโชว์ เอิ๊กนอนชั้น 2 ห้อง 214

วิวดีมาก มองไปเห็นคนเดิน หรือ ทำงานอยู่ตึกใกล้ๆ แก้ผ้าเดินชิลล์ไม่ได้นะ

มันอยู่ชั้นต่ำเกิน 555 ห้องน้ำอลังมาก แต่ไม่มีที่ฉีดน้ำเช่นเคย ขัดใจมาก  !!!! ><

เสร็จธุระจากโถส้วม แล้ว เราก็ไปล้างทำความสะอาดในอ่างต่อ 55555555555555

เซอร์ไพรส์จากโรงแรมทุกวันด้วยร้าน ALBION จะเอาขนมมาให้ทุกวัน หวานมาก

แต่อยู่ที่นี่เดินนิด เดินหน่อยก็เหนื่อยแล้ว อาจเพราะที่บ้านเราไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

ไปต่างประเทศทำงานทีไร จะหิวมากกว่าปกติ

มีถุง NO7 พร้อมสโลแกนประจำแคมเปญนี้

FEEL FABULOUS SHARE THE FEELING

เปิดออกมาเป็น NO7 SKINCARE NAIL COLOR และ CHOCOLATE พร้อม

CARD สวยๆ จาก LONDON

ภาพนี้สวยเนอะ ถ่ายเอง หลังจาก POST ไป ทีม NO7 ถามว่าใครถ่ายให้

ก็ตั้งกล้องถ่ายเองง่ายๆคับ  – – ” เป็นเรื่องปกติของสาวไทยคับ <3

ชื่นชมห้องเสร็จเพื่อนมาครบแล้ว ก็ไปนั่งทานอาหาร แนะนำตัวกัน

อิอิ พี่สุกี้ ล่ามน่ารักของเอิ๊กมาแล้ว ชีวิตจึงดีขึ้นมากกกกกกกกกก 85% ฮ่าๆ

กิจกรรมยามว่างของมาดามเมิ๊ก หลังได้กลับห้องแล้วก็คือ การเอาตัวลงไปอยู่ในอ่าง

ที่ผสมน้ำอุ่นๆ ก่อนลงก็ชโลมน้ำมันมะพร้าวก่อนลงไป ลงไป 3-4 ชั่วโมงได้ไม่หลับไม่นอน

สาบานว่านอนคนเดียว นัด 8 โมงเช้า โคตรเช้า แน่นอน ตื่นแต่ 6 โมงโชคดีที่ต่อขนตา

และ ทำคิ้ว 3 มิติมา ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างไวขึ้น

เช้าวันใหม่ 7 โมงของวันที่ 2 เตรียมขึ้นไปงานเปิดแคมเปญเป็นประชุมเล็กๆบนดาดฟ้า

รวมกันครบทีมก็เริ่มแนะนำตัว แน่นอนเอิ๊กคนสุดท้าย ผู้มีล่ามพ่วงท้าย

ยืนแนะนำตัวอย่างช้าๆ แจกยิ้ม ระหว่างรอล่าม [ พี่สุกี้ ] พูดแปลทันที

แล้วเราก็มาฟังรายละเอียดแคมเปญนี้ จาก

ตัวแทนทีมผู้บริหาร BOOTS INTERNATIONAL ถึงรายละเอียดแคมเปญ

7 FABULOUS หรือ การนำเอาบล็อคเกอร์ด้านความงามซึ่งเป็นตัวแทนของ 7 ประเทศ

มาส่งต่อความสวยความงามให้กับคนในประเทศตัวเองให้ได้รู้จักกัน

หลังจากนั้นพวกเราก็มุ่งหน้าไปยัง ” VICTORIA AND ALBERT MUSEUM “

สถานที่รวมความงามแห่งศิลปะของประวัติศาสตร์อังกฤษ

ขอลงบางภาพที่ถ่ายมานะคะ เยอะมาก สวยมากด้วย เอิ๊กชอบสีทอง

ความจริงอะไรสีทองหรือเกี่ยวกับความงามก็ถ่ายมาเก็บไว้ดูเกือบหมดค่ะ

เห็นความอลังของโคมไฟเพดานทางเข้าไหมคะ ที่อังกฤษเป็นตัวแทนศิลปะชั้นยอด

ที่มีความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงามจริงๆ ก็มีพี่คนสวยพาชมถึง

ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความงามทุกยุค ของบรรดาเหล่าราชวงศ์คนสำคัญของที่นี่

เครื่องแต่งกาย และ ที่นอนที่สุดแสนจะอลังการงานสร้าง กับ ศิลปะชั้นสูงของอังกฤษ

อุปกรณ์ตัดเล็บ หัวเข็มขัด ชุด โต๊ะเครื่องแป้ง ที่เก็บเครื่องประดับ

รถม้าซินเดอร์เรล่าชิดซ้าย ของจริงสวยมากมากมากมากกกกกก

ที่เก็บเครื่องประดับ หรือ เก็บบุหรี่ของเหล่าสังคมชั้นสูง และ เหล่าราชวงศ์

FASHION ยุคเก่า ของดีไซเนอร์ชื่อดังประเทศอังกฤษ

สวยงามตระการตาจริงๆ ขากลับฝนตก T___T แล้วเราก็นั่ง TAXI ไปทานข้าวกัน

ที่นี่มักเสริฟ ขนมปัง > ผัก > เนื้อ แต่มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเอิ๊ก เอิ๊กจะรอทานผัก

านเยอะๆ จะได้ใส่เนื้อลงไปได้น้อย ใส่แป้งลงไปได้ไม่มาก จะได้ไม่อ้วน อิอิ

เมื่อทานแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกลับโรงแรมไปแปลงโฉม เพื่อออกมาดินเนอร์ที่โรงแรมหรู

การแปลงโฉมแต่งหน้าโดยช่างจาก NO7 และ ทำผมโดยกูรูเส้นผมชื่อดังที่เป็น

เจ้าของแบรนด์ Umberto Giannini Glam Hair ที่วางขายใน BOOTS

พบตัวจริงตื่นเต้นมาก ทำผมทรงนี้ให้เอิ๊กไวมากกกก

อุปกรณ์เธอ วันนี้เธอมาคนเดียว เพราะวันนี้วันหยุด

ผลงานแต่งหน้าทำผมของทุกคน

ปล. เอิ๊กแต่งหน้าใหม่เอง 5555 รสนิยมการแต่งหน้าเป็นความชอบส่วนบุคคล

เรามาดินเนอร์กันที่โรงแรม ความสูง 100 กว่าชั้น ดังมาแถวนั้นแต่เอิ๊กลืมชื่อขออภัย

บลอคเกอร์ต่างชาติแซวเอิ๊กเหมือนนางเองหนังจีน – – ” ต้องดีใจสินะ 555

หน้าตาอาหารมื้อนี้ทั้งสุกแบบตะวันตก ดิบแบบตะวันออก ยังมีขนมหวานแบบว่า

I’M FULL

อิ่มแล้วก็ไปเดินเล่นถ่ายรูปกัน 🙂 สวยงามจริงๆ คืนนี้ข้างนอกหนาวมากแล้วเรา

ก็นั่งรถกลับโรงแรมกัน

กิจวัตรประจำวันของมาดามเมิ๊กก็ลงอ่างอีกแล้ว – – ” พรุ่งนี้ต้องตื่น 6 โมง ตี4

ยังไม่ขึ้นมาจากน้ำ – – ” ………………..


ตาแดงก่ำเลยวันนี้ แต่งหน้าไม่ทัน เลยหอบมาแต่งบนรถไฟความเร็วสูง ขนตา กับ

ขายุงเอ้ย คิ้วช่วยเราไว้ และก็แต่งหน้าจนเสร็จภายในเวลา 1 ชั่วโมงบนรถไฟฟ้า

วันนี้จะไปเยี่ยมฐานทัพ NO.7 กับ ที่ LENTON HOUSE ต้นกำเนิดของ No.7 เกิดที่นี่

โฉมหน้าผู้ก่อตั้ง BOOTS “JESSE BOOT”

ดีใจที่มีโอกาสได้ชักภาพคู่กับผู้ก่อตั้ง BOOTS ฮ่าฮ่าฮ่า ใกล้ชิดมากเพคะ

วิสัยทัศน์ ปรัชญา การสร้างแบรนด์เพื่อให้ทรงคุณค่าของ BOOTS

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดย BOOTS ปัจจุบัน

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดย BOOTS ในอดีต หลายๆยุคด้วยกัน

เห็นแป้งที่เอิ๊กยกทาหน้าไหมคะ “ตบทีเดียวอยู่” สโลแกนนี้คงมาจาก BOOTS สินะ

DR.MIKE ได้พูดถึงประสิทธิภาพของ

NO.7 LIFT&LUMINATE DAY & NIGHT SERUM CLICK

จบบรรยายเอิ๊กก็มาถามคำถามที่สงสัยและขอถ่ายภาพคู่กับคนสำคัญของ NO.7 หน่อย

วิวบริเวณรอบๆ LENTON HOUSE

 LENTON HOUSE แอนด์เดอะแก๊งค์

ขนาดห้องน้ำ  LENTON HOUSE ยังสวยขนาดนี้ มีที่นั่งรอด้วยแต่ถ่านมาไม่หมด

เสียอย่างเดียวไม่มีที่ฉีดน้ำ – – ” ยังไม่จบตั้งแต่โรงแรม 55555

ขอถ่าย ณ สถานีรถไฟฟ้า ซะหน่อย ใหญ่จังเลย แล้วเราก็นั่งรถไฟฟ้าเพื่อกลับมานั่งรถตู้

ต่อไปยังโรงงาน BOOTS ที่อังกฤษ วู้วู้วู้ ดีใจ แต่พอมาถึง

เขาห้ามถ่ายรูปด้านใน T^T เป็นธรรมเนียมทุกที่สินะ

ถ่ายภาพโฆษณา PRINT AD. ของผลิตภัณฑ์ในเครือ BOOTS สมัยก่อนมาให้ดู

VINTAGE มาก

เปลี่ยนชุด สวมหมวก ล้างยาทาเล็บ เปลี่ยนรองเท้าเรียบร้อย ถึงมีสิทธิ์เดินเข้าไป

โรงงานใหญ่มาก ภาพจากกล้องคุณ KATGREEN

ที่นี่ก็เป็นระบบ MANUAL อยู่นะ ยังใช้บุคลากร มาปิด บรรจุภัณฑ์

วันนี้ก็ได้มาดูตั้งแต่ระบบการวัดครีม เทครีมให้พอดี มีเครื่องวัด มีการตรวจ QC

เปิดโลกทัศน์เอิ๊กมากกกกกกกกก

ทำไม BEAUTY BLOGGER ฝั่งเอเชียตัวเล็กนักล่ะ – – ” ยังไงกัน

พี่สุกี้ล่ามอยู่ด้วยกันมาก เป็นไงโดนพลังงานบางอย่างเป็นแบบนี้ไปเลย ฮ่าๆๆ

และแล้วออกจากโรงงานเดินมาหน่อยเป็นญานทัพการตรวจสภาพผิวแบบจริงจัง

เอิ๊กตรวจที่เมืองไทยบ่อยแล้ว เลยปล่อยให้คนอื่นเล่นกัน วันนี้บอกเลยเหนื่อยมาก

หิวมากกลับมาถึงโรงแรมขึ้นเตียงนอนตาย ปรากฏ วันนี้เขาให้พูดถึง BEAUTY SECRET

แต่ละชาติ “ภารกิจเพื่อชาติ” ต้องลืมเหนื่อยสินะ อ่านแบบละเอียดได้ที่นี่

CLICK

คืนนั้นผ่านไปแบบเหนื่อยมาก พีรญาก็ยังลงอ่างเช่นเดิม แต่พรุ่งนี้ตื่นสายได้หน่อย

ไม่มีแรงถ่ายรูปต่อเลย พรุ่งนี้ต้องเข้าฐาน

มาถึงเช้าวันใหม่วันนี้เข้าห้อง LAUGH THERAPY มาเปลี่ยนพลังความสุข

ความคิดบวกให้กับชีวิตกันดีกว่า โดยการขยับร่างกายให้มีความสุขกับทุกวินาที

ประวัติคุณครูของเอิ๊ก Julie Whitehead


พวกเราทำตัวผ่อนคลาย วิ่งเล่นกันเหมือนเด็ก ลืมทุกข์ไปชั่วขณะ แล้วก็รู้สึกดีขึ้นกับ

สิ่ง และ มิตรภาพที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ

ภาษาไม่แข็งแรงแต่อยากนั่งข้างครู มีปัญหาปะ ? 555 ฟังก็ไม่รู้บ้าง รู้เรื่องบ้าง

แค่รู้สึกว่าคนอารมณ์ดีมีสเน่ห์มากกกก และ เราก็รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่นี่

BROWN HOTEL

 

แก๊งค์นี้ทานเครื่องสำอาง TOM FORDS จ๊า 555555 ดูท่าทางเด๊บบี้ บลอคเกอร์จาก

เนเธอแลนด์ เธอจะชอบมากกับเครื่องสำอาง มาแล้วซื้อกระจายจริงๆ พร้อมแนะนำแบรนด์

ดีดีให้เอิ๊กอีกตั้งหลายแบรนด์ สาวๆรุมเธอกันใหญ่

ส่วนเราเดินเล่นจ๊า วันนี้หลายคนต้องกลับประเทศแล้ว เศร้า T_T ไม่ชอบการจากลา

ดูเหมือนเวลาผ่านไปไม่นาน แต่ก็รู้สึกมีกันและกันนะ เวลาจากกันแล้วมันโหวงเหวง

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา แล้วเราก็ไปซับน้ำตาด้วยการชอปปิ้งกันดีกว่า

ไม่ช่ายยย แต่เราก็ถือว่าโชคดีกับวินาทีที่เรามีร่วมกันแบบเต็มที่ มีความสุข

กับ ความทรงจำที่ผ่านมาดีกว่า 🙂 วันนี้เราก็มีเวลาเดินเล่นเที่ยว

ช่วงบ่ายให้สนุกสนานในอังกฤษ  ที่นี่สะอาดตามาก และ ตึกรามบ้านช่องดูสดใส

เหมือนทำความสะอาดให้ใหม่อยู่ตลอดเวลา

ขามามีกัน 3 คน ขากลับก็เหลือ 3 คนอีกครั้ง

และเราก็เดินเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน

ถึงเวลากลับโรงแรม ไปพักและเตรียมไปดินเนอร์ ไม่ได้เอาเสื้อหนาวมา มีเหล๊ง ดูแลดีมาก

เอาเสื้อหนาวมาให้ยืม นางจะยกให้อีก บอกยูใส่สวย เราบอกไม่เอา ใจดีมาก

BEAUTY BLOGGER ฮ่องกงที่เอิ๊กประทับใจที่สุดในทริป

อาหารเย็นจากเชฟคนโปรดของ

BEAUTY BLOGGER อย่างมีเหล๊งที่ชื่นชอบการทำอาหาร เขานำเสนอร้านของ

Jamie Oliver ร้าน FIFTEEN

http://www.fifteen.net/

อาหารอร่อยทุกอย่างพูดเลยยยยยยยยยยยย อร่อยทุกอย่าง 55555555

ทุกคนถูกใจแว่นเอิ๊กมา ขอใส่เล่นกันหมด เลยชักภาพหมู่มาให้ชม 5555555555

NERDY GANG

วันนี้ก็ลงอ่างอีกตามเคย แต่เหนื่อยไม่ได้ถ่ายรูปมา วันต่อมาเราก็ไปเดินเล่นที่ BIG BEN

วันสุดท้ายก่อนลากันกลับบ้าน

ขอบคุณ LAURA และ GEMMA มากนะคะ คุณสองคนคือเอเจนซี่ที่น่ารัก และ ดูแลเอิ๊ก

อย่างดีมาตลอดการเดินทาง ขอบคุณสำหรับการให้ความรู้ ความอบอุ่น น้ำใจ

เอิ๊กคือคนสุดท้ายของทริปที่ตั๋วขึ้นตอนกลางคืน ก็เลยเดินเล่นถ่ายรูปแล้วก็เลยไปสนามบิน

เกือบตกเครื่องที่ลอนดอนมัวแต่ยืนรอซื้อของให้แฟนสมน้ำหน้า แทบร้องไห้จริงจัง

วิ่งไปน้ำตาไหลไปดันขึ้น GATE CLOSED ทั่งที่ยังไม่ถึงเวลา โหวิ่งตับแล่บ

สนามบินใหญ่มาก มันดึกมากแล้วด้วย ไม่อยากโทรกวนใครให้มาเลย

สุดท้ายยังเข้าได้อีกตั้งพักนึง แงแงแงแงแงแงแงแงแง หนูจะไม่ทำตัวแบบนี้

จะไปก่อนเวลา กลัวมาก วินาทีนั้นแบบกลัวจับใจอยู่คนเดียวด้วย

ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์สอนให้เราโตขึ้น

ทริปนี้ตื่นเต้น ใจจะวายมากค่ะ 5555 ขอบพระคุณ BOOTS NO.7

JAM AGENCY มากนะคะที่ทำให้หนูมีวันนี้ 555 ที่ให้ความทรงจำที่ดีกับเอิ๊ก

แม้เอิ๊กอาจจะไม่ได้เห็นอังกฤษมากนัก เพราะทำงานอยู่ตามจุดต่างๆ

แต่ต้องกลับไปอีกแน่นอน อยากชอปปิ้ง 55555555 มัวแต่ทำงาน

เลยแทบไม่ได้ซื้ออะไรเลย

XOXO

Posted in SKIN CARE, TRAVELComments (0)

โรงแรมเปิดใหม่ สไตล์โมเดิร์น Mode Sathorn Hotel ระดับ 4 ดาว : เดินทางสะดวก ติดกับ BTS สถานีสุรศักดิ์

                                 วันนี้เราจะพาเพื่อนๆมารู้จักกับโรงแรมเปิดใหม่ สไตล์โมเดิร์น ที่ตกแต่งห้องได้อย่างมีความทันสมัย ดูดี มีระดับมากๆ ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สุรศักดิ์ ทางออกประตูที่ 1,3 ก็สามารถเดินมาถึงที่หน้าโรงแรมได้เลย เดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างจะสะดวก สีของตึกจะเป็นสีม่วง อลังการได้อีก ที่จอดรถมีไว้สำรองให้ลูกค้าเยอะเลย อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สระว่ายน้ำสวยมาก ๆ มีRooftop บรรกาศดีมากๆ จะเห็นตึกมีแสงไฟสวยงามเวลากลางคืน 

                                             ทางโหมดสาธรได้ให้บริการห้องพักที่ทันสมัยพร้อมกับแท่นวาง iPod และบริการฟรีอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ท่านสามารถดื่มด่ำกับสปาทรีทเมนท์ หรือเพิ่มความกะปรี้กะเปร่าที่ศูนย์ออกกำลังกาย  จากที่พักสามารถเดินทางโดยรถยนต์จากถนนสีลม 15 นาที ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 45 นาทีหากเดินทางโดยรถยนต์  ห้องพักที่ Mode Sathorn Hotel ตกแต่งแบบร่วมสมัย ห้องพักแต่ละห้องประกอบด้วยโทรทัศน์จอแบนระบบช่องสัญญาณดาวเทียม มินิบาร์ และกาต้มน้ำไฟฟ้า และห้องน้ำในตัวที่มีเครื่องเป่าผมและเครื่องใช้ในห้องน้ำฟรี รวมถึงเสื้อคลุมอาบน้ำและรองเท้าแตะ  

             ท่านสามารถนั่งเล่นที่ริมสระน้ำหรือจัดการทัศนาจรที่โต๊ะบริการทัวร์ ทางโรงแรมมีห้องประชุม ศูนย์บริการธุรกิจ และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก พนักงานที่แผนกต้อนรับส่วนหน้า 24 ชั่วโมงสามารถให้ความช่วยเหลือท่านในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการรับฝากสัมภาระ

 

 

Mode Sathorn  Hotel มีห้องทั้ง 5 แบบ 5 STYLE 

1.Business Studio 

 

 

2. Deluxe Mode

 

 3. Executive Mode

4. One Bedroom Suite

5. Presidential  Suite

 


  ท่านสามารถชิมอาหารเช้าที่ The Sathorn และมีแซนวิชกูร์เมต์ อาหาร และเบเกอรี่โฮมเมดมีให้บริการที่ BLD Bistro ห้องอาหาร Rice & Chilli ให้บริการอาหารไทย ท่านสามารถเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ที่ The Roof @ 38th บาร์ มีค็อกเทลและไวน์ให้บริการที่ Theatre Bar และ Pool Bar

Pool Bar ของโหมดสาธร สวยงามมาก วิวดีมากๆ ตอนกลางคืนวิวตึกแสงไฟสีสันสดใสมาก

ห้องอาหารชิค มากๆ สไตล์โมเดิร์นสุดๆ บรรยากาศดี เหมาะแก่การถ่ายรูป อาหารที่นี่อร่อยดีค่ะ พนักงานบริการดี ยิ้มเเย้ม น่ารัก ทุกคน

ภาพนี้เป็นภาพชั้น Theater Bar จะเป็นชั้นที่มีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดคอยบริการลูกค้า แล้วตอนดึกจะมีดีเจมาคอยเปิดเพลงยามดึกๆ

ชั้นนี้เป็นชั้นของฟิตเนส สปาไว้คอยบริการลูกค้าทุกคน ด้วยเครื่องออกกำลังกายฟังก์ชั่นใหม่ หลากหลายรูปแบบ

Contact Information:
Hotel Name: Mode Sathorn
Hotel Address: Pre-opening office: Siam motors building, 8th floor 891/1 Rama 1 road, Wangmai, Pathumwan, Bangkok 10336
Pre-Opening Contact Telephone: +66 (0) 2 216 2075
Facsimile: +66 (0) 2 216 2140
Contact: gm@modesathorn.com

Posted in TRAVELComments (0)

TRIP REVIEW : TG A380-800 TO TOKYO FANWEEK JAPAN

ช่วงนี้เป็นช่วงนำทริปท่องเที่ยวที่เคยไปในปีนี้มาเล่าให้ฟังก่อนหมดปี 56

ทริปที่ประทับใจปีนี้อีกหนึ่งทริปคือ

Online Blogger Fam Trip with A380-800 to Tokyo, Japan

(Bangkok – Narita – Bangkok)

ประมาณช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์56 โดยได้รับเชิญจากทาง

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจเป็นอย่างยิ่ง

ตื่นเต้นมาก นี่เป็นครั้งแรกของการนั่งเครื่องบินยักษ์ลำใหญ่อย่าง A380

และ เป็นทริปแรกที่เดินทางไปญี่ปุ่น แค่คิดก็สนุกและมีความสุขแล้วค่ะ

มากับการบินไทยข้อดีคือ ได้ทำความรู้จักอย่างจริงจัง ได้สังเกตุ

ได้มองเห็นรายละเอียดที่ปกติเรามาในฐานะลูกค้า ครั้งนี้มาในฐานะสื่อประเภทนึง

ข้อมูลที่ได้จะแน่น จัดเต็มมาก

Flight ที่ไปจะเป็นกรุงเทพ – นาริตะ ซึ่งกำหนดการเดินทางดังนี้

TG676  Bangkok – Narita  08:00 – 15:50

TG677  Narita – Bangkok  17:30 – 22:30

6โมงเช้าเราพบกัน และ CHECK IN กับเป็นทีม ในสาย BEAUTY BLOGGER

มากับเจ้มด @CINNAMONGAL เจ้ใหญ่แห่งวงการ BEAUTY BLOGGER

นางมาในชุดกระโปรงสั้น โชว์เรียวขาสุด Sexy กับ บูทน้ำตาลยาว

การบินไทยดูแลอย่างดีมากค่ะ ขาไป ขากลับเดินทางชั้น Royal Silk Business Class

และมีโอกาสแวะไปนั่ง Royal Silk Lounge ชั้น 3 ซักพักแถวๆ GATE ที่จะออกเดินทาง

มีพนักงานด้านหน้าต้อนรับด้วยชุดไทยอย่างสวยงาม ด้านหน้าก็มีบรรยากาศตกแต่งประดับ

ด้วยกล้วยไม้สีม่วงเข้ม ซึ่งสีม่วงเข้มเป็นสีแห่งสัญลักษณ์ของสายการบิน การบินไทย

[ 3 สีสัญลักษณ์การบินไทย ม่วงเข้ม ทอง ชมพู ]

เข้ามาถึงสิ่งที่เอิ๊กถามหาก่อนอาหารนั่นก็คือ ….

ผู้โดยสารทุกคนที่มาใช้บริการที่นี่มี  WiFi ฟรี สามารถขอ USERNAME PASSWORD ได้

บรรยากาศภายในสงบ สบายตามาก ด้านข้างเป็นกระจกใส มองไปเห็นเครื่องบินด้านข้าง

เอิ๊กไม่ได้ทานอะไรเก็บภาพอย่างเดียว เดี๋ยวอิ่มก่อนไม่ทันจะได้ลิ้มลองอาหารบนเครื่อง

อาจเพราะเช้าไป ไม่มีคนเลยค่ะ อาหารก็จะเป็นแบบสากล รับประทานได้ง่ายๆ

เป็นอาหารเช้าสไตล์ตะวักตก ขนมปัง น้ำผลไม้ สลัด ซึ่งแต่ละอย่างขนมปัง หรือ อาหาร

ทำสดใหม่จากครัวการบินไทยชื่อดังของบ้านเราทีเดียว

[ นอกเรื่องชอบทานมาก ขนมปังเนยสด การบินไทย

ไปทีไรหมดตลอด 5555 ได้กินทีน้ำตาจะไหล ]

A380 เจ๋งยังไงแน่นอนมันคือเครื่องบินโดยสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัยใช้นวัตกรรมทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง

ในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพดังนั้นจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาก

ทำให้การบินแต่ละครั้งประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึงร้อยละ 15 – 20 ต่อที่นั่งต่อกิโลเมตร

และเมื่อบรรทุกผู้โดยสารเต็มลำ A380-800 จะลดการใช้เชื้อเพลิงลง

น้อยกว่า 3 ลิตรต่อผู้โดยสารต่อ 100 กิโลเมตร

First Class : 12 ที่นั่ง

Business Class : 60 ที่นั่ง

Economy Class : 435 ที่นั่ง

ใกล้จะได้ขึ้นเครื่องมาดูที่นั่งกันดีกว่าของ A380 ใหญ่มากมี 2 ชั้นกว้างขวาง

ที่นั่งทั้งหมด 507 ที่นั่งชั้นล่าง [Main Deck] เป็นโซน Economy Class ทั้งหมด  

ชั้นบน [Upper Deck] ด้านหน้าเป็น First Class

โซนกลางจะเป็น Business Class 

และ Economy Class บางส่วนจะอยู่ด้านหลังคะ

ก่อนออกเดินทางมาชักภาพรวมหมู่คณะบล็อคเกอร์หลายสาย ท่องเที่ยว และ ความงาม

ยังรวมถึงบุคคลสำคัญที่เราพบเจอกันในสายการบินขาไปครั้งนี้

ทางการบินไทยจะมีคุณเตยที่น่ารักเป็นตัวแทนจากสายการบินและร่วมเดินทางผจญภัย

ไปกับเหล่าบล็อคเกอร์ครั้งนี้ด้วยค่ะ สมาชิกบล็อคเกอร์กิตติมศักดิ์ ภาพล่างสุดประกอบด้วย

ซ้ายไปขวา คุณคมกฤช, คุณเตย[การบินไทย], ลุงเด้ง-ป้าไก่ Hongkongfanclub.com,

เจ้มด cinnamongal.com และ ดิฉันเอง 5555555 หญิงเอิ๊ก

เย่ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วแน่นอน การบินไทยก็นำเรามาปล่อยเดินชมก่อนเช่นเคย

เมื่อได้ขึ้นมานั่งเล่นบนเครื่องก่อน ทางการบินไทยเลยพาทัวร์ FIRST CLASS

ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าลำ A380 สัมผัสเก้าอี้ที่ออกแบบพิเศษให้นั่งอย่างสุขสบาย

ถูกสุขลักษณะ ด้วยเบาะสีครีมสุดหรูหรา และ อุปกรณ์บันเทิง รวมถึงอำนวยความสะดวก

ขณะเดินทางกันอย่างสบาย

เก้าอี้ใหญ่มากอยากจิบอก นั่ง2นางสบายไม่เบียดเสียด เจ๊มดเวลาไปลองนั่งโซนไหน

แกต้องเอาขาสวยๆแกพาดขึ้นไป เราก็จะพาดตาม 5555555 สงสัยทดสอบความสบาย

แบบสุดฤทธิ์สุดเดช 

 

งานละเอียดเครื่องบิน A380 ลำนี้ได้รับเกียรติจากคุณ ปองพจน์ ชาญโลหะ Air Purser

คนสำคัญที่ความรู้แน่นจากการบินไทยมาพาชม พร้อมเล่าข้อมูลมากมาย

โดยให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่อง  A380 อย่างละเอียด และพาเราเดินชมจนทั่วลำระหว่างเดินทาง

ความหรูเพิ่มเติมของ First Class มีห้องน้ำที่สวยงามและมีขนาดใหญ่มากกว่าปกติ 2 ห้อง

กว้างแค่ไหนแน่นอนพอเข้าไปได้เป็น 10 คน 55555 จัดมาให้เพื่อนั่งเล่น แต่งตัว

และ มีโซนพิเศษอยากมานั่งเมาท์มอยส์กับเพื่อนฝูง คุยงาน

คุยธุรกิจได้ที่ Royal First Class Lounge

โดย Royal First Class Bar ก็จะมีให้บริการเครื่องดื่ม ของว่างตลอดการเดินทาง

เอาละเครื่องใกล้จะออกต้องเดินกลับมานั่งประจำที่โซน BUSINESS CLASS ของเรา

แอร์ฯ สวยหล่อมารยาทงามแบบไทยไทยมากค่ะ วัฒนธรรมที่โดดเด่นของไทย

สายการบินไทยของประเทศเราสื่อตรงนี้ออกมาได้ดีมากที่เดียวค่ะ

 

ได้เวลาออกเดินทาง ได้นั่งคู่ Honeymoon Seat กับ เจ้มด @cinnamongal สีของที่นั่งจัดเต็ม

สีม่วงเข้ม สลับกับหมอนสีขมพูสด สัญลักษณ์การบินไทย ทางเดินกว้าง ลำใหญ่ นอนสบาย

แต่ละที่นั่งกว้าง 20 นิ้ว และ มีระยะห่างระหว่างแถวที่นั่ง 74 นิ้ว รวมถึง

ปรับเบาะเอนนอนแบบ 180 องศานอนยืดขายาวๆกันไปเลย เอิ๊กนั่งแถวกลางเป็นแถวคู่

คู่รักมักจองที่นั่งโซนกลาง เก้าอี้จะสวีทติดกัน หรือ เพื่อน หรือ คนสนิทได้ค่ะ

ส่วนใครมาเดี่ยวหรือชอบปลีกวิเวก เลือกโซนด้านข้างสองฝั่งได้เลยคับท่าน

 

เครื่องจะขึ้นแล้ว เย่ เย่ เย่ สามารถชมการเดินทางสด ๆ ได้ที่ช่องInformation 

จะเป็นกล้องติดอยู่ที่ด้านหลังเครื่อง  เลิศมากชอบฟังก์ชั่นนี้มาก เสร็จแล้วก็เปิดเพลงฟัง

ชอบการบินไทย มีเพลงให้เลือกฟังเยอะมากกกกกกกกกกกก ฟังเพลงแล้วอารมณ์ดี

ฟังรอเครื่องขึ้นนิ่งแล้ว อาหารมา 😀 แฮ่ ~

 เมาส์มาก น้ำลายเป็นฟองเลย และก็หิวววววมากกกกกก 5555 มาแล้วคับ

พี่ๆแอร์ฯการบินไทย คนหล่อคนสวย มามอบอาหารให้ลูกเรือตาดำๆ หิวมั่ก ><

ไม่ต้องบรรยายถึงความน่าทาน และ ถ้าหิวเครื่องดื่ม การบินไทยพร้อมบริการตลอดเวลา

อร่อยมากกกกกกกกกก หมดทุกสิ้นทุกสิ่งอย่างลงไปอยู่ในพุง

เตรียมตัวรอกิจกรรมพิเศษถัดไป

เรานอนหลับไปงีบนึง ก็ได้เวลาอันน่าตื่นเต้น ที่ถ้าไม่ได้เดินทางไปกับ

ทีมการบินไทย ก็คงไม่มีโอกาสแน่นอนชาตินี้ นั่นก็คือ

ทัวร์ในเครื่องบิน

Air Purser คุณปองพจน์ ก็มาเชิญพวกเราไปทัวร์ภายในเครื่องบิน A380

รวมถึงพาพวกเราไปที่ห้องนักบิน [Cockpit] มันสุดยอดมากกกกก

ยังพาไปห้องนอนนักบินและลูกเรือ ห้องครัว ห้องเก็บเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย

ลุยยยยยยยยยยยยย ด่านแรกคือ FIRST CLASS พูดไปแล้วตอนต้น

ซึ่งเอิ๊กก็ได้เข้าไปเล่นตอนขากลับ ไปแต่งตัวถ่ายวีดีโอในนั้น

ห้องนอนนักบิน กร๊ากกกกกก นอนเลยยยยยยคับ อย่ารอช้า 5555555

สัมผัสประสบการณ์แบบถึงตัวถึงเตียง เจ้ยยยย นอนเล่นกัน ห้องไม่ได้ใหญ่มากเน้น

พักผ่อนเอาแรงจริงจัง รวมถึงความสูงก็ไม่สูงมาก พื้นที่ใช้สอยสมเหตุสมผล

SAY HI !!! PILOT ของเรากันหน่อยยยย พวกพี่เขายังมีสมาธิครบถ้วน 5555555

ขนาดพวกเอิ๊กไปก่อกวนขอถ่ายภาพคี่หน่อย 3 คน เขาก็ยิ้มสู้เลย 😀

ซ้ายกัปตันกันต์พิพัฒน์ เทพกาญจนา ขวา Co-pilot กฤษณ์ หนูสมแก้ว

ภาพกลางบน เป็นส่วนของห้องใต้บันได มีขนาดเล็ก

ห้องนี้คือห้องควบคุมการทำงานในส่วนของ

Entertainment หรือ ส่วนกระจายเสียงประกาศตลอดการเดินทางของเครื่องบินทั้งหมด

ลงมาอีกชั้นรูปซ้ายบนและด้านล่างทั้งหมด คือ ห้องพักผ่อนลูกเรือ

มาแอบนอนห้องลูกเรือ หรือ บรรดาแอร์ฯของเรากันบ้างดีกว่า

เน้นพักผ่อนจริงจังมากบอกแล้ว พื้นที่ให้นอนแบบหลับสนิทเพื่อเอาแรงจริงๆ

เตียงนอน 2 ชั้นพักได้ 8 คน และ ในกรณีฉุกเฉินจะมีทางออกให้ออกนะคะ 

โดยจะขึ้นไปโผล่ตรงที่นั่งในชั้นประหยัด

ตรงกับที่นั่งหมายเลข 59D ซึ่งเวลาเราขึ้นเครื่อง

เวลาขึ้นเครื่องถ้าเราหาเราจะไม่พบที่นั่งเลขนี้ค่ะ


อีกส่วนสำคัญอีกอย่างคือการเตรียมเครื่องดื่มให้กับผู้โดยสาร โดยจะมีท่อน้ำทิ้ง

สำหรับปล่อยน้ำทิ้งที่ไม่มีสีสกปรกมาก โดยจะกลายเป็นสเปรย์ออกมาเป็นละอองที่ปลายท่อ

ไม่ได้ทิ้งในถังเก็บของเสีย แต่ถ้าของเหลวมีสี เช่น ชา กาแฟ ไวน์

ก็จะถูกนำไปทิ้งในถังเก็บของเสียรวม

แวะมาทักทายฝั่ง ECONOMY ด้านล่างกันหน่อย ที่นั่งสบาย สะอาด สบายตา

ดูจากครอบครัวเจ้าของธุรกิจ COTTON เส้นใยทำผ้า ทำตุ๊กตา นั่งสบาย เอนได้ในระดับนึง

ก่อนจะกลับขึ้นสู่ด้านบนก็ผ่านโซนเตรียมอาหาร ลูกเรือหน้าตาดี มารยาทงามแบบไทย อิอิ

และก็มีการแนะนำทางออกฉุกเฉินด้วย รู้ไว้ไม่ประมาท

เหล่าแอร์ฯที่นี้พร้อมมากกับการเป็นนายแบบ นางแบบ ฉีกยิ้มสวยสู้กล้อง

หลังจะเห็นหน้าตาแอร์ฯไทย เริ่มออกเกาหลีมากขึ้น 5555 โดนวัฒนธรรม ซารางแฮดูดนิดนึง

เอิ๊กนี่ก็โดน 5555

สุดท้ายชอบตอนจอดมากกกกกกกก มีกล้วยไม้มาให้ถึงที่ เอิ๊กเอาถ่ายรูปเล่นสวยงาม

สวยแบบไทยไทย อิอิ <3

ถึงญี่ปุ่น นาริตะโดยปลอดภัย ขอถ่ายภาพกับ 2 ฮี่โร่ประจำการเดินทางนี้หน่อย

ซ้ายกัปตันกันต์พิพัฒน์ เทพกาญจนา ขวา Co-pilot กฤษณ์ หนูสมแก้ว

ขอให้พระคุ้มครองทั้งสองท่าน และ การบินไทยทุกคนนะคะ พาเรามาถึงโดยสวัสดิภาพ

บลอคหน้าเจอกัน ตะลุยนาริตะ และ ยังมีทริป เกาหลี ลอนดอน รออยู่ 😀

XOXO 

กัปตันกันต์พิพัฒน์ เทพกาญจนาและ Co-pilot กฤษณ์ หนูสมแก้ว

Posted in TRAVELComments (0)

DISNEYLAND HONGKONG เปิดหู เปิดตา กับ 3 โซนใหม่ !!

 

 

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารแสนอร่อย พลังมา ร่างกายพร้อม

เอาละ ไปตะลุยที่แดนดิสนีย์แลนด์กันเลยดีกว่า

 

 

โซน 1 GRIZZLY GULCH

เสียดายเสียจริงที่เราไม่สามารถถ่ายรูปโซนนี้ได้เยอะเท่าที่ควรได้แต่ถ่ายรูปเล่นกับฉากที่นี่

เหมือนเราอยู่เหมืองจำลองในส่วนของเครื่องเล่นก็จะเป็นเหมือนเรานั่งรถรางเข้าไปในเหมือง

ตื่นตากับฉากด้านใน มีหมีเต็มไปหมดเลย และแสงสีเสียง ความสนุกของเครื่องเล่น

จัดเต็มแต่ไม่ถือว่าโหด เท่าไหร่ นั่งไปทั้งหมด2รอบ ถือว่าหอบอยู่เหมือนกัน

โซนนี้กว้างอยู่นะ เดินหอบ จะดีกว่านี้ถ้าอากาศในวันนั้นมีลมพัดซะบ้าง

แดดที่นี่แร้งแรง เล่นเอาเราเพลียอยู่เหมือนกัน

 

โซน 2 MYSTIC POINT

Mystic Manor  โซนนี้จัดไปเหนาะๆ 2 ครั้งเช่นกัน คนต่อคิวเยอะมาก

ทั้ง2รอบ ตอนเข้าไปสิ่งแรกที่คิด มันคืออะไร? ดูอลังการงานสร้างดีนะ

แสงสีจัดเต็ม ลักษณะเหมือน เรานั่งรถเข้าไปเยี่ยมชมของสะสม

ที่มีความมหัศจรรย์จากที่ต่างๆบนโลกที่คุณลุงหนวดเจ้าของบ้านแกสะสมอยู่

โดยเจ้าลิงน้อยสัตว์เลี้ยงของแกจะเป็นคนเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้

เราได้รู้กันว่าของแต่ละชิ้นมีความมหัศจรรย์อย่างไร

เราเข้าไปก็นั่งดูเพลินๆ ตกใจบ้าง อะไรบ้าง สนุกดี

 

 

นางในภาพนี้ทำเราตกใจทั้ง2รอบ ชอบอันนี้สุด ฟินเลย ได้กริ๊ด ^^

โซน 3 สุดท้าย ท้าย สุด TOY STORY LAND

 

ต้องบอกว่ากว่าจะมาถึงโซนนี้ได้ ร้อนนะจ๊ะ แต่ไม่หวั่น ก็ดูสิ

สีสัน TOY STORY LAND ล่อตาล่อใจขนาดนี้ เรา2คน ขอไปต่อค่ะ ^_^

สังเกตได้จากรูปแดดจ้า เจิดจรัสมาก

แต่แดดก็แพ้สีสันของเมือง TOY STORY LAND อยู่ดี เจิดจรัสกว่า

 

ชิ้นแรกลองเล่น Slinky Dog Spin กับเอิ๊กเอิ๊กก่อนเลย

ดูไม่รุนแรง น่ารักดุ๊กดิ๊ก เบาๆ เรียกน้ำย่อย

 

อันแรกไม่สะใจ ต่อกันแบบโหดๆไปเลย

RC Racer รถแข่งสีเหลือง วิ่งขึ้นลงไปมา

บนราง คล้ายๆกับไวกิ้งเลย เห็นแล้วน่าหวาดเสียวดี คนกริ๊ดกันสนั่น เราไม่รอช้า

เล่นเลยจ๊ะ 1รอบ พองาม ลงรถมาหัวฟู 5555 มึน รถซิ่งเกิ๊นนน

 

 หัวฟูแล้ว มาโบกสะบัดกันต่อด้วย Toy Soldier Parachute Drop

รูปทรงเหมือนทหารกระโดดร่มชูชีพ เท่าที่จำได้ ในการ์ตูน ก็เป็นคล้ายๆแบบนี้

ทหารตัวเขียวกระโดดร่มชูชีพ เครื่องเล่นมันจะขึ้นๆลงๆ เสียวหน้าท้องดี

 หลังจากเหนื่อยจากการเล่นโลดโผน เรานั่งดื่มน้ำกันสักพัก

แล้วเข้าไปตากแอร์เย็นๆ ที่Shopใน TOY STORY LAND

มาดูสิว่ามีอะไรให้ช็อปปิ้งกันบ้าง  ของให้ช็อปเยอะอยู่นะ เกี่ยวกับToy Story ทั้งนั้น

ใครที่รักการ์ตูนเรื่องนี้ รับรองหมดไปหลายบาทแน่ๆก็มันน่ารักไปหมดเลย

(อ้าวๆน่าแบบโพสหน่อย ของมีไรบ้าง)

  

มอนสเตอร์แบบต่างๆ  ทั้งหมวกทั้งตุ๊กตา เยอะมากจริงๆ 

 

                    ไม้บรรทัดอันหย่ายยยย ขอถ่ายสักแชะ ก่อนพักยกไปหาอะไรหร่อยๆทานดีกว่า

 

เล่นสนุกไปพักใหญ่ๆ เริ่มเย็นแล้วสิ ฝากท้องไว้ที่นี่ CORNER CAFE

บรรยากาศและบริการระดับ A ได้ที่นั่งริมหน้าต่าง และเป็นส่วนตัว

คนเต็มร้านแต่ดูไม่วุ่นวาย อยากแรกสั่งของหวานมาทานก่อนเลย

ชิวๆ แก้ดับกระหาย ร่างกายต้องการความหวาน ช็อกโกแลตลาวา

เสริฟ์พร้อมไอศครีมรสวนิลาและผมไม้ตระกูลเบอร์รี่หลากชนิด ส่วนของคาวแบ่งกันคนละครึ่ง

พออิ่มรีแลกซ์ ชิวๆนั่งดูวิวด้านนอก ตะวันเริ่มตกดิน

แต่ผู้คนเยอะแยะมากมาย ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เดินกันขวักไขว่ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่

บ้างก็มาทั้งครอบครัว บ้างก็มากับเพื่อน บ้างก็มากับแฟน

แต่ทุกคนมีจุดประสงค์เดียวกัน คือ ต้องการมาที่นี่

เป็นภาพที่ดูอบอุ่นดี บอกไม่ถูกเหมือนกัน ^_^

อากาศเริ่มดีแดดเริ่มร่ม เราได้ชักชวนกันไปเดินดูตามShopต่างๆ

ในดิสนีย์แลนด์ มีมากมายหลายร้าน สินค้าก็แตกต่างกันบ้าง

เหมือนกันบ้าง แต่ น่ารักนะ มีทั้งของผู้หญิง และผู้ชาย ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่

มาทีกระเป๋าแบนกลับไป เพราะอันนั้นก็ดี อันนี้ก็ใช่ มาดูสิมีอันไหนถูกใจบ้าง

 

 

 

วันนี้สนุกสุดเหวี่ยง กับการมาเที่ยวครั้งแรกที่ดิสนีย์แลนด์ที่นี่

ประทับใจอะไรในหลายๆอยาก ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ

ขอบคุณเอิ๊กเอิ๊ก ขอบคุณป้าไก่ลุงเด้ง Hongkongfanclub ดูแลดีตลอดทริป

ขอบคุณผู้ร่วมทริปทุกคน ที่เฮฮากันไปทุกที่ แม้แดดจะแรงเราบ่ยั่น 555 เฮ้!!

แล้วพบกันใหม่ทริปหน้า

 

 

 

 

            ปิดท้าย ด้วยปราสาทยามค่ำคืน มีดาว1ดวง อยู่ยอดปราสาทด้วย ได้อารมณ์ดีจริงๆ คะ

 

XOXO

 

 

Posted in ERK-ERK, TRAVELComments (0)

DIARY TRIP – HONGKONG DISNEYLAND HOTEL ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ดินแดนชวนฝัน

 

            ครั้งนี้เป็นการท่องเที่ยวร่วมกันครั้งแรกที่ฮ่องกงกับ Erk-Erk และ อมยิ้ม

เป็นการเข้าร่วมทริปเดินทาง ไปกับ www.hongkongfanclub.com

นำทีมโดยป้าไก่และลุงเด้ง

แห่ง Hongkongfanclub งานนี้ผู้ร่วมทริปนี้มีกันทั้งหมด 10 คนด้วยกัน

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงจากสุวรรณภูมิประเทศไทย

ด้วยสายการบิน Hongkong Airline ชั้น BUSINESS CLASS

พอลงปุ๊บพวกเราก็เดินทางจากสนามบินโดยมีรถบัส

รับ-ส่งพวกเราไปที่ Hong kong Disneyland Hotel

ใช้เวลาประมาณ 45 นาที 

สไตล์การตกแต่งของโรงแรมจะออกแนวเจ้าหญิง ดูอ่อนหวาน หรูหรา ชวนเพ้อฝัน

ดั่งเราอยู่ในเทพนิยาย ประดุจดั่งเป็นหนึ่งในตัวละคร (เวอร์ป่ะ55) แต่เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

            อ้อ!! ลืมบอกไปว่าสิ่งหนึ่งที่ชอบมากตอนเดินเข้ามาในโรงแรมได้กลิ่นหอมๆ

ภายในโรงแรมตั้งแต่ปากทางเข้าตัวโรงแรมเลย มันน่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมเฉพาะ

มันหอมมากจริงๆ ได้กลิ่นแล้วผ่อนคลายดี ส่วนตัวเป็นคนชอบน้ำหอมอยู่แล้วด้วยไง

เจอกลิ่นแบบนี้เข้าไปเลยทำให้เกิดจินตนาการอินไปกับสิ่งต่างๆที่ตกแต่งภายในโรงแรม

พอเข้ามาเราต้องมาติดต่อเช็คอินที่ล็อบบี้เสียก่อน สังเกตว่าพนักงานทุกคนที่นี่

จะติดป้ายชื่อกันทุกคนเลยอ่า ชื่ออังกฤษแต่หน้าหมวยตี๋กันหมด อิอิ

แถมที่นี่มี Free wifi ให้บริการทั่วโรงแรมเลย เราทั้งสองไม่รอช้าค่ะ

Connect ด่วนจี๋  !!! อัพ SOCIAL MEDIA กระจาย 555

                                                                                                                

 

พา ROOM TOUR ห้องที่เราเข้าพักกันเลย เราได้ห้อง ชั้น 6 ห้อง 6008

 

ธีมในห้องนี้เป็น ธีม “สโนไวท์” โทนสีภายในห้อง หลักๆ คือ สีขาว และ สีทอง

ห้องเราเป็นเตียงคู่ มีหน้าต่างบานใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ด้านนอกไม่มีระเบียง มองออกไปเห็นภูเขาด้วย

พื้นปูด้วยพรมลวดลายสวยงาม โคมไฟภายในห้องเยอะมาก

พอเปิดไฟออกมาด้วยดูแบบว่ามีออร่า สว่างสดใส

  

 

การ์ดห้องของเรา กับ

Guide map&Time Guide

คู่มือนำทางในทริปนี้

 

เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องสวย เรียบหรู สไตล์ผู้ดีอังกฤษ

และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในห้อง

 

มีตู้เสื้อผ้าสีขาวใหญ่มาก เปิดออกมามีทั้งหมอนเสริม

ชุดคลุม และรองเท้าสแนปเปอร์เตรียมไว้ให้เรียบร้อย

ในส่วนของรองเท้าใส่เสร็จแล้วเรายังเอากลับบ้านเป็นของที่ระลึกจากโรมแรมได้ด้วย

มีทั้งคู่ใหญ่ และคู่เล็ก สำหรับเจ้าตัวน้อย

คือทุกส่วนภายในห้องจะมีของชุดเล็กเตรียมไว้ให้เจ้าตัวน้อยต่างหาก


ในห้องน้ำมีทั้งอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ กว้างขวาง

กระจกออกแบบเป็นพิเศษดูใกล้ๆจะเป็นรูปสโนว์ไวท์และคนแคระทั้ง 7

 

ของใช้ภายในห้องน้ำ มีกล่องเป็นรูปคนแคระ น่ารัก เราไม่กล้าแกะออกมาใช้เลย อิอิ

ข้างๆอ่างล้างหน้ามีไดร์เป่าผม และกระจกขยาย ชอบฝักบัวที่นี่นะ

น้ำไหลแรงดีมากเหมือนสปาไปในตัว และที่ถูกใจอีกอย่างจะมีสบู่ก้อนเล็กๆเอาไว้ให้เราล้างมือ

สบู่จะมีรูปมิกกี้เม้าส์อยู่ด้วย กลิ่นหอมเฉพาะ อีกนั่นแหละ  

 
ในห้องมีมุมชากาแฟ ไว้ให้บริการอีกด้วยนะ น่าตาจะเป็นแบบนี้ มีทั้งกาแฟและชาอย่างดี
 ยี่ห้ออะไรไม่รู้จำไม่ได้ แต่เคยทานอยู่หลายครั้งละ คอฟฟี่เมต น้ำตาลหลากชนิด 
ให้เราได้เลือกดื่มกัน ดื่มชาจัสมิน ดื่มชาอังกฤษ  ดื่มกันอย่างสนุกสนาน 
เละเต็มห้อง 555 และยังมีน้ำเปล่าไว้ให้ 2 ขวด ด้านล่างมีตู้เย็นขนาดเล็ก และตู้นิรภัยด้วย 
เราได้ลองใช้ไปหมดทุกอย่างในห้อง แม้แต่ตู้นิรภัย ใช้แล้วเช่นกัน
 
หลังจากเรา2คน รีแลกซ์กันประมาณ1ชั่วโมงกว่าๆได้ เราก็ได้นัดเจอกันอีกครั้งกับทีม
 เพื่อเดินทัวร์ชมบรรยากาศส่วนต่างๆทั้งในและนอกโรงแรมกัน

 
 

บริเวณห้องโถงใหญ่ในโรงแรม รอบๆตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่

รับแสงสว่างได้เป็นอย่างดี ผู้คนทยอยมานั่งบริเวณนี้เรื่อยๆ

 

 

เมื่อมองจากชั้นบนลงมา เราจะเห็นวงดนตรี คอยบรรเลงเพลงขับกล่อม ให้เราได้เคลิบเคลิ้ม

ส่วนตัวนะ เหมือนเราอยู่ในปราสาทเลยอ่ะ เหมือนฉากในการ์ตูน ที่มีวงดนตรีอยู่ด้านบน

ส่วนด้านล่างทุกคนสามารถเต้นรำได้ ส่วนเพลงที่นักดนตรีเล่น

ก็จะเป็นเพลงที่อยู่ในการ์ตูนของดิสนีย์แลนด์ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้อง Enchanted garden เป็นห้องทานอาหารบุฟเฟต์ มีทั้ง Breakfast Buffet & Dinner Buffet

การตกแต่งตามชื่อเลย อารมณ์เหมือนทานข้าวในสวน อะไรทำนองนั้น

แต่ในรูปนี่หมดเวลาทานค่ะ ปิดให้บริการ เดี๋ยวตอนเช้ามาใหม่

 

 

 

ชุดเจ้าหญิงหลากสไตล์ที่ตกแต่ง

อยู่ในตู้กระจกสวยงาม

 

เดินถัดมาต้องสะดุดตากับห้องนี้อีกรอบจ้า โอ้วแม่เจ้า ชุดเจ้าหญิงเต็มไปหมด

แต่เสียดายไม่มีไซส์เรา แต่ละชุดบ่งบอกเลยจ๊ะว่ามาจากเรื่องอะไร

ในห้องตกแต่งสวยงาม สไตล์ห้องแต่งตัวของเจ้าหญิง เพราะห้องนี้มีชุดให้คุณหนูๆ

เลือกซื้อเยอะแยะมากมายและสามารถแต่งหน้าทำผม ให้สวยดั่งเจ้าหญิงได้ตามต้องการ

แถมยังมีสตูดิโอถ่ายภาพ พร้อมฉากสวยๆ ในนี้อีกด้วย สามารถนำภาพที่ถ่ายกลับบ้านได้ด้วยนะ

ราคาเท่าไหร่อันนี้เราไม่แน่ใจ แต่คิดว่าคุ้มค่าทีเดียว ถ้าลูกๆลัลลา และมีความสุข จริงมั้ยค่ะ

 

 ของตกแต่งภายในโรงแรม ดูสิน่ารักแค่ไหน มันถูกจัดวางไว้ในตู้โชว์สวยงาม

บางชิ้นก็ถูกจัดวางตามมุมต่างๆภายในโรงแรม น่ารักอ่ะ

 

ที่นี่มีบริการรับจัดงานแต่งงานสไตล์มิกกี้เม้าส์ด้วย อลังการงานสร้างมากกกกก

คงถูกใจสาวกคนรักมิกกี้เม้าส์ไม่น้อย ใครสนใจบ้าง^^

 

 

เดินถัดมาพบกับประตูที่ออกแบบคล้ายกับหนังสือนิทานเล่มใหญ่

พอเดินเข้าไปข้างในมีของเล่นให้เลือกเล่นเยอะแยะมากมาย

และยังเปิดการ์ตูนไว้ให้คุณหนูๆได้ชมกัน

เป็นห้องพักผ่อนสำหรับเด็กๆได้เล่นได้สนุกสนานได้ปลดปล่อยจินตนาการกันที่นี่

มีพี่เลี้ยงดูแลเด็กๆให้ด้วยละพ่อแม่อยากจู๋จี๋ก็มาปล่อยลูกๆ ไว้ได้ 555

                 
 
 

รองเท้าแก้ว ของซินเดอเรล่า อยู่ในแชนเดอเลียร์

สังเกตเห็นถ่ายมาฝาก งามมว๊ากกกก

 

เหนือแชนเดอเลียร์ยักษ์ใน LOBBY เป็นมงกุฎเจ้าชาย เจ้าหญิง

 

บรรยากาศบริเวณรอบๆโรงแรม ที่อยู่ติดริมทะเล  สังเกตพื้นเปียก เพราะฝนตกตอนเรามาถึง

เดินกันจนเหนื่อยและหิวมาก ค่ำคืนแรกวันนี้

เราแวะทานอาหารกันที่ห้องอาหารจีน “Crystal Lotus”

หน้าตาน่าทานทีเดียว รสชาติอร่อย (หรือเราทั้งคู่คงหิว555) อาหารแต่ละจานตกแต่งสวยงาม

ตามคอนเซ็ปต์ดิสนีย์แลนด์ น่ารักจนไม่กล้ากัดเลย แต่สุดท้ายกินเกลี้ยงไม่เหลือ อิอิ

 

เช้าวันใหม่ อิ่มจัดเต็ม กับ Breakfast Buffet ที่ห้องอาหาร Enchanted garden

เพิ่มพลังก่อนไปเล่นเครื่องเล่น ในวันนี้ อาหารนานาชาติ หลายหลายแบบ เลือกกินไม่ถูกเลย

 

 

 

และ ระหว่างที่เราทานอาหารมีแขกคนพิเศษมาทักทาย คุณมิกกี้เมาส์

เราได้ขอถ่ายรูปเป็นที่ระทึก เอ้ย ระลึก สักนิดนึง ถ่ายคู่กันซะเลย

กินกันเต็มอิ่มพลังเริ่มมา เรา 2 คนพร้อมไปลุยใน 3 โซนเปิดใหม่ในดิสนีย์แลนด์

ฮ่องกงกันแล้วละ ติดตามกันว่ามีอะไรใหม่ๆบ้าง ในบลอคหน้านะ บับบาย

 
 
XOXO

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Posted in ERK-ERK, TRAVELComments (0)

DIARY – erk-erk เที่ยวเยอรมันบ้านเกิดEucerin lll

ภาค 1 เยี่ยมบ้าน EUCERIN

ภาค 2 เยี่ยมศูนย์วิจัย EUCERIN

ภาค 3 เยี่ยมสถาบัน EUCERIN

ภาค 4 เที่ยวเยอรมันกับ EUCERIN วันที่1 วันที่2

ภาค 5 เที่ยวเยอรมันกับ EUCERIN วันที่ 5 วันที่6

2 วันสุดท้ายยยยยยยยยยย ลุยยยยยยยยยยยย ! 

ช่วงเช้าเราไปร่วมงานเปิดตัวงานวิจัย EUCERIN HYARULON FILLER

CLICK ที่ภาพ

แล้วมาต่อท่องเมืองฮัมบรูกด้วยบัสแดงงงงง

CLICK ที่ภาพ

บรรยากาศเยอรมันในวันที่อากาศเย็นสบายกำลังดี แล้วนั่งรถชมรอบเมือง รถไม่ติด

สวรรค์ บ้านเมืองโล่งสะอาด ใช้สีโทนร้อนส่วนใหญ่ เหลืองไล่ไปจนแดง ส้ม

อาจจะเพราะอยู่ในช่วงใบไม้กำลังผลัดเปลี่ยนสี ไล่สีสวยงาม

 

บรรยากาศบนรถบัส และ รอบๆ มีสองชั้น ชั้นบนเปิดประทุน 555 บรรกาศดีแต่

แดดยังส่องเลยไม่กล้าขึ้นไป อิอิ <3

ถ่ายกับคุณหมอคนเก่งอีกท่านในทริปนี้ ก็นอนด้วยกันนินะ 5555 ผศ พญ รังสิมา

ประเด็นคือนั่งฟังเรื่องผิวหนังกับแกอยู่

หนาวจนปากแตกเลือดไหลออกมาเอง – – ” แหะ แหะ

เข้าสู่ช่วงหัวค่ำ กาล่าดินเนอร์ 

ทำไมคุณหมอผิวหนังหน้าเป๊ะ ผิวแน่นเอี๊ยดกันทุกคนเลย <3

ค่ำคืนมีงานเลี้ยง และ มีกิจกรรมแจกรางวัลสำหรับคนที่ตอบคำถาม EUCERIN ถูก

ขณะที่อยู่บนรถบัส ซึ่งประเทศไทยเก่งมาได้ประมาณ 2 รางวัลจากหลายประเทศ

พี่ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ในภาพเอิ๊กนั่งทานข้าวร่วมกับ คุณเบียร์นิตยสาร

มาดามฟิกาโร่ และอีกคนจากนิตยสาร อิมเมจ และ ภาพคุณน้องผู้บริหารใหญ่

ทางEUCERIN และ ผศ.แพทย์หญิงรังสิมา ซึ่งในโต๊ะ ก็ได้มีโอกาสฟังผลงานวิจัย

ของEUCERIN HYALURON FILLER ในเรื่องการซึมผ่านลงผิวหนังแท้ได้

เพราะมีโมเลกุลขนาดเล็กระดับดาลตัน ซึ่งตอนนั้นก็ฟัง แต่เดี๋ยวจะรายงานผลค่ะ


อาหารมื้อนี้อร่อยมากกกกกกกกกกก แต่เราไม่ได้ทานเนื้อ อิอิ ทานปลาลงท้องไปละ

อีกวันก่อนลากลับบ้านขึ้นเครื่อง เราจบที่ภัตตาคารอาหารจีน

อร่อย แต่เยอะมากทานไม่หมด บรรยากาศดีสุดพลังไปเลยค่ะ

คิดถึงบ้านจังค่ะ เป็นทริปที่ความรู้แน่นมาก

จนเอิ๊กต้องกลับมาพิสูจน์กับคนสูงวัยที่บ้านซักหน่อย พร้อมลองของด้วยตัวเอง

อิอิ

กลับบ้านเรายักษ์รออยู่ 555

CLICK ที่ภาพ

ขอบพระคุณสำหรับทริปสุดพิเศษทริปนี้ด้วยนะคะ เปิดโลกทัศน์มาก

ว่ากว่าครีมแต่ละตัวของ EUCERIN จะได้มาผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง

กราบขอบพระคุณ EUCERIN และ ทุกคนที่ร่วมเดินทางจนกลับมาโดยสวัสดิภาพค่ะ

บลอคถัดไปจะมา REVIEW ตัว EUCERIN HYALURON FILLER กันค่ะ

XOXO

Posted in TRAVELComments (0)

DIARY – erk-erk เที่ยวเยอรมันบ้านเกิดEucerin Il

ภาค 1 เยี่ยมบ้าน EUCERIN

ภาค 2 เยี่ยมศูนย์วิจัย EUCERIN

ภาค 3 เยี่ยมสถาบัน EUCERIN

ภาค 4 เที่ยวเยอรมันกับ EUCERIN วันที่1 วันที่2

กลับมากับภาค 5 เที่ยวเยอรมันกับ EUCERIN วันที่3 วันที่4

วันนึงไปหลายที่มาก มากจนหิวตลอด EUCERIN น่ารักคืออยากให้ทุกคน

ได้ชมสถานที่สำคัญ สวยๆเต็มที่ๆประเทศบ้านเกิดของเขา คือ เดี๋ยวลงๆเดี๋ยวลง

วันนี้เป็นลุคแซนตี้ จัดผ้าพันคอเขียว เสื้อแดง ลองจอนเหลือง 555555

ซึ่งเมืองไทยไม่กล้าแต่งค่ะ

เอาล่ะ เริ่มกันที่แรก “BERLIN WALL” เป็นอีกสถานที่สำคัญก่อนการรวม

ร่างระหว่างเยอรมันตะวันออก เยอรมันตะวันตก แต่คาดว่าโดนเพนท์จนดู

บังเกิดความสดใสไปเรียบร้อยแล้ว

SOCIALCAM กำแพงเบอร์ลิน CLICK ที่ภาพค่ะ

ที่ที่สอง PERGAMON MUSEUM อีกสถานที่ประวัติศาสตร์

ที่สำคัญโดยคงโครงสร้างเดิมไว้ยาวนานแทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลง คงเดิมประมาณ 60%

สวยมาก อารยธรรมมากมาก ใครชอบประวัติศาสตร์เยอรมันอย่าพลาดที่นี่

สวยมากมุมนี้ 🙂 วันนี้คนเยอะมาก สงสัยเยอะทุกวัน มีเด็กมาทัศนศึกษาเต็มเลย

คนไทยก็เยอะค่ะที่นี่

รูปปั้น กำแพง ดูขลังมาก ถ่ายไป ถ่ายไปก็มีแอบหลอนนิดนึง …

SOCIALCAM เพอกามอน มิวเซียม CLICK ที่ภาพค่ะ

วันนี้อากาศเย็นจัดลองจอนสองชั้นตัวกลมดิ๊กเลย

และแล้วเวลารอคอยก็มาถึงทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารไทย ชะช่ะช่า

หิวมากถ่ายมาแค่ไอติมมะม่วงอะ อร่อยมากกกกกกกกกกก

ข้าวผัดกระเพราะ ไข่เจียวร้อนๆ ผัดผัก ยำ โอยยยยยยยย ลืมกดชัตเตอร์เลย 55

วันนี้เราจะได้เดินทางไปบ้านเกิด EUCERIN ซะที นั่นคือเมือง Hamburg

ด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูง เร็วแค่ไหน 555555555 ต้องคอยชม

SOCIALCAM สถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงเบอร์ลิน CLICK ที่ภาพค่ะ

บรรยากาศในสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง BERLIN

SOCIALCAM บนรถไฟฟ้าเบอร์ลิน มันเร็วยังไง ? CLICK ที่ภาพค่ะ

ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึง Hamburg ดีใจมาก และก็นั่งรถบัสไปที่พักคืนนี้ อิอิ

วิวรอบๆ เมืองนี้ค่อนข้างดูทันสมัยพอๆ กับ BERLIN แหล่งชอปปิ้งแบรนด์เนม ลึ่ม!!

ลึ่ม = มาก

และแล้วคืนนี้เราได้นอนพักที่ MARIOTT HAMBRUG เข้าไปโทนแดงขาว

สีประจำแบรนด์ EUCERIN เลย มีการ์ดเชิญเข้างานอีเวนท์วันต่อไปเรียบร้อย

SOCIALCAM เข้าพัก MARIOTT CLICK ทีภาพค่ะ

เวลารอคอยก็มาถึงอีกครั้ง กับอาหารค่ำ อิอิ วันนี้ลุย ขาหมูเยอรมัน

ออเดิฟ ขนมปังก่อนเลยระหว่างรอ และ เอิ๊กสั่งนมหวานทุกมื้อ ฮ่าๆ เด็กติดนมหวาน

อร่อยทุกอย่าง ขนมหวาน สลัด ซุป แต่ สิ่งที่รอคอยรสชาติแบบไม่ไหว

ขาหมูใหญ่มาก เขาสั่งเสริฟคนละขาเลย แต่รสชาติคนไทยทานไม่ได้เลย เค็มมาก

หนังแข็ง เอามีดฟันไม่เข้า 555555555555 ฟันก็แทบจะหักเลย

กลับห้องนอนหลับฝันดีเลยอดทาน >< ของคนไทยชนะเลิศค่ะ 55555

เช้าวันที่ 4 วันนี้ต้องเข้า LAB EUCERIN ขอแต่ง BUSINESS CASUAL จัดเลยสูท

เรียบร้อยยยยยยยยย 🙂 และ เมื่อออกเดินทาง คือ ท่องเที่ยวจริงๆ วันนี้เริ่มต้นที่

ไปชมเมือง HAMBURG แบบ 360 องศา เห็นเมืองจากหอคอย

แค่ทางเข้า สถาปัตยกรรมเขาสวยงามมาก เคลิ้มทุกที่ มันดูอบอุ่น

ฟิตร่างมาพร้อมจะขึ้นดอย เอ้ย หอคอย อยากชมความสวยงามของเมือง

บรรยากาศบนหอคอยแบบ 360 องศาเห็น HAMBURG ทุกมุม คือ เหมือนเมืองจำลองเลย

บ้านเมืองเขาสวยจริง สะอาด สดใส เหมือนอยู่ในหนังสือนิยาย ทุกมุม !!!!!!

ถามว่าอยากอยู่ไหม ตอบเลยว่าไม่ !!! 55555 ฉันรักเมืองไทยค่ะ

SOCIALCAM ขึ้นหอคอยชมเมืองฮัมบรูก CLICK ที่ภาพค่ะ

เสร็จแล้วเข้าโบสถ์เซนต์ไมเคิลกันต่อ ไปสารภาพบาป 555555555

โบสถ์ สวย อลังการ สีในฝัน ชอบ สงบ ร่มเย็น แต่คนก็ต่างมาต่างไป

เมื่อสารภาพบาปเสร็จแล้ว ว่าทำยังไงความอยากสวยจะน้อยลง

อยากสวยมากแล้วเดือดร้อนตัวเอง 5555 อิอิ ล้อเล่นนะ หลังจากตอนเช้าเดินกันซักพัก

ก็ทานอาหาร มาแล้วช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยจริงๆ เดินแต่ละจุดพลังงานใช้มาก

มากจนลืมถ่ายรูปอาหาร 555 วันนี้รับทาน อาหารจีนร้าน GOLDEN 

พออิ่มแล้วเราก็อารมณ์ดี 555 หน้าชื่นตาบาน จะไปไหน ไปกัน

และแล้วเราก็จะไปล่องเรือชม HAMBURGไปชมเมืองกันทางน้ำบ้าง

คาดว่าถ้ามีเฮลิคอปเตอร์ EUCERIN ก็คงพาขึ้นไปชมอีกแน่แท้

SOCIALCAM ล่องเรือชมเมืองฮัมบรูก CLICK ที่ภาพค่ะ

แอบถ่ายคู่คุณซอนย่า กับ ฝามี จะบอกว่าเขาสวีทมาก น่ารักมากๆคู่นี้ หวานหยด

ลงเรือสีเหลืองแดดเรืองรองกันไป ชมวิวจ๊า

บรรยากาศน้ำใส หาขณะไม่เจอเลย บ้านเมืองเขาโทนสีน้ำตาล ดูอบอุ่นเนอะ

แต่สู้บ้านเราไม่ได้หรอก มีหลายสี สีรุ้ง 555555

สวยงามมมมมมมมมมม

นั่งกันเป็นชั่วโมง ไปกลับ เพื่อเห็นวิวรอบๆ แต่มันก็ไกลตาเหมือนกัน เสร็จแล้ว

ก็จะข้ามฝั่งไปพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญอีกที่ พิพิธภัณฑ์ของจิ๋ว

SOCIALCAM เที่ยวพิพิธภัณฑ์ของจิ๋ว CLICK ที่ภาพค่ะ

MINIATUR WUNDERLAND

ของจิ๋วน่ารักจริงๆนะ และคนที่มาเที่ยวก็จิ๋วๆทั้งนั้น เสียงเด็กเฮลั่น

ดีใจ ตื่นเต้น คนเยอะมาก ซักพักต้องออกมา เดินกลับไปนั่งรถเพื่อกลับโรงแรม

พักเดินซื้อของซักพัก ก็จะรับประทานค่ะอาหารกันต่อ 5555

ภาพสวยจัง อิอิ ใครถ่ายหน้าเอ๊ะๆ 55555555 ก็เดินกลับไปขึ้นรสบัสกัน

พอถึงโรงแรมก็ไปเดิน H&M ให้เงินหายเล่นนิดหน่อย เงินร่วงไป 2000 บาท 50 ยูโร

อืมบอกตรงๆ อืมมมมมมมมมมม เสียใจ 5555 แต่เราก็เดินต่อ

SOCIALCAM แวะH&M CLICK ที่ภาพค่ะ

เมื่อเดินเหนื่อยมาก เราก็ต้องกลับโรงแรม ไปยัง LOBBY เพื่อเดินทางไปทานอาหาร

วันนี้อาหารค่ำไฮโซมาก เยอะจนทานไม่ไหว แต่จะบอกว่า รอนานมาก เพราะเขา

ทำด้วยใจทีละจาน แบบเชฟชื่อดังมากของที่นี่ และคิดว่าแพงมาก บริกรหน้าตาดี

เนี๊ยบสูตร พูดเพราะ สวมถุงมือเขา ดูแลอย่างดี ข้อเสีย อย่างที่บอกอาหารช้ามาก

จนอิ่มขนมปัง แต่บรรยากาศเลิศหรูมาก

บรรยากาศที่สุดของที่สุด คืนนี้เป็นอาหารค่ำที่พิเศษมาก อยู่กับเกือบ 4-5 ชั่วโมง :p

ขนมปังแทบจะหมดถาด 55555555 รอหลับเลย

แต่ทุกจานถูกประดับมาอย่างละเมียดละไม ดูดี สวยงาม น่าทาน อร่อยทุกอย่าง

และแล้วกลับโรงแรมปุ๊บ หลังสนิทเลย เพราะคืนต่อไปต้องเตรียมตัวไป

งานใหญ่เปิดตัวผลวิจัย EUCERIN HYALURON FILLER ที่เขียนไปแล้ว

วันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อนจะกลับมาอัพเดทวันที่ 5-6 ต่อสัปดาห์หน้า รักนะ จุ๊บุ จุ๊บุ

XOXO

Posted in TRAVELComments (1)

DIARY – erk-erk เที่ยวเยอรมันบ้านเกิดEucerin I

วันนี้ขอย้อนเวลากลับไปเล่าถึงทริปยูเซอรีนกันต่อว่าไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง

เที่ยวตล๊อดตลอดเดินทาง 14-21 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ตอนแรกนั่งทำรูปทีละอัน กลัวบลอคจะโหลดไม่ไหว จึงทำรูป MIX กันดีกว่า

แค่นี้ก็ 42 รูปแล้วค่ะ รอโหลดหน่อยนะจ๊ะ สำหรับ 2 วันแรก ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เดินทางโดยสายการบิน British Airways ไปลงลอนดอน

และ ต่อเครื่องไปอีกครั้ง สนามบินลอนดอนคนเยอะมากมากจ๊า

แน่นอนว่าเราไม่แต่งหน้า และทาครีมมาเตรียมนอนลูกเดียวจากประสบการณ์นั่งเครื่องนาน

จากลอนดอน ต่อเครื่องมาลง Frankfurt ซึ่งมีติดปัญหาด่านตรวจนิดหน่อยทำให้เรามาถึงช้า

และนั่งทานอาหารเพื่อรอผู้ร่วมเดินทางที่ติดอยู่สนามบินประมาณ 3 ชั่วโมง ฮ่าๆ และ

ร้านอาหารที่เรามาถึงและได้รับประทานเป็นร้านแรก ร้านในโรงแรม PARK INN

รถรับส่งส่วนใหญ่ที่นี่เป็น BENZ หมดเลยฮ่ะ ดูชื่อโรงแรมฉูดฉาดมากดู COLORFUL

พอเข้าไปทานอาหารจะบอกว่าบรรยากาศเรียบง่าย เป็นกันเอง พนักงานบริการดีเลิศ สุภาพ

มารยาทดี และ แข็งแรง เพราะยกจานเสริฟ์ทีนึงหลายจานเลย จานใหญ่ทั้งนั้น

บรรยากาศสว่าง ฟ้าโปร่ง อากาศหนาว(ไม่มากพอทนได้) ร้านเรียบสะอาด มีดีไซน์

กำลังฝึกถ่ายภาพ แบกเจ้ากล้องใหญ่ไปด้วย ไปฝึกถ่ายอาจจะไม่สวยเพราะเรามือใหม่ฮิฮิ

การตกแต่งร้านดูดีมากเลยล่ะ แต่คนไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่รู้เพราะหนาวมากรึเปล่าคนไม่ค่อยมี

เมนูอาหารเสริททีละจานมีครบหมู่ และ ครบของคาวหวาน ขออภัยจำเมนูไม่ได้

แน่นอนว่าเครื่องดื่ม หรือ ขนมปังจะมาก่อนเสมอระหว่างรอชุดใหญ่ ก็จะมาเป็นซุป

และตามด้วยเนื้อเป็ด พร้อมแป้งมันปั้นเป็นก้อนแทนคาร์โบไฮเดรต และ

ตบด้วยของหวานที่น่าทาน และ อร่อยมากมายจริงๆ <3 กด LOVE

เสร็จแล้วก็นั่งคอยสมาชิกที่เหลืออีก 2 ชั่วโมง นั่งย่อยเลยทีเดียว

ขอถ่ายตัวเอง 1 ภาพ 5555 ทริปนี้เลยไม่ค่อยมีรูปตัวเองไม่ว่ากันนะ เกรงใจทุกคน

เลยมีแต่บรรยากาศ และ เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากัน ก็ไปแวะชมเมืองFrankfurtกันซักนิด

สวย สด สีไม่ตกเลย ไม่รู้สร้างมานานไหม แต่สวยมาก

ทุกอย่างดูสะอาดเหมือนภาพวาด

สวยมากแต่มันเย็นแล้ว แสงเลยหมดเร็ว ที่นี่พระอาทิตย์ตกปกติ ไม่ได้ตกช้า

เรามาถึงมันเย็นเลย จึงเดินได้ไม่นานต้องเดินทางต่อเพื่อไปพักโรงแรม PULLMAN

ก็เดินทางต่อไปที่เมือง Erfurt ด้วยรถบัสแต่วันแรกโชคไม่ดีรถชนกัน

รถติดไปกลายเป็นเดินทางอีก 6 ชั่วโมง อากาศตอนกลางคืนหนาวสุดพลังไปเลย

เลยต้องแวะทานอาหารแถวปั๊ม แวะ ร้าน MART แถวนั้นหน่อย หิวมากมาย ><

และอร่อยมากมาย ทานไส้กรอกเยอรมัน และ เนื้ออร่อยๆ

เขาห้ามถ่ายภาพ เลยมีเท่าที่เห็น หลังจากโดนสั่งเก็บกล้อง ฮ่าฮ่า

และคืนนี้โรงแรมที่เราพักคือ PULLMAN โชคดีที่ได้นอนกับคุณหมอรังสิมา อิอิ

โรงแรมระดับหลายดาว สวย สูง ลิฟต์แก้วใสกิ๊ง แต่มันดูเหงาและสลัว เลยรีบเข้านอน

เช้าวันใหม่ตื่นมาบรรยากาศดีเลย หนาวเย็นกำลังดี 10 กว่าองศาเก็บกระเป๋า

เตรียมเดินทางไปอีกเมือง POTSDAM

อัดคลิปทักทายชาวบ้านหน่อย ค่าโทรศัพท์ปาไปเกือบ 4,000 บาท ทริปนี้ อัดปล่อยกระจาย ฮ่า

เสียงก็ไม่ค่อยมีแต่คิดถึงคนอ่านทางนี้ ขอนิดนุง <3 วันนี้แม้ไม่สบายแต่เราก็สดใสต่อไป

วันนี้เป็นวันของเมือง Erfurt อยากบอกว่า EUCERIN พาเที่ยวหลายเมืองคุ้มมาก

แม้อย่างละนิดอย่างละหน่อย แต่ก็เปิดประสบการณ์ของเอิ๊กได้มากมายซึ่งไม่เคยมา

มาถึงพบแก๊งค์แม่มด พ่อมดน้อยก่อนเลย น่ารักจริงๆ ดูสถาปัตยกรรมบ้านเขาสิ สวยมาก

เหมือนมันไม่เคยเก่าเลย

ขออนุญาตชักภาพร่วมกันไอดอลคนหนึ่งในชีวิตในเรื่องการประสบความสำเร็จ

ด้วยตัวเอง คุณหมอรังสิมา นั่นเอง อิอิ

ทีม EUCERIN คุณโอ๋ คุณจอย ดูแลดีมากค่ะ 

เที่ยวตลาดปลาของ ERFURT

ชมวิหารMARIENDOM

รถไฟ รถบัสเขาสีสันตัดกันมาก 🙂

ครูพี่เลี้ยงเด็ก และ เด็กเพียบ ดูอบอุ่นมาก

เข้ามาเดินด้านใน Erfurt สวยมาก น่าเดินเล่าสุดๆ โทนการตกแต่งดูละมุนแม้สีสัน

ก็เป็นสีสันที่ดูละมุน นุ่มนวล แบบตุ่นๆ สีไม่โดด ดูแล้วสดใส สว่างสไว

น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อารมณ์ร้านกาแฟเชียงใหม่เดินกันซักพัก

นั่งรถต่อไปเมือง POTSDAM ไปแวะทานข้าวก่อน

ระหว่างทางดูต้นไม้เปลี่ยนสีสวยงาม ไล่สีกันเลย นั่งนานมากกกกกก 55555 หิวมากอีกแล้ว

และแล้วก็ถึง POTSDAM 

สวย หลงไหล ดู MODERN สุดสุด ที่นี่ค่าออกแบบตึกรามบ้านช่องถูกรึไง 555

ยังไม่เห็นบ้านหรือตึกขี้เหร่เลย

และก็ถึงร้านอาหาร โอยยยย หิวมากกกกกกก รับประทานขนมปังหมดหน้าตักเลย

บรรยากาศหน้าร้าน ภายในร้าน จัดเหมือนต้อนรับ ฮาโลวีน 

DISPLAY ที่เขาใช้จัดก็จะนำผลไม้ หรือ อะไรที่ดูมีกลิ่นอายธรรมชาติเข้ากับร้านมาแต่ง

อาหารมื้อนี้ก็อร่อยมากอีกตามเคย หนูหิวค่ะ 5555 มีแรงต่อละค่ะ จากนี้ไปเราจะเดินทาง

ไปบ้านเกิดเอิ๊กกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า พระราชวัง ซองส์ซูซี ที่เมือง BERLIN ไปกันต่ออีกเมือง

ทริปนี้มาราธอนมากฮะ .. 

ถึงแล้วเพคะ พระราชวังซองส์ซูซี งดงามตระการตามากประทับใจที่นี่ที่สุด

(SANS SOUCI) ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสในความหมายว่า “ไร้กังวล”

เดิมเป็นพระราชวังของกษัตริย์เฟรดเดอริกและเป็นที่ฝังพระศพพระองค์

มีทะเลสาปรายล้อมยิ่งใหญ่ และมีต้นไม้ร่มรื่นเป็นสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

ทุกอย่างในพระราชวังห้ามแตะต้อง และ ห้ามใช้แฟลชรึเปล่าไม่แน่ใจ ภาพจึงอาจจะมืดบ้าง

ในนี้ทุกอย่างถ้ามาได้เห็นจะรู้ว่ามีอายุเหมือนกัน คือ

กระจกมันเบลอเก่าบางบานส่องเงาไม่ได้ มันบอกอายุ มันเป็นประวัติศาสตร์

มันสวยมากบ่งบอกถึงความประณีตและเลือกใช้แต่สีทอง สีที่สูงส่ง

ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดว่า ราชวงศ์ หรือ กษัตริย์ จะแทนด้วยสีทอง

หนึ่งในห้องทำงานกษัตริย์ ห้องหนังสือ เห็นชุดพระองค์ไหม ที่สุดจริงๆ

สวยสง่ามากเขียวขาวทอง

น่าจะเป็นห้องรับแขกฟังไม่ทัน เพราะต้องรีบถ่ายรูปวันนึงมีคนเสียเงินมาชมพระราชวังเยอะ

ต้องรีบเดินรีบเก็บภาพ

ยิ่งใหญ่ อลังการมากมากมากมากเพคะ

ห้องบรรทมเป็นห้องที่มีหลายแบบ หลายสี เป็นคอลเลคชั่นเลย

ชอบห้องสุดท้ายที่สุด เป็นห้องบรรทมที่สวยมาก ได้บรรยากาศสงบ พักผ่อน

บริเวณพระราชวังที่ล้อมไปด้วยสวน และ ทะเลสาป มันกว้างมาก เนื้อที่เยอะมากจริงๆ

สวยมากกกกกกกกกกกกกก คนนะ 55555 ล้อเล่น

เต็มอิ่มกันเลยไหมวันนี้ ฮี่ ฮี่ สวยมากกกกกกกกกกก วันนึงจะซื้อบ้านแล้วแต่งข้างใน

แบบนี้ ฮ่าๆๆๆ ชอบสีทอง ทอง ทอง ทอง

กลัวคิดถึงโผล่หน้าซักหน่อย ไม่มีคนถ่ายให้ทำใจนะ มีมุมเดียว 5555555

ข้างหน้าพระราชวัง ดูแล้วไม่ค่อยเข้าธีมเท่าไหร่ 5555 เย็นพอดีเตรียมไปทานอาหาร

กลับไปพักผ่อนวันนี้เดินเยอะทีเดียวทานเยอะด้วย

แล้วตอนเย็นก็แวะไปทานอาหารย่านSHOPPING

ดูไฮโซมาก มีแบรนด์เนมเพียบ แต่เราหิวอะ ไม่มีอารมณ์ส่อง 555

มื้อเย็นของวันนี้ฮะ อร่อยทุกอย่าง หนูช๊อบชอบ นอนหลับสบายละวันนี้ ทานนมทุกมื้อเลย

แล้วเข้าพักที่โรงเรม ESTEL ก่อน ณ เมือง BERLIN พรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ

ESTEL อลังมาก

เสียดายเหนื่อยไม่ได้ลงอ่างเลย 555 หนาวด้วยละ

การเดินทาง 2 วันนี้ดูเหน็ดเหนื่อยมาก เพราะต้องเก็บของย้ายโรงแรม แต่เราชอบมาก

EUCERIN จัดเต็มจริงๆ พรุ่งนี้จะได้ชมอะไรต่อนะ มาติดตามกันบล็อคหน้าเร็วๆนี้ค่ะ

วันนี้ลาไปก่อนรักนะ ชุ๊บ ชุ๊บ

XOXO

Posted in TRAVELComments (1)

DIARY – erk-erk ไปเยี่ยมสถาบัน EUCERIN SKIN INSTITUTE ภาค 2

ภาค 3 เป็นภาคต่อของการเยี่ยมชมใน EUCERIN SKIN INSTITUTE

ภาค 1 CLICK ภาค 2 CLICK

ฐาน3 ไปจับส่วนผสมทดสอบกันแบบถึงเนื้อถึงตัวของ HYALURON

น้องเป็นผู้หญิง ขาวใส ดูบริสุทธิ์ ผุดผ่องมากค่ะน้องไฮย่า

พี่ขอจับน้องหน่อยนะ 55555

ฐานนี้นั่งกันประชิดมาก เพราะเขาจะมาปาด น้องไฮย่า [ HYALURONIC ] ให้ถึงที่

เรารู้สึกว่าแม้จะใส ขาว บริสุทธิ์ แต่มีความเหนียว และ หนืดพอตัว และอุ้มน้ำ

คือชุ่มมือนานมาก ไม่ใช่อารมณ์น้ำมัน แต่เหมือนเจลใสที่มีความหนึบ และชุ่มมาก

อย่างที่บอกว่าเป็นส่วนผสมหลักของ สูตร HYALURON FILLER ซึ่งสกัดจากแบคทีเรีย

จะเป็นผงนำไปผสมGLYCINE SAPONIN + น้ำ ทำให้เป็นเจลอีกที 

มั่นใจได้ว่าไม่มีสัตว์น้อยใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องตามนโยบายโลกสวยของ EUCERIN

ไม่ทดสอบ ไม่ทดลองในสัตว์ แล้วเขาก็นำเจลไฮย่าลงไปผสมในครีม ก่อนนำไปเทส

ไปทดสอบการเปลี่ยนแปลงเวลาอุณหภูมิเปลี่ยน ไปทดสอบในผิวมนุษย์จริง

เอาละเมื่อได้เล่นกับไฮย่าอย่างสนุกสนาน เราก็พักทานอาหารรสเลิศ ที่อุดมไปด้วยสุขภาพ

มีทั้งปลา เต้าหู้ น้ำผักที่หายาก แต่มีประโยชน์ ขอโทษที่ไม่มีรูปเพราะหิวจัด

กินเสร็จไปถ่ายรูปเล่นแถวหน้าเวที คุณหมอนลินี บำรุงราษฎร์ เป็นช่างกล้องให้ อิอิ

และแอบถ่ายแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ EUCERIN HYALURON FILLER ตัวจริง38 ยังเป๊ะ

คุณ ซอนย่า คูลลิ่ง COOL มากกกกกกก นิสัยน่ารักเวอร์

เอาละไปลุยกันต่อ ทานข้าวอิ่มแล้ว ไปฐาน 4 ชมร้านยากัน 🙂

ฐาน4 ไปทัวร์ร้านยาเยอรมันกัน

ร้านขายยาในนี้ ชื่อว่า AM DERMATOLOGIKUM อย่าถามออกเสียงยังไงนะ ไม่รู้ 55

สังเกตุภาพผนัง ชวนให้เดินเข้ามาแล้วรู้สึกว่ามันมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ข้างในใหม่กิ๊ก

ซึ่งแตกต่างจากร้านข้างนอกมาก ดูคลาสสิค แต่แอบไปด้วยความ HIGH ของ

เทคโนโลยี และ การบริการ ที่นี่เป็นของเอกชน ไม่ใช่ของ EUCERIN

นอกจากจัดสถานที่ให้เห็นถึงศักยภาพที่แตกต่าง น่าเชื่อถือ

จุดเด่นมีเภสัชกร หรือ แพทย์ผิวหนังให้คำปรึกษาได้

ภายในจะมีผลิตภัณฑ์มากมาย หลายแบรนด์ที่เรารู้จักและเคยเห็นกันในเมืองไทย

ที่นี่เป็น PARTNER ของ EUCERIN เราถือว่าเขาใจกว้างมากนะ เพราะเปิดโอกาส

แบรนด์คู่แข่งให้มีสิทธิ์เขามาวางขายในนี้ และ วางในจุดระดับเด่นที่ดึงดูดสายตาได้

ปรบมือเลย น้ำใจนักกีฬามาก ที่นี่นอกจาก ยา จะมี สกินแคร์ เครื่องสำอาง ฯลฯ

ร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เราไปวิเคราะห์สภาพผิวกัน ถ้าคนที่มาซื้อสกินแคร์มีปัญหาผิวหนัง

เภสัชกรก็จะแนะนำเดินไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังฝั่งตรงข้ามเลย จุดเด่นอีกอย่างมีห้องกระจก

จะเห็นหมดเขาจัดยาอะไรให้เราด้านใน ทำอะไรดูโปร่งใส ชัดเจน ถ่ายทอดสด 55

ฐาน5 เปิดเผยงานวิจัยล่าสุดของEUCERIN HA FILLER

เป็นผลสรุปสั้นๆนะคะกลัวเพื่อนๆงงกันค่ะ บางคนอาจจะมองว่าสูตร

EUCERIN HYALURON FILLER มันออกมา 10 ปีแล้ว มันมีอะไรใหม่เหรอ

งานวันนี้จุดสุดยอดอยู่ 2 ฐานสุดท้ายนี้ละ Dr. Nicola

เปิดเผยตัวไฮย่าเพิ่งได้พบการวิจัยใหม่

สอดคล้องกับวิธีการชะลออายุของเราในปัจจุบัน คือ การฉีดฟิลเลอร์

เพื่อเติมเต็มร่องลึก และ ทำให้เราดูอ่อนเยาว์ลงไปโดยเมื่อใช้คู่กับ

สูตรไฮย่านี้ซึ่งผลิตโดยเทคโนโลยีนาโนที่อัดไฮย่าในระดับเล็กมากเพื่อให้ซึม

ลงไปสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ได้จริงๆ

ซึ่งปกติครีมทั่วไปมักซึมอยู่แค่ชั้นกำพร้า

และทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปนั้นอยู่นานขึ้นกว่าปกติ


มาดูผลทดสอบบางส่วนกันดีกว่า

ผลงานวิจัยกล่าวถึงการทดสอบ

การใช้ EUCERIN HYALURON FILLER + การฉีดฟิลเลอร์

เส้นสีฟ้าเป็นการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเฉยๆ

เส้นสีน้ำเงินเป็นการฉีดฟิลเลอร์ + ใช้ผลิตภัณฑ์ EUCERIN HYALURON FILLER

ในเรื่องริ้วรอยข้างดวงตาจะเห็นได้ว่าสัปดาห์ที่ 7 เป็นต้นไปผลลัพธ์การคงตัวด้านที่

ฉีดฟิลเลอร์ + ใช้ผลิตภัณฑ์ EUCERIN HYALURON FILLER หลังใช้ไปซักระยะจะช่วย

พยุงทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น และ คงตัวตื้นมากกว่า ฉีดแค่ฟิลเลอร์เพียวๆ

รวมถึงความชุ่มชื่นของผิวเมื่อวัดแล้ว ถ้าเราฉีด + ใช้ผลิตภณฑ์ HA ด้วย

ผิวชุ่มชื่นขึ้นกว่า ผิวไม่แห้งเท่าฉีดฟิลเลอร์HAเฉยๆ

ทั้งนี้รวมถึงความเรียบเนียนของผิวเมื่อฉีด+ใช้ ก็ดีกว่าด้วย

ที่เขาไม่ได้วิจัยเรื่องนี้ตั้งแต่ 10 ปีก่อนในความคิดเอิ๊กคิดว่าฟิลเลอร์พึ่งมาบูมมากจริงๆ

ไม่ถึง 5 ปี แต่อย่าลืมว่าชะลอได้ ไม่ใช่ช่วยได้ 100% แต่นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์เหมือนกัน

ที่เมื่อเราเสียเงินฉีดฟิลเลอร์ไป แล้วรอให้มันสลายหมดแล้วเติมใหม่

ถ้าเราใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ชนิดทา ซึ่งราคาถูกกว่าจะคงผลได้ดีกว่า และ ยืดกว่าได้

แม้เล็กน้อยก็มองว่าเทคโนโลยีเขาล้ำเหมือนกัน ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ลงไปกระตุ้น

การสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังแท้ได้จริงๆ เราจะเห็นน้อยครีมนัก

ฐานสุดท้าย

ฐาน6 เจาะลึกการทำผลวิจัยเกี่ยวกับ EUCERIN HYALURON FILLER

ได้รับเกียรติจาก Dr. Frank Rippke – MANAGER SCIENTIFIC ENDOSMENT

 

มาเล่าถึงขั้นตอนที่ 1 การทดสอบกับกลุ่มตัวอย่าง47คน อายุเฉลี่ย 51.7 ปี

โดยไม่ได้บอกว่าข้างไหนเป็นผลิตภัณฑ์ EUCERIN HYALURON FILLER

แต่จะใช้ทาทั้งสองข้างในจำนวนชิ้นผลิตภัณฑ์ที่เท่ากัน

ทั้ง DAY-NIGHT CREAM FLUID EYE CREAM

ครึ่งหน้าทาของจริง-ครึ่งหน้าทาครีมที่ไม่มีส่วนผสมอะไรอยู่เลย

ทดสอบกันยาวมากกว่าทุกตัวที่เคยทดสอบ คือ เกือบ 5 เดือนเต็มเพื่อดูผลลัพธ์

เนื่องจากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใช้เวลาเป็นเดือนๆ ไม่ใช่จะได้ผลทันทีที่ทา

ขั้นตอนที่ 2 ก็จะทาผลิตภัณฑ์จริงครึ่งหน้า อีกครึ่งทาที่ไม่มีส่วนผสมอยู่ ทากันถึง 1 เดือนเต็ม

จากนั้นสัปดาห์ที่ 5 จะฉีดสารฟิลเลอร์ที่เป็น HYARULONIC ACID

เข้าไปทั้งสองฝั่งของใบหน้าและฉีดอีกทีสัปดาห์ที่ 7

ระหว่างนั้นเก็บผลตลอดระยะเวลาการทดสอบ

ในรูปจะบรรยายรอยตีนกา แล้วจะสังเกตุผลของผลิตภัณฑ์ที่หลังจากฉีดฟิลเลอร์จะเป็นยังไง

นับการมีประสิทธิภาพที่เราวิจัยคือ 14 สัปดาห์ เพราะ 4 สัปดาห์แรกเราทาทดสอบโดย

ยังไม่มีการฉีดฟิลเลอร์เข้าไป

ขั้นตอนที่ 3 วัดผลแบบเจาะลึก ทั้งความชุ่มชื่น ริ้วรอย

การส่งเสริมประสิทธิภาพการฉีดฟิลเลอร์ ความอยู่ทนทานที่มันเสริมให้กับการฉีด

สรุปเมื่อทั้งทาผลิตภัณฑ์ EUCERIN HYALURON FILLER

+ ฉีด HYALURON

เห็นชัดว่ารอยย่นข้างที่ฉีด + ทาริ้วรอยน้อยกว่าฉีดอย่างเดียวจริงๆ เห็นชัดมากก

ค่ำคืนวันนั้น ก็ได้ทั้งเซ็ตมา ไม่พูดพร่ำทั้งแผลเขาบอกกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ใช่ไหม

ใช้ซะเลย อย่างบอกว่าตัวเซรั่มทาแล้วรู้สึกเหมือนหน้าเคลือบฟิลม์ชุ่มๆบางๆ และ

สูตรผิวแห้งนั้น เนื้อหนักอยู่เหมือนกัน เข้มข้นมากมากกว่าทุกสูตรที่ได้ลองมา

ผลจะเป็นยังไงจะมารีวิวนะคะ วันนี้ก็เล่าได้ยาวมาก จบละ จุดสุดยอดทั้ง 3 บลอค

บลอคหน้าเราจะไปชมเมือง ชมนก ชมไม้ ชมอะไรสวยๆที่ EUCERIN TRIP

พาไปเที่ยวกัน เยอรมันเป็นเมืองที่สวยมาก ดูไฮมาก ชอบมากกว่าอเมริกา

ไม่ชอบอย่างเดียวห้องน้ำไม่มีที่ฉีด 55555555555555555 แล้วพบกันบลอคหน้าค่ะ



 

Posted in SKIN, SKIN CARE, TRAVEL, WRINKLEComments (2)

DIARY – erk-erk ไปเยี่ยมสถาบัน EUCERIN SKIN INSTITUTE

 

 

 

 

ภาค 1 ผ่านไป หลังจากเราไปเยี่ยมบ้าน EUCERIN เรียบร้อยถึงกระบวนแต่ละขั้นตอนกว่าจะออกมา 1 ผลิตภัณฑ์ รวมถึงการทดสอบมากมายเพื่อให้เข้ากันได้กับผิวผู้บริโภคทั่วโลก วันนี้เราไปต่อภาคเยี่ยมชมสถาบันผิวหนัง EUCERIN SKIN INSTITUTE กัน ตั้งอยู่ย่าน STEPHANSPLATZ ใจกลางเมือง HAMBURG 

ซึ่งบูรณะมาจากสำนักงานไปรษณีย์เก่า [ ดู hiso มากนะสำนักงานไปรษณีย์เยอรมัน 55 ]

ของเราจะอยู่มุมขวาของตัวตึก มีธงสีน้ำตาลโบกสะบัด

หลายคนคงอยากรู้ว่าภายในสถาบัน EUCERIN แห่งนี้มีอะไรบ้าง ต่างจากสถาบันเวชสำอาง

บ้านเราหรือไม่ หลักคือเปิดให้คนทั่วไป สามารถเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง

และสามารถวิเคราะห์ใบหน้าของเราด้วยเทคโนโลยีที่ละเอียด เพื่อจะได้รู้ว่าปัญหาผิวหน้า

แบบนี้จะให้การรักษาแบบไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง และต้องถูกวิธี โดยเลือกใช้

เวชสำอางที่ปลอดภัย และ มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องบอกก็รู้นะ ว่าจะเป็นเวชสำอางอะไรนอกจาก

EUCERIN ฮ่า ฮ่า

เมื่อเปิดประตูสีน้ำตาลกระจกเข้าไปด้านใน ข้างในจะดูสีน้ำตาลอิฐ ดูVINTAGEมาก แต่ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างมีระบบ ระเบียบ แบ่งออกเป็นโซนๆ ผนังด้านในส่วนหน้าอาคารเป็นกระจกแก้วรับแสง [ ว่าแต่เราถ่ายดอกไม้มาทำไม แทนที่จะถ่ายให้เห็นผนังชัดชัด ] ด้านในสถาบันก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับ EUCERIN ทุกชนิด

 

เนื่องจากเป็น EVENT งานเปิดตัว การค้นคว้าวิจัยใหม่ที่ได้จาก ผลิตภัณฑ์ EUCERIN HYALURON FILLER ก็มีสื่อต่างๆจากทั่วทุกมุมโลกมารับฟังการบรรยายงานวิจัยที่เพิ่งค้นคว้า และ เปิดเผยให้ได้รู้ถึงศักยภาพใหม่ของไลน์ผลิตภัณฑ์ HYALURON FILLER นี้

 

การเปิดงานเล่าถึงความเป็นมาของ EUCERIN ตั้งแต่ต้น รวมถึงความเป็นมาของ การทำการศึกษาผลงานวิจัยครั้งนี้ สไลด์ของเขาไม่ได้ หวือหวา กราฟฟิคอลังการ จะสไตล์หมอผิวหนัง เน้นข้อมูลล้วนมาคุยกันให้เห็นภาพ ความเป็นจริงในแง่การศึกษาที่เกิดขึ้นจริง ทดสอบ ทดลองประสิทธิภาพจากกลุ่มคนจริงๆ แต่ไม่แน่ใจมีการทดสอบกับชาวเอเชียไหม แต่ที่รู้คือ ส่วนมาก EUCERIN ทดสอบทุกสีผิว และ มี LAB ของผู้บริโภคผิวเอเชียอยู่แล้ว

วันนี้มีด้วยกัน 6 STATION 6 ฐานเรียงซ้ายไปขวา ซ้ายไปขวา

ที่จะมอบประสบการณ์ให้ได้รู้จักกับสถาบันนี้รวมถึง

ตัว EUCERIN HYALURON FILLER 

  1. ฐาน1 เราก็จะไปตรวจ วิเคราะห์สภาพผิว แบบเฉพาะบุคคล
  2. ฐาน2 เราจะไปพบกับส่วนผสมหลักที่มีประสิทธิภาพของEUCERINแต่ละสูตร
  3. ฐาน3 ไปจับส่วนผสมทดสอบกันแบบถึงเนื้อถึงตัวของ HYALURON
  4. ฐาน4 ไปทัวร์ร้านยาเยอรมันกัน
  5. ฐาน5 ไปคุยกับแพทย์ผิวหนังและเปิดเผยงานวิจัยล่าสุดของEUCERIN HA FILLER
  6. ฐาน6 เจาะลึกการทำผลวิจัยเกี่ยวกับ EUCERIN HA FILLER กับแพทย์ผิวหนัง

ไปลุยฐาน 1 กัน

ฐาน1 เราก็จะไปตรวจ วิเคราะห์สภาพผิว แบบเฉพาะบุคคล

ขณะเดินเข้ามาด้านในเป็นประตูกระจกใสขอบน้ำตาล ใหม่กิ๊กเพราะที่นี่เพิ่งเสร็จต้นปีนี้

เข้ามาด้านในจะมีผลิตภัณฑ์ EUCERIN ทุกตัวให้บีบมาทดสอบบนผิวหนัง หรือหยิบเล่น

หยิบจับได้เลย ลองได้ทุกตัว ไม่มี BA หรือใครวุ่นวายใจ แต่หากต้องการคำแนะนำเขาก็จะมา

มีหลายสูตรไม่มีขายในไทย ทุกตัวเป็นภาษาท้องถิ่นหมดเลย นั่นคือฉลากเยอรมัน

การจัดเรียงค่อนข้างเรียบ แต่ทันสมัย ดู High เทคโนโลยี

และ รู้สึกว่าวันที่ไปจะมีการจัดให้ตัว EUCERIN HYALURON FILLER โดดเด่นขึ้นพิเศษ

สิ่งสำคัญในการสถาบันนี้ขึ้นมา นอกเหนือจากการทำวิจัย และ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ EUCERIN

คือ เชื่อว่าสิ่งสำคัญ 3 สิ่งของการมีสุขภาพผิวที่ดี คือ

  1. การวิเคราะห์สภาพผิว
  2. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  3. การรักษา และ ดูแลผิว 

 ที่นี่จึงมีทั้งมีเครื่องตรวจสภาพผิว SKIN CODE READER ที่พัฒนาที่นี่ที่เดียวในโลก ความสามารถของมัน คือ ตรวจ และ วิเคราะห์สภาพผิวของคนแต่ละคนและสร้างโปรไฟล์เก็บไว้ซึ่งมีการกำหนดเป็นรหัส 10 ตัวของแต่ละคน เหมือน บาร์โคดเวลาเราไปซื้อสินค้า ก็จะมีบาร์โคดของแต่ละชิ้นไป ใช้หลักการแยกเหมือนกัน โดยจะอ่านสภาพผิวแบ่งเป็น 10 มิติ [ เสียดายวันงานคนเยอะ ไม่มีโอกาสได้ทดสอบ เซ็งเลย ] ทั้งความชุ่มชื่น ความยืดหยุ่น ระดับความแพ้ ใช้เวลาตรวจประมาณ 25 นาที และต้องเสียเงินค่าตรวจประมาณ 16.50 ยูโร หรือ 600 กว่าบาท หลังจากตรวจ วิเคราะห์

เวลาตรวจผิวเสร็จเขาก็วิเคราะห์ออกมาเป็นกราฟแบบนี้

วิธีตรวจก็จะมีเครื่องที่เรียกว่า EUCERIN SKIN DIANOSIS ที่มีหัวมากดลงบนที่ผิวเราเบาๆ

ภาพขวาล่างสามารถส่ง SKIN GREETINGS ไปยังอีเมลล์ โดยกดส่งได้เป็น

multi touch screen ยาว 3 เมตร ตอนนี้ยังมีที่เดียวในโลกอยู่ เสียดายลืมไปจิ้มเล่น 555

ห้องนี้ก็เช็คความหน้ากลัวของใต้ผิวว่ามีปัญหาอะไรซ่อนอยู่ 555 ใช้แสงหลายสี ถ่ายเห็นชั้นลึก

เห็นกันไปจนถึงระดับใต้ผิวเลย อยากลองๆๆๆๆๆ เสียดายอีกตามเคย

เมื่อตรวจกันละเอียดแล้ว ถึงเวลาพบผู้เชี่ยวชาญ เขาก็จะแนะนำทรีทเมนท์ที่เหมาะสม

กับสภาพผิวของเราและปัญหาผิวที่พบเจออยู่ขณะนั้น 

ฐาน2 พบกับส่วนผสมหลักที่มีประสิทธิภาพของEUCERINแต่ละสูตร

เริ่มจากการก่อนที่เริ่มคิดว่าจะใช้ส่วนผสมอะไรกับปัญหาผิวเราก็ต้องหา Scouting Fields

เพื่อดูทั้ง IN CORE และ OUT CORE ที่มีผลกระทบต่อผิวทั้งหมด

จะเห็นว่าเช่น OFF CORE การที่เราติดยาเสพติดส่งผลต่อผิวเรามากภายในระยะเวลาไม่กี่ปี

เมื่อเสร็จแล้วนั้น เราจะมองหาส่วนผสมที่น่าสนใจ หรือ ACTIVE INGREDIENTS ที่เกี่ยวข้อง

ที่มีความน่าจะเป็นไปได้มาทดลองในทางวิทยาศาสตร์ดูก่อน

ห้องนี้มาแนววิทยาศาสตร์กันเลยทีเดียวส่วนผสมตั้งเต็มไปหมด และ มีการลองทำวิธีทดลอง

ให้ดูด้วย นอกนั้นแต่ละโต๊ะด้านหน้าจะมีหน้าตาส่วนผสมหลักที่มีประสิทธิภาพที่เลือกใช้

ใน EUCERIN แต่ละสูตรให้เห็นหน้าเห็นตากันชัดเจนมาก ก่อนที่เขาจะมาผสมลงในครีม

ให้เราทา เราก็ได้พบหน้าพวกส่วนผสมเหล่านี้ ในวันนี้

ในสูตร HYALURON FILLER นั้นส่วนผสมหลักที่มีประสิทธิภาพที่เขาเลือกใช้คือ

SAPONINE – HYALURONIC ACID

หรือในสูตร WHITENING จะใช้ B-RESORCINOL เพื่อยับยั้งเม็ดสีเมลานินอย่างปลอดภัย

สูตรไหนมีส่วนผสมอะไรเป็นส่วนประกอบหลักเขาจะตั้งข้างกันเลยดังภาพ

เขาก็นำมารวมกับส่วนผสมรองอื่นๆ ที่ทดสอบอย่างขนานใหญ่ว่าหลอมละลายรวมกันได้

อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านกัน แต่จะสนับสนุนการทำงานของกันและกัน

และ ได้ค่าความเป็นกรดด่าง หรือ PH ที่เหมาะสม ข้อด้อยและเป็นข้อดีในเวลาเดียวกัน

EUCERIN ไม่ใส่น้ำหอม ทำให้เราได้สูดดมกลิ่นเหล่านี้แบบแจ่มจรัส เวลาเขาทดสอบ

เขาจึงต้องมีการชิมไป บ่นไป ไม่ใช่ๆ ดมไป ทำไป ฮ่าๆ

เพื่อทำให้กลิ่นธรรมชาติของส่วนผสมที่หลอมรวมกันมันออกมาดีที่สุด

และ สารพวกนี้ที่เลือกนั้น ก็ต้องมีมากพอในอนาคตด้วย ไม่ใช่หาสารแบบหายาก

แค่ 2 ฐานก็สำหรับบทความนี้ เราไปต่อกันที่ ฐาน 3-6 บทความหน้าก็จะเข้มข้นเรื่อยๆ

ยากเหมือนกันนะ ในการที่คนๆนึง เป็นเสมือนผู้บริโภควันๆใช้ๆๆอ่านฉลากๆใช้ๆ

ไม่รู้ความลำบากของการคิดค้น เลย และทีมาฟัง ก็บอกได้เลย ถ้าไม่ได้เป็น

BEAUTY BLOGGER เราก็อาจจะงง ไปอีกพักใหญ่ๆ 5555555

มาตามอ่านตอนต่อไปกันนะ จะได้รู้กันว่างานวิจัยใหม่ของตัว

HYALURON FILLER คืออะไร ออกมาตั้ง 10 ปีกว่าแล้ว จะค้นพบอะไรกันอีก

Posted in SKIN, SKIN CARE, TRAVELComments (3)

DIARY – erk-erk ไปเยี่ยมบ้าน EUCERIN <3

 

ทริปสุดพิเศษนี้เป็นครั้งแรกที่ EUCERIN พาสื่อหลายแขนงไปเยี่ยมบ้านเกิดที่เยอรมัน เมืองแฮมเบิร์ก หรือ ฮัมบูร์ก [ HAMBURG ] พร้อมกับทัวร์ความเป็นมา และการทำงานของ EUCERIN แบบ EXCLUSIVE ว่ากว่าจะได้ออกมาให้เห็นแต่ละสูตรที่ทั่วโลกได้ใช้กัน มีความเป็นมาอย่างไร และ กว่าตัวนึงจะออกมาใช้เวลานานแค่ไหน ?

 

ซึ่งเอิ๊กได้รับโอกาสที่ดีจาก EUCERIN และ ผู้ใหญ่ใจดี ในฐานะสื่อทางด้าน BLOG

และทุกคนยังจะได้เข้าร่วมงามเปิดตัวผลวิจัยล่าสุดของ EUCERIN HYALURON FILLER

DIARY จะมีทั้งหมด 7 BLOG รอติดตามนะคะ ภาคแรก เราจะไปทัวร์ ศูนย์ R&D

ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับนานาชาติของบริษัท Beiersdorf บริษัทระดับโลก

ยักษ์ใหญ่ผู้ปลุกปั้นแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดี เช่น EUCERIN, NIVEA

อายุของบริษัทก็ไม่มากเท่าไหร่แค่เกือบ 120 ปีเท่านั้นเอง ส่วน EUCERIN

เกิดเมื่อ ค.ศ. 1900 ที่เยอรมัน เมื่อ DR. ISAAC LIFSCHTZ ค้นพบส่วนประกอบสำคัญ

และนำไปจดสิทธิบัตรโดย มีชื่อว่า ” ยูเซอริท ” ลักษณะเหมือนขี้ผึ้งสกัดจากขนแกะ และ

นำมาผสม ไว้ในรูปแบบของครีมบำรุงผิวพรรณ ที่ได้ตั้งชื่อว่า “ยูเซอริน ” แปลว่าขึ้ผึ้งที่สวยงาม

ประวัติ การพัฒนา มีให้อ่านเพิ่มเติมอีกเพียบ http://www.eucerin.com/th/about-eucerin/

 

คืนก่อนที่เราจะได้เดินทางไปสู่ศูนย์วิจัย&พัฒนาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมันนั้น

เราได้เข้าพักโรงแรม MARRIOTT HAMBURG ซึ่งเอิ๊กได้นอนกับคุณหมอเพ็ญคนสวย

อิอิ คนตาม SOCIALCAM คงรู้แล้ว ก็มีเป็นจดหมายเชิญทางการ และขนมน่ารักต้อนรับ

[ ภายในห้องจะอบอุ่น เป็นธีมสีเลือดหมูตามสีแบรนด์ EUCERIN เลย อิอิ

ส่วนคุณหมอคิดถึงลูกสาวตัวน้อยมากๆ เป็นคุณแม่ไอที คุย skype กับเด็กๆทุกวัน ]

และ ในวันรุ่งขึ้น เราก็เดินทางไปลุยกันถึงแล้ว ศูนย์ R&D ของ EUCERIN

ทุนสร้างประมาณ 1,500 ล้านบาท กับพื้นที่ 16,000 ตร.ม.

เราจะเห็นหอประชุมเด่นชัดก่อนเลย หรือหลายคนเรียกว่า PHILOSOPHER’S STONE

การออกแบบหอประชุมแห่งนี้ก็ถ่ายทอดอุดมการณ์อย่างมาก เพราะเป็นการจำลอง

สภาพเซลล์ผิวมนุษย์โดยขยายออกมาให้ใหญ่ขึ้น [ เพิ่งรู้ว่าเซลล์เราจะต่อๆกันแบบนี้นี่เอง ]

ที่แห่งนี้จะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆที่เกี่ยวกับผิวหนังอยู่เสมอในแง่ของ

ผลงานวิจัยของศูนย์R&Dแห่งนี้ที่เด่นๆ ผลลัพธ์เป็นที่น่านำเสนอ ก็จะส่งต่อกันที่นี่

เพื่อให้เกิดการต่อยอดงานวิจัย และ พัฒนาให้ได้ผลลัพธ์ในการค้นหาวิธีดูแลผิวหนัง

ที่ดียิ่งขึ้น และ นำไปพัฒนาเทคโนโลยีชนิดเหลวต่อไป

 

ขอ 3 คำ ยิ่ง ใหญ่ มาก

 

เข้ามาด้านในจะพบป้าย BEIERSDORF ใหญ่มาก ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเวชสำอาง

จะมีระดับศาสตราจารย์ของทาง EUCERIN เยอรมันคอยให้ข้อมูลในห้องทดลอง

และภาพนี้เป็นการรวมแพทย์ผิวหนัง 4 ท่านจาก 4 โรงพยาบาล ศิริราช บำรุงราษฎร์

สมิติเวช และ วิชัยยุทธ รวมถึงทีมผู้บริหาร EUCERIN ประเทศไทย 1 ท่าน และ

แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ EUCERIN HYALURON FILLER

คุณ พิม ซอนย่า คูลลิ่ง ชอบภาพนี้ เพราะมีแต่ผู้เชี่ยวชาญ 5555

ห้องแรกที่ได้มีโอกาสเข้าชม คือ หอประชุมที่จินตนาการเอาเซลล์ผิวหนังมนุษย์มาขยายนั้นแล

ที่นี่จะมีนักวิจัย นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันต่างๆ รวมถึงมหาลัยที่เกี่ยวข้อง มาแลกเปลี่ยน

องค์ความรู้ในด้านผิวหนังกันที่นี่ ของจริงใหญ่ปานกลาง แต่ดูตกแต่งไฮเทคมาก อย่างล้ำ

เขาบอกว่าที่ศูนย์ R&D แห่งนี้นอกจากจะยิ่งใหญ่และยังล้ำมาก

(ทันสมัย) ที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมัน หลังจากนั้น จุดไคลแมกซ์ที่อยากจะเล่าไม่มีภาพ

เพราะเขาห้ามถ่ายภาพ เล่าแล้วจินตนาการตามมานะตัวเธอว์

เราก็ได้หลุดเข้าไปยังศูนย์ทดสอบที่เป็นส่วนสำคัญของที่นี่

จากนั้นเขาก็พาทีมที่มีกัน 20 กว่าชีวิตทั้ง EUCERIN ไทย, คุณหมอ, สื่อนสพ.

สื่อPR, สื่อนิตยสาร และตัวฉัน 555 เข้าไปในดินแดนมหัศจรรย์ซึ่งห้ามถ่ายภาพ

ขอเล่าแบบไม่ลงลึกนะคะ รายละเอียดเยอะจริง

กลัวเดี๋ยวเพื่อนๆจะมึน แล้วปิดหน้านี้ไปก่อน เอาพอประมาณ

หลักในการผลิตผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่มีคุณภาพของ EUCERIN

  1. วิจัยสูตรและส่วนผสมที่คัดเลือกสารมาจากกว่า 1,000 ชนิด
  2. จำลองเนื้อเยื่อของเซลล์ผิวหนังมนุษย์ขึ้นมาเพื่อทดสอบ
  3. เมื่อได้ผลจึงเริ่มทดสอบกับผิวมนุษย์ปกติ
  4. เมื่อทดสอบผิวมนุษย์ปกติ ก็จะมาทดสอบกับผิวที่แพ้ง่าย หรือ เป็นโรคทางผิวหนัง
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างสูงสุด ภายใต้สารที่ค้นคว้า วิจัย พัฒนามาแล้วว่ามีประสิทธิภาพที่สุด 

 บรรยากาศมีแต่คนผิวดีหน่ะ เรื่องจริง ฝรั่งไร้กระอะ คิดเอา อืมอย่างนี้สิน่าเชื่อถือ เหมือนคนขายครีมแก้ฝ้า แต่ยังเป็นฝ้าอยู่ ตรงนี้มีผลมาก เอิ๊กสังเกตุผิวทีม EUCERIN เยอรมันทุกคนเลย ถึงจะอายุมากแต่ผิวสุขภาพดี มันกระจ่าง แบบโกลว์อะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะปกติเม็ดสีผิวของพวกเขาจะขึ้นจุดด่างดำง่าย นี่ไม่พบเลย

มีงานวิจัย แปะ โดยรอบ เท่าที่เห็นเวลาคนเราทดสอบข้างในชั้นผิวหนังเขามักจะฉีดสีเข้าไป แล้วสังเกตุสีที่วิ่งเข้าสู่ด้านในเอา เขาไม่ผ่าชิ้นเนื้อมาเทส เหมือนกับสัตว์ที่บางบริษัทยังใช้วิจัยอยู่

 EUCERIN ทำน้ำตาไหล เมื่อรู้ว่า เขาไม่ทดลองกับสัตว์เลย กว่า 20 ปีที่อยู่มา เพิ่งทราบจริงๆ

 ห้องทดลอง ทดสอบถูกจัดเป็นส่วนๆ อยากบอกว่ามันเล็กมาก เข้า 2-3 คนน่าจะกำลังดี คงเพราะเขาน่าจะอยากให้แต่ละทีมมีสมาธิ ถ้าอยู่เยอะ อาจจะสมาธิแตกซ่านได้ [ คิดเอง ]

 ห้องแรกที่ไป คือ ห้องการจำลองเนื้อเยื่อมนุษย์ออกมา และ หยดสารที่ต้องการทดสอบลงไป เช่น ไวท์เทนนิ่ง และมีเนื้อเยื่อหลาย 4 ผิวด้วยกัน และ มีภาพขยายของผิวหนังที่ผิดปกติ ผิวแพ้ ผิวเป็นโรคภูมิแพ้ หรือ สะเก็ดเงินให้ดู ว่าเวลาขยายชั้นผิวหนังดู จะเป็นแบบไหน เมื่อทดสอบได้ผลดี จึงนำไปทดสอบกับผิวปกติ และ ผิวแพ้ง่าย รวมถึงผู้ที่มีโรคผิวหนัง จำนวนหนึ่งกลุ่มทดสอบต่อไป

 ได้ไปเห็นห้องที่เข้าใช้คัดเลือกส่วนผสมที่เยอะกว่า 1,000 สาร ใช้ตู้เก็บอย่างดี อย่างล้ำแบบเทคโนโลยีชีวภาพ


ที่นี่ลงมาด้านล่าง ซึ่งเก็บภาพได้บ้างละ แต่ห้องแต่ละห้องก็ไม่ใหญ่มาก  จุได้ประมาณ 10 คน
แต่เรามากันคณะใหญ่ก็เบียดเสียดกันเข้าไป

มาตรวจถุงใต้ตากันก่อนเลย 55555 รวมถึงริ้วรอย ห้องนี้ถ่ายแล้วซูมริ้วรอยชัดมาก
ความยับของใต้ตา ขนาดพ่อหนุ่มที่ไปนั่งเป็น CASE STUDY วันนี้หน้าตึงๆ
ซูมจริงเริ่มมีริ้วรอยแล้ว เอาไว้ดูว่าใช้ครีมแล้วเป็นไง มาขยายผิวดูอย่างชัดเจนกันที่ห้องนี้
หลักจากทีม EUCERIN เยอรมันพูดจบ
เราก็ได้ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาวเป็นคนแปลทุกฐาน เนื่องจากเป็นผู้หญิงคนนึงที่คร่ำหวอด
ในวงการวิจัย และ เป็น speaker แพทย์ผิวหนังระดับนานาชาติ มาสรุปทุกฐาน
ความจำดีเลิศมาก คือ เขาพูดจบหมดแล้วคุณหมอถึงมาแปลอีกทีอย่างยาวเท่าๆกัน
ตบมือให้ คุณหมอ รังสิมาหลายๆทีเลยค่ะ ประเด็นคือสอนเข้าใจง่าย
เด็กโง่วิทย์อย่างเอิ๊กเข้าใจเลย 5555555555 <3

ห้องนี้คุณหมอรังสิมาบอกว่าเป็นที่ไฝ่ฝันมาก เนื่องจากเปิดรับอาสาสมัครที่ได้รับค่าจ้าง
โดยแต่ละคนต้องผ่านการอบรม เพื่อให้เป็นมาตรฐาน และ ลงคะแนนการทดสอบให้เป็น
เป็นระยะเวลาครึ่งปี ก่อนที่จะเริ่มทำงานจริง ค่าจ้างครึ่งชม. ประมาณ 200 บาท
ในกรุ๊ปนึงแต่ละคนก็จะต้องทดสอบครีม ตั้งแต่ความรู้สึก ความมัน ความชุ่มชื่น ฯลฯ
โดยมีการแบ่งเป็นเกรดให้ทราบเลยแต่ละส่วน โดยมีการควบคุมอย่างใกล้ชิดจากนักวิจัย
ผู้เชี่ยวชาญย่างที่บอกว่าเมื่อส่วนผสมทดสอบในเนื้อเยื่อที่จำลองมาแล้วผ่าน
ก็จะมาทดสอบกับผิวคนปกติ

 

มันคือเครื่องที่เอาไว้บันทึกคะแนนของครีมที่เราทดสอบ เช่น ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
ว่าคนที่ทดสอบ ลองใช้รู้สึกยังไง และอาจต้องมีการจับเวลาดูความมันที่จะเกิด
 ความหนืด เมื่อใช้เสร็จก็ต้องบันทึกคะแนนลงในเครื่องนี้ ในห้องจะคุมอุณหภูมิอย่างละเอียด
 
หลังจากนั้นก็เดินไปอีกฝั่งซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน

อิอิ ชุดยูนิฟอร์มน่ารัก ขาวแดง EUCERIN มาเลย มันอยู่ช่วงหนาว ต้นไม้เปลี่ยนสีสวยมาก
และโซนนี้อยากให้คนที่คลั่งไคล้สกินแคร์ได้มาเห็น มันแบบอลังมาก จะบอกว่าเขาห้ามถ่ายรูป
ศร้ามากเลย เพราะเรื่องนี้มันยาก เอิ๊กจะขอนำทุกท่านเข้าสู่ช่วงจินตนาการล้ำเลิศอีกครั้ง
บรรยากาศภายใน 

 เป็นห้องโถงยาวเดินสบาย กว้าง ติดกระจก มีแสงแดดสาดเข้ามา อุดมไปด้วยนักวิทยาศาสตร์ และแพทย์ผิวหนัง 

ชั้นวางโชว์ผลิตภัณฑ์

 ผลิตภัณฑ์ EUCERIN มีทุกสูตร ตระการตามาก 

ผิวพรรณของพนักงานที่นี่

 ทุกคนผิวดี กระจ่าง สุขภาพเปล่งปลั่งไม่ต่างจากสองโซนแรก สงสัยจะอาบ EUCERIN 

การทดสอบ

 ตามแต่ละโต๊ะของทุกคนจะมีส่วนผสมที่ตั้งไว้ทดสอบการแปรสภาพเวลาเจอแสงเป็นเวลากี่วัน กี่เดือน ก็แล้วแต่จะกำหนด เพื่อดูว่าส่วนผสมที่ผลิตมานั้น หากเจอแสง อุณภูมิที่เย็นมาก ร้อนมากจะเกิดการเปลี่ยนแปลง และหรือ ประสิทธิภาพลดลงไหม โดยตั้งไว้ใกล้แสงแดด หลายอันเลย ดูความคงตัว หลังจากนั้นจึงนำส่วนผสมในรูปแบบครีมที่ได้ทำขึ้นมามาลอง เพื่อจะได้รู้ว่า ส่วนผสมที่ใช้ยังมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร ที่มีการทดสอบตรงนี้ เนื่องจากเอาไว้ดูเวลาขนส่งกระจายไปทั่วโลก อุณหภูมิที่ต่างกัน จะทำให้ครีมยังมีคุณภาพที่ดีอยู่ไหม ในการทดสอบก็จะเริ่มจากผิวปกติ ตามด้วยผิวแพ้ง่าย และผิวที่เป็นโรคผิวหนัง เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย

ส่วนผสมผลิตภัณฑ์

 เต็มไปด้วยส่วนผสมทางวิทยาศาสตร์เหมือนในหนังเลย โดยมีระบบคอมพิวเตอร์เป็นตัววัดน้ำหนักส่วนผสมทุกอย่างๆเที่ยงตรง และมีการผสมสารเพื่อทดลองกันได้เลย ณ ที่นี่ หลังจากมีคนคิดสูตร และ ก็นำมาผสมจากส่วนผสมในห้อง โดยมีมาตราฐานการวัดที่เที่ยงตรง หรือ คลาดเคลื่อนน้อยมาก ก่อนนำไปขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบครีมอีกที แล้วทิ้งใหอุณหภูมิเย็น ค่อยเติมพวกน้ำหอม หรือ ส่วนผสมบางอย่างจนเสร็จอีกที

การผสมครีมขึ้นมาทดสอบในกลุ่มตัวอย่าง 

 มีห้องปั่นครีมด้วยอะ 5555 เวลาที่ผสมเสร็จนำมาผสมให้เป็นครีมสำเร็จ ในส่วนลอตผลิตนี้นำไปเทสกันก่อน จะเข้าสู่ระบบโรงงานการผลิตแบบเครื่องปลอดเชื้อที่ได้มาตราฐาน

ห้องนี้สำหรับผู้เชี่ยว นักวิจัย นักวิทยาซาสตร์ แพทย์ผิวหนัง

 มุมนี้มีแต่หัวกระทิ ที่ใส่เสื้อกราวน์ ดูเชี่ยวชาญยิ่งนัก 

 ปล. อยากให้ทุกคนมาเห็นจัง ละเอียดละออ เยอะขั้นตอนจริงกว่าจะออกมาแต่ละตัว บางสูตรก็วิจัย พัฒนากันเป็นสิบปีขึ้นไป และ เพื่อความปลอดภัย ทั้งมนุษย์ทุกสภาพผิว ยังมีการทดสอบเรื่องอุณหภูมิ แสง ตัวแปรอื่นๆอีก มันเจ๋งจริง เขาเลยไม่ให้ถ่ายรูปเลยไง 

 

สรุปวันนี้ทำให้เอิ๊กได้รู้จัก EUCERIN ขึ้นมาก มากกว่าแต่ก่อนที่เข้าใจว่า “ดัง” มีนักวิจัย นักพัฒนา แพทย์ผิวหนังรองรับเยอะแค่นั้น เข้าใจตอนนี้นี่เองที่ได้มา ว่าแต่ละตัวที่ออกมาแม้ว่าปีนึงจะออกเป็น 100 ตัว แต่กว่าจะออกมาให้ใช้ได้ เขาใส่ใจกับมันมากแค่ไหน นี่ยังไม่รวมแล็บแถวเอเชียนะ ที่สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาให้ใช้ได้กับผิวคนโซนเอเชียที่สภาพอากาศอีกแบบ คือที่ดูว่าออกผลิตภัณฑ์บ่อยเยอะ แท้จริงคิดกันมาแล้วหลายปีขึ้นไป ทดสอบกันมาแล้วหลายขั้นตอน แถมออกแล้วก็พัฒนาต่อตัวเดิมอีกจนมีงานวิจัยใหม่ที่ดีกว่าเดิมออกมาถึงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอีกเรื่อยๆ จากการที่ได้เล่าคร่าวๆให้ฟัง ยังเยอะขนาดนี้ ขั้นตอนเขาเยอะจริงๆ เงินเยอะ นักวิทยาศาสตร์เยอะเกือบ1,000คน และเครือข่ายพันธมิตรวงการนี้อีกมาก รวมถึงทุ่มงบทุกปีเพื่อการค้นคว้า วิจัย พัฒนาตรงนี้ตลอดเวลา ให้เขาไปเถอะในการผู้นำ 55555 เขาเรียกว่ารุ่นเก๋า อยู่มานานฟิตขึ้นเรื่อยๆในการปรับปรุงพัฒนาตัวเอง เสียใจอย่างเดียว รูปห้ามถ่าย 🙁

 

ไม่แน่ใจว่าวันนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจยากไปไหม แต่เอิ๊กเอาแต่สิ่งสำคัญมาเล่า
ให้เป็นแรงบันดาลใจ กว่าแบรนด์เวชสำอางแบรนด์นึงจะประสบความสำเร็จ
เขาต้องอดทนพยายามกันขนาดไหน อยากออกผลิตภัณฑ์เลยก็ไม่ได้
ต้องวิจัยพัฒนาซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ตอนนี้ไม่คิดว่า EUCERIN ราคาสูงละ
เพราะต้นทุนเขาสูงจริง

ปล. ที่ถามกันว่าซื้อครีมต่างประเทศดีกว่าไทยไหม เอิ๊กว่าราคาพอกัน
บางสูตรที่ไม่มีในไทย ก็อาจไม่เหมาะกับอากาศบ้านเราก็ได้นะ
แต่ตอนนี้ใช้ของ EUCERIN เยอรมันอยู่แหละ อย่างดี อิอิ
ต่อกันใหม่ภาค 2 นะ <3

สวัสดี !

Posted in SKIN CARE, TRAVELComments (4)

DIARY DAY3 – HAPPY KOREA WITH ETUDE HOUSE MEMORY

วันสุดท้ายของการเดินทางแห่งความสุขในเกาหลีกับ ETUDE HOUSE

ตื่นมาง่วงมากลืมใส่ตุ้มหูเลย 555555555555 หน้าแบบง่วงๆ งงๆ อ๊ะต้องกลับแล้วเหรอ

กระเป๋าเต็มตั้งแต่วันแรกใครฝากซื้ออะไรก็เอาเข้าไม่ได้แล้ว T^T โอววว POOR ME จริงๆ ขนาดกระเป๋า 2 ใบ ไม่ช่วยอะไร อีกใบทาง ETUDE ช่วยถือ ฮี่ๆๆๆๆ

วันนี้มาร้านกาแฟสุดไฮโซแบบกังนัมอีกแล้ว COFFEE SMITH พวกดาราชอบนั่งดื่มกัน และ ร้านนี้ปกติไม่เปิดให้คนธรรมดาเข้าเท่าไหร่ แต่บังเอิญฝนตก เขาเลยมีน้ำใจเปิดให้ แต่ห้ามถ่ายรูปบรรยากาศภายในร้าน อยากบอกว่าไม่ทันแล้วละ 555555 ตากล้องคุณแคมป์เรารัวๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ถนนย่านนี้ชื่อว่า Garosugil ย่านนี้จะเรียบหรูมีสไตล์ แบบดูไฮคลาสขึ้นมากว่าเมื่อวานที่เราไปเที่ยวกัน สะอาดตา สบายใจ แต่ไม่เจอใครสะดุดตา 555555555 เอานะอย่างน้อยก็เจอนังร้องไปแล้ววันแรกตั้งหลายวงนี้

ชักภาพกับชาชัก เอ้ย กาแฟร้อนเย็น โกโก้ แสนอร่อย วันนี้ดื่มกาแฟ แล้วจะไปเต้มพลังด้วยร้านอาหารสุดกังนัมอีกแล้ว 555 หรูมาก ที่นี่ค่อนข้างเน้นเนื้อที่สดกับผัก เราคิดว่าส่วนนึงที่ทำให้เกาหลีมีสุขภาพผิวที่ดีและเฟิร์ม ไม่ค่อยพบคนน้ำหนักแบบเกินเท่าไหร่ คนเพราะเน้นเนื้อ + ผักเยอะๆๆกว่าข้าว เป็นเทคนิคนึงที่เอาไปทานตามกันได้

อร่อยสุดพลังไปเลย จนไม่รู้จะบอกว่าจะขอบคุณทีม ETUDE ยังไง เป็นทริปที่ได้ครบทุกรสที่ผู้หญิงชอบ ทั้งชอปปิ้ง ทานอาหารร้านที่มีหลากหลายแบบ และ ได้เห็นความหลากหลายของเครื่องสำอางมากมาย ตื่นตาตื่นใจมาก

เติมพลังหนังท้องตึงก่อนหนังตาจะหย่อย เราจะไปลุยชอปปิ้งกันต่อ แถวนั้นมีหลายร้านดังๆ เสื้อผ้าก็ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปจนหลายพัน คือคุณภาพดูดีไฮคลาส เริศสะแมนแตน คล้ายๆเวลาเราชอบแถววิลล่า อเวนิวบ้านเรา และมี FOREVER21 ชอปเบ่อเร่อ และคุณทรายหมูน้อยก็เข้าไปหลับอยู่ในนั้น ล้อเล่น 555 รู้สึกจะแบกของชอปปิ้งยังกะกลับมาจากโรงเกลือ 5555 

ตั้งแต่รับประทานอาหารมาก จำชื่อขนมร้านนี้ได้ร้านเดียว ร้านที่เจ๋งที่สุด PASSION 5 ร้านขนมที่ไฮโซสุดพลัง เค้กก็ชิ้นละ 100 กว่าบาทแต่แบบเป็นเค้กที่ทุ่มเท มีหลายชั้น และบางชิ้นก็สอดใส่ได้อร่อยอย่างลงตัว ต้องไป !!!!! คำเดียวถ้ามาที่นี่ เจ๋งกว่าร้าน hello kitty ล้านเท่า เพราะ ขนมเยอะกว่ามาก และ อร่อยทุกอย่าง มีน้ำปั่นสูตรพิเศษ โอยยยยยยยยยยยยยยยย เพลินลิ้น แค่กัดลืมสิ้นทุกสิ้นอย่าง 555

ห้ามถ่ายรูปทุกสิ่งอย่าง แต่ช้าไปแล้วล่ะ 55555 ตากล้องเราตัวปุ๊กลุ๊กแต่ไวมาก 55555555 เลยเก็บภาพมาฝากได้หลายมุมทีเดียว :))))))))))) กะ กะ กะ กลัวที่หนายยยยยยยยย

ดูหน้าร้านก่อน ตึกสูงสีดำแบบ ไฮโซ มาก PASSION 5 เข้าไปแล้วจะไม่ผิดหวัง ผิดหวังอยู่อย่างเดียว ใหญ่ขนาดนี้ ที่นั่งเต็มตล๊อดตลอด

เสร็จแล้วทุกคนมักแวะที่นี่ถ้าเดินทางมาเที่ยวเกาหลี เอิ๊กขอตั้งชื่อว่าเจ้เล้งเกาหลี แต่เอิ๊กว่าเจ้เล้งไทยเจ๋งกว่า ที่นี่ชอบซื้อมาม่า สาหร่ายกลับบ้าน แต่เอิ๊กก็เดินขอตกเอิ๊กไม่มีที่ว่างเหลือจะแบกอะไรกลับไทยเลย ให้ตายสิ ….. ข้อดีของที่นี่แพคใส่กล่อง และเวลาไปสนามบินเขามักจะอนุญาติให้ขนเจ้ากล่องเหล่านี้กลับแม้น้ำหนักกระเป๋าจะเกินตรงนี้จะเป็นส่วนยกเว้น

ได้เวลากลับบ้านด้วยสายการบินเดิม เดินเล่นใน อินชอนนิดหน่อย ของ DUTY FEE ที่นี่ถูกกว่าไทยค่ะ เช่นน้ำหอมประมาณ5,000ของ DUTY FEE ในสนามบินเมืองไทย ก็หลากหลายดีค่ะ ใครจะมาเดินเล่นก็กลับก็เผื่อเวลาไว้เยอะๆหน่อย เอิ๊กกลับบ้านก็สลบเลยถึงไทยแบบดีเลย์นิดหน่อยแต่ HAPPY ตลอดจริงๆ

ต้องขอขอบพระคุณ ETUDE HOUSE THAILAND

คุณแพร คุณตั๊ก คุณมะม่วง คุณเจ คุณจิ๊บ

ขอบคุณน้องวีวี่ สาวน้อยที่ไปเรียนเกาหลีคอยมาพาเราเที่ยวตลอดทริป

ขอบคุณพี่มด คุณทราย คุณแคมป์ตากล้องสำหรับความช่วยเหลือ

ความอบอุ่นและ ความสุขตลอดทริปค่ะ

ขอบคุณคนขับ และ ETUDE HOUSE KOREA สำหรับการต้อนรับที่ดีค่ะ

ขอบคุณมากจริงๆค่ะ 

XOXO

EE

ปล ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้เตรียมพบฮาวทูวีดีโอผิวใสวาวแบบเกาหลี ที่สาวผิวแห้งห้ามพลาด อิอิ

Posted in TRAVELComments (2)

DIARY DAY1 – HAPPY KOREA WITH ETUDE HOUSE PINK PLAY CONCERT

แปลงโฉมเรียบร้อย บลอคเกอร์ไทยสายพันธุ์บิวตี้ งาม และ ต๊อง ไม่แพ้ชาติใดในโลก ไม่เชื่อ ติดตามไดอารี่ตอนนี้ค่ะ 555555

ETUDE ขอเสื้อผ้าโทนดำชมพู CHIC CHIC เพราะวันนี้เราจะไปดูคอนเสิร์ตแห่งปี ที่จัดขึ้นโดย ETUDE HOUSE CONCEPT ทุกคนล้วนเกิดมาเพื่อเป็นเจ้าหญิงที่อ่อนหวานแต่ก็มีความเทรนดี้ สดใสแฝงในตัว เป็นคอนเสิร์ตแห่งปีที่อยากสร้างแรงบันดาลใจให้สาวๆทุกคนสนุกสนานไปกับการครีเอทลุคแต่งหน้าด้วยตัวเอง วงตัวแม่ที่เราจะไปดูคือ 2 NE 1 สุดยอดแฟชั่นอีกตั้งหากที่ทั้ง เท่ห์ สวย หวาน ปนกัน ซึ่งเอิ๊กก็เตรียมตัวมาเท่านี้ เอาให้เหมาะสม กลัวว่าถ้าจัดเต็ม เดี๋ยวคนจะทักผิดว่า ซานดาร่า 55555 [ ขำๆนะ ] หลายคนอาจจะงง อีนี่มัดแกะทำไม เราอยากให้ลอนที่ทำไว้เด้งอยู่นาน เมื่อยังไม่ถึงงานก็รวบให้มันรัดตัวแน่นไว้ก่อน พอถึงงาน ค่อยแผ่แม่เบี้ย 5555555

บนรถ เราพบกับ บลอคเกอร์มากมายที่ได้รับเชิญมาก เป็นสายบิ้วตี้ ” แต่เรามั่นใจว่า ดูแล้วไทยเนี่ย เหมาะกับบิ้วตี้สุด เพราะจัดกันมาตามธีมทุกนาง เสื้อผ้า หน้าผม เหมาะสมกับความมั่นใจของตัวเอง “ ประเทศอื่นไม่ค่อยเลยจริงๆนะ หรือ เขาอาจจะสวยภายใน อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ เผอิญในโลกนี้ก็ไม่ได้เป็นคุณเจน ญาณทิพย์กันทุกคน เลยสัมผัสไม่ได้ว่าใครคิดยังไง 5555555

เผื่อใครไม่รู้จักบลอคเกอร์ บิวตี้บลอคเกอร์ คือ คนที่มีบล็อคส่วนตัวเป็นของตัวเองบนโลกออนไลน์เขียนเรื่องสวยๆงามๆซะส่วนใหญ่และมีคนตามจะน้อยจะมากนับหมดค่ะ ผู้ชายก็เป็นได้ค่ะ เป็นพวกคนข้อมูล ใฝ่รู้ใฝ่เรียนด้านความงาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใช่วิจารณญาณในการอ่าน ทุกอย่างมันมี BIAS หรือ ความลำเอียงเสมอ เหมือนเวลาเราเจอสิ่งของสิ่งไหนดี เราชอบ เราก็จะพูดซะโอเว่อร์ เช่น เจอรองพื้นที่ใช่ เราก็จะบอกว่า โอโห มันสุดยอดมาก ต้องลองนะ หน้าเด้งขาววาวใสไปโลกหน้า เพราะในใจเราชอบ เราใช้แล้วเราดูดีขึ้น เราก็พูดให้มันได้อรรถรส ใส่สีใส่ไข่เข้าไป อ่านแล้วดูผิวเราด้วย หารีวิวอื่นอาจด้วย สำหรับตัวเอิ๊กเอง ถ้าชอบสิ่งไหน เว่อร์เหมือนกัน เพราะชอบอยากแชร์ความรู้สึก ว่าชอบนะ รักมาก เป็นคนแสดงออกสูง ถ้าไม่ชอบ ก็ไม่ค่อยพูดถึง :p

นอกเรื่องไปไกลบนรถก็เล่นเกมส์กัน ตอบคำถาม เครื่องสำอาง และ ประวัติน่ารักๆของ ETUDE ใครตอบได้เอารางวัลไป ตอบเป็นภาษาอังกฤษนะจ๊ะ ยิ่งแข็งแรงอยู่ 555 แอบได้มา 1 รางวัล ยาทาเล็บแซ่บเว่อร์ มีอาหารการกินให้ทาน ปรากฎยังแต่งหน้าไม่เสร็จไปแต่งต่อบนรถ เลยไม่ได้ทานอะไรเลย หิวมากกกกกกกกกกกกก พระเจ้า ท้องร้องลั่น 🙁

เย่ !!!! ในที่สุดพวกเรา 3 สาวก็ถึงคอนเสริต์ยักษ์ ยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้างของ ETUDE PINK PLAY ตอนที่เกาหมีมาไทยเอิ๊กก็ได้ไปดู แบบใกล้มาก ขอบอกว่าแสง สี เสียง จัดเต็มมมมมมมม แต่มันจะดีเหมือนที่ไทยรึเปล่า ตามอ่านกันต่อเลยค่ะ

WE’RE FROM ETUDE HOUSE THAILAND !!!!!!!!!!!!!!!!!!! เบาเบา 

เนื่องจากความสดใสของคนในทีมบางคนสะดุดตาคนทำข่าว เขาเลยมาขอถ่าย VTR สั้นๆ ซึ่งไม่ใช่เอิ๊กแน่นอน เพราะกำลังหิว กำลังเต๋า (โมโหหิว) 5555555 

มากับทราย และ พี่มด นางก็ชอบถ่ายรูปเล่นกันขั้นโคม่ามาก อีกครั้นตัวเราจะนั่งพัก ก็กลัวไม่มีรูปกับเขา โดนไปไม่รู้กี่แสนล้านชอต แต่คนถ่ายๆสวยจริงๆ ขอบคุณคุณแคมป์จ๊า 

เขาบอกให้นั่งแบบนางงาม ก็ซะหน่อย 555555 นางงามขวัญเรือน 55555 ก็มีซุ้ม เผื่อใครอยากรู้สึกอยากมีภาพหวานๆ น่ารัก สไตล์เจ้าหญิงก็มานั่งและถ่ายรูปเก็บไว้ได้นะจ๊ะ มาก่อนมีสิทธิ์ก่อนก็ถ้าหันหลังปุ๊บ สาวเกาหลีบางท่านก็รีบเข้าไปนั่งก่อนเลย ไม่ค่อยดูคิวเท่าไหร่ไม่ได้ว่านะ ชมเชย ว่าเป็นคนที่ว่องไวดีค่ะ 555555

ซุ้มนี้ฮอตมาก ซุ้มสวยใจบุญ รายได้ที่ซื้อเครื่องสำอาง ETUDE PINK PLAY LIMITED EDITION พวกนี้จะถูกนำไปทำบุญค่ะ ก็สาวหลากหลายประเทศมีส่วนที่เหมือนกัน คือ ก็มีความเป็นคนมีจิตใจดีงาม ด้านบนก็ TVC ที่มี ซานดาร่า เป็นพรีเซนเตอร์ ถ่ายซ้ำไปซ้ำมา น่ารักจนอยากซื้อทุกอย่างที่เธอใช้อะ 5555

ซุ้มถ่ายรูปอีกอันนึง อยากบอกว่าไม่อยากเข้าไปเลย แต่สองสาวพี่มด และ ทรายซึ่งมีความสดใส และเป็นเด็กในตัวสูง เธอก็เข้าไปถ่าย เราก็ต้องเข้าไป เพราะเรามาแพค 3 ใบเถา เขาให้โยนและรับ ดูหน้าเอิ๊กสิ ความงามตามธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ก็ผุดออกมา

ซุ้มเพนท์หน้า เพนท์รูปดาวเดือน ตะวัน หัวใจ ไก่กา เอ้ยไม่ใช่ คนเพนท์ให้เอิ๊กผิวสวยมาก หน้าสวยมาก แต่เขาอารมณ์ไม่ดี เขาหน้าบึ้งกับเอิ๊ก เอิ๊กบอกอยากได้หัวใจ ดูเขาวาดหัวใจให้เอิ๊กสิ หน้าเอิ๊กใหญ่ขนาดนี้ ให้มาเล็กนิดเดียว แถมตูดกุดอีกตั้งหาก ถ่ายรูปมันจะเห็นชัดได้ไง วัยรุ่นนอยด์อะ 555555 มันคือหัวใจหรือปานดาวพระศุกร์กันแน่ฮะ !!!

ไปอยู่กับนางแบบอย่างทรายและพี่มด มีเหรอเอิ๊กจะยอม ก็ยอมอะ 555555 หน้าบางอันเลยเอ๋อๆ ช่างภาพก็รัวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ใครเดินผ่านไป ผ่านมาก็มอง แบบนี้แหละ ประเทศไทยเต็มที่เสมอ welcome to thailand ทุกเวลาจ๊ะ555555

เครื่องสำอางให้ TOUCH UP หรือเติม โอโห รู้อย่างนี้บนรถบัสน่าจะกินอาหารให้อิ่มแล้วมายืนแต่งต่อแถวนี้ 5555 พลาดๆ รูปนี้หน้าเอิ๊กคนเดียวให้ชื่อว่า ฉันอยากจิก ! 555555555

คนสวยใจบุญก็ซื้อเครื่องสำอางที่ทำมาเพื่องานนี้และนำเงินไปทำบุญตามที่บอก แต่เอิ๊กไม่ได้ซื้อไม่ใช่ไม่ใจบุญนะแต่แบกกระเป๋าเครื่องสำอาง กล้อง มันหนักมาก ไหล่ทรุด ซึ่งขณะถ่าย ฝากทีม ETUDE ถือไว้อยู่ และไหนจะของแจกบนรถบัสอีกกระบุง คือแบบว่า .. งั้นเรากลับมาทำบุญที่ไทยแทนละกันนะฮะ 555 เรารักเมืองไทย และ คนไทยค่ะ

บรรยากาศสาวเกาหมีที่นู่น และ ต่างชาติอีกมากมายทุกคนก็เล่นเกมส์ตามซุ้ม ต่อแถวกันอย่างสนุกสนาน (มั๊ง) อดทนกันมากๆ ซุ้มไหนแถวยาว เอิ๊ก พี่มด ทราย และทุกคนทีม ETUDE ไทยไม่ต่อค่ะ 55555  ลัดคิวเลย ล้อเล่น 555 ที่ไม่ต่อจะได้เดินชมได้ทุกซุ้มไงจ๊ะ

 

 

และแล้วก็มาถึงช่วง ETUDE PINK PLAY CONCERT

นี่คือ 5 วงที่ชื่นชอบส่วนตัว

2 NE 1 : เป็นวงปิดท้ายแต่เอามาให้อ่านก่อน เพราะชอบที่สุดเท่ห์มาก โดยเฉพาะ CL ร้องสด และ MINZY ผิดหวังนิดหน่อยไม่ได้ยินเสียงร้องสดของ DARA และ PARK BOM เพราะเธอเหนื่อยและไม่สบายอยู่ แต่ CL ทำเราน้ำตาไหลเลย มันสุดยอดมาก เก่งมาก เยี่ยมมาก ยอดมาก เก๋มาก 

TEEN TOP : ร้องดี เต้นเก่ง เท่ห์ แต่หุ่นเหมือนกอล์ฟไมค์ สมัยเด็กๆ แต่เพลงมันส์มาก และ หน้าตาดีเกือบทุกคน แต่ละคนออกมา สาวกรี๊ดกัน HALL จะแตก

TOXIC : วงนี้เต้นเจ๋งมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เหมือนจะเป็นเกย์ แต่แบบสุดๆ เทใจให้เลยในการเต้น เพลงก็ดี มันส์ หุ่นไม่สูง เพรียวบาง กางเกงก็เน้นขาดๆ มีเพชรประดับ ฮ่าๆๆ

ULALA SESSION : วงนี้เพลงมันส์ เราว่าเรามองทะลุข้างใน เราว่าเป็นวงที่ตั้งใจวงหน่ึง ไม่ได้ขายหน้าตา แต่ขายความมั่นส์ และ ดูทุ่มเท ขอให้ไปไกลๆๆกว่านี้อีกเยอะๆค่ะ

 SHINEE : หล่อลาก เพลงดีทุกเพลง เพราะทุกเพลง เศร้าอย่างเดียว ไม่ร้องสดเลยซักคน สู้ 2pm เราไม่ได้

ความอลังการของ เอฟเฟค แสงสีเสียง บูมๆ บามๆ เอิ๊กว่าตอนมาไทย อลังกว่า

วันนี้กลับห้องแบบสลบไสลมันยาวนานกว่าอะไร แต่ประทับใจมากจริงๆ กลับไปนอนกับพี่มดก่อน 😀 เจอกันไดอารี่วันที่ 2

Posted in TRAVELComments (0)

DIARY DAY1 – HAPPY KOREA WITH ETUDE HOUSE

7-10 สิงหาคมที่ผ่านมาเอิ๊กได้มีโอกาสไปตะลอนทัวร์ที่เกาหลี

ไปดูคอนเสิร์ต PINK PLAY / ชมคอลเลคชั่นล่าสุดจาก ETUDE / ทานอาหารร้านดังๆ และ ชอปปิ้ง

โดยผู้สนับสนุนการเดินทางครั้งนี้แน่นอนเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ETUDE HOUSE THAILAND

เป็นเกียรติมากค่ะเพิ่งเคยไปเกาหลีครั้งแรกตื่นเต้นสุดสุด

งานนี้ก็ไปหลั่นล้ากันหลายชีวิตมา ทั้งทีม ETUDE เอง และ บิ้วตี้บลอคเกอร์อีก 2 ท่าน

คุณทราย MHUNOIII / คุณมด CINNAMONGAL

เราเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 7 สิงหาด้วย ASIANA AIRLINE BANGKOK และ ถึงเกาหลีภายใน 5 ชั่วโมง ถึง 7 โมงเช้า ณ สนามบินอินชอน เกาหลีเร็วกว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมง ปกตินอนเช้า บนเครื่องเลยไม่ได้หลับ สรุปไม่ได้หลับทั้งวัน และ ยาวนานจริงๆวันที่ 8 สิงหา วันที่เดินทางมาถึง ผ่านด่านตม. เกาหลี ไม่ยอมให้ผ่าน ถามว่าศัลยกรรมมารึเปล่า หน้าเล็กลง (ผิดเหรอสวยขึ้นอะ) ทำอย่างกับไม่ชิน บ้านตัวเองก็เปลี่ยนเยอะแยะ 55555555 ใครไปติด ตม. ในข้อหาทำโบทูลินูมทอกซิน ตอบเขาไปนะว่า โบ-ทัค-ซึ เราติดทั้งไปและกลับเลย 555

ถึงแล้วก็เมาท์มอยส์กันไปตลอดทางเพื่อเดินทางไปเจอ ETUDE HOUSE KOREA ซึ่งเขาจะพาเราขึ้นรถบัสไปยังโรงแรงที่พักของเรา

บรรยากาศที่เกาหลีดูสะอาดตา ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี เห็นแล้วปลื้ม 5555

ลงจากรถต้องเดินลากกระเป๋าเข้าที่พัก สังเกตุหน้าตาที่ดูตื่นเต้นมาก ตอนนี้ยังไม่ง่วง ยังหลั่นล้าอยู่

และแล้วก็เดินทางถึง SKY PARK II โรงแรมที่พักของเรานั่นเอง เย่ เย่ เย่ จะบอกอย่าง 7-11 หายากเวอร์ ที่มาเห็นอันเดียว555

กรี๊ดดดดด !!! เข้ามาถึงโรงแรมมีโต๊ะเครื่องแป้งที่มียาทาเล็บสวยๆของ ETUDE เต็มไปหมดเลย รู้งี้ไม่น่าแบกของตัวเองมา – – “

SKY PARK ll เป็นโรงแรมที่สะอาด น่านอน ที่สำคัญอยู่ทำเลเมียงดง [ MYEONGDONG ] ว๊าว ! ดงชอปแหลกชอบห้องน้ำ ชอบที่โถสุขภัณฑ์ หรือ โถส้วมเป็นที่สุด เหมือนได้เข้าห้องน้ำญี่ปุ่นเลย 5555555 จริงๆบ้านเราก็มีนะที่ TERMINAL 21 อุ่น สบาย น้ำไหลเบาๆ มีอ่างให้ลงไปแช่ นอนกี่วันก็แช่ทุกวัน แฮ่ !!!  😎

เก็บของเสร็จออกมาหาอะไรรับประทานต่อ  มาม่าหม้อไฟแฮมเลยเป็นไง กำลังหิวโซ อร่อย หม้อใหญ่แบ่งกันทาน ทุกคนเงียบหมดหลังจากอาหารเข้าปาก ถ้ามีผักด้วยเยอะๆคงอร่อยกว่านี้ มาม่าที่นี่กินกับข้าวสวย ซึ่งข้าวสวยอวบมาก เม็ดแน่น ลื่น เต็มคำ อยากกินข้าวสวยแบบนี้ทุกวันเลย

WANNA BE SWEET ! กินมาม่าค่ะ 555555555 ทริปนี้ ETUDE ดูแลอย่างกับนักมวย น้ำ อาหาร ตลอดเวลา กลัวไม่อิ่มขึ้นชกไม่ได้ เป็นทริปที่ NICE และ อบอุ่นมากค่ะ

ยังไม่ทันขาดคำ เอาเข้าโรงน้ำแข็ง เอ้ย ร้านน้ำแข็งใส ของหวานชื่อดังย่านเมียงดงซะหน่อย อาหารแต่ละอย่าง อลังมาก ระหว่างรอชิม ก็ถ่ายรูปกันไป ช่างภาพคุณแคมป์ สวิทตี้ @MHUNOIII นั้นเอง เสริทตามไปชมภาพที่เขาถ่ายกันได้ ถ่ายได้อารมณ์มาก และเป็นตากล้อง เป็นเพื่อนที่น่ารัก ก็คุยกันระดับนึงเลยกล้าโพสให้ถ่ายไม่หยุด 55555

หน้าตาแต่ละจานหน้ารับทานมาก ใหญ่มากด้วย 4 คนกำลังดี และมา 3 จาน 4 คน จะยังไงละเนี่ย ! ไอที่หวานก็หว๊านหวาน ไอที่เปรี้ยวก็ดูหน้าตาเอาเอง มันสุดยอดมาก ทริปนี้แต่ละคนไป ค่อนข้างมีความเป็นเด็กในตัวสูง ย้ำ บลอคเกอร์ที่ไปทั้งสาม รวมถึงน้องวีวี่ ที่ดูแลพวกเรา ค่อนข้างมีความเป็นเด็กในตัวสูงมาก ความสวยที่เราอาจจะยังมีไม่มาก 555 เราจะไม่นำมาใช้ จะมีก็แต่ความซุกซน บ้าบอ ติ๊งต๊อง มันจึงเป็นทริปที่อบอุ่นไงละ และมี ETUDE ดูแลเด็กๆอย่างพวกเรา 55555

เสร็จแล้วก็กลับที่พัก มองร้านชอปปิ้งตาละห้อยต่องแต่ง เพราะต้องกลับไปรีบแต่งตัว แปลงโฉมแข่งกับบลอคเกอร์ชาติอื่น 555 ล้อเล่นๆๆ เพื่อไปดูคอนเสิร์ต PINK PLAY ซึ่งเอิ๊กรอคอยเพื่อสิ่งนี้ เพราะปกติฟังเพลงเกาหมีค่า อิอิ อ่านไม่ผิด เกาหมี (หมายถึงเกาหลีในแบบฉบับของเอิ๊ก) เอาละ เราไปแปลงร่างกันเถอะ ! ติดตามต่อ ไดอารี่ 2

XOXO

Posted in TRAVELComments (0)

ROM FISH or UMBRELLA FISH


ปลาร่มตัวแรกของโลก ณ ประเทศไทย ใครพลาด เสียใจด้วย !



Posted in TRAVELComments (1)


advert




BEAUTY MENU

มาคุยกับเอิ๊กได้ที่นี่ทุกวัน ถ้าว่างรีบตอบทุกคำถามค่ะ

ติดตามบล็อค erk-erk.com อย่างใกล้ชิด

เพียงกรอก Email ตรงนี้เลย

<ul><li><strong>woo_about_bio</strong> - </li><li><strong>woo_about_gravatar</strong> - </li><li><strong>woo_about_readmore</strong> - </li><li><strong>woo_ads_rotate</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_250_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_250_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-250x250.gif</li><li><strong>woo_ad_250_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_300</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_300_bot</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_300_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-2.gif</li><li><strong>woo_ad_300_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_block_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_block_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-300x250-1.gif</li><li><strong>woo_ad_block_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_content</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_content_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_content_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_content_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_header</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_header_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_header_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-468x60-2.gif</li><li><strong>woo_ad_header_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_home</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_image_1</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_2</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_3</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_4</strong> - http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg</li><li><strong>woo_ad_image_5</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_image_6</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-125x125-4.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f</strong> - true</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_code</strong> - </li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/woothemes-728x90-2.gif</li><li><strong>woo_ad_leaderboard_f_url</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_mpu_adsense</strong> - </li><li><strong>woo_ad_mpu_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_mpu_image</strong> - http://www.erk-erk.com/blog//2013/12/jjj1.jpg</li><li><strong>woo_ad_mpu_url</strong> - http://www.erk-erk.com/awards/</li><li><strong>woo_ad_page</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_ad_top</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_adsense</strong> - <iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/UQzrTlTnkGk\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe><iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/_vhnOHzZRMI\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe><iframe width=\"310\" height=\"176\" src=\"//www.youtube.com/embed/hQT1rDfb47E\" frameborder=\"0\" allowfullscreen></iframe></li><li><strong>woo_ad_top_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_ad_top_image</strong> - http://www.woothemes.com/ads/468x60a.jpg</li><li><strong>woo_ad_top_url</strong> - http://www.erk-erk.com/</li><li><strong>woo_ad_url_1</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_2</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_3</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_4</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_5</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_ad_url_6</strong> - http://www.woothemes.com</li><li><strong>woo_also_slider_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_also_slider_image_dimentions_height</strong> - 144</li><li><strong>woo_alt_stylesheet</strong> - default.css</li><li><strong>woo_archives</strong> - Select a page:</li><li><strong>woo_archive_height</strong> - 90</li><li><strong>woo_archive_page_image_height</strong> - 220</li><li><strong>woo_archive_page_image_width</strong> - 200</li><li><strong>woo_archive_width</strong> - 140</li><li><strong>woo_asides_category</strong> - FACE</li><li><strong>woo_asides_entries</strong> - 5</li><li><strong>woo_author</strong> - true</li><li><strong>woo_auto_img</strong> - true</li><li><strong>woo_bgr</strong> - pink.css</li><li><strong>woo_blog_subnavigation</strong> - true</li><li><strong>woo_body_color</strong> - #ffe0ff</li><li><strong>woo_body_img</strong> - </li><li><strong>woo_body_pos</strong> - top left</li><li><strong>woo_body_repeat</strong> - no-repeat</li><li><strong>woo_breadcrumbs</strong> - true</li><li><strong>woo_button_color</strong> - </li><li><strong>woo_cats_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_cat_box_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_27</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_box_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_1</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_10</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_11</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_12</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_13</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_14</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_15</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_16</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_17</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_18</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_19</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_20</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_21</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_22</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_23</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_24</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_25</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_26</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_27</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_28</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_29</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_3</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_30</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_31</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_32</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_33</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_34</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_35</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_4</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_5</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_6</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_7</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_8</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_box_footer_9</strong> - false</li><li><strong>woo_cat_ex</strong> - </li><li><strong>woo_cat_list</strong> - 15</li><li><strong>woo_cat_list_footer</strong> - Select a number:</li><li><strong>woo_cat_menu</strong> - true</li><li><strong>woo_cat_nav</strong> - true</li><li><strong>woo_centered</strong> - true</li><li><strong>woo_comments</strong> - both</li><li><strong>woo_comment_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_contactform_email</strong> - </li><li><strong>woo_contact_page_id</strong> - </li><li><strong>woo_content</strong> - false</li><li><strong>woo_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_content_feat</strong> - false</li><li><strong>woo_content_left</strong> - false</li><li><strong>woo_custom_css</strong> - </li><li><strong>woo_custom_favicon</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png</li><li><strong>woo_custom_seo_template</strong> - a:4:{i:0;a:5:{s:4:"name";s:10:"seo_follow";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"label";s:21:"SEO - Remove Nofollow";s:4:"type";s:8:"checkbox";s:4:"desc";s:59:"Make link from this post/page followable by search engines.";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:9:"seo_title";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:23:"SEO - Custom Page Title";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:38:"Add a custom title for this post/page.";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:15:"seo_description";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:24:"SEO - Custom Description";s:4:"type";s:8:"textarea";s:4:"desc";s:49:"Add a custom meta description for this post/page.";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:12:"seo_keywords";s:3:"std";s:0:"";s:5:"label";s:21:"SEO - Custom Keywords";s:4:"type";s:4:"text";s:4:"desc";s:64:"Add a custom meta keywords for this post/page. (comma seperated)";}}</li><li><strong>woo_date</strong> - d. M, Y</li><li><strong>woo_excerpt_enable</strong> - true</li><li><strong>woo_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_footer</strong> - </li><li><strong>woo_exclude_pages_main</strong> - </li><li><strong>woo_ex_cat_footer</strong> - false</li><li><strong>woo_featured</strong> - false</li><li><strong>woo_featured_cat</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_category</strong> - Select a category:</li><li><strong>woo_featured_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_heading</strong> - Featured Posts</li><li><strong>woo_featured_image_dimentions_height</strong> - 371</li><li><strong>woo_featured_layout</strong> - large_no_ad.php</li><li><strong>woo_featured_limit</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_featured_sidebar_image_dimentions_height</strong> - 78</li><li><strong>woo_featured_tag</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tags</strong> - </li><li><strong>woo_featured_tag_amount</strong> - 3</li><li><strong>woo_feat_alt_height</strong> - 85</li><li><strong>woo_feat_alt_width</strong> - 130</li><li><strong>woo_feat_entries</strong> - 19</li><li><strong>woo_feat_image_height</strong> - 230</li><li><strong>woo_feat_image_width</strong> - 458</li><li><strong>woo_feedburner_id</strong> - </li><li><strong>woo_feedburner_url</strong> - </li><li><strong>woo_feed_url</strong> - </li><li><strong>woo_flickr_entries</strong> - 8</li><li><strong>woo_flickr_id</strong> - erk-erk</li><li><strong>woo_flickr_url</strong> - http://www.flickr.com/photos/erk-erk</li><li><strong>woo_footer_aff_link</strong> - </li><li><strong>woo_footer_left</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_left_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_footer_logo</strong> - </li><li><strong>woo_footer_logo_enabled</strong> - true</li><li><strong>woo_footer_right</strong> - false</li><li><strong>woo_footer_right_text</strong> - <p></p></li><li><strong>woo_framework_template</strong> - a:12:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:17:"Framework Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:5:{s:4:"name";s:34:"Disable options panel ouput option";s:4:"desc";s:121:"Disable the ability to show your Woo Options. You can view the themes option by URL e.g. http://yoursite.com/?options=woo";s:2:"id";s:26:"framework_woo_show_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:21:"Theme Version Checker";s:4:"desc";s:101:"This will enable notices on your theme options page that there is an update available for your theme.";s:2:"id";s:35:"framework_woo_theme_version_checker";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Disable Buy Themes Tab";s:4:"desc";s:110:"This disables the 'Buy Themes' tab. This page lists the latest availabe themes from the WooThemes.com website.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_buy_themes";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:6:{s:4:"name";s:13:"Super User ID";s:4:"desc";s:181:"Add the User ID to this field to hide the Framework Settings panel from other users. Can be reset from the <code>wp-admin/options.php</code> under <em>framework_woo_super_user</em>.";s:2:"id";s:24:"framework_woo_super_user";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:4:"mini";s:4:"type";s:4:"text";}i:5;a:2:{s:4:"name";s:8:"Branding";s:4:"type";s:7:"heading";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:20:"Options panel header";s:4:"desc";s:50:"Change the header image for the WooThemes Backend.";s:2:"id";s:34:"framework_woo_backend_header_image";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:18:"Options panel icon";s:4:"desc";s:56:"Change the icon image for the Wordpress backend sidebar.";s:2:"id";s:26:"framework_woo_backend_icon";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:6:"upload";}i:8;a:2:{s:4:"name";s:14:"Import Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:9;a:5:{s:4:"name";s:46:"Import options from another WooThemes instance";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_import_options";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:10;a:2:{s:4:"name";s:14:"Export Options";s:4:"type";s:7:"heading";}i:11;a:5:{s:4:"name";s:66:"Use the code below to export this themes settings to another theme";s:4:"desc";s:170:"You can transfer options from another WooThemes (same theme) to this one by copying the export code and adding it here. Works best if it's imported from identical themes.";s:2:"id";s:28:"framework_woo_export_options";s:3:"std";s:1640:"YToyODp7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzEiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjE0OiJ3b29fYWRfaW1hZ2VfMiI7czo0MToiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy8xMjV4MTI1Yi5qcGciO3M6MTQ6Indvb19hZF9pbWFnZV8zIjtzOjQxOiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20vYWRzLzEyNXgxMjViLmpwZyI7czoxNDoid29vX2FkX2ltYWdlXzQiO3M6NDE6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMTI1eDEyNWIuanBnIjtzOjExOiJ3b29fYWRfcGFnZSI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfMSI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjEyOiJ3b29fYWRfdXJsXzIiO3M6MjQ6Imh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbSI7czoxMjoid29vX2FkX3VybF8zIjtzOjI0OiJodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20iO3M6MTI6Indvb19hZF91cmxfNCI7czoyNDoiaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tIjtzOjE4OiJ3b29fYWx0X3N0eWxlc2hlZXQiO3M6ODoicGluay5jc3MiO3M6MTI6Indvb19hcmNoaXZlcyI7czoxNDoiU2VsZWN0IGEgcGFnZToiO3M6MTI6Indvb19hdXRvX2ltZyI7czo1OiJmYWxzZSI7czoxNDoid29vX2N1c3RvbV9jc3MiO3M6MDoiIjtzOjE4OiJ3b29fY3VzdG9tX2Zhdmljb24iO3M6MDoiIjtzOjIxOiJ3b29fZmVhdHVyZWRfY2F0ZWdvcnkiO3M6NjoiSE9XIFRPIjtzOjE3OiJ3b29fZmVlZGJ1cm5lcl9pZCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mZWVkYnVybmVyX3VybCI7czowOiIiO3M6MTg6Indvb19mbGlja3JfZW50cmllcyI7czoxOiI4IjtzOjEzOiJ3b29fZmxpY2tyX2lkIjtzOjc6ImVyay1lcmsiO3M6MTQ6Indvb19mbGlja3JfdXJsIjtzOjM2OiJodHRwOi8vd3d3LmZsaWNrci5jb20vcGhvdG9zL2Vyay1lcmsiO3M6MjA6Indvb19nb29nbGVfYW5hbHl0aWNzIjtzOjA6IiI7czoxMDoid29vX2xheW91dCI7czo1OiJmYWxzZSI7czo4OiJ3b29fbG9nbyI7czowOiIiO3M6MTc6Indvb19vdGhlcl9lbnRyaWVzIjtzOjI6IjEyIjtzOjEwOiJ3b29fcmVzaXplIjtzOjU6ImZhbHNlIjtzOjEzOiJ3b29fcnNzX3RodW1iIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTQ6Indvb19zaG93X3ZpZGVvIjtzOjQ6InRydWUiO3M6MTg6Indvb192aWRlb19jYXRlZ29yeSI7czoxOToiWU9VVFVCRSBSRUNPTU1FTkRFRCI7fQ==";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_framework_version</strong> - 2.8.1</li><li><strong>woo_google_analytics</strong> - <script type=\"text/javascript\">

  var _gaq = _gaq || [];
  _gaq.push([\'_setAccount\', \'UA-11956359-1\']);
  _gaq.push([\'_trackPageview\']);

  (function() {
    var ga = document.createElement(\'script\'); ga.type = \'text/javascript\'; ga.async = true;
    ga.src = (\'https:\' == document.location.protocol ? \'https://ssl\' : \'http://www\') + \'.google-analytics.com/ga.js\';
    var s = document.getElementsByTagName(\'script\')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s);
  })();

</script></li><li><strong>woo_header_layout</strong> - ad468x60.php</li><li><strong>woo_highlights_show</strong> - true</li><li><strong>woo_highlights_tag</strong> - </li><li><strong>woo_highlights_tag_amount</strong> - 6</li><li><strong>woo_hightlights_image_dimentions_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_home</strong> - true</li><li><strong>woo_home_arc</strong> - false</li><li><strong>woo_home_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_home_heading</strong> - Welcome to กำลังปรับปรุง รบกวนเข้าหน้า http://www-erk-erk-com.blogspot.com</li><li><strong>woo_home_link</strong> - true</li><li><strong>woo_home_link_desc</strong> - </li><li><strong>woo_home_link_text</strong> - Home</li><li><strong>woo_home_one_col</strong> - false</li><li><strong>woo_home_post_heading</strong> - true</li><li><strong>woo_home_text</strong> - Add you text here. Leave this and the heading blank to remove this completely.</li><li><strong>woo_home_thumb_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_home_thumb_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_image_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_image_disable</strong> - false</li><li><strong>woo_image_height</strong> - 170</li><li><strong>woo_image_single</strong> - true</li><li><strong>woo_image_width</strong> - 430</li><li><strong>woo_large_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_large_thumb_h</strong> - 185</li><li><strong>woo_layout</strong> - false</li><li><strong>woo_link_color</strong> - </li><li><strong>woo_link_hover_color</strong> - </li><li><strong>woo_logo</strong> - http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg</li><li><strong>woo_logo_left</strong> - false</li><li><strong>woo_manual</strong> - http://www.woothemes.com/support/theme-documentation/gazette-edition/</li><li><strong>woo_nav_about</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_contact</strong> - #</li><li><strong>woo_nav_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_nav_home</strong> - http://www.erk-erk.com</li><li><strong>woo_nav_subscribe</strong> - #</li><li><strong>woo_options</strong> - a:28:{s:18:"woo_alt_stylesheet";s:9:"green.css";s:8:"woo_logo";s:0:"";s:18:"woo_custom_favicon";s:0:"";s:20:"woo_google_analytics";s:0:"";s:18:"woo_feedburner_url";s:0:"";s:17:"woo_feedburner_id";s:0:"";s:14:"woo_custom_css";s:0:"";s:12:"woo_archives";s:14:"Select a page:";s:10:"woo_layout";s:5:"false";s:17:"woo_other_entries";s:2:"12";s:21:"woo_featured_category";s:6:"HOW TO";s:14:"woo_show_video";s:4:"true";s:18:"woo_video_category";s:19:"YOUTUBE RECOMMENDED";s:13:"woo_flickr_id";s:7:"erk-erk";s:18:"woo_flickr_entries";s:1:"8";s:14:"woo_flickr_url";s:36:"http://www.flickr.com/photos/erk-erk";s:10:"woo_resize";s:4:"true";s:12:"woo_auto_img";s:5:"false";s:13:"woo_rss_thumb";s:4:"true";s:11:"woo_ad_page";s:14:"Select a page:";s:14:"woo_ad_image_1";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_1";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_2";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_2";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_3";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_3";s:24:"http://www.woothemes.com";s:14:"woo_ad_image_4";s:41:"http://www.woothemes.com/ads/125x125b.jpg";s:12:"woo_ad_url_4";s:24:"http://www.woothemes.com";}</li><li><strong>woo_other_entries</strong> - 12</li><li><strong>woo_other_headlines</strong> - 5</li><li><strong>woo_pageheading_404</strong> - uh oh!</li><li><strong>woo_pageheading_archives</strong> - archives</li><li><strong>woo_pageheading_author</strong> - author archive</li><li><strong>woo_pageheading_home</strong> - home</li><li><strong>woo_pageheading_index</strong> - index</li><li><strong>woo_pageheading_prefix</strong> - // </li><li><strong>woo_pageheading_search</strong> - here you go</li><li><strong>woo_pageheading_single</strong> - you’re reading...</li><li><strong>woo_pages_exclude</strong> - </li><li><strong>woo_pis_hard_crop</strong> - true</li><li><strong>woo_popular_posts</strong> - 5</li><li><strong>woo_post_content_archives</strong> - false</li><li><strong>woo_post_content_home</strong> - false</li><li><strong>woo_post_image_support</strong> - true</li><li><strong>woo_recent_archives</strong> - #</li><li><strong>woo_recent_entries</strong> - 10</li><li><strong>woo_recent_posts</strong> - 10</li><li><strong>woo_related</strong> - true</li><li><strong>woo_resize</strong> - true</li><li><strong>woo_rss_thumb</strong> - true</li><li><strong>woo_seo_template</strong> - a:31:{i:0;a:2:{s:4:"name";s:6:"Basics";s:4:"type";s:7:"heading";}i:1;a:3:{s:4:"name";s:11:"Please Read";s:4:"type";s:4:"info";s:3:"std";s:352:"Welcome to the WooSEO feature. <br /><small>Here we help you take control of your search engine readiness with some in-built theme options. Our themes do however support two of WordPress.org's most commonly used SEO plugins - <strong>All-in-One SEO</strong> and <strong>Headspace 2</strong>. Use the checkbox below to use 3rd party plugin data.</small>";}i:2;a:5:{s:4:"name";s:25:"Use 3rd Party Plugin Data";s:4:"desc";s:198:"Meta data added to <strong>custom fields in posts and pages</strong> will be extracted and used where applicable. This typically does not include Homepages and Archives, and only Singular templates.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_use_third_party_data";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:3;a:5:{s:4:"name";s:22:"Hide SEO custom fields";s:4:"desc";s:82:"Check this box to hide the input fields created in the post and page edit screens.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_hide_fields";s:3:"std";s:5:"false";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:4;a:2:{s:4:"name";s:10:"Page Title";s:4:"type";s:7:"heading";}i:5;a:5:{s:4:"name";s:9:"Separator";s:4:"desc";s:54:"Define a new separator character for your page titles.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_seperator";s:3:"std";s:1:"|";s:4:"type";s:4:"text";}i:6;a:5:{s:4:"name";s:10:"Blog Title";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:8:"blogname";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:7;a:5:{s:4:"name";s:16:"Blog Description";s:4:"desc";s:90:"NOTE: This is the same setting as per the SETTINGS > GENERAL tab in the WordPress backend.";s:2:"id";s:15:"blogdescription";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:4:"text";}i:8;a:6:{s:4:"name";s:18:"Enable woo_title()";s:4:"desc";s:153:"woo_title() makes use of WordPress's built in wp_title() function to control the output for your page titles. It's also recommended for use with plugins.";s:2:"id";s:16:"seo_woo_wp_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:9;a:6:{s:4:"name";s:21:"Disable Custom Titles";s:4:"desc";s:130:"If you prefer to have uniform titles across you theme. Alternatively they will be generated from custom fields and/or plugin data.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_wp_custom_field_title";s:3:"std";s:5:"false";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:10;a:6:{s:4:"name";s:14:"Paged Variable";s:4:"desc";s:64:"The name variable that will appear then paging through archives.";s:2:"id";s:17:"seo_woo_paged_var";s:3:"std";s:4:"Page";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:4:"text";}i:11;a:7:{s:4:"name";s:23:"Paged Variable Position";s:4:"desc";s:57:"Change the position where the paged variable will appear.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_paged_var_pos";s:3:"std";s:6:"before";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:2:{s:6:"before";s:6:"Before";s:5:"after";s:5:"After";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:12;a:7:{s:4:"name";s:21:"Homepage Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_home_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:28:"Blog title; blog description";s:1:"b";s:10:"Blog title";s:1:"c";s:16:"Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:13;a:7:{s:4:"name";s:19:"Single Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_single_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:14;a:7:{s:4:"name";s:17:"Page Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:19:"seo_woo_page_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:15;a:7:{s:4:"name";s:20:"Archive Title Layout";s:4:"desc";s:65:"Define the order the title, description and meta data appears in.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_archive_layout";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:7:"options";a:5:{s:1:"a";s:22:"Page title; Blog title";s:1:"b";s:11:"Page title;";s:1:"c";s:23:"Blog title; Page title;";s:1:"d";s:28:"Page title; Blog description";s:1:"e";s:40:"Blog title; Page title; Blog description";}s:4:"type";s:7:"select2";}i:16;a:2:{s:4:"name";s:13:"Indexing Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:17;a:6:{s:4:"name";s:16:"Archive Indexing";s:4:"desc";s:128:"Select which archives to index on your site. Aids in removing duplicate content from being indexed, preventing content dilution.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_indexing";s:3:"std";s:8:"category";s:4:"type";s:10:"multicheck";s:7:"options";a:5:{s:8:"category";s:17:"Category Archives";s:3:"tag";s:12:"Tag Archives";s:6:"author";s:12:"Author Pages";s:6:"search";s:14:"Search Results";s:4:"date";s:13:"Date Archives";}}i:18;a:5:{s:4:"name";s:49:"Add meta for Posts & Pages to 'follow' by default";s:4:"desc";s:143:"By default the woo_meta(); adds a 'nofollow' meta to post and pages, meaning search engines will not index pages leading away from these pages.";s:2:"id";s:26:"seo_woo_meta_single_follow";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:19;a:2:{s:4:"name";s:16:"Description Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:20;a:6:{s:4:"name";s:20:"Homepage Description";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:22:"seo_woo_meta_home_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"b";s:24:"From WP Site Description";s:1:"c";s:32:"From Custom Homepage Description";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:21;a:5:{s:4:"name";s:27:"Custom Homepage Description";s:4:"desc";s:47:"Add a custom meta description to your homepage.";s:2:"id";s:29:"seo_woo_meta_home_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:22;a:6:{s:4:"name";s:28:"Single Page/Post Description";s:4:"desc";s:79:"Add your post/page description from custom fields. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:24:"seo_woo_meta_single_desc";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Customs Field and/or Plugins";s:1:"c";s:36:"Automatically from Post/Page Content";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:23;a:6:{s:4:"name";s:29:"Custom Post/Page Descriptions";s:4:"desc";s:240:"Add a custom meta description to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this description still be added to your site.";s:2:"id";s:33:"seo_woo_meta_single_desc_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:24;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:54:"Add a custom meta description to your posts and pages.";s:2:"id";s:31:"seo_woo_meta_single_desc_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:25;a:2:{s:4:"name";s:12:"Keyword Meta";s:4:"type";s:7:"heading";}i:26;a:6:{s:4:"name";s:17:"Homepage Keywords";s:4:"desc";s:61:"Choose where to populate your Homepage meta description from.";s:2:"id";s:21:"seo_woo_meta_home_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:2:{s:1:"a";s:3:"Off";s:1:"c";s:29:"From Custom Homepage Keywords";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:27;a:5:{s:4:"name";s:24:"Custom Homepage Keywords";s:4:"desc";s:58:"Add a (comma separated) list of keywords to your homepage.";s:2:"id";s:28:"seo_woo_meta_home_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:4:"type";s:8:"textarea";}i:28;a:6:{s:4:"name";s:25:"Single Page/Post Keywords";s:4:"desc";s:75:"Add your post/page keywords from custom field. <strong>* See below</strong>";s:2:"id";s:23:"seo_woo_meta_single_key";s:3:"std";s:1:"a";s:7:"options";a:3:{s:1:"a";s:5:"Off *";s:1:"b";s:33:"From Custom Fields and/or Plugins";s:1:"c";s:45:"Automatically from Post Tags &amp; Categories";}s:4:"type";s:5:"radio";}i:29;a:6:{s:4:"name";s:25:"Custom Post/Page Keywords";s:4:"desc";s:234:"Add a custom meta keywords to your posts and pages. This will only show if no other data is available from the selection above. Even if the option above is set to <strong>'Off'</strong>, will this keywords still be added to your site.";s:2:"id";s:32:"seo_woo_meta_single_key_sitewide";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:9:"collapsed";s:4:"type";s:8:"checkbox";}i:30;a:6:{s:4:"name";s:28:"Custom Post/Page Description";s:4:"desc";s:51:"Add a custom meta keywords to your posts and pages.";s:2:"id";s:30:"seo_woo_meta_single_key_custom";s:3:"std";s:0:"";s:5:"class";s:6:"hidden";s:4:"type";s:8:"textarea";}}</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_advanced_options</strong> - yes</li><li><strong>woo_settings_custom_nav_version</strong> - 1.0.19</li><li><strong>woo_shortname</strong> - woo</li><li><strong>woo_show_asides</strong> - true</li><li><strong>woo_show_carousel</strong> - true</li><li><strong>woo_show_featured</strong> - true</li><li><strong>woo_show_video</strong> - false</li><li><strong>woo_single_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_single_h</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_height</strong> - 150</li><li><strong>woo_single_image_height</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_image_width</strong> - 100</li><li><strong>woo_single_post_image_height</strong> - 380</li><li><strong>woo_single_post_image_width</strong> - 280</li><li><strong>woo_single_w</strong> - 200</li><li><strong>woo_single_width</strong> - 150</li><li><strong>woo_slider_auto</strong> - false</li><li><strong>woo_slider_heading</strong> - Also in this site</li><li><strong>woo_slider_interval</strong> - 4</li><li><strong>woo_slider_speed</strong> - 0.6</li><li><strong>woo_small_placeholder</strong> - </li><li><strong>woo_small_thumb_h</strong> - 60</li><li><strong>woo_small_thumb_w</strong> - 60</li><li><strong>woo_subscribe_email</strong> - </li><li><strong>woo_suckerfish</strong> - true</li><li><strong>woo_tabs</strong> - false</li><li><strong>woo_texttitle</strong> - true</li><li><strong>woo_themename</strong> - Gazette</li><li><strong>woo_thumb_align</strong> - alignleft</li><li><strong>woo_thumb_h</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_height</strong> - 64</li><li><strong>woo_thumb_image_height</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_image_width</strong> - 75</li><li><strong>woo_thumb_single</strong> - true</li><li><strong>woo_thumb_w</strong> - 100</li><li><strong>woo_thumb_width</strong> - 64</li><li><strong>woo_twitter</strong> - erk_erk</li><li><strong>woo_updates_heading</strong> - Updates</li><li><strong>woo_updates_limit</strong> - 5</li><li><strong>woo_uploads</strong> - a:11:{i:0;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/13-www.jpg";i:1;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/12-www.jpg";i:2;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/11-www.jpg";i:3;s:56:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/10-www.jpg";i:4;s:75:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/9-bannererkerknewpinkcopy.jpg";i:5;s:65:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/8-faviconerkerk.png";i:6;s:62:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/7-faviconerk.png";i:7;s:72:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/6-bannererkerknew_copy.jpg";i:8;s:61:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/5-bannernew.jpg";i:9;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/4-www-erk-erk-com.png";i:10;s:67:"http://www.erk-erk.com/wp-content/woo_uploads/3-www-erk-erk-com.png";}</li><li><strong>woo_video_category</strong> - Select a category:</li></ul>